ชีวิตบัดซบของคุณแดริล (Bodhi Publishing)

ตอนที่ 24 : บทที่ 14: Kat’s Declaration

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,984
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 465 ครั้ง
    26 ต.ค. 61

บทที่ 14 Kat’s Declaration



ในวันรุ่งขึ้นแดริลขึ้นไปยังออฟฟิศชั้นสี่แต่เช้าตรู่ เดินผ่านแผนกโอเปอเรชั่นและพัฒนาบุคคล มุ่งตรงไปที่ออฟฟิศ CEO


มิสเวสกำลังนั่งจิบกาแฟ ใช้เวลายามเช้านั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไทมส์อย่างใจเย็น สองนิ้วเคาะประตูกระจกเพื่อดึงความสนใจของเจ้าหล่อน ซึ่งก็ได้ผล... พอเห็นเขา ดวงตาคู่โตประดับด้วยแพขนตาหนาของเจ้าหล่อนก็หันมองมาทันที


“อรุณสวัสดิ์เชน” พูดแล้วก็หุบหนังสือพิมพ์กระดาษปิดลง “มีอะไรรึเปล่า ฉันจำได้ว่าวันนี้ไม่มีประชุมเช้านี่”

“สะดวกคุยรึเปล่าครับ ผมอยากคุยกับคุณนิดหน่อย” พูดแล้วเขาก็ดึงประตูปิด เพราะไม่อยากให้คนข้างนอกได้ยินบทสนทนา

“ฉันมีเวลาครึ่งชั่วโมงก่อนจะต้องไปคุยกับทีมโปรดักต์… นั่งสิ”

ได้รับคำอนุญาตแล้วชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลงนั่ง มองสบตาหญิงสาวตรงๆ


“...เรื่องโจเซฟ… คุณไม่ควรทำแบบนี้ ผมปฏิเสธไปชัดเจนแต่แรกแล้วนะครับ” ชายหนุ่มพูดอย่างใจเย็น พยายามไม่แสดงอารมณ์อะไรมากนัก

“อา… เรื่องนี้ ฉันผิดเอง ขอโทษนะ” มิสเวสไม่ใช่คนถือตัว ยอมรับผิดและขอโทษแบบง่ายๆ “...คือโจเซฟน่ะ… ไปเห็นบนสัมภาษณ์ของเธอทางออนไลน์เข้าเลยรู้ว่าเราทำงานที่เดียวกัน เขาขอร้องฉันหลายที ตอนแรกที่เธอปฏิเสธฉันก็บอกไปแล้ว แต่เขาก็ยังรบเร้าอยู่เรื่อยๆ”


วันนี้หญิงสาวสวมเดรสสีแดงดึงดูดตาเข้าคู่กับส้นสูงสีเดียวกัน ขาสองข้างนั่งในท่าไขว่ห้าง ยกมือขึ้นเท้าคางพลางถอนหายใจออกมาเล็กน้อย แม้ล่วงเข้าวัยเลขสามแล้วเธอก็ยังเป็นผู้หญิงที่ดูดีทั้งใบหน้าและรูปร่าง


“เด็กคนนั้นน่ะ ตั้งแต่เล็กมาก็ไม่เคยจะตื๊อฉันเรื่องอะไรขนาดนี้.. อันที่จริงฉันก็สงสัยมาตลอดว่าจากเด็กที่ไม่มั่นใจเอาแต่ก้มหน้าอ่านหนังสือ ทำไมอยู่ๆถึงหันมาใส่ใจตัวเองแล้วเลือกเดินทางสายบรอดเวย์ได้” เธอเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงปกติ ออกจะฟังดูกลุ้มใจเล็กๆ “ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเธอนะ… เชน ฉันจะไม่ยุ่งอีก”


“ครับ… หากคุณเข้าใจแล้วผมก็ไม่ติดใจอะไร” ชายหนุ่มระบายลมหายใจยาว มิสเวสเป็นคนที่พูดจากันด้วยเหตุผลพอๆกัน พวกเขาถึงทำงานเข้าขากันได้… ก็ไม่บ่อยนักหรอกที่เธอจะทำอะไรแบบนี้


“แต่ฉันมีคำถามเหมือนกันนะ แดริล… วินเซนต์ ซัมเมอร์ เป็นคนรักของเธอหรือเปล่า?” คำถามตรงไปตรงมานั่นทำให้คนฟังชะงัก ไหล่สองข้างเกร็งขึ้นเล็กน้อย “ฉันได้ยินเรื่องที่ว่าคุณซัมเมอร์คนนั้นยอมรับค่าตัวที่ต่ำกว่าราคาของเขาเพราะเธอมาจากบิล… แล้วพอโจเซฟได้ยินว่าคุณซัมเมอร์จะมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้บริษัทเรา เขาก็แทบจะนั่งไม่ติดที่ รีบร้อนยื่นพอร์ทมาสมัครเป็นนายแบบสินค้าไลน์คนวัยทำงานของเราแทบจะทันทีเลย”


วิเวียนพูดถึงมันแล้วก็นวดขมับปวดหัว

“และขอบอกไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่ได้ใช้เส้นให้โจเซฟได้งาน ทีมโปรดั๊กชั่นเลือกกันเอง ฉันไม่ได้ออกความเห็นอะไรเลย ไม่ได้บอกทีมด้วยซ้ำว่าเป็นญาติกัน”

ชายหนุ่มรับฟังประโยคหลัง พร้อมทั้งพยักหน้าน้อยๆ จากที่รู้จักบอสของเขามาหลายปี ก็รู้ดีว่าเธอไม่ใช่คนประเภทที่จะเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน


ส่วนเรื่องวินเซนต์…


“ไม่ได้เป็น… ครับ” ดวงตาเลื่อนหลบไปมองอย่างอื่น ชายหนุ่มมีท่าทีไม่ค่อยเต็มใจจะตอบคำถามอย่างชัดเจน

“อย่าโกหกฉัน เชน ฉันไม่ได้จะว่าอะไรเธอ ตอนแคทเธอรีนฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร ตอนที่รู้ว่าเธอเป็นเกย์ฉันก็ไม่ได้พูดอะไร แค่อยากรู้ความสัมพันธ์เอาไว้เท่านั้นเพราะบริษัทต้องร่วมงานกับเขาไปอีกทั้งปี” หญิงสาวผมบลอนด์มองคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นมือขวาของตนเองด้วยสายตาจริงจัง

“.... ครับ เขาเป็นแฟนเก่า แต่ผมไม่ได้เรียกเขามารับงาน” CMOหนุ่มถอนหายใจ ท่าทางเหมือนจำนนด้วยหลักฐาน “อยู่ๆชื่อเขาก็โผล่ขึ้นมา ผมเองยังตกใจ แล้วเขาก็อ้างไปเองว่าเพราะผม… แต่มันไม่ใช่”

“ฉันเชื่อใจเธอ… แต่เธอมั่นใจไหมว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเธอ… เขาจะยังรับผิดชอบงานของเราอยู่ ฉันรู้ว่ามันมีสัญญาผูกมัด แต่หลายๆอย่างสัญญาก็ไม่ได้ครอบคลุม และฉันก็ไม่คิดว่าคนดังแบบคุณซัมเมอร์จะจ่ายค่าปรับไม่ไหว…” สิ่งที่วิเวียนกังวลนั้นล้วนเกี่ยวกับเรื่องงาน คำถามเหล่านี้แดริลเองก็ไม่มั่นใจว่าจะตอบอย่างไรดี


เขาไม่ใช่วินเซนต์ เขาตอบแทนอีกฝ่ายไม่ได้…


“เขาเป็นคนมีชื่อเสียง ผมไม่คิดว่าเขาจะยอมเสียเครดิตตัวเองในวงการแค่เพื่อจะประชดใครหรอกครับ”

“เชน เพราะเขาเป็นคนดัง เขาถึงเลือกได้ เขามีอำนาจต่อรอง โลกของธุรกิจมันเป็นแบบนี้ และมันก็เป็นหน้าที่ฉันที่ต้องทำให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดผลเสียกับบริษัท” หญิงสาวผมบลอนด์หลับตาลงพร้อมกับระบายลมหายใจออกมา ท่าทางเหมือนว่าหล่อนคิดพิจารณาเรื่องนี้มาดีแล้ว “...แต่ฉันเชื่อใจเธอ ฉะนั้นก็ทำให้มันเวิร์กเถอะ แคมเปญนี้น่ะ”

“ครับ บอส”

“แล้วก็ขอถามเรื่องส่วนตัวอีกสักเรื่องเถอะนะ เรื่องสุดท้ายแล้ว” รอยยิ้มบางๆปรากฏบนริมฝีปากที่ทาเคลือบด้วยลิปสติกสีสด “เรื่องโจเซฟ เธอจะไม่ให้โอกาสจริงๆใช่ไหม? เขาเคยบอกว่าคุยกับเธอถูกคอ แต่อาจจะไม่ใช่สำหรับเธอ?”


คำถามนี้ไม่ใช่ถามในฐานะเจ้านาย แต่ท่าทางเหมือนถามในฐานะพี่สาวคนหนึ่งเสียมากกว่า


แดริลมีสีหน้าลำบากใจ คุยกันถูกคอก็ใช่ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าคนเราจะตกหลุมรักกันได้เพราะแค่คุยกันถูกคอเฉยๆ…

“ผมคิดว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่าครับ”


วิเวียนพยักหน้าเข้าใจ ไม่ได้เซ้าซี้อะไรชายหนุ่มต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้


“อืม เข้าใจแล้วล่ะ” เธอตอบรับแบบง่ายๆ ทั้งยังยกยิ้มให้น้อยๆ “ไว้วันหลังหาเวลาไปกินข้าวเย็นกันเถอะ ฉันเลี้ยงเอง”

“ได้ครับ” แดริลยิ้มตอบ ก่อนจะขอตัวกลับชั้นสามไปทำงานของเขาต่อ… ท่าทางดูโล่งใจขึ้นมากกับหลายๆเรื่อง


ขณะที่กำลังจะเข้าห้องทำงานของตนเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นนิตยสารแฟชั่นชื่อดังที่วางหราอยู่แถวๆนั้น เนื่องจากนี่เป็นบริษัทแฟชั่น การมีของประเภทนี้อยู่นั้นไม่แปลกแต่อย่างใด


….ติดแต่หน้าปกนั่น… เป็นคนที่คุ้นตามาก


คนเดียวกับที่ยึดเอาโซฟาเขาเป็นที่นอน… วินเซนต์ ซัมเมอร์


ชายหนุ่มหยิบเอานิตยสารฉบับนั้นขึ้นมาดู มองใบหน้ายิ้มๆของคนขึ้นปกด้วยความไม่แน่ใจว่าควรจะรู้สึกอย่างไร… อันที่จริงช่วงนี้เขาก็พอสังเกตเห็นมาสักพักแล้วหรอกว่าวินซ์รับงานออกสื่อเยอะขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขึ้นปก บทสัมภาษณ์ ไปเป็นดารารับเชิญในซิตคอม ไปออกรายการ เป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์ต่างๆ ทั้งนาฬิกา รถยนต์… และล่าสุดสิ่งที่ทำให้เกือบสำลักกาแฟคืองานถ่ายแบบกางเกงในแบรนด์ดังเมื่อสองเดือนที่แล้ว ยิ่งเห็นภาพบนบิลบอร์ดแล้วทำเอารถเกือบชน..


นับตั้งแต่คว้าถ้วยแชมป์และเป็นหนึ่งในกัปตันทีมสามสมัยติดกัน เหมือนชีวิตของอีกฝ่ายก็จะมีแต่ขาขึ้น เงินค่าตัวแค่งานเป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ดังงานเดียวก็ตั้งเท่าไหร่แล้ว มากกว่าเงินที่เขาทำได้ทั้งปีอีก... ไหนจะค่าถ่ายแบบขึ้นปก ค่าดารารับเชิญ…


“เป็นคนที่เท่ไปเลยนะครับ” บิล ชายตัวสูงผู้มีความจืดจาง ชะโงกดูนิตยสารเล่มดังกล่าวที่เขากำลังถืออยู่ในมือ “วันที่เขามานี่สาวๆพูดถึงกันไม่หยุดเลย อันที่จริงตอนนี้ก็ยังพูดถึงกันอยู่”


“...อืม” แดริลตอบรับในลำคอเสียงเบา วางหนังสือลงบนโต๊ะใกล้โซฟารับแขก ค่อนข้างชินแล้วกับความป็อบปูลาร์ของใครบางคน ที่ยังไม่ชินคงมีแค่โฆษณาถ่ายแบบกางเกงในขึ้นบิลบอร์ดเท่านั้นล่ะ...


ว่าไปแล้วเย็นนี้เขาก็น่าจะไปแวะแผงลอยนิตยสารเสียหน่อย… ว่าแต่ควรจะซ่อนไอ้เล่มนี้ให้พ้นหูพ้นตาเจ้าคนที่ขึ้นปกอย่างไรดีนะ…


………………….


กลับถึงบ้านก็พบวินเซนต์ที่นอนหลับคาโซฟา… มีหนังสือเรื่อง The Picture of Dorian Gray โดย ออสการ์ ไวลด์ กางปิดหน้า…


เจ้าของอพาร์ทเมนต์มองด้วยสายตาอ่อนใจ ย่องไปซ่อนนิตยสารในลิ้นชักก่อนถึงค่อยเดินมาหยิบหนังสือเล่มนั้นออกจากหน้าคนหลับ


“...วินซ์ ฉันกลับมาแล้ว” เรียกเบาๆ นักกีฬาหนุ่มก็ลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง

“....หนังสือของออสการ์ ไวลด์น่าเบื่อเป็นบ้า” นั่นเป็นประโยคแรกที่วินเซนต์ทักออกมา แต่ก็ทำให้คนฟังยิ้มขำ

“นายเคยอ่านอะไรแล้วคิดว่าสนุกด้วยรึไง”

“...เพลย์บอย” คนตัวใหญ่พูดจบก็โดนสันหนังสือเคาะหัวเบาๆ

“นั่นไม่นับสิ” จู่ๆข้อมือก็ถูกจับ วินเซนต์ลุกขึ้นนั่ง ดึงหนังสือเล่มดังกล่าวออกจากมือเขา วางไว้ที่โต๊ะข้างๆ แล้วดึงร่างที่บางกว่าให้นั่งลงแทน

“ฉันก็แค่สงสัยว่าทำไมนายถึงชอบอะไรพวกนี้จริง…” วินซ์

“ไม่จำเป็นหรอก ฉันเองก็ใช่จะเคยนั่งดูอเมริกันฟุตบอลเป็นเพื่อนนายซะเมื่อไหร่” แดริล

“นั่นก็จริง… วันนี้เหนื่อยไหม?”

“นิดหน่อย นายล่ะ?”

“เหนื่อย.. ไปยิม แล้วก็ไปเซ็นสัญญา แล้วก็กลับมานอนอ่านหนังสือ”


นั่นฟังดูไม่เห็นจะเหนื่อยตรงไหน..


“ช่วงนี้ดูนายรับงานในวงการบันเทิงเยอะขึ้นนะ” เผลอตัวปุ๊บมือหยาบก็วางลงบนเอว ดึงเข้าไปกอด แดริลกระทั่งจะขัดขืนยังขี้เกียจไปแล้ว…

“เกษียณแล้วจะได้มีอะไรทำ...ไม่เกาะนายกิน” วินเซนต์พูดหน้าตาเฉย “อีกอย่าง… นายลืมไปแล้วหรือไงว่าเทอรี่ ครูวส์ก็เป็นไอดอลของฉันเหมือนกัน”

“....จากโฆษณาโอล์ดสไปซ์แบร์โกลฟใช่ไหม? จำได้ว่านายเคยพูดถึง” เป็นคนที่แดริลคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างมาก ทั้งเห็นในโฆษณาและทีวีออกบ่อย…

“ใช่ เขาเกษียณจากการเป็นนักกีฬาแล้วก็ไปเป็นผู้ประกาศข่าว เล่นโฆษณา กับนักแสดงต่อ เขาเป็นไอดอลขั้นทำให้ฉันซื้อโอล์ดสไปซ์แบร์โกลฟมาใช้เลยนะ” จมูกที่คลอเคลียบริเวณต้นคอทำให้รู้สึกจั๊กจี้ สองมืออดไม่ได้ต้องพยายามผลักวินเซนต์ให้ออกห่าง แต่แน่นอนว่าไม่สำเร็จ


“พอแล้วน่า... วินซ์”

“นายใช้น้ำหอมอะไรน่ะ? ฉันชอบ” ถึงจะบอกให้พอร่างซึ่งสูงใหญ่กว่าก็ยังไม่พอ จูบลงบนต้นคอเสียอย่างนั้น

ทั้งที่สมัยก่อนไม่ได้ติดแจขนาดนี้แท้ๆ…


“อาร์มานี่ Acqua di gio เลิกนัวเนียฉันได้แล้ว ฉันจะไปทำอาหาร” พอบอกแบบนั้นวินเซนต์ถึงยอมปล่อยแต่โดยดี หลุดพ้นได้ร่างที่บางกว่าก็รีบเผ่นไปทางครัวบิวด์อินหลังเคานต์เตอร์ทันที


ชายหนุ่มเริ่มหยิบของสดจากในตู้เย็นมาวางเรียงกัน แต่สมาร์ทโฟนที่สั่นทำให้เขาต้องหยุดมือมากดเช็กดู


มิสวีส่งภาพแคปหน้าจอจากทวิตเตอร์มาให้ผ่านโปรแกรมแชท… มันเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ออนไลน์ฉบับหนึ่ง


‘นางแบบสาวชื่อดัง ขอแฟนสาวดีไซน์เนอร์แต่งงานกลางเวทีหลังจากจบชุดฟินาเล่!!’


… ไม่ได้มาแค่หัวข้อ มายันภาพประกอบ… และก็ใช่ นั่นเป็นสองคนที่เขาคิดจริงๆ


แคทกับแอช


เห็นแดริลมองมือถือสีหน้าเหม่อลอย วินเซนต์ก็ลุกขึ้นเดินมายืนข้างๆ ดวงตาสีเขียวมองสิ่งที่อยู่บนจอ คอมเมนท์ออกมาแค่สองคำ

“ว้าว เจ๋ง”

“.....” อา… อยู่ๆก็ป่วย… ไม่อยากไปบริษัทพรุ่งนี้เลย… คงจะต้องมีคำถามมากมาย หรือสายตาตั้งคำถามมากมายแน่ๆ


ที่บริษัทต่างรู้กันดีว่าเขาเป็นแฟนหนุ่ม(ปลอมๆ)ของแคท และเชื่อได้ว่าเหล่าคนทำงานในวงการแฟชั่นพวกนั้นจะต้องรู้ข่าวนี้กันทุกคน..

ในใจรู้สึกว่างโหวงอยู่บ้าง แม้จะเริ่มทำใจตั้งแต่วันนั้นที่แคทบอกกับเขาว่าหล่อนจะประกาศตัวแล้วก็ตามที…

ใจหนึ่งก็ยินดีกับทั้งแคทและแอชลีย์ อีกใจก็เหมือนโดนทิ้งไว้เบื้องหลังอยู่คนเดียว… แต่หากจะให้บอกแคทว่าอย่าทำแบบนี้ ช่วยกันปิดบังต่อไปได้ไหม นั่นเขาก็พูดไม่ได้หรอก เพราะมันเห็นแก่ตัวเกินไป


หลังจากคุยกันวันนั้น ชายหนุ่มก็ได้ทำใจมาส่วนหนึ่งแล้ว… แต่เขาก็ยังอดอารมณ์ดิ่งไม่ได้


เหมือนถูกบังคับลากออกไปกลางแสงไฟ ทั้งที่ยังไม่พร้อม...


เรื่องโดนมองเป็นเกย์ แน่นอนว่าน่าจะเลี่ยงไม่ได้จริงๆ.. ก็หวังแต่ว่าจะไม่มีคนอคติมากนัก เคราะห์ดีที่เขาอยู่ในวงการธุรกิจแฟชั่นซึ่งเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ… ทั้งยังมีมิสเวสที่เข้าใจกัน

ที่ผ่านมาชายหนุ่มไม่เห็นประโยชน์จากการเปิดตัว ล้วนเห็นแต่ข้อเสีย และไม่คิดว่าการต้องออกไปประกาศว่าตนเองเป็นเกย์เป็นเรื่องที่ฉลาดนัก… เพราะมีทั้งอคติจากหลายคนในสังคม กับคำถามมากมายที่ไม่อยากจะตอบ…

แล้ววันหนึ่งหากเขาตัดสินใจไปทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพนอกวงการแฟชั่น ก็จะถูกครอบด้วยอคติหรือมุมมองเดิมๆที่สังคมมีต่อเพศที่สามหรือเปล่า?


… แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นสิ่งที่เขาต้องออกไปเผชิญหน้า


เรื่องที่ทำงานน่ะยังไม่เท่าไหร่หรอก… เพราะพอคิดไปถึงที่บ้าน(ที่ยังคาดหวังว่าเขาจะแต่งงานกับแคท)เมื่อเห็นข่าวนี้แล้ว แดริลก็นึกอยากจะหายตัวไปจากโลก


“ฉันไม่กลับดีซีอีกแล้วได้ไหม…” เจ้าตัวโอดครวญเบาๆ...

“....นี่อย่าบอกนะว่า… จนป่านนี้พวกนายยังคบเป็นแฟนหลอกๆกันอยู่อีกเหรอ?” คิ้วสีทองเลิกขึ้นสูง ท่าทางคล้ายไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก...


ร่างที่ผอมกว่าพยักหน้าช้าๆให้กับคำถามดังกล่าว ท่าทางดูเซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด มือหนึ่งหยิบมีดทำครัว อีกมือหยิบของสดวางบนเขียง เริ่มหั่นผักด้วยสายตาเลื่อนลอย

“...ฉันกลับบ้านไม่ได้อีกแล้ว พ่อต้องเอาปืนมายิงฉันแน่”

วินเซนต์เห็นแล้วก็นวดขมับ แย่งมีดในมืออีกฝ่ายไปวางไว้ให้ไกลๆก่อน ถึงจะเอ่ยปากไล่

“หั่นแบบนี้เดี๋ยวก็บาดนิ้วกันพอดี ไปนั่งตรงนั้น ฉันทำให้”


แดริลพยักหน้าอย่างว่าง่าย ในหัวยังคงติดอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง เขาหย่อนก้นลงบนโซฟา เหม่อมองเพดานแบบคิดไม่ตก


รู้ตัวอีกทีก็มีจานออมเล็ตสอดไส้ผักหอมฉุยมาวางตรงหน้า… หน้าตาดูไม่น่ากินเอาเสียเลยแต่ก็ดูเหมือนจะกินได้… วินเซนต์นั่งลงข้างๆ เงยมองเพดานเป็นเพื่อนกัน


“พ่อนายเหยียดเพศที่สามนี่นะ…”

“ใช่”

“แม่ก็คลั่งพระเจ้า”

“...ใช่”


แดริลปิดหน้าเครียด


“ไว้ฉันจะกลับไปกับนายด้วย… ยังไงซะคนที่ทำให้นายเป็นเกย์แต่แรกก็ฉันนี่?” วินเซนต์ยกยิ้ม พลางพูดจาติดตลก “ฉันฮอตมากจนหลังจากที่นายลองกับฉันในห้องล็อกเกอร์ไปวันนั้นแล้วนายก็ไม่สามารถคิดอะไรกับสาวๆได้อีกเลยไงล่ะ”


คนกำลังเครียดเงยหน้ามองคนพูดมาได้ไม่อายปากทั้งขอบตาแดงๆ


“....พ่อจะยิงนายด้วย”

วินเซนต์หัวเราะเบา จับมือชายหนุ่มอีกคนไว้หลวมๆ ดึงขึ้นมาแนบจูบลงบนหลังมือ

“มันจะไม่เป็นไร เชื่อฉันสิ”


แดริลไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเอาอะไรมามั่นใจ… และก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมั่นใจ แต่คำพูดนั้นก็ช่วยให้อุ่นใจขึ้นไม่น้อย

“หลายๆทีนายก็คิดมากเกินไป นายชอบคิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดก่อนที่เรื่องมันจะเกิด” วินเซนต์พูดด้วยน้ำเสียงปกติ มองไปทางชายหนุ่มผมดำด้วยสายตาไม่บ่งบอกอารมณ์

“...กลับกัน นายน่ะคิดน้อยเกินไป” แดริล

“ช่วยไม่ได้ ฉันชอบเอาเวลาไปลงมือทำมากกว่านั่งกังวล” วินซ์ตอบทั้งยกยิ้มขำเบาๆ “ตอนนี้คิดไปแล้วช่วยอะไรไหมล่ะ?”


คนฟังมุ่นคิ้ว แล้วส่ายหน้า


“ไม่ต้องไปคิด แล้วทำให้ดีที่สุด” ฟังแล้วก็รู้สึกว่าคำพูดคำจาสมเป็นวินเซนต์ ซัมเมอร์เหลือเกิน…


แดริลเพียงพยักหน้ารับช้าๆ ตักออมเล็ตที่เริ่มจะเย็นแล้วกิน เคี้ยวไปก็เหมือนจะเจอเศษเปลือกไข่อยู่เล็กน้อยแต่ก็จัดว่ายังกินได้…


“อาจจะเป็นจังหวะที่ไม่ดีนัก แต่ฉันต้องไปทำงานนอกเมืองสัก2-3วัน…นายอยู่ได้ใช่ไหม?” เจ้าของร่างสูงใหญ่เอ่ย ก่อนจะลุกไปจัดการเก็บกวาดซากอารยธรรมในครัวแบบลวกๆ แดริลเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย รู้สึกเหมือนอารมณ์ดิ่งลงไปอีก แต่ปากกลับบอกว่า...

“ไปเถอะ”


วินเซนต์ไปทำงานทีนึงได้เงินตั้งเท่าไหร่ จะมารั้งให้เขาอยู่อะไรกับแค่เรื่องดราม่าแบบนี้ล่ะ…


“ฉันจะรีบไปรีบกลับ” ร่างสูงใหญ่พูดออกมาขณะจัดการกับกระทะที่เจ้าตัวเพิ่งใช้ทอดไข่ไปเมื่อครู่ ประโยคดังกล่าวฟังดูคล้ายคำสัญญา… ประโยคนั้นไม่ได้ถูกพูดอย่างอ่อนโยน ไม่ได้ให้ความรู้สึกหวานซึ้ง


มันก็เป็นแค่คำพูดเรียบง่าย ที่พูดออกมาอย่างง่ายๆตามแบบของวินซ์… แต่แค่นี้ก็กลับทำให้ในใจรู้สึกอุ่นร้อนขึ้นอย่างประหลาดแล้ว…


…………..


สายตาของทุกคนพร้อมใจกันลอบมองชายหนุ่มด้วยแววประหลาดใจ เหมือนเต็มไปด้วยคำถามและความสงสัย… แต่เจ้าตัวก็ทำเป็นไม่เห็นและไม่ใส่ใจ ก้าวขายาวๆมุ่งไปขึ้นลิฟต์ ถึงชั้นสามก็ตรงดิ่งไปทางห้องทำงาน


… แต่อนิจจา ระหว่างทางดันเจอเดวิด โจนส์ ซะได้


วันนี้มิสเตอร์โจนส์แต่งตัวโกนหนวดเครามาเรียบร้อย เพราะเป็นวันที่หนึ่งในนักลงทุนจะมาที่บริษัท… เพราะช่วงนี้เป็นช่วงใกล้ระดมทุนรอบหน้า ก็จะต้องต้อนรับกันบ่อยเสียหน่อย

สองคนยืนประจันหน้ากัน จะหลบไม่ทักก็ไม่ได้ เดวิดก็ดูเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าพูด ทำให้บรรยากาศน่ากระอักกระอ่วนใจ


“อรุณสวัสดิ์ครับคุณโจนส์” แดริลเป็นฝ่ายตัดสินใจทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด ยกยิ้มเล็กน้อยที่ดูเป็นธรรมชาติ

“อ...อ้อ...อรุณสวัสดิ์เชน เอ้อ วันนี้เป็นไงมั่ง” ท่าทางยิ้มเกร็งๆนั่นทำให้รู้สึกไม่สบายใจเท่าใดนัก


ความเป็นไปได้มีสองทาง เพราะสงสัยว่าเขาเป็นเกย์ ไม่ก็วางตัวไม่ถูกเพราะเรื่องแคทประกาศตัว..


“ก็สบายดีครับ… ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ”

“อืม ดีแล้วล่ะ ดี” ผู้ชายสายไอทีคนนั้นยกมือขึ้นตบบ่าเขาสองที ท่าทางดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย “เอ้อ… วันนี้งานเยอะมาก ฉันไปเคลียร์ก่อนนะ”


ปกติจะยืนคุยกันนานกว่านี้แท้ๆ… วันนี้เล่นตัดบทชิ่งเอาดื้อๆแบบนี้เลยนะครับ…


“ครับ ไปเถอะ ผมก็ต้องทำงาน” ชายหนุ่มยกยิ้มบาง เรื่องโดนซุบซิบสงสัย… มันห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว


จู่ๆหูก็ได้ยินเสียงส้นสูงที่กระทบพื้นแว่วๆ…. หันหลังไปอีกทีก็เจอกับมิสวีที่ยืนกอดอกอยู่ในชุดสูทกระโปรงทรงเอยาวเหนือเข่า กับถุงน่องโทนสีดำ


“เชน อ๊อฟฟิศฉัน ตอนนี้” พูดแล้วยังปรายหางตามอง ‘จิก’ ผู้ชายที่นานๆจะยอมแต่งตัวหล่อเนี๊ยบที่กำลังย่องหนีไปอีกด้วย “...ตั้งใจทำงานล่ะคุณโจนส์”


เจ้าของชื่อเกาหัว ถอนหายใจออกมาแล้วโบกมือให้ไล่หลัง


“คร้าบ คร้าบ ไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ” ชายหนุ่มบ่นพึมพำอะไรบางอย่างที่แดริลไม่ทันฟัง แต่คิดสงสัยไม่นานเขาก็โดนลากไปนั่งในออฟฟิศCEOซะแล้ว….


“ข่าวเมื่อวาน…” ยังนั่งไม่ทันติดเก้าอี้ หญิงสาวก็เปรยขึ้นแล้ว “...เรื่องแคทเธอรีนน่ะ”

“อืม เธอบอกผมล่วงหน้าแล้วล่ะครับ ยังไงก็ไม่กระทบแบรนด์เราหรอก ผมว่าอาจจะเป็นผลดีกับWorking Womanด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มยิ้มบาง หากแต่เป็นยิ้มที่ดูคล้ายสวมหน้ากากชอบกล

“ฉันไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น… ฉันห่วงเธอต่างหาก”


ดวงตาสีฟ้าหลุบมองพื้น ระบายลมหายใจยาว


“มิสเวส… ผมเป็นCMOตั้งแต่อายุยังน้อยมาก ข้อนี้ผมรู้ดี… และผมมีอะไรที่ต้องทำเพื่อพิสูจน์ตัวเองอีกหลายอย่าง… เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ” เปลือกตาปิดลงเพื่อซุกซ่อนความไม่สบายใจที่เกิดเพราะเรื่องนี้จนมิด “ผมรับมือได้”

“...แดริล”


เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นไปทั่ว… เมื่อดวงตาคู่นั้นเปิดขึ้นอีกครั้งก็ไร้ซึ่งวี่แววกังวลใจ ชายหนุ่มเพียงขยับยิ้มบาง

“ผมไม่เป็นไร”

“ฉันแค่อยากให้เธอรู้ไว้… ว่าสายตาที่มองเธอแบบสงสัย บางทีพวกเขาก็แค่สงสัยจริงๆ ไม่ได้มีเจตนาอื่น แบบเดวิดนั่นตอนแรกก็เข้าใจไปว่าเธอโดนแคทเธอรีนหลอกด้วยซ้ำ”

ชายหนุ่มนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้


“แล้วบริษัทเราก็มีนโยบายต่อต้านเรื่องการเหยียดเพศอย่างเด็ดขาดอยู่แล้ว… คนที่เป็นเกย์แบบเปิดเผยก็หลายคน เรื่องแค่นี้ไม่กวนใจใครหรอก” หญิงสาวยังคงมีสีหน้ากังวลใจขณะกล่าว

“อืม ผมเข้าใจ” เจ้าของร่างสูงพยักหน้ารับพร้อมกับตอบ ไม่ใช่เขาไม่เข้าใจหรอก แต่การโดนตั้งคำถาม เป็นใครมันก็น่าจะรู้สึกอึดอัดทั้งนั้น “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ”


ชายหนุ่มตอบทั้งรอยยิ้ม ก่อนจะขอตัวกลับออกมาทำงาน มิสเวสยังคงมีสีหน้าไม่วางใจนักแต่ก็ยอมปล่อยเขาไป


ขณะที่เดินออกมา ก็เห็นกลุ่มคนกำลังยืนดูทีวีในห้องพักกันอยู่ บนจอข่าวคือรายการทอล์กโชว์ที่ออกอากาศในช่วงเช้า เป็นบทสัมภาษณ์ของแคทเธอรีนกับนักข่าวสาว


หัวข้อนี้ดูจะเป็นที่สนอกสนใจในออฟฟิศ เพราะแคทไม่ใช่คนไกลตัวสำหรับพวกเขา จนกึงทุกวันนี้แคทเธอรีนก็ยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้แบรนด์ WW (Working Woman) อยู่


“โอ้โห คบกันมาตั้งแต่สมัยไฮสคูลแบบนี้ไม่อึดอัดแย่เหรอคะเนี่ย” พิธีกรสาวถามซุเปอร์โมเดลคนดังที่นั่งคลี่ยิ้มไม่มากไปไม่น้อยไป แสดงให้เห็นว่าหล่อนคุ้นชินกับการออกหน้ากล้องขนาดไหน

“ก็มีบ้างค่ะ แต่ทั้งแรงกดดันจากสังคม ทั้งเรื่องทางบ้าน ก็เลยจำเป็นต้องปิดบังมาตลอด”

“แล้วนึกยังไงถึงตัดสินใจเปิดตัวคะ” พิธีกรสาวผมแดงถามต่อ หากจำไม่ผิดหล่อนยังเป็นนักข่าวสายบันเทิงอีกด้วย

“เพราะฉันอยากส่งข้อความออกไปให้ทุกคนที่รักร่วมเพศเหมือนกับฉันค่ะ ว่ามันไม่ใช่เรื่องผิด เราไม่จำเป็นต้องหลบซ่อน และฉันก็ภูมิใจในตัวคนรักของฉันมากๆจนไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมต้องเก็บเรื่องของเธอไว้เป็นความลับค่ะ”


หญิงสาวผมบรูเนตต์เผยยิ้มเห็นฟัน ดูมีความสุขไม่น้อยเวลาได้พูดถึงแอชลีย์


“โอ้โห--” ยังไม่ทันฟังนักข่าวสาวจบประโยค สองขาเขาก็พาตนเองออกจากบริเวณนั้นจนไม่ได้ยินส่วนที่เหลือของบทสัมภาษณ์แล้ว


แดริล เชน ไม่ได้กลับออฟฟิศของตนเอง เขากลับเข้าลิฟต์กดขึ้นชั้นบน ขึ้นดาดฟ้าไปจุดบุหรี่สูบ… ปล่อยควันสีเทาให้ลายขึ้นฟ้าจนกลมกลืนไปกับสีเทาของมลพิษในเมืองใหญ่... เขามีเรื่องให้ต้องคิด


ในจังหวะนั้นที่ได้ยินเสียงริงโทนดังออกมาจากโทรศัพท์มือถือ หยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์จากที่บ้าน ซึ่งเขาไม่อยากจะเห็นมากที่สุดในตอนนี้


ชายหนุ่มมองมันอยู่ครู่หนึ่ง…


ถึงเวลาต้องเผชิญหน้ากับความจริง สิบสองปีมันนานเกินไปแล้ว


“... ครับ แดริลพูดอยู่” ชายหนุ่มกดรับสาย ยกสมาร์ทโฟนขึ้นแนบหู

“แกเห็นสัมภาษณ์รายการตอนเช้าหรือยัง นี่มันเรื่องอะไรกัน เพื่อนบ้านเขาพูดกันให้ทั่ว พวกแกเล่นอะไรกันอยู่ บอกฉันสิว่านี่มันแค่เรื่องลวงโลกที่พวกแกกุขึ้นเพื่อขายของเฉยๆ” ยังไม่ทันจะได้ทักทายก็เจอประโยคยาวที่พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะบีบคั้น


อาจจะเป็นเพราะแถวบ้านล้วนคาดหวังงานวิวาห์ระหว่างเขากับแคทเธอรีนในอีกไม่นาน… พอเกิดข่าวใหญ่แบบนี้เข้าเลยวุ่นวายกันไปหมด


“เป็นเรื่องจริงครับพ่อ” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “แคทเป็นเลสเบี้ยน”

“ว่าไงนะ!!” เสียงนั่นแทบจะเป็นเสียงตะคอก “แกโดนแม่นั่นหลอกมาตลอดงั้นเรอะ!! แบบนี้แกจะยอมไม่ได้นะ”


แดริลฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างหนักใจ… ดวงตาสีฟ้าหลุบลงต่ำ รู้สึกเหมือนฝันร้ายที่สุดในชีวิตกำลังดำเนินไป ณ ขณะนี้


“พ่อ….”

“แกต้องออกสื่อบ้าง! ประจานเลสเบี้ยนน่ารังเกียจนั่นให้โลกรู้ธาตุแท้ของคนพวกนี้”

“พ่อครับ…”

“อะไร!!”

“..... ผมเป็นเกย์”


สิ่งที่ตามมาคือความเงียบอันน่าอึดอัด บุหรี่ที่ปลายนิ้วยังคงมอดไหม้กลืนกินกระดาษขาวไปเรื่อยๆ


“ชีวิตนี้… แกไม่ต้องโผล่หน้ากลับมาให้ฉันเห็นอีก”


สายถูกตัด…


บุหรี่ที่เหลือน้อยกว่าครึ่งมวนค่อยๆร่วงลงพื้น เปลวไฟที่ลามเลียเผาโดนนิ้วชี้ แต่แดริล เชนไม่ได้แสดงสีหน้าเจ็บปวดใด

เขายังคงยืนเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ตรงนั้นอย่างไม่เข้าใจ… ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาพยายามจะเป็นประธานนักเรียน เข้ามหาวิทยาลัยไอวี่ลีก มุ่งมั่นกับหน้าที่การงาน และเป็นคนรักที่ดี


….แต่โลกก็เหมือนจะพังลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แค่เพราะว่าเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง

จะต้องผิดหวังกับชีวิตอีกกี่ครั้งมันถึงจะจบ?


แดริลไม่ได้ร้องไห้ เขาก็แค่ยืนนิ่งเป็นเหมือนรูปปั้นอยู่ตรงนั้น สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ และค่อยๆผ่อนมันออกมา ปลอบตนเองให้ใจเย็น และนึกทบทวนเรื่องงานที่ต้องทำ


จะทำอย่างไรได้ ก็มีแต่ต้องประคองตัวเองให้ผ่านพ้นวันนี้ไปได้เท่านั้นเอง...


เขารับปากมิสเวสเอาไว้แล้ว… ฉะนั้นก็มีแต่ต้องทำให้ได้


คนเป็นหัวหน้างาน จะอ่อนแอให้ลูกน้องเห็นได้อย่างไร?… หากปล่อยให้เรื่องส่วนตัวมาทำให้งานเสีย แล้วจะยังมีใครมาเคารพเชื่อใจกันอีก?


แดริล เชนเสยผมขึ้น จัดเสื้อผ้าให้ดี เหยียบก้นบุหรี่บนฟื้นให้ไฟมอดดับ เก็บเศษซากที่แตกของตนเองและประคองมันกลับไปเพื่อเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า’ชีวิต’…


……………………


ตีสองวันเสาร์ วินเซนต์ ซัมเมอร์ ลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กเข้ามาในอพาร์ทเมนต์ของคนรักเก่า ในกระเป๋ากางเกงยังยัดตั๋วเครื่องบินติดมาด้วย...


ชายหนุ่มผมดำยังไม่นอน สองนิ้วคีบบุหรี่สูบอยู่นอกระเบียง ริมฝีปากได้รูปพ่นควันสีขุ่นออกจากปาก มองมันค่อยๆจางลงและกลมกลืนไปกับอากาศที่เต็มไปด้วยมลภาวะของนิวยอร์ก


ดวงตามองตึกที่เรียงรายกันอย่างไม่เป็นระเบียบอย่างเลื่อนลอย กระทั่งร่างที่สูงใหญ่กว่ามายืนข้างๆถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่ามีคน


ชายหนุ่มผมดำปล่อยผมลง สวมเสื้อเชิ้ตไม่เก็บชายพับแขนเสื้อขึ้น ปล่อยตัวตามสบายจนผิดวิสัย ยืนพิงกำแพงของระเบียงด้านนอก ทั้งปากยังคาบบุหรี่

“วินซ์…” เรียกชื่อคนที่เพิ่งกลับมาแบบไม่ประหลาดใจนัก เพราะวินเซนต์ส่งข้อความมาล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่อยู่สนามบินแล้ว…


ร่างสูงใหญ่วางมือข้างหนึ่งลงบนกำแพง ก้มลงมองแดริลทั้งยกยิ้มขำ


“สุูบบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ” คนเพิ่งมากระซิบเบา สองนิ้วคีบมวนยาสูบที่ยังติดไฟออกจากปากเจ้าของห้อง แล้วแนบจูบลงไปแทน


ริมฝีปากร้อนที่แนบทับเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายที่เย็นเฉียบจากลมกลางคืน แดริลเผยอปาก ปล่อยให้ลิ้นของอีกฝ่ายแทรกเข้ารุกราน เกี่ยวกระหวัดจนหลุดเสียงครางในลำคอแผ่ว


“สูบฉันแทน” วินเซนต์ผละออกเล็กน้อย กระซิบถ้อยคำหยอกล้อทั้งที่ยังไม่ออกห่างไปไหน แต่อีกคนกลับไม่หือไม่อือ “อะไรกัน ทำไมวันนี้ว่าง่าย นายไม่ได้เมาใช่ไหม?”

“เปล่า…”

“ฉันรีบกลับมาไวที่สุดแล้ว… เกิดเรื่องอะไรอีก?”

“พ่อฉันรู้แล้ว”


วินเซนต์ขยี้ก้นบุหรี่กับที่เขี่ยซึ่งวางไว้ไม่ไกลเท่าใดนัก ก่อนจะดึงร่างที่บางกว่าเข้ามากอดหลวมๆ


“อืม”

“เขาไม่อยากเห็นหน้าฉันอีกแล้ว”

“อืม”

“...ที่ผ่านมาจะทำดีชดเชยให้ยังไงมันก็ไม่เคยพอ… แล้วแค่เพราะฉันเป็นเกย์…”

“...อืม” มือใหญ่ลูบเรือนผมสีดำเบามือเหมือนปลอบเด็ก

“นายก็เหมือนกัน… นายก็ทิ้งฉันด้วยเหตุผลเดียวกัน” มือขึ้นหนึ่งยกขึ้นวางบนหน้าผากจนปิดตาสีฟ้าไปข้างหนึ่ง แดริลรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ แต่เขาก็ห้ามมันไม่ได้ “...เพราะฉันเป็นเกย์… แล้วตอนนี้ทุกคนจะมาพูดว่ามันไม่ใช่เรื่องผิด มันไม่ง่ายไปรึไง!”


น้ำเสียงแตกพร่าเบาๆ คนพูดก้มหน้าลงพลางส่ายหัว


“...เรื่องนั้นฉันผิดเอง ฉันขอโทษ” วินเซนต์ยังคงกอดปลอบคนพูดเอาไว้แนบอก ถึงอีกฝ่ายจะพยายามสลัดให้หลุดก็ไม่ยอมปล่อยอยู่ดี

“ที่แย่ที่สุดคือฉันเข้าใจเหตุผลของนาย… แต่ฉันก็เฝ้าถามว่าแล้วฉันผิดอะไร ซึ่งคำตอบเดียวที่ได้ก็คือฉันผิดที่เป็นเกย์” แดริลเริ่มหัวเราะเบา ปลายหางตาเอ่อคลอด้วยหยดน้ำอุ่น “ที่แย่อีกคือฉันรักนายมากไป… ก็เลยไม่เคยจะโยนความผิดให้นายได้ มันคงง่ายกว่านี้รู้ไหม ถ้าฉันสามารถคิดว่านายมันแค่ไอ้สารเลวสมควรตายคนนึง”

“ฉันมันก็เป็นไอ้สารเลวสมควรตายจริงๆ” วินเซนต์จูบเบาที่ขมับของอีกฝ่าย ยอมรับความจริงทั้งสีหน้าไม่เปลี่ยน “แต่พูดตามตรงฉันชอบนายที่เป็นแบบนี้…”


“...แบบไหนกัน”

“ไม่เรียกร้อง ไม่พยายามชี้นิ้วหาคนผิด มีเหตุผล… แล้วก็ให้อภัยฉันเสมอ…. หลังคบกับนายแล้วฉันก็ทนคนอื่นไม่ได้พอกัน โดนนายตามใจจนเสียคนไปนานแล้ว” นักกีฬาหนุ่มวางคางลงบนไหล่ของร่างที่เล็กกว่า ถอนหายใจออกมายาวๆ “ฉันจะไม่พูดบ่อยๆหรอกนะ ฟังดีๆล่ะ…”


“ฉันรักนาย”


แดริลถึงกับนิ่งไป… เพราะประโยคนี้ อีกฝ่ายไม่เคยพูดมาก่อน


คบกันสองปีกว่า… โดนลากขึ้นเตียงไม่รู้กี่ครั้ง จนกระทั่งกลับมาพบกันใหม่ ก็เพิ่งจะได้ยินจากปากของวินเซนต์วันนี้ เหมือนลำดับความสัมพันธ์อะไรหลายๆอย่างมันจะสลับกันแปลกๆ... แต่อันที่จริงตัวเขาเองก็ใช่จะพูดเยอะนัก


นั่นทำให้ตัดสินใจอะไรบางอย่างได้… เพราะไหนๆก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว...

“...นายวางแผนจะเกษียณเมื่อไหร่?” แดริลเอ่ยปากถาม

“สามสิบ… ช่วงนี้ฉันเตรียมเงินกับเตรียมเริ่มอาชีพด้านวงการบันเทิงอยู่ ขอเวลาฉันอีกสองปี… ฉันยังอยากทิ้งชื่อไว้ให้เป็นตำนานของวงการอเมริกันฟุตบอลก่อนจะบอกลามัน”

“... อย่างนั้นอีกสองปีเราค่อยกลับมาคบกัน”


วินเซนต์ยิ้มกว้างจนน่าหมั่นไส้…


“นายรับปาก?” วินซ์

“...มาถึงขั้นนี้แล้วฉันก็รู้สึกว่าตอนนี้ก็เหมือนคบกันอยู่ ต้องรับปากจริงๆเหรอ?” …. แดริลมองด้วยสีหน้าไร้อารมณ์… ทั้งหน้าด้านมานอนค้าง เอากุญแจสำรองไปไม่คืน เผลอเป็นลวนลาม….


“แปลว่านายจะเลิกไปเดทกับคนที่เลี้ยงกาแฟนายคนนั้นแล้วใช่ไหม”


ฉันไม่เคยเดทกับหมอนั่น… และมันไม่มีอะไรตั้งแต่แรกนอกจากการคุยถกกันเรื่องวรรณกรรมยุคคลาสสิค…….

แดริลคิดในใจ… แต่ก็ตัดสินใจไม่พูดออกไป

“เขาเป็นแค่เพื่อนคนนึง… เหมือนกับลี กับมาร์คัส” แดริล

“ที่นายเจอผ่านแอพหาคู่?” วินซ์

“แอพพวกนี้บางทีก็ใช้หาเพื่อนได้” แดริล

“ถ้าฉันโหลดมาใช้ ‘หาเพื่อน’ บ้าง?” วินซ์

“..... นึกอยากคืนกุญแจอพาร์ทเมนต์ฉันแล้วใช่ไหม วินเซนต์” แดริล


วินเซนต์หัวเราะ ก้มลงพรมจูบบนใบหน้าที่มีสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน


“เพื่อนฉันเยอะแล้ว… แต่นายแน่ใจจริงๆนะว่าจะรอสองปี?”

“อืม… ฉันสบายใจกว่า”

“รู้อะไรไหม… ฉันไม่ใช่คนขี้แพ้ไม่ได้เรื่องขนาดที่จะล้มเหลวหรือผิดหวังกับอะไรแล้วโทษนายหรอก… กังวลให้มันน้อยกว่านี้หน่อย สารเลวกับขี้แพ้มันไม่เหมือนกันนะ”

“....อืม” แดริลวางหน้าผากลงบนไหล่ของอีกคน หลับตาลงอย่างเหนื่อยล้ากับหลายๆเรื่อง “จะพยายาม”

“พานายไปอาบน้ำนอนดีกว่า” ไม่พูดเปล่ามือสากกร้านยังเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ บีบบริเวณสะโพกจนเจ้าของร่างสะดุ้ง แล้วถึงจับอุ้มตัวลอยพาเข้าอพาร์ทเมนต์



คนถูกอุ้มบ่นเบา แต่ไม่กล้าขัดขืนเพราะกลัวจะได้ร่วงลงกระแทกอะไรสักอย่างในห้อง พอลงยืนกับพื้นได้แล้วชายหนุ่มก็พึมพำอะไรบางอย่าง เสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน


“หืม? นายว่าไงนะ” วินเซนต์เลิกคิ้วถามหน้าซื่อๆ คนที่ไม่อยากพูดซ้ำเริ่มจะแก้วขึ้นสี เบือนมองไปทางอื่น


“...บอกว่าคืนนี้ไม่ต้องนอนโซฟาแล้วก็ได้...”



-------------END of CH14---------------



แจ้งไว้ให้ทราบ ตอนเก่ามีส่วนที่แก้ไขในรายละเอียดแคมเปญนิดนึงนะคะ!



“ครับ ทีนี้...นี่เป็นลิสต์ของนักกีฬาหน้าใหม่ที่ทางเอเจนซี่เลือกมาให้ร่วมโปรเจกต์ คุณซัมเมอร์เห็นว่ายังไงครับ ถ้ายังไงแข่งเป็นทีมก็คงมีเรื่องที่ต้องดูหลายอย่าง” บิลเป็นคนถามข้อนี้ขึ้นมาเอง อันที่จริงพวกเขาก็แค่สปอนเซอร์การแข่งขันที่รวมนักกีฬาหน้าใหม่ที่ยังไม่โด่งดังเป็นที่รู้จักนักแต่มีศักยภาพ ที่นำทีมโดยนักกีฬาที่โด่งดังอยู่แล้วสองคน


“ผมว่าจะให้เล่นก็เล่นได้ แต่คงคาดหวังให้ระดับเดียวกับลีกอาชีพไม่ได้นะครับ แล้วอาจจะต้องขอเวลาเทรนและสื่อสารกันก่อนสักเดือนด้วย ซึ่งตรงนี้ก็อาจจะส่งผลกับราคาของแต่ละคน แต่ช่วงนี้เป็นช่วงอ๊อฟซีซันก็น่าจะพอจัดเวลาได้อยู่… แดริล คุณคิดว่ายังไง” วินเซนต์ตอบแบบสุภาพจนแทบจะไม่คุ้นชิน แถมยังหันมาชวนลูกค้าคุยอีกต่างหาก… แต่เขาเป็นคนดังแถมผู้เชี่ยวชาญในเรื่องกีฬาชนิดนี้ ใครมันจะกล้าว่าอะไรได้…


“เรื่องนี้ถ้าต้องใช้เวลาหน่อยก็ไม่เป็นไรครับ เราจะได้อัดวีดีโอตอนช่วงฝึกซ้อมกันได้ด้วย… บิลเราจะจัดกิจกรรมทายผลผู้ชนะกันหน้าเว็บไซต์ของเราด้วยใช่ไหม” ตอบแบบให้มันจบๆไป แล้วก็เบี่ยงหันไปคุยกับบิลแทนทันที

“ใช่ครับบอส” ชายหนุ่มตอบรับอย่างรู้งาน



------------------------------------



บางทีเขียนเองยังเบ้ปากเองเลยค่ะว่าพวกแกจะรักกันไปไหน *มองเพดาน...* พวงกุญแจสั่งทำไปเล้วนะคะ กำลังผลิตเลย:'D! ยังร่วมกิจกรรมได้อยู่นะคะ! #ชีวิตบัดซบของคุณแดริล เลยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 465 ครั้ง

1,243 ความคิดเห็น

  1. #1143 gabriel.la(: (@facklazy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:32
    ตอนนี้อธิบายความว่าชีวิตบัดซบได้ชัดเจนที่สุดเลย มันอาจดูเหมือนไม่ค่อยแฟร์กับแดริลแต่ถ้ายังไม่พูดความจริงหมดมันก็ยังไม่บรรลุจุดประสงค์ของแคทที่จะแสดงต่อแอชอะ เข้มแข็งนะแดริลตอนนี้วินซ์ก็กลับมายืนข้างๆแล้ว
    #1143
    0
  2. #831 papark (@papark) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 14:59
    ดีใจนะที่วินซ์เปลี่ยนไป be a better man
    #831
    0
  3. #789 piling (@film-chirattikan) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 00:21
    เราเขินกับประโยค สูบฉันแทนจริงค่ะ ฮือออตาวินเซนต์ละมุนนีมากก ><
    #789
    0
  4. #778 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 12:29
    หมั่นไส้พระเอกจริงๆหว่าจะพูดนะพ่อคุณฮ่วยยยยยยยยย แล้วก็อยากเอาหมอนอุดปากพ่อแดริลจังเลยค่ะพูดไม่ดีก็อย่าพูด!!!
    #778
    0
  5. #719 yellowxxpeach (@yellowxxpeach) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 22:34

    หึย หมั่นไส้ แดริลสู้ลูก!

    #719
    0
  6. #698 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 15:45
    เป็นนิยายที่เราหมั่นไส้พระเอกที่สุดค่ะ55555
    แต่เขียนดี สนุกค่า
    #698
    0
  7. #618 ammykjd (@ammykjd) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 07:45
    ยอมรับแล้ววว
    #618
    0
  8. #617 Yunki-Onna (@Lilly_White) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 22:16
    น้องรู้สึกเหม็นความรักจริงๆ ยินดีด้วยแคท&แอช แต่ขุ่นพ่อนี้คือเหมือนหัวใจน้องแตกสลายจริงๆ ขุ่นพ่อไม่อ่อนโยน! แง มากอดนะแดริล
    #617
    0
  9. #616 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 22:13

    สนุกมาก ตอนเขากลับมาเจอกันนี่อินสุดๆ และ
    พ่อคนเลวก็ชัดเจนในความสัมพันธ์และยอมอดทนรอด้วยทั้งๆที่ยังไม่มีสถานะอะไรสักอย่าง คือมันดีอ่ะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 28 ตุลาคม 2561 / 22:15
    #616
    0
  10. #614 กอไก่ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 00:37

    ในที่สุดวินซ์ก็พูดออกมา แดริล โอ๋เอ๋เรื่องพ่อนะ บางอย่างต้องใช้เวลา แต่คนดีๆแบบแดริลยังไงสักวันพ่อก็ต้องเข้าใจ

    #614
    0
  11. #612 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 13:55
    อ่าาาา พอแบบนี้กะดีหน่อย ยอมกะได้
    #612
    0
  12. #611 rubymoona (@rubymoona) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 11:03
    โอ๊ย เอ็นดูแดริล อยากกอดน้องงงง
    #611
    0
  13. #610 Raftie (@Raftie) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 04:41
    รักกันนานๆนะ คนที่อยู่ทางนี้สบายดีสัมเหมอ ;-;
    แดริลกังวลกับสายตารอบข้างๆมาก อาจจะเพราะครอบครัวด้วยรึเปล่า

    ขอบคุณมากนะคะสำหรับนิยายที่เรียกน้ำตาเป็นกระบุง
    #610
    0
  14. #603 nantikaagreement (@nantikaagreement) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 01:44
    ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอแค่สองคนยังรักและเข้าใจกันก็พอแล้ว

    ไม่สนคนอื่นจะว่าไง555
    #603
    0
  15. #602 Taurus Girl (@blackberrydragon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 00:36
    เอาจริงๆอยากเห็นวินเซนต์หึงบ้างง 555
    #602
    0
  16. #601 คนอ่าน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 00:33

    เข้าใจแดริลมากๆอะ อยากกอด

    ชีวิตนายดี นายเก่ง นายประสบความสำเร็จตลอดทางที่ผ่านมา แต่คนไม่ยอมรับเพราะเป็นเกย์ เพราะเป็นเกย์ความสำเร็จที่ได้มาทั้งหมดเลยไม่มีค่า? มันออกจะน่าเจ็บปวด และไม่ยุติธรรมซักนิด แต่เกิดขึ้นจริงกับใครหลายคน

    เอาใจช่วยให้ผ่านพ้นมันไปได้ดีนะแดริล ส่วนวินเซนต์อันนี้ดูมาแนวพร้อมชนทะลุกำแพงอยู่แล้วไม่น่าห่วง

    #601
    0
  17. #600 Jaylor (@rf1aomzaza1) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 00:23
    ชอบมากค่ะ เวลาจะพิสูจเองงง
    #600
    0
  18. #598 porchesama (@nongmangpo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 21:20
    ถึงคนแต่ง ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่แต่งเรื่องนี้ออกมา ตอนนี้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราติดมากถึงขั้นแจ้งเตือนปุ๊ปเราต้องเลิกทำสิ่งที่ทำอยู่แล้วมาอ่านเลยค่ะ 5555 ช่วงนี้เราเครียดมากเรื่องสอบเข้าหมอ เรื่องนี้บรรเทาความเครียดของเราได้ดีทีเดียวเลยค่ะ ทำให้หายคิดเรื่องสอบได้ช่วงขณะนึงเลย ขอบคุณจริงๆค่ะ รักคนแต่งนะคะ !!
    #598
    0
  19. #596 Rrrrr (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 21:02

    ไรท์โหดร้ายมาก..... ตัดฉับเอาตรงนี้เลยเหรอ!!!

    #596
    0
  20. #595 22052544 (@22052544) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 20:58
    นางจัยง่ายจังเรยวินซ์ม่ายสมควรเป้นพีะเอกจิงๆทำกะเเดริลเสียจังขนาดนั้นนางเอกก้อยอมคืนดีตามพร็อมนิยายเรื่องอื่นๆๆเรย ปล.เราอินมาก ไรท์เเต่งด้ดีมากๆๆคะเเต่เราก้ออยากไห้นางเปิดจัยรับคนอื่นมั้งเสียดายคนดีๆๆที่นางรัก
    #595
    0
  21. #594 MindThanyalak (@MindThanyalak) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 20:23
    แก้มจะแตก คิคิ^\\\^
    #เกลียดพ่อแดริล
    #594
    0
  22. #593 Ohmymeess (@MeeRussamee1244) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 20:22
    เจอคำว่าendตกใจมาก นึกว่าจบแล้ว
    #593
    0
  23. #592 XINDEER (@XINDEER) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 19:34
    รำพ่อนาง
    #592
    0
  24. #591 oreochobkua (@oreochobkua) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 19:28
    ไม่นอนโซฟาแล้ว แต่อีก2ปีครบกัน โหย แดริล
    #591
    0
  25. #590 oocc (@onpilin55) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 19:13
    แบบ อยากกอดแดริลมากเลยค่ะ ช่วงที่คุยกับพ่อแล้วปวดใจหนึบๆ ฮือ เข้าใจอารมณ์แดริลเลยค่ะ มันแบบทำดีมากๆๆๆแล้วแต่ทุกอย่างมาพังเพียงเพราะเป็นเกย์ (โกรธคุณพ่อมาก แต่ก็นั่นแหละค่ะ) ส่วนวินซ์ ขออนุญาตชมว่าหล่อสักนิดนึงค่ะ คำพูดตรงๆทื่อๆของพี่แกในบางทีก็ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรออีกสองปีคือตอนนี้พวกแกยังไม่ได้เป็นแฟนกันอีกเรอะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 ตุลาคม 2561 / 19:16
    #590
    0