[WINNER-minyoon] The Wind blows on top of the hill pine tree

ตอนที่ 26 : [Spoiler Alert] ตอนพิเศษ 4 คนโปรดขององค์ชายยอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 มิ.ย. 63

องค์ชายยองมีพระชนมายุแปดพรรษาแล้ว มีพระโฉมคล้ายกับพระบิดาเมื่อยังทรงพระเยาว์เป็นอย่างมาก ข้าหลวงในวังหลวงต่างทราบกันดีว่าองค์ชายยอง เป็นพระนัดดาองค์โปรดของพระพันปีหลวง สกุลโน และเป็นที่รักยิ่งของพระมเหสีโมรัน พระมารดา องค์ชายยองเองก็ทรงสนิทสนมกับทั้งสองพระองค์เป็นอย่างมาก แต่เหล่าข้าหลวงในวังหลวงก็ยังแอบเล่าลือกันว่า องค์ชายยองทรงเกรงพระบิดายิ่งกว่าผู้ใด เพราะถ้าหากทรงทำผิดแม้เพียงเล็กน้อย เช่น ทรงอิดออดไม่ยอมตื่นบรรทมตามเวลา หรือไม่ตั้งพระทัยเล่าเรียนเมื่อพระอาจารย์มาถวายการสอน หากพระบิดาทรงทราบเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฮวันซังกุง พระอภิบาล พระมเหสีโมรัน หรือพระพันปีหลวง ก็ไม่อาจออกหน้าคัดค้านไม่ให้พระราชามินโฮทรงลงโทษได้

ผู้เดียวที่กล้าออกหน้า ไม่ให้พระราชามินโฮทรงลงโทษองค์ชายยอง คือ องค์ชายคังยู รองเสนาบดีกรมราชบัณฑิต

องค์ชายยองออกพระนาม องค์ชายคังยูอย่างลำลอง ตามที่ทรงถูกองค์ชายคังยูสั่งสอนมาตั้งแต่เมื่อทรงจำความได้ว่า ‘ท่านพ่อ’ และทรงโปรดที่จะได้พบองค์ชายยูทุกวัน ทำให้เมื่อองค์ชายคังยูทรงงานที่กรมราชบัณฑิตเสร็จแล้ว ก็จะต้องเข้ามาเฝ้าองค์ชายยองในเขตพระราชฐานชั้นใน เพื่อช่วยทบทวนบทเรียน รวมทั้งองค์ชายคังยูยังทรงชี้แนะในเรื่องต่าง ๆ ที่องค์ชายยองทรงศึกษาอยู่ด้วยพระองค์เอง และองค์ชายยูจะประทับเสวยพระกระยาหารเย็นกับองค์ชายยอง เฉพาะวันที่พระราชามินโฮเสด็จมาเสวยด้วยเป็นครั้งคราว ซึ่งอย่างน้อยก็คือ สี่วันจากเจ็ดวัน

หากวันไหนองค์ชายคังยูทรงติดงานอยู่ที่กรมราชบัณฑิต ไม่เข้ามาเฝ้าตามเวลาที่เคยเสด็จมา องค์ชายยองก็จะทรงรบเร้าให้ฮวันซังกุงนำเสด็จไปยังสำนักกรมราชบัณฑิตในเขตพระราชฐานชั้นหน้า หากฮวันซังกุงไม่ยอมนำเสด็จไป เพราะรู้ว่าองค์ชายยูทรงยุ่งอยู่ องค์ชายยองก็จะเสด็จไป ‘ฟ้อง’ พระราชามินโฮว่าองค์ชายคังยูทรงงานหนักจนลืมเวลา ไม่ยอมมาเสวยพระกระยาหารเย็น พระบิดาก็จะมีรับสั่งให้องครักษ์คิมไปทูลเชิญเสด็จองค์ชายคังยูมาเสวยกับพระราชามินโฮ และพระโอรส

วันนี้เมื่อองค์ชายยองทรงศึกษาวิชาคำนวณเสร็จ จึงไปเสวยของว่างที่พระตำหนักกลางของพระมเหสีโมรัน เมื่อบ่ายคล้อยก็ทรงกลับมาประทับรอองค์ชายคังยูที่พระตำหนักซ้าย โดยทรงอ่านบทเรียนวันนี้ไปขณะที่ทรงรออยู่ ครู่หนึ่งจินจูจึงนำเสด็จองค์ชายคังยูเข้ามาเฝ้า รัชทายาทเมืองพยองจูทรงวิ่งไปสวมกอดองค์ชายยู และรับสั่งเสียงใส

“ท่านพ่อ”

“วอนจานิม วันนี้ตั้งพระทัยเล่าเรียนหรือไม่”

องค์ชายคังยูทรงอุ้มองค์ชายยองขึ้น ก่อนจะเสด็จไปประทับที่พระเก้าอี้โดยมีองค์ชายยองประทับอยู่บนพระเพลา องค์ชายยองพยักพระพักตร์ ก่อนรับสั่งเสียงใส

“วันนี้ลูกทำแบบทดสอบของท่านอาจารย์แชได้ถูกทั้งหมด ท่านอาจารย์แชบอกว่าจะทูลให้ทูลกระหม่อมพ่อทรงทราบว่าลูกทำได้เองทั้งหมด”

“วอนจานิมทรงปรีชานัก แต่ถึงจะทรงทำได้ถูกหมดในคราวนี้ ก็จะต้องหมั่นทบทวนนะพ่ะย่ะค่ะ”

“ลูกทบทวนหมดแล้วตอนรอท่านพ่อ” องค์ชายยองทรงเอียงพระพักตร์ไปหาฮวันซังกุงที่คอยเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ และรับสั่ง “ท่านพ่อถามฮวันซังกุงก็ได้ ลูกตั้งใจอ่านทบทวนมาก ๆ”

“จริงหรือฮวันซังกุง”

องค์ชายยูทรงแสร้งทำเป็นแปลกพระทัยเมื่อรับสั่งถาม ฮวันซังกุงจึงยิ้มน้อย ๆ อย่างเอ็นดูองค์ชายยอง และทูลตอบ

“จริงเพคะ”

“ถ้าเช่นนั้น ท่านพ่อก็มีของรางวัลมาถวาย”

องค์ชายคังยูทรงรับห่อของจากจินจู และถวายให้ถึงพระหัตถ์เล็ก ๆ องค์ชายยองทรงแกะผ้าไหมที่ห่อของออก และเมื่อเห็นว่าภายในเป็นเรือรบสลักด้วยไม้ ลักษณะเหมือนของจริงไม่มีผิดเพี้ยน บนเรือมีธงเมืองพยองจูที่ทำด้วยผ้าไหมเขียนสีเหมือนอย่างธงจริงแต่เป็นขนาดย่อส่วน องค์ชายยองก็รับสั่งอย่างตื่นเต้น

“โอโห งามเหลือเกิน ท่านพ่อให้ลูกหรือ” ดวงเนตรคมกริบเป็นประกายอย่างตื่นเต้น องค์ชายคังยูจึงพยักพระพักตร์รับ

“วอนจานิมรับสั่งว่าอยากเห็นเรือรบของเมืองพยองจูมิใช่หรือ ท่านพ่อจึงเขียนหนังสือไปบอกท่านลุง กับท่านป้าที่เมืองคูซัน ท่านป้าจีอึนจึงสั่งให้ช่างทำเรือรบจำลองนี้มาถวาย เรือลำนี้เหมือนเรือรบที่ท่านลุงซึงฮุนคุมกองเรือให้พระบิดาของวอนจาทุกอย่างทีเดียว” ดรรชนีเรียวขององค์ชายคังยูชี้ตรงสลัก พลางรับสั่ง “ถ้าวอนจานิมหมุนตรงนี้จนสุดลาน แล้วเอาเรือไปลอยในน้ำ เรือนี้จะแล่นได้จริง ๆ เลยด้วย”

องค์ชายยองทรงปีนลงจากพระเพลาองค์ชายคังยู และเสด็จไปประทับที่สระน้ำเล็ก ๆ ในสวนข้างพระตำหนัก ก่อนจะทรงหมุนลานตามที่องค์ชายคังยูรับสั่ง และปล่อยเรือจำลองลำนั้นลงบนผิวน้ำอย่างระมัดระวัง เมื่อลานภายในเดิน เรือไม้ก็ลอยไปเหนือผิวน้ำได้จริง ธงที่ปักอยู่บนเรือนั้นไหวน้อย ๆ ทำให้องค์ชายยองทรงปรบพระหัตถ์ด้วยความพอพระทัย เมื่อองค์ชายยูเสด็จมาประทับนั่งทอดพระเนตรด้วย องค์ชายยองก็ทรงกอดพระศอองค์ชายยู แล้วรับสั่งอย่างออดอ้อน

“ลูกรักท่านพ่อที่สุดเลย”

“ปากหวานเหลือเกินนะวอนจา”

สุรเสียงเคร่งขรึมดังขึ้นจากเบื้องหลัง องค์ชายยองจึงประทับยืนตรงก่อนถวายบังคมอย่างเรียบร้อย ส่วนรองเสนาบดีกรมราชบัณฑิตอย่างองค์ชายคังยู ก็ทรงซ่อนรอยแย้มสรวล และถวายบังคมเช่นกัน พระราชาเมืองพยองจูที่ตอนนี้ทรงเป็นหนุ่มใหญ่วัยสามสิบชันษาตีสีพระพักตร์เคร่งขรึมก่อนรับสั่งถาม

“เรือของเล่นนั่นมาจากไหน”

“เรือของลูก ท่านพ่อประทานให้เพราะลูกตั้งใจเรียน”

องค์ชายยองรับสั่งตอบเบา ๆ ก่อนจะทรงหันไปหยิบเรือจากสระ และทรงถือไว้แนบพระอุระ พระบิดาทอดพระเนตรอยู่ครู่หนึ่งก่อนรับสั่งด้วยสุรเสียงห้วน ๆ

“วอนจาเป็นรัชทายาทเมืองพยองจู ต้องตั้งใจเรียน จะได้ใช้ความรู้มาดูแลบ้านเมือง ปกป้องราษฎรให้อยู่ดีกินดี ไยจะต้องได้ของรางวัลที่ตั้งใจทำในสิ่งที่เป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้วด้วย”

องค์ชายยองมีสีพระพักตร์ไม่ค่อยดีนัก และทรงถอยไปประทับชิดกับองค์ชายคังยู รองเสนาธิการกรมราชบัณฑิตวัยสามสิบสามชันษาจึงทรงโอบองค์ชายยองมาใกล้องค์ และเอ่ยทูลพระราชาเมืองพยองจูโดยตรง

“วันก่อนกระหม่อมเล่าถวายว่าท่านอีดูแลเรือรบของเมืองพยองจูให้ในน่านน้ำเมืองคูซัน วอนจานิมจึงอยากจะทอดพระเนตรเรือรบของฝ่าบาท กระหม่อมเขียนเล่าไปในจดหมาย ท่านอีกับท่านพี่หญิงเห็นว่าทรงโปรดจึงหาช่างมาทำเรือจำลองถวาย” องค์ชายยูแย้มสรวลน้อย ๆ แล้วรับสั่งกับองค์ชายยองอย่างอ่อนโยน “วอนจานิม ประเดี๋ยวจะถึงเวลาเสวยแล้ว ไปล้างพระหัตถ์กับฮวันซังกุงก่อนเถอะ”

องค์ชายยองเสด็จไปหาพระอภิบาลอย่างว่าง่าย ในสวนด้านข้างจึงเหลือแต่พระราชาเมืองพยองจูกับองค์ชายคังยูเพียงลำพัง องค์ชายคังยูเสด็จไปใกล้พระราชาหนุ่มก่อนจะทรงแอบเกี่ยวปลายพระหัตถ์ของพระราชาเมืองพยองจูไว้ และรับสั่ง

“ฝ่าบาทอย่าทรงเข้มงวดนักเลย องค์ชายยองทรงกลัวฝ่าบาทยิ่งกว่าหนูกลัวแมวแล้ว” ท่อนพระกรของคังยูแนบกับท่อนพระกรพระราชามินโฮ และแย้มสรวลอย่างเอาพระทัย “ยิ่งฝ่าบาทเจริญชันษาก็ยิ่งดุ กระหม่อมก็ชักเกรง ๆ ฝ่าบาทแล้ว”

“ฮยองนิมน่ะหรือกลัวข้า ถ้ากลัวจริงจะยิ้มระรื่นเช่นนี้หรือ” แม้ถ้อยรับสั่งจะดูเหมือนตำหนิ แต่สุรเสียงกลับอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยได้ยิน “ใคร ๆ ก็พากันตามใจลูกยองกันทั้งนั้น ทั้งสมเด็จแม่ ทั้งโมรัน ทั้งฮยองนิม ก็ต้องมีคนไว้ให้กลัวสักคน ไม่เช่นนั้นจะเสียเด็ก เมื่อยังเล็กต้องขัดเกลาให้มีความรับผิดชอบ ไม่เช่นนั้นถ้าเติบใหญ่จะแก้ไขก็ไม่ทันเสียแล้ว ดูอย่างข้าเอง ทูลกระหม่อมพ่อประชวร สิ้นพระชนม์กะทันหันเมื่อข้าอายุเพียงสิบขวบ เมื่อข้าขึ้นครองบัลลังก์ก็แก่กว่าลูกยองตอนนี้เพียงสองปี จะมัวตามใจลูกยองอย่างเด็กตลอดไปได้อย่างไรเล่า”

คังยูทอดพระเนตรพระพักตร์ของพระราชามินโฮที่ทรงดูเคร่งขรึมด้วยพระราชภาระของพระราชาเมืองพยองจู และด้วยวัยที่มากขึ้น องค์ชายยูจึงรับสั่งอย่างอ่อนโยน

“เพราะว่าฝ่าบาททรงทุ่มเทพระสติปัญญาในการรักษาบ้านเมืองเช่นนี้ ประชาราษฎร์จึงกินอิ่มนอนอุ่น แผ่นดินจึงมั่นคง อีกอย่างฝ่าบาทจะต้องอยู่กับกระหม่อมไปอีกนาน เพราะทรงสัญญากับกระหม่อมไว้ไม่ใช่หรือว่า จะทรงดูแลให้กระหม่อมมีความสุขเช่นนี้ไปทุกวันทุกคืนจนถึงวันสุดท้าย” พระหัตถ์ของพระราชา
มินโฮทรงบีบพระหัตถ์บางของคังยูเบา ๆ องค์ชายคังยูจึงรับสั่งต่อ “ดังนั้นฝ่าบาทโปรดให้องค์ชายยองทรงเป็นเด็กเช่นนี้ต่อไปอีกหน่อยเถอะ เพราะพอองค์ชายเจริญชันษาเป็นหนุ่ม คงไม่โปรดมาออดอ้อนกระหม่อมเช่นนี้แล้ว กระหม่อมอยากเลี้ยงลูกเล็ก ๆ เช่นนี้กับฝ่าบาทไปนานอีกหน่อย”

พระราชาเมืองพยองจูทรงแย้มสรวลน้อย ๆ ในพระเนตรปรากฏแววอ่อนหวานด้วยความรู้สึกในพระทัยเมื่อรับสั่ง

“ฮยองนิมพูดถึงเพียงนี้ ข้าหรือจะขัดใจฮยองนิมได้ลงคอ มีแต่จะรักฮยองนิมมากขึ้นกว่าเดิมไปเท่านั้นเอง”


- ต่อในเล่ม-


สั่งซื้อหนังสือ >>คลิก<<



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #43 Midnight1010 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 13:58
    สั่งแล้ววว นั่งนับวันรอแล้วนะ อยากอ่านแง
    #43
    0