Rivalry of the Two Gentlemen (omegaverse)

ตอนที่ 18 : Chapter 16: Hector’s Plan

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    30 ก.ย. 62

Chapter 16 Hector’s Plan


อากาศที่โอล์ดแลนด์อบอุ่นกว่าเมนแลนด์

ฤดูหนาวใกล้จบลงเต็มที สัญญาณของฤดูใบไม้ผลิเริ่มแสดงออกมาผ่านดอกหญ้าดอกเล็กบนพื้นหญ้าสีเขียวซึ่งเป็นวิวที่เห็นได้จากหน้าต่างห้องนอน

คุณแอคตันมาเคาะประตูเรียกตรงเวลาที่ได้รับคำสั่ง ชุดนอนตัวยาวถูกถอดออกและเปลี่ยนเป็นเชิ้ตขาวคอปกสูงผูกเรียบร้อยด้วยเนกไทสีเทา กับมอร์นิ่งโค้ตตัวเก่าที่คุณแอคตันนำไปปัดทำความสะอาดแล้ว 

ชายหนุ่มผมทองหยิบนาฬิกาพกมาเหลือบดูเวลา แปดโมงเช้าช่วงก่อนเวลาอาหารเช้าไม่นาน… ส่วนเวลาออกเดินทางคือสิบโมงเช้า เมืองที่เป็นจุดมุ่งหมายอยู่เหนือขึ้นไปอีก จัดเป็นเมืองเล็กฉะนั้นจึงไม่มีสถานีรถไฟไปถึง จำเป็นต้องเดินทางด้วยรถม้าขึ้นไปโดยใช้เวลาหลายวัน


ลอร์ดลูเชียนบอกกับฟุตแมนให้เตรียมเก็บของเพื่อออกเดินทาง ขณะที่ตนเดินไปยังห้องพักของลอร์ดเฮคเตอร์… หลังจากเคาะประตูสามครั้ง บานไม้ใหญ่ก็เปิดออก แขนของแขกผู้มาเยือนถูกดึงให้เร่งเข้าไปด้านในโดยไม่ทันตั้งตัว ร่างที่เล็กกว่าชนเข้ากับอกของเจ้าของห้องเข้าเต็มรัก

ชายหนุ่มผมบลอนด์มุ่นคิ้ว เงยหน้าขึ้นเอ็ด

“คุณทำอะไรของคุณ ลอร์ดเฮคเตอร์…”

“ระวังหน่อย ไม่ควรมีใครเห็นคุณมาที่นี่”

“... คุณคิดจะทำอะไรกันแน่” คิ้วสีบลอนด์มุ่นลงอย่างไม่เข้าใจทันทีที่ได้ฟังประโยคดังกล่าว

“สรุปจะร่วมมือหรือไม่ร่วมมือ” คำถามดังกล่าวถูกตอบด้วยคำถาม ดวงตาสีเทามองด้วยแววคาดคั้นจะเอาคำตอบ นั่นทำให้ลอร์ดลูเชียนยิ่งนิ่วหน้าหนักกว่าเก่า “เวลามีไม่มาก… ผมต้องการคำตอบ”

น้ำเสียงเร่งเร้าทำให้ชายนุ่มให้คำตอบออกไปสั้นๆ ฟังดูแล้วแทบจะเป็นเสียงถอนหายใจ

“ร่วมมือ”

“เรามีเวลาสองชั่วโมง... ผมจะเดินทางไปกับคุณ แล้วให้คนของผมกับฟุตแมนของคุณไปรถม้าอีกคัน”

การต้องสละคนติดตามเพียงคนเดียวไม่ใช่ความคิดที่ลอร์ดลูเชียนชอบใจเอาเสียเลย จริงอยู่ว่าเขาไม่ไดติดสบายขั้นต้องพึ่งพาคนรับใช้ตลอดเวลา

“ฟุตแมนของคุณผมสีเดียวกับผม และเขาก็สูงใช้ได้… ถ้าเดินไวๆไปขึ้นรถม้าน่าจะพอตบตาคนได้อยู่”

“คุณตั้งใจจะทำอะไร อย่างน้อยก็อธิบายให้ผมฟังสักหน่อยเถอะว่าจะทำแบบนี้ไปทำไม”

ดวงตาสีเทามองสบตากับดวงตาสีฟ้านิ่ง ในนั้นไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกใดเป็นพิเศษ

“ผมมั่นใจพอสมควรว่าตัวเองน่าจะเป็นเป้าหมายรายต่อไป เลยอยากจะอาศัยรถม้าคุณไปแทน”

“...อะไรทำให้คุณคิดว่าผมจะยอมสละฟุตแมนเพื่อช่วยคุณกัน ลอร์ดเฮคเตอร์”  

“คุณตกลงร่วมมือ นั่นหมายความว่าคุณชั่งน้ำหนักแล้วว่าการร่วมมือให้ผลดีมากกว่าเสีย นั่นอาจจะเป็นเพราะผมมีข้อมูลที่คุณไม่มี” 


ริมฝีปากได้รูปของผู้ฟังเหยียดลงเล็กน้อย อันที่จริงเขาไม่อยากยอมรับนัก… ว่าพระนางไม่ได้ให้ข้อมูลที่สมบูรณ์แก่เขาจริงๆ และชายหนุ่มก็ไม่รู้เลย ว่าที่พระราชินีทำเช่นนี้หมายความเช่นไรกันแน่ และต้องการให้เขาทำอย่างไร…

อีกประการ… ลูเชียนไม่ได้มาลงแข่งเพื่อชัยชนะ เขาแค่มาเพื่อทำให้แน่ใจว่าคนของเจ้าชายไอวาจะไม่ชนะ นั่นหมายความว่าจะคำใบ้ก็ดี สิทธิในการแข่งก็ดี ไม่ได้สำคัญกับชายหนุ่มเลยสักนิดเดียว ในการเดินทางร่วมกันหากเขาสามารถหาโอกาสทำลายกระดาษคำใบ้สักใบ หรือขโมยแหวนสักวง… นั่นก็จะทำให้ลอร์ดเฮคเตอร์หมดสิทธิ์ในการแข่งขัน

กฎกติกาดูแวบแรกสมบูรณ์ดี แต่หากสังเกตเงื่อนไขดีๆ กลับมีช่องโหว่ให้เล่นสกปรกมากมายเหลือเกิน ไม่มีกติการะบุว่าห้ามขโมยคำใบ้หรือทำการส่งมอบแลกเปลี่ยน… ส่วนผู้คุมเกมก็พร้อมจะทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งอยู่แล้ว…. เช่นมาร์ค เฮดลีย์คนนั้นไง ทำไมถึงไม่เห็นเขาเลยล่ะ ถ้าไม่ใช่ว่าออกเดินทางล่วงหน้าไปแล้ว


“...ได้ ไหนลองบอกอะไรที่ผมยังไม่รู้มาสักอย่างสิ”

“เป้าหมายถัดจากผมก็คือคุณ… และการแข่งขันรอบสุดท้ายจะเป็นรอบประมูล ซึ่งก็เข้าทางคุณคอลลินพอดี” ลอร์ดลูเชียนมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างพิจารณา คล้ายกำลังพยายามหาสัญญาณของการโกหกในคำพูดเหล่านั้น... ซึ่งไม่มี หรืออาจหลบซ่อนได้อย่างแนบเนียนก็ไม่อาจทราบ

“คุณคอลลินเหมือนจะพาคนคุ้มกันมาเยอะทีเดียว แค่ผู้ติดตามก็เห็นหลายคนแล้ว คุณคิดจะทำยังไง”

“คุณเตรียมคนดักไว้ที่ไหนบ้าง?” 

ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองผู้ถาม ตอบทั้งสีหน้าเรียบเฉย

“คุณขอให้ผมเผยไพ่ของตัวเอง แล้วไพ่ของคุณล่ะครับ” 

“ทางไปเมืองวีมีถนนแค่สองสาย ทิศเหนือใกล้ที่สุด ส่วนทิศตะวันออกต้องอ้อมไกลหน่อย.. ผมวางดักไว้ทั้งสองทาง ยังไงซะถ้าเดินทางด้วยรถม้าก็ต้องผ่านถนน” ลูเชียนรับฟังทั้งสบตานิ่ง จากนั้นถึงให้คำตอบ

“ผมบอกให้คนของผมติดตามผู้เข้าแข่งขัน ไม่ใช่ไปดักเอากลางทาง… จะได้ไม่ผิดพลาด รวมถึงตามคุณด้วย แต่การเข้าร่วมของคุณคอลลินนั้นเหนือความคาดหมาย... ก็เลยไม่ได้จัดคนไว้ตามเขา”

“ก็ไม่น่าแปลกใจ” ฟังจบเฮคเตอร์ก็พยักหน้ารับเล็กน้อย “น่าเสียดายที่คนของคุณที่ส่งมาตามผม… โดนเก็บกวาดไปหมดแล้ว” 

ลอร์ดลูเชียนฟังแล้วก็ยิ้มเย็น ไม่ได้นึกแปลกใจเท่าใดนัก หากเฮคเตอร์รู้เรื่องคนที่เขาส่งไปจัดการเอ็ดเวิร์ดก่อนข้ามชายแดน ไหนเลยจะไม่รู้เรื่องอื่นๆ… แต่ไม่เป็นไร 

“เพราะคุณรู้การเคลื่อนไหวของผม พอเกิดเรื่องกับลอร์ดริชาร์ดก็เลยรู้ทันทีสินะว่ามีบุคคลที่สาม..”

“ถูกต้อง”

ลูเชียนหัวเราะเบาอย่างฝืดเคือง บางทีคนที่เขาวางเอาไว้เพื่อเก็บลอร์ดจอห์น แฮโรล์ด คนสนิทของเจ้าชายไอวาที่ยังเหลืออยู่บนกระดานนอกจากเฮคเตอร์อีกคนก็อาจจะโดนเก็บกวาดไปหมดแล้ว

รอบหน้ามีแค่สามคนที่จะได้เข้ารอบ เขาก็หวังว่าคุณราล์ฟกับลอร์ดคริสเตียนจะไปถึงเส้นชัยก่อนคนของเจ้าชายไอวา ส่วนลอร์ดเฮคเตอร์… ก็ดึงให้จมลงไปพร้อมกันในรอบนี้เลย… 

“แผนคือผมจะสลับตัวกับฟุตแมนของคุณ เราจะเดินทางด้วยรถม้าคุณขึ้นเหนือไปก่อน ไปเปลี่ยนรถที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง จากนั้นนั่งย้อนกลับมาสถานีรถไฟ นั่งขึ้นเหนือแล้วค่อยนั่งรถม้าลงมาจากเมืองที่ใกล้ที่สุด”

“นั่นจะไม่ช้าเกินไปหน่อยเหรอครับ น่าจะไปสายกว่าคนอื่นหนึ่งวันเต็มทีเดียว” 

“ไม่เป็นไรหรอก… เพราะรอบหน้ามีการแข่งขัน ไปถึงให้ทันห้าคนก็พอ” อีกครั้งที่เกิดความสงสัยในใจของลอร์ดลูเชียน… ทำไมเฮคเตอร์ถึงรู้ข้อมูลเหล่านี้ที่เขาไม่รู้ และแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นอยู่กันแน่

ทว่าท่านเอิร์ลก็ทำได้เพียงนึกสงสัย เขาไม่มีทั้งเวลาและทรัพยากรเพื่อหาคำตอบในเวลานี้ เรื่องนี้คงต้องพักไว้ก่อน เอาไว้กลับเมนแลนด์แล้วค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือยึดตามแผนเดิมให้ดีที่สุด

เพราะหากพระนางมีส่วนเกี่ยวข้องจริง… เขาก็ควรทำตามสิ่งที่พระราชินีรู้ว่าเขาจะทำเพื่อไม่ให้แผนโดยรวมมีการคลาดเคลื่อน หรือหากพระนางไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ยังควรทำตามนี้อยู่ดี 

“...ได้ ผมหวังว่าคุณคงมีแผนรับมืออยู่แล้ว” ลูเชียนตอบเสียงเรียบ ในหัวคิดคำนวณอยู่หลายเรื่อง “ผมมีสำรองคนไว้ใช้งานอีกกลุ่ม… ต้องแวะส่งข่าวให้พวกเขา จุดนัดพบไม่ไกลจากที่นี่นัก คุณรู้หรือเปล่าว่าอาเธอร์ คอลลิน จะเดินทางด้วยเส้นทางไหน”

“ผมส่งหนอนไปอยู่ข้างตัวเขาคนหนึ่ง… พอจะรู้ว่าเขาเลือกเส้นทางขึ้นเหนือ” ดวงตาสีฟ้ามองคนพูดอย่างพิจารณา…

บางทีคนที่อันตรายที่สุดคงไม่ใช่คุณคอลลิน แต่เป็นคนที่อยู่ตรงหน้านี่ต่างหาก

“ส่งหนอนไปข้างตัวเขาได้ ...แปลว่าคุณรู้อยู่แล้วว่าเขาจะลงแข่ง”

“ใช่”

“คุณมีเรื่องชวนให้ประหลาดใจเสมอ” ในชั่วขณะหนึ่งลูเชียนคล้ายจะเห็นมุมปากของอีกฝ่ายกระตุกยิ้มอย่างไรชอบกล…. 

“ผมจะถือว่านั่นเป็นคำชม ทีนี้ช่วยไปเอาเสื้อโค้ตของฟุตแมนคุณมาให้ยืมที” 


ดวงตาสีฟ้าไล่มองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินขนาดของอีกฝ่ายเทียบกับคุณแอคตันแล้ว..

“... มันน่าจะคับ”

“ทนไม่นาน ให้พอใส่ได้ก็พอ”

ฟังจบแล้วลูเชียนก็พยักหน้าอย่างจำใจ 

“ผมจะรีบไปคุยกับเขา จะให้เอากลับมาให้ที่นี่ใช่ไหม?”

“ไม่ ผมจะไปเจอคุณที่ห้อง…. รีบไป จำไว้ว่ารถม้าของพวกเราต้องออกจากที่นี่เป็นคันสุดท้าย”


อีกครั้งที่ดวงตาสีฟ้ามองคู่สนทนาอย่างพิจารณา เขาไม่รู้ว่าในหัวของเฮคเตอร์คิดและวางแผนอะไรอยู่กันแน่ แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามานั่งวิเคราะห์มากนัก จึงเพียงรีบรับคำและเดินออกจากห้องพักอย่างระมัดระวัง

กลับมาถึงห้องพักก็พบว่าคุณแอคตันได้เก็บข้าวของทั้งหมดลงหีบสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ลูเชียนถึงเริ่มอธิบายแผนการเดินทางที่เปลี่ยนไปให้อีกฝ่ายฟังอย่างเร่งด่วน โดยจงใจเว้นรายละเอียดหลายๆ อย่างไว้เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ไม่เกิดคำถามมากนัก


“สรุปก็คือคุณสลับตัวกับเขา แล้วก็หาทางเดินทางไปรอผมที่เมืองสุดท้ายเลย”

“แต่ท่านลอร์ด… เรื่องนี้จะไม่เป็นไรจริงๆเหรอครับ ผมหมายถึง ลอร์ดเฮคเตอร์จะเชื่อใจได้จริงๆ เหรอ” ความแตกต่างระหว่างคุณแอคตันกับคุณวินสตันที่เป็นบัทเลอร์ก็คือคุณวินสตันเมื่อได้รับคำสั่งไปแล้วจะแทบไม่ถามย้อน นานครั้งจะตั้งคำถามหรือแสดงความเป็นห่วงเป็นใยออกมา ซึ่งจะต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ กว่าจะเป็นบัทเลอร์ที่ดีได้ ท่าทางชายหนุ่มผู้นี้ยังต้องฝึกฝนอีกพอสมควรทีเดียว

“ไม่ต้องกังวลไป คุณเอากระเป๋านี่ไป รักษาให้ดีห้ามทำหาย ในนี้มีค่าเดินทางกับค่าที่พักพอจะให้เดินทางได้สบายๆ”

“.... แล้วใครจะรับใช้ท่านลอร์ดล่ะครับ” คุณแอคตันยังคงมีท่าทางกังวลใจ ทั้งฝืนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ “หากเกิดอะไรขึ้นคุณวินสตันต้องฆ่าผมแน่”  

“รู้อะไรไหม การช่วยเตือนเรียกสติมันก็ดี แต่มากไปมันจะกลายเป็นการเถียง และส่วนหนึ่งของการเป็นบัทเลอร์ที่ดีคือการปฏิบัติตามคำสั่ง… เชื่อผมเถอะ ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”

เบต้าหนุ่มเหมือนมีบางสิ่งที่อยากจะโต้แย้งอีก แต่ฟังคำของนายแล้วก็ตัดสินใจปิดปากและกลืนความกังวลลงท้องไป ทั้งก้มหน้ารับคำสั่ง

“... ครับ ท่านลอร์ด ผมจะปฏิบัติตามไม่ให้บกพร่อง” 

“ดีมาก… หากจบเรื่องนี้ด้วยดีกลับไปผมจะบอกให้คุณโจนส์เพิ่มเงินเดือนให้คุณ” มือของลูเชียนกางออก รอรับเสื้อโค้ตตัวใหญ่ที่สุดที่อีกฝ่ายมีและเลือกมาให้แล้ว “ทีนี้คุณก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว  ไว้พบกันใหม่อีกทีที่นครแห่งสายน้ำ”

“รับทราบครับ… ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะครับ”

“อืม ผมไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องกังวลไป” เสื้อผ้าของลอร์ดเฮคเตอร์ถูกส่งมอบให้อีกฝ่ายนำไปผลัดเปลี่ยน คุณแอคตันเก็บสีหน้ากังวลใจได้ไม่ดีนัก สิ่งที่เจ้าตัวคิดเผยออกมาทางสีหน้าแทบทั้งหมด แต่ก็จำใจออกไปทำตามคำสั่งอยู่ดี

ลูเชียนระบายลมหายใจเล็กน้อยและรอเวลา หากเดาไม่ผิดสิ่งที่จะเกิดอาจเป็นการปล้นรถม้ากลางทาง เพราะอาเธอร์ คอลลิน ย่อมไม่กล้าทำรุนแรงกับชนชั้นขุนนาง… เหตุการณ์ที่ผ่านมาก็ไม่รุนแรงขั้นตายหรือบาดเจ็บ แค่ของถูกขโมยบ้าง รถม้าพังกลางทางบ้าง มีเพียงเอ็ดเวิร์ดเท่านั้นที่ถูกแทง แต่เรื่องนั้นเขารู้ดีว่าไม่ใช่ฝีมือของคอลลิน… แต่เป็นฝีมือของลอร์ดอีธานเองต่างหาก ซึ่งคนคนนั้นย่อมกล้าทำอยู่แล้ว

ไม่มีความจำเป็นต้องลงมือรุนแรงถึงขั้นนี้ คนคนนั้นก็แค่อยากสั่งสอนลูกชายของตนเองมากกว่า… และจากที่รู้จักลอร์ดอีธานมาพอสมควร ลูเชียนรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนประเภทที่สามารถทำเรื่องพรรค์นี้ได้แบบที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด… จนบางทีเขาก็อดคิดไม่ได้ ว่าคนคนนี้มีความบกพร่องด้านความรู้สึกหรือเปล่านะ…

คิดถึงเพื่อนคนนั้นแล้วลูเชียนก็อดถอนหายใจไม่ได้… อาจจะดีแล้วที่ลอร์ดอีธานมองว่าเรื่องทั้งหมดนี่เป็นแค่เรื่องเด็กเล่นไร้สาระและตัดสินใจไม่สอดมือเข้ายุ่ง ให้มันจบแบบนองเลือดน้อยย่อมดีที่สุด


ไม่นานนักลอร์ดเฮคเตอร์ก็มาตามการนัดหมาย พร้อมกับกระเป๋าสัมภาระขนาดไม่ใหญ่นักในมือ และหมวกทรงสูงสวมบนศีรษะ

เสื้อโค้ตที่ตัวเล็กกว่าเจ้าตัวอยู่ประมาณหนึ่งไซส์ทำให้สวมไม่พอดี ดูแล้วชวนอึดอัดอยู่ไม่น้อย แต่อีกฝ่ายหาได้ใส่ใจ ขนยกสัมภาระทั้งหมดขึ้นอย่างง่ายดาย 

“ไปกันเถอะ”

ลูเชียนรู้มานานแล้วว่าเฮคเตอร์ไม่ใช่คนประเภทคุณชายที่รอคนมารับใช้ ดูเป็นคนประเภทที่ชอบทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองมากกว่ารอผู้อื่นมาทำให้ หลังเรียนจบมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เจ้าตัวหายหน้าหายตาไปจากวงสังคม เขาได้ข่าวคราวเพียงคร่าวๆ มาว่าช่วงนั้นอีกฝ่ายออกท่องเที่ยวเดินทางไปประเทศอาณานิคม แต่ก็ไม่รู้ชัดว่าไปทำอะไรมาบ้าง…


สิบโมงตรง…

ลูเชียนก้าวจำออกจากห้องพักของตน ปลายไม้เท้าหัวที่จับสีทองฝังลงบนพื้นพรม มือในถุงมือยกหมวกทรงสูงขึ้นสวมขณะเดินผ่านล็อบบี้โรงแรม ร่างกายเดินบังฟุตแมนปลอมของตนจนไปถึงรถม้า 

ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองคนที่ช่วยโค้ชแมนขนสัมภาระขึ้นบนรถอย่างคล่องแคล่ว และมาเปิดประตูเชิญให้เขาขึ้นรถม้าอย่างคล่องแคล่ว...

รถม้าคันสุดท้ายออกวิ่งเวลาสิบโมงสิบห้านาทีพอดิบพอดี ผู้คุมเกมมองส่งพวกเขาด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ ลูเชียนเชื่อว่าทางนั้นน่าจะสังเกตเห็นฟุตแมนคนใหม่ของเขา แต่ก็คงไม่ปริปากบอกใครและไม่ทำอะไร อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นคนของพระราชินี ย่อมปิดตาข้างหนึ่งให้อยู่แล้ว


“เหมือนทุกคนจะออกเดินทางหมดแล้ว” 

“ล่วงหน้าไปไม่กี่นาที… ไม่เป็นไรหรอก” ลอร์ดเฮคเตอร์ถอดหมวกออก และโยนเสื้อโค้ตขนาดไม่พอดีตัวออกไปให้พ้นตัวราวเกลียดมันเสียเหลือเกิน

“มีคนนึงที่น่าจะล่วงหน้าไปเกือบวัน… ไม่รู้คุณสังเกตเห็นหรือเปล่า” ดวงตาสีฟ้าลอบสังเกตสีหน้าของคู่สนทนาตลอด น่าชังนักที่เฮคเตอร์เองก็เป็นคนที่เก็บซ่อนความลับได้ดีพอๆ กัน หากเขาต้องการจะซ่อน

“...เฮดลีย์ ผมเดาว่าเขาอาจจะเป็นคนที่คอลลินจ้างมา”

“จ้างมา?”

“ใช่ คุณก็รู้นี่ว่าไม่ได้มีกฎห้ามส่งมอบคำใบ้ที่ได้… และคนที่รวบรวมคำใบ้ครบไม่ว่าจะเป็นใครก็มีสิทธิเข้าร่วมประมูลในรอบสุดท้าย”

ลูเชียนตอบรับเสียงเบา กฎมีช่องโหว่ ไม่ใช่แค่เขาที่รู้ แต่เหมือนทุกคนก็จะมองออกเช่นกัน

“นั่นแปลว่าคุณคอลลินจ้างคนนอกมาช่วยรวบรวมคำใบ้ ในกรณีที่เขาเดินทางไปไม่ทันจุดหมายบางจุด?”

“เกือบถูกแล้ว… คำตอบที่ถูกต้องคือเหล่าคนนอกเกือบทั้งหมดที่พวกเราเห็น เป็นคนที่คอลลินจ้างมาลงต่างหาก”

“...ทำไมคุณถึงรู้อะไรอะไรเยอะนัก” ท่านเอิร์ลหรี่ตามองเพื่อนร่วมทางอย่างนึกสงสัย

“ผมมีแหล่งข่าวที่ดี” คำตอบแสนเรียบง่าย และไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมมากนัก ผู้ฟังตัดสินใจปล่อยไว้แค่ตรงนั้นและไม่ซักไซ้ต่อ เพราะรู้ว่าถึงถามไปก็ใช่จะได้คำตอบที่ต้องการ


รถม้าวิ่งผ่านถนนที่สองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า วิวน่าเบื่อจนชวนหลับ ทว่าร่างกายกลับตื่นตัวตลอดเวลา รู้สึกไม่วางใจในตัวเพื่อนร่วมทางเลยสักนิดเดียว ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมองอีกที กลับเห็นใบหน้านิ่งสงบของลอร์ดเฮคเตอร์ที่ปิดเปลือกตาสนิท…


ลูเชียนไม่กล้าทำเสียงดัง ด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่น กระทั่งจังหวะการระบายลมหายใจยังช้าลงตาม…

ดวงตาไล่มองตามขนตาสีดำ ลงมาถึงจมูกโด่ง และจบลงที่ริมฝีปาก… ชายหนุ่มมองอยู่นานอย่างชั่งใจ ทว่าก็ไม่ได้ขยับตัวทำอะไรทั้งนั้น

เขาไม่มีความกล้ามากพอ… ไม่เคยมีความกล้ามากพอ


ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด เปลือกตาสองข้างนั้นก็เปิดขึ้น ดวงตาสีเขียวจ้องสบตากันพอดี จนท่านเอิร์ลแทบหลบสายตาไม่ทัน

เฮคเตอร์ไม่ได้พูดอะไร… เขาก็ไม่ได้พูดอะไร

สายตาเพียงหลบออกไปจับจ้องยังภาพวิวแสนน่าเบื่อที่นอกหน้าต่าง โดยที่ไม่กล้าหันกลับมามองอีกเลย


…………..

อีกด้านหนึ่ง ณ พระราชวัง เซนต์ ลูเซีย


หญิงสาวสูงศักดิ์ยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก น้ำอุ่นกำลังพอดีชวนให้รู้สึกสดชื่นท่ามกลางฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ…


ในห้องรับรองโอ่อ่า บนผนังมีภาพวาดของเทวดาและนางฟ้าจากจิตรกรชื่อดังเมื่อร้อยปีก่อน เบื้องนอกหน้าต่างที่สูงกว่าตัวคนคือสวนที่ดูจะถูกหิมะและความหนาวเหน็บลดทอนความงามไปบ้าง แต่กระนั้นเหมันต์ก็มีเสน่ห์ในแบบของมันเอง


ยังโต๊ะตรงกลางวางกระดานหมากรุก… และบุคคลที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพระนางก็คือท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ลอร์ดอีธาน ฟาร์เรลส์

ชายวัยกลางคนยกยิ้มละไม ขณะมองตัวหมากงาช้างสีขาวในมือ และบรรจงวางมันลงบนกระดานไม่ให้ไปกระทบกับหมากตัวอื่น

“ได้ยินว่าบุตรชายท่านกลับถึงเมืองหลวงแล้ว เขาเป็นเช่นไรบ้าง” หญิงสาวมองการจัดเรียงของหมากบนกระดานอย่างไม่รีบร้อน อาศัยเวลาจากบทสนทนาเพื่อครุ่นคิดการเคลื่อนไหวถัดไปของตนเอง

“เขาสบายดีและปลอดภัยดี ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ” ท่านดยุคยังคงยิ้มสีหน้าไม่เปลี่ยน สามารถกล่าวออกมาได้ด้วยน้ำเสียงเหมือนเดิม ไม่มีแววของความโมโห เสียใจ หรือผิดหวังให้เห็นเลยสักนิดเดียว

หญิงสาวหัวเราะเบา และไม่ต่อความอันใดอีก

น่าขัน... ได้รูกลับมารูหนึ่งแบบนั้นหรือที่เรียกสบายดีและปลอดภัย?

แต่แน่นอน… ลอร์ดอีธานเหมือนจะ ‘ขาด’ อารมณ์พื้นฐานเหล่านั้น นับตั้งแต่ที่รู้จักกันมาร่วมเกือบยี่สิบปี พระราชินีไม่เคยเห็นคนผู้นี้เสียกิริยาหรือเกิดอารมณ์โมโหสักครั้งเดียว… จนออกจะเกินกว่าที่มนุษย์ปกติควรจะเป็นไปเสียหน่อย กระนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้นึกเกรงกลัวอีกฝ่ายแต่อย่างใด เพียงพยายามเข้าใจว่าเขาก็เป็นเช่นนี้เท่านั้นเอง

ปลายนิ้วกลางกดตัวเบี้ยสีดำไปจนสุดกระดานอีกฝั่ง การเคลื่อนไหวภายใต้ดวงตาสีเขียวที่จับจ้องอยู่

“เราจะเปลี่ยนเป็นบิชอป”

“หืม… ไม่เปลี่ยนเป็นควีนหรือ ฝ่าบาท” ในดวงตาสีเขียวเข้มปรากฏแววบางอย่างที่คล้ายความขบขัน ยินดี และออกจะประหลาดใจอยู่เสียหน่อย

“เกมต้องยากหน่อยจึงจะสนุกไม่ใช่หรือ ท่านเคยสอนเราเช่นนั้น” หญิงสาวเอนกายลงพิงเก้าอี้บุลายดอกกุหลาบ ดวงตายังคงไม่ละจากกระดาน รอดูว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นไรต่อ

“แต่กระหม่อมก็เคยสอนเช่นกันว่าการเล่นสนุกที่มากไปจะลงเอยที่ความพ่ายแพ้” ท่านดยุคยกยิ้มขบขัน เดินเอาเรือมาไล่ต้อนบิชอปเพิ่งเกิดใหม่ตัวนั้นอย่างโหดร้าย

“ท่านไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเรา” อีกครั้งที่พระราชินีหัวเราะเบา ดวงตาสีทองจึงยกขึ้นสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่ถอยหนี “ใช่หรือไม่”

ลอร์ดอีธานยังคงสีหน้าดังเดิม ทั้งสายตา ท่าทาง ภาษากาย ปราศจากความกลัวเกรงเฉกเช่นที่ควรมี เขาเพียงตอบด้วยน้ำเสียงดังเดิม

“กระหม่อมไม่เห็นด้วยที่จะเก็บเรือตัวนั้นไว้ตั้งแต่แรก ในปีนั้นเห็นเช่นไร ปีนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนใจ” 

“เรารู้...” หญิงสาวหันไปหยิบม้าของตน เดินกินบิชอปสีขาว รวบหมากตัวนั้นมาไว้ในอุ้งมือ 

“แต่ทรงมีคำสัญญาที่ต้องปฏิบัติตาม กระหม่อมจึงไม่คัดค้านอีก”

“ท่านคงไม่เข้าใจเรื่องประเภทนี้หรอกกระมัง….” ความรู้สึก ความสัมพันธ์ กับเรื่องของจิตใจ… ลอร์ดอีธานขาดสิ่งเหล่านั้น

“ไม่หรอก… กระหม่อมเข้าใจเรื่องประเภทนี้ดีกว่าที่ฝ่าบาททรงคิดทีเดียว” ชายวัยกลางคนเอียงคอเล็กน้อย ใบหน้ายังคงยกยิ้มไม่เปลี่ยน “เรือตัวนั้นของฝ่าบาทจึงยังคงอยู่เพื่อทำเรื่องไร้สาระได้เช่นนี้…”

“เราเองก็ร่วมเล่นในเรื่องไร้สาระนี้ด้วย ท่านอย่าลืมสิ” หญิงสาววางบิชอปขาวไว้ในกล่องไม้ข้างตัว ก่อนจะละมือไปยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้ง “เรื่องที่เขาไปดึงลอร์ดเอ็ดเวิร์ดมาร่วมเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย… เราจะระวังให้มากกว่านี้”

“ช่างมันเถอะ บุตรชายคนโตของกระหม่อมไม่เคยจะได้เรื่องได้ราว… ใจร้อน ซ้ำยังคิดอะไรตื้นๆ ตอนนี้เขากลับมาแล้วก็ให้เรื่องมันจบไป” ครั้งนี้เป็นลอร์ดอีธานที่ผละจากกระดานไปยกถ้วยชาของตนขึ้นจิบ กลิ่นของชาซีลอนชั้นดีอบอวลไปทั่วห้อง  

“แต่ที่อยากถามจริงๆ ก็คือทรงคิดจะรุกฆาตเมื่อใด…”

“ไม่รู้สิ… เราอยากให้เขามีความหวังบ้าง จะได้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตเสียหน่อย” ขณะที่หญิงสาวกล่าวคำ เบี้ยที่เพิ่งกลายเป็นบิชอปของพระนางก็ถูกเรือสีขาวกำจัดไปเรียบร้อยแล้ว “นกในกรงทอง หากไม่ให้ความหวังว่ามันจะได้โบยบิน ไม่นานอาจจะได้เฉาตายอยู่ในนั้น”

ลอร์ดอีธานหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ขณะวางบิชอปสีดำลงในกล่องไม้ขัดเงาข้างตัว

“บางทีพวกเราอาจจะมีอะไรเหมือนกันมากกว่าที่ฝ่าบาททรงคาดคิดก็ได้… รู้ไหม”

“...เราไม่ปรารถนาจะให้เป็นเช่นนั้นเท่าใดนัก” ดวงตาสีทองหลุบลงเล็กน้อย หลบซ่อนแววตา “...หรือว่าเรากำลังกลายเป็นเช่นท่านอย่างช้าๆ กันนะ”

“ไม่หรอก แต่ไหนแต่ไรมากระหม่อมก็ไม่เคยเก็บเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยเล็กน้อยที่ไม่สลักสำคัญมาคิดเช่นฝ่าบาท อย่าได้กังวลไปเลย เรื่องบางเรื่องเวลาก็ไม่อาจกัดกร่อนมันได้”

“....เช่นนั้นดีแล้ว”

“แต่กระหม่อมก็ไม่เข้าใจฝ่าบาท สิ่งที่ไม่จำเป็นเช่นนั้น จะยังทรงเก็บเอาไว้เพื่ออะไร” ดวงตาสีเขียวมองสบตากับอีกฝ่าย ไม่ได้กดดันเพื่อเค้นหาคำตอบ… ก็เพียงแค่มองอย่างเรียบเฉย

“เป็นเรื่องที่ต่อให้เราอธิบาย... ท่านก็ใช่จะเข้าใจเราอยู่ดี”

ชายวัยกลางคนแสดงสีหน้าครุ่นคิดอยู่คู่หนึ่ง ก่อนที่จะพยักหน้า

“เป็นแบบนั้นจริงๆ อย่างนั้นก็อย่าได้อธิบายเลย”

มือเรียวเอื้อมหยิบบิชอปสีดำที่เหลืออยู่บนกระดานเพียงตัวเดียว เลื่อนมันไปในแถวที่เปิดโล่งถึงตัวคิงของอีกฝ่าย

“รุก”

ดวงตาสีเขียวจับจ้องยังตัวบิชอปสีดำขลับตัวนั้น มุมปากยกยิ้มที่ดูอ่อนโยนยิ่งนัก… ทว่ากลับดูว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน

“รุก… ไม่ใช่รุกฆาต” เขาเลื่อนคิงสีขาวหลบไปด้านหลัง ขณะมองเรียวปากอิ่มของสตรีสูงศักดิ์ที่ยกยิ้มอย่างพึงใจ

“อีกไม่นานหรอก… ท่านดยุค


อีกไม่นาน”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

594 ความคิดเห็น

  1. #317 Hasegawa Michiko (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:05
    ราชินีดูมีแผนอยู่แล้วจริงๆ
    #317
    0
  2. #251 mmnichh (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 23:31
    สู้ๆนะคะ คุณไรท์พักผ่อนให้มากๆ นอนให้พอนะคะ
    #251
    0
  3. #250 mmnichh (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 23:23
    โหยยยย พูดไปพร้อมเล่นเชสไปเนี่ยมันส์สุด!
    #250
    0
  4. #233 Bibidiz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 10:06
    คนที่ดูลึกลับสุดนี่น่าจะเป็นองค์ราชินีนะเพคะ
    #233
    0
  5. #195 D-Dindin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 22:38
    ราชินีวางแผนอะไรอยู่ ตื่นเต้นนน
    #195
    0
  6. #155 Vitchayada (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 00:24

    นั่งไม่ติดเลย
    #155
    0
  7. #149 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 22:27
    สนุกมาก ลุ้นตอนหน้าจริงๆ
    #149
    0
  8. #148 GKGink96 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 22:16

    เรารู้สึกได้ว่าบทต่อไป จะต้องมีอะไรดีๆเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ!!
    #148
    0
  9. #146 † FuNe ~ Real † (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 07:31
    อืมมมม พยายามจะเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจ ฮือออ
    #146
    0
  10. #145 mwtpn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 16:29
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วววว
    #145
    0
  11. #144 Gray13 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 08:34
    อืมมม
    อืมมมมม
    อืมมมมมมม
    อืมมมมมมมมม
    เข้าใจแต่ก็อืมมมมมมมมมมม
    #144
    0
  12. #142 FauyFern (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 03:19
    อารมณ์ตอนนี้คือ หยังวะ ..
    #142
    0
  13. #141 ซินเดอเรล✰. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 22:45
    ลอร์ดเฮคนี่สมกับเป็นพระเอกจริงๆ แต่เดี๋ยว คิดอีกทีถ้าลอร์ดเฮคได้รู้ว่าลอร์ดเชียนคือคนในจดหมาย จะทำยังไงต่อ? ถ้าแกทำร้ายจิตใจลอร์ดเชียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีก จะยกให้ควีนแทน ฮึ!
    #141
    0
  14. #140 √169=? (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 22:29
    พวยายามเรียบเรียงเนื้อหาอยู่
    #140
    0
  15. #139 MinRos (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 20:52
    โอเคเราเข้าใจว่าเรือคือเจ้าชายไอวา

    พยายามอ่านทวนซ้ำทุกประโยคว่าที่เค้าคุนหมายถึงอะไร โว้โฮ ตั้งใจกว่าอ่านหนังสือเรียน
    #139
    0
  16. #138 Kronos-Hades (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 20:34
    อ่านไปเบลอไป พยายามจะเรียบเรียงเนื้อแต่ตอนนี้งงชื่ออยู่55
    #138
    0
  17. #137 PortgasD_ASL (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 20:28
    อ่านไปลุ้นไป ฮือออ
    #137
    0
  18. #136 luffyza12 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 20:26
    เรือ=เจ้าชาย
    บิชอป=นายเอกรึเปล่า เพราะจากที่นายเอกบอกได้คำใบ้ไม่ครบ ถ้าได้ครบก็เปรียบเหมือนว่านายเอกเป็นควีน
    #136
    0