[WINNER-minyoon] The Wind blows on top of the hill pine tree

ตอนที่ 10 : 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 มี.ค. 63

- 10 -



           คังยูไม่ได้พบหน้าท่านองครักษ์อีซึงฮุนเลยตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ในระยะนี้คลื่นลมภายในเมืองพยองจูสงบราบเรียบ ราชสำนักก็มีเรื่องซุบซิบเฉพาะเรื่องพระครรภ์ของพระสนมคยองพินที่โตขึ้นทุกวัน แต่พระราชาเมืองพยองจูกลับไม่เสด็จไปประทับที่พระตำหนักของพระสนม

ทว่าสิ่งที่ทำให้รัชทายาทเมืองพยองจูกระวนกระวายพระทัยอยู่ตลอดนั้น กลับเป็นข่าวคราวที่ได้รับจากท่านหญิงอีที่อยู่ในเมืองคูซัน ท่านหญิงอีส่งหนังสือมาฉบับหนึ่ง ในหนังสือนั้นเขียนเล่าสารทุกข์สุขดิบทั่วไป แต่ทุกๆ คำท้ายประโยคที่ท่านหญิงอีลงท้ายไว้ กลับนำมาร้อยเรียงต่อกันเป็นคำสั้นๆ ได้ว่า

            จับตาดูองค์ชายรอง

            เมื่อปราศจากข้อมูลเพิ่มเติม และองครักษ์อีไม่ได้เข้ามาที่เมืองพยองจูเป็นเวลานาน ทำให้รัชทายาทเมืองคูซันรู้สึกหนักพระทัย แต่จำต้องระงับความกลัดกลุ้ม เพราะคะเนได้ว่า ข่าวที่ส่งมาถวาย ทางองครักษ์อีซึงฮุนก็น่าจะได้รับเช่นกัน ดังนั้นหลักจากเสร็จงานที่กรมราชบัณฑิตแล้ว คังยูจึงเสด็จเข้าวังหลวง เพื่อรับพระราชทานเลี้ยงจากพระพันปี

            ความสงบราบเรียบภายในวังหลวงทำให้คังยูรู้สึกประหลาดใจเช่นกัน เพราะพระมเหสีจองยอน สกุลอิม ก็วางพระองค์สงบเสงี่ยมมาตลอดตั้งแต่พระสนมคยองพินทรงครรภ์ บรรดาขุนนางต่างซุบซิบกันว่าพระมเหสีวางองค์เงียบขรึม ไม่มีกระทั่งข่าวลือว่าทุบตีนางข้าหลวง คงเป็นเพราะเกรงว่า หากวางพระองค์ให้เป็นที่ครหา จะถูกปลดจากตำแหน่งพระมเหสีได้โดยง่าย

            แต่คังยู และพระราชาเมืองพยองจู รู้จักน้ำใจพระมเหสีจองยอนดีกว่าที่ทุกคนคิด ทั้งรัชทายาทเมืองคูซัน และพระราชาหนุ่มจึงไม่เคยวางพระทัย คังยูถึงกับรับสั่งกับฮวันซังกุงโดยตรง ให้ระมัดระวัง ตรวจสอบทั้งเทียบยา และเครื่องเสวยของพระสนมคยองพินอย่างเข้มงวด

            ระหว่างทางเข้าวังหลวง นางข้าหลวงที่เดินผ่านถวายความเคารพรัชทายาทเมืองคูซันอย่างนอบน้อม คังยูแย้มสรวลให้อย่างอ่อนโยน แต่ในพระทัยรู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก รัชทายาทหนุ่มทรงปัดความกังวลเหล่านั้นทิ้งไป และบอกกับพระองค์เองว่า อาจจะเป็นเพราะหนังสือที่ท่านหญิงอีส่งมา ทำให้รู้สึกกังวลพระทัยมากเกินไป

            สวนขวาเมืองพยองจู อยู่ในอาณาเขตฝ่ายใน แต่อนุญาตให้ฝ่ายหน้าที่อยู่ในระดับเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง และอัครเสนาบดีผ่านเข้าไปได้ เมื่อลุเข้าไปถึงในสวน คังยูก็ทอดพระเนตรเห็นนางข้าหลวง ขันที เดินกันขวักไขว่ เหล่าทหารองครักษ์ตรึงกำลังอยู่โดยรอบเพื่อถวายการอารักขา

            คังยูเสด็จไปถึงพระตำหนักไม้กลางสวนขวา จุดเด่นของพระตำหนักนี้คือผนังทั้งสี่ด้านเป็นบานเฟี้ยม ในฤดูร้อน และใบไม้ผลิ บานเฟี้ยมทุกด้านจะเปิดออกเพื่อรับลม และในฤดูใบไม้ร่วงกับฤดูหนาวบานเฟี้ยมทั้งหมดจะถูกปิดเพื่อกันความหนาวเย็น

            นางข้าหลวงที่ปักปิ่นเงินตรงปลายเป็นรูปดอกแมฮวาทำด้วยหินสีแดงคนหนึ่งเดินเข้ามาถวายความเคารพ คังยูสามารถจำแนกได้ทันที่ว่านางเป็นข้าหลวงชั้นสูงของตำหนักพระพันปี เพราะพระมารดาของพระราชาเมืองพยองจู จะพระราชทานปิ่นดอกแมฮวานี้ให้นางข้าหลวงที่เป็นพระญาติ หรือธิดาขุนนางระดับสูงที่มาถวายตัวรับใช้ภายในพระตำหนัก นางข้าหลวงผู้นั้นเอ่ยกับรัชทายาทเมืองคูซันด้วยน้ำเสียงสุภาพ

            “คังยูวอนจานิม ทูลเชิญประทับในพระตำหนักก่อนเพคะ”

            “พระองค์ไหนเสด็จมาแล้วบ้าง” คังยูรับถามอย่างอ่อนโยน

            “พระมเหสีจองยอนเพิ่งเสด็จมาถึงเพคะ ส่วนฝ่าบาท และพระพันปี เห็นว่าจะเสด็จพร้อมพระสนมคยองพิน ตอนนี้น่าจะเสด็จออกจากตำหนักซ้ายแล้วเพคะ”

            “เช่นนั้นเจ้าก็นำทางข้าไปเถิด”

            “เพคะ”

            คังยูเสด็จตามหลังนางข้าหลวงตำหนักพระพันปีเข้าไปภายในพระตำหนัก และถวายความเคารพพระมเหสีอย่างสุภาพเช่นเคย

            “ถวายพรพระมเหสี”

            “ถวายพระพรคังยูวอนจานิม” พระมเหสีจองยอนรับสั่งเรียบๆ “เสด็จมาถึงเร็วนะเพคะ”

            “กระหม่อมเสร็จงานจากกรมราชบัณฑิตแล้ว เห็นว่าไม่มีงานอะไรต่อ จึงมารอรับเสด็จ ไม่นึกว่าพระมเหสีก็เสด็จมาถึงเร็วเช่นกัน”

            “หม่อมฉันเพิ่งมาถึงก่อนวอนจานิมเพียงครู่เดียว ทูลเชิญประทับเถอะเพคะ”

            พระมเหสีจองยอนผายพระหัตถ์ไปที่โต๊ะที่จัดไว้ทางฝั่งขวาของโต๊ะประธาน อันเป็นที่ประทับของพระราชาเมืองพยองจู คังยูพยักพระพักตร์รับ ก่อนเสด็จไปประทับ ขณะเดียวกันพระมเหสีจองยอนก็เสด็จไปประทับที่โต๊ะที่สามนับทางซ้ายของที่ประทับของพระราชามินโฮ คังยูกวาดสายพระเนตรไปรอบๆ ราวกับต้องการชื่นชนแจกันดอกไม้สดที่ปักประดับพระตำหนักกลางสวน รัชทายาทเมืองพยองจูรับสั่งเรียบๆ

            “งานพระราชทานเลี้ยงวันนี้จัดดอกไม้ได้งามจริง”

            “เป็นฝีมือนางข้าหลวงตำหนักพระพันปีจัดการเพคะ”

            “งานดอกไม้ตำหนักพระพันปี นับว่าหาตัวจับได้ยาก” คังยูรับสั่งชม ในขณะที่พระมเหสีจองยอนยังมีสีพระพักตร์เรียบเฉยเมื่อรับสั่ง

            “ช่วงนี้พระพันปีโปรดดอกโมรันเป็นพิเศษ นางข้าหลวงคงจัดแจกันดอกโมรันเอาพระทัยกระมังเพคะ”

            ถ้อยรับสั่งเรียบๆ ของพระมเหสี กลับทำให้ซอซังกุงที่ยืนรอถวายการรับใช้อยู่เบื้องหลังตีสีหน้าลำบาก คังยูกลับแย้มสรวลน้อยๆ และรับสั่งตอบ

            “กระหม่อมก็ชอบดอกโมรันมากทีเดียว เพราะกลิ่นหอม และสีสวยด้วย พระมเหสีมิโปรดดอกโมรันหรือ”

            รัชทายาทเมืองคูซันเกือบหลุดสรวลออกมาเมื่อเห็นพระขนงของพระมเหสีกระตุก เหตุใดคังยูจะไม่เข้าพระทัยว่าดอกโมรันนั้น เป็นเหมือนหนามยอกพระทัยพระมเหสีจองยอน เนื่องจากชื่อดอกไม้นั้นพ้องกับพระนามเดิมของพระสนมคยองพิน พระมเหสีจองยอนแย้มสรวลเยือกเย็นก่อนรับสั่ง

            “หม่อมฉันไม่ค่อยโปรดดอกไม้เท่าใดเพคะ”

            “พระมเหสีโปรดสิ่งใดบ้าง เผื่อกระหม่อมได้พบเห็นของถูกใจ จะได้จัดหามาถวาย”

            “อย่าลำบากคังยูวอนจานิมเลยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้โปรดปรานสิ่งใดเป็นพิเศษ”

            คังยูพยักพระพักตร์ก่อนยกถ้วยสุธารสชาที่นางข้าหลวงตำหนักพระพันปียกมาถวาย กลิ่นชาชั้นดีที่ปลูกทางตอนเหนือของเมืองพยองจูหอมกรุ่นเมื่อยกขึ้นจิบ หลังจิบแล้วก็ทิ้งรสหอมเย็นไว้ในปาก สุธรารสชาของรัชทายาทเมืองพยองจูพร่องไปครึ่งหนึ่ง จึงได้ยินเสียงบรรดาขันที และนางข้าหลวงถวายพระพรรับเสด็จ

            รัชทายาทเมืองคูซัน และพระมเหสีจองยอนประทับรอรับเสด็จอยู่ด้านใน พระราชาเมืองพยองจูเสด็จเข้ามาภายในพระตำหนักก่อน สายพระเนตรคมกริบทอดมาที่คังยู ก่อนแย้มสรวลให้น้อยๆ เมื่อเสด็จมาประทับยืนที่เบื้องพระพักตร์รัชทายาทเมืองคูซัน พระหัถต์แข็งแรงแตะท่อนพระกรของคังยูก่อนรับสั่งอย่างนุ่มนวล

            “ฮยองนิมไม่ต้องมากพิธี นั่งเถิด”

            คังยูเหลือบเห็นว่าสีพระพักตร์ของพระมเหสีจองยอนค่อนข้างกระด้าง เมื่อได้เห็นว่าพระราชาหนุ่มรับสั่งกับคังยูอย่างอ่อนโยนถึงเพียงนี้ เพราะนึกสนุก รัชทายาทเมืองคูซันจึงช้อนพระเนตรขึ้นสบพระเนตรดำขลับของพระราชาเมืองพยองจู แล้วแย้มสรวลอ่อนโยน พร้อมรับสั่งเสียงดังพอให้ได้ยินกันทั่วพระตำหนัก

            “ฝ่าบาททรงเมตตากระหม่อมนัก กระหม่อมซึ้งในน้ำพระทัยเหลือเกิน”

            “นั่งเถอะ ฮยองนิม” พระราชาหนุ่มรับสั่ง และไม่ละสายพระเนตรจากดวงพักตร์ของคังยู “วันนี้สมเด็จแม่เตรียมเครื่องคาว และเครื่องว่างหลายอย่างไว้ แต่ข้าให้ฮวันซังกุงทำขนมยองยังชัลต๊อก* ของโปรดฮยองนิมให้ด้วยตัวเอง วันก่อนฮยองนิมบ่นว่าอยากกินไม่ใช่หรือ”

            “ฝ่าบาททรงเมตตา กระหม่อมทำให้ต้องทรงลำบากแล้ว”

            “เพื่อฮยองนิม เรื่องนี้เล็กน้อยเท่านั้น”

            พระราชาเมืองพยองจูสรวลเบาๆ ก่อนจะเสด็จไปประทับที่โต๊ะที่จัดไว้เป็นประธาน คังยูจึงหันไปถวายความเคารพพระพันปี ที่ประคองพระสนมคยองพินตามหลังพระราชามินโฮมา พระสนมคยองพินที่บัดนี้เห็นพระครรภ์ชัดเจนแล้วส่งยิ้มให้รัชทายาทเมืองคูซัน แล้วรับสั่งอย่างอ่อนโยน

            “ถวายพระพร คังยูวอนจานิม”

            “ถวายพระพรพระสนม” คังยูแย้มสรวลน้อยๆ “พระพลานามัยสมบูรณ์ดีใช่หรือไม่”

            “สมบูรณ์ดีเพคะ”

            พระสนมคยองพินแย้มสรวลเบาๆ ก่อนจะเสด็จไปประทับยังโต๊ะที่จัดไว้ถัดจากโต๊ะที่ประทับของพระมเหสีเมืองพยองจู นางข้าหลวงในตำหนักพระมเหสีทำงานอย่างรวดเร็ว แต่เงียบกริบ เพียงไม่ถึงอึดใจ อาหารเรียกน้ำย่อยต่างๆ ก็ถูกจัดขึ้นบนโต๊ะที่ประทับแต่ละโต๊ะ ขันทีที่เฝ้าอยู่แต่ละที่ใช้เข็มเงินจิ้มเพื่อตรวจสอบพิษในอาหารแต่ละจาน เมื่อเรียบร้อยร้อยก็ถอยหลบไปด้านหลังอย่างรู้งาน

            “วันนี้สมเด็จแม่เตรียมเครื่องคาวด้วยพระองค์เอง ลำบากสมเด็จแม่แล้ว” พระราชาเมืองพยองจูรับสั่ง ก่อนจะแย้มสรวลให้พระพันปี “ลูกได้ยินว่า สมเด็จแม่เตรียมน้ำแกงนกพิราบตุ๋นไว้ด้วย”

            “เพคะ เป็นเครื่องคาวที่ฝ่าบาทโปรด หม่อมฉันเลยเตรีมไว้”

            พระพันปีรับสั่งอย่างอ่อนโยน และพยักพระพักตร์ให้นางข้าหลวงยกโถเคลือบบรรจุน้ำแกงนกพิราบตุ๋นขึ้นถวายพระราชาเมืองพยองจู จากนั้นนางข้าหลวงอีกกลุ่มก็ยกโถเคลือบขึ้นโต๊ะเสวยครบทุกโต๊ะ คังยูเสวยน้ำแกงไปคำหนึ่ง ก่อนวางช้อนเมื่อพระพันปีรับสั่งด้วยโดยตรง

            “เป็นอย่างไรบ้างเพคะ คังยูวอนจานิม โปรดน้ำแกงหรือไม่เพคะ”

            “น้ำแกงของพระพันปี ยังเลิศรสเหมือนที่กระหม่อมเคยรับครั้งยังเยาว์ วันนี้ได้ชิมอีกหน นับว่าเป็นวาสนาของกระหม่อมโดยแท้”

            “ถ้าโปรด วันหลังหม่อมฉันจะส่งไปให้ที่วังหน้าอีก”

            “พระพันปีทรงเมตตา กระหม่อมขอน้อมรับอย่างยินดียิ่ง”

            พระราชาเมืองพยองจูมีรอยแย้มสรวลติดอยู่ที่มุมพระโอษฐ์เมื่อได้ยินพระพันปีรับสั่งกับคังยูอย่างอ่อนโยน พลางดำริในพระทัยว่า รัชทายาทเมืองคูซันไม่ทราบเลยว่า ตนเองกลายเป็นหัวข้อสนทนาระหว่างพระราชาซงมินโฮกับพระมารดา หลังจากการทุ่มเถียงเรื่องรัชทายาท ระหว่างซงมินโฮและพระพันปีหลายต่อหลายหน พระราชาหนุ่มได้ทรงยอมรับกับพระมารดาว่า ไม่โปรดพระมเหสี พระมารดาจึงทรงเสนอให้รับพระสนมใหม่ เมื่อพระราชาเมืองพยองจูทรงบ่ายเบี่ยง พระมารดาจึงรับสั่งถามต้อน กระทั่งพระราชามินโฮทรงยอมรับว่า โปรดคังยูวอนจานิม รัชทายาทเมืองคูซัน

ยามนั้นพระราชาหนุ่มคิดว่าพระมารดาคงกริ้วจัด เพราะรับสั่งให้พระโอรสองค์เดียวเสด็จกลับตำหนัก ราตรีหนึ่งล่วงสู่ทิวาใหม่ ซังกุงผู้ใหญ่ตำหนักพระพันปี รับพระราชเสาวนีย์มาทูลเชิญพระราชาหนุ่มไปเฝ้า เมื่อพบพระพักตร์ พระพันปีได้รับสั่งเรียบๆ ว่า หากพระราชามินโฮโปรดชายหนุ่ม ขุนนางทั่วไป ก็คงจะคัดเลือกให้มารับใช้ใกล้องค์อย่างลับๆ ได้อย่างปราศจากข้อครหา แต่นี่เป็นถึงรัชทายาทเมืองคูซัน แม้นว่าบรรดาข้ารับใช้ในวังหลวงเกิดเล่าลือกันขึ้น ก็อาจจะส่งผลกระทบที่ยากคาดเดา

พระมารดาของพระราชาซงมินโฮ จึงทรงเสนอทางออกที่นำไปสู่การรับตัวพระสนมคยองพินเข้าวังหลวง และต้องพยายามมีรัชทายาทให้ได้ เพราะการมีพระสนมที่โปรดปราน และรัชทายาท สามารถลบล้างข้อสงสัยว่าเหตุใดวังหลวงเมืองพยองจูในรัชกาลนี้ ฝ่ายในจึงเงียบเหงาวังเวง มีเพียงพระมเหสีองค์เดียว

พระพันปีรับสั่งถึงอดีตพระราชาองค์ที่สองของเมืองพยองจูที่ทรงขับพระมเหสีให้ไปทรงศีลที่วัด เนื่องจากรับสั่งว่าพระมเหสีมีความริษยาต่อพระสนม ทว่าหลังจากขับพระมเหสีออกไป ก็ทรงวางองค์ห่างเหินจากเหล่าพระสนม ทรงใช้เวลาอยู่กับกวีหนุ่มผู้หนึ่งตลอด จนกระทั่งมีผู้ปล่อยข่าวลือว่าพระราชาโปรดปรานบุรุษออกไป ทำให้เหล่าขุนนางกระด้างกระเดื่องต่อพระราชาองค์นั้น จนถึงขั้นนำกองทหารบุกวังหลวง ปลงพระชนม์พระราชา พร้อมกับบุรุษที่พระราชาเก็บไว้ข้างพระองค์

พระมารดาของพระราชาหนุ่มดำริว่า การที่พระราชามินโฮรับพระสนมใหม่ และมีรัชทายาท นอกจากลบความเคลือบแคลงทั้งปวงได้แล้ว แล้วยังสามารถเป็นหลักประกันที่ว่า แม้หลังจากนี้ พระราชาเมืองพยองจูจะไม่รับพระสนมใหม่ แผ่นดินก็มีว่าที่รัชทายาทคอยสืบต่อ และสามารถอ้างได้ว่าพระราชามินโฮโปรดพระสนมคยองพินมากจนไม่รับพระสนมใหม่อีก

ส่วนเรื่องที่โปรดรัชทายาทเมืองคูซัน พระพันปีได้รับสั่งโดยตรงกับพระโอรสว่า จะไม่ทรงขัดขวางแต่อย่างใด

ดังนั้นพระราชาเมืองพยองจูจึงทรงบรรลุข้อตกลงกับพระมารดา รับพระสนมคยองพินที่พระมารดาคัดเลือกมาด้วยพระองค์เองเป็นสนม พระราชามินโฮรับสั่งให้หมอหลวงตรวจสุขภาพของพระสนมคยองพินตั้งแต่ก่อนถวายตัวเข้าวัง และให้เตรียมยาบำรุงพระสนมคยองพินให้พร้อม เพื่อหลังจากการแรมคืนของพระราชาหนุ่มในตำหนักซ้าย จะต้องมีพระโอรส หรือพระธิดาในครรภ์ของพระสนมคยองพิน

แผนลับเหล่านี้ มีเพียงพระราชามินโฮ พระพันปี พระสนมคยองพิน ฮวันซังกุง และแพทย์หลวงที่ภักดีต่อพระราชาหนุ่มเท่านั้นที่ล่วงรู้

ซงมินโฮทอดพระเนตรคังยู ที่กำลังทรงเพลิดเพลินกับการชิมอาหารรสโอชาที่ถูกยกขึ้นโต๊ะเสวย พระราชาเมืองพยองจูสรวลเบาๆ ก่อนยกถ้วยน้ำจัณฑ์ขึ้นเสวย ในขณะที่ได้ยินสุรเสียงรับสั่งของพระมเหสี

“น้องหญิงโมรัน เหตุใดถึงรับน้ำแกงนกพิราบน้อยนัก พระพันปีเสด็จเข้าห้องเครื่องปรุงด้วยองค์เอง น้องหญิงรับได้น้อยเช่นนี้ ไม่ถูกปากอย่างนั้นหรือ”

ถ้อยรับสั่งของพระมเหสี แม้ฟังเผินๆ จะดูราวกับใส่พระทัยพระสนมคยองพิน แต่การที่รับสั่งออกมาตรงๆ เช่นนั้นกลับทำให้ทุกความสนใจพุ่งไปที่พระสนมคยองพิน หญิงสาวเหลือบมองพระราชามินโฮ และพระพันปี ก่อนพูดเบาๆ ด้วยสีหน้ากังวล

“น้ำแกงที่พระพันปีปรุง เป็นเครื่องคาวที่ฝ่าบาทโปรด ย่อมมีรสยอดเยี่ยม แต่หม่อมฉัน” พระสนมคยองพินเหลือบมองพระพันปีก่อนก้มหน้า “หม่อมฉันรู้สึกว่าเครื่องยาที่ใส่ออกจะขมไปหน่อยเพคะ”

“เหลวไหล น้ำแกงนี้รสดี หอมหวาน จะขมได้อย่างไร” พระมเหสีหันไปรับสั่งกับพระสนมคยองพิน ก่อนทอดพระเนตรคังยูที่นั่งฝั่งตรงข้าม และรับสั่งถาม “คังยูวอนจานิม เสวยไปเมื่อครู่ ไม่ทราบว่ารสน้ำแกงที่พระพันปีปรุง ขมหรือไม่เพคะ”

“กระหม่อมชิมแล้ว ไม่มีรสขม แต่อาจจะเพราะพระสนมทรงครรภ์ จึงรับรสผิดเพี้ยนไปบ้าง”

เมื่อคังยูรับสั่งตอบเรียบๆ พระพันปีที่เป็นผู้ปรุงน้ำแกง ทอดพระเนตรรัชทายาทเมืองคูซันอย่างพอพระทัย เพราะทุกพระองค์ต่างทรงทราบว่าพระมเหสีจองยอนจงใจจะให้พระสนมคยองพินถูกพระราชามินโฮกริ้ว เนื่องจากล่วงเกินพระมารดา ดังนั้นพระพันปีจึงตัดสินพระทัย รับสั่งเพื่อระงับข้อขัดแย้ง

“คังยูวอนจานิมรับสั่งถูก ธรรมดาสตรีมีครรภ์ก็มักอ่อนไหว ด้วยเรื่องรส เรื่องกลิ่นอาหาร เช่นนั้นพระสนมคยองพินก็รับอย่างอื่นเถิด หรืออยากรับอะไร ก็สั่งให้ห้องเครื่องเตรียมขึ้นมาได้”

“ไม่เป็นไรเพคะ”

พระสนมคยองพินทูลตอบเสียงเบา พระราชาซงมินโฮเองก็ไม่ได้รับสั่งเพิ่ม บรรยากาศในพระตำหนักกลางสวนขวาอึดอัดอยู่ครู่หนึ่ง พระพันปีจึงรับสั่งให้นำคณะมโหรีมาขับร้อง เสียงดนตรีบรรเลงทำให้บรรยากาศคึกครื้นขึ้น คังยูทอดพระเนตรอยู่ และเห็นว่าระหว่างนั้น พระสนมคยองพินผืนเสวยน้ำแกงนกพิราบตุ๋นต่อไปอีกหลายคำ ก่อนจะหยุดเสวย

นางระบำที่ฝ่ายในฝึกฝนเอาไว้ขึ้นมาร่ายรำต่อเบื้องพระพักตร์ แต่สมาธิของรัชทายาเมืองคูซันไม่ได้จดจ่ออยู่กับท่าทีอ่อนช้อยของกลุ่มหญิงสาวที่กำลังร่ายรำ แต่สายพระเนตรกลับจับจ้องอยู่ที่พระสนมคยองพิน ดวงพักตร์ของหญิงสาวมีเหงื่อผุดพราย ทั้งที่อากาศไม่ร้อน ริมฝีปากเริ่มซีดขาว

เพราะมัวจับจ้องพระสนมคยองพิน คังยูจึงไม่รู้ว่า ตนตกอยู่ภายในสายพระเนตรของพระราชาเมืองพยองจูตลอดเวลา

รัชทายาทเมืองคูซันประทับยืนขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้พระพันปีตกพระทัยไม่น้อย คังยูถวายความเคารพพระราชาเมืองพยองจู และพระพันปี ก่อนก้าวพระบาทไปหาพระสนมคยองพิน หญิงสาวมีอาการตระหนกที่จู่ๆ รัชทายาทเมืองคูซันเสด็จมาชิดตัว

“พระสนม ทรงรู้สึกอย่างไรบ้าง”

คังยูรับสั่งถามเสียงดัง วงมโหรีที่บรรเลงอยู่พลันหยุด เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ปกติ เหล่านางระบำเองก็หยุดฟ้อน และถอยไปจับกลุ่มกันตรงมุมพระตำหนัก พระสนมคยองพินเหงื่อไหล่จนคอเสื้อเปียกชุ่ม หญิงสาวหายใจแรง และตอบคังยูเสียงเบา

“หม่อมฉันรู้สึกร้อน และปวดท้องเพคะ”

ฮวันซังกุงที่ยืนอยู่ข้างหลังปราดเข้าไปประคองพระสนม บรรยากาศรื่นรมย์เมื่อครู่หายวับไป พระราชามินโฮเสด็จจากโต๊ะที่ประทับมาหาพระสนมคยองพิน คังยูหยิบโถน้ำแกงนกพิราบตุ๋นของพระสนมคยองพินขึ้นมาดม และใช้ช้อนที่ยังไม่ได้ใช้ ตักเสวยเข้าไปคำหนึ่ง และส่งให้ฮวันซังกุงชิม หญิงสูงวัยรับมาชิม และมีสีหน้าตระหนก คังยูพยักพระพักตร์ให้ฮวันซังกุงก่อนรับสั่งโดยตรงกับพระราชาเมืองพยองจู

“ฝ่าบาท รีบพาพระสนมกลับตำหนัก และตามหมอหลวงมาโดยด่วน ทางนี้กระหม่อมจะจัดการให้ แต่โปรดมีรับสั่ง นอกจากฝ่าบาท พระสนมคยองพิน ห้ามผู้ใดออกจากสวนขวานี้เด็ดขาดด้วย”

พระราชามินโฮประคองพระสนมคยองพินที่ปวดท้องจะตัวสั่นไว้ ก่อนหันไปหาองครักษ์คิม ฝ่ายนั้นแม้ไม่ได้รับคำสั่งใดๆ นอกจากสายพระเนตรของพระราชาหนุ่ม แต่องครักษ์คิมกลับสั่งกระจายทหารอารักขาปิดล้อมสวนขวา แล้วนำเกี้ยวมารับพระสนมคยองพิน พระราชาเมืองพยองจูมีสีพระพักตร์ดุดัน เมื่อรับสั่งอย่างเฉียบขาด

“ฮวันซังกุง ตามไปกับพระสนม ข้าจะอยู่สะสางเรื่องที่นี่”

“เพคะ”

เมื่อฮวันซังกุงตอบ ขบวนเกี้ยวพระสนมคยองพินจึงเร่งกลับไปที่ตำหนัก ยามนี้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดภายในงานพระราชาทานเลี้ยง ถูกนำตัวมาเข้าแถวเรียงต่อกันที่ลานหน้าสวน หลายคนมีท่าทีหวาดหวั่น เมื่อเห็นพระราชาเมืองพยองจูกำลังกริ้ว

“ฮยองนิม เมื่อครู่ข้าเห็นฮยองนิมชิมน้ำแกงของพระสนม มีสิ่งใดผิดปกติ” พระราชาเมืองพยองจูรับสั่งถาม “ฮวันซังกุงก็ดูตกใจมากเมื่อชิม”

“พระสนมคยองพินไม่ค่อยเสวย แม้กระทั่งอาหารอื่นบนโต๊ะก็เสวยไปน้อยมาก เท่าที่กระหม่อมเห็น คือเสวยน้ำแกงไปหลายข้อน หลังจากนั้นก็มีพระอาการผิดปกติ กระหม่อมจึงชิมดู รู้สึกรสผิดปกติ ทั้งขม และมีกลิ่นยาแรงเช่นที่พระสนมรับสั่ง”

“จะเป็นไปได้อย่างไร ข้าเป็นคนปรุงน้ำแกงหม้อใหญ่เองกับมือ”

พระพันปีรับสั่งอย่างตระหนก และทรงเข้าพระทัยสถานการณ์โดยตลอดแล้วว่า ยามนี้มีผู้ปองร้ายพระสนม และเจาะจงใส่บางสิ่งลงไปในโถน้ำแกงของพระสนมคยองพิน แต่นอกจากจะปองร้ายพระสนมแล้ว ยังต้องการให้ร้ายพระพันปี ที่เป็นผู้ปรุงน้ำแกงนี้ด้วย

“ทูลพระพันปี ในน้ำแกงย่อมไม่มีพิษ เพราะฝ่าบาท กระหม่อม พระมเหสี กระทั่งพระพันปีเองเสวยก็ไม่มีผู้ใดได้รับพิษ ทว่าน้ำแกงของพระสนมคยองพินมีรสผิดไปจากน้ำแกงในโถของกระหม่อม ในน้ำแกงของกระหม่อมมีกลิ่นหอมเครื่องสมุนไพร และโสม แต่ในน้ำแกงพระสนม มีกลิ่นของขิง และดอกคำฝอย ส่วนกลิ่นยาสมุนไพรอื่นๆ กระหม่อมไม่สันทัดนักจึงไม่อาจระบุชื่อได้”

“ดอกคำฝอยหรือ”

พระราชาซงมินโฮรับสั่งด้วยสุรเสียงเดือดดาลหลังจากได้ยินคังยูรับสั่ง เพราะพระราชาหนุ่มทรงศึกษาเรื่องการใช้ยา และทรงทราบว่าดอกคำฝอยรวมกับเครื่องสมุนไพรหลายอย่างสามารถใช้เป็นยาสลายลิ่มเลือด เพื่อรักษาอาการช้ำใน หากใช้กับสตรีมีครรภ์ อาจทำให้แท้งบุตรได้

“ไปเอาตัวนางข้าหลวงที่ยกโถน้ำแกงของพระสนมมา”

บรรยากาศภายในพระตำหนักเกิดความโกลาหลขึ้นเมื่อทหารอารักขาบุกไปหากลุ่มนางข้าหลวงในตำหนักพระพันปีที่มีหน้าที่อยู่เวรถวายการรับใช้ภายในงานพระราชทานเลี้ยงวันนี้ หลังจากมีเสียงหวีดร้อง หญิงสาวที่ปักปิ่นเงินรูปดอกแมฮวาก็ถูกกระชากมาโยนลงตรงเบื้องพระพักตร์พระราชาเมืองพยองจู นางข้าหลวงหมอบแนบกับพื้นก่อนละล่ำละลั่กพูด

“ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่รู้เรื่องเลยเพคะ”

“ฝ่าบาท ยองจาเป็นนางข้าหลวงที่มาอยู่ในตำหนักหม่อมฉันตั้งแต่เล็ก นางไม่มีทางทำแน่”

พระพันปีรับสั่ง และทอดพระเนตรพระโอรสอย่างวิงวอน แต่ยามนี้พระราชาเมืองพยองจูกลับกริ้วจัด เนื่องจากทรงกังวลว่าพระสนมคยองพินอาจจะแท้ง ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อยามนี้อายุครรภ์ถึงหกเดือนแล้ว หากแก้ไขไม่ได้ อาจจะถึงเสียขั้นเสียทั้งชีวิตพระสนมคยองพิน กับเด็กในครรภ์

“ฝ่าบาท”

สุรเสียงอ่อนโยนของคังยูเหมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมให้พระทัยที่ร้อนเหมือนไฟของพระราชาเมืองพยองจูสงบลง เมื่อสบพระเนตรกัน คังยูก็รับสั่งเรียบๆ

“ส่งนางให้หน่วยรักษาความสงบนครหลวงเถิด กระหม่อมได้ยินว่าท่านผู้บัญชาการหน่วยรักษาความสงบนครหลวงมีวิธีในการสอบถามความจริงไม่ซ้ำแบบทีเดียว”

นางข้าหลวงที่ชื่อยองจาหวีดร้องด้วยความเสียขวัญ พยายามวิงวอนขอความเมตตา แต่พระราชาเมืองพยองจูทอดพระเนตรนางด้วยสีพระพักตร์เย็นชา ก่อนรับสั่ง

“เอาตัวไป”

 

            ม้าตัวหนึ่งควบขับฝ่าความมืดมาลุถึงทางเข้าหมู่บ้านที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก คนที่เฝ้ายามชี้ปลายหอกไปยังผู้บุกรุกยามวิกาล คนบนหลังม้าดึงผ้าที่ปิดหน้าออก และเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน

            “ไปแจ้งท่านอีว่าพี่สาวฝาแฝดของท่านมาหา”

            ชายคนหนึ่งรับคำ และเร้นตัวหายไปครู่หนึ่ง ก่อนกลับมาพร้อมคนสนิทของอีซึงฮุน เมื่อฝ่ายนั้นเห็นใบหน้าของหญิงสาวบนหลังม้า ก็ได้สั่งให้ผู้ที่เฝ้ายามเปิดประตูให้ อีจีอึนควบม้าเข้าไปในหมู่บ้านเล็กที่ซ่อนตัวกลางป่า ภายในเงียบกริบ เพราะเป็นเวลาดึกสงัด ผู้คนจึงเข้านอนกันไปหมดแล้ว หญิงสาวกระโดดลงจากหลังม้าและเอ่ยสั่งอย่างเฉียบขาด

            “พาข้าไปหาท่านอี”

            “เชิญท่านหญิงทางนี้ขอรับ”

            อีจีอึนเดินตามเข้าไปที่เรือนหลังกลาง อีซึงฮุนกำลังนั่งเสวนากับชายหนุ่มที่อีจีอึนคุ้นหน้าดีอย่างออมฮงชิก และหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่จีอึนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ออมฮงชิกและหญิงสาวลุกขึ้นคารวะ ท่านหญิงอีจีอึนจึงคารวะกลับ ส่วนอีซึงฮุนถามขึ้นด้วยความสงสัย

            “ท่านพี่หญิง เกิดอะไรขึ้น จึงออกมาดึกดื่น”

            “ซึงฮุน เมืองคูซันเกิดเรื่องแล้ว”

            ดวงหน้าของท่านหญิงอีมีเหงื่อพราว เพราะควบม้ามาตลอดโดยไม่พัก แต่ยังเห็นความกังวลฉายชัด ท่านหญิงอีเหลือบมองหญิงสาวที่ไม่คุ้นหน้า ออมฮงชิกจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปาก

            “ท่านหญิงอี แม่นางผู้นี้ คือแม่นางฮงรยอน เจ้าของโรงน้ำชาฮงรยอน เป็นสายของคุณชายคิมจินอู”

            “อ้อ” ท่านหญิงอีรับคำก่อนพยักหน้ารับรู้ และหันหน้าไปหาซึงฮุน “เกิดเรื่องใหญ่แล้วซึงฮุน”

 

            รัชทายาทเมืองคูซัน และพระราชาเมืองพยองจูเสด็จไปทอดพระเนตรการสอบสวนนางข้าหลวงของพระตำหนักพระพันปีที่คุกใต้ดินของหน่วยรักษาความสงบนครหลวงด้วยกัน ในระหว่างสอบสวน ฮวันซังกุงส่งคนมาแจ้งว่าพระสนมคยองพินปลอดภัย แพทย์หลวงให้ยาถอนพิษ และบำรุงพระครรภ์แล้ว

การสอบสวนดำเนินไปจนถึงกลางดึก นางข้าหลวงผู้นั้นถูกทรมานจนหมดสติ พระราชามินโฮจึงยุติการสอบสวน และพาคังยูเสด็จกลับเมื่อยามดึกสงัด แม้คังยูจะต่อรองกี่ครั้งกี่หน พระราชาหนุ่มก็ทรงดื้อดึงไม่ยอมเสด็จกลับวังหลวง รับสั่งยืนยันว่าขอพักเสวยสุธารสชาที่วังหน้าก่อน

            ลงท้ายคังยูจึงต้องยอมให้พระราชามินโฮเสด็จเข้ามาที่วังหน้าด้วยกัน แต่พระทัยของรัชทายาทคังยูกลับหายวาบ เมื่อเห็นม้าเร็วจากเมืองคูซันยืนรอด้วยท่าทีกระวนกระวายที่หน้าลานวังหน้า คนสนิทของท่านหญิงอีหันมาเห็นรัชทายาทเมืองคูซัน ก็รีบเข้ามาถวายบังคม และเอ่ยด้วยน้ำเสียงรัวเร็ว

            “วอนจานิม ท่านหญิงอีให้กระหม่อมมาทูล องค์ชายฮยังก่อกบฏ ชิงบัลลังก์จากฝ่าบาท”

            “ทูลกระหม่อมพ่อเล่า”

            คังยูรับสั่งถามอย่างร้อนรน คนสนิทของท่านหญิงอีมีท่าทีกระอักกระอ่วน และเอ่ยทูลเสียงเบา

            “ฝ่าบาทถูกปลงพระชนม์ ตอนนี้พระมเหสีเจฮยอนยกองค์ชายฮยังขึ้นครองราชย์แล้ว”

            รัชทายาทเมืองคูซันรู้สึกราวกับพื้นที่ประทับยืนอยู่ทรุดเอียงโอนไปมา ในพระกรรณไม่สดับสรรพเสียงใดๆ จึงไม่ได้ยินพระราชาเมืองพยองจูรับสั่งให้องครักษ์คิมพาม้าเร็วไปพักผ่อน คังยูรู้สึกพระองค์ก็เมื่อถูกรวบเข้ามาในอ้อมพระกรของพระราชาซงมินโฮ

            “ฝ่าบาท” คังยูรับสั่งเสียงแผ่ว ซบพระพักตร์อยู่ตรงพระอังสาแข็งแรงของพระราชาหนุ่ม “ฝ่าบาท ...”

            ถ้อยรับสั่งของรัชทายาทเมืองคูซันขาดห้วง และถูกแทนด้วยเสียงสะอื้น ซงมินโฮโอบร่างผอมบางของคังยูไว้ในอ้อมพระกร พระโอษฐ์ประทับลงเบาๆ ตรงพระกรรณของอีกฝ่ายก่อนรับสั่ง

            “ไม่ต้องกลัว ฮยองนิมมีข้าอยู่ทั้งคน”

            ดึกสงัดคืนนั้น น้ำค้างลงแรง และอากาศเย็น ท้องฟ้าที่มีดวงดาวดารดาษ แต่ดาวดวงหนึ่งทางทิศใต้กลับหม่นแสง และร่วงหล่นจากปลายฟ้า คังยูถูกประคองกอดไว้ในอ้อมพระกรแข็งแรงของซงมินโฮ ราวกับพระราชาหนุ่มมีพระประสงค์จะปกป้องคนในอ้อมแขนจากทุกสรรพสิ่งบนโลก

 

 

Anonym_minyoon

 

Anonym’s message: สวัสดีค่ะ กลับมาอีกรอบพร้อมกับความคืบหน้า หวังว่าจะสนุกกับเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณทุกคอมเมนต์ทั้งในนี้ และ #แผนลวงวังหน้า และขอบคุณสำหรับการโดเนทด้วยนะคะ

 

เจอกันตอนหน้าค่ะ :)

Note : ขนมยองยังชัลต๊อก (영양찰떡) ทำจากแป้งข้าวเหนียวผสมกับน้ำตาล ใส่ลูกพลับ ลูกเกด ถั่วแดง ลงไปคลุกให้เข้ากัน บางทีก็ใส่ฟักทองหรือผลไม้แห้งอื่นๆ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนจะนำใส่พิมพ์แล้วนำไปนึ่ง

http://seoulcafe2013.blogspot.com/2014/11/10.html

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #18 Midnight1010 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 14:41
    เรื่องมาพร้อมๆกันเลยอะ สู้สู้นะวอนจา อย่าทิ้งฮยองนิมนะพระราชา
    #18
    0