ชีวิตบัดซบของคุณแดริล (Bodhi Publishing)

ตอนที่ 10 : บทที่ 6: Junior Year First Semester

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 407 ครั้ง
    27 ก.ย. 61

แม่วินเซนต์กลับบ้านมาไม่นาน พ่อแม่ของแดริลก็กลับมาจากตาฮิติเช่นกัน เด็กหนุ่มจึงได้กลับบ้านตัวเอง… เขายังคงไปช่วยงานโค้ชวิทเทกเกอร์กับไปเล่นเกมที่บ้านฝั่งตรงข้ามซึ่งเยื้องไปไม่กี่หลังเกือบทุกวัน


พอพ่อรู้เข้าว่าเพื่อนสนิทคนใหม่ของแดริลเป็นควอเตอร์แบคทีมอเมริกันฟุตบอลโรงเรียนอนาคตไกล ก็ถึงกับเอ่ยปากชมว่าเขาเลือกเพื่อนดี…

ก็พอจะรู้หรอกว่าพ่อชอบสไตล์อเมริกันดรีมเดินได้แบบหมอนี่.. นักกีฬา ตัวสูงใหญ่ ผิวขาว บ้านรวย…


แต่หากรู้ว่านั่นแฟนไม่ใช่เพื่อน… พ่อต้องฆ่ากันแน่ๆ

แดริลตัดสินใจยิ้มรับคำชมและดำเนินกิจวัตรประจำวันของเขาต่อไป ผ่านไปแปบเดียวก็เปิดเทอมแล้ว

ระหว่างปิดเทอมนั้นก็ไม่ได้เกิดอะไรที่มันเลยเถิดขึ้นอีกเลย เนื่องเพราะพ่อแม่ของทั้งคู่กลับบ้านมาแล้ว ใครมันจะไปมีอารมณ์ทำอะไร...


วันๆของแดริลก็ผ่านไปด้วยการจดแต้ม จับเวลา แวะไปหาอะไรกินบ้าง แฮงก์เอาท์กับพวกนักกีฬาจนสนิทกันไปซะอย่างนั้น…


ไม่นานก็เปิดเทอม เขารู้สึกเหมือนยังพักผ่อนไม่ค่อยจะเต็มอิ่ม ลากขาออกจากบ้านก็เห็นรถสีแดงคันเดิมจอดรออยู่ที่ฝั่งตรงข้ามแล้ว…


กิจวัตรประจำวันยังคงเหมือนเดิม ต่างแค่ตอนนี้พวกเขาขึ้นเกรดสิบเอ็ดแล้ว ยังคงถูกเลือกเป็นหัวหน้ากับรองหัวหน้าชั้นปีพร้อมๆกับเพื่อนลี เลขากับเหรัญญิกปีนี้เปลี่ยนคน และงานสภาก็ยังคงมีมาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย


วินเซนต์เองก็ยุ่งกับเรื่องทีม ปีนี้เห็นว่าโค้ชค่อนข้างเคี่ยวเขาหนักเพราะวางแผนจะให้ขึ้นเป็นกัปตันทีมใรปีหน้า ซึ่งตอนนี้สถานะของวินเซนต์ก็กึ่งๆจะเป็นรองกัปตันอยู่แล้ว…



ในวันหนึ่งช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วงหลังเลิกเรียน แดริลที่กลับมาจากการเอาเอกสารไปส่งห้องพักครูแวะเข้าห้องน้ำ ยังไม่ทันได้ก้าวขาเข้าไปก็ได้ยินเสียงผิดปกติ


นักเรียนชายที่น้ำหนักเกินคนหนึ่งโดนต่อยท้องจนทรุดลงไปกองกับพื้นห้องน้ำ เหมือนจะเป็นเด็กเกรดเก้าเพราะเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนจนกระทั่งปีนี้ ส่วนคู่กรณีเหมือนจะเป็นรุ่นน้องทีมเบสบอล


“ดูไอ้ตุ๊ดนี่สิ ร้องไห้อย่างกับเป็นเด็กผู้หญิง ฮ่าๆๆ” คนที่เหมือนจะเป็นหัวโจกจิกผมของเด็กอ้วนคนนั้นขึ้นมา “ว่าไงโจเซฟ ทีนี้แกมีเงินให้พวกเรายืมรึยัง”


“ถ่ายรูปมันเก็บไว้ดีไหมจอห์นนี่ ไม่ให้มันไปฟ้องครู”


“จับมันถอดกางเกง”


แดริลมุ่นคิ้วเมื่อได้ยิน พร้อมทั้งกันฟันแน่น.. สังคมไฮสคูลมักไม่ยอมรับคนที่แตกต่างจากมาตรฐานที่ถูกตีกรอบเอาไว้ ทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่มีใครกล้าช่วย…


การกลั่นแกล้งรังแก (Bullying) พวกนี้ ไม่มีใครให้ความสำคัญกับมันจริงจังด้วยซ้ำ และคนแบบโจเซฟก็เป็นเหยื่อที่ถูกจับขึงประจานเป็นตัวอย่าง ว่าอยู่ในสังคมห้ามทำตัวแปลกแยก แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเกิดมาเป็นนักกีฬาได้สักหน่อย ใช่ว่าทุกคนจะเลือกที่จะเกิดมา’ปกติ’ได้


ตัวเขาเองก็เป็นเกย์..


แดริลทนทำเป็นไม่เห็นไม่ได้ เปิดประตูเสียงดังแล้วเดินก้าวยาวๆเข้าไปในห้องน้ำ ทำเอาทั้งสามคนที่กำลังรุมจับเด็กที่นั่งกับพื้นถอดกางเกงถึงกับชะงักมือ


“พวกเกรดเก้าใช่ไหม ทำอะไรกันอยู่…” เด็กหนุ่มถามเสียงเย็น มองรุ่นน้องที่กำลังก่อเหตุอาชญากรรม แล้วก็หรี่ตา “ทำแบบนี้ผิดกฎโรงเรียน ถ้าไม่อยากให้ฉันไปเรียกอาจารย์ก็รีบไสหัวไปซะ ทั้งสามคนเลย”


ทั้งสามมองหน้ากันเลิ่กลั่ก  จากนั้นก็มองหน้าแดริล แล้วก็รีบเผ่นหนีไปตามระเบียบ..


เด็กหนุ่มผมดำถอนหายใจเบาอย่างสะท้อนใจ มองร่างอวบอ้วนที่พยายามควานหาแว่นตาอย่างสะเปะสะปะ เขาก้าวยาวๆเข้าไปสองก้าว ก้มลงหยิบแว่นที่มีรอยร้าวส่งให้โจเซฟ


“ไม่เป็นไรนะ?”

“...ไม่เป็นไรครับ”


ทำไมคนเราต้องใจร้ายกันขนาดนี้… เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวันและทุกโรงเรียนในอเมริกา ทำไมถึงไม่มีใครแก้ไขมัน?


“ฉันแดริล… แดริลเชน นายล่ะ?”

“โจเซฟ เวสท์…” เด็กคนนั้นยังคมก้มหน้าไม่ยอมมอง

“ไปกันเถอะ ฉันจะพาไปห้องพยาบาล” แดริลยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ

“ไม่ได้… เรื่องนี้ให้ครูรู้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะโดนหนักกว่าเดิม” โจเซฟพูดเสียงสั่น


แดริลถึงกับนิ่งไป ก็จริงที่ช่วยไว้ครั้งหนึ่งก็ใช่จะช่วยได้ตลอดไป และพวกครูก็มักเห็นว่าปัญหาแบบนี้เป็นแค่เรื่องเด็กทะเลาะกันเล็กๆ ไม่เคยมาแก้ปัญหาจริงจัง จนกระทั่งมีคนตายแล้วเท่านั้นถึงออกโปรเจกต์ใหญ่โต เช่นเหตุการณ์สังหารหมู่ที่โคลัมไบน์เมื่อปี1999.. แค่สามปีก่อนหน้านี้


เด็กหนุ่มจำได้ดีว่าเขาดูเหตุการณ์นั้นผ่านโทรทัศน์และติดตามสนใจคดีนี้พอสมควร ผู้ก่อเหตุทั้งคู่เป็นเหยื่อการถูกรังแกมาตลอดสี่ปี มีรายงานว่าก่อนเกิดเหตุไม่กี่อาทิตย์ ว่ากันว่าคนร้ายทั้งสองคนโดนพวกนักกีฬาทีมอเมริกันฟุตบอลราดด้วยซอสมะเขือกับมัสตาร์ด.. แล้วด่าว่าพวกเขาว่าเป็นเพศที่สาม

ตอนนั้นยังไม่รู้ตัวว่าเป็นเกย์ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่มันเป็นข่าวที่ทำให้สะเทือนไปทั้งอเมริกา ไฮสคูลเกือบทั่วประเทศออกแคมเปญต่อต้านการรังแกกันในโรงเรียน แต่สุดท้ายสามปีผ่านไปกระแสซาลง ทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม… ดูสิ เรื่องเดิมๆก็ยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า


มันดูไม่มีทางออก… เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเกิดสามคนนั่นโดนพักการเรียนแล้ว เด็กคนนี้จะโดนกลั่นแกล้งหนักกว่าเดิมไหม


ในปีของแดริลก็เคยมีคนที่โดนแกล้งแบบนี้ สุดท้ายทนไม่ไหวจนย้ายโรงเรียนไป แดริลไม่ได้มีความแค้นอะไรกับคนคนนั้น แต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้หรือคบหาสมาคม ด้วยกลัวว่าจะโดนมองเป็นพวกประหลาดนอกคอก กับเป็นเหยื่อพวกนักกีฬาไปด้วย


ที่ผ่านมาเขาระมัดระวังกับสถานะทางสังคมของตนเองมาก ทั้งทำตัวเป็นไนซ์กาย เข้าหาช่วยงานครู และเข้าสภานักเรียน… แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะทำได้


สังคมไฮสคูล… จริงๆแล้วมันเละเทะจะตายไป


“อย่างนั้นก็ไม่เป็นไร… แต่มีอะไรก็มาหาฉันได้นะ” พูดจบก็ยัดเยียดผ้าเช็ดหน้าใส่มืออีกฝ่าย แถมด้วยพลาสเตอร์ติดแผลอีกชิ้น


“....อย่า...อย่ามายุ่งกับผมเลย เดี๋ยวจะ...โดนไปด้วย” แดริลรับฟัง.. แล้วก็หัวเราะเบาๆ


“โจเซฟ นายกำลังพูดกับคนที่จะเป็นประธานสภานักเรียนในปีหน้าอยู่นะ” ไม่รู้ว่าเอาความมั่นใจมาจากไหน อาจจะติดโรควินเซนต์มา หรืออาจจะโดนเพื่อนลียัดเรื่องพวกนี้ใส่สมองมากไป… “เชื่อฉัน พวกนั้นแตะฉันไม่ได้”


โจเซฟกำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ เงยหน้าขึ้นมองเขาผ่านเลนส์แว่นแตกอย่างหวาดๆ


“เชื่อฉันเถอะ” เด็กหนุ่มยกยิ้ม “แต่ตอนนี้เราควรรีบไปจากที่นี่ก่อนพวกนั้นกลับมา”


แดริลเดินมาส่งรุ่นน้องถึงหน้าโรงเรียน จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าถึงเวลาที่เขาต้องไปเจอวินเซนต์แล้ว…


รีบวิ่งกลับเข้าโรงเรียนไปเอากระเป๋าจากนั้นก็วิ่งกลับมาถึงลานจอดรถก็เลยเวลานัดไปสิบนาทีแล้ว เห็นเจ้าของรถนั่งรออยู่ในนั้นเขาก็ยิ่งเร่งฝีเท้า เปิดประตูเข้าไปนั่งตามความเคยชิน


“วันนี้งานเยอะ?” ถามทำนองว่าทำไมถึงสาย แดริลก็ส่ายหน้า

“เจอเรื่องมานิดหน่อยน่ะ”

“หืม?” วินซ์

“นายรู้จักเด็กทีมเบสบอลเกรดเก้าปีนี้ไหม” แดริล

“ก็พอรู้จักบ้าง… ทำไม พวกนั้นทำอะไร” วินซ์

“รุมกระทืบคนไม่มีทางสู้” แดริล

“พวกเนิร์ดน่ะเหรอ? ก็เรื่องปกตินี่…” วินซ์

“...”


รถค่อยๆแล่นออกจากลานจอด แดริลมีสีหน้าหนักใจ จริงๆมันก็ไม่แปลกที่วินเซนต์จะพูดอะไรแบบนี้ หากไม่มีคำสั่งห้ามจากโค้ชวิทเทกเกอร์.. หมอนี่ก็เป็นคนประเภทที่จะรังแกชาวบ้านได้อย่างหน้าตาเฉย


“ถ้าเป็นฉันที่โดนรุมกระทืบล่ะ วินเซนต์” แดริล

“ใครทำ? ฉันจะไปกระทืบมันคืน” วินซ์

“ไม่ใช่… หมายถึง… มันยังจะปกติอยู่รึเปล่าที่ถ้าคนที่โดนเป็นคนที่สนิทกับนาย…” แดริลพูดเสียงเบา

“แต่ฉันไม่สนิทกับพวกขี้แพ้ ไม่คิดจะไปสนิทด้วย” เด็กหนุ่มนักกีฬาหักพวงมาลัยเลี้ยว “ทำไมนายต้องไปสนใจด้วยล่ะ มันก็ไม่ใช่เรื่องของนายสักหน่อย?”

“... ถ้าข่าวว่าฉันเป็นเกย์รั่วออกไป ฉันก็อาจจะโดนเหมือนกัน” ผู้พูดฝืนยิ้ม แต่หว่างคิ้วมุ่นจนเป็นรอยย่น

“แต่มันจะไม่รั่วออกไป” วินเซนต์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “นายต้องการอะไร จะมาว่ากันที่ฉันเคยรังแกคนอื่นไว้รึไง?”

น้ำเสียงในประโยคหลังเริ่มเป็นการใส่อารมณ์ แดริลฟังแล้วก็ถอนหายใจอีกรอบ พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“วินซ์… ถึงนายจะเป็นฝ่ายที่ไปหาเรื่องกระทืบคนอื่น แต่ก่อนที่ฉันจะตกลงคบกับนายฉันก็รู้อยู่แล้วว่านายเป็นคนแบบนี้ พระเจ้า… ตอนเกรดเก้านายหาเรื่องฉันทุกวันด้วยซ้ำไป ฉันไม่ได้จะหาเรื่องทะเลาะหรือต่อว่าอะไร ก็แค่อยากคุยกันในเรื่องที่ไม่สบายใจ…”

“อืม…” คนที่กำลังขับรถรับคำ เหมือนจะอารมณ์เย็นลงพอควร “แต่เรื่องจะไปแก้กฎหมู่ของสังคมแบบนี้… ฉันช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ แดริล มันมีเรื่องบางเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ยิ่งนายพยายามจะแก้ ก็จะยิ่งแปลกแยกขึ้นเท่านั้น”

“ฉันเข้าใจ…”

“นายจะช่วยคนอื่นจนตัวเองขาดทุนทุกเรื่องไม่ได้” รถคันสีแดงจอดเทียบที่ข้างทาง มือใหญ่วางลงบนหัวของเด็กหนุ่มผมดำที่กำลังเซื่องซึม ลูบเบาๆเป็นเชิงปลอบ “ที่ฉันอยู่ในจุดที่ฉันอยู่ได้ ก็เพราะเรื่องบางเรื่องฉันก็ไม่ไปยุ่ง”

“ก็ไม่ได้ขอให้นายยุ่งหรอก…” แดริลถอนหายใจ คิดไปคิดมาวินเซนต์ที่อยู่เป็นจุดศูนย์กลางของพวกกลุ่มนักกีฬา (ซึ่งมักจะเป็นพวกที่ก่อเรื่องบุลลี่ชาวบ้าน) อาจจะเป็นคนที่ไม่น่าคุยเรื่องนี้ด้วยที่สุดแล้ว…

“แต่ถ้านายอยากจะยุ่งฉันก็ไม่ห้าม ถ้าพวกนั้นมากระทืบนาย ปีนี้พวกมันก็คงอยู่ยาก” วินเซนต์โน้มตัวมาจูบแก้มเขาเบาๆทีหนึ่ง

“ระดับนายยังกระทืบฉันไม่ได้ เด็กพวกนั้นก็ทำไม่ได้หรอก วินเซนต์ ซัมเมอร์”

“ตอนนั้นกระทืบไม่ได้ ตอนนี้กระทืบไม่ลง แต่ฉันทำอย่างอื่นกับนายได้นะ” เจ้าของรถยักคิ้วให้สองที ทำเอาคนฟังหน้าขึ้นสีหันหนีไปทางอื่น

“ขับรถต่อ… วันนี้มีการบ้านวิชาสังคมต้องรีบกลับไปทำ”แดริลพึมพำเสียงเบา คนฟังเพียงหัวเราะร่วนและเปลี่ยนเกียร์เหยียบคันเร่งพารถคันใหญ่ให้แล่นออกไปอีกครั้ง

“พรุ่งนี้โค้ชบอกให้นายมาช่วยงาน งานสภาเคลียร์ใกล้เสร็จรึยัง?”

“อืม… จริงๆก็พอปลีกตัวมาได้น่ะถ้าโค้ชเรียก”

“ดี ช่วงนี้ต้องคัดตัวเด็กใหม่เข้าทีม อาจจะเหนื่อยหน่อยนะ” รถจอดลงที่หน้าบ้านของวินเซนต์เหมือนเดิม เจ้าของรถยิ้มส่งคนที่กำลังเปิดประตู “ข้ามถนนระวังด้วย”


“ระวังอยู่น่า” กระแทกประตูปิดแล้วก็ไม่ลืมที่จะมองซ้ามองขวาก่อนข้ามถนน เรื่องโดนรถชนขาหักนี่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้วสำหรับชีวิตนี้..

  

อันที่จริงสถานการณ์แปลกๆที่เป็นอยู่ตอนนี้มันก็เริ่มมาจากที่ขาหักนั่นล่ะนะ…



ในวันรุ่งขึ้น…


หลังเลิกเรียนเป็นเวลาที่แดริลจะยุ่งที่สุดของวัน… นอกจากจะต้องช่วยลีจัดการกับเอกสารแล้วก็ยังต้องวิ่งไปช่วยโค้ชวิทเทกเกอร์ฝึกนักกีฬา


เป็นวันฤดูใบไม้ร่วงที่ก่อนหน้นี้ฝนตกปรอยจนพื้นเละเป็นโคลนลื่น แต่นักกีฬาทุกคนก็ยังต้องฝึกซ้อมกันต่อไปเพื่อเตรียมให้พร้อมสำหรับฤดูกาลการแข่งขั้นที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า


แดริล เชน แบกทั้งอุปกรณ์และตะกร้าใส่ลูกอเมริกันฟุตบอลอีกทั้งธงปักมาอย่างพะรุงพะรัง วางทุกอย่างในที่ที่มันควรจะอยู่ ยืนจดสถิติ วิ่งไปจดคะแนนขึ้นกระดาน วุ่นวายจนแทบทำไม่ทัน รู้สึกตัวอีกทีก็เย็นมากแล้ว.. ขณะที่พวกนักกีฬาวิ่งเข้าห้องล็อกเกอร์ไปอาบน้ำ ผู้จัดการทีมที่น่าสงสารก็ยังต้องอยู่เก็บข้าวของ


เหมือนว่าโค้ชยังหาใครอีกคนที่จะมาช่วยงานไม่ได้ แดริลจึงต้องทำงานทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว


ขณะกลับจากการหิ้วของไปเก็บที่โรงยิม พื้นรองเท้าก็เหยียบเข้ากับสนามหญ้าแฉะเปียกโคลน ล้มหน้าทิ่มลงไปในดินเข้าเต็มๆ


“...........”

“ฮ่าๆๆ ทำอะไรของนายน่ะเชน!!” ไอ้เจฟฟ์... “ดูสิวินซ์ หมอนั่นทิ่มลงโคลนเลยว่ะ”

...พอยิ่งมีคนชี้ก็ยิ่งเรียกความสนใจมากขึ้น ร่างที่ไม่บางไม่หนา ตามค่าเฉลี่ยของเด็กอายุสิบหกทั่วไปค่อยๆยันกายขึ้น ปาดโคลนที่เลอะใบหน้าแล้วชักสีหน้ารังเกียจกลิ่นดินที่ติดจมูก

“เห็นแล้ว” คนโดนเรียกขำเบาๆในลำคอ “ไม่ใช่ว่าเจสรอนายอยู่เหรอ เจฟฟ์?”


พูดจบไอ้เจฟฟ์ก็ทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้ รีบวิ่งไปหาพวกทีมเชียร์ที่ซ้อมกันอยู่ในโรงยิมทันที ส่วนคนอื่นๆก็โดนวินเซนต์ไล่ให้กลับบ้านไป ไม่ต้องสนใจนัก


“..ขอบใจที่ช่วย” แดริลกล่าวเสียงเบาหลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เหลือแค่เขากับพ่อผู้เล่นดาวเด่นของทีม และโคลนเต็มตัว “ฉันไปล้างโคลนสักหน่อยดีกว่า ถ้านายรีบจะกลับก่อนเลยก็ได้นะ”


ในบางวันที่วินเซนต์ต้องไปสังสรรค์กับพวกกลุ่มนักกีฬา บางทีแดริลก็จะโดนลากไปด้วย และอีกหลายๆทีก็จะแยกกันกลับ


ถึงพวกนักกีฬาจะยอมรับเขา แต่แดริลก็ไม่ได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งอะไรขนาดนั้น.. เขาสบายใจที่จะอยู่กับกลุ่มเด็กกิจกรรมกับพวกนักเรียนดีเด่นมากกว่า


“วันนี้ไม่มีนัดอะไร รีบไปล้างตัวเถอะจะได้กลับ” มือข้างหนึ่งดันหลังเป็นเชิงเร่ง แดริลพยักหน้า ไม่วายบ่นงึมงำ

“...ดีนะที่วันนี้มีคาบพละเลยมีชุดเปลี่ยน” พูดจบมือหยิบกระเป๋า เดินลิ่วเข้าห้องล็อกเกอร์สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ด้านในแบ่งเป็นห้องอาบน้ำเล็กๆหายห้อง


ร่างไม่หนาไม่บางหยิบผ้าขนหนูในกระเป๋ากีฬา ถอดเสื้อผ้า วางพับไว้ลวกๆแล้วรีบก้าวยาวเข้าห้องอาบน้ำ อยากล้างโคลนออกเต็มแก่จนไม่สังเกตว่ามีคนเดินตามมาด้านหลังอย่างเงียบๆ ไม่รู้ว่ายืนมองมานานเท่าไหร่แล้ว


กำลังจะปิดประตูห้องน้ำ มือใหญ่ที่ดูคุ้นตาก็ดันมันเอาไว้เสียก่อน…


แดริลเบิกตาโต ดันประตูปิดสู้เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบแรก แต่อนิจจา ยังไงซะแรงก็สู้เขาไม่ได้..  ร่างที่สูงกว่าเบียดตัวเข้ามาในห้องน้ำแคบ เริ่มถอดเสื้อผ้าด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ


“นายจะทำอะไร!?” เด็กหนุ่มผมดำถามเสียงหลง ขณะที่วินเซนต์โยนเสื้อผ้าและกางเกงของตัวเองออกไปทีละชิ้น

“ต้องถามด้วยเหรอ?” วินเซนต์เลิกคิ้วมอง ประหนึ่งจะถามว่าแค่นี้ยังชัดเจนไม่พอรึไง?

“...นี่มันที่โรงเรียนนะวินซ์” ขณะที่พยายามปราม ประตูห้องน้ำก็โดนปิดแล้วลงกลอน.. หมดทางหนีแบบรู้สึกเดจาวู

“แล้วทำไมล่ะ คนอื่นเขาก็ทำกันที่โรงเรียนนั่นแหละ นายแค่ไม่รู้”


แดริล เชน ทำได้เพียงลูบหน้าแดงๆของตนเอง รู้ตัวอีกทีผ้าขนหนูที่พันอยู่รอบท่อนล่างก็โดนดึงไปพาดไว้กับขอบประตู ยังไม่ทันได้โวยวาย น้ำเย็นจัดจากฝักบัวก็สาดลงหัวเต็มๆจนเด็กหนุ่มเผลอปิดตาแน่น


“ถือนี่ไว้หน่อย” ไม่มีโอกาสได้ตั้งตัวอะไรทั้งนั้น… อยู่ๆของชิ้นหนึ่งก็โดนยัดเข้ามือ แดริลเปิดตามามองมันอย่างงุนงง

“?” ซองพลาสติก… ทรงเหลี่ยม.. มันคือ… “.......”


…………………….ถุงยาง


ยังไม่ทันจะโต้ตอบอะไร ท้องนิ้วด้านของคนตรงหน้าก็ค่อยๆปาดเอาโคลนออกจากหน้าเขา เห็นท่าทางทำอะไรไม่ถูกแล้ววินเซนต์ก็ยกยิ้มมุมปาก หลุดขำออกมา


“ดูทำหน้าเข้าสิ ไม่ใช่ว่านายบอกฉันว่าทำได้แล้วหรอกเหรอ?” ร่างที่สูงกว่าโน้มลงกระซิบถามข้างหู “ฉันรอนานแล้วนะ”


ไม่ใช่นายรอนานแล้ว แต่มันไม่มีจังหวะให้นายมากกว่า...


ดวงตาสีฟ้าพยายามหลบเลี่ยง แต่มองลงไปเจอร่างเปลือยเปล่าข้างหน้าก็ต้องเงยหนี พอเงยหนีก็สบเข้ากับสายตาของวินซ์แทน… ใบหน้าร้อนเสียจนน้ำเย็นจากฝักบัวก็ไม่ช่วย จนแดริลตัดสินใจหลับตาหนี


---------------------










ตัดเนื่องจากผิดกฎเว็บไซต์ค่ะ ต้องการอ่านรบกวนทำตามประกาศในบทที่8นะคะ (; v ;\











---------------------


เด็กหนุ่มส่งเสียงเบาในลำคอคล้ายขัดใจ ทว่าจังหวะนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านนอก


“วินเซนต์ นั่นเธอใช่ไหม?” เป็นโค้ชวิทเทคเกอร์นั่นเอง “รีบๆหน่อย แค่อาบน้ำทำไมชักช้าจริง เดี๋ยวฉันต้องล็อกห้องแล้ว”

“... ครับ โค้ช” ปลายเสียงที่ตอบกลับสั่นเบา แทบจะเป็นเสียงคำราม



เสียงฝีเท้าของโค้ชค่อยๆห่างออกไป เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง วินเซนต์ดูเหมือนพร้อมจะฆ่าคนได้…

“วินซ์”


รู้ว่าควรจะรีบไป เพราะโค้ชพร้อมกลับมาเรียกพวกเขาได้ทุกเมื่อ… เด็กหนุ่มร่างสูงกัดฟันแน่น หลับตาด้วยต้องการข่มอารมณ์ ก้มลงจูบแดริลเบาๆ จากนั้นจึงเปิดน้ำเย็นให้สาดลงตัวแรงขึ้นอีก


“นายออกไปแต่งตัวก่อน เดี๋ยวฉันตามไป” วินซ์กดเสียงต่ำ วางมือกับผนังห้องน้ำ ปล่อยให้น้ำเย็นราดรดตัว “ฉันกำลังคิดภาพยายแก่เลี้ยงแมวข้างบ้านอยู่… นายมายืนอยู่แบบนี้ไม่ช่วยเลย”


แดริลไม่รู้ควรจะช่วยอย่างไร และยิ่งคิดจะช่วยอาจจะยิ่งแย่ จึงเดินออกจากห้องอาบน้ำไปแต่งตัว นั่งรออย่างสงบ เขาคลายมือที่กำไว้ออก… ถุงยางซองนั้นยังอยู่นี่ เห็นแล้วก็กุมขมับเครียด...


ไม่นานวินเซนต์ก็ออกมา เช็ดตัวแล้วก็หยิบเสื้อผ้าที่โยนทิ้งไว้หน้าห้องน้ำลวกๆมาสวมใส่ หน้าบูดบ่งบอกว่าอารมณ์ไม่ดีเป็นอย่างมาก


“กลับบ้าน...” พูดเสียงห้วนแล้วก็แบกกระเป๋าเดินลิ่วนำไปทันที แดริลได้เพียงตบบ่าอีกคนอย่างเข้าอกเข้าใจ…


ระหว่างเดินไปขึ้นรถก็เอ่ยปากถามขึ้นมา...

“ไปบ้านนายไหม” แดริล

“... พ่อแม่อยู่น่ะ” วินซ์

“...” แดริล


หลังจากขึ้นรถ บังเกิดความเงียบระหว่างทั้งคู่ไปครู่ใหญ่ วินเซนต์ก็ยังคงมีสีหน้าเหมือนจะฆ่าคนได้อย่างคงเส้นคงวา

“วินซ์…” แดริล

“ฉันไม่ได้โกรธนาย” วินซ์

“...ฉันรู้” แดริล


เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปดึงคอเสื้อของเจ้าของรถ แตะจูบเบาที่แก้มสาก วินเซนต์ไม่ได้ตอบสนองในทันที แค่ลูบแก้มของตนเองเบาๆ


“ให้ตายเหอะ…” นักกีฬาหนุ่มฟุบหน้าลงกับพวงมาลัย ก่อนจะเริ่มโอดครวญ “นายไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ฉันอยากจับนายกินทั้งเป็นขนาดไหน... โหดร้ายชะมัด”

จริงๆนายก็ไม่ควรเลือกทำอะไรแบบนี้ในห้องน้ำโรงเรียนแต่แรกแล้วนะ…


“มิสซิสนอร์ริสที่เลี้ยงแมวอยู่ข้างบ้านนายชอบซื้อคุกกี้จากที่โบสถ์….” ….ช่วยพูดถึงหญิงชราอย่างหวังดี และลูบหลังปลอบใจสองที

“...ขอบใจ” ถึงพูดแบบนั้นแต่วินเซนต์ก็ไม่ได้มีท่าทีกระตือรือล้นขึ้นแต่อย่างใด… และก็ยังไม่ยอมขยับตัว

“คราวหน้านะ….” แดริล

“นายเป็นคนแรกเลย ที่ฉันรอนานขนาดนี้” อันที่จริงมันก็ยังไม่กี่เดือนนะวินเซนต์… “พวกสาวเชียร์นี่เดทกันไม่กี่วันฉันก็ได้แล้ว”


คนฟังแสดงสีหน้าเหนื่อยใจ


“ที่คบนานขนาดนี้ด้วย ปกติสองเดือนเต็มที่ก็เลิกกันแล้ว” วินซ์

“เพราะพวกเธอทนนายไม่ไหวไงล่ะ…” แดริล

“ใช่ ส่วนมากพวกเธอจะเลิกไปเอง ก็สะดวกฉันดี” วินซ์

แดริลถอนหายใจ…


ผู้ชายดีๆมีมากมาย ทำไมเขาถึงเลือกหมอนี่กันนะ


“แต่ฉันไม่ได้นอนกับสาวๆเลยนะหลายเดือนที่ผ่านมา” วินซ์

“อืม” แดริล

“ฉะนั้นนายต้องชดเชยให้ฉัน” วินซ์

“.....” แดริล

“ทบต้นทบดอกแล้วน่าจะหลายรอบ” วินซ์

“ปล่อยฉันลงตรงป้ายรถบัสข้างหน้าได้เลย..” แดริล


วินเซนต์หัวเราะชอบใจ ยอมเงยหน้าจากพวงมาลัยเพื่อจูบคืน…


ในที่สุดรถคันใหญ่ก็แล่นออกจากลานจอด มุ่งไปตามถนนที่เป็นทางกลับบ้าน…


อย่างน้อยตอนนี้วินเซนต์ก็สงบลงแล้ว… แต่ดูท่าทางว่าวันข้างหน้าของแดริลเชนจะไม่ได้สงบเท่าไหร่เลย..



---------------------------------------------------



ย้อนอดีตยาวกว่าที่คิดมากเลยค่ะ ขออีกประมาณ2-3ตอนนะคะ จะกลับไปปัจจุบันแล้ว O< < /ยังมีเรื่องที่ต้องเล่า จริงๆตอนนี้ทั้งขำทั้งสงสารวินเซนต์ อยากเขียนเล่าจากมุมวินเซนต์เหมือนกันนะคะแต่อาจจะต้องรอท้ายๆเลย จะพยายามมาอัพเดตให้ไวนะคะ ใครอยากได้ตอนที่ตัดไปก็ช่องทางเดิมเลยค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 407 ครั้ง

1,243 ความคิดเห็น

  1. #1225 12311232123312 (@12311232123312) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 13:22
    แงงงงงง5555555
    #1225
    0
  2. #1169 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 17:15
    ถถถ ชาตินี้วินซ์จะได้กินไหมเนี่ย
    #1169
    0
  3. #1131 gabriel.la(: (@facklazy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:11
    สงสารมาก มากจริงๆ55555555555
    #1131
    0
  4. #822 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 07:08
    คิดถึงหน้าป้าข้างบ้านจะทำให้หมดอารมณ์กับทุกอย่างจริงๆนะจริงๆ55555
    #822
    0
  5. #766 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 01:40
    คนซวยสุดๆ555555555
    #766
    0
  6. #683 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 12:04
    555555555555555 อดไปค่ะวินซ์
    โอ้ย ขำจนพุงสั่น
    #683
    0
  7. #679 ATHAMAS (@buccaneerbcn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 11:34
    วินเซนต์#คนซวย2018
    #679
    0
  8. #547 ขอเวลาซุ่ม (@tomoyo001) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 19:37
    หวานมาก แต่ไม่อยากนึกสภาพตอนเลิกกันเลย แง
    #547
    0
  9. #519 soul_in_my_life (@peace_calm) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 00:03
    มันมีอะไรเกิดขึ้นอ่ะ ทำไมเลิกกัน ขอให้ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง
    #519
    0
  10. #449 wuddyy (@wuddyy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 14:22
    ดีต้ะพี่จ๋า ดีมากกกก
    #449
    0
  11. #248 papark (@papark) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 22:44

    ย้อนอดีตนานจริงด้วย แต่ก็ทำให้เข้าใจเบื้องหลังของพวกเขานะ และอาจจะบอกว่าทำไมปัจจุบัน แดริลถึงไม่อยากเจอหน้าวินซ์อีก

    #248
    0
  12. #130 the`tsubaki_xiii (@whitetia) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 12:54
    จนตอนนี้ก็ยีงไม่ไว้ใจวินซ์ 5555

    เหตุผลน่าจะเพราะคิดว่าตัวเองสับสนเลยเลิกป่าว อิหนูแดริลน่าสงสารแย่ตอนโดนบอกเลิก
    #130
    0
  13. #124 Pzsxdc (@Pzsxdc) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 09:19
    คิดว่าคู่นี้เลิกกันก็ไม่แปลกเพราะอาจทั้งคู่เป็นครั้งแรกของกันและกัน แล้วมันดูโลเลดูเสี่ยงกว่าคนอื่นๆ แต่งงใจมากนายเอกของเราทนกับสภาพหลบๆซ่อนๆรสนิยมตัวเองได้ยังไงแต่เราไม่คิดว่าคนที่เป๊ะทุกอย่างจะเป็นเกย์นะคิดว่าเป็นคนเจ้าระเบียบพอสมควร5555
    #124
    0
  14. #120 suprem-leader (@suprem-leader) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 20:01
    รออออออ อยากรู้ว่าทำไมถึงเลิกกัน
    #120
    0
  15. #119 Hiroyosha (@kanokthon59) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 19:46
    รออออๆๆๆๆชอบมากกกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #119
    0
  16. #118 Yunki-Onna (@Lilly_White) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 19:37
    วินซ์ อดทนไว้ ของดีก็จำเป็นต้องอดทนนะ!
    #118
    0
  17. #116 ZiNE-Nw (@nong-yui123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 18:43

    กลัวว่าจะมีคนในรร.รู้เรื่องนี้ แต่เอาเถอะ อนาคตแดริลดีก็โอเคแล้ว
    #116
    0
  18. #114 JINX (@jinx69) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 17:56
    น่ารักขนาดนี้ทำไมถึงเลิกมีคนรู้เรื่องแล้วแบล็กเมลล์หรอ แดริลที่หนูยังไม่มีแฟนในปัจจุบันเพราะแหนคนแรกหนูเพอร์เฟกเกินหรือป่าวลูกก รอต่อค่าา
    #114
    0
  19. #113 Higan (@Higan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 17:26
    หวังว่ากลับมาเจอกันอีกทีจะมาคบกันเหมือนเดิม สงสารวินซ์เหมือนยังไม่ได้กินเลย 555
    #113
    0
  20. วันที่ 28 กันยายน 2561 / 16:23
    อะไรทำให้เขาเลิกกันนะ...
    #111
    0
  21. #101 mawow9898 (@mawow9898) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 02:19
    555555+
    #101
    0
  22. #100 Ash-Grey (@saith) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 01:38
    จริงด้วย เกือบลืมไปแล้วว่าสองหนุ่มทำงานแล้ว 5555555
    แต่แบบนี้ก็ชอบนะคะ สนุกกกกก
    #100
    0
  23. #99 kuckuck (@kuckuck) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 00:34
    ฉงฉานนนนน นกอีกแล้วอ่ะ 5555
    #99
    0
  24. #97 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 22:12
    อย่าบอกนะว่าจนเลิกกันก็ยังไม่ได้กิน กร๊ากกกกกกก ทำไมรู้สึกสะใจนิดๆ
    #97
    0
  25. #96 whatthenang (@skone) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 21:52

    5555วงวารวินซ์ จะกินทีก็มีมารมาผจญตลอด แต่นังต้องได้กินแหละ คิดว่านะ555 ดูไม่น่ามีเรื่องให้แตกหักกันเลยอะ เหมือนเข้าอกเข้าใจกันดีมากด้วย

    #96
    0