Rivalry of the Two Gentlemen (omegaverse)

ตอนที่ 17 : Chapter 15 A Threat from An Unknown Party

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 199 ครั้ง
    22 ก.ย. 62

Chapter 15 A Threat from An Unknown Party


โอล์ดแลนด์เป็นประเทศแห่งอารยธรรมโบราณ… อดีตมหาอำนาจที่รุ่งเรืองแต่สุดท้ายก็ล่มสลายเหลือเพียงซากปรักหักพังของความยิ่งใหญ่ในอดีตให้เห็น… อีกทั้งยังเป็นฐานที่ตั้งของศาสนจักร 

มองออกนอกหน้าต่างรถม้าเห็นภาพของเมือง หลังคาทรงโดมสูงเป็นเอกลักษณ์ สลับกับซากปรักหักพังของเสาหินจากวิหารเทพเจ้าโบราณและโคลอสเซียมขนาดใหญ่ยักษ์ที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นกระทั่งในเมืองหลวง


รถม้าวิ่งผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ อาคารต่างๆ เป็นโทนสีออกส้ม กระทั่งต้นไม้ใบหญ้าก็แตกต่างจากที่เมนแลนด์โดยสิ้นเชิง


ลูเชียนหวนนึกถึงเรื่องที่ตนเพิ่งได้รับทราบที่สถานีรถไฟ… ในช่วงย่ำรุ่งขณะที่กำลังยืนรอรถม้าเพื่อเดินทางต่อ เฮคเตอร์เดินมาหาเขา… ชายหนุ่มจำได้ชัดเจน ดวงตาสีเทาจ้องอย่างคาดคั้นเช่นทุกครั้งราวกับต้องการจะรีดเค้นความจริงบางอย่าง แล้วอีกฝ่ายก็เอ่ยปากถาม 

“กระเป๋าสัมภาระของลอร์ดริชาร์ดถูกรื้อค้น… คำใบ้ถูกขโมยไประหว่างการเดินทาง” ไม่รู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงมาบอกเรื่องนี้แก่เขา อาจอยากตรวจสอบให้แน่ใจว่าใครเป็นคนร้ายกันแน่ แต่น่าเสียดายที่เรื่องนี้ลูเชียนก็ไม่รู้เรื่องเช่นกัน 

เพียงชายหนุ่มหลุดสีหน้าประหลาดใจออกไปเล็กน้อย อีกฝ่ายก็จับสังเกตและพยักหน้าสรุปได้แล้ว

“...ไม่ใช่ฝีมือคุณ”

“คุณมาถามเพื่อแค่ต้องการยืนยัน?” คิ้วสีทองยิ่งขมวดมุ่น เอ่ยปากถามอีกฝ่ายที่หันหลังเดินจากไปทันทีที่ได้คำตอบที่ต้องการ

“ผมแค่อยากรู้ว่าศัตรูมีกี่ฝั่งกันแน่…. เรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือของผม คุณเองก็ควรจะระวังตัวเหมือนกัน”

  

ลอร์ดเฮคเตอร์พูดจบแล้วก็หันหลังก้าวขึ้นรถม้า.. และจากไปในทันที

เรื่องนี้อยู่ในความคิดของลูเชียนมาตั้งแต่ตอนนั้น... มีตัวแปรอื่นที่เขาไม่รู้อีกอย่างนั้นหรือ? ไม่น่าจะใช่ลอร์ดอีธาน แค่ทำให้เอ็ดเวิร์ดยอมแพ้กลับไปทางนั้นก็น่าจะไม่ทำอะไรอีกแล้ว

หรือจะเป็นคุณคอลลิน...คนคนนั้นมีทั้งเงินและเส้นสายมากพอ แต่ว่าจะขั้นกล้ายุ่งกับชนชั้นขุนนางเลยหรือ?

….หรือว่าจะเป็น…


 ความคิดถูกปัดตกไปทันทีเมื่อล้อหลังของรถม้ากระแทกกับหินจนทำให้ด้านในสะเทือนโคลงเคลง คุณแอคตันกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงติดจะไม่พอใจอยู่บ้าง

“จะให้ผมไปเตือนคนขับไหมครับ ว่าให้ระวังหน่อย”

“... ไม่ต้องหรอก เราเป็นคนบอกให้เขารีบเอง” ชายหนุ่มมองเข็มทิศในมือ เทียบกับแผนที่ กะเอาจากระยะทางแล้วอีกไม่นานก็ควรจะถึงจุดหมาย… เมืองทางภาคกลางของโอล์ดแลนด์ที่อยู่เหนือจากเมืองหลวงไปเล็กน้อย

แต่ไหนแต่ไรมาโอล์ดแลนด์ถือเป็นประเทศที่โรแมนติก นักกวีมากมายได้แต่งเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้ และจบลงในที่แห่งนี้เช่นเดียวกัน


การค้างในรถไฟติดต่อกันหลายวันทั้งยังต้องเดินทางต่อด้วยรถม้าในทันทีทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอ่อนเพลีย แต่เขาประมาทไม่ได้.. เพราะรอบนี้จากสิบจะเหลือเพียงเจ็ดคน จากนั้นก็สามคน… และเพียงคนเดียวในจุดหมายสุดท้าย

พวกคนนอกหายไปเกือบหมดแล้ว เท่ากับว่าคนที่เหลือส่วนมากรู้ดีพอๆ กันว่าจุดหมายอยู่ที่ใด นั่นแปลว่าลูเชียนไม่มีข้อได้เปรียบ และก็ไม่มีเวลาให้เสีย

อย่างน้อยเขาก็ควรอยู่ในเกมนี้ไปถึงสักรอบห้าคนสุดท้าย จากนั้นก็ตามช่วยคนที่พระราชินีได้เลือกมาแล้ว บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าเกมบิดเบี้ยวที่สาเหตุเกิดจากพี่น้องตีกันนี่ช่างลำบากผู้อื่นเสียจริง


เร่งเดินทางได้ครึ่งวัน ภาพวิวของบ้านเรือนที่เห็นจากนอกหน้าต่างเป็นสัญญาณว่าพวกเขาได้มาถึงเมืองซึ่งเป็นจุดหมายแล้ว…


เมืองที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงของโอล์ดแลนด์แห่งนี้เป็นเมืองเก่าแก่ที่อุดมไปด้วยมรดกทางศิลปะ อีกทั้งยังเป็นเมืองค้าขายที่สำคัญในช่วงยุคกลาง และยังเป็นต้นกำเนิดของงานศิลป์แนวเรเนซองซ์ เป็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยงานสถาปัตยกรรมที่แปลกตาท่ามกลางหุบเขา แต่น่าเสียดายที่ท่านเอิร์ลแห่งวินเทอร์บิวรี่ไม่มีเวลามาชื่นชมสิ่งเหล่านั้น

ปราสาทในเมืองเก่าแก่แห่งนี้มีอยู่สามหลังด้วยกัน ในนิยายที่นักกวีชื่อดังเขียนไว้ก็ยังคงเป็นปราสาทของท่านดยุคผู้ครองเมือง อันที่จริงชายหนุ่มทราบดีว่าปลายทางคือที่ใด กระนั้นก็ยังต้องแวะที่ศาลากลางจังหวัดอยู่ดีเพื่อรอฟังข่าว… ในอาคารแห่งนั้นผู้ดำเนินเกมยังคงนั่งรออยู่ในมุมหนึ่งเช่นเคย แต่งกายด้วยชุดสีน้ำเงินปักสัญลักษณ์ดูโดดเด่น


“ท่านเอิร์ล…” อีกฝ่ายมีสีหน้าคร่ำเครียด คนผู้นี้เป็นคนของพระราชินี และยังรู้กันดีกับลูเชียน ทันทีที่เห็นเขาก็รายงานสถานการณ์ทันที “เกิดอุบัติเหตุกับรถม้าของลอร์ดวิลเลียม เบอร์แฮมครับ”


ฟังจบแล้วลูเชียนก็ขมวดคิ้ว… เหตุการณ์ที่สถานีรถไฟไม่เกี่ยวข้องกับทางเขาอย่างแน่นอน เรื่องของลอร์ดวิลเลียมก็เช่นกัน เหตุใดคนของเจ้าชายไอวาถึงเกิด ‘อุบัติเหตุ’ ขึ้นติดๆ กันสองคน ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

“เรื่องนี้เงียบไว้ก่อนแล้วกัน” ชายหนุ่มออกคำสั่ง “... ทางคุณราล์ฟ ลอร์ดแอนโธนี กับลอร์ดคริสเตียน มีเรื่องอะไรไหม”

“ยังไม่มีข่าวจากสองคนแรก แต่ลอร์ดคริสเตียนมาถึงก่อนหน้าคุณไม่นาน คาดว่าคงถึงจุดหมายไล่เลี่ยกัน

…. เรื่องนี้น่าจะเป็นฝีมือของบุคคลที่สามจริงๆ แต่ใครกัน… คนที่น่าสงสัยที่สุดตอนนี้ก็คือคุณคอลลิน เฮคเตอร์ไม่น่าจะกำจัดคนฝั่งตัวเองถึงสองคนเร็วขนาดนี้เพื่อตบตาเขาอย่างแน่นอน


ลูเชียนรีบเร่งไปขึ้นรถม้า บอกให้มุ่งหน้าไปยังปราสาทอันเป็นจุดหมายให้เร็วที่สุด


“ท่านลอร์ดครับ เราต้องทำอะไรกับแหวนกันแน่” คุณแอคตันที่เหมือนจะคาใจกับคำใบ้ที่ไร้ตัวอักษรมาสักพักแล้วอดใจถามออกมาไม่ได้ในที่สุด 

“ในเรื่อง… หญิงสาวเบต้าเดินทางไกลเพื่อนำแหวนที่ได้รับจากพระราชาไปสับเปลี่ยนกับแหวนของขุนนางหนุ่มที่มาทำสงครามที่เมืองนี้… เราก็แค่ต้องเอาแหวนไปแลกเป็นคำใบ้ต่อไป”

พอล แอคตันร้องอ้อเข้าใจเบาๆ 

“ที่เขาท้าให้หล่อนเอาแหวนไปจากนิ้วของเขาให้ได้สินะครับ?”

“ใช่… เหตุการณ์ที่เธอหลอกลวงเขาเกิดขึ้นที่เมืองนี้ ในปราสาท”

การย้อนรอยบทละครว่าจะง่ายก็ง่าย จะยากก็ยาก แค่ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่อง แต่ใครเล่าจะไปจำรายละเอียดยิบย่อยได้หมด


รถม้าของลอร์ดลูเชียนมาหยุดจอดเบื้องหน้าปราสาทใหญ่โตก่อสร้างจากหินสีเทาในรูปแบบทรงเหลี่ยมของยุคกลาง อาคารทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ถูกรักษาไว้อย่างดี

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นเย็นย่ำ ผู้มอบคำใบ้ยืนรออยู่เบื้องหน้าปราสาทหลังนั้น ชายผมทองสังเกตเห็นเจ้าของร่างกายสูงใหญ่ที่คุ้นเคยยืนอยู่ท่ามกลางผู้เข้าแข่งขันหลายคนซึ่งเขาคุ้นหน้าคุ้นตาดี

แหวนถูกส่งมอบให้ผู้ดำเนินเกมตรวจสอบ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็นของจริงที่มีรอยสลักละเอียดด้านในตัวแหวน ซองจดหมายซองหนึ่งก็ถูกส่งมอบให้แก่ลูเชียนพร้อมกับแหวนที่ถูกส่งคืนถึงมือ...

“ขอเชิญท่านไปพักที่โรงแรมที่ทางเราได้จัดเตรียมไว้ให้ ในรอบนี้ผู้เข้าแข่งขันทั้งเจ็ดคนต้องออกเดินทางพร้อมกัน” แม้ลอร์ดลูเชียนจะไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษ แต่กลับรู้สึกยุ่งยากใจขึ้นมาเล็กน้อย… เพราะเรื่องนี้เป็นกติกาที่ชายหนุ่มไม่เคยได้ยินมาก่อน ครั้นจะเอ่ยปากถามผู้ดำเนินเกมก็ไม่สะดวกนักเพราะบรรดาคู่แข่งกำลังยืนสนทนากันไม่ไกลจากจุดนี้เสียเท่าใด แม้จะรู้กันว่าต่างฝ่ายต่างโก่ง แต่ถ้าทำอย่างโจ่งแจ้งก็ไม่รักษาหน้าตัวเองเกินไปกระมัง?


นี่ไม่ใช่รอบแรกที่กติกาที่ลูเชียนไม่เคยได้ยินมาก่อนปรากฏขึ้นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ตอนการประมูลที่อีสต์แลนด์ก็เช่นกัน เรื่องนี้เป็นฝีมือใครกันแน่ เจ้าชายไอวาหรือ?

ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองไปทางลอร์ดเฮคเตอร์ผู้ที่กำลังยืนสนทนาอยู่กับคุณคอลลินอย่างสนิทสนม คล้ายว่าพวกเขาจะรู้จักกันมาก่อน… แต่ก็คงไม่แปลกอะไร พวกเศรษฐีใหม่สมัยนี้ก็มักจะเข้ามาร่วมในวงสังคมชนชั้นสูงอยู่แล้ว

แต่ผู้ที่มาถึงคนสุดท้ายกลับเป็นคนที่ลูเชียนไม่คุ้นเคยนัก ชายหนุ่มเบต้าหน้าตากลางๆ ไม่โดดเด่นและไม่ช่างพูด ท่าทางคล้ายว่าเจ้าตัวพร้อมหายเข้าไปในเงาได้ตลอดเวลา


ในการแข่งรอบก่อนลูเชียนเคยเห็นเขาไหมนะ?... ท่านเอิร์ลหนุ่มคิดทบทวนอย่างใจเย็น ระหว่างการประมูลครั้งที่แล้วเหมือนจะไม่เห็นเลย แต่ด้วยความธรรมดาดูไม่โดดเด่นจะจำไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอก

“คุณเฮดลีย์… คุณมาถึงเป็นคนสุดท้าย” คำเรียกชื่อทำให้ลูเชียนเงยหน้าขึ้นคล้ายนึกอะไรออก เพราะชื่อนี้ชายหนุ่มเคยเห็นผ่านตามาก่อนในหน้าหนังสือพิมพ์ช่วงรอบแรก

คนผู้นั้นพยักหน้าและรับซองคำใบ้มาถือเอาไว้อย่างไม่รีบร้อน ดวงตาของคนคนนั้นไม่ได้สบกับใคร แค่มองตรงไปด้านหน้าราวไม่ใส่ใจสิ่งรอบด้านทั้งปวง


….ไม่ใช่คนฝั่งของทางเขา แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่คนฝั่งเจ้าชายไอวาเช่นเดียวกัน… ลูเชียนนึกสงสัยในใจ กระนั้นก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากขึ้นรถม้าและเดินทางไปยังโรงแรมที่ผู้ดำเนินเกมได้จัดหาเอาไว้

รถม้าของผู้เข้าแข่งขันต่างแล่นออกสู่ถนน เรียงแถวกันอย่างไม่รีบร้อน มุ่งหน้าไปยังโรงแรมซึ่งเป็นอาคารใหม่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่จัดว่าค่อนข้างทันสมัย หน้าต่างทรงเหลี่ยมเรียงรายเว้นระยะห่างเท่ากันทุกช่อง เป็นตึกที่ไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่ก็จัดว่าเพียงพอให้อยู่อย่างสบาย แม้จะไม่ได้หรูหราจนชวนให้ประทับใจ แต่หลังจากการหลับบนรถไฟมาหลายวันและยังเดินทางต่อด้วยรถม้า เตียงในอาคารไม่ว่าจะที่ใดก็ทำให้รู้สึกดีทั้งนั้น


ทุกคนมาถึงปลายทางไล่เลี่ยกัน โดยที่เฮคเตอร์ถึงก่อนเขาไม่นาน กระเป๋าสัมภาระถูกลำเลียงลงจากรถม้าอย่างพร้อมเพรียง พนักงานโรงแรมที่ต้องต้อนรับแขกชนชั้นสูงหลายท่านพร้อมกันถึงกับวิ่งวุ่นทำอะไรไม่ถูก เบลล์บอยร่างเล็กคนหนึ่งเดินวุ่นวายจนเกือบชนเข้ากับชายหนุ่มผมทอง หากมือใหญ่ข้างหนึ่งดึงแขนเขาให้หลบพ้นทางเสียก่อน


“...ระวังหน่อย” น้ำเสียงเย็นชาไม่ค่อยรักษาหน้าใครที่ขาดคุณสมบัติความ ‘เป็นสุภาพบุรุษ’ ตามตำราปฏิบัติทำให้เด็กคนนั้นกลัวจนตัวสั่น รีบละล่ำละลักขอโทษจนแทบไม่เป็นประโยค

“ไม่เป็นไรหรอก แค่เรื่องเล็กน้อยเอง” คนที่เกือบจะโดนชนคลี่ยิ้มสุภาพ ปล่อยให้เบลล์บอยผมแดงผู้นั้นจากไปโดยไม่เอาเรื่องอะไร ขณะที่ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองร่างสูงกว่าข้างๆ อย่างนึกสงสัย

“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”คำกระซิบเบาทำให้หันหน้าไปมอง แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากถามเฮคเตอร์ก็เอ่ยขัดเสียก่อนด้วยเสียงกระซิบเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน “ที่ห้องผม 504… อาหารค่ำหนึ่งทุ่มตรง” 

พูดอย่างเผด็จการแล้วก็เดินจากไปอย่างไม่รอคำตอบ หากคนฟังเองก็ไม่ได้แสดงท่าทางกระโตกกระตาก เพียงรักษาสีหน้ายิ้มละไมและเบือนสายตากลับมาทางฟุตแมนของตน

“ไปกันเถอะ คุณแอคตัน” 


กล่าวจบท่านลอร์ดหนุ่มก็เดินนำคนของตนไปยังห้องพักที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้แล้ว ลูเชียนกวาดสายตามองสำรวจอย่างไรก็ไม่พบมาร์ค เฮดลีย์คนนั้นเลย...

เป็นความค้างคาใจที่ชวนให้อึดอัด… คนผู้นั้นเป็นใครกันแน่ ไม่ใช่ลูกหลานขุนนางอย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นเขาต้องรู้จักแล้ว


ห้องพักไม่หรูหรามากนักกระนั้นเตียงก็ยังดูเป็นเตียงที่นอนสบาย ห้องสะอาดสะอ้าน มีอ่างอาบน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การตกแต่งแตกต่างจากเมนแลนด์อยู่บ้าง เก้าอี้บุผ้ากำมะหยี่สีน้ำตาลเรียบ ผนังสีเข้มเป็นลวดลายทางเรียงเป็นแถว ตัดกับพื้นไม้ขัดเงาปูทับด้วยพรมลายตารางสี่เหลี่ยม 

ลอร์ดลูเชียนเปลี่ยนชุดเดินทางของตนเป็นสูททางการสำหรับมื้อเย็นที่นำติดมากับหีบสัมภาระ กระทั่งห่างบ้านมาไกลกระนั้นมารยาทปฏิบัติที่ยังควรรักษาชายหนุ่มก็ยังรักษาไว้ทุกประการ 


ชายหนุ่มสวมถุงมือขาวจนสุดปลายนิ้ว เรือนผมสีทองตัดสั้นจัดเรียบร้อย เขาตรวจสอบว่าไม่มีอะไรบกพร่องในกระจกเงาแล้วก็หันไปบอกฟุตแมนของตน

“ไปพักเถอะ คุณแอคตัน เจอกันอีกทีพรุ่งนี้เช้า” 

“ครับ ท่านลอร์ด” เบต้าหนุ่มรับคำ ค้อมคำนับเล็กน้อยและก็เดินออกจากห้องไปตามคำสั่งโดยไม่ทักท้วงอะไร 

ลูเชียนสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเปิดประตูห้องตน… และมุ่งหน้าออกไปยังห้องหมายเลข 504 ตามเวลานัดหมาย

แน่นอนว่าเขาไม่จำเป็นต้องไป… แต่ความสงสัยในใจ บางทีเฮคเตอร์อาจจะช่วยตอบได้


นาฬิกาพกราคาแพงที่เป็นงานฝีมือจากช่างผู้มีชื่อเสียงถูกหยิบออกมาจากอกเสื้อ ลอร์ดลูเชียนมองเข็มนาฬิกาที่นับถอยหลังอย่างเชื่องช้า

57...58… 59

เวลาหนึ่งทุ่มตรง ข้อนิ้วเคาะประตูไม้สามที 

ชายหนุ่มร่างสูงยืนรออยู่ครู่หนึ่ง เวลาผ่านไปเพียงกะพริบตาสามทีผู้ที่มาเปิดประตูคือเด็กผู้ติดตามของลอร์ดเฮคเตอร์ที่ดูเหมือนไม่ใช่ข้ารับใช้ที่ถูกฝึกฝนมาดี


“ไปได้แล้ว.. ถ้ามีอะไรฉันจะเรียกทีหลัง” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ครั้งนี้เป็นเจ้าของห้องที่ดึงประตูให้เปิดกว้างขึ้น 

“เช่นนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ท่านลอร์ด ลอร์ดลูเชียน” เด็กหนุ่มค้อมให้ลอร์ดเฮคเตอร์ จากนั้นถึงค้อมหัวให้แขกผู้มาเยือนแบบเก้ๆ กังๆ ลูเชียนเพียงยิ้มบางให้เขาโดยไม่พูดอะไร และก้าวขาหลบทางสองก้าว…

“เข้ามาสิ” หลังจากเด็กรับใช้จากไปแล้วเฮคเตอร์ยังคงเอ่ยด้วยคำสั้น รอจนแขกก้าวขาเข้าห้องแล้วประตูไม้บานใหญ่ก็ปิดลง บนโต๊ะอาหารมีอาหารเรียบง่ายวางอยู่บนนั้นสองจาน ส่วนเจ้าของห้องยังคงแต่งกายด้วยชุดสูทที่ใส่ตอนเดินทาง เสื้อโค้ตหนาพาดวางบนเก้าอี้นวมอย่างขาดความใส่ใจ


บางทีลูเชียนก็นึกสงสัยว่าทำไมลูกชายท่านดยุคถึงกล้าทำตัวขาดระเบียบต่อหน้าแขกได้ขนาดนี้นะ… แต่อีกฝ่ายก็ดูจะแปลกใจเช่นกัน

“ไกลบ้านขนาดนี้คุณยังรักษาธรรมเนียมยิบย่อยพวกนั้นอีก?” คิ้วสีดำเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างประหลาดใจกับสูทมื้อเย็นของผู้มาเยือน ลอร์ดลูเชียนเพียงมองและโคลงหัวเล็กน้อยด้วยสีหน้าระอาใจ

“ปล่อยขนาดคุณก็เกินไปละมั้งครับ แล้วนี่ไม่พาบัทเลอร์มาด้วย?”

“ไม่ล่ะ ไม่ได้มาพักผ่อนสักหน่อย เอาคนมือเท้าคล่องมาดีกว่า” ลอร์ดเฮคเตอร์ผายมือเชิญอีกฝ่ายเป็นเชิงเชิญให้นั่งที่เก้าอี้โต๊ะกินข้าว 

“...ขอบคุณ” ท่านเอิร์ลเลื่อนเก้าอี้และนั่งลง มองจานอาหารเรียบง่ายที่ประกอบด้วยเนื้อ ขนมปัง เนย ซุป ในแบบของชนชั้นกลาง

“ไม่ชิน?” คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย สายตามองสำรวจอีกฝ่ายที่คล้ายจะวางมือวางไม้ไม่ถูก และไม่ทันตั้งตัว

“...เปล่าหรอกเวลาไปทำงานก็กินแบบนี้บ่อย”

“คุณชินก็ดีแล้ว… ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมหรูขนาดในเมือง อาหารก็เลยประมาณนี้” ลอร์ดเฮคเตอร์กล่าวแล้วก็หยิบมีดปาดเนยลงบนชิ้นขนมปังขนาดพอดีคำในมือตนอย่างไม่รีบไม่ร้อน 

“ผมเข้าใจ… ผมไม่ใช่คนเลือกกินนักหรอก” 

“เห็นคุณแต่งตัวมาตามธรรมเนียมซะเต็มยศ… เลยนึกว่าจะคาดหวังมื้ออาหารหรูหรา”

เห็นเจ้าของห้องเริ่มแล้วลูเชียนก็หยิบช้อนซุปมาตักอาหารลองชิมดูเช่นกัน รสชาติจัดว่าไม่เลวร้ายนัก

“คุณตัดสินผมอีกแล้ว อันที่จริงผมค่อนข้างกินง่ายอยู่ง่ายทีเดียว... ลอร์ดเฮคเตอร์” 

“ภาพลักษณ์ของคุณดูไม่เป็นแบบนั้น” 


ช้อนซุปในมือถูกวางลง ดวงตาสีฟ้าหันมองสบกับดวงตาของผู้พูด

“แล้วดูเป็นแบบไหน?”

“... คุณอยู่ในกรอบ เคร่งครัดตามธรรมเนียม ผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว และดูจะติดความหรูหรา”

 “คุณไม่ควรปล่อยให้เปลือกนอกหลอกตา อันที่จริงแล้วผมไม่ได้ชอบหรือยึดติดกับเรื่องพวกนั้นขนาดนั้น แต่ในสังคมที่พวกเราอยู่ เหตุผลให้ขายหน้าช่างมีมากมายเหลือเกิน… ออ แต่คุณก็เป็นพวกไม่สนใจเสียงรอบข้างมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่นะ…”

‘แต่ไหนแต่ไร’ ที่ว่านั้นย้อนไปตั้งแต่วัยเด็ก เฮคเตอร์ทั้งเผด็จการและเอาแต่ใจ มีความเป็นตัวของตัวเอง… และทำอะไรไม่ค่อยไว้หน้าหรือสนใจใคร โตขึ้นถึงจะอยู่ในกรอบธรรมเนียมมากขึ้นทว่าก็ยังคงมีความหัวขบถให้เห็นอยู่ดี

“มันก็แค่เกินความจำเป็น…เรื่องพวกนั้นน่ะ”

“คุณคงไม่ได้เรียกผมมาถกกันเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติหรอก ใช่ไหม…. เฮคเตอร์?” ชายหนุ่มผมทองเอ่ยหลังจากกินซุปคำสุดท้ายในถ้วยหมด ผ้าขาวถูกยกขึ้นซับมุมปากเล็กน้อย ซึ่งเจ้าของห้องก็พยักหน้ารับคำ

“อย่าอ้อมค้อมเลย เราต่างรู้ว่าต่างฝ่ายต่างโกง… จะพูดจาวกวนกันไปให้ได้อะไรขึ้นมา” น้ำเสียงของลอร์ดเฮคเตอร์ติดจะเย็นชากระด้างไม่อ่อนโยน หากก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว ลูเชียนจึงไม่ได้นึกถือสาหรือแปลกใจ “เรื่องคนลงมือ ที่ไม่ใช่ทั้งผมและคุณ… คุณรู้อะไรบ้าง?”  

“น่าเสียดายที่ผมเองก็ไม่รู้อะไรเลย… ในเจ็ดคนที่ยังเหลือ รวมผมด้วยแล้วมีฝั่งผมอยู่สาม ฝั่งคุณอยู่สอง ส่วนอีกสอง...”

“คอลลินกับเฮดลีย์” ลอร์ดเฮคเตอร์กล่าวก่อนที่ลูเชียนจะจบประโยค “ข้อมูลพวกเราตรงกัน” 

“แต่คุณดูจะสนิทกับคุณคอลลินนะ… ลอร์ดเฮคเตอร์”

  “แค่เคยคุยธุรกิจด้วยบ้าง เรียกว่าสนิทคงยาก เรื่องที่เขามาร่วมเล่นเกมผมไม่มีส่วนรู้เห็น แต่ก็พอรุ้มานานแล้วว่าเขาหมกมุ่นกับเจ้าชายไอวา”

“คุณคิดว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือเขา?” ดวงตาสีฟ้ามองอีกฝ่ายอย่างสังเกตสังกา จิ้มมันฝรั่งอบชิ้นเล็กส่งเข้าปาก รสเค็มอ่อนๆ กระจายติดที่ปลายลิ้น 

“ผมไม่แน่ใจ แต่นอกจากเขาแล้วจะเป็นใคร อาเธอร์ คอลลินเป็นคนที่มีทั้งเงินและทรัพยากรพอ”

“....” ลูเชียนมุ่นคิ้วพิจารณา กำลังไตร่ตรองถึงความเป็นไปได้ของเรื่องนี้ “...แล้วคุณต้องการอะไร”

“ร่วมมือกันชั่วคราว… เพื่อกำจัดคอลลิน” สิ้นคำ ลูเชียนหลุดแค่นหัวเราะเบา

“ทำไมคุณถึงคิดว่าผมจะตกลง”

“เจ้าชายไอวาไม่ต้องการแต่งให้สามัญชน และพระราชินีก็คงไม่ประสงค์ให้เขาแต่งกับมหาเศรษฐีคนนี้” ปลายนิ้วชี้ของผู้พูดยังคงกดลงบนด้ามจับของมีด หั่นสเต๊กเนื้ออย่างเรียบร้อยพอดีคำ เผยให้เห็นส่วนที่เป็นสีแดงภายใต้เปลือกนอกสีน้ำตาลเข้ม “คุณวางคนไว้ในโอล์ดแลนด์อยู่พอสมควร…”

 “คุณเองก็คงเหมือนกัน ระหว่างทางมีทั้งคนที่ตกรถไฟ หารถม้าไม่ได้… ไม่น่าใช้ฝีมือของคุณคอลลินทั้งหมดหรอก” ลูเชียน วิทล็อก ยกยิ้มใจเย็น ปลายส้อมกดลงบนชิ้นเนื้อ ยกมันขึ้นมาส่งเข้าปากอย่างง่ายดาย

“สิ่งที่ผมต้องการตอนนี้มีแค่เอาอาเธอร์ คอลลินออกจากกระดาน”

“แล้วเราค่อยมารบกันเอง?”

“ถูกต้อง” สิ้นคำตอบสั้น ดวงตาสีฟ้าเงยขึ้นสบกับดวงตาสีเทา ที่ดูๆ ไปแล้วก็มีแต่ความเฉยชาและแน่วแน่ พร้อมมุ่งตรงไปตามจุดหมายที่ตนเองต้องการ “ไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้… คืนนี้คุณไปคิดดู”

“....” ฟังประโยคหลังจบท่านเอิร์ลหนุ่มก็หลุบตาลงมองจานอาหาร เพื่อหลบซ่อนแววลังเลใจในนั้น

ใช่… สิ่งที่ไม่สมควรอยู่ในกระดานสมควรไปก่อน แต่อะไรจะมีผลเสียต่อพระราชินีมากกว่ากันระหว่างเจ้าชายแต่งกับมหาเศรษฐีสามัญชน กับแต่งกับขุนนางที่ไม่ได้ยืนข้างเดียวกันกับพระนาง

  

“คำใบ้ถัดไป ได้อ่านหรือยัง” บทสนทนาเปลี่ยนไปทันทีหลังจากนั้น ชัดเจนว่าเฮคเตอร์ไม่คิดคาดคั้นเอาคำตอบในตอนนี้ คำถามจากคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามทำให้ลูเชียนพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยปากท่องกลอนที่จำได้ขึ้นใจ

“โอ… โปรดเป็นนามอื่นเถิด

สิ่งใดกันที่อยู่ในชื่อเรียกของดอกกุหลาบ

แม้นเปลี่ยนเป็นชื่ออื่นก็ยังคงหอมหวานอยู่มิใช่หรือ”


O! be some other name:

What’s in a name? that which we call a rose

By any other name would smell as sweet;

(William Shakespeare, Romeo and Juliet)


“คราวนี้โจทย์ง่ายเสียจนไม่ต้องคิดอะไรมาก… ง่ายขนาดนี้คุณคงไม่ต้องมาถามผมหรอกมั้งว่าจะไปที่ไหนต่อ”

“ใช่… มันเป็นเรื่องที่โด่งดัง และฉากที่โด่งดัง” เฮคเตอร์ตอบรับ ขณะกดปลายมีดคมลงไปในเนื้อสเต๊กของตนอย่างไม่รีบร้อน “เรื่องราวของรักต้องห้ามที่เกิดขึ้นและจบลงในเวลาแค่สามวัน… แถมทำคนตายไปหกคน ไม่เข้าใจว่าโรแมนติกยังไง”

คำวิจารณ์ทำให้ท่านเอิร์ลหนุ่มอดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้

“คุณยังปากร้ายเหมือนเดิม”

“หรือคุณไม่คิดแบบนั้น?” คิ้วสีเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีเทาจ้องสบกับดวงตาสีฟ้าคล้ายกำลังค้นหาคำตอบบางอย่าง “แต่ผมจะไม่ปฏิเสธ ว่าเขาคิดบทพูดได้ดี... และใช้คำเปรียบเทียบได้ดี” 

“อืม… เขาย่อมต้องเก่ง ไม่อย่างนั้นจะเป็นนักกวีชื่อดังได้ยังไง แต่เรื่องความสมจริงน่ะมีปัญหา เรื่องนี้ผมไม่เถียงคุณหรอก”

“อย่างประโยคในคำใบ้ก็ทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์บางอย่างในชีวิตตัวเอง…” 

คำบอกของเฮคเตอร์ทำให้ผู้ฟังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ส้อมในมือที่กำลังจะจิ้มเอาชิ้นเนื้อเข้าปากค่อยๆ ลดลงอย่างเชื่องช้า คล้ายกำลังรอคอยให้อีกฝ่ายเล่า

“ไม่นานมานี้ผมมีเพื่อนทางจดหมายคนหนึ่ง… ไม่เคยเห็นหน้ากัน เขาไม่เคยบอกผมว่าเขาชื่ออะไร หรือเป็นใคร”

รู้สึกคล้ายมีอะไรจุกอยู่ในลำคอ ลอร์ดลูเชียนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก แต่ฉากหน้าก็ยังแสดงสีหน้าปกติทุกประการ

“แปลกดี… คุณดูไม่ใช่คนประเภทที่จะชอบเขียนจดหมาย”

“...คุณก็คิดอย่างนั้นใช่ไหม” ชั่วขณะนั้นเขาเห็นรอยยิ้มบางบนริมฝีปากที่ปกติแล้วจะเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ ผู้มองถึงกับชะงักไปอย่างลืมตัว “ผมเคยคิดว่าไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร ไม่ว่าจะชื่ออะไรก็ไม่สำคัญ เพราะเขาก็คือเขา ไม่ว่าจะถูกเรียกด้วยชื่ออะไรก็ตาม”

ลูเชียนฟังจนครบทุกคำพูด เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา แสร้งทำเป็นสนอกสนใจอาหารตรงหน้าตนแทน พยายามเก็บอาการไม่ให้แสดงพิรุธอะไร

“ก็ดีแล้วนี่… เพื่อนของคุณคงเป็นคนที่วิเศษน่าดู”

“ผมก็คิดอย่างนั้น… แต่เขาแกล้งตายเพื่อหนี สุดท้ายก็ไม่รู้… ว่าเป็นใครกันแน่”

ลอร์ดลูเชียนไม่อาจหลบสายตาได้อีกต่อไป การหลบหลีกที่นานเกินไปจะทำให้เกิดพิรุธยิ่งกว่าเก่า ชายหนุ่มจำใจละสายตาจากชินเนื้อ เงยหน้าสบตากับเจ้าของห้องตรงๆ เสแสร้งปั้นสีหน้าแบบไม่รู้เรื่องใดทั้งนั้น

“แต่นามนั้นไม่สำคัญ เพราะไม่ว่าจะถูกเรียกขานอย่างไร กุหลาบก็ยังคงมีกลิ่นหอมเสมอ ใช่ไหม?” ท่านเอิร์ลกล่าวจนจบทั้งรอยยิ้มบาง “แล้วคุณตามหาเขาพบไหม?”

“... ยังไม่พบ” 

คำกล่าวด้วยน้ำเสียงและสายตาจริงจังจนทำให้บางสิ่งในใจสั่นคลอน มือข้างหนึ่งเผลอกดมีดแรงจนเกิดเป็นเสียงดังกระทบจานกระเบื้องเคลือบ

“น่าเสียดายนะ” ลอร์ดลูเชียนกลบเกลื่อน จิ้มชิ้นเนื้อเข้าปากกินอย่างไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใด… ไม่นานนักก็มาถึงจานของหวาน “ผมหวังว่าคุณจะหาเขาพบ ในวันหนึ่ง”

“อืม… คงอีกไม่นานหรอก คนของผมกำลังหาข้อมูล”


ลอร์ดลูเชียนร้อง ‘ออ’ เบาๆ ในลำคอ หลังจากนั้นบทสนทนาก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่องอื่นโดยสิ้นเชิง… 

หลายความคิดประดังประเด ตีกันในหัว… หรือเฮคเตอร์จะรู้แล้วเรื่องที่จดหมายพวกนั้นเป็นฝีมือของเขาเอง แต่หากรู้แล้วจะยังใจเย็นได้ขนาดนี้เลย? … หรืออาจแค่สงสัยเลยมาลองเชิงดูเฉยๆ เขาไม่ควรหลุดพิรุธให้อีกฝ่ายจับได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม

คิดได้ดังนั้นริมฝีปากจึงยกยิ้มสุภาพ ต่อบทสนทนากับอีกฝ่ายอย่างปกติ… ราวว่าชายหนุ่มไม่ได้รับรู้เรื่องใดทั้งนั้น


เย็นวันนั้นจบลงอย่างเงียบเชียบ แสงเทียนจุดให้ห้องสว่างไสวแม้จะเป็นยามค่ำ และเห็นภาพต่างๆ ได้ชัดเจน… จนเกินไป โดยเฉพาะสายตาที่คล้ายกำลังพยายามเค้นหาคำตอบบางอย่าง 

บางทีลอร์ดลูเชียนก็นึกอยากให้ห้องมืดกว่านี้เสียหน่อย… เขาจะได้หลบซ่อนหลายๆ สิ่งได้แนบเนียนกว่านี้

“หากไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อน… เรื่องคำตอบจะให้คุณภายในพรุ่งนี้ก่อนออกเดินทาง” หลังจากมื้ออาหารที่ยาวนาน ในที่สุดชายหนุ่มผมทองก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ หมุนตัวก้าวขาไปยังประตูทางออก โดยมีเจ้าของห้องตามมาส่ง

“...แล้วเจอกันพรุ่งนี้” 


ชายหนุ่มหันกลับมองเจ้าของคำพูดอยู่สักพัก แล้วถึงเลื่อนไปสังเกตเห็นว่าเนกไทสีเข้มเบี้ยวไม่เข้าที่ รู้สึกขัดตานัก สองมือเอื้อมออกไปก่อนจะทันได้คิด จัดชิ้นผ้าเลื่อนให้ตรง หลังข้อนิ้วลูบลงตามเนื้อผ้าให้เรียบ…. แล้วเขาก็ชะงักมือ เมื่อเงยหน้ามองสังเกตดูดีๆ เฮคเตอร์ก็คล้ายจะชะงักนิ่งไปเช่นกัน

“... ผม…” จะคิดหาคำแก้ตัวก็พบว่าไม่รู้ควรแก้ตัวอย่างไร สุดท้ายจึงได้แต่รีบเอ่ยคำลาอย่างร้อนใจเท่านั้น “ราตรีสวัสดิ์ ลอร์ดเฮคเตอร์”

พูดจบก็เร่งเดินจากมาโดยไม่หันหลังกลับไปมอง ด้วยกลัวว่าทั้งสีหน้าและสายตาจะเปิดเผยบางสิ่งบางอย่างให้อีกฝ่ายรู้มากจนเกินไป…


จนกระทั่งกลับเข้ามาในห้องพักของตนแล้ว ลูเชียนถึงค่อยหายใจได้คล่องคอ รู้สึกใบหน้าเห่อร้อนจนถึงใบหู ในใจต่อว่าตนเองซ้ำๆ ว่าตนทำบ้าอะไรลงไปอีกแล้ว

มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดใบหน้าท่อนบน ในค่ำคืนนี้ท่านเอิร์ลหนุ่มมีเรื่องให้ต้องคิดหลายอย่าง

ทั้งเรื่องที่เฮคเตอร์เข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกที ทั้งเรื่องของอาเธอร์ คอลลิน… จะอย่างไรเสียเขาก็ควรระวังตัวให้มากกว่านี้


ในค่ำคืนนั้นชายหนุ่มนอนหลับไม่สนิทดีนัก กระสับกระส่ายเพราะมีหลายเรื่องกวนใจ… 

ความฝันประหนึ่งความทรงจำเก่าที่ใกล้จะลืมเลือน เหมือนจริงเสียจนแยกแยะไม่ออก ว่าเป็นเพียงฝัน หรือเป็นสิ่งที่เคยเกิดครึ่ง… ครั้งหนึ่งในฤดูร้อนเมื่อเนิ่นนานมาแล้ว


ดอกแมริโกล์ดสีเหลืองทอง... ปลายคิมหันต์... กับผีเสื้อสีสดใสสองตัวที่บินเคียงคู่กัน

“หากฉันไม่ใช่อัลฟ่าขึ้นมา… จะทำยังไงดี จะทำยังไงดี… เฮคเตอร์ จะทำยังไงดี”

“....”

“เฮคเตอร์?”

“ถ้านายไม่ใช่อัลฟ่า... พวกเรามาแต่งงานกัน”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 199 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

594 ความคิดเห็น

  1. #440 erasererr (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 00:05
    กรี้ด ชั้นว่าแล้วว่านางต้องสัญญาเรื่องแต่งงาน มันเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยได้ตอนนั้นละอะเนอะ
    #440
    0
  2. #402 marjolaine (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 06:57
    ยากมากเลยนะ ถ้ายอมรับว่าลูเซียนเป็นโอเมก้า ทรัพย์สินทุกอย่างของพ่อลูเซียนก็ตกเป็นของคนอื่น ไม่ดีแน่ ๆ อะ ละเฮคเตอร์ตอนนั้นจะช่วยได้ยังไง ในเมื่อเฮคเตอร์เลือกที่จะลืมอีกคนไปแล้ว;_;
    #402
    0
  3. #367 pearle (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:52
    แต่งงานกันเด่วนี้เลยนะ! บทนี้เค้าคุยกันเยอะมากก ชื่นใจจ
    #367
    0
  4. #352 kxy9190 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:16
    ฮือออออ ไปแต่งงาน!!
    #352
    0
  5. #339 cousiName (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:52
    ลืมได้ไง สัญญาแบบนี้ TT
    #339
    0
  6. #316 Hasegawa Michiko (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:19
    ว่าแล้ว!!!
    #316
    0
  7. #290 poshyyyy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 17:08
    งุ้ยมากอ่ะ
    #290
    0
  8. #281 bambybamby (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 15:36
    สัญญาที่ลืมเลือน ฮืออออ
    #281
    0
  9. #249 mmnichh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 23:11
    ภาษาดีมากเลยค่ะ จะร้องไห้ ชอบตอนท้ายสุดเหมือนเห็นภาพผุดออกมาเลย
    #249
    0
  10. #232 Bibidiz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 08:52
    สัญญาวัยเด็กช่างน่ารัก แต่เฮคเตอร์ต้องรู้ความจริงแน่ !!! 555
    #232
    0
  11. #194 D-Dindin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 22:30
    โอยยยย แค่เขาแตะตัวกันนิดๆหน่อยๆก็เขินจนบิดแล้ว สงสารลูเชียนอ่ะ เฮคเตอร์ถ้ารู้ความจริง จะยังจำประโยคที่สัญญากับน้องได้รึเปล่า อย่าทำอะไรลูเชียนนะ แง
    #194
    0
  12. #135 mummummi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 00:02
    เฮคเตอร์ต้องรู้เรื่องนี้ค่ะ อิแม่ฟันธง
    #135
    0
  13. #134 ซินเดอเรล✰. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:24
    สงสารลอร์ดเชียน ฮือออออ
    #134
    0
  14. #131 LOTGRACE (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 21:28
    สงสารรร จะเป็นไงต่อไปเนี่ย
    #131
    0
  15. #130 Teatimes Siris (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 21:09
    เป็นเรื่องที่อ่านไปลุ้นไป กลัวมีหักมุมแล้วน้องลูเชี่ยนเสียใจ ไม่อยากให้มีฉากแบบนั่นเลย อยากให้น้องมีชีวิตแบบมี Happy ending ลอยตัวเหนือปัญหาทั้งปวง><
    #130
    0
  16. #128 PortgasD_ASL (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 20:11
    คิดถึงเรื่องนี้ 💚💚💚
    #128
    0
  17. #127 Gray13 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 19:20
    สงสารลูเชียน เฮคเตอร์ สงสารทุกคนเลย ถ้าเราวางทิฐิลงมันจะดีกว่านี้ไหมลูก
    #127
    0
  18. #125 FauyFern (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 18:59
    คิดถึงน้อนนนนน น้อนลูเชียนของพี่เฮก หายไปนานเลยยย ตอนนี้ก็ยังเจ้มจ้นเหมือนเดิมเพิ่มเติมคืออิพี่เฮกจับผิดน้อง แอบมีหวาน(?)กันเบาๆ
    #125
    0
  19. #124 MinRos (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 18:53
    ใจเต้นแรงมาก

    ฉันรู้อยุ่แล้วว่าเธอขอเขาแต่งงาน วี๊ดวิ้วววว

    ยิ่งอ่านยิ่งเป็นห่วงลูเซียนอย่างไม่มีสาเหตุ
    #124
    0
  20. #123 •.★*[[ToNNaM]]*★.• (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 18:40
    สงสารน้อน ราชินีกับเจ้าชาย รีบคืนดีไวไวเถอะ
    #123
    0
  21. #121 Kronos-Hades (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 18:18
    อุ~~~~~
    #121
    0
  22. #118 Dindan5329 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 16:33
    เอาจริงคือสงสารคู่อ่ะต่างคนต่างมีปมที่บอกใครไม่ได้
    #118
    0
  23. #117 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 16:24

    ขอบคุณค่า

    #117
    0
  24. #116 dreamtime24647 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 16:10
    อุแงงง ลูเชียนร้าย ;-; สงสารเฮคเตอร์
    #116
    0