เพลิงพิศวาสพ่ายราคี

ตอนที่ 8 : บทที่ 3 เขาหึง เขาหวง 100 เปอร์เซ็นต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 716
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    16 ก.ย. 62



เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มกว่าที่คริสโตเฟอร์ขับรถกลับบ้าน มันเป็นวันเวลาที่ยาวนานมากสำหรับเขา ที่ต้องจัดทำระบบโปรแกรมซ้อนโปรแกรมกับระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล ตามคำขอพิเศษของหลี่เฟย

หลี่เฟย... เขารู้จักชายหนุ่มเชื้อสายจีนคนนี้มาหลายปีแล้วในฐานะคนทำธุรกิจเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์เหมือนกัน ซึ่งพนักงานของบริษัทนี้ไม่มีใครทราบว่า แท้จริงแล้วหนุ่มเชื้อสายจีนคนนี้เป็นทายาทอีกคนหนึ่งของบริษัทไซน่าลอจิสติกส์  ซึ่งได้ผันตัวไปทำธุรกิจของตัวเองเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยด้านอิเลกทรอนิกส์

แต่เมื่อบริษัทของครอบครัวถูกยัดไส้รับ-ส่งของที่ผิดกฎหมายข้ามชาติบ่อย ๆ เข้า หนุ่มคนนี้ก็จำต้องคิดค้นหาวิธีตรวจสอบช่องโหว่ของฝ่ายโลจิสติกส์ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งพนักงานฝ่ายนี้ก็เป็นที่น่าสงสัยที่สุด เพราะทำหน้าที่ดูแลการขนส่งสินค้าทั้งหมดนั่นเอง และเป็นฝ่ายที่เปลี่ยนผู้จัดการบ่อยที่สุดเสียด้วย

ขายาวเข้าไปในห้องครัว เปิดตู้เย็นเล็กที่ซุกซ่อนในบิ้วอินชั้นสูงสุดแล้วหนีบเอาเบียร์ขวดเล็กสองขวดขึ้นบันไดไปบนห้องนอนด้วย ซึ่งอันดับแรกที่ต้องการผ่อนคลายคือการชำระร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันให้ได้รับความสดชื่น ส่วนที่คิดจะกลับมาพูดคุยเรื่องงานกับเฌอรีนเป็นอันต้องหยุดพักไปก่อน เมื่อเห็นห้องของลูกชายที่มีประตูเชื่อมถึงกันปิดไฟมืดสนิทไปเรียบร้อยแล้ว  

ร่างสูงกระดกดื่มเบียร์ขวดแรกไปด้วยระหว่างที่นอนแช่น้ำอุ่นให้คลายความเมื่อยขบ สมองหยุดพักเรื่องงาน แล้วคิดทบทวนถึงเรื่องราวของสาวน้อยที่นอนอยู่ข้างห้องของเขา

ประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ยามที่เขาแตะต้องตัวเธอเมื่อช่วงเช้า ยังคงแผ่ซ่านไปทั่วเรือนกายแกร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต และเพียงแค่คิดถึงเท่านั้น ตอนนี้ความเป็นชายที่เปลือยเปล่าในอ่างน้ำอุ่นก็ยืดขยายใหญ่

แค่คิดมันก็ถูกปลุกเร้าแล้วหรือวะ

คริสโตเฟอร์ลุกขึ้นยืนก่อนจะไปล้างตัวที่ฝักบัวใหญ่ในห้องกระจกอย่างไม่พยายามสนใจความคลั่งของแก่นกายชาย จากนั้นก็พันผ้าเช็ดตัวที่เอวสอบลวก ๆ หยิบขวดเบียร์อีกขวดหนึ่งที่เพิ่งแช่ไว้ในตู้เย็นส่วนตัวก่อนหน้านี้ แล้วเดินดุ่ม ๆ ท่ามกลางความมืด เพื่อไปนั่งปล่อยอารมณ์ที่นั่งริมระเบียงห้องก่อนเข้านอนเหมือนเช่นทุกครั้ง

“อุ้ย! พี่คริส” ร่างระหงในชุดนอนกระโปรงสั้นเคลียขาอ่อน กำลังนอนเหยียดขายาวบนโซฟาปรับเอนเด้งตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เธอคิดว่านอนหลับไปแล้ว ก้าวรัวเร็วพุ่งทะยานมาตรงตำแหน่งที่อยู่ราวกับพายุเฮอริเคน

“ยังไม่นอนรึ” ชะงักขานิดหนึ่งเมื่อรู้ว่าสถานที่ของเขาถูกสาวน้อยที่มีอำนาจเหนือร่างกายมาทั้งวันเข้ายึดพื้นที่ เลยส่งคำถามธรรมดาออกไป แต่ภายในของเขากลับร้อนระอุด้วยอารมณ์แห่งความปรารถนาเพิ่มขึ้นไปอีกหลายสิบเท่า

“เออ...” เมื่อเห็นสภาพของเขาที่อยู่ในผ้าเช็ดตัวลายตั้งรางเลือนในเงามืด แก้มของเฌอรีนก็แดงก่ำ ความกล้าที่เคยมีมาก่อนหน้านั้น หายแว๊บไปกับส่วนกลางที่นูนพองชัดเจนเหลือเกิน “กำลังจะไปนอนค่ะ” แต่ร่างหนาที่มายืนขวางทางไว้ทำให้ร่างบางต้องถอยหนีและก็ต้องสะดุดนั่งลงบนเก้าอี้ชิงช้าตัวใหญ่ที่อยู่อีกฝากหนึ่งของระเบียง

“คุยกันก่อนสิ” นั่งลงเคียงข้างชนิดที่ท่อนแขนเย็นเฉียบเสียดสีกับแขนอุ่นละมุน ซึ่งเมื่ออีกฝ่ายจะลุก มือใหญ่ก็คว้าหมับยึดข้อแขนไว้แน่นหนาเสียยิ่งกว่ากาวตราช้างเรียกพี่ จนร่างบางเซถลาแทบเกยขึ้นไปนั่งบนขาแกร่งอยู่รอมร่อ

วางขวดเบียร์ไว้ที่โต๊ะเล็กสี่เหลี่ยมที่ชิดผนัง แล้วจึงกวาดอ้อมแขนใหญ่โอบกระชับรอบไหล่บางด้วยท่าทางสนิทสนม ถึงแม้เฌอรีนจะเบี่ยงตัวเพื่อหลบหลีกเขาแต่มันก็เป็นอีหรอบเดิม

“อื้อ พี่คริส จะคุยอะไรก็รีบคุยมาสิ” ก่อนหน้านี้ถึงจะเคยอยู่ใกล้ชิดกันมาบ้าง แต่มันก็ไม่ใช่ในลักษณะที่เขามีผ้าเช็ดตัวผืนเดียว และเธอก็ใส่ชุดนอนบางจ๋อยที่ปราศจากเสื้อคลุม แถมลมหายใจร้อนผ่าวที่ผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ก็กำลังรดต้นคอเธอแบบนี้

       คริสโตเฟอร์ทำหน้าเหยเกเมื่อคนตัวเล็กกระสับกระส่ายในอ้อมแขนของเขา เนื้อตัวนุ่มนิ่มที่เสียดสีอยู่กับขาแกร่งทำให้xxxxxจนเจ้าของแทบสะดุ้ง

ยิ่งเก็บกดมันก็ยิ่งผยองอวดเบ่งศักดิ์ดาหรือนี่

“ดิ้นอย่างนี้ใครจะคุยด้วยรู้เรื่อง นั่งนิ่ง ๆ สิ”

ได้ผล เสียงห้าวยังคงสยบความเคลื่อนไหวของเธอเช่นเดิม เพราะดวงตาสีเข้มที่เขม้นมองนั้นดูหยั่งไม่ถึง จะว่าน่ากลัวก็ไม่น่าจะใช่ จะว่าดูแล้วสบายใจก็ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ ทำให้ร่างบางตัดสินใจนั่งนิ่งตามคำสั่งแล้วซักถามเขาเรื่องงานให้จบ ๆ ไปเสียดีกว่า

“ถ้าอยากจะคุย ก็เป็นเรื่องเดียวที่หลิวจะฟัง นั่นก็คือเรื่องโปรแกรมใหม่ที่พี่จะลงให้ฝ่ายของหลิวเท่านั้นนะคะ”

“ให้ตายสิ ถ้าให้พูดถึงมันอีกครั้งในคืนนี้ พี่ต้องสมองแตกตายแน่” คลายอ้อมแขนจากไหล่มนแต่มือหนายังคงเลื่อนมากกกอดเอวคอดไว้แนบแน่น ก่อนจะเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวใหญ่ มองดูแผ่นหลังบางที่มีเส้นสายไก่เล็ก ๆ เกาะเกี่ยวชุดนอนไว้อย่างวาบหวิว

ความผ่อนคลายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาได้อยู่ใกล้ชิดร่างของเธอเช่นนี้ ซึ่งจะว่าไปของดีก็มีอยู่ใกล้ตัวเขา แต่บ่อยครั้งเขากลับออกไปควานหาสิ่งเติมเต็มที่อยู่ไกลตัว แต่เมื่อพบแล้วเขากลับรู้สึกโหรงเหรงยิ่งกว่าเดิมซะอีก

“พี่คริสเหนื่อยแล้วทำไมไม่ให้คนอื่นไปประชุมแทนล่ะคะ แล้วทำไมต้องฝืนสังขารตัวเองลากยาวมาทั้งวันแบบนี้ด้วย” เสียงถอนหายใจที่ดังอยู่เบื้องหลังทำให้เฌอรีนรู้สึกเห็นใจที่เขาทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่า

“ถ้าหลี่เฟยคิดได้แบบหลิวก็ดีสิ อีกอย่างโปรแกรมนี้ยังเป็นความลับอยู่ มันไม่ต้องการให้คนในฝ่ายรู้ แต่คงยกเว้นหลิวมั้ง” ประโยคสุดท้ายพึมพำเบา ๆ เพราะจากการสังเกตเหมือนผู้บริหารในบริษัทแม่ที่อยู่ในประเทศจีน ต้องการสนับสนุนและผลักดันคนในองค์กรที่มีความสามารถขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายนี้ และไม่ต้องสงสัยเลยว่าคน ๆ นั้นคงจะเป็นเธอผู้นี้ ที่อยู่มายาวนานจนรู้ระบบงานโลจิสติกส์ของบริษัทดีกว่าใคร

“แสดงว่าเขาต้องการตรวจสอบระบบก่อนเผยแพร่ข้อมูลให้ลูกน้องได้รับรู้”

“พอเถอะ พี่ไม่อยากคุยเรื่องงานหรือเรื่องออฟฟิตของหลิวแล้ว วันนี้ทั้งวันก็เกินพอ” น้ำเสียงเบื่อหน่ายทำให้เฌอรีนเห็นใจ

“ถ้าอย่างนั้นพี่คริสก็พักผ่อนเถอะค่ะ หลิวก็จะไปนอนแล้วเหมือนกัน”

“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป” รั้งเอวบางให้เอนหลังมาแนบกาย ก้มศีรษะลงมาซุกซบลำคอระหงราวกับเป็นที่พักพิงยามเหนื่อยล้า “อืมม์... ขอกอดหน่อย”

ลมหายใจร้อนรุ่มปะทะผิวที่อ่อนไหวตรงแอ่งชีพจรของเธอทำให้เฌอรีนที่คิดจะถดถอยหนีต้องหยุดนิ่งเพื่อซึมซับความสุขที่เฝ้าคิดถึงมานานหลายปีให้คงอยู่กับตัวนานขึ้นอีกนิด มือหนายกขึ้นลูบเรียวแขนเล็กไปมาให้ร่างที่เกร็งในตอนแรกผ่อนคลายลงทีละน้อย ๆ จนในที่สุดร่างบางก็เอนตัวอ่อนแนบแผ่นหลังชิดอกของเขาอย่างจำยอม

“อืมม์...หอมจัง” เสียงทุ้มงึมงำพร้อมริมฝีปากปัดป่ายสายเสื้อนอนบางเบา ดอดดม จูบซับไล่ไหล่มนช้า ๆ เนิบนาบ ผิดกับลมหายใจที่ร้อนผ่าวที่แรงกล้าราวกับต้องการแผดเผาร่างน้อยให้มอดไหม้ด้วยแรงพิศวาสที่เกิดขึ้นทบเท่าทวีคูณ

ซึ่งตอนนี้ไม่ใช่แค่ ขอกอดหน่อย เท่านั้นแล้ว เพราะขณะที่ปากของเขาได้ทำหน้าที่ไต่อยู่บนเนื้อตัวของเธอ มือหนาก็กำลังลูบไล้หน้าท้องบางบนชุดนอนผ้านุ่มลื่นไปมา จนในที่สุดก็เข้ากอบกุมทรวงอวบอิ่มของเธออย่างถือสิทธิตามที่เขาเคยบอกเธอเมื่อช่วงสาย

“พี่คริส...”

“อืม...” เสียงงำงัมดังคงเขาเบา ๆ ขณะนี้เขาใช้ปากปัดผมยาวลอดสลวยออกไปพ้นทาง เพื่อให้ความสะดวกเคล้าเคลียใบหน้าที่มีไรหนวดแข็ง ๆ ครูดไปบนผิวเนื้อขาวนวลไปมาอย่างหลงใหล

“ไหนว่าจะแค่กอดไง” เบี่ยงไหล่หลบความสยิวเยือกที่กำลังเกิดขึ้นเป็นริ้ว ๆ

“และขอหอมด้วย” ทีนี้เสียงแหบพร่าพร้อมแนบใบหน้าซุกไซ้อย่างกระหายอยาก กลิ่นสาปสาวที่ติดอกติดใจทำให้เขาไม่สามารถโงหัวตัวเองขึ้นมาได้เลย เพราะมันมีแต่จะลุกล้ำเข้าไปหาลึกยิ่งขึ้น...ยิ่งขึ้น

“อื้อ... พอแล้วค่ะ หอมเยอะแล้ว” มือบางจับยึดมือหนาไว้ ก่อนที่มันจะล่วงเลยเถิดไปมากกว่านี้

“อืม... ขอพี่อีกนิดนะหลิว” หยุดได้แค่มือ เพราะตอนนี้ปากของเขาได้เปลี่ยนจากหอม เป็นสอดแทรกปลายลิ้นตวัดเลียไล้ข้ามไหล่มนมาตามสายเส้นเล็ก ๆ ของชุดนอนด้วยลมหายใจหอบกระชั้น จนมาหยุดลงยังคอชุดนอนที่ถ่วงต่ำ แถมใช้ศีรษะตัวเองดุดดันบีบบังคับให้ศีรษะเล็กแหงนเงยใบหน้ารองรับการกระทำของเขา

ซึ่งคนรับก็อยากเปิดปากทักท้วงแต่ใจลึก ๆ กลับโหยหา ความระมัดระวังที่เคยเกิดกับตัวเองตลอดมาเลือนหายไป ร่างกายและจิตใจยอมโอนอ่อนผ่อนตามไปกับความต้องการของเขาและของตัวเองอย่างเต็มอกเต็มใจ

เอนร่างกายพิงอกแกร่ง หลับตาพริ้มเพรารับความสุขที่วิ่งแล่นไปทั่วทุกอณูผิว เนื่องจากแอบรักแอบมองแอบปรนนิบัติเขามาเนิ่นนาน ในขณะที่เขาก็ทำตัวเหมือนไม่แยแสและไม่รับรู้ในสิ่งที่เธอทำ แต่ ณ เวลานี้เขากลับเป็นฝ่ายทำให้เธอมีความหวังขึ้นอย่างแรงกล้า

โอพระเจ้า แล้วเธอจะทนแรงต้านทานของหัวใจตนเองได้อย่างไร

แต่ความเคลิบเคลิ้มกำลังทำให้เธอเสียผลประโยชน์ของตัวเอง ถ้าเธอต้องเสียสาวก่อนเวลาอันควร สิ่งที่เพียรทำมาเนิ่นนานก็ต้องสูญเปล่า เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างบางที่โอนอ่อนก็เริ่มขัดขืน ดันใบหน้าคมให้พ้นจากทรวงอกของเธอด้วยความลำบากยากเย็น

“พอก่อนค่ะพี่คริส หมด...หมดเวลาขออีกนิดแล้ว”

แรงต่อต้านทำให้คริสโตเฟอร์แทบคลั่ง อยากใช้กำลังและประสบการณ์ที่มีมากกว่าเอาชนะสาวเจ้า แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าคนในอ้อมแขนนี้เป็นคนที่เขาจะเลือกมาเป็นแม่ลูกชายของตนแล้ว จำต้องอดเปรี้ยวไว้กินหวาน

ค่อย ๆ สูดหายใจเข้าปอดลึกสุดทาง เพื่อข่มกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังตีคลื่นอยู่ในกระแสเลือดของตัวเองให้สงบนิ่งอย่างลำบากยากเย็น

“ทำไมล่ะ อย่างไรเราก็จะแต่งงานกันอยู่แล้วนี่” ยอมเงยใบหน้าที่เกลือกอยู่กับเนื้อตัวนางขึ้น แล้วขยับตัวอย่างอึดอัดกับxxxxอยู่ภายในผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่

“ก็ให้แต่งก่อนแล้วค่อยทำแบบนี้” หลังจากที่คิดทบทวนมาทั้งวันถึงความได้เปรียบเสียเปรียบกับสิ่งที่เขาเสนอให้ เธอก็ต้องเลือกความผูกพันทางกฎหมายและจารีตประเพณีก่อนเป็นอันดับแรก ถึงแม้จะรู้ว่าทั้งคู่เป็นคนที่หัวรั้นเหมือนกัน ซึ่งลักษณะแบบนี้จะทำให้เธอกับเขาต้องมีเรื่องปะทะกันอยู่เรื่อย ๆ

แต่เธอก็ไม่เคยต้องการชายใดเหมือนอย่างที่ต้องการเขามาตลอดเกือบสิบปี

และถึงแม้เธอจะรักเขามากมายขนาดไหน แต่แค่ความรักไม่สามารถผูกพันตัวเขาและลูกชายของเขาที่เธอรักดั่งเลือดในอกมาเป็นของเธอได้อย่างยั่งยืนถาวรตลอดไปหรอก เพราะใครจะรู้ว่าสักวันหนึ่งเขาอาจจะเปลี่ยนใจไปเป็นอื่นล่ะ

“หืมม์... หลิวตกลงแต่งงานกับพี่แล้วใช่ไหมนี่” เชยใบหน้างามที่สวยเฉี่ยวตามแบบฉบับลูกครึ่งขึ้นมามองด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงชัยชนะ

“แต่ต้องมีข้อแม้...”

“ข้อแม้...อะไร” มือหนาลูบไล้ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างหมายมาดว่าจะต้องเชยชิมในไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้

“หลิวจะยอมมีอะไรกับพี่คริสแค่ครั้งเดียว เพื่อให้การแต่งงานเราสมบูรณ์...”

“ครั้งเดียว...” หยุดชะงักการลูบไล้ด้วยความงงงัน

“ใช่ค่ะ ครั้งเดียว... จนกว่าพี่คริสจะรักและซื่อสัตย์ต่อหลิวเพียงคนเดียวเท่านั้น”

“ให้ตายสิหลิว อย่ามาเอาเหตุผลครั้งเดียวบ้า ๆ นี่มาใช้กับพี่เด็ดขาด ในเมื่อพี่แต่งงานแล้วพี่ก็ต้องมีแค่หลิวคนเดียวเท่านั้นอยู่แล้ว”

“แต่หลิวต้องการความมั่นใจว่าพี่มีความรักให้หลิวแค่คนเดียวด้วย” ปรารถนารับรู้ว่าเขาเห็นคุณค่าของเธอจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความต้องการเรือนกายของเธอแค่ฉาบฉวยเท่านั้น

เพราะเธอต้องการเป็นรักแท้สำหรับเขาเหมือนที่เขาเป็นรักแท้สำหรับเธอ

“แต่งงานกันแล้วยังต้องการมั่นใจบ้าอะไรอีกล่ะ” ใบหน้าคมเข้มมีปฏิกิริยาของความโกรธและหงุดหงิดออกมาอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งก็เหมือนทุกครั้งที่เขาแสดงธาตุแท้ออกมาให้หญิงสาวได้รับรู้บ่อย ๆ 

“ก็เพื่อให้พี่เห็นหลิวมีคุณค่ามากกว่าเป็นมูลค่าทางเซ็กส์นะสิคะ” ใบหน้าที่กำลังขบกรามกรอดทำให้ร่างบางขยับตัวหนีห่าง แต่อ้อมแขนปอกเหล็กกลับรั้งไว้แนบแน่น

“สาวน้อยผู้ไร้ประสบการณ์...” ดวงตาหรี่แคบเจิดจ้าวาวโรจน์ “พี่จะบอกอะไรให้นะว่าการแต่งงานก็คือเซ็กส์ที่ถูกกฎหมาย ดังนั้นพี่จะไม่ยอมรับข้อเสนอบ้า ๆ แบบไม่มีกำหนดเวลาอย่างนี้แน่นอน... ไม่มีวัน” พูดจบใบหน้าของคริสโตเฟอร์ก็ก้มลงฉกจูบเธออย่างดุดัน

“อื้อ... ทำไมจะไม่มีเวลาล่ะ ก็ระยะเวลาเท่าที่พี่กำหนดขออยู่ก่อนแต่งกับหลิวนั่นแหละ มันก็อีกสามเดือนกว่าปราชญ์จะขึ้นชั้น ป.1”

“นรก! สามเดือนเหรอ ไม่มีทาง” แต่เมื่อก้มมองเห็นประกายตาดื้อรั้นของคนในอ้อมแขนแล้ว คริสโตเฟอร์ก็ต้องยอมเล่นไปตามเกมของเธอก่อน หลังจากนั้นเขาจะเป็นฝ่ายแก้เกมเอง “หนึ่งเดือนหลิว หนึ่งเดือนที่พี่จะให้เธอพิสูจน์ความรักบ้าบอนั่นก็แล้วกัน”

“สองเดือน”

“ไม่มีทาง นั่นมันนานเกินไป”

“ถ้าอย่างนั้นหลิวก็ไม่ตกลงแต่งงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่ทำธุรกิจจนกระทั่งลืมสนใจปราชญ์แน่นอน”

“โธ่เว้ย ก็ได้ พี่รับเงื่อนไขของหลิว แต่อย่าลืมล่ะว่าครั้งเดียวที่พี่จะได้นั้นมันต้องคุ้มค่ากับสิ่งที่พี่สูญเสียไปแน่นอน” แขนใหญ่โอบชิดแผ่นหลังบางแล้วดันกระแทกไม่เบานักให้หน้าอกอวบบดเบียดแผงอกกว้างของตนอย่างถือสิทธิ์เต็มที่ ปากกระด้างกระทั้นลงมาหาริมฝีปากบางที่ท้าทายด้วยการเชิดขึ้นนั้นไม่มีคำว่าออมแรงราวกับบ่งบอกว่า

สงครามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้

เพลิงพิศวาสพ่ายราคี  ราคาอีบุ๊ค 99 บาท

 

ซีรีส์หนี้รัก มีทั้งหมด 3 เรื่องดังนี้
1. เบี้ยพันธะพรหมจรรย์ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
2. ล่าสวาทนางบำเรอ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
3. กรงเสน่หาอสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

พ่ายสวาทจ้าวหัวใจ ราคาอีบุ๊ค 99 บาทจ้า....

**ขอฝากนิยายวาย นามปากกา  Medic (เมดิค) 

ซีรีส์แรกมีทั้งหมด 3 เรื่อง
1. Servant Love Demon (ทาสรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
 

 2. Love Spell of the Demon (มนต์รักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

3. Demon’s Love Rebound (หวนรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

*************

 

ซีรีส์ Tonight มีทั้งหมด 2 เรื่อง

1.    หนี้อสูรร้าย (เป็นเรื่องต่อจาก ใต้เงาเมียซาตาน) ราคา 29 บาท

2. ทัณฑ์อสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

ซีรีส์ Only Love  มีทั้งหมด 3 เรื่อง

1.   ไฟรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

2.   เสน่ห์ร้อนจำเลยสวาท ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

3.   พ่ายรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

 

ซีรีส์เล่ห์รัก (ลูก ๆ พ่อเลี้ยงภู) มีทั้งหมด 5 เรื่อง

1. เพลิงพ่ายบำเรอใจ (ณภัทร+วรรณรสา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

2. วิวาห์ผลาญใจ (พงศ์กฤต+อาทิตยา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

3. ซ่อนรักคืนพิศวาส (ภานุพันธ์+ณัชชา) อีบุ๊คราคา 39 บาท

4. ยั่วสวาทสามีสุดที่รัก (พจน์+ปริศรา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

5. เมียลับจำยอม (ปรีชา+นภา) อีบุ๊คราคา 4บาท

**ขอฝากนามปากการังรอง ราคาเรื่องละ 29 บาท... กลกามา / เกลียวคลื่นสวาท/ สกุณายั่วรัก/ บูรพาเริงรัก

และขอฝากอีบุ๊คทุกเรื่องไว้ในอ้อมอกนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ 

 

 




 

 



 

  

 

 

 



 

 




 




  


 


 


 

 



             

 

 

 

 

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น