ภารกิจคุณพี่ชาย...ชีวิตนี้เพื่อน้อง!! [YAOI]

ตอนที่ 6 : ภารกิจที่ 5 : การเจรจา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,519
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 508 ครั้ง
    25 ก.ย. 62



นายท่านหวัง 
(ขอบคุณรูปสวยๆจาก https://i.pinimg.com/originals/66/1c/a7/661ca7b4aeda82bcb44f1a8288e1c90f.jpg)

          หมิงเซียนไม่คิดว่าคิ้วของเขาจะกระตุกได้รัวมากขนาดนี้ นับแต่ตัวเองถูกพาตัว ไม่สิพูดว่าพาตัวก็ดูจะแง่ร้ายน้อยไป ต้องบอกว่าตัวเขากำลังถูกพามาเชือด โดยมีคนตัวสูงใหญ่เดินนำมา ประกบด้วยคนรูปร่างแบบเดียวกันคนข้างหน้าเดินตามหลัง ปานประหนึ่งว่ากลัวเขาจะหาทางหนี

          ไอ้งี่เง่าเอ๊ย! คิดว่าหากเขาจะหนีจริงๆเขาจะหนีไม่ได้หรือยังไง คนแค่นี้น่ะ ตัวเขาสามารถหนีได้สบาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปราณหรือธาตุใดด้วยซ้ำ ลืมหรอว่าเขาเป็นทหารมาก่อน โดนจับไปเค้นความจริงก็เคยมาแล้ว...แค่นี้น่ะจิ๊บๆ...

          .....ก็ไม่จิ๊บฟระ...

          แต่ที่ยอมอยู่เฉยๆยอมเดินตามเหมือนพาตัวเองขึ้นลานประหารอยู่เนี้ย ก็เพราะว่าอยากรู้ข้อมูลของหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์ ที่นอกจากชื่อโคตรจะยาวแล้ว หากมันงี่เง่ามาก เขาก็คิดจะหาหนังสือฝึกธาตุน้ำแข็ง และเอาน้ำแข็งที่สร้างมาวางกลางลานตอนกลางคืน มันคงเหมือนๆกันนั้นล่ะมั่ง..

          หมิงเซียนจมอยู่ในความคิดของตนก่อนที่จะได้ทันรู้สึกตัวอีกครั้งเขาก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าร่างสูงของคนที่เขาจำได้ลางๆว่าเจอเมื่อไม่กี่วันก่อนและอีกฝ่ายดูเหมือนจะพูดอะไรไปแล้ว และเขาไม่ได้สนใจฟัง...

          งานเข้าตั้งแต่เริ่มแล้วไหมล่ะ?

          "เออ..ขออภัยด้วย..ข้าน้อยเพียงเป็นห่วงอาการมารดา..เมื่อครู่เลยไม่ทันได้ฟัง หากนายท่านหวังพูดสิ่งใดไปแล้ว ผู้น้อยต้องขออภัย ร้องขอให้ท่านกล่าวถึงมันอีกครั้ง"เขาพูดน้ำเสียงนอบน้อมอย่างที่สุด โดยหารู้ไหมว่าก่อนหน้านี้ แท้จริงนายท่านหวังหาได้พูดอะไรออกมา เพียงแต่แค่อ้าปากเหมือนจะพูด และคิดคำไม่ออกเท่านั้น 

          เอาเช่นไรดี..เด็กนั้นโยนคำมา...จะให้ข้าตอบว่า อ๋อเปล่าเมื่อกี้ข้ามิได้พูดอันใดอย่างนั้นหรอ...อย่างนั้นได้ที่ไหนกัน!

          นายท่านหวังกล่าวถามตัวเองในใจเสร็จสรรพก็ได้ความว่าตีหน้านิ่งเหมือนโกรธไปก่อนแล้วกัน "เช่นนั้นหรอ..เจ้ากล่าวคล้ายมารดาของเจ้าป่วยหนัก พอจะบอกได้หรือไม่..ว่านางป่วยเป็นอะไร.."

          "เรียนนายท่าน..มารดาของผู้น้อยต้องพิษหมื่นทิวาปลิดชีพ ขอรับ...แม้ตอนนี้จะได้ยาจากหมอดีมา แต่ก็ไม่สามารถทำให้นางหายขาดได้..ข้าจึงได้เดินทางมาที่หอการค้าของท่าน เพื่อไถ่ถามถึงตัวยา 1 ตัว ที่ท่านหมอได้กล่าวกับผู้น้อยว่ามันสามารถรักษาอาการของมารดาผู้น้อยให้หายขาดได้.."ไม่ทันที่หมิงเซียนจะพูดจบเขาก็ได้ยินเสียงนายท่านหวังแทรกขึ้นมา

          "พิษหมื่นทิวาปลิดชีพ...อย่างนั้นหรอ..เป็นพิษร้ายแรงที่ต้องการทำให้คนหนึ่งคนค่อยๆตายอย่างช้าๆ ส่วนใหญ่มักตายด้วยเข้าใจว่าตัวเองป่วยไร้ทางรักษา...เว้นแต่จะหาหมอที่มีความรู้เรื่องพิษมากเพียงพอ ถึงจะพบพิษนี้เจอ...เจ้าช่างหาหมอได้ดียิ่งนัก.."

          "เป็นเพราะเงินที่ผู้น้อยนำศิลาปราณมาขายให้นายท่านหวังก่อนหน้านี้ จึงมีเงินมากพอจะจ้างหมอฝีมือดีที่สุดของเมืองมาดูอาการมารดา..แต่อย่างที่ข้าน้อยบอก..มันจำเป็นต้องมีตัวยา หากยากตัวหนึ่งที่ผู้น้อยต้องใช้เพื่อรักษามารดาให้หายขาดขอรับ"หมิงเซียนมองจ้องอีกฝ่ายที่พอฟังเขาพูดจบก็ขยับยิ้ม ไม่ต้องให้เขาเดาก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องรู้มาก่อนหน้านี้แล้วแน่ๆ ว่าเขาจำเป็นต้องใช้สิ่งใด..

          ความเงียบก่อเกิดขึ้นมาชั่วขณะ เหมือนประหนึ่งว่ารอใครในพวกเขาพูดขึ้นมาก่อน และเป็นนายท่านหวังที่อดรนทนไม่ไหว ออกปากก่อน..

          "เจ้าต้องการหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์สินะ.."

          "ไม่ผิดขอรับ..ผู้น้อยต้องการสิ่งนั้นจริง..ไม่ทราบว่านายท่านหวังจะเมตตาขายมันให้กับผู้น้อยได้หรือไม่.."เด็กชายมองจ้องอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง โดยหารู้ไม่ว่าภาพนั้นมันช่างโดนหัวใจของนายท่านหวังอย่างไม่อาจให้อภัยได้...ใบหน้าแบบนั้น...ชวนให้...อึก..ขนาดกลืนน้ำลายยังลำบาก.

          เจ้าเด็กนี้...เป็นปีศาจจิ้งจอกหรือยังไงกัน..

          "อือ..จะขายให้เจ้ามันก็ได้อยู่หรอก..แต่ว่าสินค้าตัวนี้แรกเริ่มข้าตั้งใจจะนำออกประมูล...หากจะขายให้เจ้าคงต้องคิดเผื่อเหลือเผื่อราคากำไรหากนำมันประมูล ราคามันสูง..เจ้ามีเงินหรือ?"เขาแสร้งหันหน้าไปอีกทาง ไม่มองใบหน้าเด็กชายที่เขาขอเปลี่ยนไปเรียกว่าจิ้งจอกน้อย ...ไม่เช่นนั้นคงมิมีสมาธิต่อรอง..

          "นายท่านจะคิดผู้น้อยเท่าไรโปรดแจ้งมาเถิดขอรับ..ผู้น้อยมีความจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ"แม้จะดูเสียมารยาทที่ไม่ตอบคำถามอีกฝ่าย แต่หมิงเซียนไม่อาจยอมเปิดไพ่ของตนเองให้อีกฝ่ายเห็นได้ก่อน จึงแสร้งทำเป็นไร้มารดา และกระทำตัวดั่งคนร้อน...ซึ่งเอาจริงๆมันก็ร้อนจริงๆล่ะ ขืนไม่รีบเอามันไปรักษา ไอ้หมอที่รักษามารดาเขาก็กินเงินเปล่าๆเขาไปเดือนล่ะ 50,000เหรียญทอง น่ะสิ!

          "เจ้านี้ช่างรีบร้อน..."นายท่านหวังไม่ตอบคำอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน หากแต่ให้คนใช้ไปหยิบนำหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์เข้ามา...

          เมื่อสินค้ามีชื่อยาวหลายพยางค์ถูกนำพาเข้ามาในห้อง มันเป็นเหมือนผลึกสีม่วงใสที่ถูกเจียะไนอย่างงดงาม ด้วยนอกจากจะเป็นตัวผลึกแล้วด้านหลังของมันยังมีรูปร่างผลึกเหมือนจันทร์เสี้ยวประดับอยู่ หากแต่แท้จริงแล้วนั้นคือที่มาของคำว่าอาบแสงจันทร์ ตัวผนึกแผ่ไอเย็นออกมาแทบจะตลอดเวลา แม้แต่ถูกนำเขามา หมิงเซียนยังรู้สึกได้ถึงไอเย็นจางๆ

          เด็กชายมองมันด้วยความตื่นตะลึงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง เพราะความงามของมัน ทำให้เขาคิดว่ามันไม่น่าจะมีอยู่จริง จนกระทั่งเสียงกระแอ่มไออีกฝ่ายที่ดังขึ้นมาทำให้เขาได้สติกลับมา

          "ขออภัยนายท่าน"

          "ไม่เป็นไร..มันสวยใช่หรือไม่...หยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์ปรกติก็เป็นวัตถุดิบปรุงยาที่หาได้ยากอยู่แล้ว เพราะอย่างนั้นจึงอยู่ในระดับวัตถุดิบปรุงยาระดับสูง ยิ่งหยอดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์ชิ้นนี้มีค่าความบริสุทธิ์อยู่ 2 ส่วน นับว่าไม่ธรรมดา หากไม่รวมของที่อยู่กับองค์ฮ่องเต้แคว้นเรา ที่ครอบครองเอาไว้ 1 ชิ้น อยู่ในระดับ 8 แล้วล่ะก็ ชิ้นนี้ก็นับว่าเปรียบหาราคาได้ยาก....แล้วเจ้าคิดว่าต้องมีเงินเสียเท่าไร ค่าถึงจะหาซื้อได้ล่ะ..ในเมื่อความคิดที่ข้าจะตั้งราคาเริ่มต้นเอาไว้คือ 1 ล้านเหรียญทอง.."นายท่านหวังกล่าวโดยจ้องมองดูเด็กชายว่าจะทำสีหน้าเช่นไรต่อไป..ก่อนจะดีใจ เมื่อเห็นสีหน้าคิดหนัก..

          "นายท่านหวัง..ผู้น้อยมีความจำเป็นจริงๆ หากว่าข้าน้อยยอมแลกของสิ่งนี้กับจำนวนเงินที่ได้เพิ่มจากกำไรที่ขายศิลาปราณทั้งหมดล่ะ..ท่าน.."

          "ก็น่าสนใจดี..แต่ข้าคิดว่าของชิ้นนี้อาจทำกำไรให้ข้าได้ถึง 5 ล้านเหรียญทอง...เจ้ามีศิลาปราณอีกหรือไม่ล่ะ..หากไม่...ข้าก็ยากจะยกมันให้เจ้าได้.."นายท่านหวังหย่อนเหยื่อลงไป โดยคาดว่าเด็กชายไม่น่าจะมีศิลาปราณมากกว่า 2 อันแน่นอน..อย่างไรเสียราคาก็ไม่น่าจะถึง..

          "นายท่าน..ได้โปรดเถอะ..ผู้น้อยอยากนำหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์ไปช่วยชีวิตมารดา.."เด็กชายพูดด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง พร้อมมองอีกฝ่าย..ต้องยอมรับว่าหมิงเซียนต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะสะกดบอกตัวเองว่า ทำตาอ้อนไว้ ตาอ้อนไว้ลูก..เพื่อแม่ๆ..

          "อือ....เจ้ามีความกตัญญู เอาอย่างนี้ดีหรือไม่..ข้าจะขายให้เขา 3 ล้านเหรียญทอง...เจ้าเอามาให้ข้าแล้ว 1 ล้านเหรียญทองก็เหลืออีก 2 ล้านเหรียญทอง..เจ้ามีสินค้ามาขายอีกหรือไม่เล่า.."เขากล่าวอย่างใจโดยไม่รู้ตัวว่าในใจของหมิงเซียนเป็นลิงโลดไปแล้ว

          "ผะ..ผู้น้อยจะพยายามหามาให้ได้แน่นอน...นายท่านโปรดร่างสัญญาซื้อขายเถิด.. 1 ล้านแรกผู้น้อยจะจ่ายให้ท่านเดี๋ยวนี้เลย.."ไม่ว่าเปล่าเด็กชายพูดพลางหยิบเงิน 1ล้านเหรียญทองที่ได้จากหลงจู๊หยูว่างตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมองออกปากเร่งให้อีกฝ่ายเขียนสัญญาซื้อขาย ใช้ใบหน้าไร้เดียงสา จนอีกฝ่ายยินยอมเขียนมันว่าจะขายให้ เซี่ย หมิงเซียนใน ราคา 3 ล้าน..

          "เอาล่ะ ข้าเขียนให้เจ้าเสร็จแล้ว ไหนล่ะ อีก 2 ล้าน.."ไม่ทันที่นายท่านหวังจะกล่าวต่อจบคำ ก้อนศิลาปราณที่มีความบริสุทธิ์เกือบเต็ม 10 เหมือนกันก่อนที่เด็กชายนำมาขายก็ถูกเอาออกมาอีก 3 ก้อน...แถมดูจากขนาดแล้ว ยังใหญ่กว่าเดิมด้วย..

          นี้มัน!!

          "นายท่าน..ข้ามีศิลาปราณอีก 2 ก้อน ขนาดของมันใหญ่กว่าก้อนเดิมที่ขายให้ท่านไปเล็กน้อย ก่อนมาหานายท่าน ข้าน้อยได้ให้หลงจู๊หยูประเมินราคาแล้ว..เขาคาดว่าท่านน่าจะประมูลเริ่มต้นสัก 1ล้าน5แสนเหรียญทอง..ต่อชิ้นหนึ่ง..รวมๆแล้วก็ 3 ล้านเหรียญทองนายท่าน..ฮ่าๆ..เช่นนั้น ข้าขอขายมันทั้งหมดเลยได้หรือไม่.."ใบหน้าหวานขยับยกยิ้มให้ อีกฝ่ายหากว่ามีหูกับหางโผล่ออกมา นายท่านหวังก็คาดว่าคงเป็นหูหางจิ้งจอกอย่างแน่นอน..

          "หลงจู๊หยูประเมินให้แล้ว..?...ใยข้าไม่ได้รับเรื่องมาก่อน.."ดวงตาคมของนายท่านหวังตวัดไปมองเฟิงเยี่ยนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ...

          "ขออภัยนายท่าน..ผู้น้อยหยิบมาให้ท่านหลงจู๊หยูดูก่อนออกมา เวลาเพียงเล็กน้อย เขาเลยอาจไม่ทันแจ้งนายท่านว่าผู้น้อยจะเอามาขายให้นายท่านเพิ่มเติม.."รอยยิ้มละไมของเด็กชาย ชวนให้คิ้วของนายท่านหวังกระตุกถี่ด้วยความไม่พอใจ

          ไอ้เด็กนี้มันหลอกเขา!!

          "งะ.งั้นหรอ?"นายท่านหวังกล่าวพยายามอย่างยิ่งที่จะยกยิ้มออกมาเหมือนไม่มีอะไร แม้ว่าคิ้วจะกระตุกอยู่เหมือนเดิมก็ตาม...

          "ขอรับ..นายท่านหวัง"

          "เฮ้อ..ได้..ตกลง ขายก็ขาย..แต่ว่าข้าอยากถามอะไรเจ้าหน่อย."

          "ถามผู้น้อยหรือขอรับ?"เด็กชายมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย แม้จะได้ของมาแล้ว แต่ยังไม่อาจวางใจได้ ยิ่งเมื่อกี้ก็เผลอตลบหลังอีกฝ่ายไปด้วย..ควรระวังเสียหน่อย..

          "ผิวพรรณ แลหน้าตาความรู้เจ้า ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนชนชั้นสามัญ น่าจะเป็นเป็นบุตรขุนน้ำขุนนาง เหตุใดจึงระเห็จมาอยู่ใกล้เสียที่ชายแดนใต้ หรือว่าเจ้าเป็นบุตรพ่อค้าจากเมืองหลวงและเกิดการปล้นฆ่าหรืออย่างไร..ให้ข้าช่วย.."ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะพูดจบ หมิงเซียนก็แทรกขึ้นมาเสียก่อนเหมือนคนของขึ้น เพราะนอกจากจะแทรกขึ้นมาแล้วอีกฝ่ายยังยกมือขึ้นมาต่อยโต๊ะเสียงดัง

          ปัง!

          "ไม่จำเป็นขอรับ!..หากกล่าวว่าถูกปล้นฆ่าเป็นลูกพ่อค้า ผู้น้อยอาจจะรู้สึกดีกว่าตอนนี้ แต่น่าเสียดายมารดาข้าน้อยเป็นเพียงแต่อดีตฮูหยินรอง ผู้ที่บิดาบอกว่ารักนักรักหนามาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่พอมีของแปลกใหม่หน่อยก็ทิ้งขว้างไม่สนใจ พอมารดาผู้น้อยตั้งครรถ์ถูกใส่ร้ายว่าวางยาเพื่อทำให้ฮูหยินเอกผู้เป็นรักใหม่ของเขาแท้งลูก บิดาผู้นั้น!...ไม่แม้แต่จะตรวจสอบ ตัดสินความในทันที ทิ้งขว้างมารดาและข้ากับน้องๆ  หย่าขาดตัดพวกข้าออกจากตระกูล ท่านตาท่านยายก็ไม่รับบุตรสาวที่มีความผิดติดตัว..ช่างงี่เง่าที่สุด...มารดาของข้า...มารดาของข้าหาใช่สตรีเลวร้ายเช่นนั้น ใยพวกเขาถึงไม่หัดมองความจริงข้อนี้บ้าง..ทำไม!..."มือของเด็กชายกำมือแน่นอย่างเจ็บแขน ในขณะที่นายท่านหวังรู้สึกตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย ดูเหมือนว่าเขาจะไปกระตุ้นต่อมต้องห้ามบางอย่างเข้าเสียแล้ว...

          "เออ..จะ.."ไม่ทันที่นายท่านหวังจะได้พูดอะไร เด็กชายที่เหมือนได้สติกลับมาก็รู้ตัว เขารีบคลายมือที่กำกันออกก่อนจะหันไปมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความตกใจ

          "นายท่านหวัง...ให้ท่านเห็นภาพไม่สมควร ผู้น้อยเผลอล่วงเกินท่านไป...ต้องขออภัยจริงๆ."หมิงเซียนกล่าวรีบลุกจากเก้าอี้โค้งขออภัยอีกฝ่าย

          "มะ..ไม่เป็นไร..ดูเหมือนว่าเจ้ากับมารดาคงลำบากมามากจริงๆ..."เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงต้องใช้เล่ห์เพื่อให้ได้หยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์มา...

          "ขอขอบพระคุณนายท่านที่เมตตา..ผู้น้อยค่อนข้างอ่อนไหวกับเรื่องในอดีต..หากเป็นไปได้ วันข้างหน้าคงไม่ขอเอ๋ยถึงอีก..ขอนายท่านหวังโปรดให้อภัยด้วย.."เด็กชายกล่าวซ้ำอีกครั้ง

          "อือ..ข้าเข้าใจเจ้าดี...หากเป็นเช่นนั้นแล้ว..เจ้าคิดจะกระทำอะไรต่อไปดีล่ะ...จริงอยู่ว่าตอนนี้เจ้ามีเงินมาก..และได้ตัวยารักษามารดาแล้ว..แต่ว่าจากนี้เจ้าในวัย 12 ปีจะกระทำอันใด..จะค้าขายงั้นหรือ...หรือว่าจะเข้าสำนักไหน.."เมื่อได้โอกาสเปลี่ยนเรื่องนายท่านหวังก็ไม่รอช้าในทันทีที่จะทำมันเพื่อดูความคิดของเด็กชาย

          ".....เรื่องนั้น...เรียนนายท่านตามตรง..ตอนนี้ข้าน้อยยังไม่คิดอะไรมาก นอกจากนำเงินมาใช้ดูแลมารดากับน้อง..ให้น้องๆรับการศึกษาที่ดีที่สุด ส่วนตัวข้าน้อย..หากมีโอกาส คงเข้าสำนักศึกษาทหารหลวงของเมืองเท่านั้น..."เด็กชายกล่าวจบคำเสียงตบโต๊ะก็ดังมาจากที่นั่งตรงกันข้ามในทันที

          "ได้อย่างไรกัน!"

          "อะ..เออ.."

          "ตัวเจ้ามีความสามารถ..ถึงจะปริ้นปร้อนไปสักหน่อย และฉลาดแกมโกง เจ้าเล่ห์อีกนิด..แต่เจ้าก็มีความสามารถสูง...ให้คิดอย่างไรเจ้าก็ไม่เหมาะที่จะไปเป็นเพียงทหารยศเล็กๆพวกนั้นหรอกนะ!"ใบหน้าคมมองร่างบางตรงหน้าอย่างจริงจัง...

          ไม่ได้แล้ว..เด็กนี้...จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้อีกแล้ว..

         ในขณะที่นายท่านหวังคิด คนที่ได้ยินก็ได้รู้สึกเหมือนคิ้วกระตุก...นี้อีกฝ่ายหลอกด่าเขาหรือไม่...ให้ตายเถอะคนผู้นี้ จะสอดเรื่องของเขาอีกมากน้อยแค่ไหนกันเนี้ย...ไม่ได้การณ์..ตัดบทเลยดีกว่า..

          โดยไม่ต้องให้เสียเวลาคิดหรือให้เวลาปล่อยผ่านมากกว่านี้ เพราะมองแล้วสมควรเผ่นดีกว่า ร่างบางจึงรีบกล่าวในทันที"ขอบคุณนายท่านที่ชื่นชมผู้น้อยถึงเพียงนี้...หากแต่ข้าน้อยเป็นพี่..หากไม่เสียสละให้น้องแล้วจะทำอะไรได้อีก...ได้โปรด..เข้าใจผู้น้อยด้วย... หากข้าน้อยมีวาสนา.."

          "เจ้าจงมาเป็นเด็กรับใช้ของข้า"

          "หะ.."

          "ข้าบอกให้เจ้ามาเป็นเด็กรับใช้ของข้า..มาเป็นผู้ช่วยข้า นอกจากข้าจะให้เงินเจ้าแล้ว..ข้าจะสนับสนุนเรื่องการเรียนของเจ้า..จะส่งเจ้าเข้าเรียนสำนักที่ดีเอง.."

          "แต่นายท่าน..ผู้น้อย"

          "ไม่ต้องพูดแล้ว!เห็นคนมีความสามารถ คิดกระทำตัวต้อยต่ำเลียนแบบขอทานไร้ค่า..มันน่าหงุดหงิด..หากเจ้ากังวลเรื่องน้องของเจ้า..หลังจากนี้ข้าจะส่งคนไปสอนหนังสือให้กับเขา.."

          "แต่ว่า"

          "หุบปาก."นายท่านหวังกล่าวพร้อมกับมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหมือนกับว่าหากเด็กชายพูดจาอีกครึ่งคำเขาจะร่ายคาถาปิดปากเสีย ทำให้หมิงเซียนที่ตอนแรกจะหาทางชิงหนีกลายเป็นต้องหุบปากฉับในทันที

          "ข้าให้คนไปสอนหนังสือน้องเจ้า หาหมอที่ดีไปตรวจดูอาการมารดาของเจ้าไม่ให้ขาด..เจ้าต้องตอบแทนข้า โดยการเป็นเด็กรับใช้..หึ..อย่างเจ้าว่า  ตัวข้ามีคนรู้จักมากมาย คนใหญ่คนโตในสำนักก็มีเยอะ..หากเจ้ามีวาสนาก็คงได้สำนักศึกษาที่ดีรับตัวไปร่ำเรียน...แน่นอนว่าค่าตอบแทนวาสนาของเจ้า คือการมาเป็นคนของหอการค้าเฟยหงแห่งนี้.."ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจ ทำให้เด็กชายไม่ยินยอม กล่าวตามติดๆในทันที

          "ไม่ขอรับ..หากเป็นเช่นนั้น มิเท่ากับข้าถูกท่านสร้างบุญคุณ ต้องตอบแทนไปทั้งชีวิตข้าหรือขอรับ"

          "นี้เจ้า!"

          "นายท่าน..ตัวผู้น้อยต้องการมีชีวิตอิสระ..ชีวิตนี้ยกให้น้องชาย น้องสาว และมารดา หากรับข้อเสนอของท่าน เท่ากับข้าให้ความสำคัญแก่ท่านมากกว่าครอบครัวข้า..แม้ว่าจะไม่ถูกต้อง..แต่ว่าข้าน้อยก็เลือกทางนี้"

          "ช่างโง่เขลายิ่งนัก"

          "ใช่ขอรับ ข้าโง่เขลา แต่ข้าก็จะเลือกทางนี้ขอรับ"

          "แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าหากไม่รับข้อเสนอของข้า เจ้าจะต้องเจอกับความลำบากมากขนาดไหน!"อีกฝ่ายพูดจาข่มขู่ ไม่พอใจ เพราะทั้งชีวิตนี้นอกจากศิษย์น้องหญิงแล้ว ไม่เคยมีใครกระทำปฎิเสธเขาเช่นนี้มาก่อน..ช่างชวนเสียหน้ายิ่งนัก!


          ร่างสูงของนายท่านหวัง มองภาพเด็กชายจิ้งจอกจอมอวดดีที่กล้าปฏิเสธคำของเขา ด้วยความรู้สึกหงุดหงิด ประหนึ่งว่าตนนั้นได้พ่ายแพ้สงครามอย่างไม่น่าให้อภัย ทว่าในเวลาต่อมาความหงุดหงิดนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความสุขที่ปรากฎตามมาบนใบหน้า ความคิดเอ็นดูนั้นทำให้เขาเผลอยิ้มออกมา  ชวนผู้ที่ติดตามดูมาตั้งแต่ต้นทางยันปลายทางปัจจุบัน รู้สึกย้อนแย้งในที ไม่เข้าใจว่านายตนรู้สึกเช่นไรกันแน่ และในเวลาตามาพวกเขายิ่งต้องตกใจปนแปลกใจเขาไปอีกเมื่อ อีกฝ่ายอยู่ๆอยู่หัวเราะออกมาเสียงดัง...

          หรือว่านายของพวกเขาจะผีเข้ากัน!!...คิดได้เช่นนั้นเฟิงเยี่ยนจึงต้องเป็นหน่วยกล้าตายร้องถามอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง...หากผีเข้าจริงพวกเขาจะได้ไปตามนักพรตมาปราบทันเวลา...

          "นะ...นายท่าน"

          "หึ...เฟิงเยี่ยน...เจ้าดูเจ้าเด็กโอหังนี้สิ..นอกจากมันจะเจ้าเล่ห์หลอกลวงข้าแล้ว มันยังกล้าปฎิเสธข้อเสนอของข้าอีก...ช่างไม่กลัวฟ้ากลัวดิน....หึ..ดีนะที่ยามนี้ข้าคิดเอ็นดูมัน หาไม่ล่ะก็....มันคงได้ตกตายไปนานแล้ว..หึหึ..เฟิงเยี่ยน.."

          "ขอรับนายท่าน"

          "เจ้าติดตามรู้แล้วหรือไม่ว่าภูมิหลังมันเป็นเช่นไร..ลูกเต้าเหล่าใครกัน...หึ..อยากรู้นักใยบิดามันถึงปล่อยลูกจิ้งจอกให้มาเดินเพ่นพ่านเช่นนี้ได้"

          "เรียนนายท่าน...เด็กคนนี้ฉลาดนักนอกจากระมัดระวังตัวจนข้าน้อยเข้าใกล้ไม่ได้แล้ว จากที่สืบมาคราวแรก...แซ่ เซี่ย นี้เด็กนั้นก็พึ่งจะเปลี่ยนมาใช้แทนแซ่เดิม..ยิ่งเมื่อฟังความเมื่อครู่จากที่เขาเล่าเรื่องตนอย่างเผลอไพลนั้นอีก ข้าน้อยถึงแน่ใจว่ามิผิด....แต่คิดว่าหลังจากนี้จากข้อมูลที่ได้มา คงมิยากที่จะสืบหาขอรับ"
     
          "ดี...ข้าอยากจะรู้นัก ว่าบุรุษที่เป็นบิดาของเจ้าเด็กนั้นมันเป็นผู้ใด...ฟังแล้วให้ความรู้สึกคุ้นเคยยิ่ง..."ร่างสูงนิ่งไปชั่วขณะหนึ่งเหมือนกับฟังเสียงของใจตัวเองที่ยามนี้กำลังร้องเตือนในบางอย่าง ก่อนที่ดวงตาคมจะมีประกายอันตรายออกมา

          "ส่งคนไปสืบความในเมืองหลวง..ข้าอยากรู้ว่าชีวิตศิษย์น้องยามนี้เป็นเช่นไรบ้าง"

          "นายท่าน!..หรือว่าท่านคิดว่าเด็กผู้นั้นจะเกี่ยวข้องกับศิษย์น้องหญิงของท่าน"เฟิงเยี่ยนมีสีหน้าตกใจขึ้นมาในทันที ด้วยไม่คิดว่าชายที่ชื่อว่าสามีของศิษย์น้องนายท่านจะกล้าทิ้งนางได้ลง หากจำมิผิด สามีของอีกฝ่ายเคยปะดาบกับนายท่านหวัง โดยมีศิษย์น้องหญิงเป็นเดิมพัน...

          ทว่าใครการต่อสู้ครั้งนั้น นายท่านหวังทำไปก็เพื่อให้แน่แก่ใจว่าบุรุษผู้นั้นเหมาะสมกับศิษย์น้องหญิงหรือไม่ แต่ผลก็ออกมาไม่ชัดเจน ด้วยศิษย์น้องหญิงปรากฎตัวขึ้นมาขัดขวางเอาไว้เสียก่อน..แต่หากเขาไม่ลำเอียงนายเกินไป ก็คงกล่าวได้ว่านายท่านของเขามีฝีมือที่เหนือกว่าเห็นๆ

          "อย่างที่เด็กนั้นพูด...ของแปลกใหม่ที่เข้ามา มักจะทำให้บุรุษหลงจนโง่หัวไม่ขึ้น..ลืมรักเดิมที่ว่ามั่งคงได้อย่างง่ายดาย...ยิ่งที่ผ่านมาศิษย์น้องของข้ารักเขามากมาย ...หากบุรุษคิดชั่วคงมองว่าเป็นของตาย ...แต่ก็กระนั้นข้าก็ไม่อยากคิดว่าคนแซ่ หม่า ผู้นั้นจะกล้ากระทำ...หาไม่แล้ว..ครานี้ต่อให้ศิษย์น้องหญิงมาห้ามเอาไว้ ข้าก็จะให้ดาบของข้าดื่มเลือดได้สารเลวนั้น.."มือของเขากำกันแน่น เสียงกระบี่ ....'หลงไถเฟิง'...มังกรพายุ ของนายท่านสั่นจนเกิดเสียงราวกับตอบรับแรงอารมณ์ของเจ้าของมัน..

          ไม่ต้องบอกยามนี้เฟิงเยี่ยนก็ให้ลอบกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกหวาดเสียวแทนชายแซ่หม่าผู้นั้นจริงๆ หวังว่าอีกฝ่ายลงไม่โง่งมหลงรักสตรีใดนอกจากศิษย์น้องของนายท่านเด็ดขาด..ก่อนที่เขาจะขอตัวออกไปเพื่อทำตามคำสั่งผู้เป็นนาย...ทิ้งให้นายท่านหวังอยู่เพียงลำพังในห้องทำงานส่วนตัว

          ร่างสูงเมื่อเห็นเงาร่างเด็กชายหายเข้าฝูงชน ก็ได้ผ่อนลมหายใจเข้าออก ดึงสติให้กลับมา..ในหัวคิดว่าหากเป็นดั่งลางสังหรณ์จริง ครานี้เขาคงไม่มีวันปล่อยให้ศิษย์น้องหญิงได้กลับไปหาบุรุษโลเลผู้นั้น ซ้ำยังหาทางเอาคืนสกุลของนางและสามีเก่า เอาให้มันแทบกระอักเลือด..

          คิดแล้วก็ให้ได้วางแผน..หากเป็นเช่นนั้นจริง..เขาจะเอาเช่นไรดี...แม่เด็กก็รัก เด็กนี้ก็เริ่มจะลง..อ้าว..ครานี้มิใช่ว่าเขาจิตใจโลเลเองแล้วหรอกหรือ..

          ใบหน้าของนายท่านหวังซีดเผือก..เมื่อคิดว่าหากมารดาของเจ้าจิ้งจอกคือ ศิษย์น้องจริง..เขาจะทำเช่นไร..นางเป็นสตรีที่มิเหมือนใคร แข็งกระด้างต่างบุรุษ หากแต่เพราะแต่งงานนางจึงกระทำตัวตามสตรีในห้องหอตามขนบเพราะรักในตัวบุรุษ จึงยอมเก็บซ่อนตัวตน..

          "ไป๋หลัน...หากว่าเด็กนั้นคือบุตรของเจ้าจริง..เกิดข้าเอ็นดูเขาขึ้นมา..หวังว่าเจ้าคงมิฟันคอข้าหรอกใช่หรือไม่.."คิดแล้วก็ให้ลอบกลืนน้ำลาย คิดถึงรสดาบของนางที่เคยปะมือด้วยก็ให้ความรู้สึกเสียวสันหลัง..ภาวนาอย่าให้เด็กนั้นเป็นบุตรของนางเลยด้วยใจจริง..

          แม้จะเคยรัก...แต่ก็พยายามลืมมาสิบปี...ขอมีรักใหม่รักเก่าปล่อยว่างสิ้นแล้ว...น้องยาอย่าได้สับเขาเป็นหมื่นเป็นพันชิ้นเลยหนา..

TBC
          กระอักเลือด/เมื่อวานปั่นฟิค 1 เรื่องกับเป็นไข้เลยไม่ได้มาเขียนลงตอน ต้องขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านด้วย ผู้เขียนขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ผู้เขียนมากๆนะค่ะ หวังว่านิยายเรื่องนี้จะมอบความสุขและความสนุกให้ผู้อ่านไม่มากก็น้อย ขอบคุณทุกท่านจากใจจริง แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าเน้อจ้า แล้วเจอกัน!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 508 ครั้ง

492 ความคิดเห็น

  1. #472 S_H_I_K (@15975347) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 00:35
    ไป๋หลัน:เอากี่ชิ้นดีเจ้าคะ??//เเสยะยิ้ม
    #472
    0
  2. #468 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 22:10
    สนุกนะคะ แต่บทพูดน้ำเยอะไปหน่อย ถ้าปรับบทพูดของตัวละครได้จะดีมาก
    #468
    0
  3. #252 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 21:26
    นึกว่าจะคู่กับแม่ซะอีก
    #252
    0
  4. #231 Eyely_mylove (@Eyely_mylove) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 21:47
    นายท่านโดนสับแน่เลยเจ้าค่ะ
    #231
    0
  5. #184 i'mtheONE (@weareoneexo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 14:01
    อืมมม นายท่านหวัง ท่านพึ่งให้ตัวยารักษาไป ต่อไปนี้ท่านคิดจะกินหญ้าอ่อน แค่กกๆ ท่านคงต้องลำบากหน่อยแล้ว
    #184
    0
  6. #155 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 02:44
    นายท่านหวังทำไม่สำเร็จอะ5555555
    #155
    0
  7. #116 Malika1 (@0860053714) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 00:53
    สับสนนิดหน่อยยย(ในตัวเองนะคั)55555555555 แต่สนุกดีวววว
    #116
    0
  8. #101 aka-ae (@aka-ae) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 18:59
    เดี๋ยวสืบก็รู้
    #101
    0
  9. #89 ๐Eunice๐ (@orangesmooty) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 12:51
    เนื้อเรื่องสนุกดีค่ะ แต่ตัวละครพูดเยอะไปหน่อย ทั้งที่ควรพูดและไม่ควรพูด พูดทุกอย่างออกมาจนมันดูตลก แบบคนปกติ ไม่มีใครเขามานั่งอธิบายขยายคำพูดตัวเองกันทุกช็อตหรอก
    #89
    0
  10. #82 guitar358 (@guitar358) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 20:38
    สงสารใครดี555555
    #82
    0
  11. #25 Pranaiya Suksawad (@thip-09) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 12:43
    ดีค่ะท่านหวัง เอาคืนพวกมันให้หนักทั้งสองตระกูล.

    ท่านแม่อย่าได้คิดคืนดีกับมันนะคนทุเรศอย่างนั้น รับไม่ได้ค่ะ
    #25
    0
  12. #19 ZIZ-ZERO (@zone2112zero) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 20:06
    ต่อๆๆๆๆๆๆ

    ค้างอ่ะ
    #19
    0
  13. #18 shino13 (@shino13) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 14:09

    ขอให้โชคดี
    #18
    0
  14. #17 S2O3 (@sornsawanean) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 14:03
    คุกๆๆๆๆๆๆ แค่กๆๆ
    #17
    0
  15. #16 ปูโพธาราม (@souwanee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 12:54
    ท่านหวังตายแน่ ตายแน่ท่านหวัง
    #16
    0
  16. #15 sir_chad (@sir_chad) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 12:24

    รู้ความจริงเร็ว ๆ ก็ดี

    #15
    0
  17. #14 Zenyuu (@3496533148) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 11:45
    บอกเลย​นายท่านหวังท่านโดนแน่5555
    #14
    0