Rivalry of the Two Gentlemen (omegaverse)

ตอนที่ 16 : Chapter 14: Eastland

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 181 ครั้ง
    12 ก.ย. 62

Chapter 14: Eastland


ห่างเพียงทะเลขวาง แต่บรรยากาศกลับต่างโดยสิ้นเชิง...

การเดินทางด้วยรถไฟร่วมหลายวันทำให้ปวดเมื่อย แม้จะเป็นตั๋วนอนและห้องหรูหรา แต่การต้องติดอยู่ในกล่องเหล็กขนาดใหญ่ที่เคลื่อนที่ส่งเสียงตลอดเวลาก็ไม่ใช่เรื่องสบาย

ลอร์ดลูเชียนก้าวขาลงจากชานชาลา เป็นเวลาบ่ายแก่ แสงสีส้มอาบย้อมอาคารทรงเหลี่ยมที่ถูกตกแต่งด้วยรูปปั้นหินแกะสลักขนาบสองข้างทาง

ชายหนุ่มออกมายืนบนท้องถนนที่กว้างขวาง รอรถม้าที่จะพาเขาไปถึงโรงแรมที่ได้จองเอาไว้


“เรารู้ว่าจุดมุ่งหมายคืออีสต์แลนด์ แต่จะรู้ได้ยังไงกันครับว่ามันที่ไหนในอีสต์แลนด์กันแน่” คุณแอคตันเอ่ยปากถามขึ้นมาขณะที่พวกเขาสองคนอยู่บนรถม้า ลอร์ดลูเชียนที่กำลังอ่านข้อความคำใบ้บนจดหมายอยู่พอดีก็เงยหน้าขึ้นมอง

“คำพูดประโยคนี้ตัวละครพูดขึ้นที่เมืองในอีสต์แลนด์ตอนใต้ เราต้องมุ่งหน้าไปที่นั่น”

“แบบนี้ถ้าคนไม่ศึกษาวรรณกรรมมาละเอียดพอนี่แย่เลยนะครับ” เบต้าหนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าครุ่นคิด “การจะไปควานหาหนังสือบทละครมาได้ก็ยากแล้ว ถึงจะรู้ว่าใครเป็นผู้เขียนก็เถอะ”

“ใช่ จริงๆเรื่องนี้เกิดขึ้นหลายที่ ทั้งในเมืองหลวง พระราชวัง เมืองทางใต้สองเมือง แถมไปไกลถึงโอล์ดแลนด์เลย… อาศัยความจำอย่างเดียวก็ระบุไม่ได้หรอกว่าฉากไหนมันเกิดที่ไหน ไม่เหมือนเรื่องก่อนหน้านี้”

“เรื่องมันเป็นยังไงนะครับ… มันเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยได้ยินหรือดูมาก่อนเลย...”


ลูเชียนมีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย ภายในรถม้าตกแต่งหรูหราชายหนุ่มนั่งไขว่ห้าง ไม้เท้ากับหมวกถูกวางไว้ข้างกาย ดวงตาสีฟ้าเสมองออกนอกหน้าต่างเพื่อชมวิว


“นานมาแล้วมีหญิงสาวเบต้าผู้หนึ่ง หล่อนเป็นบุตรีของหมอที่มีความสามารถ… แต่เป็นสามัญชน และเธอหลงรักบุตรขุนนางที่เป็นอัลฟ่า แรกเริ่มเธอรู้ดีว่าตัวเองคงไม่มีหวังเพราะฐานะที่แตกต่าง แต่แล้ววันหนึ่งพระราชาก็ทรงประชวร เธอถือโอกาสนี้เข้าไปรักษาจนทรงหาย และทูลขอเรื่องหนึ่งจากพระราชา คือการได้แต่งงานกับขุนนางอัลฟ่าผู้นั้น

ขุนนางอัลฟ่าไม่ยินยอม แต่ก็จำใจรับคำของพระราชา จากนั้นเขาก็ทอดทิ้งหล่อนไว้แล้วหนีไปทำสงครามที่โอล์ดแลนด์ โดยยื่นข้อแม้ว่าถ้าเธอสามารถแลกแหวนกับเขา และท้องบุตรของเขาได้ เขาก็จะยอมเป็นสามีของเธอ… ซึ่งนั่นไม่มีทางเป็นไปได้

หญิงสาวเป็นคนฉลาด จึงแอบติดตามไปโอล์ดแลนด์… ที่นั่นขุนนางอัลฟ่าพบหญิงโอเมก้าที่อยากแต่งงานด้วยและพยายามขอความรักจากหล่อน หญิงสาวจึงไปตีสนิทหญิงผู้นั้น จากนั้นในคืนหนึ่งก็ออกกลอุบายสลับตัวกับหญิงผู้นั้นไปนอนกับขุนนางอัลฟ่าและแลกแหวนกัน… กระทำการสำเร็จแล้วหล่อนก็เดินทางกลับอีสต์แลนด์

ต่อมาสงครามจบ ขุนนางอัลฟ่าเดินทางกลับบ้านเกิด พบว่าเธอมีทั้งแหวน และในท้องก็ตั้งครรภ์บุตรของเขา สุดท้ายจึงยินยอมเป็นสามีและรักเธอตอบอย่างเต็มใจ”

คุณแอคตันนิ่งฟัง สีหน้าคล้ายไม่รู้ควรออกความเห็นอย่างไรดี

“มันตรรกะพังหลายเรื่อง… แต่เรื่องแต่งสมัยนั้นก็ประมาณนี้ละมั้ง มันสะท้อนค่านิยม...”    

“ท่านลอร์ดคิดว่าใครเป็นคนคิดโจทย์นี้รึครับ?” คุณแอคตันเงยหน้าขึ้นสบตา ถามอย่างซื่อๆ โดยไม่ได้มีความหมายแฝง… แต่เป็นคำถามที่ทำให้ลูเชียนเผลอเผยยิ้มอ่อนใจ

“... ให้เดาก็คงพระราชินี”


เขาตอบแค่นั้น… คนที่เลือกเรื่องแสนตลกร้ายแบบนี้มาได้นอกจากพระนางแล้วจะยังเป็นใครอีก ไม่ใช่เจ้าชายไอวาหรอก…

เดินทางด้วยรถไฟอีกสามวันเต็มจากเมืองหลวงลงใต้ กว่าจะมาถึงจุดหมาย เมืองชนบทตอนใต้ที่ในฤดูใบไม้ผลิจะมีทุ่งดอกไม้สะพรั่งยามนี้มีแต่ทุ่งหญ้าแห้งเหี่ยว แต่อีกไม่กี่เดือนคาดว่าดอกไม้คงบานแล้ว...


นอกเมืองหลวงไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ และสถานที่แห่งนี้ก็เป็นเมืองเล็กที่ไม่ได้วุ่นวาย…


ลอร์ดลูเชียนก้าวขาลงจากรถม้า รองเท้าบูตหนังย่ำลงบนพื้นดิน หยุดอยู่หน้าศาลาว่าการเมือง

“ทำไมเราไม่มุ่งหน้าไปที่ปราสาทล่ะครับ” ฟุตแมนถามอย่างสงสัยอีกครั้ง ถามเยอะจนหากบัทเลอร์สูงอายุมาด้วยคงโดนดุไปแล้วแน่ๆ “ไม่ใช่ว่าเรื่องเกิดที่ปราสาทของท่านเคานท์หรอกเหรอ”

ท่านเอิร์ลส่ายหน้า

“ต่างจากในเรื่องก่อน… ปราสาทของท่านเคานท์นั้นไม่มีจริง หรือถึงมีก็ไม่สามารถยืนยันได้ชัดว่าเป็นที่ที่กวีใช้อ้างอิงจริงๆ… สถานการณ์แบบนี้ต้องถามเอาจากศาลาว่าการ”

คุณแอคตันฟังแล้วก็พยักหน้าเงียบๆ 

“คุณเฝ้ารถม้า ผมไปไม่นาน” ออกคำสั่งจบก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปภายในอาคารศาลาว่าการเมืองสูงใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นหอนฬิกาไปในตัว

ภายในมีชายสองคนนั่งเฝ้า คนหนึ่งมีสีหน้าเฉื่อยเนือย คล้ายกำลังจะหลับ ส่วนอีกคนที่ก็ดูเป็นเจ้าหน้าที่ธรรมดาหันมองทางผู้มาเยือน

“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?”

“ผมกำลังตามหาปราสาทของท่านเคานท์… คุณพอจะช่วยได้ไหม?” ลอร์ดลูเชียนยกยิ้มสุภาพ มือกดน้ำหนักเบาลงบนหัวไม้เท้า ขณะก้าวเข้าใกล้ชายผู้นั้น

อีกฝ่ายมองสำรวจเขาสักพักก็ค้อมหัวลง…

“...ท่านลอร์ด”

และส่งซองจดหมายให้ซองหนึ่ง

“ขอบคุณ... ผมขอตัว” ลอร์ดลูเชียนรับซองจดหมายนั้นมา และก้าวขาหมุนตัวไปยังทางออกทันที

“ก่อนหน้าคุณ มีมาห้าคน” เสียงให้ข้อมูลที่ดังไล่หลังกล่าวขึ้น ทำให้สองขาอดที่จะหยุดชะงักไม่ได้ และเอ่ยถามไปอีกประโยค

“รวมถึงเฮคเตอร์ แฮร์ริสันด้วยใช่ไหม?”  

“ครับ เขามาเป็นคนที่สอง”

“ขอบคุณมาก”

พูดจบลอร์ดลูเชียนก็ก้าวเท้าออกทางประตูหน้าอย่างรีบเร่งจนชายเสื้อโค้ตสะบัดเบาเมื่อเคลื่อนไหวสวนทางกับลมหนาว เปิดประตูรถม้าก้าวขึ้นไปและเอ่ยปากให้คนขับรถม้ารีบออกรถทันที

การแข่งขันรอบนี้ตัดเหลือแค่สิบคน วันนี้เขาไม่มีเวลาให้ชักช้า… 

ในซองจดหมายที่ได้รับคือแผนที่ไปยังโรงแรมเก่าแห่งหนึ่งในเมือง… อันที่จริงคงมีคนบางส่วนที่มุ่งตรงไปยังปราสาท ตามคำแนะนำของ ‘คน’ ที่เขาได้เตรียมไว้ให้คำใบ้หลอก


 จากศาลาว่าการเมืองจนถึงโรงแรมใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงโรงแรม อาคารไม่ได้ใหญ่โตหรูหราเท่าโรงแรมในเมืองใหญ่แต่ก็จัดว่าอยู่สบายและใช้งานได้ ขาก้าวเข้าไปเหยียบพื้นพรมด้านใน ซึ่งมีคนในเครื่องแบบรอต้อนรับอยู่แล้ว

ลอร์ดลูเชียนมองชายในชุดสีน้ำเงินที่เคยพบหน้ากันมาก่อนตอนเริ่มการแข่งขัน เขาคือผู้ดำเนินงานในโรงละคร และประกาศคำใบ้แรก

“ยินดีต้อนรับท่านลอร์ด” ชายผู้นั้นค้อมตัวให้ “การประมูลจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ ระหว่างนี้ขอเชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย” คำบอกกล่าวทำให้ชายหนุ่มมุ่นคิ้วเล็กน้อย…

ทำไมเขาถึงไม่รู้ว่ารอบนี้เป็นรอบประมูลกันล่ะ? 

“กติกามีการปรับเปลี่ยน... พระนางตรัสเช่นนั้น” ไม่นานนักก็ได้รับคำตอบที่ต้องการจากคนตรงหน้า...

“เข้าใจแล้ว” ลูเชียนรับคำอย่างเรียบง่าย หันไปพยักพเยิดให้คุณแอคตันไปจัดการเรื่องกระเป๋าเดินทางและห้องพัก ก่อนจะหันศีรษะกลับไปมองชายชุดสีน้ำเงิน

“ลอร์ดเฮคเตอร์มาถึงแล้วใช่ไหม.. ผู้คุมเกม?” 

“... ถึงสักครู่ใหญ่แล้ว ลงทะเบียนเข้างานแล้ว และออกไปในเมืองครับ” 

“ขอบคุณสำหรับข้อมูล” พยักหน้ารับแล้วชายหนุ่มก็หันกลับ ก้าวขาเดินตามฟุตแมนและเบลล์บอยที่นำเขาไปสู่ห้องพัก


สถานที่จัดงานประมูลครั้งนี้ก็คือในโรงแรมแห่งนี้ แล้วในเวลาแบบนี้ลอร์ดเฮคเตอร์ออกไปไหนกันนะ

มือในกระเป๋าเสื้อโค้ตสัมผัสวัตถุชิ้นเล็กทรงกลมชิ้นหนึ่ง ลูบคลึงมันเบาๆครู่ใหญ่ ก่อนจะผละมือออกอย่างอาวรณ์

… และสรุปได้ว่าเขาคงคิดมากไปเอง


……………………


เฮคเตอร์ แฮร์ริสันทอดสายตามองออกนอกหน้าต่างของรถม้าที่กำลังวิ่งด้วยสายตาซับซ้อน ทุ่งหญ้าแห้งเหี่ยวยังไม่มีดอกไม้ขึ้นเลยสักดอก แตกต่างจากสิ่งที่ถูกบรรยายในจดหมายโดยสิ้นเชิงเพราะฤดูหนาวยังไม่ผ่านพ้น

การเดินทางจากโรงแรมด้วยรถม้าลงใต้ไปอีกเล็กน้อยถึงที่อยู่ในจดหมายเหล่านั้นใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า กว่าจะได้กลับคงค่ำมืด แต่ชายหนุ่มก็ยังอยากยืนยันบางสิ่งด้วยตนเองอยู่ดี

รถม้าจอดที่หน้าบ้านชั้นเดียวหลังเล็กก่อด้วยอิฐสีเทาดูน่าเบื่อหน่าย ซึ่งเป็นรูปแบบตามในชนบทของอีสต์แลนด์ ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเทาใช้ให้ผู้ติดตามของตนไปเคาะประตูเพื่อเรียกหาเจ้าของบ้าน


อีกฝ่ายเป็นหญิงวัยเกือบชราท่าทางเป็นมิตร พูดภาษาเมนแลนด์ได้คล่องแคล่ว หล่อนยังไม่รับรู้ถึงจุดประสงค์ที่เฮคเตอร์มาในวันนี้

เขาหยิบจดหมายออกมาจากในเสื้อโค้ตตัวหนา ยื่นให้ร่างซึ่งเล็กกว่าตรงหน้าไปเปิดอ่าน

“คุณเป็นคนเขียนจดหมายฉบับนี้ใช่ไหม?” เป็นคำถามที่เรียบง่าย ด้วยน้ำเสียงเฉยชา แต่กลับทำให้ผู้ฟังรู้สึกกดดันอย่างประหลาด ดวงตาคู่คมจับจ้องกิริยาทุกอย่างของอิซาเบล มอร์มอนต์ ไม่ยอมให้หลุดรอดไปแม้แต่อย่างเดียว

“ใช่ เป็นดิฉันเขียนส่งไปให้ท่านลอร์ดเอง” หญิงวัยกลางคนยิ้มเจื่อน ไม่กล้าสบตา ตอบด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าปกติ… เธอเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงซึ่งต้องสวมหน้ากากคุยกัน การหลุดภาษากายหลายอย่างออกมานั้นเป็นเรื่องปกติที่เข้าใจได้

และเฮคเตอร์ที่อยู่ในสังคมซึ่งต้องสวมหน้ากากคุยกันทุกวันก็มองออกว่าหล่อนโกหก

“เขาตายแล้วหรือ?”

“...ใช่ค่ะ… หลานชายตายแล้ว” อิซาเบลก้มหน้าลงมองพื้น ยังคงตอบเสียงเบา แต่ไม่ได้ดูมีท่าทางเสียใจอะไรเป็นพิเศษ… เธอโกหกไม่เก่งเอาเสียเลย

“ผมเป็นคนที่เขาส่งจดหมายมาหา… ไม่ทราบว่าก่อนตายเขาได้พูดอะไรเกี่ยวกับเพื่อนทางจดหมายบ้างหรือเปล่า”

เจ้าของบ้านส่ายหน้า 

“หลานชายไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวนัก ก็แค่ฝากส่งจดหมายไปแจ้งให้ท่านทราบเท่านั้นเอง… เอ่อ… ชาหน่อยไหมคะท่านลอร์ด” ...ซ้ำยังชวนเปลี่ยนเรื่องอีกต่างหาก


เฮคเตอร์มั่นใจแล้วว่าหล่อนโกหก ทว่าก็ไม่รู้จะรีดเค้นอะไรได้แค่ไหน 

“หลุมศพอยู่ที่ไหน” 

“คือว่า… ศพถูกฝังอยู่อีกเมืองน่ะค่ะ เป็นการตัดสินใจของแม่เขา..”

“อืม… เมืองไหน?”

“....” คุณนายมอร์มอนต์เงียบไปอีกระยะหนึ่ง… เธอก้มหน้ามองพื้นหิน แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอย่างพยายามเก็บซ่อนหวาดกลัว

“คุณควรปล่อยมันไป.... ท่านลอร์ด”

คล้ายว่าเฮคเตอร์เห็นภาพเธอซ้อนกับภาพบางอย่างในความทรงจำ… คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นคนที่เคยเจอมาก่อน

“... เราเคยพบกันมาก่อนหรือเปล่า คุณนายมอร์มอนต์” 

“ไม่… ไม่เคย ดิฉันจะไปเคยพบท่านได้ยังไงกันล่ะคะ อยู่ไกลเมนแลนด์ขนาดนี้”

ท่าทางมีพิรุธ...

แต่อีกฝ่ายไม่ยอมปริปากเขาก็ไม่คาดคั้นต่อ อย่างไรเสียลอร์ดเฮคเตอร์ก็ได้คำตอบที่ตนต้องการแล้ว ชายหนุ่มลุกขึ้น มือถือหมวกทรงสูง ค้อมศีรษะเล็กน้อยและกล่าวลาอย่างสุภาพ หากไม่ดูนอบน้อมเลยสักนิด

“ขอบคุณที่สละเวลา… ผมคงไม่รบกวนแล้ว”

หญิงวัยกลางคนผู้น่าสงสารนั่งประสานมือเข้าด้วยกัน และที่ใต้โต๊ะไม้เก่า มือนั้นสั่งเล็กน้อย

“... ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง ท่านลอร์ด”

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่เฮคเตอร์ได้ยินจากเธอ ร่างสูงเดินห่างออกมาแล้วไม่หันหลังกลับไปมองบ้านเล็กหลังนั้นอีกเลย

เพียงออกคำสั่งคำเดียวรถม้าก็แล่นจากไปตามถนนที่ขรุขระเสียจนในรถม้าสะเทือนและนั่งไม่สบาย 

ชายหนุ่มถอดหมวกทรงสูงจากศีรษะ นั่งครุ่นคิดกับตนเองเงียบๆ เป็นเวลาบ่ายคล้อยที่อีกไม่นานก็คงเย็น แต่ฟ้าก็เริ่มมืดเสียแล้ว ท่าทางคนขับรถม้าจะต้องจุดตะเกียงส่องทางในอีกไม่ช้า

เขาน่าจะเคยพบหญิงผู้นั้นมาก่อนจริงๆ… แต่จำไม่ได้ว่าตั้งแต่เมื่อใด หรือที่ไหน

หรือว่าคนในจดหมายคนนั้นจะเป็นคนที่เฮคเตอร์รู้จัก?... นั่นก็มีความเป็นไปได้สูง ทั้งบทสนทนาที่เขียนมาเหมือนรู้จักเขาดี คำแนะนำต่างๆ … ที่ก็เหมือนรู้ว่าเขาเป็นคนเช่นไร

คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความสงสัย… ใครกันที่จะทำอย่างนี้?

แต่แล้วในใจก็ค่อยๆ เย็นเยียบขึ้นทุกที เมื่อคำหนึ่งปรากฏขึ้นในห้วงความคิด

‘หลอกลวง’

… บางทีให้เป็นยายแก่อัปลักษณ์ที่ไม่กล้ามาสู้หน้า ...อาจจะยังดีเสียกว่า


กุญแจที่จะไขคำตอบของเรื่องนี้ก็คืออิซาเบล มอร์มอนต์ผู้นั้น ทันทีที่ถึงโรงแรมต้องรีบส่งโทรเลขด่วนไปสอบถามเครือข่ายถึงความคืบหน้าในการสืบประวัติของหล่อน

เคยทำงานให้ใคร.. อยู่บ้านไหน ตระกูลไหน เขาต้องรู้ให้ได้


แม้อีกฝ่ายไม่อยากปรากฏตัว ยังไงซะก็ต้องลากออกมารับสารภาพให้ได้


…………………..


แขกที่มาถึงมีเพียงสิบห้าคน…

ดวงตาสีฟ้ากวาดมองนับในใจอย่างสังเกตสังกา คนที่เขามั่นใจว่าเป็นคนของพระราชินีมีเหลือรอดมารวมตนเองหกคน… ส่วนที่เหลือไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนของเจ้าชาย และใครเป็นคนนอก

ลอร์ดเฮคเตอร์ไม่ได้ปรากฏตัวระหว่างมื้ออาหารเย็น แต่ในยามหัวค่ำที่ลูเชียนมองออกนอกหน้าต่างห้องพัก เห็นรถม้าสีดำสนิทคันใหญ่แล่นเข้ามาจอดด้านหน้าทางเข้า ร่างที่คุ้นเคยก้าวขาลงมา ฝ่าอากาศหนาวเข้ามาในอาคาร

ตามองตามจนอีกฝ่ายลับสายตา แล้วชายหนุ่มก็ปิดม่านกำมะหยี่ลง… เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตนรออะไรอยู่กันแน่

แหวนรูปงูขดทรงกลมถูกนำออกจากกระเป๋า วางไว้ข้างเตียง ชายหนุ่มเหม่อมองไข่มุกมีค่าบนดวงตาของมันอยู่ครู่ใหญ่ จนสุดท้ายก็ดับเปลวไฟในตะเกียง จมตนเองลงสู่สีดำสนิทของความมืด…

But in such a ‘then’ I write a ‘never’

ช่างเป็นตลกร้ายเสียจริง...

เช้าวันรุ่งขึ้น ลอร์ดเฮคเตอร์นั่งรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารหรูหรา ใบหน้าไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ใดเป็นพิเศษ…

อีกฝ่ายหายไปไหนมา? อันที่จริงนั่นไม่ใช่เรื่องที่ลูเชียนควรใส่ใจนัก แต่ก็อดคิดไม่ได้อยู่ดีว่าจะมีแผนอะไรหรือไม่…

อันที่จริงไม่ใช่แค่อีกฝ่ายที่ต้องระวังตัว ทางเขาก็ต้องระวังตัวเหมือนกัน

ในรอบนี้ไม่มีสื่อมวลชนมาทำข่าว และการแข่งขันที่ไม่ได้อยู่ภายใต้สายตาสื่อคงไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เขาควรต้องระมัดระวังในการวางเส้นทางเดินทาง...

กลัวไหม?... ก็ไม่นัก อย่างไรเสียเขาก็เป็นท่านเอิร์ลแห่งวินเทอร์บิวรี่ และคนสนิทของพระราชินี อีกฝ่ายไม่น่าจะกล้าลงมือหนักไปนัก แต่ความผิดพลาดก็เป็นสิ่งที่รับไม่ได้อยู่ดี


การประมูลเริ่มก่อนจะถึงเวลาเที่ยงวันไม่นานนัก ชายหนุ่มรับแผ่นป้ายจากผู้คุมเกม มองมันอยู่พักหนึ่ง และเผลอเหยียดยิ้มขบขัน

รู้สึกไม่ได้ต่างอะไรจากการซื้อ ‘เจ้าชาย’ ด้วยเงินเลยสักนิด… นี่ก็คงเป็นอีกหนึ่งตลกร้ายของพระนางเช่นกัน แม้จะบอกว่าประชาชนสามารถเข้าร่วมได้ แต่พระสวามีของเจ้าชายจะไร้ฐานะและเงินทองได้อย่างไรกัน


การประมูลรอบแรกเริ่มต้น แผ่นป้ายถูกยกสูง แม้แขกผู้เข้าร่วมมีเพียงสิบห้าคน แต่ราคาก็ยังขึ้นอย่างดุเดือด ตามคาดว่าผู้ที่ได้รับคำใบ้แรกไปด้วยราคาสูงลิบก็คือคุณอาเธอร์ คอลลิน มหาเศรษฐีเจ้าของโรงงานผลิตเสื้อผ้า

ลูเชียนไม่แน่ใจนักว่าอาเธอร์ คอลลินผู้นี้เป็นแค่คนนอก หรือคนฝั่งของเจ้าชายไอวา แต่เขาอันตรายเกินไป.. เกินกว่าจะปล่อยให้ไปต่อ

อีกฝ่ายมาพร้อมผู้ติดตามหลายคน อีกทั้งไม่ใช่คนไร้ชื่อเสียง ย่อมจัดการได้ลำบาก

ท่านเอิร์ลหนุ่มนั่งคิดวิเคราะห์ ขณะที่คู่แข่งคนแรกเดินสวนกลับไปยังทางออก แวบหนึ่งอีกฝ่ายสบตากับเขา ริมฝีปากแย้มยิ้มบางตามมารยาทแทบจะในทันทีอย่างแนบเนียน

...ยังไม่ถึงเวลาที่จะลงมือ อย่างน้อยก็ควรให้คนน้อยกว่านี้ก่อน แต่ทุกคนก็คงคิดแบบนั้นเหมือนกัน 


คำใบ้ลำดับที่สองผ่านไป… สามผ่านไป และลูเชียนเริ่มยกแผ่นป้ายประมูลของตนเมื่อมาถึงแผ่นที่สี่

เขาไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน อย่างไรเสียเงินส่วนนี้ก็เป็นพระราชินีที่ออกค่าใช้จ่าย… เพียงแต่ไม่ต้องการให้มันดูโจ่งแจ้งเกินไป

ลูเชียนยกแผ่นป้าย ผู้ดำเนินการประมูลเรียกครั้งที่หนึ่ง… สอง… และขณะกำลังจะเคาะครั้งที่สาม ก็มีคนหนึ่งชูป้ายประมูลของตนเองขึ้นมา… ดวงตาสีเทาหันมาสบกับเขา

“ลอร์ดเฮคเตอร์ที่ 500 เหรียญ ลอร์ดเฮคเตอร์ที่ 500 เหรียญ มีใครสู้อีกไหม มีใครสู้อีก?”

ลูเชียนยกยิ้ม มองตอบอย่างไม่ยอมกัน และยกแผ่นป้ายของตนเองขึ้นเช่นกัน

“550” 

“600”

“650”

“700”

“750”

“800”

ราคาถูกปั่นขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว แผ่นป้ายที่สี่ไม่ควรจะราคาสูงขนาดนี้ ลอร์ดลูเชียนคำนวณจำนวนเงินค่าเดินทางของตนในหัว ยังมีเพียงพอสำหรับการนั่งรถไฟด่วนในเที่ยวต่อไปจนจบการเดินทาง

...และจริงๆ แล้วเขาไม่ได้คิดจะให้ตัวเองเป็นผู้ชนะสุดท้ายในเกม ท่านเอิร์ลหนุ่มไม่สามารถแต่งงานกับเจ้าชาย เขาก็แค่ต้องทำให้เจ้าชายแต่งงานกับคนที่พระราชินีเลือก

“850” ถ้อยคำหลุดจากปาก ดวงตาหันไปสบกับอีกฝ่ายนาน ในจังหวะนั้นที่เห็นเฮคเตอร์กระตุกยิ้มบาง… แต่เพียงชั่วขณะเดียวเท่านั้น

“นับ1 นับ2 นับ3… ขาย!!”

ลูเชียนลุกจากที่นั่ง เดินไปรับซองขาวที่ถูกปิดด้วยตราประทับมาถือเอาไว้ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปทันที ไม่มองหน้าคนที่จงใจปั่นราคาเมื่อครู่ ด้วยความใจร้อนและอยากเอาชนะทำให้ซื้อของเกินราคา และตอนนี้ชายหนุ่มก็ไม่สบอารมณ์เสียเท่าใด

“เจอกันที่โอล์ดแลนด์… ลอร์ดลูเชียน” เสียงกระซิบเบาทำให้ความเร็วของจังหวะการเดินลดลง ดวงตาสีฟ้าเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของผู้พูด คล้ายจะเห็นรอยยิ้มจางอยู่บนริมฝีปากที่ปกติแล้วจะไม่บ่งบอกอารมณ์ใด

“...แล้วเจอกัน ลอร์ดเฮคเตอร์”


สองขาก้าวออกนอกประตู มือรับเสื้อโค้ตจากพนักงานโรงแรมมาสะบัดสวม เบื้องหน้ารถม้ากับสัมภาระจอดรออยู่แล้วอย่างเพียบพร้อม

ชายหนุ่มเปิดจดหมาย เทของบางอย่างออกมาจากซองจดหมายนั้น ไม่มีกระดาษหรือคำจารึกใด มีเพียงแหวนสีเงินเย็นเฉียบวงหนึ่งเท่านั้น

ทว่าลอร์ดลูเชียนก็ยังทราบว่าจุดหมายต่อไปคือที่ใดอยู่ดี..


“ไปสถานีรถไฟ… เราจะมุ่งหน้าไปโอล์ดแลนด์”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 181 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

594 ความคิดเห็น

  1. #365 pearle (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:43
    เฮกเตอร์ยิ้มทำไมน้าา
    #365
    0
  2. #315 Hasegawa Michiko (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:57
    คุณพระเอกก้คือไม่ยอมปล่อยไปจริงๆ
    #315
    0
  3. #231 Bibidiz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 08:34
    น่าจะใกล้สืบเจอแล้ว
    #231
    0
  4. #193 D-Dindin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 22:20
    เฮครู้ความจริงรึยังเนี่ย เริ่มร้อนๆหนาวๆแล้ว
    #193
    0
  5. #133 ซินเดอเรล✰. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:01
    อย่าทำอะไรลอร์ดเชียนของเรานะ ลอร์ดเฮค!!
    #133
    0
  6. #109 Teatimes Siris (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 19:12
    ตอนเฮคเตอร์รู้ความจริง จะไม่มีดราม่าใช่ไหม ไม่อยากให้มีดราม่าเลย สงสานลูเชี่ยน T^T
    #109
    0
  7. #108 Kronos-Hades (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 19:01
    ปักๆๆโดนปัก
    #108
    0
  8. #107 gayien (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:32
    แงงงง ติดเรื่องนี้งอมเลย ไม่เป็นอันกินอันนอน
    #107
    0
  9. #100 MinRos (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 07:03
    ทำงานไปใจก็คิดถึงแต่เรื่องนี้ โอ๊ยยย เป็นห่วงคุณลูเชียนอ่ะทำไมก็ไม่รู้
    #100
    0
  10. #99 mummummi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 02:02
    รอปมที่จะมัดเข้าเรื่อยๆค่ะ
    #99
    0
  11. #98 Lalilalia (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 10:49
    ;-; ใจไม่ดีเลยยย
    #98
    0
  12. #97 ้happytime (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 21:27
    โอ้โหห​ ทำไมเราเพิ่งเจอเรื่องนี้TTภาษาสวยมากๆเลยค่ะ​ การบรรยายก็ดี​รอติดตามเลยค่ะ!!
    #97
    0
  13. #96 Gray13 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 21:20
    รอติดตามต่อ เป็นเรื่องนึงที่ชอบมากกกกกกก ภาษาสวย มีปม สร้างบรรยากาศให้เราอินไปในเนื้อเรื่องได้ สุดยอดมากเลยค่ะ
    #96
    0
  14. #95 MinRos (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 17:40
    ความลับเยอะมาก ยังไงก็ต้องถูกเปิดเผย แต่จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นถ้าเฮกเตอร์รํความจริง ตื่นเต้นง่าาา
    #95
    0