เพลิงพิศวาสพ่ายราคี

ตอนที่ 17 : บทที่ 7 สาวซาดิสต์ 25 เปอร์เซ็นต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    30 ก.ย. 62


“คุณมีหนอนบ่อนไส้ และนั่นก็ไม่ใช่ภรรยาผมแน่นอน”

คริสโตเฟอร์วางแฟ้มรายงานสินค้าไว้บนโต๊ะทำงานของหลี่เฟย พวกเขารวมทั้งคูเปอร์พูดคุยกันถึงเรื่องสินค้าล็อตสุดท้ายที่ถูกสอดไส้ขนส่งไปที่ประเทศจีนเมื่อวันก่อน แล้วบังเอิญพนักงานที่รับงานนั้นก็คือเฌอรีน

“ผมเช็ควันเข้าออกงานจากฝ่ายบุคลากรแล้ว วันนั้นเธอสแกนนิ้วมือเข้ามาทำงานตอนเช้าจริง แต่ไม่มีเวลาสแกนนิ้วมือออก” หลี่เฟยนั่งพิงหลังชิดพนักเก้าอี้บุนวมทรงสูง นิ้วมือดีดลูกคิดนับเลขสมัยเก่า ที่ตอนนี้กลายเป็นของเล่นลับสมองของเขายามว่างไปเสียแล้ว

“ไม่มีทางที่หลิวจะอยู่ที่บริษัทจนถึงเวลาสามทุ่มวันนั้น” เสียงเรียบเอื่อยเฉื่อยแสดงทีท่าไม่ให้ความสนใจต่อลายลักษณ์อักษรด้านหน้าเท่าไหร่

“ไม่มีหลักฐานว่าเฌอรีนอยู่ที่ไหนในเวลานั้น”

“ก็อยู่ที่บ้านผมไง ถ้าคุณต้องการจะสืบเรื่องนี้คุณต้องเพ่งเล็งไปที่คนอื่น ถ้าคุณพุ่งประเด็นมาที่ภรรยาผม คุณจะคว้าน้ำเหลว และไอ้คนที่ทำก็จะย่ามใจเพราะไม่มีคนจับตามองมัน”

“แต่ในนี้ระบุรหัสเข้าเครื่อง แสดงว่าเธอทำมันกับเครื่องมืออิเลกทรอนิกส์ที่ไหนก็ได้”

“ซึ่งไม่มีทางอีกเหมือนกัน ว่าในเวลานั้นเธอจะทำมันได้” น้ำเสียงมั่นอกมั่นใจเสียจนหลี่เฟยละทิ้งมือจากของชอบแล้วชะโงกตัวมาหาคำตอบจากปากเพื่อนหนุ่มต่อ

เมื่อเห็นสายตาอยากรู้ของน้องชายที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่ตรงหน้าและสายตาคาดคั้นของเพื่อนแล้วคริสโตเฟอร์จึงสบถออกมาเบา ๆ “เวรฉิบ! นี่ผมกลายเป็นพยานปากเอกไปแล้วเหรอนี่”

“คุณจะอ้างว่ามันไม่ใช่รึ”

ความเงียบเกิดขึ้นหลังประโยคท้าทาย ในเมื่อหาทางเลี่ยงไม่ได้แล้ว คริสโตเฟอร์จึงระบายลมหายใจออกมาอย่างฉุนเฉียว ก่อนจะพูดจาห้วน ๆ แบบขอไปทีให้มันจบ ๆ เรื่องไปโดยเร็ว

“ผมทำให้มือเธอไม่ว่างกดไอ้เครื่องมือสื่อสารบ้าๆ นั่นเกือบครึ่งชั่วโมงก็แล้วกันน่า ทีนี้เข้าใจหรือยังว่าภรรยาผมไม่เกี่ยวกับสินค้าที่มีปัญหาของบริษัทคุณ” เว้นวรรคนิดหนึ่ง “หรือคุณต้องการให้อธิบายลึกซึ้งกว่านี้อีกไหม”

ใช้ดวงตาคมกริบปรามเป็นเชิงเตือนให้คนสงสัยรู้ว่าได้ละเมิดเรื่องส่วนตัวกันเกินไปแล้ว แต่กลับได้รับการโต้ตอบกลับมาเป็นรอยยิ้มอย่างไม่สำนึกเสียอย่างนั้น

“อืม... ถ้าคุณไม่ขัดข้องผมก็ยินดีเป็นผู้ฟังที่ดีเสมอ เมื่อเห็นใบหน้าของเพื่อนหนุ่มที่อยากจะเข้ามาบีบคอตน หนุ่มหน้าตี๋จึงเปล่งเสียงหัวเราะเบา ๆ เท่าที่ฟังก็ดูสมเหตุสมผลดี เห็นได้ชัดว่าช่วงเวลานั้นคุณคงหมกมุ่นกับสิ่งที่ทำน่าดู และถ้าเป็นผมได้อยู่ใกล้กับผู้หญิงน่ารักแบบคุณเฌอรีน ผมก็คงทำให้มือเธอไม่ว่าง...” คำพูดคล่องปรือจบลงเพียงเท่านั้นเมื่อได้รับสายตาตักเตือนส่งมาเป็นครั้งที่สอง “หึหึ โอเค ในเมื่อคุณเป็นพยานซะขนาดนี้แล้ว ก็เป็นอันว่าคุณเฌอรีนไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าลักลอบนี้ชัวร์  แล้วใครล่ะที่น่าสงสัยที่สุด เพราะคนที่ทำงานด้านเอกสารโลจิสติกส์ก็มีไม่กี่คนเอง แต่ละคนก็ดูซื่อ ๆ ทำงานตามคำสั่งเป๊ะ ๆ ไม่เห็นมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรเลย และเท่าที่ผมจับตามองมาไม่กี่เดือนนี้คนที่คล่องงานที่สุดก็คือภรรยาของคุณเองเท่านั้น”

คริสโตเฟอร์ขมวดคิ้วมุ่น “คืนที่คุณกับคูปสวมทับโปรแกรมซ้อนโปรแกรมเข้าไปนั้นมันเกิดไฟฟ้าสำรองดับในฝ่ายของคุณไม่ใช่เหรอ”

“ก็แค่สอง-สามนาทีเท่านั้น ตรวจสอบแล้วปลั๊กไฟมันหลวม”

“บริษัทก็ออกจะยิ่งใหญ่แล้วปลั๊กไฟหลวมเกิดหลวมกะทันหันนี่นะ นี่คุณโง่หรือเซ่อกันแน่ฮะหลี่เฟย...” เปรยออกไปเบา ๆ ด้วยประโยคเหมือนจะหลอกด่าเพื่อน แต่คนที่ได้ฟังกลับฉุกคิดคล้อยตาม เพราะหลี่เฟยกับคูเปอร์ได้หันหน้าเข้าหากันโดยไม่ได้นัดหมาย ม่านหมอกมืดครึ้มที่หลงวนอยู่ในเซลล์สมองเริ่มจางหายไปทีละเล็กทีละน้อย

“ถ้าเป็นแบบที่คุณคิด แสดงว่าคนที่ทำก็กลบเกลื่อนความผิดตัวเองได้เก่งทีเดียว...”

“โคตรเก่งล่ะไม่ว่า เพราะถึงขนาดทำต่อเนื่องมาสองปีแล้วไม่มีใครจับได้นี่แสดงว่าเป็นมืออาชีพแล้วล่ะ เผลอ ๆ เป็นพวกโปรแกรมเมอร์ลงมือเองเสียล่ะมั้งงานนี้”

“เชียนกว่าคุณงั้นรึ” ขมวดคิ้วจ้องมองไปที่เจ้าของโปรแกรมสำเร็จรูปของบริษัท

“ระบบของผมไม่มีปัญหา เพียงแต่ปัญหามันอยู่ที่คนมีรหัสเข้ามาแทรกข้อมูลลงไปเท่านั้นเอง ซึ่งมันเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยภายในของบริษัทคุณเองที่หละหลวม...” คริสโตเฟอร์ก็เพิ่งรู้ปัญหาของบริษัทขนส่งแห่งนี้เมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง ถ้าเขาไม่สนิทสนมกับหลี่เฟยเป็นการส่วนตัว เขาก็คงไม่เข้ามาช่วยเหลือมันถึงขนาดนี้หรอก

เมื่อเห็นหลี่เฟยพยักหน้าเห็นด้วย แล้วไม่ได้พูดแทรกขึ้นมา เขาจึงพูดในสิ่งที่คิดและตั้งใจทำมันเพื่อผู้หญิงคนเดียวที่เริ่มมีความสำคัญในชีวิตของเขา

“แต่ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ในเมื่อมันใช้ชื่อภรรยาของผมเป็นคนทำ ผมจะช่วยตามล่ากระชากหน้ากากเอาตัวคนนั้นมารับโทษให้ได้”

“ผมคิดว่าคงไม่ใช่คนเดียวหรอกพี่คริส อาจจะสองหรือสามคน...” คูเปอร์ที่จับใจความถึงเรื่องราว เริ่มแสดงความคิดเห็นแต่ก็ต้องชะงักไว้เมื่อได้รับสัญญาณให้ปิดปากเงียบจากพี่ชาย ที่ตอนนี้ส่งสัญญาณให้หลี่เฟยไปเปิดประตู ซึ่งอีกฝ่ายก็ไวทายาด ก้าวกระโดดด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ กระชากเปิดประตูออกจนร่างเล็กของพนักงานสาวคนหนึ่งเซถลาเข้ามาในห้องกว้างด้วยใบหน้าตื่นตกใจสุดขีด

“อ้าว! คุณลูกจัน!!

“อุ้ย! ขอโทษค่ะ” แขกที่ไม่ได้รับเชิญรีบเปิดปากร้อง เมื่อเห้นว่าตนเองอับจนหนทางหนี จึงแสดง ทำเป็นตกใจต่อสถานการณ์ตรงหน้ากลบเกลื่อนด้วยใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสาเพื่อคอยหาโอกาสชิ่งหนี เพราะนึกหวาดกลัวสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของหนุ่มหน้าเข้มที่จ้องเขม็งมาจากหน้าโต๊ะทำงานใหญ่

“มีอะไรเหรอครับคุณลูกจัน ผมกำลังคุยเรื่องที่บริษัทพีซอฟแวร์จะเสนอพัฒนาโปรแกรมเราให้รองรับกลุ่มอาเซียนอยู่ครับ” หลี่เฟยรีบปรับใบหน้าเป็นโหมดนายหนุ่มผู้ใจดี ยิ้มตาหยีมองดูพนักงานสาวร่างเล็กกะทัดรัดที่ทรงตัวยืนนิ่งอยู่ในห้องด้วยความรวดเร็วเสมือนนักยิมนาสติกระดับชาติ ไม่หกล้มหน้าคะมำหงายเหมือนที่เขาคาดการณ์ไว้ก่อนลงมือกระชากบานประตูสุดแรงเกิด

“เออ... ลูกจัน...” เมื่อเห็นสามหนุ่มเพ่งมองมาที่ตนอย่างสนใจเต็มที่ หญิงสาวผู้มีเล่ห์เหลี่ยมเอาตัวรอดมาแต่ไหนแต่ไรจึงก้มสายตามองพื้นห้องด้วยสายตากหลุกหลิกเสมือนเป็นพนักงานตัวเล็ก ๆ ที่เรียบร้อยอยู่ในกฎระเบียบตลอดมา “หลิวฝากใบลาช่วงบ่ายมาให้ผู้จัดการเซ็นต์ค่ะ”

“คุณเฌอรีนขออนุญาตผมเรียบร้อยแล้วนี่ ส่วนใบลาก็ใส่ไว้ในแฟ้มเสนอเซ็นต์ทีเดียวก็ได้ คุณลูกจันทร์ไม่ต้องถือมาให้ผมเร่งด่วนอย่างนี้ก็ได้ครับ”

“เออ ลูกจันไม่ทราบว่าหลิวมาขออนุญาตผู้จัดการเรียบร้อยแล้วยิ้มแหยพร้อมช้อนสายตามองนายหนุ่มแวบหนึ่ง จากนั้นจึงหลุบสายตาลงต่ำใช้มารยาหญิงโบ้ยต้นเหตุที่มาในห้องนี้ว่าเป็นเพราะเพื่อนพนักงาน หลิวบอกลูกจันว่ามีธุระด่วนมากต้องรีบไปข้างนอก จึงขอให้ลูกจันนำใบลามายื่นกับผู้จัดการแทนน่ะค่ะ” น้ำเสียงอ่อยเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย เพียงแต่แสดงเจตจำนงให้นายจ้างเห็นว่าตนมีน้ำใจงามช่วยเหลือเพื่อนสาวเท่านั้น

“ไม่เป็นไร ไหน ๆ คุณก็อุตสาห์ขึ้นมาแล้ว ก็ยื่นเลยละกันครับ” พูดง่าย ๆ ตามสไตล์เจ้านายผู้ใจดี แล้วยื่นมือรับใบลามาถือไว้ด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ก่อนจะพยักหน้าให้หญิงสาวที่ทำหน้าที่ธุรการของฝ่ายเดินออกประตูห้องไปด้วยความเงียบเชียบ

สิ้นเสียงประตูปิดลง ทั้งสามหนุ่มก็มองหน้ากันราวกับรู้เท่าทันความคิดของกันและกัน จากนั้นหนุ่มหน้าตี๋ก็กระชากแว่นตาออก แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นใกล้มินิบาร์เครื่องดื่ม หยิบกระป๋องเบียร์ขึ้นมาดึงที่เปิดออกแล้วขึ้นซดอึก ๆ ทีเดียวไปเกือบครึ่ง ก่อนจะเปิดปากสบถคำหยาบออกมาไม่หลงเหลือมาดนักธุรกิจหนุ่มอารมณ์ดีเมื่อสักครู่นี้แม้แต่นิดเดียว

“ระยำ! ยัยนี่เป็นนางนกต่อชัด ๆ”

เพลิงพิศวาสพ่ายราคี  ราคาอีบุ๊ค 99 บาท

 

ซีรีส์หนี้รัก มีทั้งหมด 3 เรื่องดังนี้
1. เบี้ยพันธะพรหมจรรย์ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
2. ล่าสวาทนางบำเรอ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
3. กรงเสน่หาอสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

พ่ายสวาทจ้าวหัวใจ ราคาอีบุ๊ค 99 บาทจ้า....

**ขอฝากนิยายวาย นามปากกา  Medic (เมดิค) 

ซีรีส์แรกมีทั้งหมด 3 เรื่อง
1. Servant Love Demon (ทาสรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
 

 2. Love Spell of the Demon (มนต์รักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

3. Demon’s Love Rebound (หวนรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

*************

 

ซีรีส์ Tonight มีทั้งหมด 2 เรื่อง

1.    หนี้อสูรร้าย (เป็นเรื่องต่อจาก ใต้เงาเมียซาตาน) ราคา 29 บาท

2. ทัณฑ์อสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

ซีรีส์ Only Love  มีทั้งหมด 3 เรื่อง

1.   ไฟรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

2.   เสน่ห์ร้อนจำเลยสวาท ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

3.   พ่ายรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

 

ซีรีส์เล่ห์รัก (ลูก ๆ พ่อเลี้ยงภู) มีทั้งหมด 5 เรื่อง

1. เพลิงพ่ายบำเรอใจ (ณภัทร+วรรณรสา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

2. วิวาห์ผลาญใจ (พงศ์กฤต+อาทิตยา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

3. ซ่อนรักคืนพิศวาส (ภานุพันธ์+ณัชชา) อีบุ๊คราคา 39 บาท

4. ยั่วสวาทสามีสุดที่รัก (พจน์+ปริศรา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

5. เมียลับจำยอม (ปรีชา+นภา) อีบุ๊คราคา 4บาท

**ขอฝากนามปากการังรอง ราคาเรื่องละ 29 บาท... กลกามา / เกลียวคลื่นสวาท/ สกุณายั่วรัก/ บูรพาเริงรัก

และขอฝากอีบุ๊คทุกเรื่องไว้ในอ้อมอกนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ 


 




 

 



 

  

 

 

 



 

 




 




  


 


 


 

 



             

 

 

 

 

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น