Rivalry of the Two Gentlemen (omegaverse)

ตอนที่ 3 : Chapter 1: The Life of Lord Lucian M. Whitlock, Earl of Winterbury

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 266 ครั้ง
    17 ก.ค. 62

Chapter 1: The Life of Lord Lucian M. Whitlock, Earl of Winterbury


ลูเชียน เอ็ม วิทล็อก ท่านเอิร์ลแห่งวินเทอร์บิวรี่เพิ่งได้รับข่าวสารแสนขัดสายตามาในรูปกระดาษจดหมายฉบับหนึ่งซึ่งส่งตรงมาจากพระราชวัง

งานเลี้ยงเลือกคู่? เจ้าชายไอวากำลังวางแผนจะทำเรื่องไร้สาระอะไรอีกแล้ว… แต่ก็ไม่นับว่าแปลกสำหรับรายนั้นนักหรอก


ชายหนุ่มวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะ ยืนนิ่งที่หน้ากระจก ปล่อยให้บัทเลอร์สวมโบว์ไทสีขาวซึ่งถือเป็นเครื่องแต่งกายแบบทางการสำหรับมื้ออาหารเย็น เขาเหลือบมองตนเองเพื่อสำรวจความเรียบร้อยในกระจกเงา ชุดสูทสีดำตัดด้วยผ้าลินิน ‘สุภาพบุรุษต้องแต่งกายด้วยชุดเป็นทางการสำหรับมื้ออาหารเย็น ประหนึ่งว่าเขาพร้อมจะไปชมโอเปร่าหลังจากนั้น’ เป็นสิ่งที่บัญญัติอยู่ในคู่มือการสอนมารยาทที่ไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้เขียน แต่ข้อกำหนดแสนยิบย่อยในหนังสือเล่มนั้นก็เป็นสิ่งที่ทุกคนปฏิบัติตาม

เคราะห์ดีที่เครื่องแต่งกายของอัลฟ่าไม่มากมายและเปลี่ยนบ่อยเหมือนโอเมก้า มีแค่สูทเช้ากับสูทเย็นเท่านั้น… 


“วินสตัน พรุ่งนี้ช่วยยกเลิกนัดวันจันทร์หน้ากับคุณวินฟรีย์จากเวสต์คอมปานีให้ฉันด้วย” สิ้นคำกล่าว พ่อบ้านวัยกลางคนไม่ได้ซักถามไล่เลียง แค่ตอบรับ 

“ครับ ท่านลอร์ด ผมจะจัดการให้พรุ่งนี้เช้าเป็นอย่างแรก”

“ออ แล้วก็บอกคุณสมิธว่าวันจันทร์เตรียมรถม้าเฟตอนคันใหญ่ให้พร้อมด้วย ฉันจะไปเข้าเฝ้าพระราชินี” 

“ได้ครับ ผมจะเตรียมชุดเข้าเฝ้าให้ด้วย”

“ขอบใจมาก” ท่านลอร์ดกล่าวแล้วก็เอื้อมมือไปหมุนคัฟลิงก์ทองบนข้อมือเสื้อของตนเองตามความเคยชิน “จริงสิ วันนี้ที่บ้านมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“...ถ้านอกจากเรื่องที่แมวของเลดี้ฟลอเรนซ์ทำแจกันเคลือบจากเวสต์แลนด์แตกแล้วก็ไม่มีอะไรครับ วันนี้ลอร์ดไบรอนออกไปฝึกยิงปืน และก็กลับมาช่วงบ่ายแก่ๆ”

“อืม…” ลูเชียนรับคำ ส่องกระจกตรวจตราความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะเดินไปทางประตูห้อง “แจกันนั่นราคาแพง”

“เลดี้ฟลอเรนซ์สั่งให้คนออกไปซื้อใหม่มาแทนแล้วครับ” คำพูดนั่นทำให้ท่านเอิร์ลฟังแล้วส่ายหัว

“ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ถ้าไม่หามาถมสักวันก็หมด…” ก้าวขาได้สามก้าวชายหนุ่มก็ชะงักเท้า “อ้อ แล้วก็เรียกให้คุณโจนส์มาคุยกับฉันวันอังคารหน้าด้วย”

คุณโจนส์คนนี้ก็คือเฮาส์สจ๊วด หรือก็คือคนที่มีหน้าที่ทำบัญชี จ่ายเงินเดือนให้คนรับใช้ในบ้าน เก็บค่าเช่า และบริหารฟาร์มซึ่งตระกูลวิทล็อกเป็นเจ้าของ

อาศัยเพียงค่าเช่าที่ดินอย่างเดียวไม่เพียงพอให้มารดาของเขาเผาเล่นในแต่ละปีหรอก นับตั้งแต่ปีที่คุณพ่อเสียการเงินของบ้านก็ยิ่งมีแต่แย่ลงทุกปี หากลูเชียนไม่เอาเงินก้อนเกือบสุดท้ายจากการขายที่ดินไปลงทุนในธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้าจากประเทศอาณานิคม กระทั่งคฤหาสน์หลังนี้เกรงว่าก็คงรักษาเอาไว้ได้ยาก

...แต่ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณพระราชินีที่ในเวลานั้นยังเป็นเจ้าหญิงที่ช่วยสนับสนุนเขาในหลายๆ เรื่อง การเป็นพระสหายที่จบจากสถาบันเอตันมาด้วยกันทำให้ได้เปรียบในหลายๆ เรื่อง สถาบันแห่งนั้นเป็นโรงเรียนชื่อดังที่รับแต่อัลฟ่าจากครอบครัวมีฐานะเข้าเรียน นอกจากเจ้าหญิงแล้วก็ยังได้รู้จักกับคนตระกูลเศรษฐีใหม่ที่เป็นนักธุรกิจรายใหญ่ ก็เรียกว่าเขาโชคดีที่ได้รับอภิสิทธิ์เหล่านี้ละมั้ง


ชายหนุ่มมุ่งหน้าไปยังห้องอาหาร ที่นั่นคุณแม่และน้องชายนั่งรออยู่แล้ว วันนี้เป็นคิวของน้องชายในการพาคุณแม่มายังห้องอาหาร ช่วงนี้ที่คฤหาสน์ค่อนข้างเงียบเหงา คุณย่าเพิ่งจากไปเมื่อสองปีก่อน ญาติที่รักก็ขึ้นเรือไปแสวงโชคทำการค้าที่อีกทวีปในประเทศอาณานิคม ทำให้ตอนนี้ทั้งบ้านจึงเหลือเจ้านายอยู่เพียงสามคน กับคนรับใช้อีกเกินสิบชีวิต

อันที่จริงปกติแล้วมารดาของเขาก็เชิญแขกหรือญาติมาร่วมรับประทานอาหารบ้าง แต่ก็มีวันแบบนี้เช่นกันที่ทานข้าวกันแบบส่วนตัวเพียงสามคน

ฟุตแมนเบต้าถือถาดอาหารมาค่อยๆ วางเบื้องหน้าคนทั้งสามอย่างตรงเวลาไม่ขาดไม่เกิน เริ่มจากมารดาที่เป็นสุภาพสตรีโอเมก้าก่อน จนมาถึงสุภาพบุรุษทั้งสอง ฝาสีเงินถูกเปิดออกเผยให้เห็นซุปหัวหอมด้านใน แล้วฟุตแมนคนนั้นถึงถอยไปยืนรอรับใช้อยู่ด้านหลัง 

ลูเชียนมองมารดาและน้องชาย จากนั้นก็เอ่ยปากชวนคุยให้บรรยากาศสดใสขึ้นสักหน่อย

“ฝึกยิงปืนเป็นยังไงบ้าง ไบรอน” น้องชายเบต้าของเขาอย่างไรก็ไม่เคยจะเด่นกีฬา เจ้าตัวได้แต่ส่ายหน้าขณะบิขนมปังเป็นขนาดพอดีคำ 

“ไม่แม่นเหมือนเคย พี่ทำยังไงถึงยิงแม่นนะลูเชียน มันยากเกินไปจริงๆ” เบต้าหนุ่มใช้มีดกลางปาดเนยมาทาเล็กน้อยก่อนจะส่งเข้าปากด้วยสองนิ้วขณะนั่งหลังตรง ‘ส่งอาหารเข้าปาก ไม่ใช่ยื่นปากไปหาอาหาร’ 

ท่านเอิร์ลหยิบช้อนซุปสีเงินมาตักของเหลว ค่อยๆ ละเลียดชิมอย่างพอดีคำ ใช้ผ้าเช็ดปาดเล็กน้อยและวางกลับลงไปบนตัก

“ก็ต้องฝึกฝน.. จนกว่าจะคล่อง ที่สำคัญที่สุดคือต้องใจเย็น รอจังหวะที่เหมาะสมแล้วค่อยเหนี่ยวไก”  

“พี่ทำอะไรก็เก่งไปหมด น่าอิจฉาจริง” ผู้เป็นน้องชายส่ายหัว “บางทีผมก็สงสัยว่าพี่ยังใช่คนอยู่หรือเปล่า นี่มันดูจะเหนือมนุษย์เกินไปแล้ว”

ฟังคำของลูกชายทั้งสองแล้วเลดี้ฟลอเรนซ์ก็หัวเราะเบา หันไปทางเด็กหนุ่มที่ท้อแท้กับทักษะการยิงปืนของตนเอง

“ไม่เก่งสักเรื่องก็ไม่เป็นไรหรอกไบรอน ยังไงซะลูกก็เป็นเบต้า จะไปแข่งกับอัลฟ่าพวกนั้นทำไมกัน” น้ำเสียงอ่อนหวานของมารดาผู้เป็นโอเมก้าฟังแล้วชวนให้สบายใจ แม้ว่าแมวของหล่อนเพิ่งจะผลาญเงินเขาไปก้อนโตก็เถอะ… 

คนทั้งคู่เป็นสาเหตุที่ลูเชียนทำงานหาเงิน.. เขาต้องการให้ครอบครัวอยู่อย่างสบายไร้กังวล ดูแลมารดาและน้องชายแทนบิดาที่เสียไปแล้ว

แต่อันที่จริงมันก็มีปัญหาอยู่ข้อหนึ่ง… ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ชายหนุ่มกลัดกลุ้มใจมาสักระยะแล้ว นั่นคือเรื่องทายาท


ไม่นานนักอาหารจานที่สองก็ถูกวางลงบนโต๊ะอาหารทรงยาวทำจากไม้มะฮอกกานี เมนูหลักวันนี้คือหมูย่างกับมันฝรั่งแบบพิเศษ ลูเชียนหยิบส้อมสำหรับมื้อเย็นกับมีดหั่นเนื้อมาถือไว้ จากนั้นก็บรรจงกดมันลงไปบนชิ้นหมูที่สุกกำลังพอดี

“จริงสิลูเชียน วันนี้คุณนายดอร่าทำแจกันของลูกแตก แต่ไม่เป็นไรนะจ๊ะแม่สั่งให้คนไปซื้อมาใหม่ให้แล้วล่ะ” เจ้าของชื่อฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มรับ ไม่ได้กล่าวอะไร คุณแม่ไม่เคยเข้าใจคำว่า ‘ของแพง’ เธอเป็นเลดี้โอเมก้า บุตรสาวท่านวิสเคานท์ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมตามประสาโอเมก้าชนชั้นสูงทั่วไป และหลังแต่งงานแล้วก็ยังถูกประคบประหงมอยากได้อะไรก็มีคนหามาประเคนให้ตรงหน้าอยู่ดี ฉะนั้นอธิบายไปก็ป่วยการ

เขาก็แค่ต้องหาเงินให้มากขึ้นมาชดเชยส่วนที่หายไปเท่านั้นเอง…


หลังจากของหวานหมดจาน ทั้งสามก็ย้ายไปนั่งสนทนากันต่อในห้องรับแขก ให้เหล่าคนรับใช้เข้ามาเก็บกวาดและทำความสะอาดห้องอาหารตามหน้าที่

ห้องรับแขกถูกตกแต่งด้วยของราคาแพงมากมาย นาฬิกาไขลานเรือนใหญ่ที่มุมหนึ่งของห้อง โซฟาไม้แกะสลักทาสีทองบุด้วยผ้าปักลายเป็นงานทำด้วยมือ ในตู้กระจกวางเครื่องเคลือบราคาแพงที่มีทั้งจาน กาน้ำชา และแจกันลายมังกรตัวยาวคล้ายงูสีขาว-น้ำเงินที่นำเข้ามาจากเวสต์แลนด์ กระทั่งพรมใต้เท้าที่ทอลวดลายละเอียดซับซ้อนก็เป็นของชั้นเลิศที่ส่งมาจากประเทศอาณานิคมอันห่างไกล เรียกว่าทั้งหมดทั้งปวงในห้องหากขายทิ้งคงได้เงินพอให้ครอบครัวชนชั้นแรงงานอยู่กินกันได้หลายปีทีเดียว

ลูเชียนและไบรอนรอให้มารดานั่งลงก่อนถึงนั่งตาม สุภาพบุรุษชนชั้นสูงถูกสอนมาว่าต้องยอมให้โอเมก้าก่อนเสมอในทุกเรื่อง จึงนับเป็นคุณสมบัติของบุรุษที่ดี ตามหนังสือแบบสอนมารยาทเล่มเดิมเล่มนั้นนั่นละ…

“ลูเชียน วันพุธลูกว่างไหม เลดี้แคทเธอรีนชวนแม่ไปดื่มชา ไปส่งแม่หน่อยสิ” ได้ยินชื่อของเลดี้แคทเธอรีนชายหนุ่มก็เงียบไปเล็กน้อย เพราะแคทเธอรีน แฮร์ริสัน ดัชเชสแห่งวอเตอร์ฟอร์ต เป็นแม่ของลอร์ดเฮคเตอร์คนนั้นที่เขาไม่ชอบหน้าน่ะสิ

“วันพุธผมมีนัดที่ชมรมฟันดาบ ให้คุณแอคตันไปส่งแล้วกันครับ” พอล แอคตัน ก็คือฟุตแมนคนเมื่อครู่ที่เสิร์ฟมื้อเย็นอยู่ในห้องอาหาร

“นี่ลูกยังมีปัญหากับลอร์ดเฮคเตอร์อยู่อีกเหรอ… อย่าลืมสิว่าตอนที่พ่อของลูกเสีย ท่านดยุคให้ความช่วยเหลือพวกเรามากมายนะจ๊ะ”  

“ไม่ใช่ว่าผมใช้คืนไปหมดแล้วตอนเขาขอยืมเงินไปใช้หนี้หรือยังไงครับ” ลอร์ดลูเชียนเลิกคิ้ว แล้วก็โดนมารดามองค้อนเข้าทีหนึ่ง

“ถึงอย่างนั้นก็อย่าไปหาเรื่องเขานัก เขาทำอะไรให้ลูกนักหนากันแน่” ชายหนุ่มได้หันหนีไปมองเปลวไฟจากเทียนบนโคมระย้าสีทองลวดลายวิจิตรแทน ปฏิเสธที่จะต่อบทสนทนาเรื่องนี้อีก 

“บางทีอัลฟ่าไม่ถูกกันก็ไม่ต้องใช้เหตุผลนักหรอกครับคุณแม่” ไบรอนพูดพลางหัวเราะเบา เจ้าตัวนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวปักลายดอกไม้ที่หน้าเตาผิง 

“แต่ลูเชียนไม่--” มารดาของชายทั้งสองพูดเพียงแค่นั้นและก็หยุดคำกะทันหัน มองไปทางสาวใช้ที่อยู่ทางประตูห้องด้วยสายตาระแวงระวัง “... ช่างเถอะๆ ให้ไบรอนไปส่งแม่แทนก็แล้วกัน”


บทสนทนาหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องเบาๆ ทั่วไป กล่าวถึงญาติที่ใช้ชีวิตอยู่อีกทวีป ม้าพันธุ์ดีตัวใหม่ที่น้องชายเพิ่งซื้อ กับเรื่องกระแสสังคมชั้นสูงทั่วไป

เขาไม่สามารถคุยเรื่องธุรกิจ การงาน หรือตัวเลขค่าใช้จ่ายต่อหน้ามารดากับน้องชายได้ ตามมารยาทที่พึงปฏิบัติการคุยกันระหว่างมื้ออาหารและหลังมื้ออาหารควรสนทนาเรื่องที่เบาสมองและไม่บั่นทอนจิตใจ… ชีวิตแบบนี้ทำให้โอเมก้าชนชั้นสูงส่วนมากไม่เข้าใจว่าชีวิตที่สะดวกสบายต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง

 ในวันนี้ไม่มีอาหารมื้อดึก หลังจากการคุยสัพเพเหระกันแล้วก็ถึงเวลาเข้านอน ฟุตแมนยื่นเชิงเทียนสีทองให้แต่ละคนถือเพื่อส่องนำทางกลับไปยังห้องของตนเอง ในยุคนี้ยังอาศัยตะเกียงและเทียนเป็นหลักในการให้แสงสว่างยามค่ำคืน 


ลูเชียนรู้สึกได้พักผ่อนในที่สุดหลังจากวันที่ยาวนานของการเจรจาธุรกิจตอนเช้า ซ้อมฟันดาบเข้าสังคมตอนบ่าย และใช้เวลากับครอบครัวในยามค่ำ 

ชุดสูทสั่งตัดพอดีตัวถูกถอดออกวางพาดไว้บนเก้าอี้ปลายเตียงอย่างไม่ใส่ใจ ชายหนุ่มเดินไปทางห้องอาบน้ำ ขาก้าวลงอ่างอาบน้ำพอร์ซเลนที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำอุ่นของใหม่ล่าสุดเพิ่งออกวางตลาดได้ไม่นาน แน่นอนว่าราคาของมันสูงลิบและมีเพียงชนชั้นสูงที่สามารถติดตั้งในบ้านได้…. และก็ยังไม่ใช่ทุกครอบครัวที่มีด้วยซ้ำไป


อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทอง ไม่เหมือนช่วงหลายปีก่อนที่เครียดแทบแย่ว่าเอาอย่างไรดี

อันที่จริงเงินกับทรัพย์สมบัติที่คุณพ่อทิ้งไว้ไม่ได้น้อย แต่คุณแม่ต่างหากที่ใช้เงินเยอะเกินไป


ลูเชียนนวดสะบักไหล่ที่มีกล้ามเนื้ออย่างคนที่ฝึกซ้อมกีฬาเป็นประจำ ผิวสีขาวแต่ไม่ซีดจนเกินไปดูสุขภาพดี ดวงตาค่อยๆ ปิดขณะที่เขาพิงหัวเข้ากับขอบอ่าง

ชีวิตของท่านเอิร์ลแห่งวินเทอร์บิวรี่เหมือนจะราบรื่นสงบสุข มีทั้งเงิน ธุรกิจ และเส้นสาย อีกทั้งเป็นคนดังในวงสังคม เขายังจะต้องการอะไรมากกว่านี้อีกล่ะจริงไหม? 

แต่เมื่อมีคนถามไถ่ว่าเหตุใดลูเชียนยังไม่แต่งงานเสียที ทั้งที่ก็ถึงอายุที่เหมาะสมมานานแล้ว ชายหนุ่มกลับตอบไม่ได้


ลอร์ดลูเชียนมีความลับบางประการ… ความลับที่ไม่อาจบอกใครได้ทั้งนั้น


…………….


เวลาเก้าโมงครึ่ง เฟิร์สฟุตแมนเบต้า พอล แอคตัน ก้าวเข้ามาในห้องนอนหลัก ชายหนุ่มเก็บเสื้อผ้าที่ปลายเตียงมาพับให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปเปิดผ้าม่านกำมะหยี่สีเบอร์กันดี ปล่อยให้แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าลูกไม้โปร่งซึ่งเป็นม่านชั้นที่สอง มาตกกระทบใบหน้าเจ้านายของบ้านที่ค่อยๆ ลืมตาตื่น

“อรุณสวัสดิ์ คุณแอคตัน”

“อรุณสวัสดิ์ครับ ลอร์ดลูเชียน”

“เหมือนวันนี้จะอากาศดี” ชายหนุ่มยิ้มให้พ่อบ้าน ที่ก็ยิ้มตอบ เก็บเสื้อผ้าใช้แล้วมาถือเอาไว้ ค้อมหัวเล็กน้อยจากนั้นก็เดินออกไปจัดการปลุกคนอื่นในบ้านต่อตามหน้าที่ 


ชายหนุ่มผมทองลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาให้หายสะลึมสะลือ ไม่นานนักบัทเลอร์ของเขาก็มาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ ชุดมอร์นิ่งโค้ตผ้าลินินสีดำสะอาดเอี่ยมที่จับคู่สีอย่างดีกับเสื้อกั๊ก กางเกงลายทางสีเทาและไทสีเข้ากัน

ในยุคสมัยนี้อัลฟ่ากับเบต้าไม่นิยมแต่งตัวด้วยสีสันฉูดฉาด ส่วนมากก็จะยึดอยู่กับดำ น้ำตาล และเทา มีเพียงพวกโอเมก้าเท่านั้นที่จะแต่งตัวด้วยสีสันสดใสและใส่เครื่องประดับมากมาย


“อรุณสวัสดิ์ คุณวินสตัน วันนี้ก็รสนิยมดีเหมือนเคย” บัทเลอร์ผู้นี้ทำงานให้ตระกูลวิทล็อกมาตั้งแต่สมัยก่อนที่คุณพ่อของเขาจะเสีย เรียกได้ว่าเป็นคนเก่าคนแก่ ในตอนที่เขายังเด็กอีกฝ่ายเป็นเฟิร์สฟุตแมนที่คอยดูแล จนต่อมาบัทเลอร์คนเก่าเกษียณก็เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาแทน

ส่วนมากแล้วท่านเอิร์ลจะปล่อยให้พ่อบ้านผู้นี้เลือกจับคู่เสื้อผ้าให้ ด้วยความที่ตัวเขาไม่ได้นิยมชมชอบสีสันทะมึนทึบแบบนี้จึงเลือกให้จับคู่ออกมาดูดีไม่ถูกจริงๆ  

ลูเชียนยกแขนขึ้น ให้ชายเบต้าวัยกลางคนช่วยสวมมอร์นิ่งโค้ต ผูกไทให้ดี แล้วก็หยิบนาฬิกาพกไขลานสีทองออกมาดูเวลา…


ชายหนุ่มเดินลงไปยังห้องอาหาร แสงแดดยามเช้าจุดให้ทั้งห้องสว่างไสวจนบรรยากาศต่างจากมื้อเย็น ผ้าม่านกำมะหยี่โทนสีร้อนถูกรวบไว้ด้านข้างด้วยสายรัดทองเหลือง เก้าอี้ไม้มะฮอกกานีแกะสลักบุลายปักเข้าชุดกันกับโต๊ะอาหาร

“อาหารเช้าวันนี้มีขนมปัง ไข่ กับเบคอน กับปลา ส่วนชาเป็นชาอัสสัมของใหม่ครับ” หลังจากไล่เรียงเมนูที่เรียบง่ายแล้วฟุตแมนหนุ่มก็เปิดฝาสีเงินออก และวางถาดอาหารไว้บนเตียงให้เจ้านายตน

ลูเชียนกล่าวขอบคุณเบาๆ และเริ่มลงมือกับอาหารในจานตรงหน้า สนทนากับมารดาเรื่องดินฟ้าอากาศกับแผนการรับเลี้ยงแมวตัวใหม่ของหล่อน จากนั้นพอถึงเวลาสิบโมงครึ่งชายหนุ่มก็เตรียมออกจากคฤหาสน์ไปขึ้นรถม้า


คุณวินสตันยื่นถุงมือ หมวก และไม้เท้าให้แก่ชายหนุ่ม ในวันนี้เขาตัดสินใจไม่พาคนรับใช้ไปกับตนด้วย เพียงแค่คุณสมิธที่เป็นโค้ชแมนก็เกินพอแล้ว


“ไปสำนักพิมพ์ซีมัวร์” เขาออกคำสั่งก่อนที่จะก้าวขึ้นรถม้า มือในถุงมือสีเทาจัดหมวกทรงสูงของตนให้ดี


ไม่นานนักรถม้าสีดำหรูหราก็แล่นออกสู่ท้องถนน จากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมืองในเวลาไม่นาน ในเมืองหลวงมีแต่ความคึกคัก รอบด้านเต็มไปด้วยร้านค้าเต็มสองข้างทาง ติดแต่ถนนหนทางออกจะสกปรกด้วยมูลของม้าที่ส่งกลิ่นเหม็นโชยจนไม่ค่อยน่าอภิรมย์ แล้วมูลเหล่านั้นยังโดนล้อรถม้าบดซ้ำจนเละเทะกว่าเดิม ย่านนี้ยังดีเพราะเป็นย่านค้าขายของชนชั้นกลาง หากเป็นย่านสลัมความเป็นอยู่ของผู้คนย่ำแย่ยิ่งกว่านี้

ครั้นเมื่อถึงหน้าสำนักพิมพ์ ทันทีโค้ชแมนลงมาเปิดรถม้าเขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นควัน แน่นอนว่าในยุคที่อุตสาหกรรมเฟื่องฟูก็ย่อมปล่อยมลพิษกันเป็นธรรมดา นี่คือสาเหตุที่ชนชั้นสูงส่วนมากเลือกที่จะสร้างคฤหาสน์แถวชานเมืองหรือนอกเมืองหลวงมากกว่าในเมือง เพราะสภาพความเป็นอยู่ไม่ดีเลย อันที่จริงขุนนางส่วนมากไม่สนใจจะแวะเวียนมาแถวนี้เสียด้วยซ้ำ แต่ในการดำเนินธุรกิจคนเราก็ต้องลุยโคลนและขี้ม้ากันบ้างถึงจะสามารถกอบโกยกำไร

ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหนึ่งในอาคารตึกแถวที่มีหน้าต่างทรงแคบแบบซ้ำๆ กัน ด้านหน้าประตูมีป้ายสำนักพิมพ์ซีมัวร์เขียนอยู่ชัดเจน


“ลูเชียน!” โอเมก้าหนุ่มผู้ไว้ผมยาวและสวมใส่คอร์เซตสีอ่อนคู่กับชุดสูทและผ้าลูกไม้มีสีสันลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานทันทีเมื่อเห็นผู้มาเยือน ท่านเอิร์ลขยับยิ้มอย่างสุภาพ และก็ถอดหมวกของตนแขวนไว้กับที่แขวนหน้าประตู พร้อมทั้งวางไม้เท้าในมือลงด้วย

“สวัสดีเที่ยงวัน ซีมัวร์” 

“กว่าคุณจะมาได้! นี่ ได้ข่าวหรือยังครับ เรื่องที่เจ้าชายไอวาจะจัดงานเลี้ยงเลือกคู่ เรากำลังหาข่าวเรื่องนี้กันอยู่เลย!” 

ที่สำนักพิมพ์ซีมัวร์เน้นการทำนิตยสารเรื่องข่าวซุบซิบวงสังคมและนิตยสารแฟชั่น ซีมัวร์ เพอร์กินส์ ผู้นี้เป็นโอเมก้าหนุ่มที่มีความฝันอยากทำธุรกิจแฟชั่นซึ่งเขาได้พบโดยบังเอิญเมื่อสามปีที่แล้วตอนที่อีกฝ่ายยังเป็นนักข่าวที่มาสัมภาษณ์เรื่องชีวิตของเขา ซึ่งอันที่จริงในงานสายนักข่าวที่จะจ้างโอเมก้าก็มีแค่พวกข่าวแนวซุบซิบในวงสังคมกับข่าวแฟชั่นเท่านั้น เรียกว่าในสังคมชนชั้นกลางก็มีการเหยียดเพศอยู่พอสมควร มีความเชื่อว่าโอเมก้ามีหน้าที่คลอดบุตรและเลี้ยงดูสั่งสอนลูกๆ อยู่เฉยๆ ที่บ้านกันในทุกชนชั้น


“คุณอยากทำธุรกิจของตัวเองไหม?” วันนั้นเมื่อสามปีที่แล้ว ลูเชียนยิ้มถามอีกฝ่าย

“ต… แต่ผมเป็นโอเมก้า จะไปทำได้ยังไงกันครับ เจ้าของบริษัทน่ะต้องเป็นอัลฟ่าเท่านั้นไม่ใช่เหรอ” เจ้าตัวทำท่าเหมือนว่าท่านเอิร์ลล้อเขาเล่น แต่ลูเชียนจริงจัง… ในเวลานั้นเขาต้องการสำนักพิมพ์ของตัวเอง และต้องควบคุมข่าวสารกับกระแสแฟชั่นในหมู่ชนชั้นสูงให้ได้

“ผมจดทะเบียนให้ แต่ให้เป็นชื่อคุณ คุณบริหาร คุณรับกำไร คิดเห็นยังไงล่ะ” แน่นอนว่าข้อเสนอก้อนโต โอกาสที่ไม่ได้มาง่ายๆ แบบนี้ ซีมัวร์ก็คว้าเอาไว้โดยไม่ลังเลเลย


… นั่นคือที่มาของสำนักพิมพ์ซีมัวร์ ซึ่งลูเชียนได้อะไรจากการค้าครั้งนี้น่ะหรือ? มหาศาลเลยล่ะ


“เรื่องงานแต่งน่ะรู้แล้ว... จริงสิ งวดนี้ทางคนดูสต๊อกแจ้งว่าผ้าไหมจากอาณานิคมมีเข้ามาเยอะ ช่วยปั่นกระแสชุดผ้าไหมให้ทีสิ ออ พวกขนสัตว์ด้วย ค้างสต๊อกจากฤดูกาลก่อนพอสมควรเลย” ลูเชียนคิดมานานแล้วว่าหากคุณสามารถควบคุมกระแสแฟชั่นได้ก็จะทำให้ควบคุมตลาดได้ ซึ่งการทำสำนักพิมพ์ทำนองนี้ที่มีอิทธิพลต่อโอเมก้าและเบต้าชนชั้นสูงถึงกลางก็เป็นประโยชน์ต่อการค้าขายและนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยหลายๆ ชนิด “...ชาอัสสัมด้วยล่ะ ปีนี้การเก็บเกี่ยวที่อาณานิคมค่อนข้างดี”

“อะไรกัน คุณมาถึงก็สั่งงานรัวๆ เลยนี่นา” เห็นคนงอแงลอร์ดลูเชียนก็ยิ้มขำ “แต่ช่วงนี้เจ้าชายไอวาทรงชอบสวมใส่ฉลองพระองค์ทำจากผ้าซาติน จะปั่นกระแสผ้าไหมคงลำบาก…”

“ไม่เห็นยาก ไปเจรจากับเลดี้โรสลินด์สิ บอกว่าจะให้เธอลงคอลัมน์ชีวิตหรูหราของเลดี้ แล้วให้ใส่ชุดผ้าไหมตอนวาดภาพประกอบ” ภายในสำนักพิมพ์มีพนักงานหลายคนที่เป็นทั้งโอเมก้าและเบต้าปะปนกันไป แต่ไม่มีอัลฟ่า… เนื่องจากซีมัวร์ไม่รับอัลฟ่าเข้าทำงาน และอัลฟ่าส่วนมากก็รับไม่ได้ที่จะต้องทำงานภายใต้การสั่งงานของโอเมก้าหรือเบต้า

ทุกคนมองบทสนทนาของคนทั้งคู่แบบชินแล้ว ในทุกเดือนท่านลอร์ดผู้นี้จะแวะเวียนมาสั่งงานให้ปั่นกระแสเสมอ และด้วยเส้นสายในวงสังคมชั้นสูงของเขา ตอนนี้นิตยสาร The Omega’s Home Journal ของพวกเขาก็ขายดีเป็นเทน้ำเทน่า ชนิดที่ว่าไม่ใช่แค่โอเมก้าชนชั้นสูงต้องซื้อ แต่เบต้าและชนชั้นกลางที่พอจะมีฐานะก็ต้องอ่านเพื่อตามเทรนด์ให้ทัน

ตั้งแต่ที่วิทยาการการพิมพ์บล็อกไม้ถูกคิดค้นขึ้นมา การเติบโตของสื่อสิ่งพิมพ์ก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่มีเพียงชนชั้นสูงเท่านั้นที่เข้าถึงหนังสือได้ก็เริ่มเข้าถึงชนชั้นกลางมากขึ้น

“เลดี้โรสลินด์เหรอ… อันที่จริงระหว่างงานเดบูตองต์ในปีที่ผ่านมา เลดี้โอฟิเลียก็มาแรงนะครับ ให้รายนั้นด้วยก็น่าจะดี” 

“ได้ทั้งนั้น จัดการเลย” เหล่าเลดี้ในวงสังคมชั้นสูงล้วนต้องการที่จะได้ลงคอลัมน์สัมภาษณ์ในนิตยสารฉบับนี้กันทั้งนั้น เพราะเป็นการอวดสถานะทางสังคมและแสดงตนว่าเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่น

ลอร์ดลูเชียนทยอยทักทายแต่ละคนในสำนักพิมพ์อย่างไม่ถือตัว อันที่จริงการปล่อยให้ซีมัวร์เรียกเขาด้วยชื่อเฉยๆ นี่ก็เป็นการไม่ถือตัวมากๆ แล้ว…


ชายหนุ่มถูกบรรณาธิการบริหารลากเข้าไปคุยในห้องประชุมเล็กแคบ ท่าทางประหนึ่งว่าอีกฝ่ายมีเรื่องอยากถามเขา

“แล้วเรื่องของเจ้าชายไอวา…” ซีมัวร์เกริ่น นั่นทำให้ผู้ฟังอดขำออกมาไม่ได้

“อยากรู้อะไร?”

“เรื่องงานเลี้ยง จะจัดที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไง มีกฎในการคัดเลือกยังไงบ้าง รับเฉพาะอัลฟ่าเท่านั้นใช่ไหม ขุนนางเท่านั้นหรือเปล่า ผมอยากรู้! คุณจะให้ผมพิมพ์เรื่องนี้ไหม!” ปกติแล้วลูเชียนไม่อนุญาตให้ซีมัวร์ตีพิมพ์เรื่องบางเรื่องของเจ้าชายไอวา หากเป็นเรื่องเล่นๆ แบบวันนี้เจ้าชายไอวาสวมหมวกสีอะไรก็ไม่เป็นไรหรอก แต่หากเป็นข่าวคาวๆ หรือเรื่องที่จริงจังกว่านั้น…

“ฉันต้องไปต้องขออนุญาตก่อน” 

“ฝ่าบาทน่ะเหรอครับ” ฟังจบแล้วเอิร์ลหนุ่มก็พยักหน้าแทนคำตอบ

  “แล้วจะส่งจดหมายมาอีกที… อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” สีหน้าผิดหวังของชายหนุ่มอีกคนทำให้เขาอดยิ้มปลอบไม่ได้ “เอาอย่างนี้ เราลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์ดีดแบบใหม่ที่เพิ่งวางขายในตลาดมาใช้กันดีไหม ได้ยินว่าพวกหนังสือพิมพ์ใหญ่ๆ ก็มีกันแล้ว” 

ได้ยินคำว่าเครื่องพิมพ์ดีด ตาของอีกฝ่ายก็เป็นประกายขึ้นมา ของชนิดนี้เพิ่งออกใหม่ได้ไม่นาน ราคาสูงจนลังเลใจว่าจะลงทุนดีหรือไม่ลงทุนดี แต่เมื่อนายทุนออกปากแล้วก็ย่อมได้ของมาใช้อย่างแน่นอน

“คุณนี่ถนัดเอาของมาล่อผมจริงเชียว” ลูเชียนยกยิ้มมุมปาก กอนจะลุกขึ้น

“เดี๋ยวฉันต้องไปแล้ว บ่ายวันนี้ต้องไปชมรมฟันดาบอีก” ชายหนุ่มผายมือเป็นเชิงรอให้อีกฝ่ายส่งมือให้ 

“รีบจัง ว่าจะชวนไปกินอาหารเที่ยงสักหน่อย อา… แต่อาหารชนชั้นกลางอาจจะไม่ถูกปากคุณ” 

โอเมก้าหนุ่มวางมือลงไปบนนั้น และท่านลอร์ดก็ช่วยประคองเขาลุกขึ้น ปฏิบัติตัวเป็นสุภาพบุรุษทุกประการ

“จะว่าไปแล้ว… เพื่อนทางจดหมายของคุณคนนั้นเป็นยังไงบ้าง ยังติดต่อกันอยู่ไหมครับ” คำถามของซีมัวร์นี้ จะให้อธิบายก็ต้องเท้าความไปถึงเมื่อปีก่อนที่ทางนิตยสารจัดกิจกรรมเพื่อนลับทางจดหมาย ซึ่งแรกเริ่มจดหมายจะถูกส่งมาที่สำนักพิมพ์ก่อน และทางสำนักพิมพ์จะสุ่มส่งจดหมายไปยังที่อยู่ต่างๆ เป็นสื่อกลางการแลกส่งจดหมาย เป็นเพื่อนทางปากกาแบบนิรนาม ส่วนมากคนที่ร่วมเล่นก็มักจะเป็นชนชั้นสูงทั้งนั้น (แน่ล่ะ คนที่ว่างพอและรู้หนังสือมันก็มีแต่พวกคนรวยที่เป็นโอเมก้าไม่ก็เบต้าหญิงนั่นละ) แต่ทำได้ราวหนึ่งปีก็เลิกเพราะค่าใช้จ่ายที่สูงและลูเชียนเล็งเห็นว่าไม่ได้กำไรตอบแทนจากกิจกรรมนี้เท่าไรนัก ซึ่งระหว่างกิจกรรมครั้งสุดท้ายเหล่าสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษที่ส่งจดหมายลับก็ได้แลกเปลี่ยนที่อยู่และส่งจดหมายแลกกันเองซะส่วนมาก

มีไม่กี่คนที่รู้ว่าลอร์ดลูเชียนก็เล่นกิจกรรมแลกเปลี่ยนจดหมายนี่กับเขาด้วย หากซีมัวร์จำไม่ผิด วันนั้นท่านเอิร์ลมาที่สำนักพิมพ์ เหลือบเห็นจดหมายซองหนึ่งที่เขาไม่ทันได้ดูว่าส่งมาจากใครมาจากกองจดหมายมหาศาล แล้วเจ้าตัวก็เก็บจดหมายซองนั้นใส่กระเป๋าเสื้อไปเลย..

หากให้ซีมัวร์เดาก็อาจเป็นเลดี้โอเมก้าในสังคมชั้นสูงสักคนที่เจ้าตัวหมายปองอยู่นั่นละ...

“ก็ยังติดต่ออยู่” 

เจ้าตัวตอบแค่สั้นๆ แต่ไม่ได้เล่าอะไรมากกว่านั้น ก่อนจะขอตัวจากไปอย่างสุภาพ ซึ่งบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นก็ไม่ได้รั้งท่านลอร์ดไว้แต่อย่างใด


ซีมัวร์มองตามรถม้าที่แล่นออกไปจากหน้าต่างชั้นสองที่ปิดอยู่เพื่อกันกลิ่นของเสียจากบนท้องถนนด้วยสายตาสงสัย

ลอร์ดลูเชียนควงแต่เลดี้โอเมก้าตระกูลดัง และไม่เคยให้ความสนใจแก่ชายหนุ่มเลย เขาก็ตัดใจไปนานแล้ว แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมคนคนนั้นทั้งที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้จึงไม่แต่งงานเสียทีนะ ฐานะก็พร้อม ทางบ้านก็พร้อม อายุก็เลยแล้ว มัวรออะไรอยู่กันแน่


ความคิดพลันหยุดแค่นั้นเมื่อนักเขียนคอลัมน์ที่นั่งอยู่ด้านหลังร้องเรียกชื่อซีมัวร์ โอเมก้าหนุ่มหันไปให้ความสนใจกับชิ้นงานที่ต้องตีพิมพ์ในอีกไม่กี่วันต่อ และวันนั้นทั้งวันก็ไม่ได้คิดถึงท่านเอิร์ลผู้นั้นอีกเลย



…………..


วันจันทร์...


วันนี้ท่านเอิร์ลตื่นแต่เช้าตรู่ ให้บัทเลอร์ช่วยสวมใส่ชุดเข้าเฝ้าซึ่งเป็นเสื้อตัวนอกพื้นเข้มคอสูง ปักดิ้นทองบริเวณสาบเสื้อและแขนเสื้อ เอวสะพายดาบ ซึ่งก็เป็นเพียงของตกแต่งเท่านั้นเพราะเนื้อเหล็กทื่อไม่สามารถแทงอะไรเข้า เมื่อตรวจความเรียบร้อยดีแล้วจึงเดินทางมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง ไปยังพระราชวังเซนต์ลูเซีย 

รถม้าแล่นผ่านประตูรั้วสีทองขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ เปิดออก เมื่อผ่านเข้าไปแล้วด้านในคือสวนขนาดใหญ่ที่รวบรวมพืชพรรณมากมาย หันมองสองข้างทางจะเห็นพุ่มกุหลาบที่ตัดแต่งและจัดวางอย่างมีแบบแผน กับน้ำพุหน้าตาเหมือนกันที่วางขนาบอยู่สองฝั่งถนน

เคยได้ยินว่าผู้ที่สั่งให้สร้างน้ำพุรูปสลักเทพจากศาสนาเก่าใหญ่โตก็คือราชาองค์ก่อน ครั้นเมื่อเสด็จไปเยือนพระราชวังที่ประเทศอีสแลนด์ก็ทรงเห็นว่าที่นั่นมีน้ำพุที่จะมีน้ำพุ่งออกมาจากปากรูปปั้นปลาทุกเช้าและเย็น ในสมัยนั้นนับว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่หรูหราฟุ่มเฟือย พอเสด็จกลับมาก็ทรงดำริว่าจะสร้างน้ำพุบ้างแบบที่ไม่น้อยหน้าพวกอีสต์แลนด์… ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ราชวงศ์มีไม่เคยขาดก็คือเงินทอง และวัฒนธรรมการอวดรวยก็เริ่มมาตั้งแต่ระดับราชวงศ์


ผ่านสวนเข้าไปแล้วทหารราชองครักษ์ก็เปิดประตูพาลอร์ดลูเชียนเข้าไปสู่ห้องโถงใหญ่ซึ่งมีบันไดทอดยาวออกมาจากทั้งสองฝั่ง พื้นปูพรมสีแดง ผนังสีขาวตกแต่งลวดลายสีทอง ตัวราวบันไดแกะสลักลวดลายศิลปะแนวบาโรค และที่ด้านบนสุดของบันไดประดับรูปเหมือนสีน้ำมันขนาดเท่าคนจริงของพระราชินีองค์ปัจจุบัน

รออยู่สักพักคนของหน่วยราชองครักษ์ก็มาพาเขาไป ผ่านห้องหับมากมายที่แทบนับไม่ถูกว่าถูกใช้งานทำอะไรบ้าง จนมาถึงห้องรับรองที่คุ้นเคยดี

ชายหนุ่มมีตำแหน่งอยู่ในสภาที่ปรึกษาของพระราชินี เช่นนั้นการปรากฏตัวของเขาจึงไม่ได้นำพาความแปลกใจแก่เหล่าทหารองครักษ์ อันที่จริงแล้วในวันนี้เป็นพระนางที่เรียกลูเชียนมาพบ


ปล่อยให้รออยู่ประมาณเกือบยี่สิบนาที ประตูห้องก็ถูกเปิดออก ด้วยเป็นการนัดพบแบบส่วนตัวระเบียบปฏิบัติจึงถูกละเลยไปบ้าง ชายหนุ่มลุกขึ้นโค้งคำนับผู้มาใหม่แทบจะทันที

“ฝ่าบาท…” วันนี้พระนางสวมใส่เสื้อเชิ้ตขาวคอสูง ผูกด้วยไทสีดำ กับกระโปรงดำยาวถึงพื้นลายเรียบง่าย และขนนกสีดำประดับศีรษะอีกเล็กน้อย เรียบๆไม่ฉูดฉาดดึงดูดสายตาแบบชุดของพวกโอเมก้า แต่ขับเน้นสรีระความเป็นหญิงออกมาอย่างโดดเด่น

พระราชินีเป็นหญิงสาวหน้าตางดงามหมดจด เรือนผมสีดำยาวรวบเรียบร้อยที่ด้านหลัง ในดวงตาสีทองมีแววตาคล้ายกำลังขบขัน ท่วงท่าการก้าวเดินสง่างามไร้ที่ติ

“ลอร์ดลูเชียน ไม่พบกันตั้งเดือน ท่านสบายดีหรือไม่” 

“สบายดีพะยะค่ะ ขอบพระทัยที่ทรงห่วงใย...” ทักทายถามไถ่ตามมารยาทเสียหลายประโยค จนสาวใช้ในวังมาเสิร์ฟชาและก็โค้งถอนสายบัวจากไป พระนางถึงเข้าเรื่องที่เรียกเขามาเสียที


“เรื่องงานเลี้ยงของไอวา... ท่านมีความเห็นเช่นไร” พระราชินีเซเรน่าหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ ทั้งริมฝีปากเคลือบด้วยรอยยิ้มบาง

“เจ้าชายอาจจะเพียงอยากเล่นสนุกเท่านั้น”

“คิดเช่นนั้นจริงหรือ?”

“...หรือไม่ก็คงมีจุดประสงค์บางอย่างที่เกี่ยวพันกับเรื่องการแต่งงานทางการเมือง”


หญิงสาวร่างสูงวางถ้วยชาลงกับจานรอง หันมาสบตากับสุภาพบุรุษที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่เป็นพระสหายตั้งแต่วัยเรียน


“เราคิดว่า… นานแล้วที่เมนแลนด์ไม่ได้มีการแต่งงานระหว่างเชื้อพระวงศ์เชื่อมสัมพันธ์กับอีสต์แลนด์” พระนางสรวลเบา เอ่ยถึงแผนที่คิดจะส่งน้องชายออกไปจากชายแดนเมนแลนด์ “เพิ่งจะส่งทูตไปที่นั่นได้ไม่นานเขาก็มีปฏิกิริยาเสียแล้ว ข่าวไวจริงเชียว” 

“ไม่แปลกพะยะค่ะ เจ้าชายไอวาทรงมีแหล่งข่าวของพระองค์”

“เป็นแหล่งข่าวที่ล้วนกำจัดยากทั้งนั้นเสียด้วย...”


อันที่จริงแล้วแม้จะเป็นพี่น้องร่วมอุทรก็ใช่จำเป็นต้องรักกันเสมอไป กรณีขององค์ราชินีกับเจ้าชายก็เป็นเช่นนั้น ความขัดแย้งที่เบาบางระหว่างเจ้าชายโอเมก้ากับพระราชินีอัลฟ่ามีน้อยคนนักที่รู้ แต่แม้ไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ต้องถอนรากถอนโคน เพราะอันที่จริงเจ้าชายไอวาเองก็ไม่เคยทำอะไรเกินขอบเขต

สำหรับลูเชียนแล้ว อีกฝ่ายก็เพียงพยายามสร้างจุดยืนให้โอเมก้ามากขึ้นโดยการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงในเรื่องสิทธิของโอเมก้าเท่านั้น เช่นกฎหมายห้ามโอเมก้าออกเสียง หรือห้ามโอเมก้ากับเบต้าเป็นเจ้าของกิจการ… ผู้ที่อยู่ข้างเจ้าชายก็มี ส่วนมากจะเป็นท่านลอร์ดที่มีบุตรชายเป็นเบต้า และพวกชนชั้นกลางเจ้าของธุรกิจที่ร่ำรวย

เจ้าชายไอวามีอิทธิพลในแบบของตนเอง แม้จะไม่มีสิทธิในการปกครองแต่เขาเป็นผู้นำด้านแฟชั่นและควบคุมกระแสหลายอย่างในวงสังคมชั้นสูง ท่านเอิร์ลทราบดีว่าแบรนด์เครื่องแต่งกายหรือห้องเสื้อชื่อดังหลายแห่งก็เป็นของเจ้าชายไอวาที่สวมชื่ออัลฟ่าอื่น

เรียกได้ว่าก็เป็นบุคคลที่น่ากลัว หากไม่มีกฎมณเฑียรบาลห้ามโอเมก้าขึ้นครองราชย์ พระราชินีอาจจะไม่สามารถก้าวขึ้นบัลลังก์อย่างมั่นคงก็เป็นได้


“แล้วฝ่าบาททรงเห็นเช่นไร… หากทรงไม่อนุญาตให้จัดงานเลี้ยงเขาก็น่าจะไม่มีทางออกแล้ว”

พระนางตักของว่างคำเล็กส่งเข้าปาก ละเลียดชิมอย่างไม่รีบร้อน กลืนอาหารจนหมดแล้วจึงค่อยเอ่ยปาก

“ลูเชียนที่รัก... ท่านน่าจะรู้นิสัยเสียของเราดีที่สุด” ดวงตาสีทองช้อนสบกับพระสหายและที่ปรึกษา “เราทนไม่ได้กับการถูกใครท้าทาย และเราชอบเล่นเกมเป็นที่สุด” 

ฟังแล้วลอร์ดลูเชียนก็อดยิ้มอ่อนใจออกมาไม่ได้ แน่นอนว่าเขาทราบดี… พระนางเป็นเช่นนี้มานานแล้ว… เข้มแข็ง รักศักดิ์ศรี ไม่ยอมคน แต่นั่นก็เป็นคุณสมบัติที่ทำให้หลายคนเคารพรัก

“เล่นกับเขาหน่อยเป็นไร… ต่อให้ส่งเขาออกนอกประเทศไม่ได้ แต่เราก็มียังอีกหลายวิธีที่จะตัดกำลังของเขา” 

“แปลว่าจะทรงอนุญาตให้เขาจัดงานเลี้ยงเลือกคู่หรือ” 

“ข่าวลือสะพัดไปไกลถึงชนชั้นกลางแล้วกระมัง เราจะทำให้ทุกคนผิดหวังได้หรือ” 

“นั่นก็จริงอยู่ สหายของกระหม่อมที่เป็นบรรณาธิการนิตยสารข่าวสังคมก็ได้ยินเรื่องนี้แล้วเหมือนกัน” สิ้นคำ เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาของหญิงสาว

“ไอวาทำงานเร็วเสมอนั่นละ” ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครกันเป็นผู้ปล่อยข่าวลือจนมันแพร่สะพัดไวถึงปานนี้

“แล้วที่เรียกกระหม่อมมาสนทนาเรื่องนี้ เกรงว่าคงไม่ใช่เพื่อมาระบายความทุกข์เฉยๆ กระมัง?” ดวงตาสีฟ้าฉายแววขบขัน วางถ้วยชาลงแล้วนิ้วชี้ยังคงอ้อยอิ่งอยู่บนหูถ้วย

“ท่านรู้ใจเราเสมอ... ถูกต้องแล้ว เราต้องการให้ท่านขัดขวางไอวา”

“จะให้ขัดขวางอย่างไรดี ราชินีของกระหม่อม” สิ้นคำถามหยั่งเชิง เซเรน่าเอียงคอเล็กน้อย และส่งยิ้มหวานให้แก่เขา 

“ท่านเป็นที่ปรึกษาของเราไม่ใช่หรือ เรื่องนี้เราต่างหากที่ต้องถามท่าน” นั่นแปลว่าใช้วิธีใดก็ได้ แล้วแต่เขาเลย

“กระหม่อมรู้สึกว่าฝ่าบาททรงกำลังสนุกกับเรื่องนี้” 


มือข้างนั้นเอื้อมมาแตะเชยคางของชายหนุ่มด้วยปลายนิ้วชี้ ดวงตาสีทองฉายประกายแวววาวขบขัน

“นับตั้งแต่ครองราชย์ไม่ค่อยมีเรื่องบันเทิงให้เราทำมากนัก”

“กระหม่อมพร้อมเป็นเบี้ยให้ฝ่าบาทใช้งานเสมอ…” มือขวาสัมผัสสองนิ้วที่ใต้คางตนแผ่วเบา ค่อยๆ จับลดมือลงเป็นเชิงปฏิเสธอย่างอ่อนโยน “เพียงเรื่องบางเรื่องก็เกรงว่าจะถูกเข้าใจผิดจากพระสวามีได้”

“ช่างน่าเสียดายนักที่ท่าน…” พระราชินีหยุดคำอยู่เท่านั้น และก็ระบายลมหายใจยาว ไม่ได้ต่อความในเรื่องนั้นอีก “จริงสิ แล้วเรื่องเพิ่มการส่งออกฝิ่นจากอาณานิคมไปยังเวสต์แลนด์เป็นอย่างไรบ้าง” 

ชายหนุ่มค่อยๆ ปล่อยพระหัตถ์ของนายเหนือหัว จากนั้นก็ตอบอย่างคล่องแคล่วตามวิสัย

“เป็นไปด้วยดีพะยะค่ะ กระหม่อมได้สั่งให้คนไปกระจายกระแสการผสมฝิ่นในยาสูบ เหมือนจะได้ผลลัพธ์ที่ดีทีเดียว”

ฟังแล้วหญิงสาวก็ยิ้มพอใจ ถูกต้องแล้ว… เบื้องหลังแบรนด์แฟชั่นมีเจ้าชายไอวาฉันใด เบื้องหลังบริษัทนำเข้า-ส่งออกของลอร์ดลูเชียนก็มีพระราชินีรู้เห็นอยู่ฉันนั้น ของใดควรส่งออกไปที่ใด ของใดมีอุปทานมากกว่าอุปสงค์ในประเทศ การสามารถควบคุมสิ่งเหล่านี้กระทบกับเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง แน่นอนว่าพระนางย่อมไม่ปล่อยให้หลุดรอดไปได้

...เช่นนั้นแล้วบริษัทของลอร์ดลูเชียนจึงมีใบอนุญาตการนำเข้าและส่งออกสินค้าบางชนิดแต่เพียงผู้เดียว และในอีกหลายธุรกิจที่ชายหนุ่มถือครอง เบื้องหลังก็มีพระนางคอยบงการอยู่เช่นกัน

“ขาดท่านไปเราคงแย่แน่ ไม่มีใครทำงานได้รู้ใจเราเท่าท่านอีกแล้ว” หยอดคำหวานด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ราชินีเป็นเช่นนี้มานานแล้วเวลาอยู่กันตามลำพัง ซึ่งท่านลอร์ดก็ชินชามานานแล้ว

อันที่จริงจุดประสงค์ของการส่งออกฝิ่นไม่ใช่แค่เพื่อระบายสินค้าจากอาณานิคมอย่างเดียว แต่ด้วยเพราะมันมีคุณสมบัติเสพติดทำให้สามารถเพิ่มอุปสงค์ได้โดยง่าย แค่ต้องทำให้พวกเขาใช้งานจนติดเท่านั้นเอง ซึ่งประเทศที่ห่างไกลซึ่งเต็มไปด้วยคนผิวเหลืองย่อมเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างตลาดไม่ใช่หรือ เท่านี้เงินก็ไหลเข้าประเทศแล้ว

“ขอบพระทัยที่เมตตา อันที่จริงแล้วกระหม่อมก็ไม่ได้ทำอะไรมาก เพียงให้คำแนะนำพวกเขาไปเล็กน้อยเท่านั้นเอง”

“ทำต่อไป… ประเทศของเราต้องเร่งเติบโตเท่าที่จะโตได้” บางทีชายหนุ่มก็รู้สึกว่าพระนางหากไม่ใช่รักประเทศของตนมากเกินไปก็เป็นคนไร้หัวใจคนหนึ่ง แต่เขาจะว่าอะไรสหายได้เล่า… ในเมื่อตัวลูเชียนเองก็ลงเรือลำเดียวกันมาแล้ว

“สถานการณ์ไม่สงบหรือพะยะค่ะ” ท่านเอิร์ลหมายถึงสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่ยังคงตึงเครียดต่อเนื่องนับตั้งแต่ยุคอาณานิคม ผิวเผินดูสงบสุข มีการพัฒนาที่ก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมเครื่องจักรไอน้ำ แฟชั่นที่เฟื่องฟูหรูหรา... แต่คลื่นใต้น้ำนั้นใหญ่โตเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด

“จะสงบหรือไม่… ประเทศก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือสงครามทุกเมื่ออยู่ดี เราจะไม่ทำผิดพลาดเช่นในยุคพระบิดา” ยุคนี้พ้นยุคล่าอาณานิคมมาแล้ว อาจนับได้ว่าพ้นตั้งแต่ประเทศลูกประกาศตนเป็นอิสรภาพในรัชสมัยก่อน การพ่ายแพ้ในสงครามประกาศอิสรภาพครั้งนั้นถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ 


“รู้ไหม… ลอร์ดลูเชียน โลกนี้ยังมีสิ่งที่เหนือกว่าพระราชินี..…

นั่นก็คือจักรพรรดินี”


ฟังแล้วลอร์ดลูเชียนก็สบตากับอีกฝ่ายนิ่ง...

เขารู้ว่าพระนางเป็นคนทะเยอทะยาน รู้ดีว่าเพียงบัลลังก์ที่ได้มาด้วยสิทธิทางสายเลือดไม่อาจทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจได้โดยง่าย 

สิ่งที่อัลฟ่าหลายคนพยายามจะเป็นในอดีตและล้มเหลวกันมานักต่อนัก แต่ทุกคนก็ยังพยายามจะไขว่คว้ามันอยู่ดี… การเป็นผู้พิชิตโลกใบนี้


“ไม่ว่าจะทรงเลือกเดินเส้นทางใด… กระหม่อมก็พร้อมติดตามฝ่าบาทพะยะค่ะ” 

หญิงสาวยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว


“ลูเชียน… ลูเชียนที่รักของเรา ท่านภักดีต่อเราเสมอมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” พระนางประสานมือวางลงบนตัก นั่งหลังตรงด้วยท่วงท่าสง่างาม “เราหวังว่าท่านจะนำชัยชนะมาให้เราในเกมกระดานที่กำลังจะเริ่ม”

ภักดีเพียงใดน่ะหรือ ภักดีเสียจนลับหลังลอร์ดลูเชียนถูกพวกคนปากบอนเรียกว่า ‘สุนัขล่าเนื้อของพระราชินี’ ไปแล้วน่ะสิ


...แต่ถึงเช่นนั้นหากเจ้านายเป็นพระนาง การเป็นสุนัขล่าเนื้อก็ไม่แย่นักหรอก

ดวงตาสีฟ้ามองสบกับดวงตาสีทอง เรียวปากยกยิ้มอย่างมั่นใจ หากราชินีทรงต้องการเบี้ย เขาก็จะเป็นเบี้ยที่ดีที่สุดของพระนาง


“พะยะค่ะ ราชินีของกระหม่อม”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 266 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

594 ความคิดเห็น

  1. #477 xlnm_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 03:59
    คิดว่าลูเซียนชอบพระราชินีหรือเปล่า เห้ยเตง แล้วก้แล้วก้ ลอร์ดอีกคนน่ะไม่ใช่!!!!
    #477
    0
  2. #432 erasererr (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 11:24
    ภาษาเหมือนอ่านหนังสือดีๆอยู่จริงๆเลย อ่านเพลินมาก สนุกๆๆฟ
    #432
    0
  3. #428 Kuroshio (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 03:37
    แต่ลูเชียนไม่? ไม่ใช่อัลฟ่า..สินะ?
    #428
    0
  4. #374 Pinpin Waranu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:31
    อยากรู้ความลับของท่านลอร์ด!!
    #374
    0
  5. #366 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:40
    รอเลยว่าเรื่องจะเป็นไงบรรยายดีมากชอบโทนเรื่องแบบนี้มากเลย
    #366
    0
  6. #336 bwjzz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:10
    แงคือเราเห็นลูเชียนเป็นชิเอลในblack butlerเลยค่ะ555555
    #336
    0
  7. #298 Hasegawa Michiko (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:28
    ดีมากกกกแงงงงง เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #298
    0
  8. #240 mmnichh (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 19:50
    คุณบรรยายดีมากนะคะ เรานับถือเลย
    #240
    0
  9. #218 Bibidiz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 17:33
    องค์ราชินีเท่มากกก ลูเซียนก็เท่มาก ฉลาด ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรมากค่ะ
    #218
    0
  10. #199 _bedgasm_2 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 04:19
    บรรยายดีค่า เห็นบรรยากาศ เห็นภาพชัด ทำการบ้านดี
    #199
    0
  11. #179 D-Dindin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 23:29
    อุว้ากกก ลูเชียนโคดเท่เลย บรรยายดีมาก ภาษาดี อดประทับใจไม่ได้เลยจริงๆ รายละเอียดบรรยายสภาพแวดล้อม เครื่องเรือน เสื้อผ้า มารยาทต่างๆยิบย่อยเยอะมาก นับถือที่เอาใจใส่ หาข้อมูลมาได้เยอะและละเอียะลออขนาดนี้ ขอบคุณที่ทุ่มเทกับการเขียนนิยายสนุกๆให้ได้อ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า
    #179
    0
  12. #171 Withchp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 18:10
    เราว่าไม่น่าใช่อัลฟ่าอ่ะ ลูเซียนหนูเป็นอะไรลูกกกกก(รู้สึกเอ็นดูยังไงไม่รู้😂)
    #171
    0
  13. #150 Vitchayada (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 20:31
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากๆๆๆๆๆ
    #150
    0
  14. #111 ซินเดอเรล✰. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:42
    ดีมากจริงๆค่ะ ชอบภาษา สำนวนการบรรยาย ได้อารมณ์มาก เหมือนอ่านนิยายแปลอยู่เลยด้วยซ้ำ ว่าแต่ลอร์ดลูเชียนไม่ใช่ว่า.....
    #111
    0
  15. #46 MinRos (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 16:32
    พอพูดถึงอัลฟ่าแล้วคุณแม่บอกว่าลูกไม่...
    คิดเลยทันทีค่ะ คุณลูเซียนไม่ใช่อัลฟ่าแน่ๆ ปิดบังความลับไว้ทำไม ราชินีก็ทำท่าเหมือนรู้ความลับของท่ายลอร์ด อยากรู้ด้วยอ้ะ!

    เรื่องนี้อ่านแล้วให้ฟีลเหมือนยุคประมาณเชอล็อคโฮม(ที่จู๊ดลอว์เล่นเป็นวสันต์และโรเบิร์ตดอวเล่นเป็นเชอล็อค)แล้วก็ฟีลแบบท่านเอิร์ลตระกูลแฟนทอมป์ไฮต์ที่ทำงานรับใช้ราชินี(การ์ตูนญี่ปุ่น) ชอบอ่ะ แค่ปูเรื่องมาไม่เท่าไหร่ก็ตื่นเต้นแล้ว แถมลอร์ดลูเซี่ยนก็เท่มาก รอตอนเปิดตัวลอร์ดเฮกเตอร์ไม่ไหวแล้ววว
    #46
    0
  16. #25 [เสพศิลป์] (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 23:47
    บรรยายดีหายากเหมือนกันนะ แนวยุกลาง. อ่านไปด็สงสัยความลับอะไรว้าาาา
    #25
    0
  17. #3 Kuroyasha_SS (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 19:16
    บรรยายได้เข้าถึงยุควิคตอเรียนมากจนรู้สึกอึดอัดกับมารยาทสังคมตามเลยค่ะ55555 ลูเชียนนี่จริงๆแล้วเป็นเบต้าใช่ไหมนะ?
    #3
    0
  18. #2 puenx_0311 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 18:55
    ชอบบบ รอติดตามตอนต่อ ๆ ไปนะคะ ><
    #2
    0
  19. #1 Tahnya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 18:32
    ไม่นึกว่าจะได้อ่านนิยายแนวนี้ในเด็กดี พวกนิยายแนวยุคกลางเนี่ยคุมโทนยากอยู่นะคะ เปิดเรื่องมาสนุกดี จะรออ่านตอนต่อๆไปนะคะ
    #1
    0