ภารกิจคุณพี่ชาย...ชีวิตนี้เพื่อน้อง!! [YAOI]

ตอนที่ 9 : ภารกิจที่ 8 : ข่าวลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 492 ครั้ง
    25 ก.ย. 62


          บางทีหมิงเซียนก็คิดว่า ชีวิตของเขาไม่มีคำว่าธรรมดาเกิดขึ้นเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขามาอยู่ในโลกแปลกใหม่นี้ แม้จะกล่าวว่ามันไม่หนักหนาเท่าโลกเดิม แต่มันก็มีเรื่องให้เขาต้องปวดหัวและปวดตับอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นตอนนี้ ที่กำลังเกิดเหตุการณ์ชวนปวดหัวกับเขา..

          ใบหน้าของเด็กชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งประมุขตระกูล เซี่ย ในห้องโถงกว้างของเรือนหลัก..มองใบหน้าของบุรุษ ที่จะว่าแปลกหน้าหรือก็ไม่ใช่ แต่จะว่าสนิทด้วยไหม ก็ไม่เชิง ระแวงอีกฝ่ายหรือเปล่า...ก็คงต้องบอกว่ามีนิดหน่อย ...

          แหม...ใครบางไม่ระแวง เมื่ออีกฝ่ายเคยปล่อยรังสีเหมือนว่าสนใจอยากจะทำลายเอกราชก้นเขามาก่อนล่ะ..

          แต่ว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน..ตอนนี้เขากำลังมองจ้องหน้านายท่านหวังที่ตอนนี้รู้ชื่อจริงๆของอีกฝ่ายแล้ว ว่า หลี่เฉิน...โดยข้างกายของอีกฝ่ายคือมารดาของเขา ที่ยามนี้เหมือนจะพึ่งระลึกได้ว่าตัวเองก่อเรื่องใหญ่ จึงทำตัวลีบเล็กยืนข้างกายชายผู้เป็นศิษย์พี่ ว่าที่สามีของตนเอง

          หากเป็นคนอื่นคงมองด้วยความแปลกใจ ที่เห็นมารดากลัวบุตรชายของตนเอง ทว่าสำหรับท่านหญิงสกุลเซี่ย นาม ไป๋หลันแล้ว..นับแต่บุตรชายคนโตขึ้นเป็นเสาหลักของครอบครัว อีกฝ่ายทำอะไรหลายๆอย่างเพื่อนางและน้องๆของตนเอง เรียกได้ว่าเสียสละชีวิตวัยเยาว์เพื่อครอบครัว..แต่ยามนี้นางกลับทำเรื่องโดยไม่ได้ขอคำปรึกษาอีกฝ่ายก่อนจึงบังเกิดเป็นความละอายต่อใจตนเอง..

               ภาพของท่านหญิงไป๋หลันที่ก้มหน้าก้มตา สลับกับคอยช้อนตามองบุตรชายที่ยังคงมีสีหน้านิ่งบนเก้าอี้ประมุขสกุล ช่างชวนให้เหลือเชื่อปนขบขันยิ่งนัก..ทว่าจะให้ขำยามนี้ก็ขำไม่ออก เพราะบรรยากาศที่แผ่ออกมาปกคลุมรอบโถงนั้นน่ากลัวยิ่งนัก...ความจริงควรบอกว่ามันน่ากลัวตั้งแต่หญิงสาวจับมือบุรุษแซ่หวัง เข้ามา จนทำให้คุณชายใหญ่สกุลเซี่ย สั่งอู๋ต้าน ให้พาน้องชายหมิงลู่ กับน้องสาวอวี้หลันออกไปจากโถงแล้ว..

          "อะ..เออ..เซียนเอ๋อร์.คะ...คือแม่..."ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ออกปาก มือของเด็กชายก็ยกขึ้นมาห้ามเสียก่อน..

          "ท่านแม่..เรื่องที่ท่านบอกลูกเมื่อครู่ ว่าท่านจะแต่งงงานกับนายท่านหวัง..เรื่องนี้ลูกไม่ขอออกความคิดเห็นใดๆทั้งสิ้น เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นั้นชีวิตของท่าน..ไม่เกี่ยวกับลูก ท่านเจ็บ ลูกทำได้เพียงอยู่เคียงข้างท่าน ประคองท่าน และช่วยเหลือรักษาท่าน อย่างที่ลูกทำมาตลอดเท่านั้น"คำพูดของหมิงเซียนที่เป็นผู้ใหญ่ทำเอาไป๋หลันรู้สึกพูดไม่ออก นางก้มหน้ารับคำของเด็กชายผู้เป็นบุตรเอาไว้ เพราะสิ่งที่เขาพูดคือความจริงที่เกิดขึ้น

          "เพียงแต่ครั้งนี้ลูกอยากถามเพื่อความแน่ใจว่าท่านตัดสินใจดีแล้วใช่หรือไม่...ท่านแม่..ท่านเป็นสตรี แต่งงานมาแล้วคราหนึ่ง หัวใจมีบาดแผลแล้วหนึ่ง ความรักใช้ว่าหลงลืมกันง่ายๆ อีกทั้ง หากท่านมองว่านายท่านหวัง รักท่านมานาน แต่งกับเขาก็คงมีความสุขดี นั้นมิเท่ากับท่านเห็นนายท่านหวังเป็นของตายเช่นนั้นหรือ."สิ้นคำของหมิงเซียน เป็นไป๋หลันและนายท่านหวังที่เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย 

          ใครจะคาดคิด เด็กชายวัยเพียง 12 ปีจวนเจียนจะ 13 กลับพูดจาได้ราวกับคนผ่านโลกมาผ่านความรักมาแล้วเช่นนี้...

          "เซียนเอ๋อร์ แม่ไม่.."

          "คำถามข้า ท่านไม่ต้องตอบข้า ท่านควรเตรียมมันไว้ตอบคนข้างกายท่านมากกว่า ...นายท่านหวัง ข้ารู้ดีว่าไม่วันใดก็วันหนึ่ง คำพูดที่ข้าพูดเมื่อครู่ ย่อมต้องเป็นสิ่งที่ท่านห้วนกลับมาคิด..มันจะเป็นรอยแตกเล็กๆที่อาจจะขยายใหญ่ขึ้นหรือเล็กลงจนหายไปก็ได้...และเพื่อให้สิ่งนั้นไม่เป็นปัญหาในชีวิตคู่ของพวกท่านในอนาคต..ข้าจึงขอให้พวกท่านทั้งสองคน คบหาดูใจกัน..ไม่ใช่ในแบบของศิษย์พี่ ศิษย์น้องเหมือนที่ผ่านมา ไม่ใช่การตามรักคนข้างเดียวเหมือนที่แล้วมา...แต่เป็นการคบหากันอย่างคนรัก..มองที่ตัวตน มองในมุมที่หากท่านทั้งสองอยู่เคียงคู่กันจริงๆ พวกท่านสามารถอยู่ร่วมกันได้จริงหรือไม่.."เด็กชายกล่าวก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นและเดินออกจากห้องโถงไป เพื่อให้มารดาและว่าที่สามีของนางได้พูดคุยกันอย่างเปิดอกอีกคราหนึ่ง 

          โดยพวกเขาไม่รู้เลยว่าเด็กชายที่พูดจาเป็นผู้ใหญ่เมื่อครู่ พอออกจากห้องโถงไปแล้ว เขาแทบร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจมากขนาดไหน..


          หมิงเซียนแทบจะอยากบ้าเพราะเขาต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ยกยิ้มออกมา ด้วยเพราะว่าหากมารดาของเขาแต่งงานใหม่กับนายท่านหวัง นั้นแปลว่าความลำบากทั้งหมดทั้งมวล จะโบกมือลาเขาไปได้ชนิดแบบลาขาด ...อา..ลาก่อนความจน ข้าจะไม่เจอเจ้าอีกแล้ว!!

          ก่อนหน้านี้เขาเพียงคิดว่ามารดามีกิจการ ก็นับว่าโชคดีเหลือหลายแล้ว...ถึงแม้ว่ามันอาจเป็นเขาที่ต้องมาช่วยดูแลกิจการของมารดาต่อ แต่นั้นก็ย่อมเป็นหน้าที่ของเขาในฐานะบุตรชายคนโต 

          ทว่าตอนนี้กับเหมือนโชคหล่นทับ เทพเติมทรูของแท้จุติในบ้านเขา หากว่ามารดาของเขาแต่งกับนายท่านหวังจริงดั่งว่า ซ้ำยังเป็นการแต่งอีกฝ่ายเข้าตระกูลอีก นั้นหมายความว่านอกจากเขาจะได้ทรัพย์ของสกุลหวังแล้ว อาจได้คนช่วยบริหารกิจการของมารดาแทนเขาอีกต่างหาก! งานนี้เขาก็จะไม่ต้องปวดหัวอีกต่อไป!!

          หึ..ไอ้ตัวเขาน่ะไม่ห่วงจะถูกยุบสมบัติหรอก เพราะเขาเชื่อว่ามารดาของเขาก็เข็ดขยาดกับสิ่งที่พบเจอมา หรือหากว่าเขาชะตาซวยซ้ำซากจริง ก็ไม่เป็นไร เจอมาหนหนึ่งแล้ว ตอนนี้ย่อมมีภูมิ พอหาทางป้องกันได้หลายทางอยู่


          หลายวันต่อมามารดาเด็กชายได้จับจูงมือว่าที่สามีของนางเข้ามาพูดคุยในห้องทำงานของบุตรชาย และได้ตอบคำถามของเด็กชายอย่างชัดเจน จนเป็นที่น่าพอใจ หลังจากนั้นจึงเป็นการพูดคุยกันของของประมุขใหญ่ของตระกูล โดยมีมารดาของหมิงเซียนนั่งเป็นผู้รับฟัง..

          "ท่านคิดจะแต่งเข้าสกุลของข้าจริงๆน่ะหรือ นายท่านหวัง..ถ้ายังไงให้ท่านแม่และข้า."ไม่ทันที่เด็กชายจะพูดจบ อีกฝ่ายก็แทรกพูดขึ้นมาเสียก่อน

          "หากเป็นปรกติ ข้าย่อมให้มารดาและพวกเจ้าเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสกุลหวัง ทว่าทั้งข้าและไป๋หลันมารดาเจ้า ต่างก็เป็นศิษย์สำนักที่เจ้ารับรู้แล้ว ในสำนักมีกฎว่าคนที่มอบของหมั้นให้ก่อน ผู้นั้นถือเป็นผู้ขออีกฝ่ายแต่งเข้าสกุล เมื่อมารดาเจ้าเป็นผู้ขอข้าหมั้นข้าก็ต้องเป็นฝ่ายแต่งเข้าตระกูล"นายท่านหวังกล่าวพลางมองเด็กชายที่นั่งตำแหน่งประมุข ขยับกายลุกขึ้นมายืนตรงหน้าเขา

          "หากเป็นเช่นนั้น...จากนี้ท่านก็สมควรเป็นประมุขสกุลเซี่ย แทนผู้น้อย..ที่สมควรเป็นบุตรเลี้ยงของท่าน.."เด็กชายว่าพลางทำท่าจะเคาพอีกฝ่าย ทว่านายท่านหวังจับมือของเขาเอาไว้ก่อน..

          "ท่าน"

          "เจ้าเป็นคนสร้างตระกูลนี้ขึ้นมา เจ้าก็สมควรเป็นประมุขตระกูล ตัวข้าก็เหมือนลูกเขยที่แต่งเข้ามาเท่านั้น...หึ..แต่ก็เข้าใจอยู่ว่าเจ้ายังเด็กที่จะปกครองตระกูลได้..ข้ากับไป๋หลันได้พูดคุยกันแล้ว...คิดว่าหลังจากงานแต่งของเรา จะให้เจ้าได้มีชีวิตเป็นเหมือนเด็กคนอื่นๆ ได้เข้าสำนักที่เจ้าอยากเข้า ข้ากับไป๋หลันจะช่วยกันดูแลตระกูลเซี่ย จนกว่าเจ้าจะสามารถกลับมาเป็นประมุขตระกูลได้..."คำพูดของอีกฝ่ายทำหมิงเซียนมึนงง

          "ทะ..ทำไมล่ะ..หากเป็นแบบนั้น และเกิดท่านกับท่านแม่มีลูกด้วยกันล่ะ..จะให้เขาแยกเป็นสกุลหวังหรือ?..ตามจริงข้าไม่ได้ยึดติดตำแหน่งประมุขสกุล ข้า.."ไม่ทันที่หมิงเซียนจะพูดจบ นายท่านหวังว่าที่ท่านพ่อก็แทรกขึ้นมา

          "ข้ากับไป๋หลันพูดคุยกันแล้ว ว่าจะไม่มีบุตร สำหรับข้าแล้วเพียงได้มีนางอยู่เคียงข้างก็พอใจแล้ว..ไม่สิ..ข้าควรต้องพูดตามจริงกับเจ้าเสียน่าจะดีกว่า.."

          "หะ ตามจริง?..กับข้า?"หรือว่าแท้จริงแล้วชายผู้นี้จะเป็นหมัน?

          "ถูกต้อง...ข้าหวัง หลี่เฉิน เป็นคนรักแรงหวงมาก..มีคนกล่าวว่ามนุษย์เรามี 4 ห้องหัวใจ ข้าคิดอยากครอบครองหัวใจแม่เจ้าทั้ง 4 ห้อง เพียงแต่เพราะมารดาเจ้ามีทั้งเจ้า น้องชายและน้องสาวของเจ้า จับจองแล้วคนละห้อง ตัวข้าเพิ่มอีกห้องนับเป็น 4 ห้องครบถ้วน เพราะฉะนั้นทุกอย่างข้าพอทำใจแบ่งได้ ทว่าหากมารดาเจ้ามีบุตรเพิ่ม ต่อให้เป็นบุตรของข้า ข้าก็ไม่อาจคิดตกได้ว่าพื้นที่ในหัวใจของนาง ห้องใดจะลดน้อยลงไป ....แน่นอนสำหรับพวกเจ้าที่เป็นบุตร คนกล่าวว่าความรักของมารดาต่อบุตรไม่มีวันลดลง มันจึงย่อมเป็นห้องหัวใจของข้าที่ถือครองในใจนางที่ต้องถูกแบ่งให้เล็กลง..ซึ่งข้าไม่อาจทำใจให้เป็นเช่นนั้นได้.."นายท่านหวังกล่าวไปด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน ไม่ต่างจากมารดาที่พอได้ยินจบก็ยกมือขึ้นมาตีหลังอีกฝ่าย 1 ฝ่ามือ จนนายท่านหวังแทบหน้าทิ่ม..ปากนางก็พูดพึมพำว่าอีกฝ่ายพูดอันใดไม่รู้ น่าอายจริงๆ...

          ครับ...เอาที่พวกคุณสบายใจเลยครับ...แต่ว่าช่วยเห็นใจคนโสดตรงนี้ได้ไหม...ข้าตอนนี้อยากจะแหมไปถึงซีกโลกใต้ ถ้ามันมี...เหม็นความรักจริงๆ..

          เด็กชายมองคนทั้งคู่ด้วยสายตามองบนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะดึงคู่รักที่ทำตัวเหมือนอยู่ในโลกสีชมพูออกมา โดยพูดถึงรายละเอียดของพิธีแต่งงานที่เขาไม่ค่อยรู้ว่ามีอะไรบ้าง หากบอกว่างาน แต่งงานแบบไทยล่ะก็เขาเคยไปมาบ้าง แต่ทว่าพอเป็นงานแต่งแบบจีน โดยเฉพาะจีนโบราณแบบนี้ บอกเลยว่าเขาไปไม่เป็น

          นับเป็นโชคดีที่มารดาของเขาเคยแต่งงานมาแล้ว 1 ครั้ง และนายท่านหวังเองก็ศึกษาพิธีงานแต่งมาอย่างดี เห็นเจ้าตัวเผลอพูดออกมาว่าศึกษามาตั้งแต่ยามแอบชอบท่านแม่เขา ....และพอพูดจบก็จะกลับไปอยู่ในโลกสีชมพูอีก..เดือดร้อนเขาต้องกระแอ่มไอเตือนอีกฝ่ายอยู่หลายรอบ กว่าจะสรุปเรื่องงานแต่งจบก็เป็นเวลาเย็น

          โดยสิ่งที่สรุปได้ คืองานแต่งของมารดากับนายท่านหวังจะจัดขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า โดยแขกเหรือนั้นส่วนใหญ่นายท่านหวังจะเป็นผู้จัดการ และครั้งนี้มารดาของเขาตั้งใจจะเชิญอาจารย์แลศิษย์พี่ศิษย์น้องของนางมาร่วมด้วย และหวังว่าพวกท่านทั้งหลายจะไม่ปฎิเสธ

          ทำให้หมิงเซียนทราบว่าการแต่งงานของมารดาและบิดาแท้ๆเขานั้น ไม่ได้รับความยินดีจากพวกอาจารย์และศิษย์พี่น้องร่วมสำนักนัก เพราะพวกเขามองว่า มารดาของเขานั้นเสียสละตนเองเพื่ออีกฝ่าย โดยอีกฝ่ายไม่ได้เสียสละอะไรเลย ทว่าด้วยมารดาของเขาและบิดาแท้ๆเป็นคู่หมั้นกันมาแต่เด็ก จึงไม่มีเหตุมากพอจะให้แยก ซ้ำมารดาเขายังปักใจรักบิดาเขาในยามนั้น

          นายท่านหวังกล่าวว่า งานแต่งครั้งนี้เชื่อแน่ว่าจะเหล่าอาจารย์และศิษย์พี่ศิษย์น้องจะต้องร่วมยินดีเดินทางมาอย่างแน่นอน...พวกเขาจึงได้จัดงานกันโดยให้เวลาคนเหล่านั้นได้มีเวลาเดินทางเตรียมตัว ระหว่างรอจัดงานแต่งงาน พวกเขาก็จะจัดงานวันเกิดให้กับ เด็กชายก่อน..

          นั้นล่ะหมิงเซียนจึงได้รู้ว่าเขาเกิดในช่วงเดือนต้นหนาว...แม้จะบอกว่าคนทั้งคู่ว่าไม่จำเป็นต้องจัดงานวันเกิดให้ แต่นายท่านหวังก็อยากให้จัด โดยมีเสียงของท่านแม่สนับสนุนอีกแรงหนึ่ง

          หมิงเซียนจึงได้แต่กุมขมับ งานวันเกิดน้องชายก็พึ่งจัดไปเมื่อเดือนก่อน มิได้ใหญ่โต เพราะยามนั้นต้องประหยัด มายามนี้มารดาจะจัดใหญ่โต เขาเองก็เกรงน้องชายจะน้อยใจ แต่ท่านแม่บอกว่าน้องชายจะเข้าใจได้

          เขาไม่ปฎิเสธหรอกว่าหมิงลู่ เป็นเด็กมีเหตุมีผล และฉลาดยิ่ง..แต่บ้างทีเรื่องนี้ไม่ควรมองข้าม สุดท้ายจากการพูดคุยเรื่องงานแต่งกลายเป็นงานวันเกิดเขาก็จบลงโดยเขายืนยันที่จะจัดเพียงในครอบครัว ไม่ต้องมีใครมายุ่งมากมาย เพราะเขาอายุเพียง 12 จะ 13 เท่านั้น ไม่ใช่วันสวมหมวกเสียหน่อย..จะจัดใหญ่ไปทำใย

          การพูดคุยจบลงนายท่านหวังว่าที่คุณพ่อของคนสกุลเซี่ย ก็ใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักและเข้ามามีส่วนในครอบครัวเซี่ย ก่อนที่จะถึงวันแต่งงานจริง เริ่มจากการร่วมทานอาหารในมื้อเย็น เป็นจุดเริ่ม

          การปรากฎตัวของนายท่านหวัง ยามนี้ไม่ได้ทำให้บ่าวไพร่ในสกุลเซี่ยแปลกใจ เพราะพวกเขาตกใจปนแปลกใจไปแล้วก่อนหน้านี้ ตอนเห็นนายหญิงใหญ่ หรือก็คือท่านแม่ของเขา เดินจับจูงมืออีกฝ่ายมาประกาศต่อหน้าบุตรชายนางว่าจะแต่งชายที่อีกฝ่ายลากมา เข้าสกุล.. และยิ่งตอกย้ำความจริงนั้น ด้วยการเจรจาพูดคุยงานแต่งในวันนี้

          ในขณะที่บ่าวไพร่ในเรือนไม่แปลกใจ ทว่า คุณชายน้อยเซี่ย หมิงลู่ ที่ยังมิรู้เรื่องใดๆ กลับเป็นคนที่ประหลาดใจ และตกใจจนวิ่งไปหลบหลังพี่ชายตน เมื่อเห็นบุรุษที่เขาเคยพบในครั้งแรกที่นำศิลาปราณไปขายกับท่านพี่

          "ท่าน...ท่านพี่..ขะ..เขา.."

          "ไม่เป็นไร..หมิงลู่..เขาเป็นคนดี ไม่ทำร้ายเจ้าหรือครอบครัวเราหรอกนะ..."หมิงเซียนยกมือลูบหัวน้องชายปลอด ลอบจำได้ว่าในวันนั้นเขาระแวงนายท่านหวัง สงสัยนักว่าภาพความระแวงของเขาต่ออีกฝ่ายจะทำให้น้องชายของเขาเผลอมองอีกฝ่ายเป็นคนไม่ดี..

          "จะ..จริงหรอ.."หมิงลู่เงยหน้าขึ้นถามพี่ชาย ทว่าไม่ทันที่หมิงเซียนจะตอบ ชายที่ถูกเด็กน้อยพูดถึง ก็แทรกขึ้นมาโดยเจ้าของเสียงนั้นก็เดินมาทรุดนั่งให้ระดับสายตาอยู่ระดับเดียวกับเด็กชายวัย 6 ขวบด้วย

          "จริงสิ...ข้าไม่ทำอะไรกับเจ้าหรือพี่น้องเจ้าหรอกเด็กน้อย.."นายท่านหวังกล่าวน้ำเสียงเป็นมิตร แฝงความเอ็นดู ทว่ากลับเป็นหมิงลู่ที่ตกใจและรีบผุบหายไปด้านหลังของหมิงเซียน ทำให้นายท่านหวังรู้สึกอายแปลกๆ..จนเผลอยกมือขึ้นมาเกาแก้มตนเอง..

          "ท่านนี้ช่างเก่งการจริงๆ...สามารถทำให้เด็กกลัวน่าชื่นชมๆ"หมิงเซ๊ยนแกล้งแซวอีกฝ่ายก่อนจะยกยิ้มเมื่อเห็นสายตาที่เงยหน้าขึ้นมาสบ..

          "เงียบไปเลย...ก็..ก็ข้าไม่เคยพูดกับเด็กเสียหน่อย...คิดว่าจะเป็นเหมือนกับเจ้า..."นายท่านหวังกล่าวพลางคิดถึงเด็กชายตรงหน้าที่แม้จะระแวงเขา แต่ก็ยังกล้าที่จะมองหน้าหรือพูดคุย

          "...หึ..งั้นก็ฝึกกันยาว.."หมิงเซียนกล่าวพลางหันไปอุ้มน้องชายที่หลบอยู่ข้างหลังขึ้นมา เดินพาอีกฝ่ายไปที่โต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของมารดาตนปลอบนายท่านหวังผู้เป็นสามี ไว้โอกาสหน้าค่อยเข้าหาหมิงลู่ใหม่...

          หมิงเซียนมองภาพของท่านแม่และนายท่านหวังสนุกสนานกับการเล่นและป้อนข้าวบนอาหารของเด็กทารกให้กับอวิ้หลันด้วยความรู้สึกพอใจ ก่อนที่สายตาจะหันไปมองเห็นใบหน้าของน้องชายเขาที่เหมือนจ้องคนทั้ง 3 ด้วยสายตาสงสัย ปนอยากเข้าหาแต่ก็กลัว สุดท้ายหมิงเซียนเลยจัดการส่งเสริม พูดให้ทั้งสองคนสนใจรับไม้ต่อนี้ไปจากเขา...นับว่านายท่านหวังยังดีที่มารดาเขาช่วยเหลือ ทำให้จากนั้นบรรยากาศในโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น แม้จะไม่มากมายแต่ก็นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี...

          ใบหน้าของเด็กชายขยับยกยิ้มหวานก่อนจะยกถ้วยชามาจิบหลังมื้ออาหาร...เวลามี 3 เดือนเช่นนั้นหรือ....หากมีเวลาเพียงนั้น...ก็นับว่าไม่ลำบากเท่าไร...ล่ะมั่งนะ?


          ข่าวการแต่งงานของนายท่านหวัง ชายผู้มีชื่อเสียงและมีข่าววงในว่าเป็นบุรุษผู้มีอำนาจมากเสียยิ่งกว่าฮ่องเต้แคว้นโซ่ว ผู้ปกครองแผ่นดิน กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ ก่อนเข้าหน้าหนาวของปีนี้ นั้นย่อมกลายเป็นข่าวใหญ่ในหมู่ชนชั้นสูง ไม่ว่าจะในราชวงศ์ หรือแม้แต่เหล่าขุนนาง การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายครานี้นับเป็นข่าวใหญ่ยิ่ง เพราะหลังจากที่อีกฝ่ายย้ายสกุลแลกิจการสำคัญส่วนใหญ่ ไปอยู่เสียชายแดนใต้ ณ เมืองฟู่จ่าน ข่าวคราวทุกอย่างก็ล้วนเงียบหายไป

          ตลอดมาฮ่องเต้โซ่วมีความพยายามที่จะหาทางเชื่อมความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกลับ สกุลหวัง ทว่ากลับเป็นที่น่าล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นเดียวกับเหล่าขุนนางทั้งหลาย ด้วยเพราะรู้ดีว่า หากมีคนสกุลหวังผู้นี้อยู่กับจน ความมั่นคง มั่นคั่งแลอำนาจ ก็หาใช่สิ่งที่จับต้องหรือเพ้อฝันอีกต่อไป เพราะฉะนั้นการแต่งงานของอีกฝ่าย ย่อมเป็นที่น่าจับตามอง คนหลายสกุลแม้แต่ในวังหลวง ต่างส่งคนของตนเองออกไปหยั่งเมืองฟู่จ้าน เพื่อหวังทราบความว่าสตรีนางใดที่เป็นผู้คว้าหัวใจของนายท่านมีชื่อผู้นี้

          ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีข่าวแล่นเข้าหูว่า สตรีผู้โชคดีผู้นั้น นอกจากเป็นสตรีม่ายมีลูกติด ถือเป็นสตรีมีตำหนิแล้ว นายท่านหวังถึงกับยอมทิ้งสกุลเดิม ตกแต่งเข้าสกุลของนาง ใช้แซ่คนรัก..นั้นยิ่งสร้างแปลกใจปนประหลาดใจให้กับทุกผู้คนที่ทราบความ มีทั้งคนด่าสบประมาท ว่านายท่านหวังผู้นี้ช่างตาต่ำนัก แต่งสตรีมีตำหนิ ยังไม่พอ ยังจะเปลี่ยนแซ่สกุลเข้ากับฝ่ายหญิงที่มีตำหนิ นางสตรีผู้นั้นก็ช่างไม่ละอายใจ แต่งงานมาก่อนแล้ว แม้จะสามีตายหรือหย่าขาด อย่างไรก็สมควรเห็นอนาคตของบุรุษ ไม่ควรเลือกนายท่านหวังที่สูงส่ง

          ทว่าข่าวของนายท่านหวัง อยู่ได้ไม่นาน ก็มีข่าวใหม่ที่เข้ามากลบกระแสข่าวงานแต่งของนายท่านหวังเสียมิด เพราะเป็นข่าวฉาวที่ผู้คนล้วนแล้วชื่นชอบนัก...ข่าวที่ว่านั้นก็คือ ข่าวลือว่าแท้จริงแล้วฮูหยินรองสกุลหม่า มิได้เป็นผู้วางยาพิษฮูหยินเอกของท่านแม่ทัพหม่านั้นเอง!!

          ข่าวนั้นทำให้ผู้คนหาเรื่องรื้อฟื้นข่าวฉาวเมื่อหลายเดือน ที่เกือบจะครบปี ว่ามันมีเรื่องราวเป็นเช่นไร ก่อนพบว่า ยามนั้นฮูหยินเอกของเรือนท่านแม่ทัพถูกประกาศว่าตั้งท้อง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่านางไม่เป็นที่รักของสามีนัก แต่อยู่ๆก็ถูกวางยาจนเป็นเหตุให้ฮูหยินรองถูกใส่ร้ายว่าเป็นผู้วางยาทั้งๆที่นางมิได้กระทำ..

          ข่าวนี้ถูกใส่สีตีไข่ในเวลาไม่นาน มีคนหลายคนวิเคราะห์ราวกับเป็นนักสืบ ว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็นผู้วางยา มีมากที่นึกสนุก กล่าวกันแบบกระซิบ ว่าแท้จริงแล้วน่าจะเป็นฮูหยินเอกเสียมากกว่าที่คิดกำจัดศัตรูตัสำคัญของจวน ด้วยก่อนหน้าเป็นที่รู้กันว่า ฮูหยินรองสกุลหม่านั้น เป็นคู่หมายของท่านแม่ทัพตั้งแต่นางยังเป็นคุณหนูสกุลกง แต่เพราะว่าฮูหยินเอกผู้เป็นองค์หญิงนั้น อยากได้ตัวท่านแม่ทัพเป็นสามีจนตัวสั่น จึงได้ขอให้ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้นาง ทำให้คู่หมายของท่านแม่ทัพกลายเป็นฮูหยินรอง

          พอพูดมาถึงตรงนี้ เหล่าสตรีมากมายก็ใส่สีร่วมแต้มละเลงไข่ ด้วยว่า นี้อาจเป็นแผนของฮูหยินเอกจริง เพราะว่าหากนับดูแล้ว ความโปรดปราณที่สามีของนางนั้นพึ่งจะมีเมื่อไม่ถึง 2 ปีดีนัก.. คงกลัวว่าสุดท้ายแล้วเสน่ห์ตนเองจะหมดเลยสร้างเรื่องในยามที่ตัวเองตั้งท้อง ใช้เป็นเครื่องมือกำจัดฮูหยินรองและบุตรของท่านแม่ทัพออกไปจากเรือน..

          บางผู้ใจกล้าเริ่มโยงใยถึงผู้อยู่เบื้องหลังอาจเป็นฮ่องเต้โซ่วเองก็ได้ เพราะว่าพระองค์เป็นพระบิดาที่รักองค์หญิง 9 มาก คงหวังอยากให้นางมีความสุขจึงได้กำจัดสตรีผู้เป็นอริของพระธิดาตนเอง ในยามที่พระธิดาของตนเป็นที่รักของสามี

          เรื่องราวข่าวฉาวในเรือนแม่ทัพ สร้างสีสันและความเสียหายให้ผู้ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฮ่องเต้ที่เมื่อทราบว่าตนเองถูกกล่าวในเรื่องราวฉาวนี้ด้วย ก็ถึงกับเต้นพร่าบนบัลลังก์ทอง สั่งราชบุตรเขยตนเองให้หาความจริงเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพื่อไม่ให้เสียชื่อราชวงศ์โซ่วของตนเอง

          แน่นอนว่าเรื่องนี้ นอกจากฮ่องเต้จะให้ความสนใจแล้ว สกุลเดิมของอดีตฮูหยินรอง สกุล กง ก็นับว่ายืนติดขอบแทบจะหายใจรดต้นคอท่านแม่ทัพหม่า เพราะว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องถึงอดีตสมาชิกตระกูล ที่ถึงจะตัดออกไปแล้ว หากแต่ว่าถ้าไม่ใช่ความผิดของนางจริง พวกเขาก็ย่อมต้องรีบกู้หน้ากลับมา

          แม่ทัพหม่านับแต่ทราบเรื่องราวก็สั่งให้สืบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพราะความเสียหายนั้นไม่อาจดูเบา ใจหนึ่งเป็นห่วงฟู่หลิน ผู้เป็นฮูหยินข้างกายตน ส่วนหนึ่งเป็นและรู้สึกผิดกับอดีตคนรักและบุตรที่ตนขับไล่ไสส่งไป

          ราวกับว่าฟ้ามีตา สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนดี..เวลาผ่านไป 2 เดือน ในที่สุดหลักฐานทั้งหมดก็ถูกรวบรวมได้สำเร็จ พบว่าแท้จริงแล้วคนที่ก่อเรื่องใหญ่ครานี้ ความจริง อนุ4 ในเรือนท่านแม่ทัพหม่าเอง

          ด้วยนางเจ็บแค้นที่อีกฝ่ายตกแต่งนางเพื่อหวังใช้นางต่างเครื่องมือทำร้ายฮูหยินเอก ความเจ็บแค้นนั้นทำให้นางหมายสังหารหัวใจทั้ง 2 ของอีกฝ่าย แต่ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วผู้ได้รับผล จะมีเพียงแค่ผู้เดียว...

          ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาในอกท่านแม่ทัพใหญ่ เขารีบออกมาประกาศตามหาฮูหยินรองของตนเองและบุตรชายทั้ง 2 เพื่อหวังให้พวกเขายังคงปลอดภัย ทว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อสิ่งที่พบ กลับเป็นเพียงอดีตคนใช้ของฮูหยินรอง ที่พอรู้ว่านายตนไม่ผิดก็แล่นเข้ามาที่เรือนแม่ทัพ หวังรับความดีความชอบที่นางยืนเคียงข้างฮูหยินรองตอนลำบาก

          แต่ในเวลาต่อมา ความดีความชอบกลับกลายเป็นกรรมตามสนอง เมื่อนางถูกบีบคั้นให้บอกความจริงว่าฮูหยินรองและบุตรของท่านแม่ทัพอยู่ที่ใด ร่างของคนใช้ทรยศที่ขายนายตนกิน ถูกท่านแม่ทัพสังหารอย่างไร้ปราณี ถูกโยนร่างไว้ในป่าปราณให้สัตว์กัดกินร่างจนไม่เหลือ..

          แม่ทัพหม่า ออกติดตามหาฮูหยินที่รักและบุตรชายตามเหลาหอโคมต่างๆ เพื่อหวังพวกเขาจะปลอดภัย ทว่าสิ่งที่ได้ กลับเป็นเรื่องที่ชวนปวดใจ เมื่อเขารับรู้ว่าบุตรชายคนโตของเขา หมิงเซียน เมื่อรู้ว่าตนและมารดากับน้องชายถูกคนใช้หลอกมาขายก็รีบพาทั้งหมดหลบหนี

          แม้ว่าตนเองจะถูกฟันที่หลังจนเป็นบาดแผลฉกรรณ์แต่อีกฝ่ายก็ยังโอบกอดมารดาและน้องชาย โอบกอดคนสำคัญทั้ง 2 ไม่สิ ต้องกล่าวว่า 3 เพราะจากคำแม่เหลาที่จับมาสืบสวน ได้ความว่าฮูหยินรองที่รักให้กำเนิดบุตรสาวแก่เขาด้วย..

          ใบหน้าคมของแม่ทัพหม่าปรากฎความรู้สึกทั้งภูมิใจ เศร้าใจ และเสียใจ โกรธเคือง เมื่อได้ยินคำที่ออกจากปากของแม่เหลา และลูกสมุน...ภาพของบุตรชายที่เขาเคยสั่งสอน แม้แต่ยามถูกเขาทอดทิ้ง อีกฝ่ายก็ยังคงกระทำตามทำที่เขาสอนไว้อยู่เสมอ..

          'ปกป้องมารดา ปกป้องน้องชาย...ปกป้องครอบครัวของเรา!'

          แล้วเขาล่ะ..ยามนี้คำสอนที่เขาเคยสอนนั้น...เขาได้กระทำมันหรือไม่!! ภาพของบุตรชายคนโตที่ตนทอดทิ้งไปพร้อมกับบุตรชายคนเล็กและภรรยารองที่รัก ฉายเข้ามาในหัว...

          ยามนั้นเป็นเขาที่ผิด...ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย...เพราะอารมณ์ล้วนๆที่ทำให้เขาตัดสินกระทำไปอย่างไม่รอบคอบ ไม่สนใจความจริงที่มันน่าจะทำให้เขาเอะใจ...ไม่สิ..อาจต้องยอมรับว่าที่เขาตัดสินความเช่นนั้นเป็นเพราะความหลงไหลที่มีต่อฟู่หลินด้วย..ทำให้เขาเลือกที่จะไม่มองสายตาของไป๋หลัน หญิงที่เขารักมาแต่วัยเยาว์..

          มาย้อนคิดดูแล้ว สายตาของนางในยามนั้น มันสื่อบอกขอความช่วยเหลือ...หากเป็นจริงดั่งข่าวลือว่านางตั้งครรถ์บุตรคนที่ 3 ให้กับเขา..แต่ไม่ยอมปริปากพูดโต้เถียงในตอนนั้น...ก็หมายความว่า...

          นางกำลังใช้พลังปราณแลพลังธาตุทั้งหมดที่มีในกายสกัดกั้นพิษอยู่!!

          ใบหน้าของหยางฉู่ซีดเผือกเมื่อฉุกคิดได้...ไป๋หลันมีพลังปราณเพียงขั้น 3 ธาตุน้ำขั้น 2 ต้องใช้พลังทั้งหมดทั้งร่างกายที่มีมากมายเท่าไรกัน ถึงจะช่วยชีวิตบุตรในท้องนางยามนั้นได้...เป็นเขาที่โง่เง่าไม่ยอมมองสายตานาง เพราะความโกรธ คิดว่าที่นางไม่เปิดปากพูด เป็นเพราะว่ายอมรับการกระทำ...

          หยางฉู่ เจ้ามันโง่เง่า!!...เจ้ามันโง่ยิ่งนัก!!

          ความรู้สึกผิดกลายเป็นดาบแทงเข้ามาตรงกลางหัวใจ...ยามนั้นนางจะคิดว่าเขาเป็นคนเช่นไรกันนะ..จะคิดว่าเขาทรยศนางใช่หรือไม่...เพราะความโกรธ และไม่พอใจ บดบัง ทำให้เขามองข้ามทุกอย่าง ยิ่งนางไม่ปฎิเสธหรือขอความช่วยเหลือเขายิ่งมีโทสะ สุดท้ายก็ลงทั้งหมดกับลูกๆทั้ง 2 ที่น่ารักของเขาด้วย..

          มาคิดถึงตอนนี้ ภาพของบุตรชายคนโตของเขา หมิงเซียนที่เคยยกยิ้ม มือของเขาเคยจับโอบอุ้มเด็กชายตั้งแต่เกิด จับมือสอนวิชากระบี่ตั้งแต่เด็กคนนั้นยืนเดินได้..ความฝันของบุตรชายคือการเป็นแม่ทัพองอาจได้เหมือนดั่งเขา..

          'ท่านพ่อสักวันข้าจะเป็นเหมือนท่าน...ข้าจะแข็งแกร่งได้เหมือนท่าน จะปกป้องท่านพ่อท่านแม่และครอบครัวของเรา..ปกป้องความภูมิใจของสกุลหม่า!'

          "หมิงเซียน.."พ่อขอโทษ...หมิง..

          'ท่านพ่อ...ท่านกลับมาแล้ว!...'เสียงเล็กจากหมิงลู่ บุตรชายคนรองของเขาที่ร้องเรียกเขาทุกครั้งยามที่เขาเดินกลับเข้ามาในเรือน น้ำเสียงใสกระจ่างไร้เดียงสาช่วยทำให้ความเหนื่อยล้าหายไป...เสียงหัวเราะคิกคักมีความสุขราวกับระฆังแก้ว..ทำให้ยามนี้หัวใจของเขาสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิด

          น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งรินออกจากดวงตาคม...เขาทำสิ่งใดลงไป...นี้ข้าทำสิ่งใดลงไปกัน...

          ภาพของสตรีที่ยืนรอเขาอยู่ ณ ประตูจวนยามทราบว่าเขากลับมาจากออกศึก...อาหารที่ถูกเตรียมเอาไว้เป็นของถูกปากของเขาทั้งหมดทั้งสิ้น...ใบหน้าหวานและคำถามที่ถามเขาด้วยความห่วงใย...ว่าเจ็บไหม มีบาดแผลที่ไหน..ทานสิ่งนี้สิจะทำให้ท่านหายเหนื่อย..

          'ท่านพี่'

          ไป๋หลัน...นี้ข้า..ทำอันใดกับเจ้าและลูกลงไปกัน!!!

          น้ำเสียงร่ำไห้สั่นเครือของบุรุษที่เป็นถึงท่านแม่ทัพ ดังออกมาจากห้องทำงานของตนเอง ดังสะท้านออกไปข้างนอก ให้สตรีผู้เป็นฮูหยินเอกได้ยินโดยไม่ตั้งใจ ยามแรกนางทราบข่าวลือ ก็ให้นึกกระวนกระวายใจ แลรู้สึกผิด ยิ่งมายามนี้ย้อนคิดไปแล้ว นางก็ยิ่งรู้สึกผิดทวีเข้าไปอีก..

          ใจแรกอยากจะหย่าขาดอีกฝ่าย เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายหมางเมินไว้กับเจ้าของร่างทำให้นางนึกโกรธ แต่เพราะว่าการแต่งงานของเขาและนางคือสมรสพระราชทานที่ตัวเจ้าของร่างทำเอาไว้ ทำให้นางทำได้ลำบาก...จะออกไปทำค้าขายเหมือนในนิยายที่เคยอ่าน ก็กลายเป็นการยาก สุดท้าย เพราะคิดหาทางรอดของตนเอง จึงได้แอบหนีออกไปร่วมทัพกับอีกฝ่าย

          จากเกลียดจนอยากหนี หย่าขาด กลายเป็นหลงไหลและหลงรักอีกฝ่ายในที่สุด แม้จะรู้ว่าเขามีรักมั่นกับสตรีที่เป็นฮูหยินรองของตัวเองก็ตาม ต่อให้รู้อยู่แก่ใจว่าเจ้าของร่างนี้ได้แย่งชิงความชอบธรรมของคนทั้งคู่มา

          แต่เพราะพ่อแม่เธอในโลกก่อนก็หย่าขาด พ่อไม่รักแม่...สุดท้ายแม่ตรอมใจ เธอจึงโหยหาความรักมาตลอด....และ...เพราะเธอได้รับจากบุรุษผู้ชื่อว่าสามีของร่างนี้แล้ว..นางจึงยึดเอาไว้เหนี่ยวแน่น..

          ต่อให้ถูกมองว่าไม่ดี...แต่นาง....แต่นางก็จะเอา....

          "นายหญิง"

          "กลับเถอะ..ท่านพี่ยามนี้คงไม่อยากพบข้าเท่าใดนัก."เพราะนางเองก็เป็นสาเหตุ..ทำให้เขาทำความผิดครั้งใหญ่เช่นเดียวกัน..

          "แต่นายหญิง...หากเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว...หากนายท่านพาฮูหยินรองกับคุณชายใหญ่และคุณชายรองกลับมา...แล้วท่านกับ.."ไม่ทันที่บ่าวรับใช้ใกล้ตัวจะพูดจบมือเรียวบางของสตรีที่กำลังก้าวเดินก็ยกขึ้นห้ามปราม

          "อย่าได้พูดถึงสิ่งที่มาไม่ถึง"ฮูหยินเอกฟู่หลินกล่าวก่อนออกก้าวเดินด้วยท่าทางสง่างาม หากแต่ในใจเริ่มบิดเบียวนับแต่ได้ยินฟังคำบ่าวจบ ...ความจริงที่อาจเกิดขึ้นทำให้นางนึกเป็นกังวล...

          นั้นสิ..หากว่าอีกฝ่ายกลับไปรัก..ฮูหยินรองล่ะ..กลับไปรักไป๋หลันล่ะ..และนางกับลูกล่ะ..จะทำเช่นไร?...

          ความกังวลก่อเกิดความไม่พอใจ แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวง และความอิจฉา...จากดอกไม้งดงามกลายเป็นดอกไม้ที่เริ่มแปดเปื้อน...ด้วยสีดำ..


          ห่างออกไปไกลถึงชายแดนใต้... ณ ห้องทำงานชั้นบนสุดของเหลาอาหารมีชื่อสกุลหวังที่ยามนี้เปลี่ยนเป็นสกุล เซี่ย  ภายในเมืองฟู่ฉ่าง

          หลังจากผ่านไป 2 เดือน เด็กชายที่พึ่งผ่านงานวันเกิดอายุ 13 ปี ก็ยังคงทำงานในห้องดั่งเช่นทุกวัน แม้ว่าจะถูกว่าที่บิดา กับมารดาของตนสั่งให้เอาเวลาไปศึกษาตำราเพื่อเข้าสำนักที่ชอบก็ตาม แต่ว่าเด็กชายที่ไม่เคยคิดจะเข้าสำนักใด ก็ยังคงไม่สนใจเช่นเดิม ซ้ำยามนี้ยังคิดอยากจะทำให้กิจการของตนมั่งคงมั่งคั้งยิ่งกว่าเดิม เพื่อรอตอกหน้าใครบางคน

          ร่างของเด็กชายที่นั่งอยู่ท่ามกลางกองเอกสารและม้วนตำรา ทำให้คนที่พึ่งเดินเข้ามาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ และเข้ามาหยิบจัดเก็บ...

          "คุณชาย..ท่านสมควรพักผ่อนบ้างได้แล้วนะขอรับ.."เสียงของเฟิงเยี่ยนดังขึ้นมา เมื่อเห็นเด็กชายที่ตนได้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแล เป็นองครักษ์ประจำตัวอีกฝ่าย ยังคงนั่งหลังตรงเขียนเอกสารอยู่

          "...อือ..หากเสร็จตรงนี้แล้ว ข้าก็จะกลับไปรับหมิงลู่เลย...ท่านลุงเฟิ่งอย่าเป็นห่วง"เด็กชายหันมายิ้มให้กับอีกฝ่าย พลางพูดขอบคุณเมื่อลุงเฟิ่งเทน้ำชาใส่ถ้วยให้กับเขาหลังจามองว่ามันหมดไปแล้ว

          เพราะว่าหมิงเซียนอยากเข้ามาบริหารกิจการของมารดาอย่างแท้จริง ถึงปากก่อนหน้าจะบอกว่าปล่อยให้นายท่านหวังดูแล แต่การจะไม่รู้อะไรเลย ก็ไม่ใช่สิ่งที่เด็กชายชอบนัก เขาจึงอยากศึกษา ไปๆมาๆก็เริ่มติดใจ แม้ไม่ใช่งานถนัด แต่ก็เรียนรู้ได้ นั้นล่ะคือตัวเขา..

          มันจึงทำให้เขาส่งอู๋ต้านไปรับใช้หมิงลู่ เพราะเห็นว่าน้องชายสมควรมีคนรับใช้ข้างกายไว้สักคน พอเป็นแบบนั้น นายท่านหวังว่าที่บิดา จึงยกเฟิงเยี่ยน หรือท่านลุงเฟิ่งให้กับเด็กชาย

          หมิงเซียนไม่อยากบอกว่าการที่ได้ลุงเฟิงมาช่วยงาน สามารถช่วยเขาได้หลายอย่างเช่นงานที่เขาสั่งความไปก่อนหน้านี้เมื่อ 2 เดือนก่อน...จะว่าไป...ยังไม่รู้ผลเลยนี้นา

          "ท่านลุงเฟิ่ง..เรื่องเมืองหลวง.."ไม่ทันที่เด็กชายจะพูดจบ เสียงของเฟิงเยี่ยนก็แทรกขึ้นมาก่อน..

          "ข้าน้อยจัดการให้คุณชายเรียบร้อย...หึ..มันเป็นดั่งที่คุณชายคิดไม่ผิด...ยามนี้ทั้งสกุลหม่าและสกุลกงต่างพากันออกตามหาท่านไปทั่วเมืองหลวงและเมืองข้างเคียง คิดว่าคงอีกนานกว่าจะถึงชายแดนใต้นี้.."

          "ปล่อยพวกเขาไป...ข้าเพียงแค่ต้องการให้ชื่อเสียงของท่านแม่ใสสะอาดเท่านั้น.."

          "แล้วเรื่องสินเดิมเจ้าสาวเล่าขอรับ..?"

          "ของแบบนั้นไว้ค่อยไปเอาคืน...หึ..ตอนนี้ข้าอยากรู้มากกว่าว่าพวกเขาจะทำสีหน้าอย่างไรยามเห็นท่านแม่เข้าพิธีวิวาห์กับท่านพ่อหวัง.."เด็กชายพูดพลางหยิบซองมงคลสีแดงที่เขียนด้วยหมึกทองเป็นชื่อสกุล หม่า และสกุลกง..

          "คุณชายไม่คิดว่าท่านแม่ทัพหม่าจะอาละวาดในงานหรือขอรับ.."

          "หากเขาทำจริง...การกระทำของเขาจะสร้างความเสียหายให้กับตัวเอง..แต่หลังจากนั้นต่างหากที่เป็นปัญหา.."ปัญหาที่ทำให้ท่านแม่ทัพหม่า บิดาของเขาอาจมายุ่งวุ่นวาย...แต่นั้นก็ดี..เพราะเขาอยากเห็นสตรีหน้าชังผู้นั้นเจ็บปวด ยิ่งบิดาตัดใจจากท่านแม่มิขาด...สตรีผู้นั้นจะทำหน้าอย่างไร..

          "คุณชาย"

          "ข้าอยากเห็นว่าระหว่างความรักเพียง 2 ปี กับความรัก 10กว่า ปี อันใดมันจะยั่งยืนมั่นคงกว่ากัน.."

          "เอ๋?"

          "เปล่าหรอก..ไม่มีอะไร..ข้าแค่คิดอะไรไปเรื่อยน่ะ.."ร่างของเด็กชายวัย 12 ปีขยับลุกขึ้นเมื่อเอกสารเรียบร้อยดี ทว่าลุงเฟิงเยี่ยนเหมือนนึกอะไรออกจึงรีบแจ้งความก่อน

          "คุณชาย...ข้าน้อยลืมไป..ตามจริงนายหญิงรีบให้ท่านรีบกลับบ้านขอรับ?"

          "หือ..?..ทำไมล่ะ..เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ"หมิงเซียนมีสีหน้าตกใจ ปรกติมารดาไม่เคยเร่งเขากลับบ้านนี้นา..หรือว่าจะเป็นเพราะเขาไม่ได้กลับบ้านมาหลายวัน นางเลย..

          "ขอรับ เมื่อสักครู่ท่านเจ้าสำนักของนายท่านกับนายหญิงมาถึงพร้อมกับศิษย์ปัจจุบันแล้วเลยอยากให้คุณชายเข้าไปพาเพื่อแนะนำตัวขอรับ.."สิ้นคำของลุงเฟิง คิ้วข้างขวาของหมิงเซียนก็กระตุกขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

          บางทีลางสังหรณ์ของเขาอาจจะกำลังบอกบางอย่างก็เป็นได้...ไม่รู้ว่าเติมทรูเพิ่ม..หรือเอกราชของเขากำลังจะถูกรุกรานอีกครั้ง...

TBC
          กระอักเลือด/มาต่อแล้วค่ะ หลังจากแก้มาหลายรอบ ไม่รู้ว่าเขียนผิดอยู่ไหม ยังไงท่านผู้อ่านสามารถแนะนำบอกผู้เขียนได้เลยนะค่ะ ผู้เขียนจะกลับมาแก้ให้ค่ะ /กระอักเลือด/ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันนะ..รอลุ้นผู้ของน้องต่อไปนะคะ หุหุหุ แล้วเจอกันจ้า!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 492 ครั้ง

492 ความคิดเห็น

  1. #256 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 22:33
    สนุกมากก
    #256
    0
  2. #255 โคมวิเศษ (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 22:16
    แล้วตระกูลหวังละคะ มีคนสืบทอดไหม ถ้าทั้งตระกูลมีนายท่านหวังคนเดียวอ่ะแต่งเข้ายุบตระกูลเลยก็เรื่องง่าย

    แต่มีพี่น้องคนอื่นอีกไหมคะที่สามารถยกตำแหน่งให้ได้ แล้วพ่อแม่เขา จะยอมเหรอถ้าลูกชายคนเดียวแต่งเข้าแล้วไม่มีทายาทอ่ะค่ะ คนจีนนะไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันเรื่องทายาทสืบสกุลสำคัญที่สุดนะ ไม่ทราบว่าไรท์ได้คิดถึงเรื่องนี้ไว้ไหมคะ
    #255
    0
  3. #187 i'mtheONE (@weareoneexo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 16:21
    พ่อแบบนี้สมควรแล้ว เห็นผญดีกว่าลูกตัวเอง มิน่าล่ะทำไมถึงได้ส่งน้องมาป่วน
    #187
    0
  4. #158 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 03:10
    อ้าวเป็นท่านแม่เองนี่นาที่แต่งกับนายท่านหวัง555 ดีๆ ความรักสมหวังแล้วท่านหวัง
    ส่วนคุณพ่อนั้น เหอะโกรธแค่ไหนก็ไม่ควรลงกับลูกมั้ย ละไม่รู้ว่าเค้ากับกำลังท้องหรอ ถ้ากินจากกาเดียวกันก็ต้องโดนพิษเหมือนกันอยู่แล้วมั้ย คิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วแหละ
    #158
    0
  5. #143 Arvakr_Elf (@Arvakr_Elf) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:00
    ตอนที่แล้วก็คิดอยู่ว่า ท่านแม่เหมือนชุบมือเปิบหน่อย ๆ แต่ถึงยังไงท่านหวังก็รักท่านแม่มานานแล้ว เห็นเคะน้อยก็เลยเกิดอาการสนใจชั่วคราวเท่านั้น(?) ถ้าเคะน้อยไปมีคนรักจริง ๆ อยากรู้จังว่าท่านหวังจะทำหน้าแบบไหน//ฮาาา
    #143
    0
  6. #110 aka-ae (@aka-ae) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 21:18
    มากันแล้ว
    #110
    0
  7. #88 ชิน บลัด (@mumpam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 21:46
    เรื่องนี้ช่วงแรกๆ ไม่เท่าไหร่ แต่พอถึงตอนนี้แล้วรู้สึกว่าเป็นโทนสีเทา แต่ละคนจะดำก็ไม่สุดจะขาวก็ไม่สุด หลากรสดี
    #88
    0
  8. #57 Lee013 (@lee013) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 22:12
    พระเอกเหรอ!?
    #57
    0
  9. #48 ApMobile (@ApMobile) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 07:06
    พระเอกจะมาแล้ววว??
    #48
    0
  10. #46 S2O3 (@sornsawanean) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 22:17
    น่าจะอันทีสองนะน้องนะ5555
    #46
    0
  11. #45 Odin310 (@Odin310) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 21:08

    5555รอสะใจ-ท่านหม่าhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-06.png

    #45
    0
  12. #44 Crystrom (@Nokae) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 20:37

    ไม่รู้ทำไม แต่เราเชียร์ให้น้องเสียเอกราชอ่ะ555+ สนุกมั๊ก!!!สู้ๆเด้อค้าาา
    #44
    0
  13. #43 CHECK224 (@Pear224) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 20:06
    คิดในด้านดีคือเติมทรู แต่ลบหน่อยก็อาจจะเสีย แต่ลบอีก ก็เสียแบบนั่นแหละอุอิ
    #43
    0
  14. #42 ApMobile (@ApMobile) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 19:49

    ดีค่ะสนุกมาก
    #42
    0
  15. #41 Todoya (@Todoya) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 19:22
    ไม่มีคำบรรยายตอนนี้สำหลับเราสนุกมากกกกกกกก
    #41
    0
  16. #40 cystalsky (@mueanfan_sapapak) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 19:19

    สนุกมากๆ รออ่านอยู่นะค่ะ
    #40
    0
  17. #39 shirayuuki (@shirayuuki) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 19:15

    ขอบคุณค่ะ
    #39
    0