เพลิงพิศวาสพ่ายราคี

ตอนที่ 13 : บทที่ 5 ครั้งเดียวเกินพอ 100 เปอร์เซ็นต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 623
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 ก.ย. 62


ผู้ชายบ้า! บ้าที่สุดในโลก

เฌอรีนหลงวนอยู่ในคำพูดที่มีเลศนัยของคริสโตเฟอร์ตั้งแต่อาทิตย์ก่อน เป็นผลทำให้ทุกค่ำคืนเธอนอนหลับไม่เต็มตา ผวาตื่นครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะกลัวจะเสียเปรียบทางร่างกายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้

แค่เสียเปรียบทางใจมาเกือบสิบปีก็เพียงพอแล้ว ขืนพลีกายให้เขาเชยชมโดยไม่รู้ชะตากรรมของความรักที่เฝ้าเพียรจะได้รับจากเขาอีกล่ะก็... ชาตินี้ทั้งชาติเธอก็คงหมดสิ้นศักดิ์ศรีและคำว่าหลงรักสามีเพื่อนสนิทคงติดตัวไปตลอดกาลแน่นอน

ร่างระหงเดินมาตามทางเดินที่จะไปประตูด้านหลังอาคารที่เชื่อมกับลานจอดรถ เธอได้เห็นลูกจันเพื่อนร่วมงานสาวยืนคุยกับคุณอุดมผู้จัดการฝ่ายการตลาดเหมือนมีลับลมคมในด้วยเสียงกระซิบกระซาบ

น่าแปลกคนไม่สนิทกันแต่กลับพูดคุยกันใกล้ชิดเกินกว่าที่จะเป็นเพียงผู้จัดการกับพนักงานธุรการธรรมดา

“เขายังอยู่”

“ระยำ! ไอ้เจ๊กนั่นดูเหมือนโง่แต่จริง ๆ แล้วฉันว่ามันแกล้งซะมากกว่า” น้ำเสียงฉุนเฉียว “ของจะไปถึงที่จีนประมาณเที่ยงคืนนี้ซะด้วย พยายามทำให้มันรวมอยู่ในกลุ่มของบริษัท เพื่อจะได้ไม่มีปัญหากับศุลกากร...”

เสียงแว่วหายไปเพียงเท่านี้ เพราะเฌอรีนได้เลี้ยวซ้ายเพื่อออกประตูไป แต่ยังไม่ทันจะผ่านพ้นรัศมีบริเวณนั้นคนทั้งคู่ได้หันขวับมามองเสียก่อน

ใบหน้าซีดเผือดของเพื่อนสาว และใบหน้าตกใจของผู้จัดการการตลาดทำให้เธอมีท่าทางเก้ออย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย จึงฝืนส่งยิ้มแสดงการขอโทษขอโพยออกไป เพราะคิดว่าทั้งคู่คงไม่อยากให้ใครรู้ใครเห็นที่ยืนแนบชิดด้วยกันสองต่อสองแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่นัดกันมาคุยถึงที่ลับตาคนเช่นนี้

เฌอรีนคิดอย่างคนรู้สึกผิด แต่ถึงอย่างไรก็ปลอบใจตัวเองว่าตลอดหลายปีที่ทำงานร่วมกันมา ลูกจันคงจะรู้ว่าเธอก็ไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวของใครอยู่แล้ว เพราะตัวเธอเองก็ไม่ชอบให้ใครล้ำเส้นในชีวิตส่วนตัวเหมือนกัน

ลักษณะนิสัยแบบนี้แหละที่ทำให้เธอสามารถทำงานร่วมกับทุกคนได้ดีในระดับหนึ่ง

“เฮ้ หวานใจ ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย ผมเรียกหลายครั้งแล้วไม่หันมาเลย” คูเปอร์ก้าวเท้ายาวมาขวางทางร่างสูงโปร่งในเครื่องแต่งกายเรียบง่ายแต่ทว่าดูสวยสง่ายามเมื่ออยู่บนเรือนร่างของเฌอรีน

ผู้เป็น... พี่สะใภ้ของเขา

“เอ้าคูป...ยังอยู่เหรอ” ทำหน้างงงวยที่เห็นผู้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและพ่วงตำแหน่งน้องชายของสามีหมาด ๆ ของเธอมายืนอยู่ตรงลานจอดรถของบริษัทไซน่าลอจิสติกส์ในเวลาเลิกงานเช่นนี้ เพราะเธอเข้าใจว่าหลังอาหารเช้าคริสโตเฟอร์ได้ไปส่งน้องชายทั้งสองคนขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เพื่อจะได้ไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิทันเที่ยวบินไปเมืองฮานอยประเทศเวียดนามในช่วงบ่ายของวันนี้

“พอดีมีงานด่วนทางนี้ พี่คริสจึงตัดสินใจให้ไคลส์ไปคนเดียวก่อน แถมเย็นนี้ยังลากผมมาทำโปรแกรมพิเศษให้ที่นี่อีก" ทำปากบุ้ยใบ้ไปทางรถเอสยูวีคันหรูที่พี่ชายกำลังถอยหลังเข้าช่องจอดห่างออกไปเกือบสุดแถว

“อ๋อ เหรอ...” เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวจึงเหลือบสายตามองรถสีน้ำตาลทองของคนที่ยุ่งอยู่กับงานทุกวันจนไม่มีเวลาไปรับ-ส่งลูกชายตัวเองเกือบหนึ่งสัปดาห์มาแล้ว

“อย่างไรผมก็คงอยู่ช่วยได้ไม่นานนักหรอก เพราะที่โน่นงานเยอะมาก ไคลส์ทำคนเดียวไม่ทันแน่นอน ส่วนทางนี้ก็คงให้พี่คริสหัวปั่นสักพักจนกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางของมันเอง”

ประโยคเอื่อยเฉื่อยเหมือนบอกเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่เฌอรีนเข้าใจถึงระบบธุรกิจของพวกเขาที่กำลังขยายการตลาดทั้งในและนอกประเทศเป็นอย่างดี 

“แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ให้อาไคลส์ไปก่อนก็ยังเหลืออาคูป ปราชญ์จะได้ไม่เหงา” เรื่องธุรกิจเธอไม่สนใจเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่ใส่ใจมากกว่าอะไรทั้งหมดนั่นก็คือความอบอุ่นของเด็กน้อย ซึ่งตอนนี้เธอได้ยื่นเรื่องขอรับเด็กชายปราชญ์เป็นลูกบุญธรรมตามกฎหมายไปเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งทุกอย่างดูรื่นไหลราวกับเด็กน้อยเกิดมาเพื่อเป็นลูกชายของเธอ

“โอ๊ย เด็กแสบนั่นไม่มีวันเหงาหรอก ยิ่งได้หลิวมาเป็นคุณแม่เต็มตัวอย่างนี้ขี้คร้านจะลืมพวกอาล่ะสิไม่ว่า ขนาดพ่อแท้ ๆ ยังเป็นหมาหัวเน่าเล้ย” หัวเราะเบา ๆ หลังจากที่กลับมาจากเชียงใหม่ หลานชายของเขาก็เกาะติดแม่หลิวราวกับเป็นตังเม คำสรรพนามเรียกขานก็แปรเปลี่ยนเป็น คุณแม่ ไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังออดอ้อนขอให้คุณแม่ใหม่มานอนด้วยทุกค่ำคืน แต่คงติดที่บิดาไม่ยอมปล่อยเมียสาวห่างเตียงเสียมากกว่า เพราะหลายเช้ามานี่เขาได้ยินเสียงพ่อลูกซักถามและอธิบายเรื่องที่หลับที่นอนเสียจนเขากับไคลส์อดหัวเราะที่เห็นพี่ชายทำหน้าประดักประเดื่อขณะเสาะหาเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาทำความเข้าใจกับลูกชายวัยช่างสงสัยไม่หยุดหย่อน

ฮึ นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็ติดอกติดใจสาวเจ้ามาตั้งนมนานแล้ว ทำมาพูดจาจิกกัดกลบเกลื่อนอารมณ์อ่อนไหวของตนเองมาตั้งหลายปี เรื่องแค่นี้ไม่สามารถปิดบังสายตาน้อง ๆ ที่คลานตามกันมาได้หรอกน่า

“คูปก็พูดเกินจริง...” หน้าเรื่อกับเสียงพูดและเสียงหัวเราะหยอกล้อ นับตั้งแต่เธอนำตัวเองเข้ามาเป็นแม่หลิวของปราชญ์ คูเปอร์และไคลส์ก็สนิทสนมกับเธอแบบฉันท์เพื่อนตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงบัดนี้ ความสนิทสนมนี้กลายเป็นความเข้าอกเข้าใจกันเมื่อทั้งสองได้มองเห็นความในใจของเธอ ต่างก็ให้เกียรติและช่วยสนับสนุนให้เธอสมหวังกับคริสโตเฟอร์ตลอดมาเช่นกัน

“นี่ผมพูดน้อยแล้วนะครับ” ชายหนุ่มยังไม่ยอมจบ ดวงตาทอแววอบอุ่นด้วยความห่วงใยกวาดมองดวงหน้าที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “พี่คริสกับหลิวคุยและปรับความเข้าใจตรงกันแล้วใช่ไหม” ฝ่ามือใหญ่โยกศีรษะเล็กไปมาสองทีด้วยความรักความเอ็นดูที่เห็นใบหน้าอิ่มเอิบแจ่มใสของหญิงสาว เขาไม่แปลกใจเลยที่พี่ชายโทรไปบอกว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงตรงหน้าโดยเร็วที่สุด นับว่านี่เป็นข่าวดีในรอบห้าปีสำหรับครอบครัวปัทมวิสุทธิ์เลยก็ว่าได้

“ก็ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ”

“เอ้า ทำไมล่ะ” เมื่อเห็นใบหน้าสวยหม่นหมองลงแวบหนึ่งอย่างที่เคยเห็นเสมอมาในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องของพี่ชาย เขาก็พอจะลำดับความและเข้าใจอะไรบางอย่างได้บ้าง “เพราะปราชญ์ใช่ไหม...” พอหญิงสาวพยักหน้า คนตัวสูงเพรียวก็ถึงกลับถอนหายใจเฮือกใหญ่ “รู้ตัวใช่ไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่...”

“ก็รู้ไงถึงทำอย่างนี้” อุบอิบตอบออกไปเบา ๆ “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า หลิวมั่นใจว่าตัวเองตัดสินใจไม่ผิด” ส่งยิ้มน้อย ๆ เพื่อเป็นการขอบคุณในความห่วงใยของเพื่อนสนิท

รอยยิ้มเรียบเฉยแบบนี้แหละที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ลึก ๆ ภายในใจเขารู้ว่าหัวใจพี่ชายของเขาอยู่ในกำมือน้อย ๆ นี่แล้วล้านเปอร์เซ็นต์

“เด็กน้อยที่น่าสงสาร ความรักช่างเข้าใจได้ยากจังแฮะ ถึงจะรู้ว่าหมาป่ามันจ้องจะงับเหยื่ออยู่แล้ว ยังยอมเป็นแกะน้อยได้ลงคอ” เว้นวรรคนิดหนึ่ง “เอ๊ะ  แต่รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างไรชอบกลว่าแกะน้อยตัวนี้น่าจะเป็นตัวพิเศษ ที่สักวันหมาป่าตัวนั้นจะต้องกลายเป็นแมวแหง่วร้อง เหมี้ยว เหมี้ยว...”

สิ้นเสียงเลียนแบบแมวร้องเฌอรีนก็รีบยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคักด้วยความขบขัน “บ้าจังคูปนี่ แมวอะไรเสียงใหญ่อย่างนั้นเล่า” คูเปอร์ก็มักเป็นแบบนี้ทุกที เขามันเปลี่ยนโหมดทุกข์ของเธอกลายเป็นโหมดสุขได้อย่างรวดเร็ว

“ก็เสียงแมวลูกครึ่งงี่เง่าไงครับ ตอบกลั้วเสียงหัวเราะร่วมไปด้วย แล้วเมื่อวันนั้นมาถึง แกะน้อยควรบวกลบคูณหารคิดกำไรทบต้นทบดอกเสียให้หลาบจำ โทษฐานที่ทำตัวไม่เห็นค่ากับสมบัติที่ตัวเองมีอยู่”

“แน๊... หลิวเป็นคนนะไม่ใช่สิ่งของ คูปก็พูดเว่อร์ซะ” แย้งออกไป แต่ภายในใจกลับรู้สึกโชคดีเป็นบ้าที่อย่างน้อยคนในครอบครัวของสามีก็ให้ความมั่นใจและอยู่เคียงข้างเธอเสมอมา

“โธ่...หวานใจ นี่ไม่รู้จริง ๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ พวกผู้ชายน่ะเขาคิดว่าเมียนั่นแหละคือสมบัติของเขาครับ”

ยิ่งพูดก็ยิ่งเข้าเนื้อตัว หญิงสาวจำต้องตัดประโยคด้วยการบอกลา

“ไม่เอาไม่พูดด้วยแล้ว หลิวไปรับปราชญ์ก่อนดีกว่า วันนี้นัดกันจะลงว่ายน้ำในสระด้วย เออ...แล้วตอนเย็นจะให้หลิวเก็บขนมปังหน้าหมูไว้ให้ไหมล่ะ” เห็นว่ามาที่ทำงานของเธอจวนเย็นแล้ว กว่าจะเสร็จงานคงดึกดื่นแน่เชียว

“อ้า... ขนมปังหน้าหมู...” ตาโตหูตั้งเมื่อได้ยินชื่อของโปรดปรานที่รับประทานที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าฝีมือเธอคนนี้ “โธ่... เรื่องแค่นี้ถามออกมาได้ เก็บสิครับ เก็บไว้ให้ผมเยอะ ๆ ด้วย ถึงจะกลับพรุ่งนี้เช้าผมก็จะกิน แค่ได้ยินชื่อน้ำลายผมก็สอแล้วไม่รู้เหรอ”

“เห็นแก่กินชะมัด” ย่นจมูกให้เพื่อนชาย ไม่รู้จะมีเวลาทำได้เยอะหรือเปล่า เพราะต้องแล้วแต่ปราชญ์ว่าจะลงเล่นน้ำเร็วหรือช้าย่ะ

คำพูดและการกระทำทุกอย่างให้หลานชายเขาเป็นที่หนึ่งเสมอ ทำให้คูเปอร์ก้มลงกระซิบบอกเคล็ดลับให้พี่สะใภ้เบา ๆ คุมปราชญ์นั้นไม่ยากหรอกน่า ผมเชื่อฝีมือหลิวอยู่แล้ว ขนาดพี่คริสที่ว่างานยุ่งหัวหมุนเป็นน๊อตขนาดนั้น ยังกลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านทุ๊กวันเลย

พูดเสร็จก็ยักคิ้วด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ที่สุดจนหญิงสาวอดที่จะต่อวาจาทะเล้นของตนออกไปอย่างเสียไม่ได้

ก็ลองไม่กลับมาสิ หลิวจะหิ้วปิ่นโตไปส่งยันที่ทำงานให้เลยล่ะ

โห... แม่นักคุมตัวจริง

อื่อ ใครว่าเล่นล่ะ

คำพูดที่มีความนัยเป็นอันรู้กันนั้นทำให้ทั้งคู่เปล่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อม ๆ กัน แต่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์เครื่องเงียบกริบคลานเข้ามาหาเมื่อไหร่ไม่รู้แต่กดแตรกระชั้นชิดดังก้องซะแก้วหูแทบแตก

ปริ๊น...ปริ๊น

“คูป! แกเอากุญแจรถของหลิวไป เราจะไปรับลูกด้วยกัน” ปากพูดกับน้องชายแต่ดวงตาวาวโรจน์จ้องเขม็งไปที่ใบหน้าของภรรยาสาว

“อ้าว ก็ไหนพี่บอกว่าจะให้ผมมาเป็นผู้ช่วยไง นี่กลายเป็นทิ้งงานให้เลยนะเนี่ย แล้วอย่างนี้กว่าจะเสร็จไม่ปาเข้าไปเที่ยงคืนเลยหรือไง” คูเปอร์รีบแย้งออกไปวุ่นวาย แต่ภายในใจกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น

“อือฮึ จัดการทำให้เสร็จกับหลี่เฟยได้เลย ฉันคุยและล็อกเวลาให้แกเรียบแล้ว เพราะเขาบอกว่าคืนนี้ว่างทั้งคืน” เนื่องจากเป็นคืนวันศุกร์และตรงกับวันปิดรอบสต๊อกสินค้าประจำเดือน ผู้จัดการฝ่ายโลจิสติสท์จึงต้องการให้แทรกโปรแกรมซ้อนโปรแกรมรับ-ส่งสินค้าให้ทันปิดยอดเก่าและรับยอดใหม่ในคืนนี้

“เฮ้ย ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องอยู่ตรวจสอบโปรแกรมทั้งคืนเลยล่ะสิ” ไอ้ที่ว่าเที่ยงคืนคงจะไม่แล้วเสร็จแน่นอน เพราะโปรแกรมสวมทับจะต้องใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อเลยเวลาวันเก่าแล้วต้องล่วงเข้าสู่วันใหม่ให้เรียบร้อยก่อน

“คงงั้นมั้ง เพราะส่วนมากถ้าโปรแกรมไม่สมบูรณ์มันจะรวนกันตอนนี้แหละ” พูดเป็นทางอ้อมให้น้องชายจับตาดูสินค้าสอดไส้ของบริษัทนี้ ซึ่งดูเหมือนอีกฝ่ายที่รู้เรื่องมาก่อนแล้วจำต้องพยักหน้าตอบรับออกไป เพราะขืนพูดมากเกินไปในที่สาธารณะ โปรแกรมลับเฉพาะที่คิดค้นกันเพื่อตรวจจับสินค้าที่แอบยักยอกถ่ายเทในบริษัทนี้อาจจะไม่เป็นความลับอีกต่อไปก็ได้

เพราะหน้าต่างมีหูประตูมีช่อง

ด้วยการร่วมงานกันมานานเกือบสิบปี ทำให้พนักงานหรือผู้บริหารบางท่านไม่ได้ติดใจที่เห็นคริสโตเฟอร์และพวกน้องชายที่เข้า ๆ ออก ๆ บริษัทนี้ถี่ขึ้นในระยะหลัง เพราะต่างก็คงคิดว่าเขามาติดต่อเรื่องงานหรือบางครั้งก็คงแวะมาหาสาวน้อยคนงามที่เพิ่งผ่านวันวิวาห์กันมาเมื่อไม่กี่วันนี้

“โอเค” บทจะรับคำง่าย ๆ คูเปอร์ก็ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจเหมือนกัน “ถ้าอย่างนั้นผมขอกุญแจรถหน่อยครับหวานใจ”

มือน้อย ๆ ส่งกุญแจรถที่ถือไว้ยื่นให้น้องชายสามีไปอย่างไม่อิดออด เพราะตอนนี้พนักงานที่เลิกงานแล้วก็เริ่มเดินมายังที่ลานจอดรถกันประปราย แต่คนรับนี่สิชักช้า... กลับจับมือเธอและรั้งเข้ามาใกล้เพื่อกอดลาตามธรรมเนียมฝรั่งเหมือนก่อนหน้านั้น ที่เขามักจะทำแบบนี้เพื่อยั่วโมโหพี่ชายตนเองที่ไม่ยอมสนใจเธอ

ทว่า...ครั้งนี้กลับยั่วขึ้นเสียด้วย

“ให้ตายสิไอ้คูป นี่เมียฉันนะโว๊ย!” คริสโตเฟอร์เปิดประตูและรีบลงรถมาราวพายุ กอดไหล่บางและดึงออกมาไว้ในอ้อมแขนแกร่งของเขาอย่างรวดเร็ว “อย่ามีครั้งต่อไปที่ทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้อีกนะ ไม่อย่างนั้นฉันอัดแกแน่” กัดฟันฮึ่มฮั่มซึ่งคูเปอร์ก็รีบปล่อยอ้อมแขนออกแล้วยกมือขึ้นสูงเสมอศีรษะเป็นการแสดงว่ายอมรับคำเตือนจากผู้ซึ่งเป็นพี่ชาย

“โห อะไรวะ หวงแม้กระทั่งน้องชายตัวเอง ผมก็กอดเพื่อนผมอย่างนี้เป็นประจำนี่น่า ทีเมื่อก่อนไม่เห็นพี่ว่าอะไรเลยนี่” สีหน้าพอใจเหลือเกินที่เห็นความรู้สึกลึกซึ้งของพี่ชายแทรกอยู่ในประกายดวงตาคมกล้า

เมื่อเห็นสายตาของน้องชายเต้นระริก คริสโตเฟอร์จึงหลุดเสียงสบถไม่ค่อยเบานักออกมา “นรกฉิบ! แกอย่ามากวนได้ไหมวะ”

เฌอรีนเห็นท่าอารมณ์เครียดของสามีหนุ่มเริ่มคุกคามรอบชั้นบรรยากาศ นิ้วหนาที่จิกเข้ากับเอวคอดของเธอก็จมลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบ “เออ ป่านนี้ปราชญ์คงรอแย่แล้วเรารีบไปกันเถอะพี่คริส” ดึงแขนใหญ่ขึ้นรถก่อนจะหันไปโบกไม้โบกมือลาคูเปอร์ที่ยังคงกลั้นหัวเราะให้กับพี่ชายตนเองที่น๊อตหลุดเพราะความหึงหวงไปเรียบร้อยแล้ว

ไอ้คูปบ้า หาเรื่องโยนแกะน้อยใส่หมาป่าแต่วันเชียวนะ

เพลิงพิศวาสพ่ายราคี  ราคาอีบุ๊ค 99 บาท

 

ซีรีส์หนี้รัก มีทั้งหมด 3 เรื่องดังนี้
1. เบี้ยพันธะพรหมจรรย์ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
2. ล่าสวาทนางบำเรอ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
3. กรงเสน่หาอสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

พ่ายสวาทจ้าวหัวใจ ราคาอีบุ๊ค 99 บาทจ้า....

**ขอฝากนิยายวาย นามปากกา  Medic (เมดิค) 

ซีรีส์แรกมีทั้งหมด 3 เรื่อง
1. Servant Love Demon (ทาสรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
 

 2. Love Spell of the Demon (มนต์รักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

3. Demon’s Love Rebound (หวนรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

*************

 

ซีรีส์ Tonight มีทั้งหมด 2 เรื่อง

1.    หนี้อสูรร้าย (เป็นเรื่องต่อจาก ใต้เงาเมียซาตาน) ราคา 29 บาท

2. ทัณฑ์อสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

ซีรีส์ Only Love  มีทั้งหมด 3 เรื่อง

1.   ไฟรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

2.   เสน่ห์ร้อนจำเลยสวาท ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

3.   พ่ายรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

 

ซีรีส์เล่ห์รัก (ลูก ๆ พ่อเลี้ยงภู) มีทั้งหมด 5 เรื่อง

1. เพลิงพ่ายบำเรอใจ (ณภัทร+วรรณรสา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

2. วิวาห์ผลาญใจ (พงศ์กฤต+อาทิตยา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

3. ซ่อนรักคืนพิศวาส (ภานุพันธ์+ณัชชา) อีบุ๊คราคา 39 บาท

4. ยั่วสวาทสามีสุดที่รัก (พจน์+ปริศรา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

5. เมียลับจำยอม (ปรีชา+นภา) อีบุ๊คราคา 4บาท

**ขอฝากนามปากการังรอง ราคาเรื่องละ 29 บาท... กลกามา / เกลียวคลื่นสวาท/ สกุณายั่วรัก/ บูรพาเริงรัก

และขอฝากอีบุ๊คทุกเรื่องไว้ในอ้อมอกนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ 


 




 

 



 

  

 

 

 



 

 




 




  


 


 


 

 



             

 

 

 

 

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น