[MINYOON - WINNER] Simply Complexity

ตอนที่ 5 : Section 5 : WHY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    9 ก.ย. 61

Rational [Adjective]

- based on or in accordance with reason or logic

 

 

 

 

            ฮวังจีซองหน้าตาตื่นเมื่อกำลังตำรวจกว่า 10 นายบุกมาถึงหน้าประตูห้อง ชายหนุ่มจับต้นชนปลายไม่ถูกเมื่อนายตำรวจหนุ่มหน้าคมที่ดูเป็นหัวหน้าทีมเป็นคนแรกที่เข้ามาในห้อง และถามเจ้าของห้องด้วยน้ำเสียงเครียดเคร่ง

 

 

            “คุณคังซึงยูนอยู่ไหนครับ”

 

            “เกิดอะไรขึ้นครับ” ฮวังจีซองถามกลับอย่างงุนงง “ทำไมพวกคุณตำรวจมาที่นี่ล่ะครับ”

 

            “ตอบมาเถอะครับว่าคุณคังซึงยูนอยู่ที่ไหน” สารวัตรหนุ่มอีกคนที่มาด้วยกันถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนกว่าสารวัตรหน้าคม “เราต้องการพบคุณซึงยูนเดี๋ยวนี้ครับ”

 

            “ผมก็ไม่รู้เลยครับว่าซึงยูนอยู่ไหน ผมออกไปซื้อเบียร์ กลับมาอีก ก็ไม่เห็นซึงยูนแล้ว แต่รองเท้า กระเป๋าเงินอะไรก็ยังอยู่นะครับ มือถือก็อยู่”

 

            “คุณออกไปซื้อเบียร์ตอนกี่โมงครับ” สารวัตรคนที่ใจเย็นกว่าถาม ส่วนอีกคนเดินสำรวจในห้อง ฮวังจีซองคิดทบทวนก่อนจะตอบ

 

            “ตอนนั้นรายการ Radio Star กำลังจะมาครับ ผมรีบลงไปซื้อเพราะจะกลับมาดูรายการ” ชายหนุ่มเจ้าของห้องทำท่าเหมือนใช้ความคิด “ผมลงไปไม่ถึง 30 นาทีนะครับ ตอนกลับขึ้นมาคือรายการเพิ่งเริ่ม น่าจะราวๆ สีทุ่มกว่าๆ เกือบห้าทุ่ม”

 

 

            ซงมินโฮหันหน้าไปมองหน้าอีซึงฮุน และพยักหน้ารับ เพราะเขาได้รับข้อความจากซึงยูนตอนสี่ทุ่มห้าสิบนาที หมายความว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่ฮวังจีซองลงไปซื้อเบียร์ สารวัตรซงจ้องหน้าเพื่อนสนิทของซึงยูน ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

 

            “คุณฮวัง เรื่องสุดท้ายที่คุณคุยกับซึงยูนคือเรื่องอะไรครับ”

 

            “เรื่องอึนยอง เพื่อนเก่าของเราน่ะครับ” ฮวังจีซองมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที “คือผมเล่าให้ซึงยูนฟังว่าเจออึนยองเมื่อหลายเดือนก่อน เธอฝากจดหมายให้ซึงยูน แล้วก็เล่าเรื่องที่ให้ผมไปติดเครื่องกรองน้ำให้เธอ กับห้องเพื่อนเธอที่คอนโดในซังอัมดง”

 

            “เพื่อนเหรอครับ” อีซึงฮุนถาม และฮวังจีซองก็รีบพยักหน้ารับ

 

            “ใช่ครับ เพื่อนเธอ อยู่ห้องตรงกันข้ามห้องเธอเลย”

 

            “จำชื่อได้ไหมครับ” ซงมินโฮซักต่อ และพยายามไม่หงุดหงิด เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าเหมือนนึกไม่ออก

 

            “ผมขอนึกก่อนครับ เพื่อนเธอให้ผมออกบิลในนามบุคคล ชื่อคนติดต่อเป็นชื่อของอึนยองเอง แต่เจ้าของห้องรู้สึกจะชื่อ ... ชื่ออะไรนะ มันติดอยู่ที่ปากเนี่ย” ชายหนุ่มพยายามคิดอย่างหนักก่อนจะบอกอย่างมั่นใจ “ฮยอนอาครับ โจฮยอนอา อยู่ห้องตรงกันข้ามกับอึนยองเลยครับ”

 

 

            สารวัตรหนุ่มทั้งสองมองหน้ากัน และอีซึงฮุนก็รู้ใจหนุ่มรุ่นน้องด้วยการหันไปบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจในทีมให้ลงไปติดต่อขอภาพจากกล้องวงจรปิดทุกตัว ทั้งในและนอกอาคารคอนโดของจีซอง รวมถึงกล้องที่อยู่ตรงทางเดินหน้าห้องในชั้นนี้ด้วย ชายหนุ่มเจ้าของห้องถามสารวัตรหนุ่มหน้าคมอย่างงุนงง

 

 

            “ตกลงเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับที่ซึงยูนหายไปเหรอครับ”   

 

            “เดี๋ยวเราจะบอกรายละเอียดอีกครั้งนะครับ” ซงมินโฮตอบ “ตอนนี้คุณอยู่ในห้อง ถ้ามีอะไรผิดปกติ ให้โทรแจ้งตำรวจทันทีนะครับ”

 

            “ครับ”

 

            “พี่ซึงฮุน”

 

            “ว่าไงมินโฮ”

 

            “ผมฝากพี่คุมทีมดูกล้องวงจรปิดทีนี่นะ ผมจะไปค้นที่คอนโดในซังอัมดงอีกที” ซงมินโฮลดเสียงลงให้ได้ยินแค่สองคนกับอีซึงฮุน “ไอ้คอนโดเวรนั่น ขายแพงเสียเปล่า ดันไม่มีกล้องวงจรปิดตรงหน้าห้อง บอกว่าเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ผมจะไปดูที่ห้องนั่นอีกที ไม่แน่ว่าโจฮยอนอา อาจจะย้อนไปที่ห้องนั้น ยังไงเดี๋ยวเราไปเจอกันที่สถานีอีกที ผมจะเช็คสัญญาณมือถือโจฮยอนอาพลางๆ”

 

            “ได้ เดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง ไม่รู้ป่านนี้คุณคังจะเป็นไงบ้าง”

 

 

            คำพูดของอีซึงฮุนทำให้สารวัตรหนุ่มรุ่นน้องมีสีหน้าเคร่งเครียด ซงมินโฮขบกรามแน่นก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง

 

 

            “ผมไม่ปล่อยให้ซึงยูนเป็นอะไรแน่ แล้วก็จะเอาตัวโจฮยอนอามาสอบให้ได้ด้วย”

 

 

 

 

            ดวงตาของซงมินโฮเต็มไปด้วยแววมุ่งมั่น แม้จะกังวลกับเรื่องการหายตัวไปของเลขาคังมากแค่ไหนก็ตาม

 

 

 

 

            ซึงยูนไม่เคยคิดว่าชีวิตของเขาจะโลดโผนถึงขั้นที่ต้องมาถูกมัดมือมัดเท้า ถูกมัดคาดปากไม่ให้ร้อง แล้วถูกจับนอนลงที่เบาะหลังในรถยนต์ของโจฮยอนอา หญิงสาวใช้ปืนจี้เขามาขึ้นรถที่จอดอยู่ห่างจากคอนโดของจีซองไม่มากนัก ฮยอนอาจ่อปืนไว้ที่หลังศีรษะของเขาเมื่อบอกให้ซึงยูนนั่งนิ่งๆ ยอมให้เจ้าของรถใช้เส้นพลาสติกรัดสายไฟมัดข้อมือทั้งสองข้างไพล่หลังไว้

 

 

            เนคไทเส้นยาวถูกใช้เป็นผ้ามัดคาดปากไม่ให้ซึงยูนร้อง

 

 

            ฮยอนอาทำงานอย่างว่องไว และเงียบกริบ เธอใช้เวลาไม่กี่นาทีในการมัดเท้าซึงยูน และผลักให้ชายหนุ่มที่รูปร่างสูงไล่เลี่ยกันล้มลงไปนอนที่เบาะหลัง แล้วเดินอ้อมขึ้นมานั่งที่เบาะหน้าฝั่งคนขับ และขับรถออกจากจุดที่จอดไว้ ดวงตาของเลขาหนุ่มกลอกไปมา ตามจังหวะที่รถแล่นแผ่นเสาไฟทาง และมีไฟส่องวูบผ่านฟิล์มดำหนาทึบเข้ามาในรถ เหงื่อเม็ดโตๆ ไหลซึมจากไรผมของซึงยูน ผสมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

 

 

            เขาอาจจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งหนึ่งก็ได้ เพราะผู้หญิงที่จับตัวเขามาคนนี้

 

 

            คังซึงยูนนึกโมโหตัวเองที่ไม่ยอมระวังตัวให้มากกว่านี้  และโมโหตัวเองอีกเรื่องที่ไม่ยอมโทรหาซงมินโฮ แทนที่จะส่งข้อความไป เพราะถ้าได้พูดคุยกัน เขาอาจจะสามารถทำให้ตำรวจไปจับตัวโจฮยอนอามาก่อนได้ และคงไม่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ยิ่งคิดความหวังที่จะรอดตัวไปของซึงยูนก็ยิ่งริบหรี่ โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงข้อความในจดหมายของอึนยอง

 

 

 

 

            รถญี่ปุ่นกลางเก่ากลางใหม่ของโจฮยอนอาแล่นออกไปตามถนนสายหลักที่มุ่งหน้าออกนอกเมือง

 

 

 

 

            “ไม่มีสัญญาณมือถือของโจฮยอนอาเลยครับ เช็คกับระบบบอกว่าน่าจะปิดเครื่อง”

 

 

            สิบตรีน้องเล็กของหน่วยสอบสวนรีบรายงานเมื่อเห็นสารวัตรซงมินโฮเดินหน้าเครียดเข้ามาในแผนก สารวัตรซงพยักหน้ารับอย่างเครียดๆ แล้วลากกระดานสำหรับเขียนออกมาตั้งกลางห้อง ก่อนจะแปะภาพศพของคิมอึนยองในที่เกิดเหตุลงตรงกลางภาพ

 

 

            “มีคนโทรแจ้งตำรวจว่าคิมอึนยองตายตอนตีหนึ่งสีสิบห้านาที ตำรวจไปถึงตอนตีสองสิบห้า” มือแข็งแรงเขียนข้อความลงไปบนกระดานตามที่พูด “ผมเช็คกล้องวงจรปิดตรงลานจอดรถที่คอนโดแล้ว วันนั้นโจฮยอนอาเข้าไปที่ตึกที่เกิดเหตุตั้งแต่หกโมงเย็น และออกจากตึกตอนสิบโมงเช้าของอีกวัน”

 

 

            ซงมินโฮทุบกระดานที่เขียนอยู่อย่างโมโห จังหวะเดียวกับที่อีซึงฮุนเดินเข้ามาในห้องพอดี นายตำรวจหนุ่มหันไปพูดกับรุ่นพี่ด้วยความหงุดหงิด

 

 

            “พี่รู้ไหม ผมเป็นคนไปเคาะประตูห้องตรงข้ามห้องคิมอึนยองเอง แต่ไม่มีใครมาเปิด ผมเลยคิดว่าไม่มีคนอยู่”

 

            “ใจเย็นน่า มินโฮ เราไม่ได้นึกนี่ว่าฆาตกรจะอยู่ใกล้ขนาดนี้” ซึงฮุนพยายามปลอบอีกฝ่ายก่อนจะวางรูปภาพหลายใบลงบนโต๊ะ และชี้ให้นายตำรวจรุ่นน้องดู “ตอนนี้พี่กำลังให้คนตามรอยโจฮยอนอาอยู่ เพราะได้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่คอนโด เธอเข้าไปในตึกพร้อมกับคนที่เข้าคอนโดพอดีตอนสี่ทุ่มกว่า มันเป็นความบังเอิญที่ฮวังจีซองออกจากห้องในช่วงเวลานั้น ทำให้เธอไปเจอกับคุณซึงยูนเข้าพอดี”

 

 

            มินโฮกำมือแน่นเมื่อเห็นลักษณะที่ซึงยูนเดินออกไปกับโจฮยอนอาโดยไม่มีท่าทางขัดขืน แต่จังหวะที่หนึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ทำให้เห็นว่าโจฮยอนอาใช้ปืนจี้เอวบังคับให้ซึงยูนเดินออกไปด้วยกัน ซึงฮุนเลื่อนรูปภาพหนึ่งมาตรงหน้า ก่อนจะพูดต่อ

 

 

            “นี่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดริมถนนตรงหน้าคอนโด” ปลายนิ้วของซึงฮุนชี้ตรงไปในภาพ “จะเห็นว่าคุณคังกับโจฮยอนอาเดินไปตามถนนหน้าคอนโด ส่วนนี่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดจากร้านสะดวกซื้อที่อยู่ห่างจากคอนโดไปหน่อยเดียว โจฮยอนอาจอดรถที่ตรงข้ามร้านนั่น และเธอบังคับซึงยูนขึ้นเบาะหลัง”

 

            “ในคลิปพอจะเห็นทะเบียนหรือเปล่าน่ะพี่ซึงฮุน” มินโฮพยายามเพิ่งมองจากรูปภาพส่วนสารวัตรหนุ่มรุ่นพี่กลับยกยิ้มเล็กน้อย

 

            “เห็นสิ พี่ซูมดู ได้ทะเบียนเรียบร้อย ตอนนี้เช็คกับกล้องวงจรปิดจราจร และประกาศให้ตั้งด่านสกัดแล้ว”

 

            “ถ้าไม่ได้พี่ ผมไม่รู้เลยว่าจะทำยังไง”

 

            “ไม่ต้องกังวลไปหรอก เราต้องได้ตัวโจฮยอนอาแน่”

 

 

            ซงมินโฮยิ้มได้จางๆ แต่ก็ต้องรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกเมื่อสิบตรีน้องเล็กวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่นอีกรอบก่อนจะรีบรายงานโดยไม่กล้ามองหน้าซงมินโฮ

 

 

            “หน่วยจราจรแจ้งมาว่ารถของโจฮยอนอาหายออกไปจากการติดตามด้วยกล้องครับ” น้องเล็กของแผนกทำหน้าลำบากใจ “โจฮยอนอาเลี้ยวออกจากเส้นทางหลักเข้าซอย แล้วก็หายไปครับ ตอนนี้พยายามหาอยู่ แต่ยังหาภาพไม่ได้เลยครับ”

 

 

 

 

            อีซึงฮุนนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด ในขณะที่ซงมินโฮขบกรามแน่นด้วยความกังวล

 

 

 

 

            ผู้กำกับการสถานีตำรวจมาโปยื่นกาแฟร้อนอย่างดีให้กับโจบยองมัน หลังจากที่ฝ่ายนั้นถูกลูกน้องของเขาไป เชิญ’ ตัวมาสอบสวนอย่างเคร่งเครียดนานหลายชั่วโมงตั้งแต่บ่าย และยังอ้างหมายศาล ไม่อนุญาตให้ออกจากสถานีตำรวจก่อนเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีจะอนุญาตให้กลับได้ คืนนี้โจบยองมันจึงต้องอยู่โยงที่สถานีตำรวจ

 

 

            ประธานบริษัทหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่รับมาจิบ และมองไปรอบๆ ห้องทำงานของผู้กำกับสถานีมาโป ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ

 

 

            “ตึกสำนักงานนี่น่าจะปรับปรุงใหม่เสียหน่อยนะ” โจบยองมันวางแก้วกาแฟลง “ถ้าจับตัวคนร้ายที่ฆ่าคิมอึนยองได้ ผมยินดีบริจาคช่วยปรับปรุงนะ”

 

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ คือ ...”

 

 

            เสียงเอะอะด้านหน้าห้องทำให้ชายทั้งสองหันไปมองตรงประตูห้องอย่างสงสัย ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกพร้อมกับสารวัตรหนุ่มหน้าคมที่รับผิดชอบคดีคิมอึนยองที่สะบัดตัวจากการเกาะกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจรุ่นพี่ที่เป็นหน้าห้องของผู้กำกับการ แล้วเดินเร็วๆ เข้ามาในห้อง พร้อมกับโยนรูปถ่ายหลายใบลงบนโต๊ะ

 

 

            “มีอะไรน่ะซงมินโฮ!” ผู้กำกับการสถานีตำรวจมาโปถามเสียงดังด้วยความโกรธ แต่สารวัตรซงไม่สนใจ

 

            “คุณโจ ช่วยดูหน่อยครับ รู้จักผู้หญิงในภาพหรือเปล่า”

 

           

            ชายเจ้าของบริษัทหนังสือพิมพ์หยิบภาพจากกล้องวงจรปิดขึ้นมาดูช้าๆ ในภาพเป็นหญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ควงแขนชายหนุ่มคนหนึ่งเดินขึ้นรถไป เส้นเลือดตรงขมับของโจบยองมันปูดโปนก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

 

 

            “นี่มันอะไรกัน”

 

            “คุณรู้จักผู้หญิงในภาพไหมครับ” มินโฮซัก และพูดต่อเมื่ออีกฝ่ายนิ่ง “เธอใช้อาวุธปืนขู่บังคับพยานในคดีคิมอึนยองขึ้นรถไปกับเธอ ผู้ชายในภาพคือคนที่คิมอึนยองพยายามติดต่อก่อนตาย และคิมอึนยองได้ส่งเครื่องเพชรกล่องหนึ่งไปให้เขาในวันหลังจากที่เธอตาย โดยใช้ช่างทำเล็บที่เธอสนิทเป็นคนส่งให้ แล้วต่อมาไม่นานช่างทำเล็บคนนั้นก็ถูกฆาตกรรมในห้องพัก คนร้ายรื้อค้นหาของในห้อง แต่กลับไม่หยิบนาฬิการาคาแพงเรือนนี้ไป”

 

 

            ซงมินโฮวางไพ่ใบสุดท้าย เป็นรูปถ่ายของเครื่องเพชร กับนาฬิกาที่เป็นของคิมอึนยอง ใบหน้าของโจบยองมันซีดเผือด สารวัตรหนุ่มสังเกตเห็นว่าสายตาของโจบยองมัน มองภาพเครื่องเพชรสลับกับภาพของโจฮยอนอาที่ใช้ปืนจี้ซึงยูนขึ้นรถไป เจ้าของหนังสือพิมพ์ฮันกุกเดลี่พูดเสียงเบา และมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

 

 

            “ผมต้องการทนาย ผมจะพูด ต่อเมื่อทนายของผมมาเท่านั้น”

 

 

 

 

            สารวัตรหนุ่มโค้งให้ผู้กำกับสถานีมาโปที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก และยื่นโทรศัพท์ส่งให้โจบยองมันโทรเรียกทนาย

 

 

 

 

            ระหว่างที่กำลังรอความคืบหน้าจากหน่วยจราจรในการติดตามรถของโจฮยอนอา และรอซงมินโฮที่คว้าเอกสารขึ้นไปบนห้องผู้กำกับการ อีซึงฮุนและทีมที่เหลือก็จัดการเขียนเรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ที่มินโฮเขียนค้างไว้ตามลำดับเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้หลงลืมเหตุการณ์ไหนไป

 

 

            มีคนโทรแจ้งเหตุฆาตกรรมคิมอึนยอง ตำรวจไปพบศพ และมินโฮโทรไปสอบถามคังซึงยูน

 

หนึ่งวัน หลังจากที่คิมอึนยองตาย ซึงยูนได้รับกล่องเครื่องเพชร และไปพบกับจีซู ช่างทำเล็บที่เป็นคนส่งเครื่องเพชร พร้อมกับมินโฮในเย็นวันนั้น

 

8 วัน หลังคิมอึนยองตาย จีซูถูกฆาตกรรมในห้องพัก

 

10 วัน หลังคิมอึนยองตาย มีคนบุกเข้าไปที่ห้องพักของคังซึงยูน

 

            16 วัน หลังจากคิมอึนยองตาย คังซึงยูนถูกโจฮยอนอาจับตัวไป

 

 

            สารวัตรอีตัดสินใจอ่านจดหมายที่คิมอึนยองเขียนถึงซึงยูนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะเขาต้องการหาคำใบ้อะไรสักอย่างที่คิมอึนยองอาจจะทิ้งไว้ให้ ตาเรียวของสารวัตรหนุ่มกวาดมองตัวหนังสือบนกระดาษที่ถ่ายเอกสารออกมา

 

 

            “ซึงยูน

 

                        ขอโทษนะที่จู่ๆ ก็ติดต่อนายแบบนี้ แต่ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองจะมีโอกาสได้ขอบคุณ และขอโทษนาย

สำหรับเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเองหรือเปล่า เลยตัดสินใจเขียนจดหมายฉบับนี้เอาไว้ หวังว่ามันจะทำให้นายเข้าใจทุกอย่างได้ง่ายขึ้น

 

            ตอน ม.ปลาย ครูจองที่เป็นครูแนะแนวรังควาญฉันตลอด เพราะเขาบอกว่าชอบฉัน เคยขอให้ฉันไปค้างกับเขา แล้วเขาจะส่งจดหมายขอทุนการศึกษามหาวิทยาลัยดีๆ ให้ ฉันพยายามหลบและจำเป็นต้องพูดว่าคบกับนาย เพราะคิดว่าเขาจะเลิกยุ่ง แต่ก็ไม่เลย สุดท้ายเขาเลยไม่ยอมส่งจดหมายขอทุนเรียนต่อของฉันให้ เงินทั้งหมดที่ฉันมีใช้ไปกับการดูแลคุณยายตอนป่วยหมดแล้ว เงินสงเคราะห์จากการตายของยายก็ไม่พอจะให้เข้าเรียนต่อได้ ฉันเลยตัดสินใจมาที่โซล ทำงานหนักหลายอย่าง และสุดท้ายก็ไปลงเอยที่โฮสต์คลับที่คังนัม

 

            ฉันมาอยู่กับคุณโจบยองมัน และเลิกทำงานที่คลับ ตอนแรกคิดว่าถ้าเก็บเงินได้ก้อนใหญ่ หลังจากที่คุณบยองมันเบื่อ ฉันจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหนไกลๆ สักที่ อาจจะเป็นอเมริกา ฉันใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอย จนกระทั่งฉันเจอคนที่ฉันรักจริงๆ

 

            ฉันตกหลุมรักลูกสาวของคุณโจบยองมัน เรามีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกัน เราสองคนโดดเดี่ยว และใช้ชีวิตเหมือนกับคนที่อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด คุณฮยอนอารักฉันมาก ตลอดเวลาที่เราคบกัน เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขมากกว่าช่วงไหนๆ ในชีวิต แต่คุณฮยอนอาก็กำลังจะแต่งงานในปลายปีนี้ กับผู้ชายที่คุณพ่อของเธอจับคู่ให้

 

            ซึงยูน นายก็รู้จักฉันดี ฉันเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลยแม้แต่เพื่อนสนิท ฉันอดทนกับเรื่องที่ถูกใส่ร้ายว่าขโมยเงินตอนเรียน ม.ปลาย ได้ แต่ฉันกลับอดทนไม่ได้เลยที่คุณฮยอนอาจะแต่งงาน และฉันตัดสินใจทำเรื่องโง่ๆ ลงไป คือฉันปล่อยให้ตัวเองท้องกับคุณบยองมัน และตอนที่คุณฮยอนอารู้ว่าฉันท้อง เธอโกรธมาก และจะให้ฉันไปเอาเด็กออกโดยไม่ให้คุณบยองมันรู้

 

            แต่ซึงยูน ฉันอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด พอรู้ตัวว่าท้อง ฉันถึงได้รู้ว่าฉันกำลังจะมีคนอีกคนที่ฉันจะได้ทุ่มเทความรักให้อย่างหมดหัวใจ และเด็กที่จะเกิดมาก็จะต้องการฉันที่เป็นแม่ของแกเหมือนกัน ฉันเลยยืนกรานว่าจะบอกว่าคุณบยองมันเรื่องที่ท้อง และจะสารภาพเรื่องที่ฉันแอบคบกับเธอ ทำให้คุณฮยอนอาโกรธฉันมากจนขู่ฆ่าฉัน เพราะเธอต้องการให้ฉันเลิกกับคุณพ่อของเธอและหนีไปด้วยกัน

 

ซึงยูน อย่าตกใจนะ ถ้าเกิดว่าฉันส่งกล่องเครื่องเพชรไปให้นายในครั้งหน้า เอามันไปให้ตำรวจพร้อมกับจดหมายฉบับนี้ เพราะตอนที่นายได้มันไป ฉันอาจจะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว เพราะฉันรู้สึกว่าคำขู่ของคุณฮยอนอาไม่ใช่แค่ขู่ไปอย่างนั้น เราทะเลาะกันหลายครั้ง และเธอลงไม้ลงมือกับฉันอยู่บ่อยๆ ในช่วงนี้ ถึงฉันจะรักคุณฮยอนอามาก แต่ฉันก็เกลียดเธอมากเหมือนกันที่เธอตบตีฉันเพราะว่าฉันท้อง

 

ชีวิตของฉันอาจจะน่าเศร้า แต่อย่าสงสารฉันเลยนะซึงยูน คิดเสียว่า คนบางคน เกิดมาเพื่อพบแต่โชคร้าย มันคงเป็นโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงของฉันเอง

 

ขอบคุณนายมากนะที่ใจดีกับฉันมาตลอด ขอบคุณที่เป็นเพื่อนคนเดียวในชีวิตของฉัน ขอโทษที่ทำให้นายต้องมาลำบากช่วยฉันอีกในครั้งนี้ และฝากขอบคุณคุณแม่ของนายด้วย ท่านคอยช่วยเหลือฉันเสมอเวลาที่ฉันลำบาก ขอบคุณและขอโทษสำหรับทุกๆ อย่างอีกครั้งนะซึงยูน

                       

                                                                                                            อึนยอง

 

            ป.ล. ซึงยูน จำได้ไหมว่ารหัสประจำตัวนักเรียนของฉันคือ 04250395”

 

 

            อีซึงฮุนถอนใจ ก่อนจะคิดด้วยความรู้สึกสงสารหญิงสาวผู้เสียชีวิต โจบยองมันพูดว่าคิมอึนยองไม่ใช่คนสวย ทั้งที่จริงๆ แล้วหญิงสาวหน้าตาดีใช้ได้ และอายุยังน้อยเกินกว่าที่จะต้องตายอย่างน่าเศร้า คังซึงยูนคงเป็นเพื่อนคนเดียวที่เธอไว้ใจจะบอกความลับหลายๆ อย่างที่เธอไม่กล้าบอกคนอื่น และคงอยากให้เพื่อนเพียงคนเดียวจดจำเธอเอาไว้

 

 

            และอาจจะเป็นเพราะชีวิตวัยเรียนของอึนยองอาจจะยังพอมีช่วงที่น่าจดจำอยู่บ้าง

 

 

            ตาเรียวของสารวัตรหนุ่มเบิกกว้างเมื่อคิดไปถึงตรงนั้น อีซึงฮุนคว้ากระดาษที่ถ่ายเอกสารจดหมายวิ่งกลับไปที่โต๊ะทำงาน และเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อกดเปิดไมโครเอสดีการ์ด เมื่อหน้าจอแสดงกล่องข้อความให้กรอกรหัสผ่าน สารวัตรอีจึงพรมนิ้วลงบนแป้นพิมพ์พร้อมกับพูดเบาๆ

 

 

            “0 4 2 5 0 3 9 5 เปิดได้ทีเถอะ”

 

 

 

 

            อีซึงฮุนกดตกลง และหน้าต่างที่ของไฟล์ที่อยู่ในไมโครเอสดีการ์ดก็ปรากฏอยู่บนหน้าจอ สารวัตรอีแทบร้องไชโยออกมาเมื่อเห็นข้อมูลที่ถูกจัดไว้เป็นระเบียบในหน้าต่างบนจอคอมพิวเตอร์

 

 

 

 

            ซึงยูนเผลอหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า ก่อนจะรู้สึกตัวเมื่อถูกจิกที่ผมอย่างแรง โจฮยอนอาใช้มีดพกตัดสายรัดพลาสติกที่รัดข้อเท้าซึงยูนเข้าไว้ด้วยกันออก และสั่งเสียงห้วน

 

 

            “ลงมา!

 

 

            เพราะถูกจับนอนคว่ำหน้าเอามือไพล่หลัง และถูกรัดเท้ามาเป็นชั่วโมง ทำให้ซึงยูนเป็นเหน็บไปทั้งตัวจนลุกเองไม่ไหว หญิงสาวกรีดร้องอย่างหงุดหงิดก่อนจะทั้งฉุดทั้งลากซึงยูนออกจากรถลงมาล้มกระแทกพื้นดินด้านนอกตัวรถ และกระชากคอเสื้อให้ซึงยูนลุกขึ้นก่อนจะฉุดซึงยูนเข้าไปในบ้านเก่าหลังเล็กๆ ในจังหวัดคังวอน

 

 

            ทั้งที่กลัวจับใจ แต่ซึงยูนพยายามเบิกตากว้าง และมองหาทางหนีทีไล่ เผื่อมีช่องที่โจฮยอนอาเผลอ เขาอาจจะวิ่งหนีไปได้ แต่เลขาหนุ่มกลับรู้สึกสิ้นหวังมากกว่าเดิม เมื่อเห็นแต่ความมืด และต้นไม้ขึ้นรกทึบ เขาไม่เห็นทางขาเข้ามา ถ้าเกิดวิ่งหนีไปตอนนี้ ก็อาจจะทำให้ตัวเองกลายเป็นเป้าเคลื่อนไหวให้ฮยอนอายิงเอาเปล่าๆ

 

 

            สารวัตรซงไปอยู่ที่ไหนเนี่ย ... ซึงยูนคิดในใจและอยากร้องไห้อีกรอบ

 

 

            โจฮยอนอากระชากซึงยูนเข้าไปในบ้าน และเหวี่ยงอีกฝ่ายด้วยแรงทั้งหมดจนซึงยูนล้มกระแทกพื้น หญิงสาวกดเปิดไฟฉายกระบอกใหญ่ที่ถือติดมือมา แสงจากไฟฉายทำให้ซึงยูนเห็นว่าบ้านหลังนี้ร้างมานานพอสมควร เพราะมีหยากไย่เต็มไปหมดและมีฝุ่นเกาะหนาอยู่บนพื้น หญิงสาวแก้ปมผ้าผูกปากของซึงยูนออก ทำให้เลขาหนุ่มไอโขลกเพราะคอแห้ง

 

 

            “เครื่องเพชรอยู่ไหน” หญิงสาวถามเสียงเหี้ยม “ฉันถามว่าเครื่องเพชรอยู่ไหน”

 

            “ผมให้ตำรวจไปแล้ว ให้ไปตั้งแต่วันแรกที่ได้มาเลย”

 

            “ให้ตำรวจไปแล้ว!

 

 

            หญิงสาวกรีดเสียงด้วยความโกรธก่อนจะหันปลายกระบอกปืนไปทางซึงยูน ชายหนุ่มแทบหยุดหายใจ และงอตัวลงคุดคู้เมื่อเห็นโจฮยอนอาเหนี่ยวไก

 

 

 

 

            เสียงปืนดังก้องในความเงียบ

 

 

 

 

            หลังจากซึงฮุนเข้ามาในห้อง ใบหน้าของโจบยองมันก็ซีดแล้วซีดอีก และยิ่งซีดกว่าเก่าเมื่อได้อ่านจดหมายของอึนยองถึงซึงยูน และได้เห็นหลักฐานบางส่วนที่เป็นภาพสแกนหนังสือเดินทางในชื่อปลอมของโจฮยอนอา และคิมอึนยอง ที่เตรียมเอาไว้เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ รวมถึงสำเนารายการทรัพย์สินหลายรายการที่อึนยองระบุว่า เป็นของที่ได้จากโจฮยอนอา

 

 

            สารวัตรซงทำลายความเงียบด้วยการตั้งคำถามกับประธานบริษัทหนังสือพิมพ์ฮันกุกเดลี่

 

 

            “คุณโจบยองมันครับ ลูกสาวของคุณเอาตัวพยานในคดีไปกับเธอ เราต้องการรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน”

 

            “การกระทำของคุณฮยอนอา ไม่เกี่ยวข้องกับคุณบยองมันครับ” เลขานุการที่เป็นทนายส่วนตัวของเจ้าของหนังสือพิมพ์รีบตอบ “ตอนนี้มีหลักฐานชัดเจนแล้ว ผมขอให้ปล่อยตัวคุณบยองมันกลับนะครับ”

 

            “คุณคังซึงยูน เป็นเพื่อนของคุณคิมอึนยอง” ซงมินโฮทำเป็นไม่สนใจคำพูดของทนาย และถามต่อ “คุณก็เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณอึนยอง แล้วก็จีซู เด็กที่คุณอึนยองขอให้ช่วย ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือกับเรา แล้วคุณซึงยูนเป็นอะไรไปอีกคน ถ้าเราจับตัวคุณฮยอนอาได้ทีหลัง โทษของเธอจะหนักกว่าที่เป็นอยู่นะครับ”

 

            “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณบยองมันนะครับ ผมขอให้ปล่อยตัวคุณบยองมันกลับเดี๋ยวนี้ครับ” ทนายหนุ่มพูดซ้ำ เมื่อเห็นสารวัตรซงไม่สนใจ แต่มินโฮก็ไม่สนใจอีกฝ่าย แล้วพยายามหว่านล้อมต่อ

 

            “ถ้าคุณฮยอนอาฆ่าคุณซึงยูนอีกคน เธอจะกลายเป็นฆาตกรที่ฆ่าคน 3 ศพอย่างไตร่ตรองไว้ก่อน ศาลจะไม่มีทางลดโทษให้เธอแน่ คุณจะปล่อยให้ลูกสาวคุณติดคุกด้วยคดีอาญาแบบนั้นได้เหรอครับ”

 

            “คุณสารวัตร” ทนายความหนุ่มขัดอย่างเหลืออด “คุณต้องปล่อยตัวคุณบยองมันครับ เรื่องนี้ไม่เกี่ยว ...”

 

            “พอเถอะ”

 

 

            โจบยองมันที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นหลังจากสถานการณ์ระหว่างสารวัตรซงกับทนายส่วนตัวเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ชายเจ้าของบริษัทหนังสือพิมพ์จ้องมองรถยนต์ที่กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้อีกครั้ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือมากดโทรออก เขารอสายเพียงอึดใจเดียว ก่อนที่ปลายสายจะกดรับ

 

 

            “คุณฮง ฉันเอง” โจบยองมันพูดด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “เดี๋ยวฉันจะให้คุณอีส่งภาพรถบริษัทเราคันหนึ่งไปให้คุณดู เช็คให้เดี๋ยวนี้ว่ารถคันนี้อยู่ที่ไหน ฉันต้องการคำตอบภายใน 5 นาที”

 

 

            ซงมินโฮกับอีซึงฮุนยืนมองทนายส่วนตัวของโจบยองมัน ส่งภาพไปให้ใครบางคน เพียงแค่ไม่ถึง 5 นาที สิ่งที่โจบยองมันต้องการก็ถูกส่งมายังมือถือของทนายหนุ่ม โจบยองมันรับมือถือมาส่งให้มินโฮ พลางบอกว่า

 

 

            “รถคันนั้นเป็นรถของบริษัท ฉันตัดสินใจติดตั้งเครื่องติดตามรถทุกคันอย่างลับๆ เพื่อจะได้รู้ว่ารถไปไหนบ้าง แผนที่บอกว่ารถคันนี้จอดอยู่อยู่ที่นี่”

 

            “ขอบคุณครับ” ซงมินโฮรับมากดดู และถามเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม “พิกัดใน GPS นี่บอกว่าอยู่ที่จังหวัดคังวอน ที่นั่นเกี่ยวข้องอะไรกับคุณ หรือลูกสาวหรือเปล่าครับ”

 

            “บ้านยายของฮยอนอาอยู่ที่นั่น ตอนเขายังเล็กๆ ฉันทำงานยุ่ง ฮยอนอาเลยอยู่กับยายตลอดหลังจากที่แม่เสีย พอยายเสีย ฉันถึงไปรับลูกกลับมา”

 

            “ขอบคุณครับ”

 

            “สารวัตร”

 

 

            แม้ว่าจะมีสีหน้าเคร่งเครียด แต่โจบยองมันยังยิ้มได้หน่อยหนึ่ง เมื่อเห็นซงมินโฮกับอีซึงฮุนหันไปพร้อมกัน เพราะไม่รู้ว่าโจบยองมันเรียกใครกันแน่

 

 

            “ฉันหมายถึงสารวัตรทั้งคู่นั่นแหละ ช่วยพาฮยอนอากลับมา เธอทำผิด เธอก็ควรจะได้รับโทษ แต่รับปากฉันด้วยว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกคุณจะจับเป็นเธอ”

 

            “ครับ” อีซึงฮุนเป็นคนรับคำ ส่วนมินโฮทำเพียงแค่โค้งรับเงียบๆ

 

 

            กำลังตำรวจกว่า 10 นายขับรถตำรวจออกจากสถานีมาโป ตรงไปตามแผนที่ที่ได้มาจากโจบยองมัน ในรถที่นำทางไปมีอีซึงฮุนเป็นคนขับ และซงมินโฮเป็นคนนั่งข้างๆ นายตำรวจรุ่นพี่หันมองหน้าซงมินโฮ ก่อนจะพูดอย่างให้กำลังใจ

 

 

            “อย่ากังวลเลย คุณซึงยูนต้องไม่เป็นอะไรแน่”

 

            “ผมก็หวังว่าอย่างนั้น” ซงมินโฮตอบเบาๆ

 

 

 

           

            รถตำรวจหลายคันแล่นไปตามถนนหลวง แข่งกับเวลาที่งวดเข้ามา เพราะทุกๆ นาทีหมายถึงความปลอดภัยของชีวิตตัวประกันอย่างคังซึงยูน

 

 

 

 

            หญิงสาวบันดาลโทสะลั่นไกปืนตอนที่ซึงยูนบอกไปว่าให้สร้อยเพชรกับตำรวจไปแล้ว กระสุนพุ่งไปถูกกระจกหน้าต่างจนแตกกระจาย โจฮยอนอากรีดร้องด้วยความเครียดก่อนจะเตะซึงยูนหลายทีจนชายหนุ่มหมดสติ ทั้งที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่แรงของฮยอนอากลับมีมากกว่าที่ซึงยูนคิด

 

 

หลังจากที่ฟื้นขึ้นมา ซึงยูนจุกจนหายใจแทบไม่ออกเพราะโจฮยอนอาเตะเข้าที่ชายโครงอย่างแรงอีกทีเพื่อระบายความโกรธ

 

 

            “ในกล่องเครื่องเพชร มีอะไรหรือเปล่า” ฮยอนอากระชากคอเสื้อซึงยูนขึ้นมาถาม “บอกมาสิว่ามันมีอะไรในนั้นไหม พูดสิ ฉันบอกให้พูด”

 

            “ไม่ .. ไม่มี”

 

            “จะไม่มีได้ยังไง นังอึนยองบอกว่ามีหลักฐานทุกอย่างอยู่ในนั้น”

 

            “ไม่มีจริงๆ”

 

 

            ซึงยูนพูดกระท่อนกระแท่นเพราะความเจ็บร้าวที่แล่นไปทั่วร่าง ชายหนุ่มพยายามร้องขอความเห็นใจจากหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

 

 

            “คุณปล่อยผมไปเถอะ ผมจะไม่บอกใคร”

 

            “ปล่อยเหรอ ปล่อยงั้นเหรอ” ฮยอนอาถามเสียงแหลม “แกคิดว่าฉันฆ่าคนตายมาสองคนแล้ว ฉันจะปล่อยแกง่ายๆ งั้นเหรอ”

 

            “คุณ ... ฆ่าคุณจีซูด้วยเหรอ”

 

            “ใช่ ตอนที่มันยอมบอกว่ามันส่งเครื่องเพชรไปให้ใคร มันเห็นหน้าฉันแล้ว ฉันปล่อยมันไปไม่ได้หรอก แกก็เหมือนกัน”

 

            “คุณฮยอนอา คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลยนะ” ซึงยูนพยายามถ่วงเวลาต่อรอง “ผมจะไม่บอกใครหรอก และที่จริงอึนยองรักคุณนะ”

 

            “รักเหรอ” ดวงตาของฮยอนอาฉายแววเกลียดชังลึกซึ้งจนซึงยูนสะท้านไปทั้งร่าง “รู้หรือเปล่า ว่าเพื่อนแกน่ะ ทำยังไงกับฉัน ฉันทุ่มเทให้มันทุกอย่าง ทั้งเงิน ทั้งความรัก ฉันยอมทิ้งทุกอย่างได้ แล้วจะพามันหนีไปอยู่เมืองนอกด้วยกัน แต่ดูสิ่งที่มันทำกับฉัน มันปล่อยให้ตัวเองท้องกับพ่อฉัน มันบอกฉันว่ายังไงรู้ไหม มันบอกว่ามันจะไม่เอาเด็กออก มันจะอยู่กับพ่อฉัน มันจะปล่อยให้ฉันไปแต่งงานกับไอ้สวะที่พ่อฉันเลือกให้ นังอึนยองแค่หลอกจะเอาเงินฉัน!

 

           

            โจฮยอนอาตะคอก แล้วเดินออกจากห้องนั้นไป ซึงยูนได้ยินเสียงเปิดและปิดประตูรถ หลังจากนั้นหญิงสาวก็กลับเข้ามาด้านในพร้อมกับเชือกไนล่อนเส้นหนา ลมเย็นๆ พัดกรูเข้ามาเพราะหญิงสาวเปิดประตูทิ้งไว้ ฮยอนอาใช้เก้าอี้เก่าๆ ยืนขึ้นไปผูกเชือกทำเป็นเงื่อนไว้สำหรับคล้องคอ ซึงยูนรู้สึกเหมือนจะหยุดหายใจ เพราะรู้แล้วว่าหญิงสาวกำลังวางแผนอะไรอยู่

 

 

            “รู้อะไรไหม ตอนเด็กๆ ฉันอยู่บ้านนี้กับยายตลอดเลย ยายฉันตายในบ้านนี้แหละ วันหนึ่งเราเข้านอนพร้อมกัน แล้วตอนเช้ายายก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย แกก็ผูกคอตายอยู่ในบ้านนี้ไปเถอะ ปกติไม่มีใครผ่านมาแถวนี้อยู่แล้ว กว่าใครจะมาเจอ แกก็คงเหลือแต่กระดูกไปแล้ว”

 

 

            หญิงสาวเดินมานั่งย่อตัวข้างซึงยูน ก่อนจะกระชากคอเสื้อของชายหนุ่มเผื่อบังคับให้ลุก แต่จังหวะที่หญิงสาวไม่ทันระวังตัว ซึงยูนก็ดันตัวขึ้นใช้ศีรษะกระแทกใบหน้าโจฮยอนอาอย่างแรง หญิงสาวร้องกรี๊ดด้วยความเจ็บ เลือดกำเดาสดๆ ไหลออกจากจมูกข้างหนึ่งของเธอ ซึงยูนเองก็ตาพร่าแต่พยายามดันตัวขึ้นยืน และใช้เท้าลากปืนที่ฮยอนอาทำตกไว้ และลากมันไปจนถึงหน้าประตูที่เปิดอยู่  แล้วออกแรงเตะมันกระเด็นหายไปในความมืดก่อนจะออกวิ่ง

 

 

            “หยุดนะ ฉันบอกให้แกหยุด!

 

 

โจฮยอนอาตะโกน เมื่อเห็นซึงยูนวิ่งออกจากบ้านไปท่ามกลางความมืด แต่แรงกระแทกจังๆ ที่หน้าผากและจมูก ทำให้หญิงสาวเจ็บจนลุกไม่ไหวอยู่นานหลายนาที

 

 

ซึงยูนวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เขาวิ่งไปข้างหน้าทั้งที่มือโดนมัดไพล่หลัง และจุกที่ชายโครง แต่กัดฟันวิ่งต่อทั้งที่เท้าเปล่าถูกหินตำจนเจ็บระบม ซึงยูนเกือบหมดแรงแล้ว แต่เขายังไม่ยอมหยุด เพราะเห็นแสงไฟจากถนนใหญ่อยู่ข้างหน้าไม่ไกล และเมื่อหันไปมองก็เห็นแสงไฟจากรถของโจฮยอนอาสาดตามมาจากด้านหลัง ซึงยูนเร่งฝีเท้าสุดแรง วิ่งออกมาจากซอยแคบๆ รกๆ สู่ถนนใหญ่ที่เป็นถนนตัดผ่านเมือง แสงไฟจากหน้ารถที่แล่นมาบนถนนทำให้ซึงยูนต้องหยีตา ก่อนที่จะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่ารถที่วิ่งมาบนถนนจอดสนิทแล้ว

 

 

ซงมินโฮเปิดประตูวิ่งลงมาจากรถที่จอดสนิท และคว้าตัวซึงยูนไว้

 

 

โจฮยอนอาเห็นรถตำรวจจอดเต็มถนน จึงตัดสินใจเร่งเครื่องเลี้ยวไปอีกทางที่ไม่มีรถขวาง มินโฮจึงดึงซึงยูนหลบเข้าข้างทาง ส่วนซึงฮุนลงกระจกลงเพื่อติดไซเรนบนหลังคารถยนต์ที่ขับมา แล้วสั่งสิบตรีน้องเล็กของหน่วยขึ้นนั่งประจำตำแหน่งคนขับ ระหว่างที่มินโฮพยายามตัดสายพลาสติกที่รัดข้อมือของซึงยูนออก

 

 

“นายเรียกรถพยาบาลพาคุณซึงยูนไปโรงพยาบาลเลย เดี๋ยวพี่ตามไปเอง” ซึงฮุนเปิดกระจกร้องสั่ง

 

 

รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งเครื่องตามรถกลางเก่ากลางใหม่ที่ฮยอนอาขับไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเสียงไซเรนเงียบ สารวัตรอีก็เปิดกระจกและใช้เครื่องขยายเสียงสั่งคนขับรถคันหน้า

 

 

“รถยนต์ทะเบียน อา-74038 โซล กรุณาจอดข้างทาง และลงจากรถด้วยครับ”

 

 

โจฮยอนอาตบพวงมาลัยรถระบายอารมณ์เมื่อได้ยินเสียงประกาศ และเห็นรถตำรวจตามมาเป็นพรวนข้างหลัง หญิงสาวกรีดร้อง และนึกโมโหว่าควรจะฆ่าคังซึงยูนตั้งแต่อยู่ที่คอนโด เธอไม่ควรจับตัวหมอนั่นมาเลย แผนทุกอย่างที่เธอวางไว้อย่างรัดกุมกลับผิดพลาดเพียงเพราะการตัดสินใจแค่ครั้งเดียว

 

 

“รถยนต์ทะเบียน อา-74038 โซล กรุณาปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ จอดข้างทาง และลงจากรถด้วยครับ”

 

 

อีซึงฮุนประกาศซ้ำแต่แทนที่โจฮยอนอาจะยอมทำตาม ฝ่ายนั้นกลับเร่งความเร็ว ทำให้สิบตรีน้องเล็กที่เป็นคนขับต้องเร่งความเร็วตาม พระอาทิตย์เริ่มเรื่อเรืองตรงขอบฟ้าขับไล่ความมืดทำให้เห็นว่าถนนเส้นนี้ตัดผ่านทุ่งนากว้างทั้งสองฝั่งถนน สารวัตรอีประเมินแล้วว่าไหล่ทางไม่ได้สูงจนเกิดอันตราย และไม่มีเสาไฟฟ้า หรือต้นไม้ใหญ่ที่รถคันหน้าอาจจะพุ่งชน

 

 

พระอาทิตย์ลอยขึ้นบนฟ้าเป็นสัญญาณของวันใหม่ และอีซึงฮุนก็ตัดสินใจยื่นแขนออกไปนอกรถพร้อมกับอาวุธปืนประจำตัว และเล็งที่ล้อหลังของรถที่ขับอยู่ข้างหน้า ก่อนจะลั่นไกโดยมีเป้าหมายที่ล้อรถ หลังเสียงยางระเบิด รถยนต์คันหน้าสั่นอย่างแรงเพราะเสียการควบคุม ซึงฮุนจึงหันไปสั่งสิบตรีน้องเล็กให้ชะลอความเร็วลง

 

 

 

 

รถของโจฮยอนหมุนคว้างอยู่สองรอบก่อนจะเสียหลักพุ่งลงไหล่ทาง หญิงสาวที่สารวัตรอีต้องการตัว ติดอยู่ในรถที่ถุงลมนิรภัยทำงาน

 

 

 

 

โจฮยอนอาถูกนำตัวเข้าห้องสอบสวน หลังจากที่ได้รับการทำแผลแตกที่หางคิ้ว และใส่ผ้าคล้องแขนซ้ายไว้ ซึ่งทั้งหมดเป็นอาการบาดเจ็บจากการที่รถเสียหลักพุ่งลงไหล่ทาง รวมทั้งได้รับการปฐมพยาบาลแผลฟกช้ำบนใบหน้าที่เกิดจากแรงกระแทกของซึงยูนด้วย

 

 

ดวงตากลมโตแดงก่ำเพราะอาการอดนอน แต่ฉายแววเย็นชาอย่างปิดไม่มิด

 

 

ซงมินโฮวางภาพถ่ายหลายภาพลงตรงหน้าหญิงสาว โจฮยอนอาไม่เมินหน้าหนีเมื่อเห็นภาพถ่ายสภาพศพของคิมอึนยอง และจีซูทั้งที่เป็นภาพที่ค่อนข้างน่ากลัว แต่เมื่อมินโฮวางภาพถ่ายอีกหลายภาพที่ได้จากไมโครเอสดีการ์ดของคิมอึนยอง ทั้งหมดเป็นภาพคู่ของฮยอนอาและผู้ตายในลักษณะที่เป็นภาพของคู่รัก หญิงสาวเมินหน้าหนี และนิ่งเงียบจนซงมินโฮต้องตั้งคำถาม

 

 

“คุณโจฮยอนอา คุณรู้จักกับผู้ตายทั้ง คนในภาพใช่ไหมครับ”

 

 

หญิงสาวนิ่งเงียบ ไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาทั้งทางสีหน้า และแววตา ซงมินโฮกำลังจะตั้งคำถามซ้ำ แต่ประตูห้องสอบสวนเปิดออก และทนายความซึ่งเป็นเลขานุการของโจบยองมันก็เข้ามานั่งข้างหญิงสาวก่อนจะพูดกับสารวัตรหนุ่มที่ทำหน้าเครียด

 

 

“ผมเป็นทนายความของคุณโจฮยอนอา ผมขอพูดคุยกับลูกความของผมตามลำพังครับ สารวัตรซงช่วยปิดไมโครโฟน และกล้องทั้งหมดด้วยนะครับ”

 

“ก็ได้ครับ เป็นไปตามสิทธิของผู้ต้องหา”

 

 

สารวัตรหนุ่มตั้งท่าจะเดินออกจากห้องด้วยความหงุดหงิด แต่เสียงเบาๆ ของหญิงสาวขัดขึ้นทำให้ทุกคนในห้อง และอีซึงฮุน โจบยองมัน กับผู้กำกับการสถานีมาโปที่ยืนดูอยู่อีกฟากห้องสอบสวนพากันจ้องหญิงสาวตาไม่กระพริบ

 

 

“สารวัตรนั่งลงเลยค่ะ ฉันจะสารภาพเอง”

 

“คุณฮยอนอาครับ” ทนายหนุ่มพยายามขัด แต่หญิงสาวหันมองหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

“ออกไป” ใบหน้าของหญิงสาวเชิดขึ้นอย่างถือดี และพูดอย่างไม่ไว้หน้าใคร “ฉันบอกให้ไปไง ไสหัวไปเลย”

 

 

ทนายความไม่ยอมลุกขึ้นไป โจฮยอนอาจึงหันไปทางกระจกอีกฝั่งของห้องสอบสวน และพูดด้วยท่าทางเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

 

 

“พ่อ บอกทนายของพ่อให้ออกไปเดี๋ยวนี้นะ”

 

 

เพียงไม่ถึงอึดใจทนายความก็ได้รับข้อความทางโทรศัพท์ และฝ่ายนั้นก็คว้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องสอบสวนไป ซงมินโฮจึงนั่งลงทีเดิม ก่อนจะเริ่มตั้งคำถามอีกครั้ง

 

 

“คุณบอกว่าคุณจะสารภาพ คุณจะสารภาพเรื่องอะไรครับ”

 

“ทั้งหมด” โจฮยอนอาพูด “ฉันเป็นคนฆ่าอึนยอง ฆ่าเด็กช่างทำเล็บนั่นเอง”

 

“คุณรู้ใช่ไหมครับ ว่าสิ่งที่คุณพูด จะถูกนำไปใช้เพื่อเป็นคำให้การของคุณในชั้นศาล” สารวัตรหนุ่มเตือน เมื่อเห็นหญิงสาวยิ้มเยาะไปทางกระจกที่กั้นห้องสอบสวนกับห้องที่ใช้สังเกตการณ์

 

“รู้สิ คุณตำรวจ ฉันต้องการให้ลงข่าวให้กระฉ่อนไปทั้งเมืองเลยด้วย จะมีอะไรน่าสนุกเท่ากับลูกสาวเจ้าพ่อธุรกิจหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ เป็นชู้กับเมียเก็บของพ่อตัวเอง แล้วยังฆ่าคนตายอีกตั้ง ศพ”

 

 

ซงมินโฮนิ่ง และประเมินสภาพจิตใจของหญิงสาว โจฮยอนอาไม่ได้มีท่าทางกดดันจนพูดเรื่องต่างๆ ออกมาเพื่อประชดประชันผู้เป็นพ่อ แต่หญิงสาวกลับดูสงบ และใจเย็นกว่าตอนที่มีทนายอยู่ในห้อง

 

 

“ตอนแรกฉันไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับอึนยอง เธอเป็นเมียเก็บคนที่เท่าไหร่ของพ่อไม่รู้สิ ฉันไม่ได้นับ” หญิงสาวเบะริมฝีปากเป็นเชิงเหยียดน้อยๆ ก่อนจะพูดต่อ “แต่เราคบกันจริงจัง ฉันก็รู้ตัวว่าฉันรักอึนยองมาก แล้วก็รู้ด้วยว่าอึนยองลำบากมากสมัยก่อน ฉันสงสารแล้วก็ไม่อยากให้เธออยู่ในสภาพเมียน้อยของพ่ออีก ฉันเลยคิดว่าอยากจะพาเธอหนีไปด้วยกัน ฉันสั่งทำพาสปอร์ตปลอมของฉันกับอึนยองไว้ เปิดบัญชีเงินสดที่ใช้ชื่อปลอมนั่นเอาไว้ด้วยเผื่อเราต้องใช้ แต่ทุกอย่างพังหมด”

 

“คุณอึนยองบอกไว้ในจดหมายว่าคุณทำร้าย และขู่ฆ่าเธอ เพราะเธอท้อง” มินโฮยื่นกระดาษสำเนาจดหมายของคิมอึนยองให้อีกฝ่ายดู “คุณทำจริงหรือเปล่าครับ”

 

“ฉันทำเอง” โจฮยอนอาพูดโดยไม่มีสีหน้าสำนึกผิด “เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของพ่อฉัน มันเริ่มต้นเพราะเขาทำลายชีวิตฉัน เขาไม่รู้หรอกว่าฉันคบอึนยอง แต่เขาแค่จะใช้ฉันเป็นหมากทางธุรกิจให้ฉันแต่งงานกับไอ้เฮงซวยนั่น”

 

 

ฮยอนอายกมือขึ้นปิดปากและทำท่าเหมือนจะอาเจียน มินโฮรีบหยิบถังขยะไปยื่นให้เธออาเจียน แต่ฮยอนอาปฏิเสธ ใบหน้าที่ดูเย็นชาอยู่เป็นนิตย์บิดเบี้ยวด้วยอารมณ์ทั้งโศกสลด และชิงชัง ฮยอนอารวบรวมสติอยู่หลายนาทีก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

 

 

“ไอ้ผู้ชายที่พ่อฉันจะจับฉันแต่งงานด้วย มันอ้างว่าไหนๆ ฉันกับมันก็ต้องแต่งงานกันอยู่ดี” ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอเมื่อพูด “มันตบตีฉันที่ฉันไม่ยอมนอนกับมัน แล้วมันก็ข่มขืนฉัน ฉันทั้งเจ็บตัว ทั้งเจ็บใจ ฉันไปบอกพ่อฉันว่ามันทำอะไรกับฉันบ้าง แล้วคุณรู้ไหม ว่าคนคนเดียวที่ฉันคิดว่าจะปกป้องฉันพูดว่ายังไง พ่อพูดกับฉันว่า ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ยังไงก็จะแต่งงานกันแล้วแท้ๆ”

 

 

อีซึงฮุนแอบเหลือบมองชายเจ้าของบริษัทหนังสือพิมพ์ ใบหน้าของโจบยองมันตึงเครียด แต่ซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด สารวัตรหนุ่มเห็นชายสูงวัยขบกรามแน่นเมื่อโจฮยอนอาร้องไห้ และใช้เล็บจิกใบหน้าตัวเอง จนมินโฮต้องลุกขึ้นไปห้าม

 

 

“หลังจากวันนั้น ฉันไปบอกอึนยองให้หนีไปกับฉัน” โจฮยอนอารวบรวมสติและเล่าต่อ “แต่อึนยองบอกว่า เธอคิดว่าเธอท้อง ฉันเลยลงไม้ลงมือกับเธอ เราทะเลาะกันทุกครั้งที่ฉันบังคับให้เธอไปตรวจให้แน่ว่าท้องหรือเปล่า แล้วเราจะเอาเด็กออก และหนีไปด้วยกัน แต่เธอไม่ยอมไป แถมยังขู่ว่าจะสารภาพเรื่องนี้กับพ่อ”

 

“พอคุณอึนยองไม่ตรวจ คุณเลยวางแผนฆ่าเธอเหรอครับ”

 

“เปล่า ฉันไม่ได้วางแผนฆ่าอึนยอง แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องกับไอ้ชาติชั่วนั่น ฉันนอนไม่หลับเลยสักวัน ทั้งๆ ที่กินยานอนหลับ ยาคลายเครียด แต่ฉันก็นอนไม่ได้เลย วันนั้นเพิ่งกลับมาจากหาจิตแพทย์ แล้วก็เห็นรถพ่อจอดอยู่ ฉันรอจนแน่ใจว่าพ่อกลับไปแล้ว ถึงได้ไปหาอึนยองที่ห้อง เราทะเลาะกันเรื่องเดิมๆ อึนยองเลยบอกว่า เธอบอกพ่อไปแล้วว่า เธอท้อง และพ่อจะรับเธอกับลูกในท้องไปเลี้ยงดู วันนั้นฉันอารมณ์ไม่ดีมากอยู่แล้วเพราะไม่ได้นอน อึนยองก็ยังบอกว่า ให้ฉันตัดใจเรื่องที่จะหนี เพราะเธอตั้งท้องแล้ว ยังไงๆ เธอก็ไม่หนีไปแน่ ที่จริงทุกครั้งถ้าฉันโมโห อึนยองจะเงียบ แต่ครั้งนั้นเธอกวนโมโหฉันมาก ฉันเลยหยิบมีดมาขู่เธอ อึนยองเลยกดโทรศัพท์จะโทรออกแต่เพราะเห็นฉันถือมืดเธอเลยยอมวางสาย”

 

 

ซงมินโฮพยักหน้ารับ และนึกถึงที่ว่าเบอร์มือถือของซึงยูนเป็นเบอร์สุดท้ายที่คิมอึนยองโทรออก สารวัตรหนุ่มจ้องหน้าโจฮยอนอา หญิงสาวเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นต่ออย่างละเอียด

 

 

“ตอนนั้นอึนยองพยายามร้อง ฉันเลยจับเธอลากไปมัดไว้บนเตียง” ฮยอนอามองหน้าซงมินโฮที่ทำหน้าไม่เชื่อถือ หญิงสาวจึงพูดต่อ “ฉันเล่นเทควันโดแบบจริงจังนะคุณสารวัตร อึนยองสู้แรงฉันไม่ได้หรอก เธอตัวเล็กกว่ามาก ตอนนั้นอึนยองคงโกรธ เธอด่าฉันหลายอย่าง และบอกว่า เธอแค่จะหลอกเอาเงินฉันเท่านั้น ฉันมันหน้าโง่ ตอนนั้นฉันโมโหมาก เลยใช้มีดกรีดเนื้อตัวเธอ อึนยองกรีดร้องเสียงดังฉันเลยมัดปากเธอไว้ พอฉันเริ่มหายโมโหก็เลยแก้มัดปากให้ แต่อึนยองบอกว่า ต่อให้ฉันฆ่าเธอให้ตาย เรื่องของฉันกับเธอก็ต้องถูกเปิดเผยอยู่ดี เพราะเธอส่งสร้อยเพชรที่ฉันซื้อพร้อมหลักฐานให้ไปให้เพื่อนเธอแล้ว เธอฝากเด็กที่ร้านทำเล็บที่ชื่อจีซูส่งไป ฉันโกรธมากเลยมัดปากอึนยองอีกหน แล้วก็ปาดคอเธอ แล้วก็แทงไปที่อกเธอหลายแผลจนความโกรธในใจฉันมันหมดลง พอหายโกรธ อึนยองก็ตายแล้ว”

 

 

สารวัตรหนุ่มถอนใจ และมองใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยบาดแผลของฮยอนอา ฝ่ายนั้นมองกลับมา และยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ

 

 

“จิตแพทย์ที่ดูแลบอกว่าฉันเป็นโรคเครียด และฉันมีปัญหาเรื่องที่ควบคุมความโกรธไม่ได้ ฉันยอมรับว่าฉันทำลงไปเพราะบันดาลโทสะจริง แต่คุณจะเกลียดฉันไหม ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่เสียใจที่ฆ่าอึนยอง เพราะอึนยองสมควรตายแล้ว เพราะฉันทุ่มเทความรักทั้งหมดที่ฉันมีให้เธอ แต่เธอกลับหลอกใช้ฉัน”

 

“แล้วจีซูล่ะครับ ฆ่าเธอทำไม” ซงมินโฮไม่ตอบแต่ตั้งคำถามขึ้นแทน ฮยอนอาตอบเรื่อยๆ เหมือนเล่าเรื่องทั่วไป

 

“ฉันตามเด็กนั่น ตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าอึนยองให้เครื่องเพชรไป ฉันคิดว่าเครื่องเพชรอาจจะยังอยู่ที่เด็กนั่น วันที่สบโอกาสคือวันที่ประตูทางเข้าหอพักนั่นเสีย ฉันตามไปที่ห้อง ประตูเป็นลูกบิดธรรมดา สะเดาะไม่กี่นาทีก็เปิดได้ พอเข้าไปเด็กจีซูนั่นก็กลัวลนลาน เพราะฉันถือปืนไปด้วย แล้วมันก็สารภาพหมดเปลือกว่า ส่งของไปให้เพื่อนของอึนยองที่ชื่อคังซึงยูนแล้ว ฉันไม่ได้อยากฆ่าหรอกนะ แต่เด็กนั่นเห็นหน้าฉันแล้ว ฉันเลยต้องจัดการ พอลองค้นห้องดูก็ไม่มีอะไรเลยจริงๆ”

 

“หมายความว่า คุณคือคนที่ไปค้นห้องคุณคังซึงยูนด้วย ใช่ไหมครับ”

 

“ใช่ ฉันทำเอง” โจฮยอนอายิ้มเหมือนเป็นเรื่องตลก “สารวัตรอีกคนน่ะ วิ่งเร็วใช้ได้เลยนะ วันนั้นฉันเกือบถูกจับได้แล้ว แต่เมื่อคืนนี้ ฉันตามคังซึงยูนไปห่างๆ จนแน่ใจว่าเขามาอยู่ที่คอนโดของเพื่อนที่เป็นเซลล์แมน ฉันรู้เลขห้อง เพราะอึนยองจดไว้ในสมุด ฉันเปิดอ่านดูแล้วตอนที่หมอนั่นไปติดเครื่องกรองน้ำให้ ที่จริงฉันควรจะฆ่าซึงยูนให้สิ้นเรื่อง ในเมื่อไม่มีกล่องเครื่องเพชร ก็ไม่มีประโยชน์ แต่ฉันแค่คิดว่าเขามี”

 

 

คนฟังอย่างสารวัตรซงขบกรามแน่น เพื่อข่มอารมณ์ไม่ให้ลุกขึ้นไปบีบคอหญิงสาวที่พูดราวกับว่าการฆ่าคนเป็นเรื่องง่ายๆ เหมือนตบแมลงวันให้ตายไป สารวัตรซงกดบันทึกการให้ปากคำของหญิงสาว พลางเรียกสิบตรีน้องเล็กเข้ามาสั่งให้ช่วยเตรียมเอกสารเพื่อทำสำนวนคดีส่งอัยการและเตรียมเอกสารทำเรื่องฝากขัง ก่อนจะหันไปพูดกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

 

“คุณอาจจะไม่รู้สึกผิดที่ฆ่าคนตายไป คน และพยายามฆ่าอีกคน” โจฮยอนอามองหน้าซงมินโฮ และสารวัตรหนุ่มก็ไม่หลบตา “แล้วคุณก็คงคิดว่าตัวเองน่าสงสารมากที่เจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ แต่ชีวิตของคน คนที่คุณฆ่าทิ้งไปก็เจอเรื่องเลวร้ายมาเหมือนกัน คิมอึนยองพลาดโอกาสเข้าเรียนมหาวิทยาลัยทั้งที่เธอเรียนเก่ง ส่วนจีซู เป็นเด็กสาวที่ทำงานหนักวันละ ที่จนแทบไม่มีเวลานอน อดทนอยู่ห้องเล็กเท่ารูหนู เพื่อจะได้ส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่ต่างจังหวัด ผมไม่แปลกใจเลยที่คิมอึนยองเลือกที่จะตีจากคุณไป เพราะคุณไม่เคยนึกถึงใครเลยนอกจากตัวเอง หลังจากนี้คุณคงมีเวลาอีกหลายสิบปีในคุกไว้ให้ได้คิดถึงตัวเองอย่างเดียวแล้วล่ะ”

 

 

 

 

โจฮยอนอาขว้างขวดน้ำใส่ด้วยความโกรธ แต่สารวัตรหนุ่มหลบทัน และอีกฟากของห้องสอบสวน โจบยองมันทรุดนั่งลงอย่างหมดแรงบนเก้าอี้ มองลูกสาวที่อาละวาดจนต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายช่วยกันจับ และชายเจ้าของบริษัทหนังสือพิมพ์ดูแก่ขึ้นหลายปีภายในเวลา วันที่ผ่านมา

 

 

 

 

วันที่ 3 ของการพักรักษาตัวอยู่ในห้องพิเศษของโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยกระเช้าดอกไม้ กระเช้าของเยี่ยมจากคนใหญ่คนโตในบริษัทที่ทำงาน เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อสำหรับซึงยูน เพราะจู่ๆ เลขานุการฝ่ายการตลาด บริษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพมุนฮวาที่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจนัก กลับได้รับโทรศัพท์สายตรงจากผู้บริหารใหญ่ รวมถึงนักข่าวชื่อดังของช่องที่ซึงยูนทำงานอยู่

 

 

ทุกคนอวยพรให้ซึงยูนฟื้นตัวไวๆ และต่างก็กำชับซึงยูนว่าห้ามให้ข่าวกับสำนักข่าวไหน นอกจากทางช่องเท่านั้น

 

 

แม่ของซึงยูนมาจากปูซานเฝ้าไข้ลูกชายที่แพทย์วินิจฉัยว่า ซึงยูนไม่ได้มีส่วนไหนกระทบกระเทือนนอกจากกล้ามเนื้อบริเวณช่องท้อง กับแถวซีโครงมีอาการฟกช้ำ และกล้ามเนื้ออักเสบ เท้าทั้งสองข้างมีแผลลึกจากหินตำ ทำให้ซึงยูนได้แต่กินๆ นอนๆ อยู่บนเตียงที่โรงพยาบาลมาตลอดหลายวัน

 

 

ข่าวในโทรทัศน์ที่เปิดไว้เป็นเรื่องการจับกุมโจฮยอนอา ฆาตกรที่ฆ่าหญิงสาวในห้องพักย่านซังอัมดง และฆ่าอีกหนึ่งศพในยางชอนกู รวมทั้งพยายามฆ่าชายหนุ่มที่ไม่เปิดเผยนามอีกหนึ่งคน ทุกครั้งที่มีข่าวนี้ แม่ของซึงยูนจะถอนหายใจอย่างเศร้าๆ และพึมพำสวดอธิษฐานขอให้พระเจ้ามอบความรักให้กับโจฮยอนอา จนลูกชายต้องขำอยู่หลายครั้ง

 

 

“แม่ อธิษฐานให้คนที่ทำลูกแม่เจ็บขนาดนี้เหรอ” ซึงยูนแซวขำๆ และหยิบสาลี่ที่แม่ปอกไว้ให้เข้าปาก “เป็นแม่คนอื่นนี่คงวิ่งไปตีหัวคนที่ทำลูกชายเจ็บแล้ว”

 

“โธ่ ซึงยูน ลูกไม่คิดว่าเด็กคนนั้นน่าสงสารเหรอ”

 

“แล้วลูกแม่ไม่น่าสงสารเหรอ”

 

“ลูกแม่น่าสงสารที่ต้องเจ็บแบบนี้ แต่พระเจ้าจะอวยพรให้ลูกของแม่แข็งแรงโดยเร็ว” แม่ของซึงยูนลูบผมยุ่งๆ ของลูกชาย “แต่เด็กคนนั้นน่าสงสารจริงๆ เขาคงโดดเดี่ยวมากจนจิตใจมืดบอดคิดถึงแต่ตัวเองแบบนั้น”

 

 

คังซึงยูนไม่เถียงต่อ และปล่อยให้แม่สวดอธิษฐานให้โจฮยอนอาต่อโดยไม่พูดอะไร นอกจากคิดว่า เรื่องยุ่งยากซับซ้อนทั้งหมดนี้ มีปมเล็กๆ เพียงแค่จุดเดียวคือความคิดในใจของคนเรา คิมอึนยอง โจฮยอนอา หรือจีซู ต่างก็มีความคิด มีความรู้สึก มีเหตุผลของตัวเองกันทุกคน

 

 

 

 

อยู่ที่ว่า ต่างคน ต่างมองเห็นในมุมของตัวเองก็เท่านั้น

 

 

 

 

ชีวิตของคังซึงยูน เกือบ’ จะกลับเข้าที่เหมือนที่มันเคยเป็นมาก่อนการตายของอึนยอง แต่ในระหว่างที่ทุกอย่างกำลังเข้าที่เข้าทาง ซึงยูนก็ต้องไปให้ปากคำในฐานะที่ถูกโจฮยอนอาลักพาตัวไปกักขังหน่วงเหนี่ยว และทำร้ายร่างกาย โดยซึงยูนต้องไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ และไปศาลตามนัดเพื่อเป็นทั้งพยานในคดีของคิมอึนยอง และเป็นโจทก์ในคดีของตัวเอง

 

 

ระหว่างนั้นซึงยูนได้พบสารวัตรซง แต่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะพูดคุยกัน

 

 

คดีของโจฮยอนอาไม่ยืดเยื้อ เพราะเป็นคดีใหญ่ที่ทั้งประเทศจับตามอง ในระหว่างที่คดีดำเนินไปในชั้นศาล โจบยองมันก็ประกาศขายหุ้นของหนังสือพิมพ์ให้นักลงทุนเจ้าอื่น พร้อมทั้งลาออกจากทุกตำแหน่งในบริษัท ทั้งก็ยังส่งทนายมาช่วยสู้คดีให้ลูกสาว แต่โจฮยอนอาเองกลับไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ทำให้ศาลสูงพิพากษายืนลงโทษจำคุก 25 ปี เนื่องจากฮยอนอารับสารภาพ และมีโทษค่าปรับเป็นเงินทดแทนให้ครอบครัวของเหยื่อ รวมทั้งซึงยูนด้วย

 

 

เมื่อคดีจบลง ชีวิตของซึงยูนก็กลับเข้าสภาวะเดิมอย่างสมบูรณ์ เขากลับมาเป็นเลขานุการฝ่ายการตลาด บริษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพมุนฮวาที่โดนทั้งเพื่อนร่วมงาน และเจ้านายจิกใช้เหมือนเดิม มีหลายครั้งที่ซึงยูนอยากลองกดโทรศัพท์ไปหาสารวัตรหนุ่มที่รับผิดชอบคดี แต่ก็ไม่ได้โทรออกไป เพราะนึกภาพไม่ออกว่าตัวเองควรจะพูดอะไรถ้าหากฝ่ายนั้นรับสาย

 

 

เย็นวันนี้ก็เหมือนทุกๆ วันที่เคยเป็นมา ซึงยูนเบียดเสียดอยู่ในลิฟต์โดยสารที่เต็มไปด้วยพนักงานในตึกที่เลิกงานพร้อมๆ กัน เลขาหนุ่มเหลือบไปเห็นร้านกาแฟในตึกที่เคยซื้อไปฝากคุณสารวัตรกำลังถูกรื้อออก เพราะหมดสัญญาเช่า พลางนึกในใจว่าทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาของมัน

 

 

ลมฤดูใบไม้ผลิพัดระต้นไม้หน้าตึก ทำให้สาวๆ พนักงานหลายคนหยุดถ่ายรูปต้นไม้ที่ผลิดอกสีสันสดใส และซึงยูนเองก็ชะงักค้างเมื่อก้าวออกมาด้านหน้าตึก ไม่ใช่เพราะดอกไม้ที่พากันพร้อมใจบานรับฤดูใบไม้ผลิ แต่เป็นเพราะชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าตึก

 

 

ซึงยูนหลุดหัวเราะออกมา เพราะคุณสารวัตรซงยืนทำหน้านิ่งๆ แต่ในมือของสารวัตรหนุ่มถือกล่องทาร์ตผลไม้ร้านที่ซึงยูนเคยซื้อไปฝากตอนทำคดีอึนยองเอาไว้ ฝ่ายนั้นหันมาเห็นซึงยูน และทำหน้างอเมื่อซึงยูนขำไม่เลิก

 

 

“ขำอะไรขนาดนั้น” สารวัตรซงถามแล้วยื่นกล่องขนมให้ “นี่ ผมซื้อมาฝาก”

 

“ขอบคุณครับ ผมแค่ขำที่สารวัตรทำหน้าขรึม แต่ยืนถือกล่องขนมสีชมพูหวานมาก” ซงมินโฮทำหน้างอกว่าเดิมเมื่อซึงยูนพูดแบบนั้น “แต่ว่าผมก็ชอบนะครับ ผมชอบขนมร้านนี้มากเลย ขอบคุณที่ซื้อมาฝากครับ”

 

“ไม่เป็นไรครับ” สีหน้าคุณสารวัตรขี้งอนค่อยดีขึ้นหน่อยเมื่อซึงยูนพูดเอาใจ “จะกลับบ้านเลยไหมครับ ผมจะเดินไปส่ง”

 

“ยังครับ ผมมีนัด”

 

 

ถ้าไม่กลัวซงมินโฮจะงอนอีกรอบ ซึงยูนคงหยิบกล้องมาถ่ายสีหน้าของสารวัตรหนุ่มให้อีกฝ่ายดู เพราะสีหน้าของซงมินโฮดูตกใจและคาดไม่ถึง ซึงยูนจึงต้องรีบยิ้มเอาใจ

 

 

“ผมมีนัดเลี้ยงข้าวสารวัตรไงครับ ตั้งแต่จบคดีอึนยอง ผมยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลย”

 

“ไม่เป็นไรหรอก” โหนกแก้มของซงมินโฮปรากฎรอยแดงเรื่อ “ให้ผมเลี้ยงดีกว่า เพราะว่าอีกนานกว่าเราจะได้เจอกัน”

 

“สารวัตรจะไปไหนครับ”

 

 

คังซึงยูนถามอย่างตกใจ และจ้องหน้าอีกฝ่าย ซงมินโฮยกมือขึ้นขยี้จมูกเบาๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงติดตลก

 

 

“ผมโดนย้ายน่ะ”

 

“โดนย้ายเหรอครับ”

 

“อือ สถานีตำรวจมาซานขาดสารวัตรหน่วยสอบสวนน่ะ เลยมีคำสั่งให้ผมย้ายไปประจำที่นั่นก่อนจนกว่าจะมีสารวัตรคนใหม่ไปที่นั่น แล้วค่อยทำเรื่องย้ายกลับมาอีกที”

 

“เพราะคุณทำคดีอึนยองใช่ไหมครับ”

 

 

สีหน้าเศร้าๆ ของเลขาหนุ่มทำให้สารวัตรซงรีบเปลี่ยนน้ำเสียง ก่อนจะทำเสียงให้ร่าเริงกว่าเก่า

 

 

“เปล่าหรอก ผมไปทำงานที่นั่น ตอนย้ายกลับมาโซลก็อาจจะได้เลื่อนขั้นอีก”

 

“แล้วสารวัตรอีล่ะครับ โดนย้ายด้วยหรือเปล่า”

 

“พี่ซึงฮุนต้องไปอยู่ที่โพฮังน่ะ”

 

“นั่นไง โดนย้ายทั้งคู่เพราะทำคดีอึนยองแน่ๆ”

 

“ไม่ใช่น่า ไปกินข้าวเถอะผมหิวแล้ว”

 

 

ซงมินโฮพยายามเปลี่ยนเรื่อง และดันไหล่ให้ซึงยูนเดินไปข้างหน้า ทั้งที่ทำหน้างอแต่เลขาหนุ่มก็ยอมเดินต่อไปโดยดี แต่ไม่วายเถียงว่าเหตุผลที่ซงมินโฮกับอีซึงฮุนโดนย้าย เป็นเพราะไปทำคดีใหญ่ของคิมอึนยอง

 

 

 

 

เสียงพูดคุยของสารวัตรหนุ่มกับคุณเลขาในเรื่องที่ว่าซึงยูนจะไปเยี่ยมมินโฮที่มาซาน เพราะห่างจากปูซานไม่มากค่อยๆ กลืนหายไปกับเสียงรถรา และเสียงผู้คนบนถนน

 

 

 

 

End.

 

 

 

 anonym’s message : สวัสดีค่ะ ในที่สุดก็มาถึงตอนสุดท้ายของเรื่องนี้ ถึงจะไม่มีฉากหวานๆ ของคุณสารวัตรซง กับคุณเลขาคังเลย และขอบคุณทุกๆ คนสำหรับคอมเมนต์ทั้งใน dek-d และใน #คดีมินยูน นะคะ

 

ดีใจที่ทุกๆ คนสนุกไปกับตัวละครในเรื่อง เพราะคนเขียนเองก็สนุกกับการเขียนเช่นกันค่ะ ขอบคุณนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26 ความคิดเห็น

  1. #25 Kristiar00 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 20:48
    ชอบเรื่องนี้มากๆ ค่ะ มันพลิกจนเราเดาอะไรไม่ได้เลย น่าติดตามมาก สนุกมากค่ะ วางพล็อตดีมากเลย แต่ยังหวังว่าจะมีสเปของมินยูนอยู่นะคะ 5555555 สู้ๆ ค่า
    #25
    0
  2. #24 เรย์รี่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 08:52

    สนุกกกก ชอบมากก

    #24
    0
  3. #23 pichupich (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 22:04
    เขียนดีมาก ๆ เลยค่ะ ลุ้นตลอดเลยย ภาษาในฟิคทำให้เรารู้สึกไปกับเรื่องนี้จริง ๆ ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้นะคะ เก่งมากๆเลยยยย
    #23
    0
  4. #22 KPSJM (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 22:03
    ชอบจังเลยค่ะ สนุกมากจริงๆ คุณสารวัตรซงนี่ขี้งอนบ่อยจริงๆเลย เลขาคังนี่เก่งมากเลยนะคะที่หนีออกมาได้ ลุ้นเเทบเเย่ โล่งใจมากตอนที่เจอกับสารวัตรซง น่าสงสารชีวิตของอึนยอง จีซู เเละฮยอนอาที่มาเจอเเบบนี้
    เเต่ชอบเเม่ของเลขาคังมากน่ารักกกก เป็นคนที่เคร่งศาสนาจริงๆ
    ขอบคุณไรท์มากๆนะคะที่เเต่งฟิคเรื่องนี้ขึ้นมา ฟิคนี้ดีมากๆ เเละสนุกมาก ไรท์เป็นคนเก่งจริงๆค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #22
    0
  5. #21 JwinKon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 07:08
    สนุกมากเลยค่ะลุ้นตลอดเลย ตอนที่เสึยงปืนดังนึกว่าน้องจะไม่รอดเเล้วฮืออออ ขอบคุณที่เเต่งเรื่องนี้นะึะ จะติดตามผลงานต่อไปค่าสนุกมั่กกกก
    #21
    0
  6. #20 hugegirl (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 22:07
    สนุกมากเลย แต่สงสารอึนยองจิงๆ คนบางคนเกิดมาเพื่อพบแต่เรื่องเลวร้าย TT
    #20
    0