Rivalry of the Two Gentlemen (omegaverse)

ตอนที่ 10 : Chapter 8: As Nightmare Becomes Reality

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    10 ส.ค. 62

Chapter 8: As Nightmare Becomes Reality


เจ้าชายไอวาใช้ด้ามพัดเลิกผ้าม่านลูกไม้โปร่งบางชั้นใน มองรถม้าหลวงสีดำตกแต่งขอบทองเป็นลวดลายสิงโตสวมมงกุฎที่ค่อยๆ เคลื่อนจาก ห่างออกไปทุกขณะ


ชายหนุ่มละมือจากผ้าผืนนั้น ใบหน้าหันมอง ‘คนสนิท’ ของตนที่นั่งหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์อยู่ในห้องรับรองเดียวกัน

“ท่านเห็นสีหน้าพระสวามีหรือไม่ ลอร์ดเฮคเตอร์” ชายหนุ่มรูปร่างผอมบางหัวเราะเบา ค่อยๆ ผละจากบริเวณม่านกลับมานั่งบนเก้าอี้ยาว “ยามพี่หญิงพุ่งเข้ามาแย่งตัวลอร์ดลูเชียนไปจากท่าน… น่าดูมากทีเดียว” 

เฮคเตอร์ไม่ได้ตอบคำ เพียงเบือนสีหน้าไปทางอื่นอย่างไม่ต้องการออกความเห็น ทว่าเจ้าชายไอวาก็ยังคงเอ่ยต่อ แสร้งทำเป็นไม่รับรู้ถึงอารมณ์ของคู่สนทนา

“ท่านรู้หรือไม่เขาซุบซิบกันว่าอย่างไร” เจ้าชายกางพัดลูกไม้ของตน โบกมันเบาๆ ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกร้อน “พระราชินีมีสัมพันธ์ลับกับที่ปรึกษาอัลฟ่าของตนเอง รักต้องห้ามที่ผิดศีลธรรม”

“เป็นท่านที่ปล่อยข่าวลือ?” เฮคเตอร์เงยหน้าขึ้นในที่สุด ดวงตามองอีกฝ่าย เก็บความไม่ชอบใจในน้ำเสียงไม่มิดนัก ผู้ที่กล้าปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับพระราชินีในประเทศนี้ก็มีเพียงไม่กี่คน และแน่นอนว่าเจ้าชายไอวาคือหนึ่งในนั้น

“ข่าวลือย่อมมีมูลความจริงอยู่บ้าง ไม่ใช่หรือ?” ไอวาหัวเราะเบา ไม่ได้สะทกสะท้านทั้งกับสายตาหรือคำถาม “ให้พี่หญิงลำบากเสียหน่อยจะเป็นอะไรไปเล่า”

“เจ้าชาย… เหตุใดท่านถึงเกลียดพระนางนัก” คิ้วสีดำขมวดมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ แน่ล่ะว่าพี่น้องในราชวงศ์ย่อมมีเรื่องบาดหมาง แต่ก็นับว่าพระราชินีทรงเมตตาเจ้าชายไอวามากแล้ว

“... มองผิวเผินท่านอาจจะไม่รู้ แต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นอสรพิษ ลอร์ดเฮคเตอร์” รอยยิ้มจางลงจากเรียวปาก ดวงตาสีทองของเจ้าชายมองสบตาอย่างเย็นชา “มีเรื่องบางเรื่องในอดีตที่เราไม่อาจให้อภัยได้…”

ผู้ฟังเพียงนั่งรับฟัง ไม่ได้ออกความเห็น และไม่ได้ถามคำถามใด เพราะชายหนุ่มทราบดี เรื่องบางเรื่องในราชวงศ์เขาก็ไม่สมควรจะรู้

“ดูสิ ท่านก็รู้ว่าฝิ่นเป็นของแบบใด พี่หญิงก็ยังดึงดันจะยัดเยียดมันประเทศอาณานิคมให้ได้…” เจ้าชายไอวาแค่นหัวเราะ ขณะเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงความรู้สึกบางอย่าง “เพื่ออำนาจแล้วต่อให้ต้องทำลายหรือเหยียบย่ำอะไรขนาดไหน เธอก็ไม่สนใจหรอก 

ท่านรู้อะไรไหม… 

ผู้หญิงคนนั้นเป็นกษัตริย์ที่ดี แต่เป็นความล้มเหลวในฐานะมนุษย์” 

“...ผมจะถือซะว่าไม่ได้ยินประโยคเมื่อครู่” เฮคเตอร์กล่าวเสียงเรียบ เบือนใบหน้าไปทางอื่นด้วยท่าทางหนักใจ “แล้วหลังจากนี้จะยังไงต่อ?”

“พี่หญิงคงจะพยายามส่งคนมาแต่งงานกับเราให้ได้…” ชั่วขณะหนึ่งที่ชายหนุ่มผมเงินแสดงสีหน้าเคร่งเครียด เขารวบพัดปิดแล้วนั่งครุ่นคิด

“ทำไมพระนางถึงอยากควบคุมท่านนัก เรื่องนี้ผมไม่เข้าใจ” 

“เพราะเมื่อใดที่เราให้กำเนิดบุตรอัลฟ่า บัลลังก์ของพี่หญิงก็จะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป…” ดวงตาสีทองจ้องสบกับคนตรงหน้า สื่อความหมายถึงความหนักหนาของเรื่องนี้ “... ส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ท่านไม่จำเป็นต้องรู้” 


ลอร์ดเฮคเตอร์ถอนหายใจออกมาในที่สุด

“ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่ เจ้าชาย”

“... เราต้องการบุตรอัลฟ่า… บิดาจะเป็นใครก็ช่างขอให้เด็กปลอดภัยก็พอ” 

“....” 

“เรารู้ว่าท่านไม่ชอบยุ่งกับเรื่องความขัดแย้งของราชวงศ์ หากไม่ใช่เพราะเรื่องท่านดยุคท่านก็คงไม่มาอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ” เจ้าชายหัวเราะเบา ทว่ากลับฟังดูเย็นยะเยือกมากกว่านำพาความรื่นเริง “แต่ท่านไม่เคยคิดอยากเป็นบิดาของพระราชาบ้างหรือ ท่านลอร์ด”

“... ไม่เคย แค่ต้องเป็นดยุคก็วุ่นวายพอแล้ว” ชายหนุ่มตอบทั้งสีหน้าไม่เปลี่ยน

“ไร้ความทะเยอทะยาน... เราก็ชอบท่านตรงนี้” ไอวายกยิ้มเล็กน้อย แต่ยิ้มนั่นกลับไปไม่ถึงดวงตา “เรื่องนี้เราไม่บังคับท่าน แต่ท่านได้เก็บไปคิดหรือยัง”

“ทำไมถึงอยากให้ผมลงแข่งขนาดนั้น” ชายหนุ่มย้อนคำถามด้วยคำถาม 

เจ้าชายยิ่งขยับยิ้มอ่อนโยนจัด ท่าทางเมื่อดูผิวเผินช่างบอบบางและไร้พิษภัย

“เพราะสำหรับเรา ท่านไว้ใจได้… กับคนอื่นเราไม่รู้เลยว่าพวกเขาทะเยอทะยานเพียงใดทำให้ควบคุมได้ยาก 

และที่สำคัญที่สุดคือ… ท่านจะไม่หักหลังเรา เพราะเลดี้แคทเธอรีนคงใจสลาย หากรู้ว่าสามีของตัวเองเป็นชู้กับ… ภรรยาของเพื่อนรักที่ตายไปแล้ว” 

ดวงตาสีเทาฉายแววแข็งกร้าวขึ้นทันทีเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถึงเรื่องนั้นขึ้นมา ทว่าเจ้าชายก็เพียงหัวเราะเสียงเบาด้วยสีหน้าเปี่ยมเมตตาเท่านั้น

“ทำหน้าตาคร่ำเครียดเช่นนั้นไปทำไมกันลอร์ดเฮคเตอร์ เรายังยืนกรานคำเดิม เราไม่ได้ต้องการความรัก และยิ่งไม่ต้องการให้ท่านผูกติดกับเรา  แค่เอาลูกมาให้เรา แล้วท่านจะหย่าร้างจะไปที่ใดก็ไป เราไม่สนใจ” 

“...ได้” เจ้าของชื่อปากออกมาในที่สุด “แต่เมื่อเสร็จสิ้นเรื่องนี้ผมต้องการโฉนดที่ดินทั้งหมดของตระกูลคืน และขอให้ท่านลืมเรื่อง… ของคุณพ่อด้วย”

“ช่างเป็นบุตรคนโตที่น่าภาคภูมิใจเสียจริง” ในน้ำเสียงที่ชื่นชมอย่างอ่อนโยนคล้ายแฝงแววเย้ยหยันอยู่ในที ทว่าบางเบาเสียจนเอาความได้ยาก “ท่านจะปกปิดรอยร้าวบนแก้วไปได้อีกนานเพียงใดนะ เราอยากรู้จริงๆ”

“... หากไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อน” เจ้าของร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้บุผ้าปักลาย แสดงความตั้งใจที่จะกลับโดยไม่ให้อีกฝ่ายปฏิเสธ 

“เดินทางดีๆ ลอร์ดเฮคเตอร์” เจ้าชายกล่าวทิ้งท้าย แล้วถึงยกถ้วยชาขึ้นจิบเล็กน้อย ปล่อยให้อีกฝ่ายไปโดยไม่ได้สนใจจะเอ่ยอะไรต่ออีก


…………………….

 

ชายหนุ่มนั่งเหม่อลอยในรถม้า… คิดทบทวนเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น และจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ทางกลับจากพระราชวังฤดูร้อนถึงคฤหาสน์ยังอีกยาวไกล และเขาก็มีเวลาที่จะเหม่อมองวิวทุ่งหญ้าที่มีแต่สีเขียวเบื้องนอกจนพอใจ

ลอร์ดเฮคเตอร์นึกถึงคนป่วยคนนั้น ไม่รู้ทำไม… แต่เขาก็อดนึกถึงไม่ได้

วันนี้กลิ่นชาบนตัวของลูเชียนเข้มข้นกว่าเดิม จะว่าไปลอร์ดลูเชียนก็มักจะดื่มชาอัสสัมเป็นประจำมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว…

 เท่าที่จำได้… ก็ตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว  


เงาของคนสองคนที่ทอดยาวในแสงแดดยามบ่าย… คล้ายถูกกักขังไว้ในฝันร้ายที่กลับกลายเป็นเรื่องจริง


เฮคเตอร์ในวัยสิบสามปีมีความสงสัยบางประการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบิดา… หลังการตายของท่านเอิร์ลแห่งวินเทอร์บิวรี่ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนรัก ท่านดยุคก็ดูจะไปมาหาสู่ภรรยาหม้ายและลูกชายของสหายรักอยู่บ่อยครั้ง

บางทีการไม่รู้อาจดีกว่ารู้ เรื่องบางเรื่องเมื่อรู้แล้วก็คล้ายถูกสลักจารึกลงในตัวตน ไม่อาจลบล้างได้ชั่วชีวิต แต่น่าเสียดายที่เด็กวัยสิบสองปียังไม่เข้าใจเรื่องนั้น… นั่นทำให้เขามักติดตามบิดาไปยังคฤหาสน์ของท่านเอิร์ลแห่งวินเทอร์บิวรี่ด้วยข้ออ้างว่าอยากมาคุยกับลูเชียน แต่แท้จริงแล้วเฮคเตอร์ก็แค่อยากรู้ความจริงบางเรื่องเท่านั้น… 


ในทุกครั้งที่พบกันเด็กคนนั้นมักจะฝืนยิ้ม เสแสร้งทำตัวว่าไม่เป็นอะไร 

คิดหรือว่าจะไม่มีใครสังเกตเห็นขอบตาแดงก่ำ

คิดหรือว่าท่าทางอิดโรยแบบนั้นจะปกปิดกันได้ง่ายๆ

… ทำไมถึงต้องฝืนขนาดนั้นกันนะ ไม่เข้าใจเลยสักนิด


และด้วยเหตุผลง่ายๆ เพียงแค่นั้น ก็ทำให้อดเอ่ยคำปลอบใจเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ อย่างน้อยก็ทำให้เด็กคนนั้นสบายใจสักชั่วรู่ก็ยังดี

แม้เป็นเพียงความสงสารเวทนาที่เพื่อนมนุษย์มีให้กัน… แต่เรื่องเล็กเหล่านั้นก็ทำให้ลูเชียนติดเขาแจนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…


การไปมาหาสู่เช่นนี้ดำเนินไปจนปีที่เด็กหนุ่มอายุได้สิบห้าปี…


เป็นเวลากลางฤดูใบไม้ร่วง ช่วงอาทิตย์หยุดยาวที่นักเรียนได้รับอนุญาตให้กลับมาเยี่ยมบ้าน แต่น่าเสียดายที่ลูเชียนเลือกที่จะไม่กลับมาในช่วงวันหยุดของปีนี้ การมาเยี่ยมในวันนี้เลยดูออกจะเปล่าประโยชน์ไปเสียหน่อย

เฮคเตอร์ก้าวเดินในสวนที่นำทางไปถึงเรือนกระจก ดอกสไปเดอร์ลิลลี่สีแดงชูช่อท่ามกลางฤดูใบไม้ร่วงที่หนาวเย็นถูกจัดอย่างเป็นระเบียบอยู่ในแปลงดอกไม้ รูปปั้นจอกศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่กลางสวน เลยออกไปคือรั้วเหล็กสีดำดัดทรงโค้งเป็นลวดลายสวยงามซึ่งนำไปสู่พุ่มไม้เขาวงกตสีเขียวขจี 

เด็กหนุ่มชมสวนไปเรื่อยอย่างแขกผู้ไม่มีอะไรทำ เป็นเขาเองที่ขอปลีกตัวจากบทสนทนาน่าเบื่อหน่ายออกมาเดินเล่นฆ่าเวลา จนชะงักเขาเมื่อเดินมาถึงม้านั่งที่ทำจากเหล็กดัดสีดำ… แล้วพาลให้นึกถึงใครบางคนขึ้นมา

เขาสงสัยนักว่าลูเชียนเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายเข้าเรียนในโรงเรียนประจำก็ได้พบเพียงปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้น และเพราะอยู่คนละโรงเรียนจึงทำให้ยิ่งไม่รู้ข่าวคราวไปใหญ่


ในปีนั้นเฮคเตอร์ได้กล่าวคำสัญญาโง่ๆ ข้อหนึ่งออกไปโดยไม่ทันคิด… แต่สัญญานั้นกลายเป็นโมฆะ เมื่อสุดท้ายแล้วลูเชียนเป็นอัลฟ่า


หนีออกมาได้สักพักแล้ว เมื่อมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม เฮคเตอร์ก็คิดว่าถึงเวลากลับไปตามบิดาเสียที


เฮคเตอร์ก้าวกลับเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ น่าแปลกที่ระหว่างทางเดินในบ้านไม่มีฟุตแมนหรือสาวใช้อยู่คอยให้เรียกหาเลยสักคน แสงแดดสีส้มแดงสาดส่องผ่านหน้าต่างทรงสูง กระทบกับแจกันบนโต๊ะไม้แกะสลักแล้วเกินเงาทอดยาวลงบนพื้นพรมจนมาถึงปลายเท้า


บรรยากาศเงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงฝีเท้าของตนเอง เฮคเตอร์เดินตามหาบิดาของตนไปเรื่อย จนกระทั่งได้ยินเสียงบทสนทนาของคนสองคน เท้าสองข้างจึงหยุดลงที่หน้าประตู

“...บางทีเราอาจควรหยุดเรื่องนี้นะคะ เฮนรี่” 

“ฟลอเรนซ์ คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยรักเธอ ผมโดนบังคับให้แต่งงานกับเธอ! คนที่ผมรักมาตลอดคือคุณ”

“ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ครอบครัวคุณ---”

“ผมไม่สนใจ ผมทำเพื่อพวกเขามามากพอแล้ว.. ผมจะหย่ากับแคทเธอรีน”

“เรื่องนั้นน่ะ ฉัน….” หญิงสาวก้มหน้า ดูท่าทางลังเลและลำบากใจ “ฉันรู้สึกขอบคุณที่คุณช่วยพวกเรามาตลอด แต่ว่า… ฉันทำแบบนั้นกับเลดี้แคทเธอรีนไม่ได้หรอกค่ะ” 

“ฟลอเรนซ์ แต่งงานกับผมเถอะ ‘ความผิดพลาด’เมื่อสิบห้าปีที่แล้ว คุณจะให้โอกาสผมแก้ไขมันได้หรือเปล่า”

ชายหนุ่มจับมือของหญิงสาวคนนั้น ไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้ปฏิเสธ แล้วเขาก็โน้มตัวลง..


เงาสองเงาที่ทอดยาวอยู่บนพื้นไม้ค่อยๆ เคลื่อนมาบรรจบ แต่แล้วก็ผละออกจากกันเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดัง

“ใคร!?... เฮคเตอร์!!” 


เด็กหนุ่มมองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา… รู้ตัวอีกทีเขาก็ออกวิ่งสุดฝีเท้า

ความสงสัยที่ค้างคาใจ พอได้คำตอบแล้วควรทำอย่างไรกับมัน? เด็กหนุ่มไม่รู้เลย… 

“จับเขาไว้!” เสียงของคุณพ่อที่ออกคำสั่งทำให้เฮคเตอร์ยิ่งเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น ไปทางหน้าประตู เขาไม่รู้ว่าตนเองจะไปที่ไหน ไม่รู้ว่าจะหนีไปไหนได้ แต่เด็กหนุ่มก็ยังวิ่งอยู่ดี…

จนกระทั่งสิ่งต่อมาที่เฮคเตอร์ในวัยสิบห้าปีเห็น ก็คือเงาของม้าสีดำตัวใหญ่ที่ทาบทับลงบนร่าง เขาไม่ทันสังเกตรถม้าที่แล่นเข้ามาในเขตคฤหาสน์ การวิ่งเข้าใส่อย่างกะทันหันทำให้เจ้าม้าตัวนั้นตื่นกลัว มันยกสองขาขึ้น และส่งเสียงร้องออกมา

“เฮคเตอร์ ระวัง!!” 

ไม่รู้ทำไมสองขาไม่อาจขยับเขยื้อน ทั้งที่ในความคิดสั่งให้วิ่งต่อไป

สิ่งที่รู้ต่อมาคือภาพมืดดับ… และเด็กหนุ่มก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย



เฮคเตอร์ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องที่คุ้นเคย ดอกคาร์เนชั่นสีเหลืองที่เพาะจากเรือนกระจกถูกปักอยู่ในแจกัน ดวงตาสีเทาเหม่อมองกลีบดอกที่ซ้อนกันหลายชั้นจนนับไม่หวาดไม่ไหวอยู่นาน…

“เฮคเตอร์ ลูกฟื้นแล้ว! เร็วเข้า รีบไปตามคุณหมอมา เตรียมน้ำเตรียมอาหารให้เขาด้วย!” เสียงแรกที่ได้ยินคือเสียงของมารดา เลดี้แคทเธอรีนจับมือของเด็กหนุ่มเอาไว้ มืออีกข้างลูบแก้มลูกชายคนโตอย่างห่วงใย “ยังเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

บนศีรษะบริเวณหางคิ้วขวาปวดตุบ ทว่าเด็กหนุ่มกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

“ผมไม่เป็นไร…” ยังไม่ทันที่จะได้พูดต่อ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้า ชายหนุ่มที่เขาเรียกว่าคุณพ่อรีบวิ่งมาอย่างเสียกิริยา บนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความห่วงกังวล…

แต่เฮคเตอร์ไม่แน่ใจจริงๆ ว่าบิดากังวลเรื่องอะไรกันแน่

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” ดวงตาสีเทาเบือนกลับไปมองยังกลีบดอกไม้สีเหลืองสดใส ซึ่งตัดกับบรรยากาศแสนวุ่นวายนี้เหลือเกิน

“ลูกได้รับอุบัติเหตุ ถูกรถม้าชนตอนไปเยี่ยมเลดี้ฟลอเรนซ์ จำได้ไหม” เด็กหนุ่มค่อยๆ เบือนสายตากลับมามองสบตากับมารดา ด้วยสีหน้าเรียบเฉย และตอบด้วยน้ำเสียงไม่หนักไม่เบา


“เลดี้ฟลอเรนซ์คือใคร?”



….


แพทย์วินิจฉัยว่าเขาอาจจะสูญเสียความทรงจำบางส่วนเพราะสมองถูกกระทบกระเทือน และเฮคเตอร์ก็ปล่อยให้ทุกคนคิดไปแบบนั้น

แต่แท้จริงแล้วเด็กหนุ่มคนนั้นไม่เคยลืม…


บาดแผลบนคิ้วขวาย้ำเตือนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงคำนั้น ‘ความผิดพลาดเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว’

ตัวเขาเองก็อายุสิบห้าปี… 

หลังจากนั้นบิดาไม่ได้หย่าขาดกับมารดา การไปมาหาสู่กับเลดี้ฟลอเรนซ์ก็น้อยลง ไม่รู้ว่าเพราะละอายใจหรือถูกปฏิเสธ 

ลอร์ดเฮนรี่แทบไม่สบตากับบุตรชายคนโตตรงๆ อีกเลย… ไม่แน่ใจว่าเพราะเขารู้ หรือก็แค่ไม่กล้าสู้หน้ากันแน่

นับตั้งแต่วันนั้นเองที่เฮคเตอร์รับรู้ว่าพ่อของเขาเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง… 

ไม่กล้าเผชิญหน้า ไม่กล้าถอย และไม่กล้าทิ้งอะไรทั้งนั้น


อันที่จริงครอบครัวนี้อาจเป็นเหมือนแก้วน้ำที่มีรอยร้าวอยู่ตั้งแต่ต้น การแต่งงานของคนสองคนที่ไม่ได้รักกัน และเขาก็คือผลผลิตของความผิดพลาดนั้น

แต่ถึงอย่างนั้นครอบครัวก็คือครอบครัว ต้องมีใครสักคนที่รักษามันเอาไว้…


ดังนั้นเฮคเตอร์ถึงเลือกที่จะทำเป็นลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์ของท่านเอิร์ล

เงาที่ทอดยาวในยามเย็น… สวนที่มีพุ่มดอกแมริโกล์ด… กับน้ำตาของใครบางคน

บางทีการรู้มากไปก็นำมาซึ่งความโศกเศร้า เด็กหนุ่มวัยสิบห้าได้รับบทเรียนสำคัญในชีวิต 


แล้วในต้นฤดูหนาวของปีนั้นเด็กคนนั้นก็มาหาเขา ด้วยท่าทางร้อนรนที่พยายามปกปิดอย่างไรก็ไม่มิด ร่างกายที่ผอมซูบลงบ้างจากคราวก่อนที่เจอแสดงให้รู้ว่าชีวิตของอีกฝ่ายในโรงเรียนประจำคงไม่ราบรื่นนัก

ดวงตาสีเทามองอีกฝ่ายนิ่ง ใบหน้าที่เหมือนกับเลดี้ฟลอเรนซ์อยู่หลายส่วนทำให้หวนย้อนกลับไปถึงวันนั้นที่ไม่อยากจะจดจำ


แล้วเขาก็เอ่ยประโยคหนึ่งออกไป… ประโยคที่ถอนกลับคืนไม่ได้อีกแล้ว

“คุณเป็นใคร?”


เพื่อรักษาให้ความฝันนี้ยังคงอยู่ ก็เพียงต้องโยนความเป็นจริงทิ้งไปเท่านั้นเอง


….

.

หลังจากปีนั้นบิดาเริ่มติดการพนัน…


เหมือนการเสียเลดี้ฟลอเรนซ์ไปอีกครั้งทำให้เขาเสียศูนย์ และไปยึดติดกับสิ่งบันเทิงใจสิ่งใหม่ เฮคเตอร์ไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไรกับพฤติกรรมนี้ของบิดาตัวเอง

บางทีเขาอาจจะรู้มานานแล้วว่าระหว่างบิดาและมารดาไม่มีความรัก… มีเพียงหน้าที่ซึ่งต้องทำ เพียงแต่ไม่ยอมรับมาตลอด และแสวงหาคำตอบในเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าที่ตนเองจะสามารถรับมือหรือควบคุมได้

บิดาของเขาเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่อง… ไม่อาจตัดใจ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะเดินหน้า


รู้ตัวอีกทีเฮคเตอร์ก็เริ่มมองอีกฝ่ายด้วยสายตาดูแคลน รำคาญ เบื่อหน่าย ยิ่งชายหนุ่มเติบโต ลอร์ดเฮนรี่ก็ดูตัวลีบเล็กลงทุกที

จนวันหนึ่งคนไม่ได้เรื่องคนนั้นก็นำภาระมาให้เขา…

ลอร์ดเฮนรี่กลับบ้านมาทั้งสีหน้าอมทุกข์ เรียกบุตรชายคนโตเข้าไปคุยตามลำพัง โดยไม่ให้คนอื่นในครอบครัวรับทราบ…

เขาสารภาพว่าติดหนี้พนันก้อนโต และเอาที่ดินของตระกูลไปจำนอง จำเป็นต้องรีบหาเงินก้อนโตมาไถ่ถอน

วันนั้นเฮคเตอร์จำได้ว่าหลังจากได้ฟังจำนวนเงินแล้วตนเองโมโหมาก ชายที่เคยยิ่งใหญ่ในสายตาของเขาในวัยสิบปี ตอนนี้นอกจากจะเป็นคนไม่ได้เรื่องแล้วยังเป็นตัวภาระให้คนอื่นต้องตามเก็บกวาดอีกต่างหาก

“คุณพ่อคิดยังไงถึงขนาดเอาบ้านของพวกเราไปจำนอง” ชายหนุ่มยังรักษาระดับน้ำเสียงให้ไม่ดังเกินไป ด้วยกลัวว่าคนรับใช้จะได้ยินเรื่องนี้เข้า

หน้าต่างมีหู ประตูมีตา เรื่องซุบซิบในวงสังคมหลายครั้งก็เล็ดลอดออกไปเพราะข้ารับใช้นี่ละ…

“พ่อมั่นใจว่าถ้าเล่นต่อไปจะต้องเอาเงินคืนมาได้แน่ๆ… พ่อ… พ่อ…ขอโทษ”

“คำขอโทษไม่ช่วยอะไรสำหรับสถานการณ์นี้ พ่อมันล้มเหลว” ชายหนุ่มแทบกัดฟันพูด เรื่องนี้หลุดออกไปไม่ได้ ขุนนางในราชสำนักติดหนี้พนันจนสูญเสียทั้งบ้านและที่ดินในเขตปกครองของตนเอง

“แล้วเราจะทำยังไงดี… จะทำยังไงดี” สองมือของชายวัยกลางคนกุมหัว ส่ายไปมา ดูสิ้นหวังไร้ทางออก…. และน่าสมเพชนัก

“ไปหาเลดี้ฟลอเรนซ์ก่อน… ได้ยินมาว่ากิจการของลอร์ดลูเชียนประสบความสำเร็จ เขามีเงิน... ขอมาได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น” 

“ทำไมลูกถึง…” ลอร์ดเฮนรี่พูดได้เท่านั้น และก็สบกับดวงตาสีเทาที่คลายจะตอบทุกอย่างที่อีกฝ่ายสงสัย “ที่แท้...ก็จำได้มาตลอดสินะ” 

“เรื่องนั้นสำคัญด้วยรึครับ” ชายหนุ่มถอนหายใจ ตัดบทให้พ้นจากเรื่องนั้นคล้ายว่ามันเป็นแค่เรื่องหยุมหยิมน่ารำคาญ “คุณพ่อเคยช่วยเหลือพวกเขาไว้ตอนท่านเอิร์ลคนก่อนตาย อย่างน้อยเธอก็น่าจะเห็นแก่เรื่องนี้”

“แต่ว่า…”

“คุณพ่อคิดว่าตัวเองยังเหลือช่องทางจะมาต่อรองอีกรึครับ?” น้ำเสียงแฝงอารมณ์หงุดหงิดชัดเจนอย่างไม่คิดจะปกปิด แล้วลอร์ดเฮคเตอร์ก็กล่าวต่อ “จำไว้ด้วยว่าผมปกปิดทุกอย่างให้เพื่อน้องๆ และเพื่อคุณแม่… ไม่ใช่เพื่อคุณ ฉะนั้นผมไม่สนใจว่าคุณพ่อจะคิดยังไง หรือรู้สึกยังไง… ไปเอาเงินมา”


สิ้นเสียงคำสั่งชายหนุ่มก็เดินจากไปทันที ไม่เปิดโอกาสสำหรับการโต้แย้ง…


หลังจากนั้นลอร์ดเฮนรี่ทำตามที่เขาสั่ง ไปยังคฤหาสน์ของท่านเอิร์ลแห่งวินเทอร์บิวรี่ และนำเงินกลับมาก้อนหนึ่ง… ที่ลอร์ดลูเชียนบอกว่าไม่ต้องคืน มันเป็นจำนวนมากพอที่จะไถ่ถอนบ้าน แต่ยังไม่มากพอที่จะไถ่ถอนที่ดินทั้งหมดคืน

เฮคเตอร์วิ่งวุ่นอยู่เป็นเดือน เก็บรวบรวมเงินจากหลายที่เพื่อมาชดใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ… แต่แล้ววันหนึ่งบิดาก็กลับบ้านมาด้วยหน้าตาแจ่มใส

… และหนี้ที่หนักหนากว่าเดิม

“เจ้าชายไอวาตกลงจะช่วยพวกเรา แลกกับให้พวกเราช่วยงานเขานิดๆหน่อยๆ ลูกไม่ต้องหาเงินแล้วเฮคเตอร์” บิดาพูดด้วยสีหน้าโล่งใจ ทว่าเฮคเตอร์กลับยุ่งยากใจเมื่อได้ยิน

เจ้าชายไอวาเป็นคนมีปัญหา… เขามักได้ยินข่าวซุบซิบจากเพื่อนและคนรู้จักที่ทำงานในสภาเสมอเกี่ยวกับเจ้าชายคนนี้… ว่าเป็นไปได้ก็อย่าข้องเกี่ยวเลยดีกว่า เฮคเตอร์รู้ว่าอีกฝ่ายมีหูตากว้างขวาง โดยเฉพาะเรื่องข่าวเล่าข่าวนินทาของผู้คนในวงสังคมชั้นสูง และน่าจะเป็นผู้ที่กุมความลับหลายๆ อย่าง ของหลายๆ คน...


มีเพียงคนวงในที่ทราบ ถึงความขัดแย้งภายในราชวงศ์ เริ่มมาตั้งแต่รัชสมัยก่อนที่พระราชาทรงหย่าขาดกับมารดาของเจ้าหญิงเซเรน่าและเจ้าชายไอวา ไปแต่งงานกับสตรีอีกคน… ซึ่งให้กำเนิดบุตรชายอัลฟ่าที่อายุมากกว่าเจ้าชายไอวา นั่นหมายความว่าพระราชาคบชู้มานานแล้ว...

ทุกคนล้วนคาดหวังว่าหลังจากปลดพระราชินีและแต่งตั้งราชินีพระองค์ใหม่ เจ้าหญิงรัชทายาทเซเรน่าอาจจะถูกปลดจากตำแหน่ง แต่น่าเสียดาย เจ้าชายผู้นั้นตายเมื่ออายุได้เพียงสิบหก-สิบเจ็ดปีเท่านั้นเอง หลังจากนั้นก็อย่างที่ทุกคนทราบ เจ้าหญิงกลายเป็นพระราชินี… เจ้าชายก็ยังคงเป็นเจ้าชาย

ทั้งที่เป็นพี่น้องร่วมอุทร ไม่รู้เหตุใดจึงเกิดความขัดแย้ง เรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดถึง และเฮคเตอร์ก็ไม่คิดจะขุดลงไปลึกกว่านี้ในเรื่องที่ต่อให้เขารู้ไปก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร และทำอะไรกับมันไม่ได้


การที่บิดาไปดึงคนในราชวงศ์มาเกี่ยว… เห็นทีจะทำให้เรื่องยุ่งยากกว่าเดิมเสียอีก

“ลูกไม่ดีใจเหรอ ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นกัน?” เฮคเตอร์มองด้วยสายตาเอือมระอาเกินจะเอ่ย จากนั้นก็เดินหนีไปอย่างคร้านจะอธิบาย

แน่นอนว่าการช่วยเหลือของเจ้าชายไอวาไม่ได้มาฟรีๆ 


ดังคาด… ลอร์ดเฮคเตอร์ถูกเจ้าชายสีเงินเรียกเข้าพบในเดือนถัดมาหลังจากวันนั้น…


“เราอยากให้ท่านทำงานให้เรา” ยิ้มที่อ่อนโยนทว่าไปไม่ถึงดวงตา ใบหน้างดงามทั้งที่เป็นบุรุษ รูปร่างผอมบางทว่าบางสิ่งบางอย่างบ่งบอกว่าคนผู้นี้ไม่ได้อ่อนแอดังที่เห็นภายนอก “งานเล็กๆ น้อยๆ ค้าขายนิดๆ หน่อยๆ คงไม่เกินความสามารถของท่านเกินไป”

… เฮคเตอร์ไม่อาจปฏิเสธคำขอนั่น เมื่อคิดว่าโฉนดที่ดินของตระกูลยังอยู่ในมือของอีกฝ่าย 

“ได้…” วันนั้นเขากล่าวไปเช่นนั้น “แต่เรื่องนี้ต้องไม่เดือดร้อนถึงตระกูลแฮร์ริสัน”

เจ้าชายไอวาหัวเราะเบา เคาะพัดลูกไม้ที่รวบปิดกับฝ่ามือของตนเอง

“อย่าทำหน้าน่ากลัวแบบนั้นสิ เราไม่ได้จะให้ท่านทำเรื่องอะไรที่ทำให้หัวหลุดจากบ่าหรอก” … ขอให้มันจริงเถิด

การล้มละลายในยุคนี้ถือว่าผิดกฎหมาย และผู้ที่แจ้งล้มละลายรวมทั้งครอบครัวของพวกเขามักจะลงเอยในคุกเพื่อไปทำงานชดใช้หนี้… แม้การเป็นชนชั้นสูงอาจจะช่วยให้ใช้เส้นสายหลีกเลี่ยงเรือนจำได้ แต่สุดท้ายชนชั้นสูงที่ล้มละลายมักจะทนความอับอายไม่ไหว มักจะจบชีวิตตนเองอยู่ดี

แล้วเขาเหลือทางเลือกอะไรด้วยหรือ? อย่างน้อยชายหนุ่มก็ต้องซื้อเวลาเพื่อหาเงินมาไถ่ถอนที่ดินจากเจ้าชาย


ในวันนั้นเขาได้ทำการตัดสินใจ


เฮคเตอร์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย สงบนิ่งไร้คลื่นลม และตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความลังเล

“เชิญสั่งมาได้เลย…”


แล้วลอร์ดเฮคเตอร์ก็ได้แต่ก้มหน้าชดใช้หนี้ที่ตนเองไม่ได้ก่อ เริ่มต้นตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงในปีนั้นเอง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

594 ความคิดเห็น

  1. #435 erasererr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 19:38
    สัญญาอะไรกันไว้นะทั้งสองคน อยากรู้จัง
    #435
    0
  2. #398 marjolaine (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:58
    สงสารเฮคเตอร์เลยอะ สรุปเกลียดลูเซียนจริงมั้ย แล้วเกลียด คือเพราะเขาหน้าเหมือนชู้รักของพ่อตัวเองเหรอ? งงอะ ผูกใจเจ็บขนาดนั้นเลย
    #398
    0
  3. #358 pearle (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:06
    เริ่มไม่ชอบเจ้าชายเอวาแล้วแหะ แต่เท่าที่อ่านก็แปลว่าเฮกเตอร์ยังจำคำสัญญาที่ให้ลูเชียนไว้ได้นี่นาา
    #358
    0
  4. #348 kxy9190 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:26
    พลอตเชื่อมโยงเล่าอดีตดีมากค่ะ ????
    #348
    1
    • #348-1 kxy9190(จากตอนที่ 10)
      10 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:27
      ใส่อีโมจิไปกลายเป็น ??? ซะงั้น ㅠㅠ
      #348-1
  5. #327 กรานิเต้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:22
    เกลียดเจ้าชายไอวา ไม่ชอบบบบ
    #327
    0
  6. #305 Hasegawa Michiko (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:39
    น่าหนักใจทั้งคู่เลย//ร้องไห้
    #305
    0
  7. #294 xpeachmellow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 03:21
    โธ่เฮคเตอร์
    #294
    0
  8. #226 Bibidiz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 23:47
    เฮคเตอร์ก็เจอเรื่องหนักหนาเหมือนกันนะคะเนี่ย
    #226
    0
  9. #214 Koma8 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 00:43
    ความกดดันที่ต้องเจอกับสิ่งที่ไม่ได้ก่อ
    #214
    0
  10. #204 _bedgasm_2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 05:10
    อย่าดราม่ามากนะคะ ฮรึห
    #204
    0
  11. #186 D-Dindin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 00:52
    น้ำเน่าจนมองไม่เห็นก้นบ่อแล้ว คสพ.มั่วซั่วยุ่งเหยิงไปหมดเลย ไม่ค่อยชอบเจ้าชายไอวาเลยทำไงดี สงสารพระเอก พ่อก็ไม่ได้เรื่อง กับลูเชียนก็กลายเป็นอย่างนี้ ชีวิตโดนผูกอยู่กับการเมือง รันทดไปหมดแล้ว แงงง
    #186
    0
  12. #120 ซินเดอเรล✰. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 17:47
    หรือที่จริงเป็นควีนที่สังหารพี่ชายต่างมารดา ไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อม และเจ้าชายก็รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด? เอาจริงๆไม่รู้จะสงสารใครแล้วค่ะ ถ้าเป็นลอร์ดเฮคก็คงเหน่ยกะพ่อแบบนั้นเหมือนกัน แต่ที่สงสารมากที่สุดเห็นจะเป็นลอร์ดเชียนนี่ล่ะ นึกว่าเขาลืมแต่จริงๆแล้วเขาจำได้แต่’เลือกที่จะ’ลืมเอง ฮือออ
    #120
    0
  13. #103 LOTGRACE (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 18:32
    ปัญหาที่เกิดกับตัวเอกทุกคน มันเป็นเรื่องที่ตัวเอกทุกคนไม่ได้ก่อทั้งนั้นเลยนะ อยากฟาดคนก่อเรียงตัวเลยอะค่ะ
    #103
    0
  14. #66 Kuroyasha_SS (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 00:18
    ถ้านี่เป็นเฮกเตอร์คงเหนื่อยกับพ่อแบบนั้นมาก แต่จะตัดก็ตัดไม่ได้ เรื่องที่น่าเหนื่อยใจที่สุดก็คือการมีพ่อแม่เป็นตัวปัญหาเนี่ยแหละ จะหนีก็หนีไม่ได้
    #66
    0
  15. #65 MinRos (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:06
    อยากเอาไม้หน้าสามฟาดฟัวลอร์ดเฮนรี่ เพราะแกคนเดียวทำให้เฮกเตอร์ต้องลืมลูเซียน
    #65
    0
  16. #64 MinRos (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:52
    **ถ้าเกิดอยู่ลอ์ดเฮกเตอร์ถามลูเซียนว่าทำไมไม่แต่งงานซักที แล้วลูเซียนตอบว่า เพราะสัญญากับคนนึงไว้ อะไรแบบนี้ล่ะ
    จะมีโมเมนต์นี้มั้ย
    #64
    0
  17. #63 saitgong (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:50
    คือแบบแสดงว่าเฮกรู้ทุกอย่างแต่ทำเป็นไม่รู้งี้หรอ คือตัวเองรับความจริงไม่ได้เองปะ พอเกิดเรื่องจะโทษใครอะ แทนที่จะคุยกันดีๆ พ่อก็เหลือเกิน สงสารน้องเลยน้องยังลำบากกว่าอีกอะ น้องอยู่คนเดียวสู้คนเดียว

    อีพี่คือแบบ... เปลี่ยนพระเอกกก!!! สงสารน้อง
    #63
    0
  18. #62 AfterRab (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 21:44
    ไม่ชอบเจ้าชายไอวา
    #62
    0
  19. #61 mummummi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 14:04
    ทุกคนในเรื่องนี้มีปัญหา มีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้นเลยค่ะ ซึ่งเป็นปกติของมนุษย์แหละ ความลุ้นของเราคือจะเกิดโศกนาฏกรรมแบบไหนในตอนสุดท้าย เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ เขียนเชื่อมโยงดีมากค่ะ วางพล็อตแข็งแกร่งจริงๆค่ะ ชื่นชมมากค่ะ
    #61
    0
  20. #60 purinee _ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 13:51
    ปกติเราไม่อ่านแนวนี้ แต่เราชอบงานของคุณมากกกกก
    #60
    0
  21. #59 Nelwadar (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 13:46
    ความดราม่านี้...โดดขึ้นเรือราชินีxลูเชียน
    #59
    0
  22. #58 Gray13 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 13:16
    ถ้าเฮกทำอย่างนั้นจริงๆ ลูเชียนไม่ต้องเอาเฮกแล้วได้มะ ดูเฮกเห็นแก่ตัวมากอะ รู้ว่าเป็นปม แต่กับน้องอะยึดมั่นในคำสัญญาลมๆแล้งๆ คิดว่าเขาจำไม่ได้เลยไม่ทำ แต่จริงๆคือเฮกจำได้แต่ไม่เคยคิดจะทำมากกว่า เห็นแก่ตัว สงสารทั้ง2คน แต่ในมุมมองเราลูเชียนน่าสงสารที่สุด แบกภาระหลายๆย่างเอาไว้ มีรักกับเขาทั้งที ก็เป็นไปแทบไม่ได้ เฮ้อ ผิดไหมที่เริ่มเกลียดพระเอก
    #58
    0
  23. #57 Zelina (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 13:05
    ถ้าเฮคเตอร์แต่งงานมีลูกกับเจ้าชาย ลูเชียนก็แต่งงานมีลูกกับคนอื่นไปเถอะ จะได้เจ๊ากัน
    #57
    0
  24. #56 Mizza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 12:53
    สงสารเฮคเตอร์​อะ​ พ่อก็น่ะสร้างปัญหา​
    #56
    0
  25. #55 FauyFern (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 12:42
    เจ้าชายบอกราชินีล้มเหลวในความเป็นมนุษย์...เราว่าเจ้าชายก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ คิดว่าจะเอาแค่ลูก มัน..ยังไงๆอยู่นะ
    #55
    0