เพลิงพิศวาสพ่ายราคี

ตอนที่ 1 : ปฐมบท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,079
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    5 ก.ย. 62



เธอหลงรักสามีเพื่อนสนิท

เฌอรีน ปาร์เกอร์ หญิงสาวลูกเสี้ยวไทย จีน อเมริกาวัย 28 ปี ทำงานบริษัทไซน่าลอจิสติกส์สาขาแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย บริษัทนี้เป็นธุรกิจส่งออกครบวงจรที่ทันสมัยที่สุดในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ ทางเหนือสุดของแดนสยาม 

เธอรู้สึกมีความขมขื่นอยู่ภายในใจมานับสิบปี หากจะย้อนเวลาออกไปแล้วก็ตั้งแต่สมัยงานเลี้ยงจบหลักสูตรของคณะวิศวกรรมโลจิสติกส์[1]ในมหาวิทยาลัยใหญ่แห่งหนึ่ง

วันนั้น... เธอได้ทำผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ที่ได้แนะนำหนุ่มในฝันของเธอให้รู้จักกับบัวชมพูเพื่อนสนิทของเธอ

คริสโตเฟอร์ ปัทมพิสุทธิ์ หนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกา เขาเป็นหนุ่มใหญ่ที่อายุห่างจากเธอเกือบสิบปี ความเก่งและความเฉลียวฉลาดของเขาเป็นที่ประทับใจเธอเรื่อยมา ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะเป็นถึงเจ้าของบริษัทพี ซอฟแวร์ กรุ๊ป ที่ลงโปรแกรมสำเร็จรูปต่าง ๆ ให้บริษัททั่วภาคเหนือ แต่มิตรภาพที่เขามีให้สำหรับเด็กฝึกงานเช่นเธอนั้น ทำให้เกิดความประทับใจและผันแปรเป็นความรักได้อย่างง่ายดายยิ่งนัก

และวันหนึ่งเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ความสนิทสนมที่มีพื้นฐานความเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้นเนื่องจากทั้งคู่มีสายเลือดของชาวต่างชาติไหลเวียนอยู่ในร่างกายเป็นทุนเดิมนั้น ทำให้มิตรภาพที่มีให้กัน ค่อย ๆ ถักทอถึงขั้นเรียกขานกันแบบฉันท์พี่น้อง

 เธอจึงมีความกล้าชักชวนชายหนุ่มไปไหนต่อไหนด้วยกันบ่อยครั้ง จนกระทั่งถึงงานเลี้ยงของมหาวิทยาลัย เมื่อคริสโตเฟอร์เห็นบัวชมพูแค่วินาทีแรกเท่านั้น ความสวยงามเหมือนสาวในวรรณคดีไทย ทั้งพฤติกรรมอ่อนหวานและมารยาทงามสมกับเป็นดาวของมหาวิทยาลัยนั้น ทำให้ชายหนุ่มประทับใจไม่รู้ลืมไม่รีรอที่จะไหว้วานเธอเป็นแม่สื่อคอยชักใยพาเพื่อนสาวให้มารู้จักกับเขา และได้ขอร้องให้เธอช่วยสานความสัมพันธ์รักใคร่ครั้งนั้นให้คนทั้งสองอีกต่างหาก

แต่ทว่า... เธอไม่ได้ทำหน้าที่ครบถ้วนเท่าใดนัก เพราะเพียงแค่ทั้งสองคนประสานสายตากันสอง-สามครั้งเท่านั้น ทุกอย่างก็สปาร์คกลายเป็นประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบ ดึงดูดความต้องการกันและกันทันทีทันใด  เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่เดือน งานวิวาห์ที่เธอปวดอกปวดใจที่สุดในโลกก็ถือกำเนิดขึ้นริมฝั่งแม่น้ำโขง

แต่ถึงจะเจ็บปวดอกตรมแสนสาหัสแค่ไหน มิตรภาพของเธอและบัวชมพูยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มีแต่จะแน่นแฟ้นกันมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความระมัดระวังตัวเธอเองที่ไม่แสดงอารมณ์อันอ่อนหวานที่มีต่อคริสโตเฟอร์ออกมาให้ใครได้พบเห็นเป็นเด็ดขาด

บ่มและข่มมัน... เก็บรักต้องห้ามไว้ภายในใจคนเดียวตลอดมา

จนกระทั่งเมื่อเพื่อนสนิทของเธอตั้งครรภ์ พอใกล้ถึงวันครบกำหนดคลอด ปรากฏว่าครรภ์สาวเป็นพิษ หมอต้องรีบผ่าตัดช่วยชีวิตแม่และเด็กเอาไว้โดยรีบด่วน

แต่อนิจจา... การช่วยเหลือครั้งนั้นทำให้ทารกน้อยปลอดภัย แต่มารดากลับเสียชีวิตลงทันที

สร้างความสูญเสียให้คริสโตเฟอร์อย่างใหญ่หลวง เพราะนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขากลับกลายเป็นผู้ชายที่เข้าถึงตัวได้ยากที่สุดคนหนึ่ง และเพียงหนึ่งปีจากการสูญเสีย เขาก็เปลี่ยนเป็นคนละคน...

จากสุภาพเรียบร้อยกลับกลายเป็นปีศาจร้าย

จากผู้ชายที่รักเดียวใจเดียวกลับกลายเป็นผู้ชายไม่มีหัวใจให้ผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น

ซึ่งนั่นทำให้เฌอรีนเข้าถึงตัวเขายากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

“ดึกแล้วทำไมยังไม่กลับบ้านอีก”

เสียงแหบแห้งดังขึ้นจากประตูห้องเด็กเล็ก ทำให้หญิงสาวหลุดออกจากห้วงความคิดที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เธอมองใบหน้าเด็กชายตัวน้อย

ปราชญ์ ปัทมพิสุทธิ์ เธอรักปราชญ์... เพราะเด็กคนนี้คือลูกชายของเพื่อนสนิทกับชายที่เธอรักมากที่สุดนั่นเอง

“เอ่อ...” ไม่กล้าตอบความจริงที่เผลอเหม่อลอยคิดถึงอดีตแสนขื่นขมของตัวเอง เลยส่งยิ้มหวานหยดไปให้คนป่วยที่เป็นไข้หวัดเหมือนเช่นทุกครั้งที่พบเจอกัน

เพราะตั้งแต่บัวชมพูเสียชีวิต คริสโตเฟอร์ก็นำลูกน้อยมาอยู่บ้านหลังใหญ่ที่พ่อและแม่ทิ้งไว้ให้ลูก ๆ ทั้งสามคนอาศัยอยู่ด้วยกัน ก่อนที่ท่านจะประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกเมื่อสิบปีก่อน

นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งแรกที่ใหญ่ยิ่งของครอบครัวปัทมวิสุทธิ์

ถึงแม้พี่น้องทั้งสามจะแยกย้ายกันไปร่ำเรียนตามมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ แต่สุดท้ายก็กลับมาช่วยทำงานของครอบครัว จนในที่สุดธุรกิจโปรแกรมสำเร็จรูปต่าง ๆ ก็ติดตลาดและผูกขาดกับสถานประกอบการใหญ่ ๆ ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านด้วยเวลาอันรวดเร็ว

“เป็นอย่างไรบ้างคะ ทานยาแล้วนอนแบบนี้ดีขึ้นไหม” ร่างสูงโปร่งแบบบางราวหุ่นนางแบบ ด้วยใบหน้าที่ค่อนไปทางเชื้อสายตะวันตกทำให้เธอเป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็นเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในอริยบทใดรูปลักษณ์ที่สวยงามนั้นก็จับใจคนมองยิ่งนัก

ก็ดี...ตอบส่ง ๆ แบบขอไปที

อ๋อ...ค่ะ อยากถามอาการอีกมากมาย แต่เมื่อเหลือบสายตามองเด็กชายที่เธอรักเหมือนลูกในไส้นอนหลับสนิท จึงลุกขึ้นจัดการปิดหนังสือนิทานเล่าก่อนนอน

เรียวขายาวก้าวเดินไปปิดไฟดวงใหญ่แล้วจึงทำหน้าบุ้ยใบ้ให้ชายหนุ่มออกไปคุยกันด้านนอก แต่แทนที่จะคุยเธอกลับเขย่งปลายเท้า แล้วเอามือน้อย ๆ ยื่นตรวจวัดอุณหภูมิบนหน้าผากกว้างที่ลดลงเกือบเป็นปกติด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอย่างเป็นธรรมชาติแกมมีจริตนิด ๆ ตามประสาคนรักใคร่ชอบพอเขาข้างเดียว

ได้แต่หวังไว้ว่าการพยายามครั้งนี้จะไม่สูญเปล่า เพราะสอง-สามปีมานี้ ทุกคนในครอบครัวของเขาและครอบครัวของบัวชมพูที่รักเธอเหมือนลูกสาวอีกคนหนึ่ง ก็มักจะสนับสนุนแถมจับทั้งคู่ให้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับเธอ

“อื้อ ยุ่งน่า น่ารำคาญชะมัด ไป... กลับไปได้แล้ว” เนื้อตัวหอมกรุ่นแถมร่างบางนุ่มนิ่มกำลังทำให้อาการเขากำเริบล่ะไม่ว่า ความอดยั้งใจที่ไม่กระชากเธอลงมานอนบนพื้นปาร์เก้กำลังหมดสิ้นลงไปทุกที...ทุกที

แต่คนถูกกระทำหาได้ถือสาและสนใจเสียงนั้นไม่ เพราะถ้าตอนเช้าเธอไม่แวะมาปรึกษาเขาเรื่องโปรแกรมตัวใหม่ของระบบส่งของล่ะก็ เธอก็คงไม่รู้ว่าเขานอนซมเพราะไข้หวัดตั้งแต่เมื่อวานเย็นนี้แล้ว

ซึ่งมองดูจากภาพการณ์ของวันนี้... เด็กชายปราชญ์ก็คงขาดเรียนไปโดยปริยาย เพราะคูเปอร์และไคลส์น้องชายของคริสโตเฟอร์ก็ไปทำงานยังสาขาที่เปิดใหม่ในประเทศเวียดนามกันหมด

“อืม... ไม่กลับดีกว่า คืนนี้หลิวจะนอนกับปราชญ์” แม้แต่ชื่อทุกคนที่อยู่บ้านหลังนี้ก็เป็นฝรั่งจ๋ากันหมด ยกเว้นเด็กน้อยคนนี้ที่บิดารักความเป็นไทยมากจนถึงขนาดตั้งชื่อลูกให้แตกต่างกับหน้าตาของเด็กชายที่กระเดียดไปทางเชื้อสายของคุณปู่มากกว่าทางคุณตาคุณยายที่อยู่ในจังหวัดเชียงรายเสียอีก

เพราะใบหน้าของคริสโตเฟอร์ไม่ได้หล่อแบบคลาสสิคเหมือนลูกครึ่งทั่วไป แต่เขากลับมีผมและดวงตาสีดำราวราตรีกาลดั่งคนเอเชีย หุ่นสูงใหญ่ล่ำสันดูดิบเถื่อนมากเป็นพิเศษในยามที่เขาปล่อยให้หนวดเคราขึ้นครึ้มรกบนใบหน้า

เพิ่งพิศดูแล้วเจ้าของน่าจะกำจัดมันอาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างต่ำ

แต่หนุ่มน้อยที่นอนหลับอุตุอยู่ในห้องเด็กนั้นกลับมีผมหยักศกและดวงตาสีน้ำตาลอ่อนละม้ายคล้ายเชื้อชาติตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตั้งแต่เกิดปาฏิหาริย์รอดชีวิตจากครรภ์เป็นพิษ ทางครอบครัวของบัวชมพูก็ไหว้วานให้เธอช่วยดูแลเสมือนมารดาเด็กชายปราชญ์แทนลูกสาวของพวกท่าน

จนปัจจุบันนี้หลายคนที่ไม่รู้ภูมิหลังของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็มักจะทึกทักกันว่าเธอเป็นแม่บังเกิดเกล้าของเด็กน้อยจริง ๆ

ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับเธอ

“ไม่ได้ มันไม่เหมาะสม” เสียงปฏิเสธพร้อมกับจับมือบาง ลากไปทางบันไดเพื่อพาเธอลงไปยังประตูหน้าบ้าน “คำที่เธอเคยอ้างมาตลอดห้าปีว่าเป็นห่วงปราชญ์ เพราะยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นั้น มันใช้ไม่ได้ผลแล้ว กลับไปซะ แล้ววันหลังก็ไม่ต้องมาค้างที่นี่อีก เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน” เสียงเข้มบอกไป ส่วนมือก็ทำหน้าที่ลากจูงร่างบางไปด้วย

“อื้อ ไม่ได้ก็ไม่ได้สิ ไม่เห็นจะต้องมาโมโหเลย บอกกันดี ๆ ก็ได้ หลิวก็รู้ตัวเองดีมาตลอดนั้นแหละว่าเป็นคนอื่นสำหรับพี่ แต่สำหรับปราชญ์ไม่ใช่แน่นอน จะให้เลิกเป็นห่วงมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าพี่คริสไม่อยากให้หลิวยุ่งกับปราชญ์ก็ไปตกลงกับคุณพ่อคุณแม่ของชมพูเองก็แล้วกัน” สะบัดมือแล้วเดินเชิดใบหน้าขาวนวลขึ้นท้าทายผ่านชายหนุ่มไป

เชอะ ทำเป็นหลงลืมช่วงเวลาขวบปีแรกของทารกน้อยไปได้ ใครกันที่มีสติครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดในยามที่เขาเสียศูนย์

ท่าทางรั้นและเอาแต่ใจของหญิงสาว ทำให้คริสโตเฟอร์อยากจะจับตัวร่างบางเขย่านัก ใช่ว่าเขารังเกียจเธอเสียเมื่อไหร่ แต่เขาไม่อยากให้ตัวเองเคยชินกับการมีเธอมากไปกว่านี้แล้วต่างหาก แต่สิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะสายเกินไป นั่นคือการโพล่งวาจาเจ็บแสบออกไปโดยไม่ได้ยั้งคิด

“พี่ก็ปฏิเสธไปกี่ครั้งแล้วจำไม่ได้รึ รู้ว่าครอบครัวของภรรยามีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น แถมพอการสูญเสียเกิดขึ้น ทางนั้นก็ยึดสาวลูกเสี้ยวคนนี้ไว้เสมือนเป็นบุตรบุญธรรมอย่างไรอย่างนั้น ประจวบเหมาะที่เฌอรีนก็ไม่คิดกลับไปอยู่กับครอบครัวตัวเองที่ประเทศอเมริกา ก็เลยเป็นสิ่งง่ายที่จะผูกพันกายและใจไว้กับเธอ

อย่าคิดว่าพี่โง่นะหลิว เธอคิดอะไรอยู่พี่รู้หมด  ถ้าไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ดี ๆ ที่เธอมีต่อครอบครัวของบัวชมพูล่ะก็ พี่จับเธอโยนไปนอกบ้านนานแล้ว” เป็นเพราะความหงุดหงิดจากอาการไข้ด้วยทำให้ชายหนุ่มพูดจารุนแรงออกไป ซึ่งระยะหลังเขามักจะหลุดแสดงความป่าเถื่อนที่ซ่อนอยู่หลังใบหน้าหล่อเหลากับหญิงสาวตรงหน้านี้เสมอ

ได้ผล ร่างระหงที่เดินนำหน้าเขาไปทางประตูหันขวับมามองหนุ่มลูกครึ่งที่อยู่ในห้วงความรักมาเกือบชั่วชีวิตด้วยใบหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธจากปากน่าตบของเขา

เพี๊ยะ!!

ไม่แค่คิดเท่านั้น แต่เธอทำมันทันที

“พี่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวหลิว ก็หุบปากซะ”

“บัดซบ! เธอตบหน้าพี่...” แรงกระแทกของฝ่ามือน้อยทำให้ใบหน้าคมคร้ามสั่นเกร็งพร้อมกับกราดเกรี้ยว

แต่อีกฝ่ายกลัวซะที่ไหน เพราะเธอก็ตอบโต้เขาออกไปทันทีเช่นกัน

“ใช่ และจะตบอีกถ้าพี่ยังไม่เลิกพูดจาดูถูกหลิวแบบเมื่อกี้นี้”

เธอไม่ใช่บัวชมพูที่มีนิสัยอ่อนหวาน คริสโตเฟอร์พูดอย่างไรก็คล้อยตามอย่างนั้น เชื่อฟังสามีราวกับเป็นพระเจ้า และปฏิบัติหน้าที่ภรรยาอย่างดีเยี่ยมไม่มีขาดตกบกพร่อง แถมไม่มีปากไม่มีเสียงเสียจนเธอแอบคิดว่า ถ้าเธอมีโอกาสแต่งงานเธอจะปรนนิบัติสามีได้สักครั้งหนึ่งของเพื่อนสนิททำมันไหม

“เก่งนี่...” ลากเสียงยาว “แต่รู้สึกว่าจะผิดที่ผิดเวลาหน่อยนะเฌอรีน” นาน ๆ ครั้งเขาจะออกเสียงภาษาอังกฤษเรียกชื่อเธอสักครั้งหนึ่ง

ดวงตาสีเลือดสบประสานกับดวงตาสีน้ำตาลกลมโตอย่างไม่มีใครยอมหลบ

ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็เกิดฟิวล์ขาดทันที มือหนากระชากร่างบอบบางเข้ามาแนบชิด กระแทกปากลงไปหากลีบปากอิ่มที่เม้มแน่นด้วยความฉับไว

จูบดุดันบดเบียดขย้ำเข้าไปหาโพรงปากเล็ก ดูดดึง ขบเม้มราวกับต้องการลงทัณฑ์ให้คนรับหลาบจำ โดยไร้ความสำนึกถึงมิตรภาพที่ยาวนาน ปีศาจร้ายในตัวเขากำลังเริงร่าเหมือนกับมันถูกกักขังมาเนิ่นนานและหญิงสาวเพิ่งไปไขลานให้ออกอาระวาด

เพราะสิ่งที่ต้องการนั่นก็คือ... คนที่สามารถรองรับอารมณ์ระเบิดพลุ่งของเขาเดี๋ยวนี้

ร่างบางนิ่งขึงด้วยความช็อก จูบ ชายในฝันกำลังจูบเธออยู่ใช่ไหม ทำไมไม่เหมือนจูบที่เธอเคยแอบมองดูเขาปฏิบัติกับบัวชมพูอย่างละมุนละม่อมล่ะ

นิ้วแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าบีบสะโพกมนกระแทกเข้ามาหาxxxxxxด้วยความกักขฬะ ตัณหารุนแรงแล่นปลาบไปทั่วร่างแทบแหลกสลายกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

มันไม่ใช่... ไม่ใช่จูบที่เธอสวดมนต์ขอพรจากพระเจ้านับหมื่น ๆ ครั้งที่อยากได้จากเขา มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา... รวบรวมแรงกายพลังใจให้พร้อมใช้ฟันคม ๆ ตอบโต้ฝังเข้าไปในปากอีกฝ่ายเต็มแรง แล้วยกเท้าเล็กขึ้นสูงกระทืบเท้าใหญ่ไปเต็มรัก

โอ๊ย! เด็กบ้า เป็นหมาหรือไงฮะผลักไหล่มนไปสุดกำลัง มันแรงเสียจนร่างเหน่งน้อยกระเด็นตกพื้นก้นจ้ำเบ้า

คนเลว!”

ดวงตาเจ็บปวดที่มีน้ำเอ่อคลอแวววับ กัดฟัน กำมือแน่นแล้วลุกขึ้นยืนอย่างไม่ยอมแพ้ ถึงแม้ร่างกายจะไหวระริกจากการเสียดสีโจ่งครึ่มของเขาก็ตามที แต่เธอก็ขอฮึดสู้กับปีศาจร้ายตนนี้อีกสักครั้งเถอะน่า

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!!

ใบหน้าแข็งกระด้างกระทบฝ่ามือเล็กสองครั้งติด ๆ กันจนชาดิก ก่อนที่ร่างบางจะกระชากประตูบ้านแล้ววิ่งออกไปสุดฝีเท้าเพื่อขึ้นรถกระบะสี่ประตูสีเทาดำไทเทเนียมของตนขับออกไปด้วยความรวดเร็วท่ามกลางสายตาบ้าคลั่งที่เต็มไปด้วยความใคร่ที่ตัวเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีกว่าใคร...

ระยำ! เขาหลงรักเพื่อนสนิทของภรรยาตั้งแต่วันแต่งงานของเขา

เพลิงพิศวาสพ่ายราคี  ราคาอีบุ๊ค 99 บาท

 

ซีรีส์หนี้รัก มีทั้งหมด 3 เรื่องดังนี้
1. เบี้ยพันธะพรหมจรรย์ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
2. ล่าสวาทนางบำเรอ ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
3. กรงเสน่หาอสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

พ่ายสวาทจ้าวหัวใจ ราคาอีบุ๊ค 99 บาทจ้า....

**ขอฝากนิยายวาย นามปากกา  Medic (เมดิค) 

ซีรีส์แรกมีทั้งหมด 3 เรื่อง
1. Servant Love Demon (ทาสรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท
 

 2. Love Spell of the Demon (มนต์รักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

3. Demon’s Love Rebound (หวนรักอสูร) ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

*************

 

ซีรีส์ Tonight มีทั้งหมด 2 เรื่อง

1.    หนี้อสูรร้าย (เป็นเรื่องต่อจาก ใต้เงาเมียซาตาน) ราคา 29 บาท

2. ทัณฑ์อสูรร้าย ราคาอีบุ๊ค 29 บาท

 

ซีรีส์ Only Love  มีทั้งหมด 3 เรื่อง

1.   ไฟรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

2.   เสน่ห์ร้อนจำเลยสวาท ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

3.   พ่ายรักจำเลยสวาท  ราคาอีบุ๊ค 39 บาท

 

ซีรีส์เล่ห์รัก (ลูก ๆ พ่อเลี้ยงภู) มีทั้งหมด 5 เรื่อง

1. เพลิงพ่ายบำเรอใจ (ณภัทร+วรรณรสา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

2. วิวาห์ผลาญใจ (พงศ์กฤต+อาทิตยา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

3. ซ่อนรักคืนพิศวาส (ภานุพันธ์+ณัชชา) อีบุ๊คราคา 39 บาท

4. ยั่วสวาทสามีสุดที่รัก (พจน์+ปริศรา) อีบุ๊คราคา 49 บาท

5. เมียลับจำยอม (ปรีชา+นภา) อีบุ๊คราคา 4บาท

**ขอฝากนามปากการังรอง ราคาเรื่องละ 29 บาท... กลกามา / เกลียวคลื่นสวาท/ สกุณายั่วรัก/ บูรพาเริงรัก

และขอฝากอีบุ๊คทุกเรื่องไว้ในอ้อมอกนักอ่านทุกท่านด้วยนะคะ 

 



[1] โลจิสติกส์ (Logistics) เป็นคำที่มาจากภาษากรีกแปลว่า ศิลปะในการคำนวณ 

 

 



 

  

 

 

 



 

 




 




  


 


 


 

 



             

 

 

 

 

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น