Rivalry of the Two Gentlemen (omegaverse)

ตอนที่ 5 : Chapter 3: Lord Hector Harrison’s Secret Pen Friend

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,410
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    20 ก.ค. 62

Chapter 3: Lord Hector Harrison’s Secret Pen Friend


อันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ลอร์ดเฮคเตอร์ไม่ได้นึกชอบการเขียนจดหมายโต้ตอบยืดยาว… เขามองว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสียเวลา และชีวิตของชายหนุ่มก็มีเรื่องมากมายที่ต้องทำเกินกว่าจะมานั่งบรรจงประดิษฐ์คำลงบนแผ่นกระดาษ


ทว่าวันหนึ่งกลางฤดูใบไม้ผลิเมื่อปีที่แล้ว… จู่ๆ ก็มีจดหมายฉบับหนึ่งที่จ่าหน้าส่งถึงเขา


‘สวัสดี ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม

ผมติดต่อมาผ่านคอลัมน์หาเพื่อนทางจดหมายของนิตยสาร The Omega’s Home Journal ผมคิดว่าคุณเองก็กำลังต้องการเพื่อนคุยอยู่เหมือนกัน 

คำแนะนำตัวอาจจะจำเป็นนักสำหรับจดหมายฉบับแรก ผมเป็นโอเมก้าในสังคมชนชั้นสูงที่น่าเบื่อ ฟุ้งเฟ้อ และเต็มไปด้วยการโอ้อวด แต่ผมก็ดีใจที่ไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล ผมชอบถกเรื่องการค้ามากกว่าแฟชั่น และการปฏิวัติอุตสาหกรรมมากกว่าเรื่องการหาคู่ครอง

ผมหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนทางจดหมายกันได้ สำหรับผมแล้วการสนทนาแลกเปลี่ยนมุมมองต่างๆ เป็นเรื่องที่น่าสนใจเสมอ 

ผมจะรอจดหมายตอบกลับจากคุณ

[ไม่ลงนาม]’


อ่านจดหมายฉบับนั้นจบแล้วลอร์ดเฮคเตอร์ก็เลิกคิ้วขึ้นสูง เท้าในรองเท้าบูตสั้นทำจากหนังขัดมันก้าวออกจากห้องหนังสือมุ่งตรงไปยังสวนหลังบ้าน ที่ซึ่งน้องสาวกำลังนั่งจิบน้ำชายามบ่ายในชุดน้ำชา ชุดกระโปรงยาวสีเขียวยาจรดพื้นแนบตัวขับเน้นรูปร่างของเจ้าหล่อนให้ยิ่งดูบอบบาง เรือนผมเกล้าขึ้นสูงอวดลำคอ

ครั้นเมื่อเลดี้เอเลนอร์เห็นพี่ชายคนโตกำลังเดินตรงมาด้วยสีหน้าถมึงทึง หล่อนก็ยกยิ้มให้อย่างน่ารักน่าชัง

“เฮคเตอร์ ไม่ใช่วันนี้พี่ยุ่งเหรอ”

“จดหมายนี่มันอะไรกัน” พูดจบแล้วก็ยื่นกระดาษแผ่นนั้นไปให้สุภาพสตรีที่ค่อยๆ ลดมือวางถ้วยชากระเบื้องเคลือบลายดอกไม้ลงบนจานรอง


เลดี้เอเลนอร์กวาดสายตาอ่านข้อความ แล้วก็หลุดหัวเราะคิกออกมา

“ฉันเป็นคนส่งไปให้พี่เอง ตั้งแต่ที่ผู้หญิงหลายใจคนนั้นหนีไปพี่ก็ไม่มีคนคุยไม่ใช่เหรอ มีเพื่อนทางจดหมายสักคนก็ไม่เลวนักหรอก คุยถูกคอก็คุยต่อ ไม่ถูกคอก็ไม่ต้องไปตอบ”

ตัวการพูดทั้งเอียงคอยิ้ม ไม่มีท่าทีสำนึกผิดสักนิดเดียวที่เอาชื่อพี่ชายไปแอบอ้าง

“อย่าทำแบบนี้อีก”

“ทำไมล่ะ ฉันหวังดีแท้ๆ” 

“เอเลนอร์…” ลอร์ดเฮคเตอร์ขึ้นเสียงดุ 

“ก็ได้.. ก็ได้ ไม่ทำแล้ว….. แล้วพี่จะเอายังไงกับจดหมายฉบับนี้ดีล่ะ เขาบอกว่าจะรอการตอบกลับนะ?” แม่ตัวดีถามทั้งมองตาใส และก็ได้รับสีหน้าเฉยชาเป็นการตอบกลับ แต่เธอชินกับพี่คนโตที่เป็นแบบนี้แล้ว

“ตามมารยาทก็ต้องตอบกลับไปขอโทษและอธิบาย” อัลฟ่าหนุ่มระบายลมหายใจยาว ทั้งยังมองดุน้องสาวอีกทีที่ก่อเรื่องวุ่นวาย


เฮคเตอร์ถือจดหมายฉบับนั้นกลับไปยังห้องหนังสือ นั่งลงบนโต๊ะทำงาน และหยิบปากกาหมึกซึมทำจากเหล็กกล้าสลักลายมาจุ่มลงไปในขวดหมึกสีดำ


ปลายปากกาจรดลงไปบนกระดาษ…

เขียนไปสองประโยค… ขยำทิ้ง

หยิบกระดาษแผ่นใหม่ออกมา

เขียนไปสามประโยค อ่านสักพัก ขยำทิ้งอีก…


...เอเลนอร์ช่างสรรหาเรื่องวุ่นวายให้จริงๆ


เฮคเตอร์ไม่สันทัดในการสนทนากับโอเมก้า มารยาทในการคุยกับสุภาพสตรีมีหลายข้อ และต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากที่จะไม่กล่าวอะไรซึ่งเป็นการกระทบกระทั่งอีกฝ่ายโดยไม่ได้ตั้งใจ

ปกติแล้วในจดหมายคนมักจะประดิษฐ์คำที่สวยหรูดูดี แต่บุตรชายคนโตของท่านดยุคแห่งวอเตอร์ฟอร์ดไม่ใช่คนเช่นนั้น… เขาออกจะตรงๆ จนบางครั้งก็ตรงเกินไป


ชายหนุ่มเลิกล้มความพยายามในการประดิดประดอยคำพูด จรดส่วนหัวของปากกาด้ามหนักขนาดพอดีมือลงกับกระดาษ

 

‘สวัสดี


ก่อนอื่นผมต้องขอโทษคุณที่ต้องทำให้ผิดหวัง คนที่ส่งจดหมายไปคือน้องสาวของผม ไม่ใช่ผม ผมไม่รู้ว่าเธอเขียนอะไรไปบ้าง และต้องขอโทษแทนเธอด้วย เธอยังเด็กและค่อนข้างซุกซน ผมได้ตักเตือนเธอแล้วว่าไม่ให้ทำแบบนี้อีก

หากลายมือของผมอ่านยากหน่อยก็ต้องขออภัย ผมไม่ค่อยสันทัดเรื่องการเขียนนัก หวังว่าคุณจะไม่ถือสา

ขอบคุณสำหรับความเข้าใจ

เฮคเตอร์’


ในจังหวะที่กำลังลากปากกาเขียนชื่อตอนท้าย หมึกก็แห้งหมดจนไม่ออกจากหัวปากกาพอดีทำให้เกิดรอยครูดเล็กน้อยบนกระดาษแผ่นหนาที่ปั๊มลายนูนด้านบน

ชายหนุ่มตัดสินใจจะส่งมันไปทั้งแบบนี้ เขาไม่ต้องการจะเขียนใหม่อีกรอบ แค่นี้ก็เสียเวลาพอแล้วกับเรื่องที่ตนเองไม่ได้ก่อ

เขาวางปากกาลงบนโต๊ะ เดี๋ยวฟุตแมนก็จะมาทำความสะอาดหัวปากกาให้เองเลยไม่ได้ใส่ใจนัก และสั่นกระดิ่งเรียกเฟิร์สฟุตแมนให้มาที่ห้องหนังสือเพื่อรับจดหมายไปส่ง โดยหน้าซองจ่าหน้าถึงสำนักพิมพ์ซีมัวร์


เดิมทีชายหนุ่มคิดว่าหลังส่งจดหมายฉบับนั้นไปแล้วก็คงจบเรื่อง… แต่เขาคิดผิด เมื่อในสองอาทิตย์ถัดมาก็ได้รับจดหมายตอบกลับ


‘ถึงคุณเฮคเตอร์


ไม่เลยผมไม่ได้ผิดหวังอะไรกับเรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก ผมพบว่ามันน่ารักดีที่น้องสาวของคุณใส่ใจคุณ เธอคงน่ารักน่าเอ็นดูทีเดียว

ให้ผมเดา คุณน่าจะเป็นอัลฟ่าที่คิดว่าการต่อบทสนทนากับโอเมก้าช่างเป็นเรื่องยุ่งยากเสียจนน่าหงุดหงิด? ไม่รู้ว่าผมเดาถูกไหมแต่ลายมือคุณมันฟ้อง… และใช่ ถ้าให้พูดตามตรงลายมือคุณย่ำแย่ทีเดียว แต่ก็ไม่ได้อ่านยากขนาดที่คุณคิด  

ผมไม่ถือสาเรื่องมารยาทและข้อห้ามในหนังสือเล่มนั้นหรอก หากนั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณเป็นกังวลหรือรู้สึกยุ่งยากใจ และผมคงจะผิดหวังน่าดูหากจดหมายฉบับนี้ไม่ได้รับการตอบกลับ

 ผมจะเฝ้ารอจดหมายของคุณ

[ไม่มีการลงนาม]

ป.ล. สุภาพบุรุษที่ดีไม่ควรปล่อยให้โอเมก้ารอนาน ถูกไหมครับ?’


จากที่อ่านดูในจดหมายแล้วน่าจะเป็นคนที่ซนน่าดู จนเฮคเตอร์อดขำเบาไม่ได้ ตอบมาแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับมัดมือชกให้เขาต้องตอบ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกยุ่งยากใจเท่าที่คิด

แม้รู้จักกันผ่านจดหมาย แต่คนคนนี้ก็น่าสนใจสำหรับเขา โดยทั่วไปแล้วโอเมก้าที่เคยพบจะอ่อนหวานสุภาพ มีความอ้อมค้อมไม่ค่อยออกความเห็นตามตรงทำให้รับมือยาก

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ท่านลอร์ดรอคอยจดหมายฉบับนั้น พอรู้ตัวอีกทีเขาก็มักถามพ่อบ้านเป็นประจำแล้วว่าวันนี้มีจดหมายมาบ้างหรือเปล่า...


หลังจากเขียนจดหมายโต้ตอบกันได้ครบปี ทางนิตยสารก็ยกเลิกคอลัมน์เพื่อนทางจดหมายด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ

ปกติแล้วลอร์ดเฮคเตอร์ไม่อ่าน The Omega’s Home Journal อัลฟ่าส่วนมากก็ไม่อ่านอะไรแบบนี้หรอก แต่ที่ทำให้รู้เพราะจดหมายแจ้งจากทางสำนักพิมพ์ที่จ่าหน้าถึงเจ้าตัว… และนั่นก็ทำให้เขาใจหายไม่น้อย

“พี่ยังติดต่อกับคนในจดหมายคนนั้นอยู่เหรอ” น้องสาวมองซองจดหมายจากสำนักพิมพ์นิตยสารในมือของพี่ชายด้วยสายตาประหลาดใจ

“ใช่” เฮคเตอร์ก็ตอบตามตรงตามประสาเขา

“หืม พี่จริงจัง?” มือในถุงมือลูกไม้โบกพัดลูกไม้สีเข้ากันเบาๆ “คุยกันมาตั้งปีแล้ว ทำไมไม่ลองนัดพบกับเธอดูล่ะ”

“ก็คิดอยู่... แต่ไม่รู้ว่าเธอจะว่ายังไง” ก็จนถึงบัดนี้หนึ่งปีผ่านไปเขียนจดหมายแลกกันกี่ฉบับแล้ว ชายหนุ่มก็ยังไม่รู้แม้กระทั่งชื่อต้นของโอเมก้าคนนั้นเลย” 

เอเลนอร์ยิ้มพลางเอียงคอเล็กน้อย

“อีกไม่นานฉันจะได้ยินข่าวดีไหมนะ… อา ฉันต้องไปก่อนล่ะ นัดเลดี้อเดเลียเอาไว้ว่าจะไปดื่มชายามบ่ายด้วยกัน” พูดจบแล้วเธอก็ก้าวขาจากไป ชายกระโปรงยาวลากพื้นแต่หญิงสาวเดินสบายๆ ด้วยท่วงท่าสง่างาม ราวว่ามันเป็นเรื่องง่าย…


ลอร์ดเฮคเตอร์เริ่มร่างจดหมาย… ถามไถ่ความเป็นอยู่ นี่ก็เข้าใกล้ฤดูหนาวแล้วไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะป่วยหรือไม่ เมนแลนด์ตอนเหนือหนาวกว่าทางใต้อีกไม่ใช่หรือ

ก่อนจะลงนาม เขาทิ้งท้ายด้วยประโยคสุดท้าย...

‘ผมอยากพบคุณ ไม่ทราบว่านั่นจะเป็นไปได้หรือไม่’


‘ถึงท่านลอร์ด


สืบเนื่องจากคำถามในจดหมายฉบับที่แล้วของคุณ ผมสบายดี เตาผิงที่บ้านก็ยังให้ความอบอุ่นได้ดี อีกทั้งคุณแม่เพิ่งซื้อผ้าพันคอผ้าขนสัตว์มาให้ ยังไงก็ไม่หนาวตายง่ายๆ อย่างแน่นอน

ผมทราบแล้วว่าทางนิตยสารจะยกเลิกคอลัมน์เพื่อนทางจดหมายและยุติการเป็นสื่อกลาง นั่นเป็นเรื่องที่น่าเสียดายแต่ก็คงทำอะไรไม่ได้มากนัก

เมื่อไม่นานมานี้ผมเพิ่งทราบข่าวร้าย ว่าญาติผู้ใหญ่ทางอีสต์แลนด์ของผมล้มป่วย ญาติคนนี้ไม่มีลูก มีเพียงคนรับใช้ไม่กี่คนคอยดูแลเท่านั้น ทางครอบครัวจึงตกลงกันว่าจะให้ผมไปอยู่กับเธอชั่วคราว ผมจะต้องออกเดินทางในอีกไม่ช้า

ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากพบคุณ แต่น่าเสียดายที่โอกาสไม่ประจวบเหมาะเอาเสียเลย 

ผมจะเขียนที่อยู่ใหม่ของผมให้คุณไปกับจดหมายฉบับนี้ รบกวนคุณส่งที่อยู่มาด้วย แล้วผมจะเขียนจดหมายมาหาอย่างสม่ำเสมอ 

ผมไม่รู้ว่าญาติจะหายป่วยเมื่อใด แต่ผมหวังว่าเธอจะหายดีในเร็ววัน เพราะผมเองก็อยากพบคุณเช่นกัน

ด้วยรัก

[ไม่ลงนาม]'



เมื่อเปิดซองจดหมายออก กลีบดอกคาร์เนชั่นสีขาวลายแดงก็ร่วงหล่นออกมาจากซองจดหมาย ทำเอาเฮคเตอร์ยืนงงงวยอยู่ครู่ใหญ่

การมอบดอกไม้มักหมายถึงบางอย่างเสมอ ตอบรับ ปฏิเสธ บอกรัก ส่งข้อความ ทว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิชาที่ชายหนุ่มไม่สันทัด


หากเป็นเรื่องการขยายการก่อสร้างทางรถไฟ โรงงานเหล็ก จดทะเบียนการค้าและบริษัท ประวัติศาสตร์และสงคราม เขารู้เรื่องเป็นอย่างดี แต่เรื่องละเอียดอ่อนกลับไม่ค่อยจะสนใจ

จนนำความไปถามน้องสาวในเย็นวันนั้นถึงทราบว่าดอกคาร์เนชั่นขาวขอบแดงนั้นหมายความถึง

‘ขอโทษที่อยู่กับคุณไม่ได้’

ซึ่งก็อาจจะเป็นคำขอโทษที่ไม่อาจมาพบหน้ากันก็ได้กระมัง ชายหนุ่มไม่ได้ใส่ใจมากนักแต่ก็เก็บกลีบดอกไม้เหล่านั้นใส่ซองพร้อมกับจดหมายและเก็บมันเอาไว้ในกล่องไม้บนชั้นหนังสือ


เวลาผ่านไปหลายเดือน… แต่ญาติคนนั้นของอีกฝ่ายก็ยังไม่หายดีเสียที

อันที่จริงแล้วด้วยตารางงานที่รัดตัวก็ทำให้ที่ผ่านมาไม่สามารถขยับออกไปได้ไกลบ้าน ไม่เหมือนเหล่าน้องชายและน้องสาวที่ทำตัวว่างกันเสียเหลือเกิน 

เขาก็ตรากตรำทำงานแทนคุณพ่อมาหลายปีแล้ว จะหาเรื่องพักร้อนไปเที่ยวอีสต์แลนด์ตอนใต้สักเดือนก็คงไม่มีใครว่าหรอกมั้ง ก็แค่อาจจะต้องเตรียมการจัดตารางมากกว่าปกติหน่อยก็เท่านั้นเอง


“ถึงท่านลอร์ด

ขอบคุณสำหรับของขวัญ ผมประหลาดใจที่คุณจำวันเกิดของผมได้ และผมชอบของที่คุณเลือกให้มาก ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะเข้าร้านเครื่องประดับไปเลือกซื้ออะไรแบบนี้ด้วยตัวเอง พอใกล้ช่วงวันเกิดคุณแล้วผมจะพยายามหาของขวัญให้คุณบ้าง

เรื่องที่คุณจะมาอีสต์แลนด์ ไว้ใกล้ถึงเวลาแล้วค่อยคุยกันอีกทีจะดีกว่า ไม่แน่ว่าพอถึงเวลานั้นญาติผมหายดี ผมอาจกลับเมนแลนด์แล้ว ไม่ต้องลำบากให้คุณมาถึงที่นี่ ผมไม่อยากให้คุณต้องวุ่นวาย

เรื่องคนที่คุณไม่ชอบหน้าคนนั้น บางครั้งผมก็รู้สึกว่าสิ่งที่คุณเล่ามาฟังดูเหมือนเด็กที่เรียกร้องความสนใจ เขาอาจแค่อยากให้คุณสนใจก็ได้ บางทีหากคุณลองคุยกับเขาดีๆ เขาอาจจะหยุดหาเรื่องคุณก็ได้ 

และคุณเริ่มคิดมากอีกแล้ว ผมบอกเสมอว่ายินดีรับฟังคุณเสมอในทุกๆ เรื่อง ผมเข้าใจ บางทีการเล่าให้คนที่ไม่รู้จักฟังอาจจะง่ายกว่า เรามีเพื่อนทางจดหมายก็เพื่อเหตุนี้ไม่ใช่หรือ? สนทนาด้วยในเรื่องที่ไม่อาจเล่าให้คนรู้จักฟัง

เพื่อตอบแทนของขวัญของคุณ ผมได้แนบอะไรเล็กๆ น้อยๆ มาให้ด้วย ถือเสียว่าเป็นของฝากจากอีสต์แลนด์ตอนใต้ หวังว่าคุณจะได้ใช้งาน 

ผมจะตั้งหน้าตั้งตารอจดหมายฉบับต่อไป

ด้วยรัก

[ไม่ลงนาม]'


สิ่งที่หล่นออกมาจากซองจดหมายคือดอกคามิเลียสีชมพูแห้งที่ถูกกดทับจนแบน วางไว้บนที่คั่นหนังสือทำจากกระดาษแข็ง

...บางทีเฮคเตอร์ก็คิดว่าตนเองควรไปศึกษาเรื่องภาษาดอกไม้เสียบ้าง การแบกหน้าไปถามเอเลนอร์แต่ละครั้งมักนำพาซึ่งความลำบากใจเสมอ เพราะน้องสาวแสนซนชอบหยอกพี่ชายเสียเหลือเกิน

เช่นเคย เขาเก็บทั้งจดหมายและของขวัญลงกล่องไม้เคลือบเงาอย่างระมัดระวัง ใช้กุญแจดอกเล็กปิดล็อก และยกมันกลับไปเก็บบนชั้นวางหนังสือ

ชายหนุ่มไม่ต้องการให้ใครมาวุ่นวายหรืออ่านข้อความเหล่านี้ นอกจากเลดี้เอเลนอร์กับบัทเลอร์แล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องที่เขาติดต่อกับคนคนนี้


ที่อยู่ที่อีกฝ่ายให้มาอยู่ในอีสต์แลนด์ แต่ชื่อผู้รับคือชื่อหญิงชราเจ้าของบ้าน ซึ่งก็คือญาติของเธอที่กำลังป่วย


“เฮคเตอร์ พี่ไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยเหรอ” เลดี้เอเลนอร์ทักชายหนุ่มในสายวันหนึ่งไม่นานหลังจากนั้น

“เรื่อง?”  

“เรื่องโอเมก้าลึกลับคนนั้นของพี่น่ะสิ ทำไมเธอถึงไม่ยอมมาพบพี่สักที” หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ยาวบุผ้าปักลายดอกไม้ ยืดหลังตรงจ้องสบตากับพี่ชาย “ทั้งที่พี่เป็นอัลฟ่า ฐานะดี ชาติตระกูลก็มี ทำไมต้องหลบหน้าด้วย”

“ยุ่งเกินไปแล้ว เอเลนอร์” 

“ฉันห่วงพี่นะ” น้องสาวไม่ฟังเสียงปราม เธอสวมใส่ชุดสำหรับรับแขกยามเช้า ขนเฟอร์บริเวณคอเสื้อและชายกระโปรงยาวทำให้ดูเหมือนแมวน้อยกำลังพองขนไม่มีผิด “ไม่อยากให้พี่ผิดหวัง หรือโดนหลอกอีก”

ท่าทางดึงดันนั่นทำให้อดอ่อนใจไม่ได้

“อย่ากังวลไปเลย”

“พี่ไม่เคยคิดบ้างเหรอว่าเขาอาจจะอัปลักษณ์จนไม่กล้ามาให้พี่เห็นหน้า เป็นคนพิการ หรืออาจจะไม่ได้เป็นโอเมก้าจริงๆ ด้วยซ้ำแต่เป็นเบต้าที่มาหลอกพี่” 

ลอร์ดเฮคเตอร์รู้สึกอยากถอนหายใจ

“เอเลนอร์ เราจะคุยเรื่อง ‘เบต้าที่มาหลอก’ กันจริงๆ ใช่ไหม? เพราะเรื่องนั้นก็เป็นเรื่องที่พี่กังวลอยู่เหมือนกัน” จบประโยคนั้นหญิงสาวก็ชะงักไปเล็กน้อย เพราะคนรักหนุ่มของเธอก็เป็นเบต้า และทางบ้านก็กังวลกลัวว่าเขาจะมาหลอกใช้หาประโยชน์จากตระกูลขุนนางที่มีชื่อเสียงเหมือนกัน


หญิงสาวแสดงสีหน้าไม่พอใจ สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเชิดหน้าลุกขึ้น 

“ได้ ถือว่าฉันเตือนพี่แล้ว” … พูดทิ้งท้ายแล้วก็เดินฮึดอัดจากไปทันที


อันที่จริงสิ่งที่เจ้าหล่อนเตือน ใช่ว่าชายหนุ่มไม่เคยคิด.. การพบกันเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจ ชายหนุ่มทบทวนกับตนเองหลายครั้งคราว่าหากอีกฝ่ายหน้าตาอัปลักษณ์ เขาจะรับได้หรือไม่ หรือหากเป็นคนพิการ หรือคนแก่ เขาจะทำอย่างไร

การจริงจังกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตา ไม่รู้ว่ากระทั่งอีกฝ่ายเป็นใครเป็นเรื่องน่ากลัว แต่ชายหนุ่มเชื่อมั่นว่าตักอักษรที่ถูกบรรจงเขียนด้วยปลายปากกาหมึกซึมเหล่านั้นเป็นของจริง


จดหมายที่ได้รับช่วยล้างความหงุดหงิดใจจากคนน่ารังเกียจคนนั้นที่เพิ่งพบเมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี 

ลอร์ดเฮคเตอร์ไม่เข้าใจว่าลูเชียน วิทล็อกจะเกลียดอะไรตนนักหนา เขาควรเป็นฝ่ายที่ต้องหาเรื่องเสียมากกว่าเมื่ออีกฝ่ายแย่งว่าที่คู่หมั้นของชายหนุ่มไปต่อหน้าต่อตา

อันที่จริงความสัมพันธ์กับเลดี้เอเทลเป็นสิ่งที่บิดาเป็นคนจัดการโดยที่ตัวเขาไม่ได้มีความเห็นอะไรมากนัก ในเวลานั้นเฮคเตอร์ไม่มีใครที่ถูกใจ และการแต่งงานก็แค่เรื่องของการเมืองและอำนาจ ตราบใดที่อีกฝ่ายเป็นโอเมก้าซึ่งสามารถให้กำเนิดทายาทได้ จะอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น

แต่แม้จะไม่ได้มีความรู้สึกเข้ามาข้องเกี่ยว… การที่หญิงสาวผู้นั้นปฏิเสธคำขอหมั้นหมายแล้วหนีไปหาลอร์ดลูเชียนแทนก็นับเป็นการทำให้เขาเสียหน้า และสุดท้ายพวกเขาก็เลิกรากัน เลดี้เอสเทลถูกส่งไปแต่งงานกับขุนนางที่อีสต์แลนด์ แน่ล่ะ หักหน้าบุตรชายท่านดยุค แล้วยังถูกท่านเอิร์ลปฏิเสธ เธอจะเอาหน้าที่ไหนมาอยู่ในสังคมชั้นสูงของเมนแลนด์อีก

ลอร์ดลูเชียนผู้นั้นมีทั้งชื่อเสียงที่ดีและก็ไม่ดีที่ถูกเล่าลือกันในวงสังคม โดยปกติแล้วลอร์ดเฮคเตอร์ไม่ใช่คนสนใจเสียงเล่าลือ แต่เรื่องของอีกฝ่ายก็ยังลอยมาเข้าหูอยู่ดี หลักๆ ก็จะเป็นการเปลี่ยนคู่ควงไปเรื่อยโดยไม่แต่งงานเสียที

เช่นนั้นแล้วแม้ลอร์ดเฮคเตอร์จะไม่ชอบเบต้าคนรักของน้องสาว แต่เขาก็ไม่อยากให้ลูเชียนมาวุ่นวายกับเอเลนอร์เหมือนกัน

เด็กที่เรียกร้องความสนใจ งั้นรึ? จะเป็นไปได้ยังไงกัน ไม่มีอะไรชัดเจนไปกว่านี้อีกแล้ว ลูเชียน เอ็ม วิทล็อก เกลียดเขา และเฮคเตอร์ก็เกลียดอีกฝ่ายเช่นกันขนาดที่แค่เห็นหน้าก็ชวนให้อารมณ์ไม่ดีแล้ว

แต่เลี่ยงได้อย่างไรในเมื่อวงสังคมชั้นสูงก็มีกันอยู่แค่นี้ ความร่ำรวยของเกือบทั้งประเทศมากระจุกอยู่ที่ผู้คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียว… และชายหนุ่มก็ไม่ควรต้องเป็นฝ่ายเลี่ยง เมื่อฝั่งที่ทำผิดนั่นมันทางนั้นไม่ใช่รึไง


ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดรำคาญใจ สุดท้ายก็พยายามสลัดความคิดให้พ้นจากหัวโดยการตัดสินใจกลับไปให้ความสนใจกับจดหมายฉบับอื่น

จดหมายฉบับหนึ่งโดดเด่นออกมาท่ามกลางกองจดหมายทั้งหมด มันใช้ซองอย่างดีและถูกปิดทับด้วยขี้ผึ้งปิดผนึกประทับตรารูปตัวอักษร I สีกุหลาบ

ช่างคุ้นตาดี... คงไม่มีใครในตระกูลขุนนางไม่รู้ว่าตรานี้เป็นของผู้ใด

ชายหนุ่มเปิดจดหมาย กวาดสายตาอ่านโดนละเอียด แล้วจึงพับมันเก็บกลับเข้าซองไปตามเดิม

กระดิ่งถูกใช้งานเพื่อเรียกข้ารับใช้ ไม่นานชายชราคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น เขาสวมโค้ตยาวทรงหางนางแอ่นกับโบว์ไทสีขาวซึ่งเป็นเครื่องแบบของบัทเลอร์

“วันจันทร์ช่วยบอกโค้ชแมนคนใหม่ให้เตรียมรถม้าให้พร้อมด้วย…

 

ผมจะไปพระราชวังฤดูร้อน”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

594 ความคิดเห็น

  1. #498 nongning5657 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 17:42
    ชุ้นขรรม คุณเฮคเตอร์ดูจะชอบเขาอยู่นะคะ มีความเอ็นดูเล็กๆ
    ส่วนยัยน้อนนี้คือชอบพี่เขาเหรอคะ ยังไงๆ บอกแม่สิ เดี๋ยวแม่ไปสู่ขอให้
    #498
    0
  2. #300 Hasegawa Michiko (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:35
    คุยในจดหมายคือแสนหวานมาก;-;
    #300
    0
  3. #286 poshyyyy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 00:53
    มันเป็นน่ารักนะนิ
    #286
    0
  4. #220 Bibidiz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 19:25
    คุณเฮคเตอร์ก็ดูชอบเขามากอยู่นะคะ 555
    #220
    0
  5. #200 _bedgasm_2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 04:39
    เริ่มสนุกแล้วววว สงสัยสรรพนามในจดหมายค่ะ พระเอกรู้ไหมว่าคนที่คุยเป็นญ.หรือช.
    #200
    0
  6. #181 D-Dindin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 23:53
    ไปงานเต้นรำกัน!
    #181
    0
  7. #113 ซินเดอเรล✰. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 11:57
    จะรักกันได้ยังไงเนี้ย
    #113
    0
  8. #48 MinRos (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 02:52
    แล้วเดี๋ยวไปประกันอีกทีตอนที่ลูเซียนต้องไปขัดขวางเจ้าชายไอวาตามรับสะงราชินีอีก แหม แค่คิดก็มันส์แล้ววว
    ว่าแต่แอบสงสัย เครื่องประดับที่ส่งให้วัดเกิดคืออะไรน้อ
    แล้วทำไมเอเลนอร์ถพูดยังกับว่าpenpalของพี่เป็นผู้หญิง ทั้งๆที่เป็นอมก.ชาย หรือว่าเพราะในจดหมายแทนตัวเองว่า I กับ You เลยไม่ระบุเพศ หรืออะไรยังไง?
    #48
    0
  9. #13 Nelwadar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 20:17
    หรือลูเชียนแย่งว่าที่คู่หมั้นเขาเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายไปแต่งกับใคร
    #13
    1
    • #13-1 MinRos(จากตอนที่ 5)
      7 สิงหาคม 2562 / 02:48
      ใช่แน่ๆ คิดเหมือนกันเลยยย
      #13-1
  10. #12 Kuroyasha_SS (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 15:57
    เฮคเตอร์คงช็อคมากถ้ารู้ว่าลูเชียนเป็นอมก.แถมเป็นคนที่เขียนจดหมายหากันอีก
    #12
    0
  11. #11 FrUkค่ะ!!!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 14:16
    เฮกเตอร์เป็นคนของเจ้าชาย 0-0 จะมีตอนที่สองคนนี้มาตีกันเพราะการเมืองมั้ยเนี่ย555555
    #11
    0
  12. #10 Tahnya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 12:55
    อยากเห็นหน้าเวคเตอร์ตอนรู้ว่าลูเชียนคือคนที่คอยส่งจดหมายคุยกันมาตลอดจังเลย นางคงช็อคน่าดู
    #10
    0