ภารกิจคุณพี่ชาย...ชีวิตนี้เพื่อน้อง!! [YAOI]

ตอนที่ 7 : ภารกิจที่ 6 : ศิษย์พี่ศิษย์น้อง ช่างรักใคร่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 516 ครั้ง
    25 ก.ย. 62



          หลังจากที่หมิงเซียนได้หยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์ ที่ชื่อโคตรยาว แต่ความนางก็ใช่ย่อย การปรุงยาก็แสนลำบากสมชื่อ แต่สุดท้ายผลของมันก็ทำให้หมิงเซียนรู้สึกคุ้มกับเงิน 3 ล้านเหรียญทองที่เสียไป เพราะหลังจากที่มารดาของเขาได้ทานเม็ดยาที่ทำจากมันแล้ว ร่างกายของนางก็ดูแข็งแรงขึ้นมาก

          จากร่างสาวผอมบางซีด ใบหน้าหมองคล้ำประหนึ่งผีดิบ ก็กลายเป็นโฉมงามที่หากไม่ติดว่านางเป็นมารดาของเขา และเขาไม่ใช่พวกชอบบุรุษหน้าเข้ม คิดว่าอย่างน้อยคงได้จีบนางแน่...

          ต้องใช้เวลาเกือบ 6 เดือนหรือว่าครึ่งปีกว่าที่พิษในกายมารดาเขาจะหมดเสร็จสิ้นร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงดีจนได้รับการยืนยันว่าสามารถให้น้ำนมแก่ อวิ้หลัน น้องสาวทารกตัวน้อยของเขาที่ยามนี้ อายุได้เกือบจะ 7 เดือนเข้าให้แล้ว แน่นอนว่าร่างกายที่ไม่ได้รับนมจากอกของแม่ที่มีสารอาหารที่ทารกต้องการ ทำให้นางมีร่างกายที่ค่อนข้างอ่อนแอกว่าเด็กทั่วไป หากปล่อยไว้ก็อาจจะเป็นอันตรายถึงพลังปราณและธาตุของนางในอนาคต 

          ต่อให้นางกินนมผงจากลิ้นชักในมิติแหวนก็ตาม แต่จากที่หมิงเซียนสันนิฐาน มันก็อาจเป็นเพราะว่านมผงนั้นมาจากโลกเดิมของเขาที่ไม่มีพลังปราณ ...สรุปสุดท้าย มันก็ช่วยเพียงให้นางได้มีชีวิตรอดไปวันๆเท่านั้น 

          มิน่าล่ะในนิยายภาค 2 ถึงกล่าวว่า อวี้หลันบุตรีของท่านแม่ทัพใหญ่ กลับไม่มีพลังปราณและพลังธาตุระดับสูงเท่ากับนางเอกภาค 2 ผู้เป็นน้องสาวต่างมารดา ก็นะ..นางถูกเลี้ยงมาโดยคนในซ่องนี้นา นมได้ดื่มหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาจจะมีแค่น้ำด้วยซ้ำ พอมาอยู่ในเรือนสกุลหม่า ก็คงถูกทิ้งขว้างอีก...

          อา..ที่เขาบอกว่าการจะให้เด็กคนหนึ่งเติมโตมาโดยสมบูรณ์ แข็งแรงต้องเริ่มจากก้าวแรกที่เขาเกิด...คงมิผิดจริงๆ..

          ด้วยคิดปลงตกเช่นนั้น หมิงเซียนเลยนำเงินส่วนหนึ่งซื้อของบำรุงให้ท่านแม่และน้องชายน้องสาว กะว่าให้เพิ่มพลังปราณพวกเขาเยอะที่สุด ศิลาปราณเองที่เก็บมาจากถ้ำก่อนหน้าก็หลายสิบก้อน เขาก็แบ่งไว้เป็นสัดส่วน อนาคตจะให้น้องทั้งสองมาใช้มันสูบพลังเพื่อผ่านปราณให้ได้ระดับสูง 

          พี่ขออยู่เบื้องหลัง ส่งน้องชายน้องสาวไปตบเกรียนพระนางทั้งภาคแรกภาค 2 กันเองแล้วกันนะเออ..

          เด็กชายลอบถอนหายใจออกมาเบาๆในห้องทำงาน เพราะถึงจะบอกว่าอยู่เบื้องหลัง แต่ถ้าจะให้เขาเป็นแบล็กพอส่งเสริมน้องชายน้องสาวไปตบเกรียน พ่อกับแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดาอย่างที่คิดไว้ เขาก็คงต้องมีอำนาจบารมีพอสมควร..

          อา...เขาต้องเริ่มทำการค้าหรือเปล่านะ..เหมือนอย่างในพวกนิยายอะไรเถือกนั้น แต่ความรู้ของเขาเรื่องทำการค้าก็เพียงแค่หางอึ่งเท่านั้น จะไปทำอะไรได้...บางเรื่องเขาอาจทำอาหารเก่ง แต่ขอโทษช่วยดูหน้าเขานิดหนึ่ง..หน้าแบบเขามีเวลาทำอาหารให้ตัวเองด้วยหรือไง..

          ทำกินเป็นแต่แค่ข้าวต้ม (เพราะว่าหุงข้าวทีไรมันเละทุกที.) ไอ้เขาก็ใส่น้ำตามที่พ่อแม่บอกแล้วนะ ไอ้นิ้วข้อเดียวเนี้ย แต่ข้าวมันก็แฉะทุกที สุดท้ายคนในหน่วยเลยต้องหุ้งให้กิน ถ้าบอกว่าทำอาหารอะไรได้อีก..คงย่างมั่ง กับจับทุกอย่างทอดใส่น้ำมันให้หมด...วิถีลูกผู้ชายไม่พูดเยอะ...เจ็บคอ..

          ส่วนเรื่องอื่น แบบทำนวัตกรรมใหม่ๆ แบบทำสบู่ แปรงสีฟัน..ยาสีฟัน อะไรเทือกๆนั้น บอกเลย ว่าเขาทำไม่เป็นหรอก..ถึงจะรู้วิธีทำ แต่อัตราส่วนเป็นยังไง อันนี้มืดบอด บอกเลยว่าหากให้ลองก็เสียของเปล่า เพราะงั้นตัดไป..

          อะไรบ้างนะที่เขาพอจะทำได้อีก...ขนมหรอ..ไม่ล่ะ อาหารยังไม่รอดจะไปรุ่งเรื่องขนม มือเขาไม่ใช่พวกมือเย็น มือร้อนก็ร้อนเกินไป...ให้ตายเถอะ..ทำอะไรได้บ้างเนี้ยตัวเขาน่ะ..

          "หรือว่าต้องไปเป็นเด็กรับใช้เจ้าหมอนั้นกันนะ.."คิดแล้วก็ให้หมิงเซียนปลงตก..เงินที่มีใช้ไปวันๆ ต่อให้บอกว่าสามารถมีได้เรื่อยๆ แต่วันใดบ้างล่ะที่จะไม่หมด..หรือว่าเขาควรจะสอบเข้าสำนักศึกษาทหารหลวงเลยดีนะ..มารดาตอนนี้ก็แข็งแรงแล้วด้วย..

          ปวดหัวชะมัด..

          เสียงร้องอ้อแอ้ของเด็กทารกที่ดังแว่วเข้ามาในหูทำให้หมิงเซียนหันไปมองทางต้นเสียงพบมารดาของเขาที่อุ้มอวิ้นหลันเข้ามาในห้อง เลยไปเป็นลี่จูที่เดินเข้ามาตามติดๆด้วยใบหน้ายกยิ้มเอ็นดูเขา มือของนางถือถาดที่มีสำรับข้าวอยู่ 1 สำรับ...อา..เหมือนจะเป็นสำรับเขาที่ลืมออกไปกินกระมั่ง...ส่วนด้านหลังไปอีกก็เป็นอู๋ต้าน ที่ยิ้มแห้งๆมองเขา...

          อา..สงสัยอีกฝ่ายคงจะพยายามเรียกเขาไปทานข้าว แต่ตัวเขาไม่ได้ยินกระมั่ง มารดาถึงได้มาตามถึงนี้....

          "ท่านแม่"

          "ลุกออกมาจากที่นั่งของเจ้าเดี๋ยวนี้เซียนเอ๋อร์ ก่อนมารดาของเจ้าผู้นี้จะเดินไปดึงเจ้าออกมาจากเก้าอี้ทำงาน"น้ำเสียงเข้มเด็ดขาด ไม่ว่าจะมารดาในโลกไหนก็คงมิต่างกัน..และมีหรือหมิงเซียนจะต้านได้..

          เขารีบลุกจากเก้าอี้ทำงานเดินตามมารดาที่อุ้มอวี้หลันออกมาจากห้อง พาทั้งคณะไปที่ศาลาริมน้ำที่มีบรรยากาศเย็นสบาย โดยไม่ต้องให้พูด เพียงสายตานาง ก็ทำให้เด็กชายเข้าใจได้ไม่ยาก...เขารีบเดินไปนั่งที่เก้าอี้ว่างหลังจากมารดาที่อุ้มน้องสาวนั่งลงก่อนแล้ว 

          เมื่อเห็นว่าตัวเขานั่งเรียบร้อย มารดาก็ออกเสียงสั่งลี่จูก็รีบเดินเอาสำรับข้าวมาวางตรงหน้าเขา...สายตายิ้มบางๆของลี่จู แลเหมือนให้กำลังใจ..อา..งานนี้ท่านแม่คงเคืองโกรธเขามากกระมั่ง

          "เซียนเอ๋อร์ รีบๆกินข้าว อย่ามั่วแต่เหม่ออยู่  หาไม่แล้วมารดาจะป้อนเจ้าด้วยตัวมารดาเอง"สิ้นคำเด็กชายก็รีบยัดอาหารที่อยู่บนถาดเข้าปากด้วยความรวดเร็ว..เพราะจากที่เคยเจอมา มารดาของเขาช่างเป็นผู้ยัดอาหารใส่ปากลูกได้หน้ากลัวยิ่งนัก

          "ค่อยๆ..ไม่ต้องรีบ..มารดาเจ้ามิได้คิดใจร้ายกับเจ้าเพียงนั้นเซียนเอ๋อร์..มารดาแค่ห่วงเจ้า..ดื่มชาด้วยเดี๋ยวจะติดคอ...ลูกชายคนนี้นิ.."เสียงดุไม่จริงจังนัก มาพร้อมกับใบหน้าที่มองบุตรชายของนางอย่างอ่อนอกอ่อนใจ มือเรียวขยับยกขึ้นมาหยิบเม็ดข้าวที่ติดแก้มบุตรก่อนจะจับใส่ปากป้อนให้ด้วยความเอ็นดู

          "ขอบคุณท่านแม่ขอรับ"

          "เฮ้อ..เจ้าลูกคนนี้...ใยเจ้าจึงชอบทำให้มารดาคนนี้เป็นห่วงนักนะ...ไหนบอกมารดาผู้ไม่ได้ความของเจ้าคนนี้สิ..ว่ามีเรื่องอันใดให้ลูกรักของแม่กลุ้มใจมานานหลายสิบวัน.."ไป๋หลันกล่าวเมื่อนางเห็นมาตลอดหลังจากที่อาการของนางดีขึ้นจนแข็งแรงพอที่นางจะกลับมามีสติ เริ่มฝึกสมาธิเรียกคืนพลังปราณเพื่อซ่อมแซมจุดตันเถียนที่แม้จะซ่อมแซมได้ไม่สมบูรณ์และไม่มีทางหายเหมือนเดิมได้..แต่มันก็ช่วยให้นางแข็งแรงขึ้นมา 

          แต่ในขณะเดียวกัน ในระหว่างนั้นบุตรคนโตของนางที่ทำเพื่อครอบครัวผู้นี้กลับเริ่มไม่ใส่ใจตนเอง เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ข้าวปลาอาหารหรือก็ไม่ย่อมกิน ทั้งๆที่ตอนนี้เงินทองในบ้านก็หาได้ขาดแคลน เพราะบ่าวไพร่ที่มีนอกจาก 3 แม่ลูกกลุ่มแรกแล้ว นางก็ได้ให้ลี่จูและอู๋ต้านไปหาซื้อมาเพิ่มอีก 10กว่าคน เพื่อให้มาช่วยงานพวกเขา 

          เนื่องจากคฤหาสน์ที่บุตรนางซื้อมานั้นกว้างใหญ่ ไหนจะสวนแปลงปลูกผักที่บุตรนางชี้นำให้ทำเพื่อไว้ปลูกพืชผล ไว้กินไว้เก็บ หากมากก็ขาย ...ยามนี้ก็ออกลูกออกผลสมบูรณ์ดี คาดว่าน่าจะเหลือพอเก็บและนำไปขายได้สักเหรียญสองเหรียญในปลายเดือนนี้...

          จะว่าไปบุตรนางผู้นี้นับว่าผิดแปลกจากอดีตมาก...เพราะเซียนเอ๋อร์ของนาง อดีตติดบิดาอย่างกับอะไรดีเขาติดตามบิดาไปทุกแห่ง ทุกเช้ายืนเคียงกันร่ายรำฝึกท่ายุทธ ยิ่งเมื่อรู้ว่าตนเองมีธาตุลมเหมือนบิดา เด็กคนนั้นก็ยิ่งดีใจ

          ภาพสองพ่อลูกยืนร่ายรำท่าทางอย่างแข็งขัน ทั้งองอาจ และงดงามน่าเอ็นดู...ความรักและเสียงหัวเราะในวันนั้นนางยังคงจดจำได้ดี...มันเหมือนวันวานที่เคยเกิดขึ้น ยามเมื่อย้อนนึกถึงกลับไปแล้วก็ให้รู้สึกเจ็บปวดและรวดร้าวในอก...

          ความฝันของบุตรนางคือการสืบต่อชื่อเสียงของบิดา..เป็นบุตรที่ภาคภูมิใจของสกุล หม่า...เป็นแม่ทัพใหญ่ผู้ปกป้องแผ่นดินนามว่าแคว้นโซ่ว...

          ตัวบุตรนาง..วาดฝันทุกอย่างเอาไว้ด้วยความตั้งมั่น..ทว่าเหตุไฉน สวรรค์จึงกลั่นแกล้ง บุตรนางได้ถึงขนาดนี้...มือของเด็กคนนี้ที่เคยถืออ่านตำราพิชัยยุทธกลับมาจับอ่านตำราเกี่ยวกับพืชผล มือที่เคยฝึกยุทธทุกวันก็กลายมาช่วยคนงานในบ้านขุดและพรวนดิน ...ทำสวนทำไร่เล็กๆในเรือนของตน...

          นางมิอยากคาดถึงสาเหตุที่โชคชะตาของเขาต้องเปลี่ยนไปเช่นนี้ ส่วนหนึ่งที่เป็นเหตุใหญ่มันเป็นเพราะนางที่ทำลายมันเอง...

          เพราะนางที่โง่เขลา...เพราะนางที่ไม่ได้ความ..ปกป้อง..และทำอะไรไรไม่ได้..หากนางมีเพียงสักนิดที่เห็นว่าสามีที่รักนางเปลี่ยนไป...จากชายที่รักนางโอบกอดนาง..แปรผันไปรักผู้อื่นจนหมดสิ้นหัวใจรักต่อนาง...นางคงรู้ตัวและดึงความเป็นตัวตนของนางกลับมาได้ก่อนที่จะกลายเป็นเครื่องมืออันน่าสมเพชเช่นนี้...

          คิดแล้วมือของหญิงสาวที่โอบอุ้มอวี้หลันเอาไว้ก็เผลอกำกันแน่น...เมื่อนางรู้อยู่แก่ใจดีว่าผู้ใดที่บังอาจใช้นางต่างเครื่องมือ...หากมิใช่อนุ 4 ของสามี..สตรีผู้ซึ่งอีกฝ่ายบอกนำเอามาเพื่อทำร้ายความหยิ่งยโสของฮูหยินใหญ่

          หึ..สุดท้ายเป็นเช่นไร..เพราะยามนั้นนางมิได้สนใจ เอาแต่มองเขาด้วยความเชื่อใจ...มิคิดว่าวันหนึ่งเขาจะทรยศต่อนาง...ต่อคำสาบานที่ให้ไว้กับศิษย์พี่ของนาง...คอยดูเถิด..นางจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้อยู่นานเกินรอแน่...

          "ท่านแม่...ท่านแม่ขอรับ!"เสียงเรียกของหมิงเซียนทำให้ไป๋หลันที่เป็นฝ่ายหลุดเหม่อเสียเองสะดุ้งน้อยๆ ก่อนหันไปมองเขา

          "ท่านแม่เป็นอะไรหรือเปล่าขอรับ..ใยท่านจึงกำมือแบบนี้..."เพียงครึ่งคำมือของบุตรนางเด็กชายก็คว้ามือที่กำกันแน่นของนางมา และแทรกนิ้วเล็กๆของอีกฝ่ายเข้ามาในอุ้งมือนางเพื่อไม่ให้นางกำมือกันจนแน่น...

          "ท่านแม่...ลูกไม่ได้เป็นอันใด..ที่ลูกหมกตัวอยู่แต่ในห้อง เพียงแค่คิดวางแผนเพื่ออนาคตเท่านั้น..ขอท่านแม่อย่าคิดมากโทษตนเองเลย"หมิงเซียนมองมารดาตนด้วยความจริงใจ เขาไม่ต้องการให้หญิงสาวโทษตนเองว่าทำให้เขาที่เป็นลูกของนางต้องลำบาก

          หมิงเซียนจดจำทุกคำพูด ทุกคำขอโทษของสตรีตรงหน้าที่โอบกอดเขาและหมิงลู่ได้ดี...นางเป็นสตรีที่ถูกตัดขาดจากทั้งสามีและครอบครัวเดิม มีใครบางไม่เจ็บปวด แต่เพราะหัวใจคนเป็นแม่ สิ่งที่ทำให้นางเจ็บปวดมากที่สุด คือการเห็นลูกที่ฟูมฝักมาตั้งแต่ในท้อง ต้องลำบาก...จากสุขสบายกลายเป็นตรากตรำทำงาน.. เป็นมารดาคนใดก็ต้องนึกโทษตัวเองทั้งนั้น...

          และเขาไม่ต้องการให้นางเป็นเช่นนั้น...

          "เซียนเอ๋อร์"

          "ลูกมีความสุขดีท่านแม่...ยามนี้ขอเพียงมีท่าน มีหมิงลู่ มีอวิ้หลัน..ทุกคนอยู่โดยไม่ต้องอดอยาก..แค่นั้นลูกก็พอใจ...ท่านอย่าได้โทษตัวเองอีกเลย.."เด็กชายยกยิ้มลูบใบหน้าที่เริ่มมีน้ำตาหลั่งรินจากดวงตาคู่สวยของมารดาด้วยความอ่อนโยน...

          "ลูกรัก..แม่ขอโทษ...แม่เพียงเป็นห่วงเจ้า..เป็นแม่ที่โง่งมเอง..เป็นแม่ที่ผิดเอง.."

          "พอแล้วท่านแม่..ท่านแม่มิได้ผิด...หากจะผิดก็เพราะวางหัวใจของท่านไว้ในมือคนผิด...มิได้เผื่อใจไว้เท่านั้น..ไม่เป็นไรท่านแม่..ต่อแต่นี้ขอท่านนำหัวใจของท่านมาวางไว้ที่มือของลูกและน้องๆเถิด..อย่าได้นำมันไปให้ผู้ใดอีก..ลูกสัญญา..ลูกจะรักและดูแลท่านด้วยหัวใจทั้งหมดของลูกเองนะขอรับ.."หมิงเซียนขยับยกยิ้มหวานก่อนจะโอบกอดมารดาที่โอบอุ้มน้องสาวเขาเอาไว้...

          จากการกินข้าว กลายเป็นการปลอบใจ...ความอบอุ่นนี้ทำให้ลี่จู และอู๋ต้านที่ดูแลรับใช้คนทั้ง 2 มาครึ่งปีกลับ รู้สึกอบอุ่นและมีความสุขตามคนทั้งคู่ไปด้วย โดยพวกเขาทั้งหมดหารู้ไม่..ว่าในใจของเด็กชายที่กำลังโอบกอดมารดาเอาไว้ด้วยท่าทางอ่อนโยนนั้น กำลังร้องตะโกนเสียงดังไชโยด้วยใจลิงโลด 

          เพราะจากเหตุการณ์แล้ว เขารอดจากการถูกมารดาดุเรื่องทานอาหารไม่ตรงเวลาแล้ว!!

          หลังจากการปลอบใจ ไปเกือบชั่วยาม ในที่สุด ไป๋หลันที่หมิงเซียนคิดว่าอาจจะยังมีอารมณ์ไม่คงที่นัก ก็ได้ปาดน้ำตากลับมาเข้มแข็งและเริ่มพูดคุยกับเขา จึงเรื่องแผนในอนาคตที่เขากลุ้มใจอยู่ในทีแรก

          "จริงอย่างเจ้าว่า...แม้ยามนี้เราจะไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง เพราะส่วนใหญ่ยามนี้เรากินใช้ แต่ของที่เราปลูกขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ที่แลสมุนไพรพื้นฐาน ที่ก่อนหน้านี้เจ้ากว้านซื้อเอามาสำรองเก็บและทดลองปลูก จนได้ผลงอกงามดี จะเหลือแต่เพียงข้าวที่เจ้าแยกทดลองปลูกที่ยังไม่แสดงผล..แต่จากที่แม่ได้เดินดูหลายวัน ก็เห็นว่ามันงอกงามตั้งท้องสวยดี...คิดว่าอีกไม่นานคงจะเก็บเกี่ยวได้.."นางขยับยกยิ้มเล็กน้อย ในใจนึกชื่นชมบุตร ที่ก่อนหน้านี้เขาให้นางช่วยซื้อทาสที่เคยเป็นชาวไร่ชาวนามาสักครอบครัว สองครอบครัว ที่แท้ก็ใช้ความรู้ที่พวกเขามี มาสอนพวกเราเพื่อปลูกทำพืชผลไร่นานี้เอง..

          "ขอรับ..นั้นข้าทำก็เพียงแค่สร้างกำแพงป้องกันไว้ชั้นหนึ่งเท่านั้น..หากยามข้าวยากหมากแพง หรือเงินทองไม่มี อย่างน้อยอาหารก็เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องกิน ยาก็จำเป็นต้องใช้ นำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินทองก็ไม่ได้ยาก.."

          "เพราะเช่นนั้นเจ้าจึงยอมสละเงินหลายหมื่นเหรียญทองเพื่อซื้อที่ข้างเรา ทำรั้วรอบคอบชิด สร้างบ่อเก็บน้ำและทางน้ำประหลาดหมดเงินไปอีกเป็นแสน..ก็เพื่อสิ่งที่เจ้าว่าหรือ?"

          "ลูกเพียงแค่คิดแล้วลองทำดูเท่านั้น อย่างไรจะปลูกพืชก็ต้องให้ความสำคัญกับน้ำและดิน ลูกเพียงแต่เรียนรู้มาจากตำราของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งเท่านั้น"พระองค์เป็นบิดาแห่งการเกษตร ไม่คิดเลยว่าเวลาผ่านไปจากที่เคยศึกษาในห้องเรียนแบบผ่านๆ คิดอย่างคร่าวๆว่าตอนแก่ชราเกษียนจากเป็นทหารแล้วจะมาทำตามคำพระราชดำริของพระองค์ท่าน กลับกลายว่าตอนนี้ต้องนำมาใช้ก่อนเวลา...ซ้ำเพราะตอนนั้นมิได้ตั้งใจเรียน คิดแบบผ่านๆ เลยจำผิดจำถูก กว่าจะเข้าที่ก็ทำเอาเข้าหมดไปไม่ใช่น้อย..

          จะว่าไปแล้วเงินที่เหลือก็แทบไม่พอแล้วนี้นา...

          "เซียนเอ๋อร์..ใยเจ้าทำสีหน้ากังวลอีกแล้ว..มีอะไรงั้นหรือลูกรัก.."ไป๋หลันมองใบหน้าบุตรชายที่มีความกังวลด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะรอเขาพูดด้วยความกังวล

          "ไม่มีอะไรขอรับท่านแม่...ลูกเพียงคิดว่าตอนนี้ทุกอย่างแม้เข้าที่แล้ว แต่ก็ยังไม่ทั้งหมด..อีกไม่นานจะเข้าสู่หน้าหนาว...ของหลายอย่างต้องจัดเตรียม..เฮ้อ..อู๋ต้าน...เจ้ารวบรวมไม้มาทำถ่านไว้มากน้อยเท่าใดแล้ว"

          "เรียนนายท่าน..ยามนี้ข้าน้อยได้สั่งบ่าวในจวนส่วนหนึ่งไปเก็บไม้และใบไม้ที่ร่วงลงมาตามป่าเขารอบๆ ทำเป็นถ่านและปุ๋ยตามที่นายท่านสอน คิดว่าไม่ช้าน่าจะได้ครึ่งของโรงเก็บของขอรับ.."

          "ดี..อย่างไรไม้กับใบไม้ที่ร่วงในยามนี้ก็มีมาก..หากไม่จำเป็นข้าก็ไม่อยากไปตัดต้นไม้ทำลายป่า..จะเสียอากาศดีๆหมด...หากมากพอแล้ว เจ้าก็ให้คนเอาเงินส่วนหนึ่งไปสั่งตัดเสื้อผ้าสำหรับหน้าหนาวให้บ่าวไพร่ในเรือน..เอาที่ดีๆกับเตาถ่านเตรียมแจกไว้ให้พวกเขา..อย่างไรใกล้หน้าหนาวแล้วต้องเตรียมตัวหน่อย.."ความเป็นห่วงเป็นใยที่นายท่านตัวน้อยของพวกเขามีให้บ่าวไพร่ ทำให้ทุกคนที่ถูกซื้อตัวมาเป็นทาสรักและเทิดทูนอีกฝ่าย จนถึงกับย่อมสละชีวิตให้ แน่นอนว่าไป๋หลันย่อมปลาบปลื้มใจมากกว่าใครทั้งหมด..

          "ท่านแม่...ท่านเองหากมีเวลาก็ไปที่ร้านเสื้อผ้ากับลี่จูเถิดท่านแม่ เสื้อผ้าท่านกับน้องๆหากสั่งตัดไว้ล่วงหน้าก็จะดีไม่ใช่น้อย.."เด็กชายพูดก่อนจะทำท่าจะลุกขึ้นยืนทำให้มารดาร้องถามแทบจะในทันทีว่าอีกฝ่ายจะไปไหน

          "ลูกคิดว่าจะไปที่หอการค้าเฟยหง..อย่างไรก็ยังต้องหาทุนใช้อยู่ จึงคิดจะนำของไปขายขอรับ.."

          "เซียนเอ๋อร์ แม่อยากจะถามเจ้าอยู่หลายคราแต่ก็ลืมทุกครั้ง เจ้านำของไปขายที่หอการค้าเฟยหง จริงหรือ?"ใบหน้าของมารดาเขาปรากฎแววยินดี อาจเพราะก่อนหน้านี้นางป่วย พูดจาลำบาก อีกทั้งมีความคิดอื่นมากมายจึงไม่ได้สนใจ พอได้ยินคำพูดถึงหอการค้านี้อีกครั้งจึงค่อนข้างดีใจ

          "ขอรับ..หอการค้าเฟยหง ให้ราคาของที่ลูกขายค่อนข้างดี อีกท่านนายท่านหวังก็ได้มอบตราลูกค้าชั้นหนึ่งให้กับลูก สินค้าที่ออกประมูลไปแล้วได้ราคาดี ลูกก็ได้กำไรเพิ่มเติมอีก.."

          "นี้ลูก..ลูกเคยเจอนายท่านหวังมาแล้วหรอ"ไป๋หลันดูตกใจ ไม่คาดคิดว่าบุตรของนางจะได้เจอกับศิษย์พี่ของนางก่อนนางจะได้แนะนำพวกเขาเสียอีก...

          "ขอรับ ลูกเจอเขาแล้ว..."

          "แล้วเขาว่าเช่นไรบ้าง..เขาดีกับลูกหรือไม่..ไหนเจ้าเล่าเหตุการณ์ให้แม่ฟังสิ"ท่าทางอยากรู้ของมารดาทำให้หมิงเซียนแปลกใจ ก่อนเด็กชายจะยินยอมเล่าทุกอย่างให้มารดาฟัง โดยพยายามไม่พูดถึงความรู้สึกของตัวเองที่เสียวว่าจะเสียเอกราชให้กับอีกฝ่ายไปด้วย ทว่าเหมือนเพียงแค่อีกฝ่ายพูดหว่านล้อมให้เขาไปเป็นเด็กรับใช้ข้างกาย เด็กชายก็คล้ายได้เห็นหางตาของมารดากระตุก..

          "อือ..ก็จริงอย่างเขาว่า..ลูกของแม่ใยคิดน้อยเช่นนี้ คนเช่นเจ้าสมควรแล้วหรือที่จะเป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อยเพียงนั้น"

          "นั้นสิขอรับนายท่าน...ข้าน้อยเสียดายความสามารถของท่านนะขอรับ.."อู๋ต้านรีบเห็นด้วยกับนายหญิงใหญ่ทันที หากเป็นเขาที่มีเวลาย้อนกลับไปได้มาก และเริ่มมีเงินทองเช่นนายท่าน เขาคงรีบพาตนเองไปสำนักดีๆมากกว่าที่จะเรียนสำนักศึกษาทหารหลวง

          "ใช่เจ้าค่ะ...นายท่าน..คิดใหม่เถอะนะเจ้าค่ะ.."ลี่จูเป็นอีกคนที่คัดค้าน...ทำให้หมิงเซียนเหงื่อตก รู้สึกเหมือนคิดผิดที่เล่าเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายฟังจริงๆ

          "แต่อย่างไรก็ตาม การจะให้ลูกของแม่เป็นเด็กรับใช้ข้างกายแบบนี้...ดูนายท่านหวังจะคิดอะไรไม่เหมาะไม่ควร...อือ..เห็นทีครานี้แม่อยากจะไปพบเขาเสียหน่อย"

          "ท่านแม่น่ะหรือขอรับ...ทำไม?..เออ.."ใบหน้าของหมิงเซียนมองมารดาก่อนทำไมรู้สึกหนาวสันหลังแปลก..

          "แม่เพียงอยากไปขอบคุณเขาที่ขายหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์ให้ลูกแม่ในราคาดี...อีกอย่าง..หากแม่จำมิผิด..นายท่านหวังผู้นั้น เหมือนจะเป็นคนเดียวกับศิษย์พี่ของแม่"

          "ศิษย์พี่ของท่านแม่!!"

          "ใช่..เพราะเช่นนั้นมารดาเจ้าสมควรไปทักทายเขาเสียหน่อย...จริงไหมลูกรัก.."ไป๋หลันหัวเราะยกยิ้มก่อนจะเป็นฝ่ายจับจูงมือบุตรเดินออกจากคฤหาสน์สกุลเซี่ย โดยนางฝากให้ลี่จูดูแลอวี้หลันแทนนาง 


          ในขณะที่รักแรกที่แยกยาก แต่ตอนนี้ชักอยากจะแยกจนหนีห่างของนายท่านหวัง กำลังเคลื่อนกายมาหาเขาถึงหอการค้าเฟยหง นายท่านหวังที่วันนี้หนังตาข้างขวากระตุกถี่มานานนับแต่ที่เดินทางกลับมาจากการตรวจสินค้าที่เมืองข้างเคียง ก็ได้ให้รู้สึกแปลกๆ 

          "ใยวันนี้ข้าถึงรู้สึกหนาวสันหลังพิกล.."

          "เรียนนายท่าน"

          "เฟิงเยี่ยนเองงั้นหรอ...ข้ากำลังรออยู่เชียว..เห็นเจ้ามิยอมเขียนรายงานเสียทีว่าตกลง เด็กนั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ...ข้าเองก็เจองานที่โน้นทำให้ปวดหัวจนหลงลืม สรุปแล้ว เจ้าเด็กจิ้งจอกนั้นมันเป็นบุตรผู้ใด.."นายท่านหวังกล่าวถามพลางเอนหลังตัวพักกับเก้าอี้ทำงานประจำตัว..

          "เรียนนายท่าน..เด็กผู้นั้น นามเดิมคือ หม่า หมิงเซียนขอรับ..เป็นบุตรของท่านแม่ทัพหม่า หยางฉู่ และศิษย์น้องหญิงของท่าน ท่านหญิงกง ไป๋หลันขอรับ!!"สิ้นคำของเฟิงเยี่ยน ความรู้สึกสองอย่างก็คล้ายจะตบตีกันในอก ทั้งดีใจ และตกใจ แลเสียใจ ดีใจที่รู้ว่าใครคือบิดามารดาของเด็กนั้น ตกใจที่มารดาเด็กชายคือรักแรกเขา และเสียใจ ที่รู้สึกว่าคอของเขาอาจจะขาดได้!! 

          "เฟิงเยี่ยน!! ใยเจ้าถึงไม่รีบบอกข้า!"

          "นายท่าน...ข้าน้อยไม่กล้าบอกขอรับ..!"

          "เฟิงเยี่ยน!!"นายท่านหวังตะโกนออกไป หากแต่ว่าไม่ทันได้พูดว่ากล่าวสิ่งใด เสียงหวานที่เขาไม่ได้ยินมานานก็ดังขึ้นมา..มันทั้งให้ความรู้สึกดีใจและ...เสียวคอตัวเอง..

          "ศิษย์พี่...ไม่ได้เจอกันนาน..สบายดีหรือไม่เจ้าค่ะ"ใบหน้าหวานที่แสนคุ้นเคยขยับยกยิ้ม ร่างบอบบางที่เอียงตัวพิงประตูห้องของเขาโดยมีพื้นด้านหลังเป็นร่างของพวกคนเฝ้าด้านนอก นอนล้มระเนระนาดอยู่...ข้างกายนางมีเด็กชายที่เขาเรียก เด็กจิ้งจอกยืนหอบแฮ่กๆอยู่ข้างกาย..

          "ปะ..ไป๋..ไป๋หลัน."

          "หึหึ..ศิษย์พี่...ริทำตัวเป็นโคแก่เช่นนี้..เห็นทีสายตาท่านเละเลือนลืมมองกระมั่งว่าหญ้าอ่อนนี้เป็นหญ้าอ่อนของผู้ใด..."

          "ดะ..เดี๋ยวก่อนไป๋หลัน นี้ข้าศิษย์พี่เจ้านะ!"

          "เพราะแบบนั้นศิษย์น้องจึงต้องจัดให้หนักไงเจ้าคะ มานี้เลยเจ้าค่ะ ศิษย์พี่หวัง!!

TBC
          กระอักเลือด/มาต่ออย่างรวดเร็วก่อนกลับบ้าน หากมีคำผิดตรงไหนบอกนะ จะมาแก้ให้ทีหลังนะค่ะ พรุ่งนี้อาจไม่ได้อัพ เพราะงานยุ่งมาก ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนมากๆนะคะ หวังว่าทุกคนจะมีความสุขและสนุกไปกับเรื่องราวนะจ้า แล้วเจอกันจ้า!!!




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 516 ครั้ง

519 ความคิดเห็น

  1. #253 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 21:37
    เรือท่านแม่ของเราล่มซะแล้วว แงง
    #253
    0
  2. #243 paprika5301 (@paprika5301) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 18:01
    หลังๆมานี่มันไม่ค่อยสมเหตุสมผล นายท่านหวังก็ดูมีช่องโหว่เยอะมาก ฐานะบทบาทดูส่วนทางกันกับการกระทำนิสัยใจคอ และคนสนิท ดูไม่สมเหตุสมผล

    อารมณ์ความรู้สึกมันแตกต่างจากตอนต้นๆ ที่ดึงดูดและน่าสนใจ ตอนหลังนี้เหมือนเสน่ห์จะขาดหายไปนะ
    #243
    1
    • #243-1 Playboy_7 (@maikankan) (จากตอนที่ 7)
      13 ตุลาคม 2562 / 15:26
      คิดเหมือนกันค่ะ
      #243-1
  3. #185 i'mtheONE (@weareoneexo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 14:29
    ประกาศ มีคนหายเพราะจ้องจะกินหญ้าอ่านเจ้าค่าาา
    #185
    0
  4. #179 nantarika4967 (@nantarika4967) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 07:08
    -หวังตายแน่ตายแน่-หวัง~~~~55
    #179
    0
  5. #156 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 02:49
    โดนแน่ นายท่านหวัง5555
    #156
    0
  6. #141 Arvakr_Elf (@Arvakr_Elf) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 22:08
    ทำไมทุกคนในเรื่องถึงคิดว่านายท่านหวังมีจิตคิดอกุศลละ ท่านอาจจะแค่เอ็นดูก็ได้...หรือความหื่นกระหายของนายท่านมันแสดงออกทางสีหน้า ?
    #141
    2
    • #141-1 BluePen☆ (@ploylada67) (จากตอนที่ 7)
      22 กันยายน 2562 / 23:18
      ที่จริงนายท่านก็คิดนั้นละ ไม่งั้นนายท่านจะกลัวทำไม55555
      #141-1
    • #141-2 fai22149 (@fai22149) (จากตอนที่ 7)
      25 กันยายน 2562 / 18:11
      ลูกน้องคนสนิทยังสังเกตเห็นเลย
      #141-2
  7. #102 aka-ae (@aka-ae) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 19:04
    ไปดีนะ นายท่านหวัง
    #102
    0
  8. #83 guitar358 (@guitar358) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 21:05

    อ่านไปสวดมนต์ไป(สวดไปให้นายท่านหวัง)
    #83
    0
  9. #32 Crystrom (@Nokae) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 22:02
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #32
    0
  10. #27 KNTIP002 (@KNTIP002) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 20:11
    ยืนไว้อาลัยแก่ ท่านหวัง 1นาที สนุกมากๆเลยคะไรท์ จะตอนต่อไปนะคะ
    #27
    0
  11. #26 Pranaiya Suksawad (@thip-09) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 13:21
    เติมทรูกันให้หมดครอบครัวเลยนะน้อง แล้วค่อยมาสะใจกันตอนพวกโง่รู้ว่าปล่อยให้ของมีค่าหลุดมือ หึหึหึหึ
    ปล.อย่าลืมค่อยๆ เอาคืนให้หนักๆ นะพี่หวัง ท่านแม่
    #26
    0
  12. #24 Odin310 (@Odin310) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 22:54

    ~~อาเมนแด่ท่านหวัง
    #24
    0
  13. #23 S2O3 (@sornsawanean) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 20:56
    rip. แด่นายท่าน3วิ
    #23
    0
  14. #22 hyun_park22 (@hyun_park22) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 20:00
    ตรงช่วงสุดท้ายไรท์ใช้ คะ ค่ะ ผิดนะ มันน่าจะเป็นมานี่เลยเจ้าค่ะ มากกว่านะ แล้วก็น่าจะเป็น เพราะงั้นเลยต้องจัดหนักไงเจ้าคะ ประมานนี้นะ
    #22
    0
  15. #21 VergilSpades (@VergilSpades) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 18:46

    ขอเสนอตอน(เสียงโดราเอม่อน) ศิษย์พี่น้อง มหกรรมจองโลงสุดหรรษา~
    #21
    0
  16. #20 Todoya (@Todoya) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 18:36
    สมหวังตายแน่ตานแน่สมหวัง~~~~
    #20
    0