ภารกิจคุณพี่ชาย...ชีวิตนี้เพื่อน้อง!! [YAOI]

ตอนที่ 8 : ภารกิจที่ 7 : อยู่ๆก็ได้เติมทรู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,857
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 460 ครั้ง
    25 ก.ย. 62


               หมิงเซียนคิดว่าตัวเขาตอนนี้เหมือนกับถูกใครสักคนเอาหินทุบหัวอย่างแรงจนเริ่มมึนงง พูดให้ถูก มันคงเริ่มมึนตั้งแต่ตอนที่ท่านแม่ของเขาประกาศว่าตัวเองเป็นศิษย์น้องของนายท่านหวังแห่งหอการค้าเฟยหงแล้วกระมั่ง

          แต่ภาพที่ตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาได้ยินมันคือความจริงเข้าไปอีก ก็คือภาพของมารดาเขาที่กระทำตัวไม่เหมือนกับที่เขาเคยเห็น ไม่สิ..ท่าทางแบบนี้ไม่เหมือนที่นางเคยถูกกล่าวในนิยายเลยไม่ใช่หรอ!!

          ในหนังสือบรรยายว่า กง ไป๋หลัน เป็นคุณหนูที่มีคุณสมบัติพร้อมของสตรี เป็นดั่งบุปผาที่เหนือบุปผาใดๆ ทั้งกริยาท่าทาง ศาสตร์และศิลป์ ทุกอย่างที่พึ่งมีในตัวของสตรีนางนับว่าเป็นสุดยอด เหนือยิ่งกว่าองค์หญิง 9 นาม ฟู่หลิง ผู้เป็นฮูหยินเอกของท่านแม่ทัพเสียอีก...ก็แน่ละใครบางล่ะที่ไม่อยากยอดหญิงงามไว้ข้างกาย ไม่รวมว่านางมาจากตระกูลขุนนางที่มีชื่อเสียงบริสุทธิ์

          อา...คิดแล้วก็แทบอ้วกแตก..ขุนนางชื่อเสียงบริสุทธิ์อะไรกัน ก็แค่พวกที่เห็นแก่หน้าตัวเองมากถึงขนาดตัดลูกในไส้ ตัดหลาดตัวเองได้อย่างไม่ลังเลเลยก็เท่านั้น สารเลวเป็นที่สุด...

          แต่ก็อีก..นั้นไม่ได้ช่วยตอบเด็กชายได้ว่าทำไมมารดาของเขาถึงได้เปลี่ยนไป..

          ท่าทางนิ่งสนิทของเด็กชายทำให้เฟิงเยี่ยนที่ยืนอยู่ข้างกาย อดลอบถอนหายใจไม่ได้...และอดคิดไม่ได้ว่าบุตรของท่านหญิงไป๋หลันคงไม่เคยเป็นตัวจริงของมารดาแน่นอน..ก็นะเพราะความรักทำให้ท่านหญิงปกปิดตัวตนที่แท้จริงเสียมิดชิดเลยนี้นา

          "คุณชายเซี่ย..ข้าน้อยว่าท่านมานั่งจิบชารอตรงนี้ดีกว่า..กว่านายท่านของข้าน้อยกับท่านหญิงกง..ไม่สิ..ต้องเรียกว่าท่านหญิงเซี่ยแล้ว..มารดาของท่านคงไม่จบการชำระความกับนายท่านหวังลงได้หมดจบง่ายๆเพียงแค่เค่อสองเค่อหรอกขอรับ...ข้าน้อยว่าคงเป็นชั่วยามเสียมากกว่า."น้ำเสียงเหมือนกับปลงตกมาแต่แรกพร้อมทั้งหันไปสั่งให้บ่าวที่พยุงตัวขึ้นมายืนได้จากการถูกพลังปราณของท่านหญิงเซี่ย ซัดไปเมื่อครู่ ให้ไปเร่งนำขนมกับน้ำชามาให้เด็กชาย

          ท่าทางเช่นนั้นแล้วทำให้หมิงเซียนหันไปมองอย่างอดไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายนอกจากจะดูไม่ตกใจกับเหตุการณ์ที่มารดาเขาบุกเข้ามาแล้ว ยังเหมือนว่าเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มานับไม่ถ้วนอีกด้วย...

          "เออ..ไม่ทราบว่า..คุณ..เออไม่สิ..ท่าน..."

          "เรียกข้าน้อยว่า เฟิงเยี่ยนเถอะ...อย่าเรียกข้าน้อยว่าท่านเลยขอรับ...ข้าน้อยเป็นเพียงองครักษ์ของนายท่านหวังมาตั้งแต่นายท่านศึกษาอยู่ที่สำนักธารสีชาตแห่งซุ่ยไป๋ กับมารดาของท่าน...ท่านหญิงเซี่ย.."เฟิงเยี่ยนกล่าวอย่างนอบน้อมและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเอ็นดูเมื่อเห็นใบหน้าตกใจของเด็กชาย

          "มารดาของข้า..เป็นศิษย์สำนักธารสีชาต..แห่งซุ่ยไป๋..งั้นหรอ?"หมิงเซียนรู้สึกหัวหมุน นี้อีกฝ่ายคงไม่ได้หมายถึงสำนักธารสีชาตแห่งซุ่ยไป๋จริงๆหรอกใช่ไหม เพราะถ้ามันใช่ นี้มันก็บ้าไปแล้ว!

          "ขอรับ..มารดาของคุณชายเป็นศิษย์หญิงเอกของท่านเจ้าสำนักธารสีชาตแห่งซุ่ยไป๋ขอรับ"สิ้นคำของเฟิงเยี่ยน ใบหน้าของหมิงเซียนก็คล้ายกับถูกแช่แข็ง เพราะอะไรน่ะหรอ...

          เพราะหากจะกล่าวถึงชื่อสำนักธารสีชาตแห่งซุ่ยไป๋ ที่เป็นสำนักอันเป็นเลิศด้านธาตุสายเย็น เคียงคู่กับ สำนักพิภพอัคคีแห่งจิ่นหั่ว ที่เป็นสำนักที่เป็นเลิศด้านธาตุสายร้อนน่ะสิ

          นี้มันบ้าบอชัดๆ!

          หมิงเซียนยกมือขึ้นมากุมขมับ หัวสมองของเขาพยายามรวบรวมดึงข้อมูลของสำนักนี้ขึ้นมาเพื่อประมวลผล เพราะเขาไม่ใช่คนอ่านนิยายหลงภพมาเจอรัก ทั้ง 2 ภาคแบบเต็มๆเหมือนนักอ่านคนอื่น..

          พวกคิดว่าทหารพิเศษแบบเขามีเวลาว่างอ่านหนังสือหรอ หรือหากมีจริงเขาก็เอาเวลาพวกนั้นไปจีบหนุ่มหล่อไม่ดีกว่าหรอ แต่เรื่องนั้นช่างก่อน..เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้อ่านคู่มือที่ติดตัวมาด้วย และถ้าเขาจำไม่ผิด ในโลกนิยายของกัญจนาเรื่องนี้ ได้ระบุเอาไว้ว่า สำนักทุกสำนักแบ่งออกตามธาตุ และความสามารถ ยกใหญ่ๆก็ได้ 8 สำนัก ทว่า ที่จริงแล้ว ยังมีอีก 2 สำนักที่เป็นเหมือนสุดยอดของสำนักทั้งหมดทั่วยุทธภพ นั้นคือสำนักธารสีชาติแห่งซุ่ยไป๋ กับสำนักอัคคีแห่งจิ่นหั่ว 

          แต่เนื่องจาก 2 สำนักนี้ เร้นกายไม่ปรากฎในโลกเบื้องหน้าได้พบเห็น กล่าวคือ แม้แต่ผู้เป็นศิษย์ของสำนักก็ไม่ได้รับอนุญาตให้กล่าวว่าตนเป็นคนของสำนัก..ด้วยเพราะทั้ง 2 สำนักนั้นเป็นเลิศอย่างที่บอกไป..ทำให้มีศัตรูมากมายคิดท้าทายบ่อยครั้ง แม้ว่าจะสามารถเอาชนะได้ไม่ยาก...แต่สำหรับทั้ง 2 สำนักแล้วการสร้างศัตรูไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาชื่นชอบนัก..หากแต่เป็นการรังแกผู้อื่นล่ะก็ของถนัด..

          จากในเรื่องนิยาย แทบไม่มีใครกล่าวถึง 2 สำนักนี้ จะมีกล่าวถึงจริงๆก็เพียงตัวละคนลับที่โผล่มาแล้วก็ไปในภาค 2 เท่านั้น เหมือนมาเป็นตัวช่วยนางเอกในภาค 2 แล้วจากไป..

          โอ้วให้ตายเถอะ...ตัวละครลับตัวนั้นเป็นของสำนักไหนนะ..ทำไมเขาถึงช่วย..ทำไมถึงคิดไม่ออกกันนะ..แต่ก็ช่างเถอะ...เอาเป็นว่าตอนนี้เขาควรจะทำยังไงต่อดีกว่า..

          ท่าทางครุ่มคิดของเด็กชายทำให้เฟิงเยี่ยนที่ยืนอยู่ใกล้ๆอดไม่ได้ที่จะสงสาร เพราะเข้าใจได้ไม่ยากว่าเด็กชายคงไม่เคยทราบความเป็นมาของมารดาตนมาก่อน เฟิงเยี่ยนจึงคิดคำอธิบายมากมายไว้ให้เด็กชาย โดยไม่พยายามสนใจเสียงกรีดร้อง(?)ของนายท่านหวังที่พยายามร้องขอความช่วยเหลือ....

          ก็แน่ละ ให้เขาไปช่วยนายท่านตอนกำลังถูกศิษย์น้องหญิงลงดาบ...เขาก็ได้คอขาดกันพอดีน่ะสิ..

          "คุณชายเซี่ยนี่ น้ำชากับขนมขอรับ..ท่านเชิญทานก่อนเถอะขอรับ"

          "ขะ..ขอบคุณครับ.."เด็กชายอดไม่ได้ที่จะขอบคุณด้วยความเคยชิน ยิ่งทำให้เฟิงเยี่ยนนึกเอ็นดูเข้าไปอีก...พวกเขาเงียบกันอยู่ครู่หนึ่ง โดยสุดท้ายแล้วคนที่ตัดสินใจออกปากเป็นคนแรกหนีไม่พ้นหมิงเซียนที่กำลังสงสัย

          "เฟิ..ไม่สิ...เฮ้อ...อย่างไรก็ตามคุณก็แก่กว่าผู้น้อยมากจะให้เรียกชื่อก็ดูเหมือนไม่เคารพ อย่างไรผู้น้อยขอนับท่านเป็นญาติ เรียกท่านว่าท่านลุงเฟิงได้หรือไม่ขอรับ.."

          "เป็นความกรุณาของคุณชายเซี่ยที่นับข้าน้อยเป็นญาติ...เช่นนั้นก็แล้วแต่คุณชายเซี่ยเถิด.."เฟิงเยี่ยนขยับยกยิ้ม มองใบหน้าถอนหายใจของอีกฝ่ายเล็กน้อย

          "ท่านลุงเฟิง ท่านบอกว่าท่านเป็นองครักษ์ให้กับนายท่านหวังกับท่านแม่ งั้นแปลว่าท่านคงเคยเห็นท่าทางเช่นนี้ของท่าน..."ไม่ทันที่หมิงเซียนจะพูดจบใบหน้าของเฟิงเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะซ่อนรอยยิ้มอีกต่อไป..

          "ข้าน้อยเห็นมานับไม่ถ้วนแล้วขอรับ คุณชายเซี่ย..หากจะบอกว่าไม่ได้เห็นมานานน่าจะเหมาะกว่า..."

          "ท่านลุงหมายความว่า?"

          "แต่เดิมท่านแม่ของท่าน ท่านหญิงสกุลกง ในวัยเยาว์ได้แสดงความสามารถจนต้องตา เจ้าสำนักธารสีชาตแห่งซุ่ยไป๋ จึงรับนางเข้าเป็นศิษย์ร่วมเดินทางฝึกวิชา ทว่าเพราะสำนักธารสีชาตไม่ชอบพวกสอดรู้สอดเห็น และไม่ชอบแสดงตนว่าเป็นใครมาจากสำนักใด...จึงได้แสร้งเจรจาหลอกประมุขสกุลกง หรือก็คือท่านตาแท้ๆของคุณชายเซี่ย ว่าจะขอรับท่านหญิงไปเรียน ณ สำนักฝึกความเป็นกุลสตรีมีชื่อซึ่ง...ตัวข้าน้อยเองก็จำชื่อมิได้ว่าตอนนั้นท่านเจ้าสำนักใช้ชื่อหลอกว่าอันใด..เพราะท่านเจ้าสำนักมักจะอุปโลกสำนักศึกษามั่วๆขึ้นมาหลายชื่อ เช่นเดียวกับตอนหลอกประมุขสกุลหวังคนก่อน บิดาของนายท่านหวังคนปัจจุบันเช่นเดียวกัน และนั้นจึงเป็นครั้งแรกที่นายท่านหวังกับท่านหญิงไป๋หลันได้พบกัน.."

          "เป็นเช่นนั้นเอง..."

          "ขอรับ ...ด้วยยามนั้นนายท่านหวังเป็นศิษย์ที่เจ้าสำนักธารสีชาตรับเข้ามาเป็นศิษย์ก่อน จึงได้รับตำแหน่งเป็นศิษย์พี่ของท่านหญิงไป๋หลัน ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป สำหรับข้าน้อยแล้ว ท่านหญิงดูจะเป็นศิษย์พี่ของนายท่านหวังเสียมากกว่า..."พูดมาถึงตรงนี้ หมิงเซียนก็คล้ายจะเข้าใจในบางอย่างแต่มิกล้าพูดออกมา ก็นะ...ฟังจากเสียงที่ดังมาก็พอเดาออกล่ะ..

          "อย่างไรก็ตาม ท่านทั้งสองได้เดินทางร่วมกัน ไม่ว่าจะในหรือนอกแคว้น ผจญอันตรายมานานับประการ...จนนายท่านหวังบังเกิดความรักต่อท่านหญิงไป๋หลัน ทว่า เพราะในยามนั้นเอง ท่านหญิงไป๋หลันมีคู่หมั้นตั้งแต่เด็กอยู่ก่อนแล้ว ซ้ำพวกเขายังรักกันมาก...นายท่านหวังจึงเก็บความรู้สึกเอาไว้ และอยู่เคียงข้างท่านหญิง ทว่าอาจด้วยเพราะเดินทางกันมานาน ซ้ำยังมีแต่บุรุษ จึงทำให้ท่านหญิงไป๋หลันเปลี่ยนจาก สตรีที่งดงามราวกับดอกไม้แรกแย้มเหนือมลบุปผา...ก็กลับกลายเป็นบุรุษในร่างสตรีแทนไปเสียอย่างนั้นขอรับ.."เฟิงเยี่ยนได้แต่อ่อนใจ เพราะว่ายามนั้นเขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ติดตามนายท่านหวัง และอาจเป็นเพียงเขาคนเดียวด้วยซ้ำที่คอยเตือนเรื่องมารยาทให้กับท่านหญิงไป๋หลัน แต่เพราะเขาเองก็เป็นผู้ชาย อะไรที่ผู้หญิงพึ่งมีเป็นมารยาทบ้าง เขาก็ใช่จะรู้หมด แน่นอนว่าอย่าได้หวังพึ่งเจ้าสำนักผู้เป็นอาจารย์เด็ดขาด

          ทำไมน่ะหรอ...ก็เพราะสาเหตุหนึ่งที่ท่านหญิงกลายเป็นสตรีนิสัยบุรุษเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการเสี้ยมสอนของท่านเจ้าสำนักนั้นล่ะ!! หากไม่ได้จดหมายจากเจ้าเด็กสกุลหม่า ที่ตอนนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นอดีตสามีของท่านหญิงไป๋หลัน ส่งจดหมายชวนฝันหวานถึงสตรีผู้งามพร้อมล่ะก็ 

          ลางทีตัวเขาก็คิดว่านางคงมีนิสัยเช่นนั้นต่อไปอีก ไม่วิ่งเข้าไปหาศิษย์พี่หญิงคนอื่นๆให้สอนเรื่องกริยา งานบ้านงานเรือน ตลอดศาสตร์และศิลป์ของสตรีงามพึ่งมีให้นางหรอก

          แต่จะว่าไป สตรีที่อยู่ในสำนักธารสีชาต แต่ละคนช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก ทุกนางล้วนแล้วแต่เป็นยอดแห่งบุปผาหาที่ใดเปรียบ ทว่าส่วนใหญ่ครองตัวเป็นโสดแทบทุกคน จะมีก็แต่ท่านหญิงไป๋หลันกระมั่งที่แต่งงานเพียงผู้เดียว...เวรกรรมแท้

          เขาอดคิดไม่ได้เลยว่า หากเรื่องท่านหญิงไป๋หลันถูกสามีนางทอดทิ้งรู้ไปถึงที่สำนัก...ไอ้คนแซ่หม่าจะเป็นเช่นไร...มิพ้นถูกคนของสำนักกระทืบตายกระมั่ง..

          เฟิงเยี่ยนคิดแล้วก็ให้หัวเราะแห้งๆหนึ่งยก ก่อนจะละเรื่องศิษย์พี่คนอื่นๆของท่านหญิงไป๋หลันเอาไว้ทีหลัง และตัดสินใจเล่าเรื่องราวหลายอย่างที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ให้กับหมิงเซียนได้รับรู้ 

          โดยระหว่างที่นั่งฟังไป หมิงเซียนก็แทบแทบอยากจะร้องตะโกนออกมาว่า นี้มันบ้าชัดๆ! เพราะจากที่ได้ฟังมาทั้งหมด ตัวละครที่เป็นนางร้ายในคู่มือเขียนแบบจิกกัดเล็กๆว่า เสียดายชาติเกิด กลายเป็นนางร้ายปลายแถวตายก่อนจบเรื่องแบบง่อยๆง่ายๆ ไม่สมกับที่เป็นมารดานางร้ายภาค 2 เลยสักนิดนั้น

          ที่แท้ความจริงแล้วนางคือ 1 ในศิษย์เอกของเจ้าสำนักธารสีชาตแห่งซุ่ยไป๋ ทว่าเพราะความรักบังตานาง อยากเป็นสตรีอย่างที่คนรักอยากให้เป็น เลยสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา เปลี่ยนนิสัยหลายอย่างให้เป็นไปตามคนรักและครอบครัวต้องการ ปกปิดพลังปราณของตนเอง ที่อยู่ขั้น 7 ที่เหนือกว่าคนรัก ให้เหลือเพียงขั้น 3 ความบริสุทธิ์ของธาตุก็จากเกือบเต็ม 10 ส่วน ก็ลดลงไปเหลือเพียง 2 เหมือนกับสตรีในห้องหอทั่วไป..

          เมื่อครบกำหนดกลับบ้านกลับเรือน มารดาของเขาก็ปรากฎกายในฐานะท่านหญิงที่เรียนจบจากสำนักมีชื่อ(ที่ลุงเฟิงเยี่ยนจำไม่ได้แล้ว) กลายเป็นสตรีงามพร้อมด้วยทุกสิ่งที่ บุรุษคนรักต้องการ เมื่อได้ผ่านพิธีปักปิ่น หมั้นหมายทุกอย่างล้วนดีไปหมด จนกระทั้งแม่ทัพหม่า บิดาของเขาถูกบังคับแต่งงานกับองค์หญิง 9 ศิษย์พี่ของท่านแม่ หรือก็คือนายท่านหวัง ก็อดไม่ได้ที่จะไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ด้วยหวาดกลัวว่าสักวันจะเกิดเหตุการณ์ดั่งที่เกิดกับพวกเขาจริงในยามนี้

          เพื่อให้อีกฝ่ายสาบานว่าจะไม่ให้มันเกิดขึ้น แต่ขอโทษเถอะท่านลุงศิษย์พี่ท่านแม่...พอดีว่าตอนนั้นท่านแม่ความรักบังตาไง ท่านไปปะดาบกับคนรักท่านแม่ ท่านแม่ก็ย่อมห้ามปราม และโกรธเคืองไง เหตุผลอยู่นอกเหนือความรัก ก็เป็นเช่นนี้ 

          เห็นท่านลุงเฟิงเล่าต่อว่า หลังจากท่านแม่ปรากฎตัวออกปากเสียงห้ามนายท่านหวังแล้ว ตอนเจรจาก็น้ำตาคลอดูน่าสงสารยิ่งนัก แต่พอลับหลังจากคนแซ่หม่า บิดาของเขากลับเรือนไป เพราะยามนั้นยังมิได้แต่งงานกัน เพียงแต่กำลังจะแต่ง ท่านแม่เขาก็ลอบออกจากเรือนตนเอง ไปกระทืบ เอ๊ย! ไปสั่งสอนนายท่านหวังถึงบ้านสกุลหวัง ด้วยการชวนดวลสุรา ....

          มาถึงตอนนี้เขาก็พึ่งรู้ว่าที่แท้มารดาของเขาคอแข็งยิ่งนัก...นางเอาชนะนายท่านหวัง เห็นว่าเปิดใจพูดคุยกันด้วย แม้ว่าสุดท้ายแล้วท่านแม่ของเขาจะถูกรักบังตา จนยอมตกแต่งเข้าสกุลหม่าในฐานะฮูหยินรองก็ตาม แต่ว่าในงานแต่งนั้นนายท่านหวังก็ไปร่วมงานด้วยจนกระทั้งจบ ก่อนจะพกพาหัวใจช้ำๆของตนเองหนีมาไกลถึงชายแดนใต้ ตั้งรกรากใหม่เสียที่เมืองฟู่ฉ่าง และไม่ติดต่อกับศิษย์น้องผู้เป็นรักแรกอีกเลย ไม่แม้แต่จะหาข่าว...

          ดีครับ..เลิศจริงๆ จบสุดท้ายดราม่าเฉย..

          หมิงเซียนยกมือขึ้นมากุมขมับ...แบบนี้มองอย่างไร จริงๆแล้วครอบครัวเขาก็หาใช่ไก่กาเลยสักนิด ถ้าจะบอกว่าเป็นลาสบอสน่าจะถูกต้องกว่า แต่ไหงเพราะมารดาตายไปผู้เดียว ชีวิตน้องชายน้องสาวเขาก็เลยเรือหายกันหมดล่ะฟระครับ!!

          คุณกัญจนา!! คุณคิดอะไรของคุณกันเนี้ย!!

          "คุณชาย..."เฟิงเยี่ยนมองเด็กชายกุมขมับก็ให้รู้สึกเป็นห่วง นอกจากน้ำชาที่จิบไปเพียงเล็กน้อยแล้วคุณชายสกุลหม่า..ไม่สิ ต้องบอกว่าคุณชายสกุลเซี่ย ก็มิได้แตะขนมเลยแม้แต่นิดเดียว..ดูท่าแล้ว คงตกใจไม่ใช่น้อย..

          "อะ..ขอโทษด้วยท่านลุงเฟิง..ข้า..ข้าแค่รู้สึกมึนหัวนิดหน่อย.."

          "ไม่เป็นไร...ข้าเข้าใจคุณชายดี..เป็นใครก็ต้องตกใจปวดหัวทั้งนั้น..เพราะท่านแม่ของท่านเพื่อคนรักแล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองหลายอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า หึ..ท่านเห็นครั้งแรก มิแปลกที่จะปวดหัว.."กลับกันเป็นตัวเขาตอนเห็นนางเปลี่ยนเป็นกุลสตรีครั้งแรก เขาก็ถึงกับตาค้าง คิดว่าผีเข้าท่านหญิงไป๋หลันอยู่นาน

          หมิงเซียนได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ อยากจะบอกแทบขาดใจว่าไม่ใช่แค่ตกใจธรรมดาหรอกท่านลุง ข้าน่ะมึนตึบเหมือนมีใครเอาไม้หน้าสามมาตีหัวเลยต่างหาก นี้มันต่างจากในคู่มือแบบกู่ไม่กลับแล้วครับท่าน!!

          ลางสังหรณ์ร้องเตือนบอกเด็กชาย ว่าจากนี้ครอบครัวเขาทั้งหมดจะได้เป็นเทพเติมทรู เหมือนเข้าเล่นเกมส์ที่มีแสงเขียวๆบนหัว และกดสูตรครอบจักรวาลได้เลยทีเดียว

          หมิงเซียนหันไปมองห้องที่มารดาของเขาลากนายท่านหวังเข้าไป มีเสียงลอดร้องขอชีวิตสลับกับเสียงด่าทออีกเล็กน้อย ปนเปด้วยเสียงกระอักเลือดง.เอ๋..เดี๋ยวก่อนนะ...เหมือนบานประตูจะมีอะไรกระเด็นเปื้อนด้วยนี้หว่า...หรือว่าจะเป็นเลือด?

          "คุณชายเซี่ย อย่าหันไปมองขอรับเสียลูกตาเปล่าๆ จะว่าไปที่ท่านมาที่นี้ก็ดีไม่ใช่น้อย หลงจู๊หยูกล่าวว่าศิลาปราณของคุณชายประมูลได้ราคาดีมาก ทำกำไรไม่ใช่น้อยๆ..."ไม่ทันที่เฟิงเยี่ยนจะพูดจบคำ หมิงเซียนก็นึกธุระของตนเองออก

          "อะ...ท่านลุงเฟิง เมื่อท่านพูดเรื่องนี้ ทำให้ข้าจำได้ถึงความตั้งใจแรกที่จะมาที่นี้..."

          "ความตั้งใจของท่าน?"

          "ใช่แล้ว..ข้ามีเรื่องอยากรบกวนท่านช่วยตามท่านหลงจู๊หยูได้หรือไม่ ข้าตั้งใจจะมาที่นี้เพื่อขายหินปราณเพื่อทำทุนน่ะ"เด็กชายพูดบอกความต้องการ เฟิงเยี่ยนก็รีบจัดการให้ แม้ว่าลึกๆแล้วอีกฝ่ายคิดว่าจากนี้คงมิจำเป็นที่เด็กชายต้องหาเงินทุนแล้วกระมั่ง..

          เฟิงเยี่ยนสั่งคนใช้ให้ไปแจ้งเรื่องกับหลงจู๊หยู ที่เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึง 2 ก้านธูปดับ อีกฝ่ายก็ปรากฎตัว พร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดู ยามเห็นเด็กชายที่ทำกำไรให้กับหอการค้าเฟยหงอยู่หลายล้านเหรียญทอง ทว่าพอได้ยินเสียงร้องของนายท่านหวัง เขาก็พลันตกใจและคลายลงไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยของคนที่เขาไม่ได้ยินมานานหลายสิบปี

          "ท่านหญิงไป๋หลันมาอย่างนั้นหรือ?"

          "ขอรับ..ท่านหลงจู๊หยูอย่าพึ่งใส่ใจเลย..คุณชายเซี่ยบุตรของท่านหญิงไป๋หลันนำศิลาปราณมาขาย"

          "โอ้ว..เช่นนั้นหรอ น่ายินดีๆ เพราะศิลาปราณของเจ้าทำให้พวกเราได้กำไรมากมาย ผู้คนต่างต้องการ...อยากรู้จริงๆว่าเจ้าไปหามันได้จากที่ไหนกัน"คล้ายเรื่องศิลาปราณจะมีความน่าสนใจมากกว่า เรื่องของเจ้านาย ทำให้หลงจู๊หยูลืมไปชั่วขณะ ถึงสิ่งที่ตนได้ยินว่า เด็กตรงหน้าเป็นบุตรของท่านหญิงไป๋หลัน รักแรกของนายท่านหวัง

          พวกเขาเจรจาต่อรองราคาอยู่เกือบชั่วยาม ก่อนที่หมิงเซียนจะสามารถขายศิลาปราณก้อนใหญ่มากกว่าอันก่อนได้ในราคา 3 ล้านเหรียญทอง เพราะมันมีขนาด 2 เท่าของก้อนที่เคยขายไปครั้งก่อน..ราคาจึงเหมือนขาย 2 ชิ้นนั้นรวมกัน นับว่าจากนี้หมิงเซียนไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเงินทองอีกนานพอสมควร

          การเจรจาจบลง ก็ต่อด้วยการพูดคุย หลงจู๊หยูยิ้มอย่างยินดีและมีความสุขเมื่อครั้งนี้เขาทราบแล้วว่าเด็กชายที่นายท่านหวังเรียกว่าเด็กจิ้งจอก แท้จริงเป็นบุตรชายของรักแรกนายท่านนี้เอง.. จึงได้ทำการเล่าเรื่องราวที่ตนพอรู้สมัยที่นายท่านหวังกับท่านหญิงไป๋หลัน เป็นสหายกันให้หมิงเซียนฟัง

          กว่าเสียงบานประตูจะเปิดดังขึ้นมาอีกครั้ง เวลาเจรจาก็ผ่านไปแล้วเกือบ ครึ่งชั่วยามต่อมาหนึ่งคนชรา หนึ่งองครักษ์ หนึ่งเด็กชายหันไปมองตามเสียงของประตูก่อนจะเห็นร่างของหญิงงามที่เดินยิ้มร่าออกมา ประหนึ่งว่าพึ่งไประบายอารมณ์กับสิ่งใดมาจนหายดี พอมองเลยตัวนางไปด้านหลัง ก็จะเห็นมือของใครผู้หนึ่งค่อยๆยกออกมาเกาะบานประตูคล้ายกับใช้มันพยุงตัวลุกขึ้นมา...หมิงเซียนไม่อยากเปลี่ยนเทียบอีกฝ่าย ว่าเหมือนซอมบี้ขาขาดที่เขาเคยเจอในโลกก่อนก็มิปาน..

          หมิงเซียนแทบไม่อยากเชื่อว่าคนที่มีสภาพเช่นนี้คือนายท่านหวังที่สง่างามเมื่อครึ่งปีก่อน ทว่ายามนี้เหมือนกับคนละคน ด้วยสภาพอีกฝ่ายแลดูเหมือนพึ่งไปผ่านดงเขี้ยวสุนัขกัดมาก็ไม่ปาน ทั้งนอกจากเสื้อผ้า เส้นผมจะไม่เป็นระเบียบแลดูจะไม่ไหวแล้วนั้น ก็เห็นมีรอยฟกช้ำอีกบาน แน่นอนว่าทันทีที่ท่านหลงจู๊หยูเห็น เขาก็รับหันไปสั่งคนรับใช้ให้ไปเอายาแก้ฟกช้ำที่ดีที่สุดในหอการค้ามาให้

          กว่าทุกอย่างจะเป็นระเบียบพร้อมพูดคุยก็ให้เวลาเกือบ 1 เค่อเข้าไปแล้ว...ภาพของกริยาท่าทางของมารดาที่เขาไม่เคยเห็น นั้นคือนางกำนัลนั่งจิบสุรา ที่นางก็สั่งท่านลุงเฟิงเองว่าเอาสุราที่ดีที่สุดมา 1 ไห ก่อนนางจะนั่งมองนายท่านหวังนั่งประคบยาอยู่ฝั่งตรงข้าม..

          "ศิษย์พี่อย่าทำเป็นสำออย ข้าไม่ได้มีกำลังมากเท่าแต่ก่อน ใยจึงต้องประคบยาด้วย"น้ำเสียงมารดาเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจเท่าใดนักที่เห็นอีกฝ่ายประคบยาบนใบหน้าประหนึ่งว่ากลัวว่ารอยบนหน้าจะไม่หาย

          "ไม่เท่าก่อนงั้นหรอ! เจ้าช่างกล้าพูดไป๋หลัน แรงมือเจ้าด้อยลงไปแค่ 1 ส่วนเท่านั้น แต่เจ้าแทนที่แรงมือนั้นด้วยมุมสันมือกับกระแทกจุดให้โดนตำแหน่งที่เจ็บที่สุดเลยไม่ใช่หรือยังไง...ให้ตายเถอะ ไม่คิดเลยว่าหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์จะทำให้เจ้ามีกำลังขึ้นมากขนาดนี้....มันคงลบล้างน้ำยากดพลังปราณกับพลังธาตุเจ้าด้วยสินะ"ดวงตาคมของนายท่านหวังพูดพลางจ้องมองอีกฝ่าย ที่ยักไหล่ไม่ยี่หระ แถมยังเอาเหล้าเทใส่จอกให้เขาเสร็จสรรพ...

          พอไม่ได้ปกปิดตัวตนที่แท้จริง ท่าทางก็เปลี่ยนฉับพลัน นายท่านหวังไม่รู้ว่าเขาควรจะร้องไห้หรือเสียใจดีที่ได้เห็นภาพของนางเช่นวันวานแบบนี้

          "ถูกต้อง...แต่ก็ไม่ถึงกับอยู่ในปราณขั้น 7 เหมือนแต่ก่อน เพราะจุดตันเถียนของข้าบอบช้ำหนักเกินไป..เป็นได้แค่ปราณขั้น 4 เท่านั้น..จะเรียกพลังธาตุน้ำหรือ ก็ยากที่จะรวบรวมได้เป็นเวลานานๆ เห็นทีหากจะใช้ในสถานที่ไม่มีน้ำเลย เหมือนเมื่อก่อนคงทำมิได้เลย.."หญิงสาวมีดวงตาที่เศร้าสร้อยเมื่อคิดถึงการใช้พลังธาตุของนาง ที่ไม่อาจเข้มแข็งได้เหมือนแต่ก่อน..ท่าทางเช่นนั้นทำให้บุรุษที่เป็นศิษย์พี่ไม่อาจทนเห็นได้นานนัก เพราะต่อให้เขาจะเจ็บจากมือนางสักกี่ครั้ง เขาก็ยังเป็นคนโง่ที่ให้อภัยนางได้ทุกครั้ง

          "เมื่อตัดสินใจเลือกแล้ว...ก็อย่าได้เสียใจ..นั้นคือคำที่ท่านอาจารย์เจ้าอย่าได้ลืม...ทุกอย่างเป็นเจ้าที่เลือกเอง"

          "ใช่..ข้ารู้ดี..เพียงแต่แค่คิดว่าอยากย้อนเวลากลับไปได้ ข้าจะไม่กระทำตัวเช่นนั้นอีก..หึ..เพราะรักมากจึงได้ทำเพื่อเขา..ยอมเสียหลายสิ่งอย่างเพื่อเขา..มาตรองดูแล้ว เห็นมีแต่เขาที่เป็นผู้ได้ทั้งหมดทั้งสิ้น...ไม่ว่าจะเป็นอำนาจแลชื่อเสียงเส้นสาย จากการแต่งกับข้าผู้เป็นบุตรีเสนาบดีกรมคลัง หึ...คิดแล้วก็น่าขำ ขนาดสินเดิมของข้า...เขายังมิคืนให้สักเหรียญเดียว..."มือของนางกำจอกสุราแน่นด้วยความแค้น 

          "เขาไม่ตัดสินความให้ข้า ข้าพยายามมองตาเขาหวังว่าเขาจะมองตอบ และเห็นถึงสิ่งที่ข้าพยายามจะสื่อ ยามนั้นหากเขาคิดโทษเพียงข้า หย่าขาดเพียงข้าผู้เดียว ข้าจะไม่เจ็บแค้นเจ็บปวดเท่านี้ ...แต่นี้เขาถึงกับโยนตัวข้า หมิงเซียน หมิงลู่ บุตรของเขาที่เขาบอกว่ารักนักรักหนา บอกว่าจะให้หมิงเซียนเป็นประมุขต่อจากเข้า ใส่ในรถม้าโสโครก...บอกกับข้าให้เจ็บช้ำ...ว่ายามนี้เขากำลังมีทายาทกับนางสารเลวแซ่โซ่วแล้ว..และจะให้เด็กคนนั้นเป็นประมุขตระกูลแทนหมิงเซียนที่เป็นบุตรมีตำหนิ...ตำหนิอันใด...เฮอะ ข้าไม่ได้โง่ที่จะฟังไม่รู้ความ ว่าที่เขาพูดนั้นกำลังด่าข้า...ว่าเป็นผู้ทำให้หมิงเซียนมีชื่อเสีย เป็นบุตรของสตรีแพศยาที่วางยาฮูหยินใหญ่...ไอ้คนสารเลวเช่นนี้ ข้าแต่งงานกับมันไปได้ยังไงกัน!"สิ้นเสียงของนาง แรงมือบางที่ตบโต๊ะก็ดังขึ้นมา..หากไม่ติดว่าโต๊ะไม้นี้เป็นไม้เนื้อหนามีอายุมานานมีคุณสมบัติซับแรงได้ดี เห็นทีมันคงหักเป็นเสี่ยงๆไปแล้ว..

          "ท่านแม่.."หมิงเซียนอดไม่ได้ที่จะเรียกหญิงสาว..เขารู้ว่ามารดาเจ็บช้ำเพราะบิดามากขนาดไหน...เพราะแบบนั้นไงเขาถึงไม่ห่วงเลยสักนิดหาบิดากลับมาหาตัวพวกเขาอีกครั้ง...ยิ่งตอนนี้ยิ่งไม่ห่วงว่ามารดาจะใจอื่นคืนดีกับอีกฝ่าย...ซ้ำจะยินดีเสียอีก หากเห็นมารดาไปเจอกับชายที่ชื่อว่าบิดาของเขา

          "ไป๋หลัน พี่เข้าใจดี..หากเป็นเช่นนั้นเจ้าเอากิจ.."ไม่ทันที่นายท่านหวังจะพูดจบเสียงของสตรีที่กำลังอารมณ์ขึ้นลงก็แทรกขึ้นมาแทบจะในทันที

          "ข้าเอาแน่..ที่ข้ามาที่นี้ไงศิษย์พี่"หญิงสาวหันไปมองร่างสูงของนายท่านหวังที่วางที่ประคบยาและถอนหายใจออกมา

          "ขอเถอะศิษย์น้อง..บางทีช่วยทำเหมือนไม่รู้อะไรหรือคิดอะไรไว้ได้ไหม แบบว่าให้ข้าได้พูดอะไรให้เจ้าประหลาดใจและซาบซึ้งใจบ้าง"คำพูดของอีกฝ่ายเหมือนไม่เข้าสมองของศิษย์น้องหญิงสักนิด ด้วยนางกลับทำใบหน้าสงสัย

          "ทำไมข้าต้องทำหน้าประหลาดใจ ในเมื่อกิจการร้านอาหาร โรงน้ำชา ทั้งหมดที่ท่านถือครองอยู่ล้วนเป็นสิ่งที่น้องฝากไว้ให้ท่านพี่ช่วยดูแลจนกว่าหมิงเซียนจะเติบใหญ่..หรือน้องขอคืนนี้เจ้าค่ะ...มันก็ต้องถูกต้องแล้วที่ท่านต้องคืนข้า.."หญิงสาวมองอย่างไม่เข้าใจ จริงอยู่ว่าศิษย์พี่ลำบากดูแลกิจการให้นางมาหลายปี...แต่ว่ากิจการนั้นนางเป็นคนเริ่มต้นสร้างมา ก็ลำบากไม่ใช่น้อย..พอนางจะเอาคืนใยต้องแปลกใจด้วยล่ะ?

          ในขณะที่ท่านแม่ไป๋หลันกำลังทำหน้างง นายท่านหวังกำลังยกสุราขึ้นมาดื่มหมดจอก เพราะจนปัญญาจะต่อคำของศิษย์น้องตัวเอง หมิงเซียนก็ไม่รู้จะว่ากล่าวอันใดดี...แต่อย่างน้อยจากที่ได้ยินความ ดูแล้วเหมือนว่าเขาไม่ต้องห่วงเรื่องการเงินอีกต่อไปแล้ว

          ทว่านั้นก็มาพร้อมกับคำถามที่เขาสงสัย ว่าเหตุใดในคู่มือนิยายถึงไม่กล่าวถึง ทั้งสินเดิมเจ้าสาวของมารดาที่ได้มาแต่สกุลกง กับกิจการร้านอาหาร แลร้านชาของมารดาเขาเลย...

          หรืออาจเป็นได้ว่า....เหตุผลหนึ่งที่อีกฝ่ายออกตามหาอวิ้หลัน น้องสาวตัวน้อยของเขา เป็นเพราะว่าต้องการทรัพย์สมบัติกิจการที่นายท่านหวัง ผู้เป็นศิษย์พี่ของท่านแม่ดูแลอยู่....

          ตัวเขาอ่านในคู่มือ ไม่ได้อ่านในนิยายของเรื่อง ฉากที่ถูกตัดออกไปก็มีไม่น้อย มันจึงไม่ชัดเจน แต่ก็ไม่อาจคิดอะไรที่แตกต่างไปจากนี้อีกแล้ว นอกจากว่าบิดาของเขาต้องการสมบัติของอดีตหญิงที่ตัวเองรัก และเพื่อให้ได้มันมา เขาจึงต้องเลี้ยงดู อวิ้หลันไว้ในจวน ...

พอคิดแบบนี้แล้ว หมิงเซียนก็ได้รู้สึกเจ็บแค้นยิ่งนัก...ไม่คิดเลยว่าบิดาของตัวเองในโลกนี้จะเป็นชายน่ารังเกียจถึงเพียงนี้...

          พวกเขาทั้งหมดพูดคุยกันจนถึงยามเซิน หมิงเซียนก็ขอตัวกลับก่อน เพราะอยากจะรีบไปรับน้องชายตนจากสำนักศึกษา โดยเขาได้บอกให้ท่านแม่ของตนพูดคุยกับศิษย์พี่ของนางไปก่อน ด้วยเห็นว่าคนทั้งคู่นั้นมิได้พบกันมานานสมควรพูดคุยให้มาก

          ยามคล้อยหลังเด็กชายเดินจากไป หนึ่งบุรุษองอาจ กับสตรีงดงาม ก็ได้พูดคุยกันอย่างเปิดอก หลังจากที่ไม่ได้พูดคุยเช่นนี้มานาน และไม่เหมาะที่จะให้เด็กชายได้เห็น โดยคนเริ่มเปิดไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจาก ไป๋หลันผู้เป็นมารดาของเด็กชายเอง

          "ศิษย์พี่..ท่านคิดจะกินหญ้าอ่อนผู้เป็นบุตรของข้าจริงๆน่ะหรอ?...ไหนบอกว่ารักข้าไง"หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงติดไม่พอใจ ชวนให้คิดไม่น้อยว่าที่นางไม่พอใจนั้นเกิดจากความที่คนตรงหน้าไปหลงรักบุตรนาง หรือว่าหวงบุตรกันแน่..

          "แค่กๆ..เจ้าช่างกล้าพูด เป็นผู้สลัดรักข้าไปเองแท้ๆ..หากข้าจะมีใหม่จะทำมิได้.."ชายหนุ่มเจรจาตอบก่อนจะยกจอกสุราแสร้งเซมองไปทางอื่น

          "หึ..เขากล่าวกันว่ารักแรกมักจะลืมยาก ใบหน้าของเซียนเอ๋อร์เหมือนข้าเกือบ 9 ส่วน มีหรือท่านไม่หวั่นไหว ...หากคิดจะจีบเขาเพราะใบหน้าเหมือนข้า ศิษย์พี่คงรู้ใช่หรือไม่ว่าจะเจอกับอะไร.."คำพูดที่มาพร้อมกับดวงตาคู่งามที่กดข่ม แลคล้ายทำเอาสุราที่เข้าปากนายท่านหวังไม่อาจลงคอได้โดยง่าย ราวกับว่ามันเป็นคำพูดแทงใจดำ..

          "เจ้ามันสตรีร้ายกาจ"

          "ร้ายกาจแล้วอย่างไร..ข้าทำท่านเดือนร้อนหรืออย่างไร"

          "หึ..ช่างกล้าพูดว่าไม่ทำข้าเดือดร้อน"หากเขาไม่เดือดร้อน เขาจะส่งเฟิงเยี่ยนไปสืบข่าวเจ้าที่เมืองหลวงทำไม เพียงเพราะเห็นว่าเด็กนั้นคล้ายเจ้าน่ะ..

          "ไม่พูด..ข้าก็ไม่รู้...ศิษย์พี่ ท่านจะอมดอกไม้อีกนานไหม.."

          "ผู้ใดอมดอกไม้กัน! เจ้าอย่ามาพูดมั่วซั่ว"

          "หากเช่นนั้นแล้ว ท่านก็รับนี้ไป.."หญิงสาวไม่พูดเปล่า วางกล่องบางอย่างลงบนโต๊ะ สร้างความแปลกใจให้กับนายท่านหวังเป็นอย่างมากจนเขาอดไม่ได้ที่จะยกมันขึ้นมา

          "นี้คือสิ่งใด.."

          "ข้าได้ตัดสินใจแล้ว และท่านรับมันแล้ว..เช่นนั้นตกลงวันฤกษ์ยามเลยดีหรือไม่.."

          "หะ!..เจ้าพูดอันใดของเจ้า ..ขะ..ข้ารับอะไร.."นายท่านหวังกล่าวอย่างมึนงง มองใบหน้าหญิงสาว

          "ตามกฎของสำนัก..ผู้ใดให้ของหมั้นก่อน ผู้นั้นถือตำแหน่งสามี..ศิษย์พี่..นั้นคือกำไลหยกของน้องที่ตั้งใจสั่งทำเพื่อให้หมิงเซียน แต่ยังมิได้ให้เขา..อย่างไรเสียก็สลักคำว่า 'เซี่ย' เช่นนั้นแล้วถือเป็นของหมั้นมอบให้ท่าน...จากนี้ท่านก็แต่งเข้าสกุลเซี่ยล่ะ"

          "หะ!?...ดะ..เดี๋ยวก่อน..ไป๋หลัน..เจ้า!"

          "ศิษย์พี่...ไหนท่านก็บอกว่ารักข้าอยู่แล้ว ยามนี้คิดจะเอาลูกชายข้าเป็นตัวแทนข้าอีก..ยามนี้ข้าโสดแล้วไร้พันธะ ท่านจะรีรอให้เสียการทำไม ถึงร่างกายข้าไม่แข็งแรง แต่เห็นอยู่ว่าข้าจัดการท่านได้ไม่ยาก..คนกล่าวเวลาดั่งทองพันช่าง ข้าเสียเวลาครึ่งชีวิต เพราะคนเฮงซวยแซ่หม่า เพราะฉะนั้นพอได้พบท่านอีกครั้งจงมิเสียเวลาคิด ตบแต่งท่านเข้าสกุล...หรือหากท่านอยากให้ข้าเข้าสกุลท่าน อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ท่านไปคุยกับบุตรชายข้าเอง เพราะเขาเป็นประมุขของตระกูลตอนนี้"คำพูดรัวเร็วของไป๋หลัน มองดูแล้วเป็นสตรีหน้าไม่อาย นางเป็นสตรีมีตำหนิ ใครไหนเลยจะอยากได้นางตกแต่งเป็นภรรยา

          หากแต่ในมุมของสตรีน่าไม่อายผู้นี้ใครรู้บ้าง เหตุผลที่แท้จริงนั้นนางอยากตบแต่งอีกฝ่ายนั้น ก็เป็นดั่งคำนางพูดทุกคำ...เพราะชีวิตนางเสียไปให้กับเฮงซวยมาทั้งชีวิต ยามนี้เจอคนที่รักนางจากใจจริงแล้วเหตุในนางต้องรีรออีก..หากรอแล้วจะได้อันใด..คิดว่าตัวเองมีตำหนิแล้วไม่สมควรรักเขาหรือ.?...นี้พวกเจ้าคิดว่าพวกข้าเป็นตัวละครงิ้วน้ำเน่าเช่นนั้นหรืออย่างไร...

          ชีวิตมีถึงเพียง 80 ยามนี้นางปาไปเท่าใดแล้ว..หากเสียไปมากกว่านี้ชีวิตนางเรียกว่าใช้ได้คุ้มหรืออย่างไร!

          คำพูดของไป๋หลันทำเอานายท่านหวังพูดไม่ออก เขาได้แต่มองนางอึ้งๆ กว่าจะรู้ตัวอีกที กล่องในมือก็ถูกเอาไปเปิดโดยมือสตรีตรงหน้า ข้อมือซ้ายถูกจับดึงไปสวมกำไลหยกสลักสกุลเซี่ยไว้เรียบร้อย..

          เช่นนี้แล้ว..เขาจะหนีไปไหนได้..นอกจากไม่สบมองตาสตรีน่าไม่อาย และหันไปกระซิบสั่งความเฟิงเยี่ยนและหลงจู๊หยู ให้เป็นธุระจัดการหาฤกษ์ยามที่ดีที่สุด และตระเตรียมงานแลเชิญแขก โดยเฉพาะอาจารย์กับศิษย์พี่ศิษย์น้องรวมสำนัก...

          ครานี้ความรักของเขาคนแซ่หวังจะ สมหวังจริงๆเสียที!!

TBC    
          กระอักเลือด/ตอนนี้มาต่ออย่างรวดเร็ว พยายามเขียนแล้วก็ลบหลายรอบมากค่ะ เลยอาจมีความมึนงงเล็กน้อย ยังไงใครเจอตรงไหนบอกได้นะค่ะ ผู้เขียนงานเข้าเยอะมากช่วงนี้ กว่าจะคลี่คลายน่าจะหลังกันยายนไป..อาจต่อช้านิดหนึ่ง ต้องขออภัยท่านผู้อ่านมา ณ ที่นี้ด้วยจากใจจริง ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่แนะนำติชม ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนนะค่ะ ขอขอบคุณจริงๆค่ะ หวังว่าจะสนุกและมีความสุขไปกับเรื่องราวนะค่ะ อย่าคิดอะไรมากนะ เอาให้สนุกๆมีความสุขกันคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าคะ แล้วเจอกัน!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 460 ครั้ง

492 ความคิดเห็น

  1. #429 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 18:41
    ท่านแม่สุดยอดรวบรัดจัดงานแต่งเลย ว้าว~
    #429
    0
  2. #423 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 18:40
    ท่านสุดยอด.ระเบิดเรือท่านหวังกับน้องได้ตรงจุดจริงๆ
    #423
    0
  3. #416 เวนีล่า (@maysena) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 19:57
    ชอบท่านแม่ค่ะ!!
    #416
    0
  4. #413 nickminmymeenoz (@nickminmymeenoz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 16:29

    ขอคารวะคุณแม่!!!
    #413
    0
  5. #254 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 21:55
    เชียร์ท่านแม่ยุแล้วๆๆ
    #254
    0
  6. #251 Sleepy😪 (@WINWORM_26) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 21:25
    เป็นผู้หญิงที่แหกกฎกุลสตรีในยุคนั้ยมาก 😂😂😂😂
    #251
    0
  7. #186 i'mtheONE (@weareoneexo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 15:03
    อ้าว สรุปว่านายท่านหวังคู่กับท่านแม่รึ -เราก็นักว่าคู่กับคนลูก เอ๊ะ รึยังไง?
    #186
    0
  8. #171 fai22149 (@fai22149) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 18:16
    สำนักธารสีชาติ-สำนักธารสีชาด(แปล:สีแดง)
    #171
    0
  9. #157 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 02:59
    หมิงเซียน หนีไปไหนไม่ได้แล้วจ้า ท่านแม่หมั้นให้เรียบร้อยแล้ว5555
    #157
    0
  10. #145 Jousei_0211 (@Jousei_0211) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 04:13
    นายท่านหวังได้รับของหมั้น ไม่แปลว่าท่านแต่งเข้าไปเป็น เมีย เขาหรอ55555555555555555
    #145
    0
  11. #142 Arvakr_Elf (@Arvakr_Elf) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 22:34
    อ่านไปก็รู้สึกว่าอิหยังวะ
    #142
    0
  12. #136 MORNINGGLORY08 (@MORNINGGLORY08) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 19:12
    5555โอ้ย แต่งกันเฉยเลย สงสารศิษย์พี่
    #136
    0
  13. #117 Malika1 (@0860053714) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 01:18
    สวดยอดดดดท่านแม่ถึงใจมากกก ชอบบบบบบบบ
    #117
    0
  14. #109 aka-ae (@aka-ae) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 21:08
    อื้อหือ มาไว หมั้นไวไปอีก
    #109
    0
  15. #91 Rhythm (@rosette-no-mindy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 03:58
    ไม่รู้รู้สึกขำแต่มันฝืดๆ55555
    #91
    0
  16. #79 beenee5656 (@beenee5656) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 08:43
    ขอไห้นายเอกเราสมหวังกับหัวหน้าเขาที่เถอะ
    #79
    0
  17. #74 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 21:29
    ท่านแม่ ท่านถามลูกก่อนไหม 5555555
    #74
    0
  18. #65 Minaon (@Minaon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 19:46
    เรือลำนี้

    ท่านแม่ขึ้นเอง
    #65
    0
  19. #38 pat1543 (@pat1543) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 14:45

    เรือล้มระนาวเลยยย
    #38
    0
  20. #37 Pranaiya Suksawad (@thip-09) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 10:09

    อ้าว เรือล่ม

    ไม่เป็นไรน้องยังเด็กเดี๋ยวก็มีผู้มาใหม่อีกเยอะ เป็นพ่อไปก็ดี จะได้ช่วยท่านแม่เอาคืนพวกเลวนั่นให้หนัก ไม่มีทางที่พวกแกจะเป็นพระ-นางหรอกย่ะ พวกแกต้องตกต่ำกันทั้งสองตระกูล ฮึ
    #37
    0
  21. #36 S2O3 (@sornsawanean) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 08:25
    เร็วมากกกกก
    #36
    0
  22. #35 sir_chad (@sir_chad) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 05:57

    แต่งกับท่านแม่? รอตอนต่อไปค่ะ

    #35
    0
  23. #34 FahSida (@himeji) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 22:45
    5555+ ท่านแม่คือที่สุดมาก แต่อย่าลืมเอาสินเดิมคืนนะเสียดายของอ่ะ
    #34
    0
  24. #33 Crystrom (@Nokae) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 22:22
    ท่านแม่ขอรับ..แบบนี้ก็ได้หรอม?
    #33
    0
  25. #31 koryu_jay (@koryu_jay) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 21:45
    ท่านแม่เก็บนายท่านหวังเข้าสกุลคือแต่งเองหรือนี่ แล้วน้องล่ะ นายท่านหวังไม่ได้จะเคลมน้องหรอ ลงเรือผิดสินะ ฮื้อ
    #31
    0