Rivalry of the Two Gentlemen (omegaverse)

ตอนที่ 15 : Chapter 13: The Railway Madmen Incident

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 173 ครั้ง
    3 ก.ย. 62

Chapter 13: The Railway Madmen Incident


มีเรื่องหนึ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของลอร์ดเฮคเตอร์มาเนิ่นนาน และเรื่องนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของลูเชียน 

ทุกครั้งที่เห็นใบหน้าที่มีส่วนคล้ายคลึงกับเลดี้ฟลอเรนซ์ เฮคเตอร์มักจะหวนคิดถึงวันนั้นที่ถูกอาบย้อมด้วยสีส้มจัด เงาสองสายที่คืบคลานเข้าใกล้

เพื่อรักษาสิ่งที่ยังคงอยู่ไม่ให้แตกร้าวไปมากกว่านี้ จึงจำเป็นต้องตัดมันทิ้งไป


เด็กคนนั้นที่เขาตัดสินใจทิ้งไว้เบื้องหลังเติบใหญ่เป็นอัลฟ่าที่เข้มแข็ง อยู่ในวงสังคมอย่างสง่าผ่าเผย ไม่ใช่เด็กน้อยที่คอยวิ่งตามและร้องไห้งอแงเมื่อล้มลงเข่ากระแทกพื้นอีกแล้ว

แต่ลูเชียนกลับไม่หยุดแค่นั้น… 


บางทีลูเชียน วิทล็อกก็อาจจะไม่ต่างจากสุนัขตัวหนึ่งที่ออกล่าตามคำสั่งของผู้เป็นนายโดยไม่ยั้งคิด… คนทำงานสำนักพิมพ์พวกนั้นผิดอะไร พวกเขาแค่เสนอข่าวในอีกแง่มุมหนึ่งตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น อยู่ๆก็ต้องมาตกงาน ล้มละลาย เพียงเพราะไปแตะเรื่องที่ไม่ควรแตะ ซึ่งจริงๆแล้วในฐานะสื่อก็เป็นสิ่งที่ควรทำ

สาเหตุที่เขาไม่คิดจะข้องเกี่ยวกับเรื่องการเมืองหรือเรื่องของสภานั้นเรียบง่าย ลอร์ดเฮคเตอร์ไม่อาจทนทำเรื่องที่ตนเองจะรู้สึกไม่สบายใจในภายหลัง ด้วยเหตุนั้นชายหนุ่มจึงเลือกที่จะอยู่ให้ห่างจากทั้งสภาและราชวงศ์มาตลอด แม้จะเป็นถึงบุตรของท่านดยุคก็ตาม

เรื่องการเมืองยังพอหาเหตุผลมาเข้าใจได้… แต่อีกเรื่องคือข่าวลือระหว่างลอร์ดลูเชียนกับพระราชินี ว่าทั้งคู่เป็นคู่รักในวัยเรียน และยังมีสัมพันธ์ลับมาจนถึงทุกวันนี้ 


ทั้งทำลายชีวิตคนบริสุทธิ์ ข้องเกี่ยวกับธุรกิจสิ่งเสพติด กระทั่งมีสัมพันธ์ที่ผิดศีลธรรม… ทั้งหมดเพียงเพื่อความโปรดปรานของพระราชินี จนหลายๆ ทีเขาก็เผลอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูแคลน

เฮคเตอร์รู้ว่าข่าวลือมักไม่อาจเชื่อได้เต็มร้อย… แต่ทุกครั้งที่ชายหนุ่มได้ยิน ภาพของวันนั้นก็จะย้อนหวนกลับมาในห้วงความคิด…

บิดากับคำพูดที่ว่าครอบครัวคือความผิดพลาด

นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ชายหนุ่มไม่ชอบลอร์ดลูเชียน ต่อมาจนเหตุการณ์แย่งคู่หมั้นก็ยิ่งนึกเกลียดท่าทางถือดีชวนหาเรื่องที่มักจะแสดงออกอย่างไม่คิดปิดบัง


แต่ถึงรู้สึกรังเกียจการกระทำหลายๆ อย่างจนไม่อยากยุ่งด้วย… ก็ไม่อาจห้ามสายตาไม่ให้หยุดมองที่อีกฝ่าย…


เดิมทีชายหนุ่มก็คิดแค่จะมาคืนผ้าพันคอ… แต่ท่าทางประหลาดใจ ขัดเขิน และไม่ทันตั้งตัวนั่นทำให้อดนึกถึงเด็กน้อยคนนั้นที่เคยทิ้งเอาไว้เบื้องหลังไม่ได้…

มือเรียวที่คว้าแขนเสื้อเอาไว้ เรียกออกมาอย่างร้อนรน แตกต่างจากท่าทางอวดดีเมื่อเช้าอย่างสิ้นเชิง… นั่นทำให้ดวงตาสีเทามองด้วยแววตาอ่อนลงเล็กน้อย

บางทีคนคนนี้อาจจะยังไม่ถูกความโสโครกของโลกด้านบนกลืนกินไปจนหมด


“แล้วพรุ่งนี้พบกันใหม่ ลอร์ดเฮคเตอร์” ประโยคที่กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาได้ยินชัดเจนเต็มสองหู ทว่าชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยตอบ… การแลกเปลี่ยนความเห็นโดยไม่มีการเสียดสีนั้นหาได้ยากสำหรับคนทั้งคู่


บางที… เฮคเตอร์อาจมองอีกฝ่ายผิดไป

บางที…..พวกเขาอาจจะยังพอคบหาเป็นเพื่อนกันได้

บางที…


………...


อากาศช่วงปลายฤดูหนาวในยามเช้าไม่ค่อยปราณีนัก ลมเย็นที่พัดวูบผ่านร่างทำให้ใบหน้าชาวาบ ตัดกับอุณหภูมิอบอุ่นด้านในโรงแรมและบนเตียงขนเป็ดอันแสนนุ่มนิ่ม แต่กระนั้นก็ต้องกัดฟันออกมาเผชิญอากาศเย็นยะเยือกด้านนอกอยู่ดี

ลอร์ดลูเชียนระบายลมหายใจออกมาเป็นไอสีขาว รถม้าเช่าจอดรอรับด้านหน้าขณะที่คุณแอคตันทยอยขนสัมภาระขึ้นไปไว้ด้านหลัง ในวันที่อากาศหนาวแบบนี้ที่ชวนให้นอนซุกตัวอยู่บนเตียงการที่ต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อออกเดินทางช่างทรมานคนเสียเหลือเกิน กระนั้นเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีโอดครวญออกมา กระชับเสื้อโค้ตหนาก้าวขึ้นรถม้าที่ด้านในอบอุ่นกว่าภายนอกอยู่บ้าง

“คุณมานั่งในนี้เถอะ” ท่านลอร์ดบอกแก่คุณแอคตันที่กำลังจะปิดประตูรถม้า ซึ่งอีกฝ่ายก็กล่าวขอบคุณและขึ้นมานั่งด้านในอย่างสงบเสงี่ยม

...เพราะหากคุณวินสตันผู้เป็นบัทเลอร์รู้เรื่องนี้ ฟุตแมนหนุ่มจะต้องโดนต่อว่าอย่างแน่นอน แต่ลูเชียนก็ไม่คิดจะพูด อย่างไรเสียระหว่างเดินทางไม่ได้อยู่ภายใต้สายตาที่คอยจับจ้อง เรื่องมารยาทข้อปฏิบัติที่ไม่จำเป็นก็ปล่อยๆ มันไปเสียบ้างก็ได้…


ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึงสถานีรถไฟ จากนี่จะต้องนั่งไปลงที่เมืองท่าเพื่อนั่งเรือข้ามฟากไปอีสแลนด์ ไม่รู้ว่าพระราชินีไปจัดการทางการทูตเช่นไรถึงสามารถทำให้การแข่งขันออกไปไกลถึงนอกประเทศ แต่อย่างไรเสียพระราชาคนปัจจุบันของประเทศนั้นก็นับเป็นสหายของพระนาง คงมีการเจรจาตกลงกันเรียบร้อยแล้ว

ชายหนุ่มลูบหนังสือเดินทางในกระเป๋าเสื้อโค้ตตน อันที่จริงแล้วในยุคนี้การเดินทางไปยังประเทศใกล้เคียงไม่มีการตรวจหนังสือเดินทาง แต่จุดประสงค์ที่นำติดตัวมาก็แค่เพื่อยืนยันตัวตนกับทางพวกผู้ดำเนินเกมเท่านั้นเอง


การที่หนังสือพิมพ์กับนิตยสารคอยรายงานประกาศชื่อของผู้เข้าแข่งขันในช่วงแรกเป็นการยืนยันกับสาธารณชนว่าผู้ที่ยังคงอยู่ในเกมมีเพียงสิบห้าคนนี้เท่านั้น ทุกคนยังอยู่ภายใต้สายตาของสื่อที่คอยจับจ้องทำให้การโกงเป็นไปได้ยาก… แต่อีกไม่นานสื่อก็คงตามเก็บรายชื่อไม่ทันแล้ว ซึ่งนั่นก็คือสิ่งที่ลูเชียนได้คาดการณ์ไว้แต่แรก

ในสิบห้าคนที่เหลือ จำนวนคนของเจ้าชายกับคนของพระราชินีมีจำนวนพอๆ กัน ส่วนแขกที่ไม่ได้รับเชิญก็ยังหลุดรอดมาบ้าง แต่คนพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล


สิ่งที่ลอร์ดลูเชียนกังวลที่สุดคือเอ็ดเวิร์ด… อีกฝ่ายยังคงไม่ออกจากเกมตามที่ได้วางแผนเอาไว้ทีแรก เรื่องนี้ลอร์ดอีธานย่อมไม่ปล่อยไว้ง่ายๆ แน่… ครั้นจะส่งโทรเลขไปให้คนที่เมืองหลวงรีบวางคนจัดการก็ไม่ทันการณ์ จะว่าจ้างคนท้องที่ก็เสี่ยงเกินไป

แต่อีกไม่นานพวกเขาก็จะเดินทางออกนอกเขตเมนแลนด์แล้ว การจัดการจะเป็นไปอย่างยากลำบากขึ้นอีก


อากาศภายในสถานีที่มีช่องเปิดโล่งสำหรับรางรถไฟชวนให้รู้สึกหนาวเหน็บไม่น้อย ชายหนุ่มกระชับผ้าพันคอ มือในถุงมือเย็นจนแข็ง ทว่าร่างสูงก็ยังคงยืนนิ่งไม่หลุดกิริยาไม่เหมาะสม คุณแอคตันถือสัมภาระรออยู่แล้ว 

สิบนาทีต่อมารถไฟก็มาจอดเทียบที่ชานชาลา ผู้คนที่ขึ้นรถค่อนข้างบางตาต่างจากเส้นทางออกจากเมืองหลวง

หางตาเหลือบเห็นร่างที่คุ้นตาของเอ็ดเวิร์ดก้าวขึ้นโบกี้ถัดไป ซึ่งเหมือนจะเป็นตู้ของผู้โดยสารชั้นสอง ชายหนุ่มไม่แปลกใจนัก ลอร์ดอีธานไม่ได้สนับสนุนเงินทุนในการเดินทางของอีกฝ่าย ฉะนั้นค่าใช้จ่ายก็น่าจะเข้าเนื้อเจ้าตัวพอสมควร


ลอร์ดลูเชียนเดินขึ้นรถไฟไปนั่งในส่วนของผู้โดยสารชั้นหนึ่งที่กั้นเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ขณะที่นั่งคิดพิจารณาถึงความดื้อด้านของเอ็ดเวิร์ด

เขาไม่รู้หรอกว่าตระกูลฟาเรลส์มีปัญหาอะไร แต่มั่นใจมานานแล้วว่าเอ็ดเวิร์ดไม่ชอบใจลอร์ดอีธาน… และมักพยายามต่อต้านพ่อของตัวเอง

แต่เรื่องยศขุนนาง อย่างไรเสียตามกฎหมายแล้วก็ไม่อาจตกไปถึงเอ็ดเวิร์ดได้อยู่ดี การที่รับอัลฟ่าเข้ามารับยศแทนแล้วให้แต่งงานกับเอ็ดก็นับเป็นเรื่องที่รักษาตำแหน่งให้เจ้าตัวได้มากที่สุดแล้ว… ทำไมถึงต้องต่อต้านถึงขั้นนี้กันนะ… ช่างเป็นการกระทำที่โง่เขลาเสียเหลือเกิน


แต่ก็อย่างที่เขาเคยพูดไว้… ว่ามนุษย์มักทำตามอารมณ์ความรู้สึก แม้นั่นจะเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลและไม่สมควรทำที่สุดก็ตาม

...ฉะนั้นมนุษย์จึงเตลิดได้ง่าย และควบคุมได้ยาก



ลูเชียนหลับตาลงเพื่อพักผ่อน หนทางกว่าจะถึงท่าเรือข้ามฟากยังอีกหลายชั่วโมง และเมื่อคืนเขาก็นอนไม่หลับดีเพราะปัญหาหลายอย่างที่คอยกวนใจ…


เสียงเปิดประตูทำให้ลูเชียนร้องเรียกฟุตแมนของตนที่คาดว่าน่าจะเพิ่งกลับมาจากการไปเก็บสัมภาระ 

“คุณแอคตัน ไว้คุณช่วยไปสั่งอาหารเช้าง่ายๆ ให้ผมที” 

… ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบรับจากเจ้าของชื่อ

“....ลอร์ดลูเชียน” 


เสียงนั้นคุ้นเคยดี ทว่าไม่ใช่เสียงของพอล แอคตัน…


ชายหนุ่มลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง มองผู้มาใหม่… ริมฝีปากไม่ได้ยกยิ้ม


“...ลอร์ดเอ็ดเวิร์ด” 

เจ้าของชื่อนั่งลงโดยไม่มีคำเชิญ ระหว่างทั้งคู่หลังจากนั้นคือความเงียบ


“คุณต้องการอะไร…” ลูเชียนเอ่ยปากถามในที่สุด… เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถูกโน้มน้าวได้ง่าย และเอ็ดก็ควรจะรู้จักเขาดีกว่าที่คิดจะมาโน้มน้าวเช่นกัน

“ผมแค่จะมาบอกคุณ… ว่าอย่าถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว” คิ้วสีฟางมุ่นลงเล็กน้อยขณะเอ่ย “ผมไม่ได้จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับคุณ”

“ผมเป็นคนที่คุณควรห่วงน้อยที่สุดนะ… เอ็ดเวิร์ด” ลูเชียนถอนหายใจเบา “คนที่คุณควรกลัวที่สุดน่ะคือ…”

“พ่อของผม ใช่ไหม?”

“...” ท่านเอิร์ลหนุ่มไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้าแทน

“.... ที่ผมทำทั้งหมดนี่ก็เพื่อให้เป็นอิสระจากเขา” 

“คุณกำลังทำเรื่องโง่ๆ” ลูเชียนถอนหายใจเบา ดวงตาสีฟ้าสบกับอีกฝ่ายอย่างจริงจัง “ในฐานะเพื่อน ผมขอเตือน รีบกลับเมืองหลวงไปซะ”

“.... ผมมีแค่โอกาสนี้เท่านั้น”

เห็นสีหน้าดื้อรั้นนั่นแล้วคนฟังก็ยอมแพ้ ด้วยรู้ดีว่าไม่อาจโน้มน้าวอีกฝ่ายได้


“ผมไม่เข้าใจ… ทำแบบนี้มันได้อะไรขึ้นมา”

“ใช่ คุณไม่เข้าใจ… และคงไม่มีวันเข้าใจ” เอ็ดเวิร์ดส่ายหัว ลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือเปิดบานเลื่อนไม้… และเดินออกไป “ผมหวังว่าหลังจากนี้เราจะยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้ ลอร์ดลูเชียน”

ชายหนุ่มมองตาม ไม่รั้ง ทั้งไม่ตอบรับคำ…

“นั่นขึ้นกับทางที่คุณจะเดินต่อจากนี้… ลอร์ดเอ็ดเวิร์ด” เพราะหากเลือกทางที่พระราชินีไม่เห็นชอบ เขาก็ไม่มีทางเลือก นอกจากจะต้องหันคมเขี้ยวเข้าหาอีกฝ่าย

แม้ไม่ได้อยากทำ แต่นี่คือราคาที่ต้องจ่ายแลกกับสถานะบางอย่าง


 “เข้าใจแล้ว…” เอ็ดเวิร์ดตอบสั้นและเดินจากออกไป หาไปหลังบานเลื่อนไม้

ชายหนุ่มได้เพียงแต่ทอดถอนใจเบา จนกระทั่งคุณแอคตันกลับมาแล้ว ใบหน้าก็ปรับกลับเป็นปกติราวว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น


รถไฟยังคงวิ่งไปตามราง หยุดรับผู้โดยสารจากสถานีต่างๆ…


ท่านเอิร์ลแห่งวินเทอร์บิวรี่นั่งหลับเอาแรง แม้รอบด้านจะสั่นและมีเสียงดังแต่เขาก็เหนื่อยพอที่จะหลับลง


จนกระทั่งมือข้างหนึ่งเขย่าปลุกจนเจ้าตัวสะดุ้งตื่นขึ้นมา..

“ท่านลอร์ดครับ ท่านลอร์ด แย่แล้ว! เกิดเรื่องแล้ว!” คุณแอคตันดูแตกตื่น จนชายหนุ่มต้องขมวดคิ้ว

“ใจเย็นๆ มีอะไร?”

“คนบ้ารางรถไฟ… มีคนบ้ารางรถไฟในรถไฟขบวนนี้ เห็นว่าแทงคนไปหลายคน ทางนายสถานีช่วยกันจับตัวอยู่ครับ” 


‘คนบ้ารางรถไฟ’ (Railway madmen) คือชื่อที่ผู้คนเรียกคนที่เกิดอาการคลุ้มคลั่งระหว่างนั่งรถไฟ เป็นอาการที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายกระทั่งตีพิมพ์และมีการวิจัยใจวารสารการแพทย์… เชื่อกันว่าการนั่งรถไฟยาวๆ มีความถี่บางอย่างที่ไปกระตุ้นให้คนบางคนมีพฤติกรรมประหลาดได้.. ที่ผ่านมาเกิดข่าวมาหลายรอบ และเป็นความเชื่อของคนในยุคนี้

...ลอร์ดลูเชียนแรกเริ่มฟังแล้วก็ไม่ได้คิดอะไร… แต่ต่อมาก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี


ทันใดที่รถไฟหยุดลงจอดเทียบชานชาลา สองขาก็ลุกขึ้น

“คุณรอที่นี่” บอกกับฟุตแมนของตนแล้วเขาก็เร่งรีบไปยังทางออก เดินลงไปยังชานชาลงที่ผู้คนบางตาเนื่องจากไม่ใช่เขตเมืองใหญ่

คนที่ดูเหมือนจะเป็นคนร้ายถูกจับมัดมือ พาลงจากรถไฟโดยนายสถานี และบรรดาคนเจ็บก็ทยอยลงมา แต่ดูพวกเขาจะบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนคนที่บาดเจ็บมากที่สุดและถูกผู้ติดตามหิ้วปีกลงมาเป็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี…

“เอ็ดเวิร์ด” ลูเชียนมุ่นคิ้ว พึมพำชื่อนั้น ดูจากรอยเลือดที่ซึมออกมานอกผ้าก็ดูจะเป็นแผลสาหัสทีเดียว 

ที่ยืนอยู่ห่างออกไป คือร่างสูงใหญ่ที่โดดเด่น ชายหนุ่มผมดำตาเขียว สวมหมวกทรงสูง ใบหน้าและสายตาเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์กำลังมองตรงมาทางนี้


เอซีเคียล มาร์คัส ฟาเรลส์..


ลูเชียนมองคนผู้นั้นตอบ ไม่ได้ยิ้มหรือทักทายเช่นทุกที… คล้ายว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นท่านเอิร์ลหนุ่ม นิ้วจึงแตะปลายหมวก ยกขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงทักทายให้ความเคารพ


ชั่วขณะหนึ่งสายตาที่มองไปทางเอ็ดเวิร์ดของชายผู้นั้นดูแฝงความห่วงกังวล… และเขาก็พาคนที่บาดเจ็บจากไปพร้อมกับกลุ่มคนอีกจำนวนหนึ่ง

ชายหนุ่มผมทองมองตาม… ไม่รู้ว่าควรรู้สึกเช่นไรกับเรื่องนี้ที่ตนทำพลาด จนลอร์ดอีธานต้องลงมือจัดการด้วยตนเอง


ที่ยืนอยู่เคียงข้างคือชายหนุ่มอีกคนที่สูงกว่าเขาประมาณหนึ่งช่วงหัว มองตามกลุ่มคนดังกล่าวไป… เสียงแจ้งเตือนของนายสถานีดังขึ้นว่ารถไฟกำลังจะออก

เฮคเตอร์หันใบหน้ามามองคนข้างกายทั้งมุ่นคิ้วเล็กน้อย ในดวงตาสีเทาคล้ายจะแฝงแววตำหนิบางอย่าง

ลอร์ดลูเชียนอ้าปากจะเอ่ยคำบางอย่าง แต่เขาก็ตัดสินใจไม่พูดอะไร และก้าวขึ้นรถไฟไปก่อนที่มันจะออกจากชานชาลา

สายตานั่นคล้ายจะตำหนิว่าทำไมถึงต้องทำรุนแรงขนาดนี้…. แต่ชายหนุ่มก็ไม่แน่ใจนักว่าใช่หรือเปล่า เพียงแค่คาดเดาแล้วน่าจะเป็นแบบนั้น

แก้ตัวไปก็เปล่าประโยชน์… และเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องไปแก้ตัว

...ปล่อยให้เข้าใจตามที่อยากเข้าใจไปแล้วกัน ยังไงซะชายหนุ่มก็เป็นคนเลวร้ายในสายตาอีกฝ่ายมานานแล้ว เพิ่มเติมอีกสักเรื่องไม่น่าจะทำให้เดือดร้อนนักหรอก...


……………..


รถไฟเดินทางมาถึงเมืองท่าในวันรุ่งขึ้น… 


การหลับบนรถไฟทำให้รู้สึกปวดเมื่อยตามเนื้อตัวเป็นอย่างมาก และอากาศเย็นยะเยือกยามเช้าที่พัดมากับลมทะเลเจือกลิ่นเกลือก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกสบายตัวขึ้นเท่าไหร่

ลอร์ดลูเชียนล้วงมือลงในกระเป๋าเสื้อโค้ตตัวหนาแสวงหาความอบอุ่น ขณะยืนรอเรือข้ามฟากที่จะพาเขาข้ามช่องแคบไปถึงอีสต์แลนด์


เสียงร้องของนกนางนวลกึกก้อง เห็นพวกมันบินอยู่ประปรายบนท้องฟ้าที่เพิ่งถึงยามรุ่งสาง

คุณแอคตันวิ่งไปซื้อตั๋วเรือข้ามฟากเที่ยวแรกของวัน ผู้เป็นนายจึงอยู่ตามลำพังกับกองสัมภาระอีกกอง

ชายหนุ่มได้ยินเสียงฝีเท้าไม่หนักไม่เบา… มาหยุดอยู่ทางขวา กลิ่นจางที่คุ้นเคยดีทำให้ลูเชียนเอ่ยปากทักโดยไม่ต้องหันไปมองด้วยซ้ำ


“ลอร์ดเฮคเตอร์ มีธุระอะไรรึเปล่าครับ” 

“...” ความเงียบ… จนผ่านไปอีกสักพักชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ถึงเอ่ยปากตอบ “คุณเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว”

“อืม”

“ผีมือคุณ?”


ลูเชียนส่ายหน้าเบาๆ ตอบไปตามความจริง เขาไม่มีเหตุผลให้ต้องโกหก… เห็นดังนั้นแล้วลอร์ดเฮคเตอร์ก็พยักหน้า

“ขอโทษที่ด่วนตัดสินคุณ” 


คำขอโทษทำให้ผู้ฟังนึกประหลาดใจ คิ้วสีทองเลิกขึ้นเล็กน้อย ขณะเงยหน้ามองคนข้างๆ อย่างไม่เข้าใจนัก

“ทำไมจู่ๆคุณถึง…”

ดวงตาสีเทาหันมาสบกับคนพูดอย่างจริงจังเช่นทุกครั้ง และให้คำตอบตามตรง… เหมือนอย่างทุกที

“เพราะตอนแรกผมคิดว่าคุณเป็นคนจัดการเรื่องนี้”


จริงๆ นั่นไม่ใช่คำตอบที่ลอร์ดลูเชียนต้องการ… เขาแค่สงสัยว่าทำไมจู่ๆ อีกฝ่ายถึงเปลี่ยนความคิดและทัศนคติต่อตนเองเสียมากกว่า ทว่าก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ


“ช่างมันเถอะครับ… นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนความตั้งใจจะขัดขวางคุณของผมอยู่ดี”

ลมหนาวยามเช้าพัดผ่านวูบหนึ่งทำให้ร่างกายสะท้าน แม้จะมีผ้าหนาปกคลุมหลายชั้นแต่บริเวณใบหน้าก็ยังเย็นจนชา…


“... คุณสบายใจจริงๆเหรอ ที่อยู่ฝั่งเดียวกับคนพวกนั้น”

“....” ถ้าหมายถึงคนที่ส่งคนมาแทงลูกชายตัวเองได้อย่างเลือดเย็นแล้วละก็… ลอร์ดลูเชียนก็มุ่นคิ้วลง แต่ไม่ได้ให้คำตอบ

“คุณไม่คิดว่ามันเกินไปเหรอ” ดวงตาสีเทาที่จ้องตรงมาคล้ายจะเจาะคนมองให้เป็นรูพรุน จนท่านเอิร์ลหนุ่มอดเบือนสายตาหลบไปมองท้องทะเลกว้างไม่ได้

คิดสิ… แต่คิดแล้วจะทำอะไรได้ล่ะ

“มันคือสิ่งที่ผมต้องทนอยู่ด้วยให้ได้”

“...คุณสามารถเดินออกมา” 

“เดินออกมา? แล้วทิ้งทุกอย่างที่ทำมาไว้เบื้องหลัง?... เป็นคุณก็พูดง่ายนี่ครับ” ดวงตาสีฟ้ายังคงจับจ้องแต่เส้นขอบเบื้องหน้าที่ทะเลมาบรรจบกับท้องฟ้า… และหลังจากนั้นก็หลงเหลือเพียงเสียงคลื่นและลมทะเลอยู่พักหนึ่ง


“อำนาจมันสำคัญกับคุณขนาดนั้น?” 

“...มีก็ย่อมดีกว่าไม่มี”

“แต่ไม่มีก็ใช่จะอยู่อย่างสงบสุขไม่ได้”

“... คุณมีความจำเป็นของคุณ ผมก็มีเหตุผลของตัวเองเหมือนกัน ลอร์ดเฮคเตอร์” ลูเชียนหันหน้ากลับมาเงยหน้าสบตากับดวงตาสีเทาด้วยสายตาจริงจัง พวกเขามองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงหวูดเรือข้ามฟากจะดังขึ้น…

“ท่านลอร์ด ได้ตั๋วเรือแล้วครับ” คุณแอคตันที่เพิ่งกลับมาจากการต่อแถวซื้อตั๋วเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงสุภาพ ผู้ฟังหันหน้าไปมองเล็กน้อยและพยักหน้ารับ

“แล้วเจอกันใหม่… ลอร์ดเฮคเตอร์” ชายหนุ่มก้าวขาเดินไปทางคุณแอคตัน รับตั๋วกระดาษพิมพ์ลายสองใบมาถือเอาไว้ในมือ ชายหนุ่มในหมวกทรงสูงอีกคนมองตามเล็กน้อย จนสุดท้ายก็พยักหน้ารับ… ก้าวขาเดินจากไปอีกทาง


“แล้วเจอกัน.. ที่อีสต์แลนด์” 

และทิ้งไว้เพียงคำพูดประโยคหนึ่งเท่านั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 173 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

594 ความคิดเห็น

  1. #362 pearle (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:31
    ไรท์ข้อมูลแน่นจังค่ะ ดีเริ่ดมาก

    ชอบที่เนื้อเรื่องไปช้าๆแบบนี้ บรรยานดีมากเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเรื่องจริงๆเลย รั้กกส์
    #362
    1
    • #362-1 pearle(จากตอนที่ 15)
      11 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:31
      บรรยายยยสิ
      #362-1
  2. #351 kxy9190 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:45
    อยากให้เฉลยแล้ว;___;
    #351
    0
  3. #314 Hasegawa Michiko (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:36
    เฮคเตอร์ก็ใจร้ายจริงๆที่เลือกจะทิ้งลูเซียนแต่ลูเซียนก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วมั้ย
    #314
    0
  4. #230 Bibidiz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 08:23
    เพิ่งเริ่มสนใจเอง ฮือ ยังหาทางที่เค้าจะรักกันไม่เจอเลย
    #230
    0
  5. #192 D-Dindin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 22:15
    พออ่านถึงตอนนี้ก็รู้สึกโมโหแทนลูเชียนเลย เฮคเตอร์เป็นคนเลือกที่จะทิ้งลูเชียนก่อนอ่ะ เขาถึงต้องทิ้งความเป็นโอเมก้า ทิ้งตัวตนของตัวเอง ทำงานร้ายๆ เป็นหมาของราชินีก็เพื่อปกป้องตัวเองกับครอบครัวไง มาบอกว่าเขามีทางเลือก ลูเชียนหลังชนฝาที่สุดแล้วต่างหาก สถานะของเขาไม่มั่นคงมากๆ วันไหนที่ความแตกขึ้นมาทุกอย่างคือจบเลย การมีราชินีคอยหนุนหลังให้เป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ ไม่งั้นคงมาไม่ถึงขนาดนี้หรอก เฮคเตอร์มีสิทธิอะไรไปตัดสินเขาอ่ะ ตัวเองทิ้งเขาก่อนเองแท้ๆ โมโหๆๆ
    #192
    0
  6. #132 ซินเดอเรล✰. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 21:42
    ยอมรับว่ายังจินตนาการตอนจบแบบแฮปปี้เอนด์ไม่ออก แต่ถึงยังไงก็ยังคงสงสารลอร์ดเชียนที่สุดอยู่ดี ลอร์ดเฮคคือคนที่เลือกจะ’ทิ้ง’เด็กคนนั้นไปเองตั้งแต่แรก สัญญาที่ไม่เคยมีความหมายอะไรเพราะเจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจให้สัญญา ยังไงก็ไมมีสิทธิ์บอกให้ลอร์ดเชียนทำแบบนั้นแบบนี้ ไม่รู้เหตุผลคือส่วนหนึ่งแต่ตัวเองเลือกตัดทิ้งตั้งแต่แรกคือส่วนที่สำคัญ
    #132
    0
  7. #106 LOTGRACE (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 22:15
    เราจินตนาการยากมากเลยนะคะว่าจะเขาจะบรรจบกันยังไง แฮ่ๆ เฮคเตอร์ก็เพิ่งมาสนใจลูเชียน หลังจากที่ทิ้งเด็กคนนั้นไว้เมื่อวานเองนะ
    #106
    0
  8. #94 MinRos (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 04:55
    Hector เริ่มคิดเรืองลูดฝเซี่ยนมากขึ้นแล้วนะเนี่ย ว่าแต่เดินทางยาวขนาดนี้ถ้าฮีทขึ้นมาจะไม่แย่หรอกเหรอเนี่ย เป็นห่วงที่รักจุงเบย
    #94
    0
  9. #92 mummummi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 03:02
    มันพูดยากว่าสุดท้ายแล้วบทสรุปจะออกมาเป็นไง ถ้าไม่แกล้งตายจากสงครามของสองพี่น้องราชวงศ์แล้วหนีไปที่สงบสุขด้วยกันก็หาทางลงแบบสวยงามไม่เจอเลยค่ะ
    #92
    0
  10. #90 Gray13 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 00:14

    อึดอัดในอกอะ
    รู้ไหมไรท์ มันแน่นอก!! ไรท์ต้องยกออก!! ดูท่าอีกนานกว่าจะลงเอยกัน
    #90
    0
  11. #89 dreamtime24647 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 21:48
    อย่าเพิ่งเปิดวอร์ก๊านนนน
    #89
    0