segreto ☮

ตอนที่ 11 : A DATE ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ก.ค. 56

 



 A DATE ?

 





 




เด็กหนุ่มยืดตัวบิดขี้เกียจอย่างช้าๆ หลังจากจดจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่นานแสนนานก็ตัดสินใจกดปุ่มenter

 






 

aluminize’s v @ the.antivirus

 

ผมยาวแล้ว =_=                                                             1mins ago

 

 



 

เขาไม่ใชคนที่สนใจเทคโนโลยีเท่าไร การสร้างความเคยชินกับโซเชียลเน็ตเวิร์คจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่เขาก็ทำมันไปแล้ว…. เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อทำในสิ่งที่ถูกบังคับเสร็จเรียบร้อย นิสัยที่ไม่ชอบเปิดเผยเรื่องส่วนตัวให้ใครรู้ทำให้รู้สึกอึดอัดนิดหน่อยที่ต้องมานั่งแชร์ชีวิตให้คนอื่นรู้   หากไม่เพราะทนรำคาญเสียงบ่นของเพื่อนและบรรดาแฟนคลับไม่ไหวจึงต้องทำในสิ่งที่ไม่ปลื้มนัก

 


 

โทรศัพท์มือถือที่สั่นเป็นว่าเล่นไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าของมากนัก  หางตาเหลือบเห็นหน้าจอพร้อมข้อความแจ้งเตือน



 ‘ 54 people retweeted one of your tweets! ’

 

มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเขารู้วิธีปิดระบบการแจ้งเตือนพวกนั้น =_=  บอกแล้วว่าเขามันพวกโลเทค (แม้ความจริงคือเขาแค่ขี้เกียจวุ่นวายกับเทคโนโลยีที่เขาไม่มีวันเข้าใจก็ตาม)


ได้แต่ถอนหายใจแล้วโยนเครื่องมือสื่อสารไปที่โซฟาไกลตัว   เด็กหนุ่มจัดการล็อคเอ้าท์จากทวิตเตอร์(ที่ภีมครับ เพื่อนสนิทเป็นคนจัดการสมัครและบังคับใช้)ก่อนจะลงมือปิดคอมในทันที

 

 




แอ๊ด~


เสียงเปิดประตูและผู้มาใหม่ไม่ได้ทำให้คนที่อยู่ข้างในก่อนแล้วแปลกใจ ในเมื่อห้องนี้คือห้องนอนของเขา จะมีใครซะอีกล่ะที่กล้าเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะนอกจากผู้ที่เป็นเจ้าของห้องร่วมกัน (ยกเว้นเรนนิน พี่สาวคนโตที่มักจะเสียมารยาทเข้ามาเม้าท์และปิดท้ายด้วยการขอยืมเงิน)  แอนติเจน แฝดผู้พี่ที่มีทั้งหน้าตา ท่าทางและนิสัยเหมือนกับเขาซะจนบางครั้งผู้เป็นแม่ยังแยกไม่ออก


“ ตารางซ้อมเสร็จรึยัง? ”


“ หน้าที่แอนไม่ใช่เหรอ =-=a


=___=^ แอน-ติ ” แอนติเจนแสดงสีหน้าไม่พอใจเมื่อเขาเรียกพี่ชายด้วยชื่อหน่อมแน้มเหมือนผู้หญิงแบบนั้น เจ้าตัวพูดแก้ชื่อของตัวเอง(แม้จะรู้ดีว่าน้องชายไม่มีทางเรียกตาม)


“ แอนโทรตามพวกภีมด้วยแล้วกัน ” ยั่วโมโหเสร็จก็เดินเลยคนหน้าบึ้งไปยังโซฟาตัวโปรด ทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้า  ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการใช้เวลากับโซเชียลฯแค่20นาทีสามารถทำให้เด็กหนุ่มหมดแรงได้แบบง่ายๆ


=____=^ <<< เอือม

 

 





ติ๊ด!


เสียงข้อความเข้าทำเอาคนที่นอนอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมา  พอเห็นว่าใครเป็นคนส่งมาก็ยิ่งตีหน้ายุ่งเข้าไปใหญ่  แม้ความจริงแล้วจะไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับเบอร์ที่ส่งมาเลยสักนิด  มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ใช้ sms ติดต่อกับเขา  เพราะถ้าเป็นเพื่อนในกลุ่มหรือครอบครัว พวกเขาจะใช้วิธีโทรหากันซะมากกว่า



 

: hello honey

: หนุ่มน้อย~~ ;D

=_=

: อะไรกัน ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ L

มีอะไร?

: แหม พูดตรงจังนะ L

แค่จะบอกว่าพรุ่งนี้จะพาไปตัดผมนะจ้ะ J


: เที่ยงเจอกันที่เดิมนะ เดี๋ยวพี่สาวเลี้ยงข้าวเอง xoxo

 


“ ยุ่ง ” อดวิจารณ์ความเผด็จการของคู่สนทนาอย่างเสียไม่ได้  เขาไม่ได้ส่งข้อความตอบอีกฝ่ายแต่เลือกที่จะทิ้งมันไว้แบบนั้น



“ ไวร์ แอนติ  แม่ให้มาตามไปกินข้าว ”

 
















 

 

 

=________=;;

เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนเป็นตัวประลาด สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ตนจนน่าอึดอัด อาจจะเพราะความสูงที่ดูโดดเด่นหรือหน้าตาออกสไตล์เกาหลีที่กำลังเป็นที่นิยม  แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหนก็ไม่ได้ช่วยให้คนถูกมองรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

 

!! ” มือบางของใครบางคนทาบปิดตาทั้งสองข้างของเขาไว้ ความนุ่มของมือนั้นทำให้รู้สึกไขว้เขวไปเล็กน้อยก่อนที่เจ้าตัวจะดึงสติของตัวเองกลับมาได้เพราะเสียงทักทายอันเป็นเอกลักษณ์


“ ทายสิใครเอ่ย~

จัดการเอามือนุ่มที่ปิดตาเขาไว้ออกแล้วหันมาเผชิญหน้ากับคนตัวเล็ก


“ ช้า =_=^


“ แหม อุตส่าโดดงานมาหาเลยนะ L


“ วันนี้วันอาทิตย์ =__=


“ ว้า จับได้อีกแล้ว ;p

 

เจ้าของการนัดเจอในวันนี้ฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่ได้รู้สึกผิดกับการโกหกเมื่อครู่เลยสักนิด  ทั้งที่ควรจะโกรธที่ถูกปล่อยให้รอนาน แต่เด็กหนุ่มกลับไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกไปนอกเสียจากว่าใบหน้าเรียบตึงตามแบบฉบับ อาจเพราะรู้สึกชินกับนิสัยของอีกฝ่ายแล้วก็เป็นได้


“ หิว =_=;


“ วันนี้กินอาหารญี่ปุ่นแล้วกันเนอะ ;D


“ เบื่อ ”


“ แต่มันไม่อ้วน เพราะฉะนั้นอาหารญี่ปุ่น J


=___=^ หญิงสาวคล้องแขนพาเขาเดินดุ่มๆไปยังร้านที่ต้องการ  พนักงานต้อนรับกล่าวทักทายอย่างสนิทสนม  เขาอาศัยจังหวะนั้นพาตัวเองออกมายืนด้านหลังอย่างเนียนๆ


“ สวยตามเคยนะคะพี่ตาร์  2ที่นะคะ ^ ^


“ ขอบใจจ้ะคนสวย J


เด็กหนุ่มพยายามทิ้งระยะห่างในการเดินไม่ให้ใกล้อีกคนมากนัก  เขานั่งลงตรงข้ามชีตาร์ ด้วยท่าทีอึดอัด แม้ว่าจะชินกับนิสัยของคนตรงหน้า แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะรู้สึกชินกับการถูกจ้องมองแบบนี้ 



มื้อเที่ยงผ่านไปอย่างไม่ราบรื่นนัก(อย่างน้อยก็สำหรับเขา)  หลังจากเถียงกันอยู่นานว่าใครจะเป็นฝ่ายจ่ายค่าอาหารมื้อนี้ สุดท้ายผู้ชนะก็คือชีตาร์อยู่ดี   โดยเธอให้เหตุผลกับเขาว่า “ จะได้มีข้ออ้างเจอเธอยังไงล่ะหนุ่มน้อย J " -______-

 





 

ตอนนี้ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าร้านตัดผมชื่อดัง แถมดูเหมือนว่าจะเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ฝ่ายหญิงคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะนอกจากช่างทำผมและพนักงานในร้านจะชวนเธอคุยอย่างออกรสแล้ว  อีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเสียงแซวเกี่ยวกับคนข้างตัว


“ นึกว่าน้องตาร์จะไม่พามาแนะนำตัวกับเจ๊ซะแล้วนะคะ ”


“ แหมมมม~ มิน่าล่ะคุณตาร์ถึงสวยวันสวยคืน เพราะมีหญ้าอ่อนให้เคี้ยวแบบนี้นี่เอง ”


“ น่าอิจฉาจังนะคะ ”


บลา บลา บลา ฯลฯ


และอีกหลายประโยคที่ฟังแล้วไม่เข้าหูคนที่ถูกพาดพิงเอาซะเลย  เด็กหนุ่มได้แต่ทำหน้ามุ่ยแสดงความไม่พอใจ  ยืนล้วงกระเป๋ามองไปรอบร้านอย่างเนือยๆอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก จนกระทั่งอีกฝ่ายยุติการสนทนาแล้วกันมาถาม


“ เอาทรงไหนดีนะ~ ”


“ บอกแล้วไงว่าไม่ตัด =____=


แต่ใช่ว่าอีกฝ่ายจะฟังเสียงคัดค้านของเขาซะเมื่อไหร่


“ งั้นเอาทรงเอ็ดเวิร์ด :D

 

 









let’s go boy :D ” ชีตาร์ดันหลังเด็กหนุ่มไปข้างหน้าเพื่อส่งตัวให้ช่างตัดผมประจำตัวของเธอที่ยืนรออยู่แล้ว  เธอขยิบตาให้อีกฝ่ายอย่างรู้กัน


“ ตาร์ฝากด้วยนะคะ เอาให้หล่อๆเลย J


“ หล่อเกินไปเดี๋ยวชะนีติดใจยิ่งกว่าเดิมจะหาว่าเจ๊ไม่เตือนนะคะน้องตาร์ ” ชายหนุ่มร่างใหญ่แต่จิตใจเป็นหญิงจีบปากจีบคอแซวอย่างอดไม่ได้  เรียกเสียงหัวเราะจากคนรอบข้างได้ไม่น้อย

“ ตาร์คิดว่าตาร์รับมือไหวนะคะ
J


จะมีก็แต่ลูกค้าเท่านั้นแหละที่นั่งทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่


“ เดี๋ยวกลับมานะจ้ะหนุ่มน้อย J

 

 







“ อุ้ย ไม่ต้องค่ะ  น้องตาร์จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายไว้หมดแล้ว ”


“ น้องนี่โชคดีนะคะ ปกติน้องตาร์ไม่เคยพาใครมาให้เจ๊ดูตัวเลยนะ ” เขา(หรือเธอ) “ อ้อ! ยกเว้นคุณเปรมคุณปลื้ม ที่ถูกเธอลากตัวมาน่ะค่ะ :D


“ ผมอยากจ่ายเองครับ ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบพร้อมทั้งยื่นธนบัตรสีเทาส่งให้คนตรงหน้า  แววตาที่แน่วแน่ของเขาทำให้เจ้าของร้านที่มีท่าทีลังเลต้องรับเงินมาอย่างเสียมิได้ 



 

การตัดผมใช้เวลาไม่นานเท่าที่คิด อาจเพราะความเป็นมืออาชีพของช่างและลูกค้าที่ถูกบังคับให้ตัดทำตัวดีก็เป็นได้   เด็กหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอใครบางคนภายในร้าน  จนกระทั่งผ่านไป 30 นาทีจึงคิดว่าควรจะออกตามหา


ไม่มีมิสคอล หรือแม้แต่ข้อความ   ไม่มีการแจ้งเตือนจากบรรดาโซเชียลเน็ตเวิร์คทั้งหลาย


ร้อนใจจนนั่งไม่ติดเก้าอี้  ขายาวของเด็กหนุ่มก้าวกว้างๆอย่างรวดเร็วจนแทบจะเหมือนกับการวิ่ง  เขาเข้าไปตามหาทั่วร้านในชั้น3 ที่ตัวเองอยู่แต่ก็ไม่พบบุคคลที่ตามหา 

 




ความรู้สึกใจหายแว๊บขึ้นมาชั่วครู่

ยิ่งโทรไปแล้วไม่มีคนรับสาย หรือส่งข้อความไปแล้วไม่มีใครส่งตอบ ก็ยิ่งอยู่นิ่งไม่ได้ 


เขาตามหาไปทั่วจนแทบจะหมดหวัง เป็นห่วง


เป็นเพียงคำเดียวที่โผล่ขึ้นมาในหัวของเขาตอนนี้   เขาไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหนหรือเป็นอะไรไปรึเปล่า เขาไม่รู้จักเพื่อนของเธอเลยสักคนจึงไม่สามารถติดต่อคนพวกนั้นให้ช่วยตามหาเธอได้  ส่วนเพื่อนของตัวเองก็ตัดไปได้เลย  ถึงจะถูกเจ้าพวกนั้นล้อบ่อยๆแต่เขาก็ไม่เคยเปิดเผยเรื่องราวระหว่างเขากับอีกฝ่ายให้ใครได้รู้


 

แต่ตอนนี้เขาอาจต้องตัดสินใจใหม่


 

ขาวทั้งสองหยุดกึกราวกับถูกหยุดเวลาไว้  เห็นเต็มสองตาว่าคนที่ตนเฝ้าห่วงนักห่วงหนานั้นเป็นปกติดี แถมยังดูมีความสุขมากเสียด้วย  เสียงหัวเราะคิกคักจากการพูดคุยของล้อของชายหญิงกลุ่มนั้นอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา   ชายหนุ่มวัยทำงานหลายคนยืนรุมล้อมเธอ พวกเขาหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานโดยไม่ทันได้สังเกตุผู้ร่วมวงคนใหม่เลย






ฟรึ่บ!!



เสื้อแขนยาวสีชมพูอ่อนถูกโยนลงบนตักของหญิงสาวท่ามกลางความสับสนของทุกคน  บรรดาหนุ่มหล่อต่างพากันมองหน้าเขาแต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำ  ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบและกลายเป็นที่สนใจของลูกค้าคนอื่นภายในร้าน 

เด็กหนุ่มไม่สนใจเลยว่าคนรอบข้างจะมองหรือคิดยังไง และเป็นฝ่ายทำลายความเงียบด้วยตัวเอง


“ มีธุระ กลับก่อนแล้วกัน ”


พูดจบก็พาตัวเองออกมาจากที่นั่น

 



คงมีชีตาร์เพียงคนเดียวที่สามารถยกยิ้มสวยในสถาการณ์แบบนี้ได้  “ หึงรึไง? ”  เธอวิ่งตามร่างสูงก่อนจะยืนดักหน้า
 

เด็กหนุ่มนิ่งเงียบ เขามองใบหน้าสวยได้รูปของชีตาร์ ดวงตากลมโต ขนตาเป็นแพรยาวที่ไม่ต้องการขนตาปลอมช่วย จมูกรั้น และริมฝีปากบาง  หุ่นเพรียวที่แค่มองก็ผ่านๆก็รู้ว่าซ่อนรูปแค่ไหน  ไม่ว่าจะส่วนไหนเขาก็ไม่สามารถหาข้อติอีกคนได้เลย


“ คนพวกนั้นก็แค่ผู้ปกครองเด็กที่โรงเรียน ไม่มีอะไรหรอกหน่า ”



“ เด็กน้อยอย่าคิดมากสิ~



“ นี่ ”



“ ถ้าไม่ตอบฉันจะถือเอาเองว่าเธอหึงนะ J


เขากำลังจะแพ้ให้แก่เธอ…..


“ ไวรัส-


“ บอกแล้วว่าไม่ต้องใส่สั้น ”


เปิดปากพูดประโยคที่ทำให้อีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง หนุ่มน้อยของเธอยังคงน่ารักเสมอ

 


การที่เธอปิดปากเงียบเมื่อก่อนหน้านี้ ไม่แม้แต่ที่จะทักทายอีกฝ่าย เป็นเพราะเธอกำลังประเมินเขาอยู่  และแน่นอนว่าผลที่ออกมาก็คือ

 


“ รู้แล้วค่ะพ่อ..  “ ทูนหัว J


=-=/// รีบเดินได้แล้ว ”

 

ผ่าน 100% J

 












 







 

@the.antivirus

ดื้อ

;o

ใส่สั้นทำไม

อย่าหึงสิ :)

เปล่าหึง มั่ว =^=

ปากแข็งชะมัด :P





:) Shalunla



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น