[WINNER-minyoon] The Wind blows on top of the hill pine tree

ตอนที่ 22 : ตอนพิเศษ 1 บงกชผลิรับแสงตะวัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 พ.ค. 63

ตอนพิเศษ 1

บงกชผลิรับแสงตะวัน

 

            “คุณหนู หนีไปขอรับ”

                เสียงอ่อนระโหยของฮงจุนกระซิบอยู่ข้างหู คิมจีซูรู้สึกร้อนราวกับร่างจะมอดไหม้ เพราะกองเพลิงที่โหมอยู่ตอนนี้ คนรับใช้ที่เป็นผู้ช่วยชีวิตหญิงสาวจากการถูกประหารทั้งครอบครัวอย่างฮงจุนหายใจรวยริน และพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มีผลักมือเป็นเชิงบอกให้คิมจีซูให้หนีไป ก่อนที่ฮงจุนจะสิ้นใจลงในอ้อมแขนของหญิงสาว

                คิมจีซูกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทางใจอย่างแสนสาหัส เมื่อลมหายใจสุดท้ายของฮงจุนหมดลง สติที่ยังเหลืออยู่ของหญิงสาวทำให้คิมจีซูจำต้องทิ้งร่างของฮงจุนไว้กับพื้น และวิ่งพุ่งออกไปทางด้านหลังร้านที่เพลิงยังโหมไม่แรงนัก แต่ไม้ติดไฟชิ้นหนึ่งหล่นลงมาใส่ไหล่ของหญิงสาว ความร้อนบนผิวหนังทำให้ต้องปัดไม้ชิ้นนั้นทิ้ง จึงถูกไฟลวกเข้าที่ข้อมืออีกที่

                เมื่อออกมาทางหลังโรงน้ำชาได้สำเร็จ หญิงสาวก็กัดฟันใช้แรงทั้งหมดที่มี เดินโซเซไปจนไกลจากโรงน้ำชาฮงรยอนที่จมอยู่ในกองเพลิง คิมจีซูพยายามตั้งสติ แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดวูบดับไปเมื่อลัดเลาะไปตามตรอกแห่งหนึ่ง หญิงสาวรู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อสายฝนตกกระหน่ำลงมากระทบร่าง

                ใบหน้าซีกขวา หัวเข่า และท้องปวดระบมด้วยแรงที่ล้มกระแทกพื้น ตรงคอเสื้อ และแขนซ้ายที่ถูกไฟลวกเป็นแผลค่อนข้างฉกรรจ์นั้นปวดแสบปวดร้อน จีซูค่อยๆ ขยับตัวขึ้นนั่งพิงผนังของตึกในตรอกซ่อมซ่อแห่งนี้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มีสายฝนพร่างพรมลงมาไม่ขาดสาย

                จบสิ้นแล้วหรือ ความแค้นทั้งหมดที่แบกมาทั้งชีวิต

                คำถามนี้เหมือนมีดที่กรีดลงบนดวงใจของหญิงสาว เมื่อย้อนนึกถึงภาพของฮงจุนยามสิ้นใจลงในอ้อมแขนของตนเอง ในห้วงยามที่ความตายอยู่ใกล้ยิ่งกว่าความหวังจะได้เห็นอรุณรุ่งของวันใหม่ คิมจีซูจึงได้เข้าใจสิ่งที่ไม่เคยเข้าใจมาตลอดหลายสิบปีว่า ความตายของฮงจุนที่เป็นตัวแทนของบิดามารดา และเป็นคนคนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้างมาตลอดหลายสิบปีนั้น คือความเจ็บปวดที่ทรมานเสียยิ่งกว่าเมื่อครั้งที่ทั้งครอบครัวถูกประหาร

                คิมจีซูหลับตานิ่งๆ ก่อนปล่อยให้หยาดน้ำตามากมายค่อยๆ ไหลร่วงอาบแก้มปะปนกับสายฝนที่พรมลงมาจากฟากฟ้า

 

*

 

                สติของคิมจีซูกลับมาอีกครั้งเมื่อพบว่าร่างกายหนาวสั่นด้วยพิษไข้ หญิงสาวแข็งใจลุกขึ้น และคว้าเอาเสื้อกันฝนฟางเก่าๆ ที่ถูกทิ้งไว้ข้างทางมาคลุมกาย ฝืนเดินไปจนถึงชานเมืองพยองจู เรือนที่ซื้อไว้สำหรับเก็บเงินทอง และเป็นที่หลบภัยปิดอยู่อย่างแน่นหนา

                หญิงสาวตัวสั่นเพราะความหนาวเย็นจนถึงกระดูกขณะที่ใช้ปลายปิ่นสะเดาะกลอนประตู เมื่อกลอนคลายออก จีซูก็ก้าวเข้าไปบ้านหลังเล็ก เข้าครัวไปพยายามกลั้นใจก่อไฟ ต้มน้ำร้อนๆ มาดื่ม และขนน้ำร้อนสองถังไปผสมน้ำอาบ ก่อนจะคว้าชุดแห้งๆ จากในหีบมาผลัดเปลี่ยน และหยิบเงินจำนวนหนึ่งไปซื้อยาแก้ไข้ กับยารักษาแผลไฟไหม้

                เจ้าของร้านขายยาเห็นว่าหญิงสาวมีไข้สูง จึงรั้งไว้ที่ร้าน แม้ว่าหญิงสาวจะไม่ปริปากบอกถึงเรื่องที่ทำให้บาดเจ็บ เจ้าของร้านช่วยต้มยาให้ถ้วยหนึ่ง และช่วยทำแผลที่โดนไฟลวกให้ คิมจีซูจ่ายค่ายาและพาร่างที่บอบช้ำด้วยพิษไข้กลับมาที่บ้าน แล้วนอนซมอยู่เช่นนั้น

                เพราะไข้ขึ้นทำให้ตัวร้อนจัด และทำให้ความฝันเลื่อนเปื้อนเกิดขึ้น คิมจีซูฝันไปว่าตนเองตกอยู่ท่ามกลางกองเพลิงอีกครั้ง ความร้อนจากไฟทำให้หญิงสาวคอแห้งผาก พยายามร้องเรียกขอให้คนช่วย สลับกับขอน้ำดื่ม กระทั่งไข้สร่างลงเมื่อเช้าวันใหม่มาถึง

                หญิงสาวลุกต้มยาให้ตัวเองดื่ม ก่อนจะหลับไปอีกหลายชั่วยาม จนกระทั่งฟื้นคืนสติ ก็รู้สึกว่าอาการดีขึ้นจนมาก จนกระทั่งสามารถออกไปซื้อยาเพิ่ม และซื้ออาหารมาไว้กินได้  หลังจากผ่านไปเจ็ดวันหญิงสาวร่างกายของจีซูก็แข็งแรงขึ้น บ่ายวันหนึ่งหญิงสาวได้ยินเสียงกุกกักที่บานประตู ความหวาดกลัวจู่โจมเข้ามาที่ดวงใจของหญิงสาวทันที เพราะไม่มีอาวุธป้องกันตัว ทำให้จีซูรู้สึกหมดหนทาง จนกระทั่งเมื่อบานประตูเปิดออก จีซูจึงเขม้นมองเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าประตู แต่คนที่เห็นจีซูเข้า กลับอุทานเสียงดังอย่างดีใจ

                “นายหญิง”

                “จุนโฮหรือ”

                “ข้าน้อยเองนายหญิง” เด็กหนุ่มวิ่งเข้ามากุมมือของจีซูเอาไว้ ดวงหน้าของเด็กหนุ่มมีความยินดีอย่างไม่มีข้อเคลือบแคลง “ข้าน้อยนึกว่าท่านไม่อยู่เสียแล้ว จึงจะมาเอาบัญชีทรัพย์สินของท่านไปให้คุณชายคิม ข้าน้อยดีใจเหลือเกินที่ท่านยังอยู่”

                “ข้ายังไม่ตายหรอก”

                จีซูพูดพลางนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง เด็กหนุ่มจึงสอบถามไปเรื่อยๆ และเห็นว่าจีซูป่วย จึงกระวีกระวาดเข้าครัวไปต้มยา และเตรียมอาหาร หญิงสาวหายไปในห้อง และกลับมาพร้อมกับเงินร้อยตำลึงที่ยื่นให้เด็กหนุ่ม

                “เงินนี่เจ้าเอาไปเสีย แล้วไปเริ่มต้นชีวิตใหม่”

                “นายหญิง ท่านไม่กลับไปเปิดโรงน้ำชาหรือ”

                “ไม่ล่ะ” คิมจีซูพูดพลางนั่งลงกับเก้าอี้ในห้อง และเอ่ยอย่างอ่อนแรง “ข้าจะไปจากเมืองพยองจูที่นี่ไม่เหลืออะไรให้ข้าต้องระลึกถึงอีกแล้ว”

 

*

 

                คิมจินอูและบิดาได้พบคิมจีซูอีกครั้งเมื่อหญิงสาวหายป่วยไข้ดีแล้ว และทั้งคู่คัดค้านความคิดของคิมจีซูที่ว่าจะไปจากเมืองพยองจูอย่างหัวชนฝา ผู้เป็นพี่ชายถึงกับเอ่ยว่า จะหาชื่อหญิงสาวที่ตายไปแล้ว แต่อายุไล่เลี่ยกับจีซูมาให้จีซูสวมชื่อต่อ แต่หญิงสาวกลับปฏิเสธ เมื่อถูกซักมากๆ เข้า คิมจีซูจึงเอ่ยตามความจริงว่า ความแค้นที่ตนสะสมไว้กับสกุลอิมนั้นได้สูญสลายไปแล้วในกองเพลิงที่โรงน้ำชาฮงรยอน ทำให้ทั้งท่านลุง และพี่ชายไม่อาจทัดทานได้อีก คิมจินอูจึงรับปากว่าจะฝากฝังให้ไปตั้งต้นชีวิตใหม่ได้ที่เมืองคูซัน ท่านหญิงอีจีอึนและท่านแม่ทัพอีซึงฮุน คงช่วยเหลือเรื่องนี้ได้ไม่ยาก คิมจินอูจะส่งสมบัติของจีซูไปให้ก่อน และให้หญิงสาวตามไปทีหลัง เพื่อจีซูจะได้ไม่ต้องวุ่นวายขนข้าวของเงินทองให้เป็นอันตรายระหว่างเดินทาง

                คิมจีซูเลือกเดินทางไปเมืองคูซันทางเรือ ท่านหญิงอีกับแม่ทัพอีได้ตกปากรับคำกับคิมจินอูว่าจะช่วยจัดการหาที่ทางบ้านช่องให้หญิงสาวได้อยู่อย่างสบาย และสงบสุข วันนั้นคิมจีซูจึงเดินทางไปขึ้นเรือที่ตรอกโรงไหมเพียงลำพัง ทั้งตัวมีของมีค่าอยู่สองชิ้นคือปิ่นปักผมที่ได้จากท่านอดีตแม่ทัพโน กับป้ายหยกของคุณชายออมฮงชิก

                หญิงสาวปลดปลงกับชีวิตเสียจนไม่ได้ใส่ใจสิ่งต่างๆ รอบตัวมากนัก แต่เมื่อก้าวขึ้นเรือ ดวงตาก็เหลือบไปเห็นบุตรชายเจ้ากรมท่านั่งอยู่ที่ร้านขายบะหมี่แถวท่าเรือ หัวใจของหญิงสาวเต้นรัวอย่างน่ากลัว สุดท้ายเมื่อไม่อาจปลงใจได้ คิมจีซูจึงเรียกเด็กขอทานแถวนั้นมาส่งป้ายหยกให้นำไปคืนคุณชายออมฮงชิก

                เมื่อเรือออกจากท่า จีซูจึงมายืนอยู่ท้ายเรือ ด้วยความหวังว่าจะมองเมืองพยองจูเป็นครั้งสุดท้าย ทว่าดวงหน้าของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่วิ่งมาที่ท่าเรือ ดูโดดเด่นอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ท่าเรือตรอกโรงไหม

                รอยยิ้มของออมฮงชิกที่ยืนอยู่ตรงท่าเรือ อบอุ่นราวกับแสงตะวันที่สาดส่องมาในเช้าวันนั้น

 

*

 

                บ้านที่ท่านหญิงอีจีอึน และท่านแม่ทัพอีซึงฮุนจัดไว้ให้เป็นบ้านหลังหนึ่งในทรัพย์สินของสกุลอี ตัวบ้านเป็นอาคารสองชั้น ปลูกอยู่ริมถนนใหญ่ที่มีคนค้าขายคึกคักตลอดทั้งวัน บ้านจัดไว้อย่างน่าสบาย มีเครื่องเรือนสวยงามตกแต่งไว้ในห้องโถง และชั้นสองของบ้านจัดเป็นห้องนอน ท่านหญิงอีหาเด็กรับใช้วัยสิบสามไว้ให้คนหนึ่ง ชื่อว่า มินซุก

                มินซุกเป็นเด็กสาวที่พูดทั้งภาษาเมืองคูซัน และเมืองพยองจูได้อย่างคล่องแคล่ว รู้เรื่องทั้งเรื่องการดูแลปรนนิบัตินายหญิง และการดูแลบ้านเรือน เมื่อใช้ชีวิตอยู่อย่างปราศจากความกังวลราวครึ่งเดือน จีซูก็คุ้นเคยกับมินซุกเป็นอย่างดี เด็กสาวช่วยสอนภาษาเมืองคูซัน ที่ไม่ต่างจากเมืองพยองจูนักให้จีซูไว้พูดกับชาวบ้านร้านตลาด เพื่อไม่ให้เป็นที่แปลกใจว่าเป็นคนต่างถิ่น

                จีซูพบว่าตนเองไม่ชอบอยู่ว่าง ลงท้ายจึงเริ่มหาชามาตากแห้งผสมกับเกสรดอกบัวหลวง และชงให้มินซุกดื่มพร้อมกับขนมที่ทำจากเม็ดบัว เด็กสาวสรรเสริญสรรพคุณของชากับขนมนั้นอยู่หลายวัน ก่อนขอปันไปให้เหล่านายหญิงร้านที่เปิดอยู่ใกล้ๆ ซึ่งชอบพอกันเป็นอย่างดี เมื่อเหล่าเจ้าของร้านชื่นชอบชากับขนม มินซุกจึงหนุนให้จีซูเปิดร้านน้ำขาและเสนอตัวเป็นลูกมือโดยไม่ขอค่าจ้างเพิ่ม เด็กสาวยืนยันหนักแน่นว่าอยากให้จีซูทำ เพราะอย่างน้อยก็จะได้มีอะไรทำแก้เหงา

                คิมจีซูจึงตัดสินใจเปิดร้านน้ำชาเล็กๆ จัดโต๊ะเก้าอี้ของเดิมที่มีอยู่แล้วให้เหมาะกับเป็นร้านน้ำชา และทำขนมสองสามชนิด เอาไว้แบ่งขายให้ลูกค้าที่แวะมาซื้อหากลับบ้าน

                การมีงานทำ ช่วยให้คิมจีซูคลายความเหงาไปได้มาก หญิงสาวใช้เวลากลางวันจนถึงเย็นรับลูกค้าที่ร้านน้ำชาเล็กๆ และใช้เวลายามกลางคืนทำขนมโดยมีมินซุกเป็นลูกมือ วันนั้นจีซูใช้ให้มินซุกเอาขนมไปส่งที่ตรอกใกล้ๆ กัน เพราะมีคนมาสั่งขนมไปเลี้ยงญาติที่มาร่วมงานฉลองครบรอบหนึ่งขวบของบุตรชาย

                จีซูกำลังเช็ดถูโต๊ะในร้าน เมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้า หญิงสาวคิดว่าเป็นมินซุกที่กลับมาแล้ว จึงเอ่ยถามอย่างใจดี

                “มินซุก กลับมาไวจริง”

                เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบ หญิงสาวจึงหันหน้าไปมอง หัวใจของคิมจีซูกระตุกอย่างแรงจน เมื่อเห็นดวงหน้าของออมฮงชิกยืนอยู่ที่หน้าร้าน กับขุนนางกรมท่าที่เป็นชาวเมืองคูซันซึ่งเคยมาเป็นลูกค้าร้านน้ำชาบ่อยๆ

                “ท่านผู้ตรวจการ ร้านน้ำชานี่อย่างไรที่ข้าเคยบอกว่ามีน้ำชาเกสรดอกบัวขาย” ขุนนางท้องถิ่นเอ่ยเป็นภาษาพยองจู “นายหญิงเจ้าของร้าน วันนี้ข้าพาท่านผู้ตรวจการกรมท่ามา ขอน้ำชาดีๆ มารับรองท่านหน่อย”

                “เจ้าค่ะ”

                จีซูเอ่ยเสียงเบาๆ และหลบเข้ามาหลังร้าน หญิงสาวไม่รู้ว่าควรจะพูดหรือทักทายออมฮงชิกดีหรือไม่ แต่เพราะอีกฝ่ายมาเป็นลูกค้าที่ร้านน้ำชา จีซูจึงเตรียมขนมและชาอย่างดียกออกไปให้ มือของหญิงสาวเกือบสั่นเมื่อวางป้านชากับขนมที่ทำจากเม็ดบัวลงบนโต๊ะ

                “น้ำชาเจ้าค่ะ”

                จีซูพูดเบาๆ ก่อนจะถอยออกไปอยู่ที่โต๊ะเก็บเงิน ออมฮงชิกยกชาขึ้นจิบ ก่อนจะเอ่ยกับขุนนางที่มาด้วยกันด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้จีซูได้ยินด้วย

                “ชาดีทีเดียว ข้าเคยดื่มน้ำชาใส่เกสรบัวหลวงเช่นนี้ที่โรงน้ำชาในเมืองพยองจูมาก่อน แต่น่าเสียดาย โรงน้ำชานั่นไฟไหม้ไปหมดแล้ว”

                คิมจีซูหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อออมฮงชิกไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ และเจรจากับขุนนางท้องถิ่นเมืองคูซันอยู่พักหนึ่งก่อนจ่ายเงินและเดินออกไป หญิงสาวเก็บเงินที่ได้รับมาใส่ลิ้นชักโต๊ะเก็บเงินก่อนจะเก็บถ้วยชา ป้านชาไปไว้รอให้มินซุกล้างเมื่อกลับมาถึงอย่างใจลอย แต่เมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในร้าน คิมจีซูจึงต้องรีบเดินออกมาดู และพบว่าชายหนุ่มที่ออกไปจากร้านเมื่อครู่เดินกลับมาอีกครั้ง

                หญิงสาวยังคงยืนนิ่งเมื่อออมฮงชิกเดินเข้าหยุดมายืนอยู่ตรงหน้า ขุนนางหนุ่มจ้องมองใบหน้าของหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

                “เมื่อครู่ยังไม่ได้ทักทายนายหญิงเลย ข้าชื่อออมฮงชิก เป็นผู้ตรวจการควบคุม ตรวจสอบบัญชีอากร เป็นชาวเมืองพยองจู นายหญิงจะบอกชื่อให้ข้ารู้ได้หรือไม่”

                คิมจีซูนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยตอบ

                “ข้าน้อยชื่อคิมจีซูเจ้าค่ะ”

                “แม่นางจีซู” ออมฮงชิกเอ่ยชื่อของหญิงสาวก่อนจะยิ้มน้อยๆ “ยินดีที่ได้พบเจ้าอีกครั้ง คิมจีซู”

                “เจ้าค่ะ”

                คิมจีซูตอบเสียงเบา แต่รอยยิ้มกระจ่างยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของชายหนุ่มและหญิงสาว แสงตะวันยามบ่ายส่องลงมาทำให้ตรอกที่คลาคร่ำไปด้วยผู้คนที่ออกมาจับจ่ายในเมืองคูซันแห่งนั้นดูมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง

 

 

anonym_minyoon

 

 

anonym's message: สวัสดีค่ะ เอาตอนพิเศษของเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ หลังจากที่แม่นางฮงรยอนและคุณชายออมร่วมต่อสู้กันมากับพระราชามินโฮ และองค์ชายคังยูตลอดเรื่อง ก็ได้มีฉากจบของตัวเองกันในตอนพิเศษนี้ค่ะ หวังว่าจะชอบกันนะคะ สำหรับตอนพิเศษนี้จะอยู่ในเล่มด้วย และจะมีตอนพิเศษอีก 4 ตอนที่จะลงเฉพาะในเล่ม แต่จะสปอยบางส่วนให้อ่านก็คือ

- ตอนพิเศษที่ 2 ฮยองนิม เป็นเรื่องราวตั้งแต่การพบกันครั้งแรกของคังยู และซงมินโฮ

- ตอนพิเศษที่ 3 พระราชาคนเมืองพยองจูองค์ใหม่ เป็นเรื่องราวสมัยที่พระราชามินโฮขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ 

- ตอนพิเศษที่ 4 คนโปรดขององค์ชายยอง เป็นเรื่องของพระราชามินโฮ องค์ชายคังยู และองค์ชายยอง

- ตอนพิเศษที่ 5 บุบผาผลิรับลมวสันต์ เป็นชีวิตช่วงวัยกลางคนของพระราชามินโฮกับองค์ชายคังยู

ขอบคุณค่ะ ^^ #แผนลวงวังหน้า

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #39 Midnight1010 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:13
    รอเล่มน้าาา เล่มมาเร็วๆน้า
    #39
    0