ภารกิจคุณพี่ชาย...ชีวิตนี้เพื่อน้อง!! [YAOI]

ตอนที่ 5 : ภารกิจที่ 4 : เริ่มต้นชีวิตใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 517 ครั้ง
    25 ก.ย. 62


          หลังจากทราบว่ามารดาของตนต้องพิษจริงอย่างที่ว่า หมิงเซียนก็ได้สอบถามขอบเขตของพิษด้วยเกรงว่ามันจะตกไปอยู่กับน้องสาวตัวน้อยของเขาด้วยหรือไม่ และนับเป็นโชคดีของเขา ที่พิษนั้นไม่ได้ส่งไปถึงน้องสาวตัวน้อยของเขา

          เพราะตลอดมายามอยู่ในท้องนั้น ท่านแม่ของเขาพยายามใช้พลังธาตุของตัวเองที่เป็นธาตุน้ำ สกัดเลือดที่ต้องพิษให้มากระจุกรวมกัน ณ จุดตันเถียน จุดที่ 3 ที่อยู่บริเวณใต้สะดือ อันเป็นจุดที่รวมพลังของชี่ หรือก็จุดที่รวมพลังปราณเอาไว้ มากที่สุดจุดหนึ่ง เพราะมันเป็นจุดที่มีไว้สำหรับกักเก็บและฝึกฝนพลังปราณ

          ด้วยการกระทำของมารดาเขาที่นำพิษมารวมกัน ณ จุดตันเถียนที่ 3 นั้นเอง ทำให้พิษอัดแน่น ทำร้ายระบบการไหลเวียนของพลังปราณ จนบอบช้ำเสียหายหนัก..นี้กระมั่งที่เรียกว่าความรักของมารดาที่มีต่อบุตรของนาง...

          ถึงกระนั้นท่านหมอก็ได้กล่าวกับเด็กชายว่า หยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์นั้น ทำได้เพียงแค่ทำลายพิษในร่างกายของมารดาให้หมดไป แต่ไม่สามารถรักษาจุดตันเถียนให้กลับมาแข็งแรงหายสนิทเหมือนเดิม กล่าวคือ มารดาเขาจะไม่ถูกทำให้ป่วยหรืออ่อนแอมากกว่านี้

          เพราะฉะนั้นมันแปลว่าเขาต้องแข็งกลับเวลา..ยิ่งเสียเวลาไปมากเท่าไร จุดตันเถียนของมารดาเขาก็ยิ่งถูกทำลายเพิ่มมากขึ้นทุกวัน...

          หมิงเซียนที่ตระหนักในเรื่องนี้ดี...พยายามใช้ความคิดอย่างหนักที่จะรื้อฟื้นว่า ยารักษาที่ว่านี้ ได้ถูกกล่าวในนิยายที่เขาอ่านสรุปจากคู่มือตอนไหน...เท่าที่เขาพอจะจดจำได้ เห็นว่าเหตุที่ทำให้บิดาของเขารู้ว่ามารดาของเขาบริสุทธิ์นั้น เกิดจากศิษย์พี่ของมารดาเขาสังหรณ์ใจนึกเป็นห่วงมารดาของเขาขึ้นมา จึงได้เดินทางมาหาที่เมืองหลวง ก่อนจะพบว่านางถูกขับไล่ออกจากจวนไปแล้ว

          ทำให้ศิษย์พี่คนนั้นโกรธมาก สั่งให้บิดาเขาไล่เลี่ยงหาความจริงให้เจอ เพราะเขาไม่เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นฝีมือของศิษย์น้องตน หรือก็คือมารดาของเขา นั้นทำให้เป็นวิกฤตที่พระนางต้องฝ่าฟันกันในตอนใกล้ๆท้ายเรื่อง ก่อนจะรู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่วางยาให้นางเอกของเรื่องต้องเกือบแท้งลูก และใช้เรื่องนี้ทำร้ายมารดาเขา ก็คือ อนุคนที่ 4 ของบิดา ที่เป็นบุตรีของมือปราบคนหนึ่ง ที่ก่อนหน้านี้ถูกนำเข้ามาเป็นอนุ รวมกับสตรีคนอื่นๆอีก 10 กว่าคน เพื่อให้พวกนางเหล่านั้นทำร้ายและทำให้ฮูหยินใหญ่ หรือก็คือนางเอกก่อนจะมีวิญญาณหญิงยุคปัจจุบันมาเข้าสิง ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ

          เท่าที่อ่านดู ดูเหมือนว่าอนุคนที่ 4 ของบิดาคนนี้ เป็นสตรีที่ร้ายลึก มองออกว่าการกระทำที่ผ่านมาของบิดาเขาเหมือนกับการกระทำดั่งตนเป็นเครื่องมือ จากหลงรักแรกพบจึงเป็นความเกลียดชัง นางเลยจัดการแก้แค้นซะ ตอนแรกหวังให้ทั้งนางเอกของเรื่องและมารดาของเขาตายไปในคราวเดียว แต่ว่านางเอกดันไม่ตาย แถมศิษย์พี่ของมารดาเขายังมาเอาเรื่องอีก..ตอนจบนางเลยถูกกำจัดทิ้งเสีย ส่วนบิดาเขาที่รู้สึกผิด ก็ได้ออกตามหามารดาเขาก่อนจะพบว่าสิ้นลมหายใจแล้วพร้อมกับตัวเขา ส่วนน้องชายก็หายไป เหลือไว้เพียงลูกสาว เขาจึงนำกลับไปเลี้ยงดูด้วยความรู้สึกผิด แต่ก็ไม่ได้ให้ความรักที่ควรให้

          อย่างว่าพระนาง ลูกของเมียเก่าหรือจะสน เพราะว่าสุดท้ายแล้วนางเอกก็มาปลอบพระเอก จบด้วยการโอบกอดกันอย่างมีความสุขพร้อมลูกของพวกเขา 1 คน ส่วนลูกเมียเก่ากลายเป็นนางร้าย เลิศขอรับกระผม น้ำเน่าไปได้อีก!!

               ส่วนคุณศิษย์พี่ จะช่วยก็ช่วยไม่สุด ไหนๆก็มาช่วยเปิดหัวเรื่องแล้ว พอรู้ว่าศิษย์น้องที่เป็นรักข้างเดียวของตนตายแล้ว ก็เจ็บช้ำหัวใจ หนีหายไปไหนไม่รู้...นี้ก็เลิศไปอีก..ราวกับมาระเบิดแล้วจากไป...มีใครใส่ใจลูกของหญิงที่พวกมันว่ารักบ้างไหม!!

          ไม่มี!! ไอ้เสมหะเป็ดเอ๊ย!!

           หมิงเซียนลอบพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะรู้สึกถึงมือเรียวบางที่ขยับบีบมือเขาแน่นขึ้นมา ทำให้เขาต้องหันกลับไปมองก่อนรีบขยับยกยิ้มให้กับหญิงสาวที่สวมหมวกปิดด้วยผ้าสีเข้มเนื้อบาง

          "ท่านแม่ ไม่ต้องห่วง ลูกจะหาทางรักษาท่านให้หายเอง.."หมิงเซียนรีบขยับยกยิ้มจับมือมารดาบีบตอบเพื่อไม่ให้นางคิดมาก ทว่ามารดาของเขา แม้จะมองเห็นใบหน้าไม่ชัด แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงความกังวล.

          ดูเหมือนว่าหลังจากที่เดินออกมาจากร้านหมอพร้อมกับยาแล้ว มารดาของเขาก็มีสีหน้าเป็นกังวล..มันก็คงมิแปลกหรอก..มีมารดาที่ไหนบ้างล่ะไม่ห่วงลูก ยิ่งโดยเฉพาะกับมารดาที่เหลือเวลาชีวิตอีกไม่มาก ที่มีลูกเล็กๆอยู่อีกตั้ง 3 คน

          "ท่านแม่..ลูกว่าเราไปดูซื้อบ้านกันดีหรือไม่..ข้ายังมีเงินเหลือกับศิลาปราณที่ได้มาจากในถ้ำนั้น..คิดว่าน่าจะหาซื้อบ้านกับคนรับใช้ได้ ท่านแม่ไม่ต้องห่วง..หากไม่มีเงินจริงลูกของท่านเก่งกาจเช่นนี้...ไม่มีวันอดตายแน่นอน.."เขาบอกพลางยกมือขึ้นลูบแก้มมารดา ก็สัมผัสได้ถึงน้ำตาที่คลออยู่ที่ดวงตาของนาง เขาจึงปาดมันออกอย่างช้าๆ

          "ไม่ร้องไห้นะท่านแม่...ท่านจะให้น้องๆเห็นท่านร้องไห้แบบนี้ไม่ได้...ทั้งข้าและท่านต้องเข้มแข็ง..นะ.."หมิงเซียนจ้องมองมารดาที่พยายามยกยิ้ม นางมองหน้าบุตรชายก่อนจะพยายามรวบรวมกำลังใจที่มีเหลืออยู่และจากบุตรชายคนโตที่ส่งมาให้ ก่อนจะขยับพยักหน้าตามคำบุตรนางแต่โดยดี..

          หมิงเซียนยิ้มออกมาทำตัวร่าเริงเมื่อเห็นมารดาคลายความกังวล ก่อนที่เขาจะพามารดาออกเดินไปที่ร้านนายหน้าขายบ้าน เพื่อซื้อบ้านสักหลัง...หมิงเซียนและมารดาใช้เวลาตลอดทั้งวันเพื่อหาบ้านที่เหมาะสมกับพวกเขา นั้นคือไม่เด็กและไม่ใหญ่จนเกินไป...

          สุดท้ายจึงมาจบลงที่คฤหาสถ์หลังหนึ่งที่อยู่ชานเมือง..มันเป็นบ้านขนาดใหญ่กว่าที่เขาคาดเอาไว้ แต่ด้วยจำนวนเรือนที่อยู่ข้างในแล้วเขาคิดว่าเหมาะสมเพราะมีเรือนสำหรับน้องๆที่เมื่อโตแล้วก็จะมีกันคนละหลัง..มีเรือนใหญ่ เรือนรับรอง มีคลังเก็บเสบียง มีลานฝึกและลานกว้างที่ไว้ให้พวกเขาคิดทำอย่างอื่นในอนาคตข้างหน้า..

          หมิงเซียนจ่ายตั๋วเงินให้กับนายหน้าขายบ้านไปจำนวน 250,000 เหรียญทองเพื่อแลกกับโฉนดที่ดินของบ้านหลังนี้ โดยมารดาของเขาให้ใส่ชื่อของเขาเป็นเจ้าของเพราะถือว่าจากนี้เขาคือประมุขของตระกูล และเพื่อเป็นของแถมที่นายหน้าขายบ้านบริการให้กับลูกค้าชั้นดีที่คุยง่ายๆเช่นเขา อีกฝ่ายได้ให้บริการสั่งทำป้ายหน้าคฤหาสถ์แก่พวกเขา พร้อมกับส่งคนมาทำความสะอาดให้ในวันพรุ่งนี้..

          คืนนั้นเป็นอีกคืนที่ครอบครัวของเขาต้องใช้บริการโรงเตี๊ยมเดิม เพิ่มเติมคือหลังมื้อเย็นทานหมดแล้ว เขากับมารดาต้องมาช่วยกันเขียนรายการว่าจะซื้ออะไรเข้าบ้านอีกดี.


          ห่างออกไป ณ คฤหาสถ์สกุลหวัง ภายในห้องทำงานของประมุขสกุล..

          "มารดาของเด็กนั้นเป็นต้องพิษอย่างนั้นหรอ?"

          "ขอรับนายท่าน...เห็นว่าต้องพิษหมื่นทิวาปลิดชีพ ตั้งแต่ยามตั้งครรถ์ ด้วยความต้องการให้บุตรในท้องของนางปลอดภัยจึงได้ใช้พลังธาตุของตนเองดึงพิษมารวมที่จุดตันเถียน...ยามนี้เลยมีร่างกายที่อ่อนแอ..แม้ว่าจะได้สมุนไพรดี แต่คิดว่าชีวิตคงยื้อได้ไม่ถึง 2 ปี หากพิษยังไม่ถูกกำจัดออกไป.."เฟิงเยี่ยนที่ลอบติดตามเด็กชายไปกล่าวรายงานด้วยความรู้สึกเห็นใจในโชคชะตาของเด็กชายอยู่ไม่น้อย

          ช่างน่าสงสารจริงๆ

          "ช่างเลวทรามยิ่งนัก...ต้องพิษในขณะตั้งครรถ์เช่นนี้ คงมิพ้นถูกวางยา...คนกระทำนับว่าโหดเหี้ยมจริงๆ....หยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์อย่างนั้นหรอ..ได้ยินว่าในหอการค้าของเราก็จะมีออกประมูลใช่หรือไม่.."

          "นายท่านจะคิดช่วยครอบครัวของเขาหรือขอรับ.."

          "หรือไม่ดีล่ะ..ไม่ใช่เจ้าเองก็รู้สึกเห็นใจชะตาของครอบครัวเด็กนั้นด้วยหรอกหรือ..."คำกล่าวของผู้เป็นนายทำให้เฟิงเยี่ยนก้มหน้า กล่าวขออภัยในทันที เพราะองครักษ์เงานั้นไม่สมควรที่จะมีความรู้สึกใดทั้งนั้น..

          "หึหึ..ไม่ต้องขอโทษหรอก...ความลำบากแบบนี้ ก็คงเหมือนเจ้าในวัยเด็ก..มันคงสะท้อนออกมาสินะ..เจ้าถึงได้รู้สึกเห็นใจครอบครัวของเด็กนั้น.."

          "นายท่าน"

          "เอาเถอะ..ได้ยินมาว่าเด็กนั้นซื้อบ้านเอาไว้ด้วย..คงคิดปักหลักอยู่เมืองฟู่ฉ่างแห่งนี้แล้ว..เงินที่ซื้อบ้านกับเงินที่จ่ายค่ารักษามารดา เสียไปก็ไม่ใช่น้อยๆ คิดว่าเขาคงต้องออกหางานทำไม่ก็ต้องนำของมาขายอีกแน่..อย่างไรก็จงจับตาดูและนำมารายงานข้าอย่าให้ขาดเหมือนเดิมก็พอแล้ว.."

          "ขอรับ...แต่ว่าเด็กคนนี้สัมผัสไวยิ่งนัก..การจะเข้าใกล้โดยไม่ให้เขารู้ตัวนับว่ายาก...มิแน่ว่าเขาอาจมีพลังปราณมากกว่าระดับ 1 แล้วก็เป็นได้.."

          "เอ๋...ขนาดเจ้าเด็กนั้นยังจับสัมผัสได้..นับว่าน่าสนใจๆ...คิดว่าเช่นไรล่ะ...เฟิงเยี่ยน.."

          "ข้าน้อยคิดว่าเขาคงมีพลังปราณระดับ 3 เพราะว่าหากมากกว่านั้น คงรับรู้ได้ว่าข้าน้อยอยู่ตำแหน่งไหน แต่ตอนนี้เขาเพียงแค่รู้สึกถึง แต่ไม่รู้ที่มาจากที่ใด..หากฝึกอีกหน่อยคงเป็นยอดฝีมือแน่นอน.."

          "อือ..จริง..ตอนนี้เขาก็น่าจะอายุ 12 ปีแล้ว..ตามจริงสมควรได้เข้าเรียนในสำนักใดสักสำนักได้แล้ว...อือ...หรือว่าข้าควรรับเขาเข้าเป็นบุตรบุญธรรมของข้าดี.."นายท่านหวังหันไปมองหน้าเฟิงเยี่ยนคนสนิทของเขา ก่อนเริ่มคิดถึงเด็กชายที่น่าสนใจอีกครั้ง

          "เป็นบุตรบุญธรรมของข้ามีอะไรไม่ดี หึ นอกจากจะได้มีชีวิตอยู่ดีกินดี มีฐานะ มีอำนาจ แล้วแน่นอนว่าข้าย่อมส่งเสริมเขาในทุกด้าน...เด็กนั้นหากข้ามองมิผิด เขามีความสามารถมากเพียงพอทีจะเข้าสำนัก ธารสีชาตแห่งซุ่ยไป๋ อันเป็นสำนักที่ข้าและศิษย์น้องเคยร่ำเรียนมาได้อย่างแน่นอน..หึ...ระดับเด็กนั้นต้องขึ้นเป็นศิษย์ชั้นในได้ก่อนพิธีสวมหมวกแน่...เจ้าคิดว่ายังไงเฟิงเยี่ยน"นายท่านหวังหันไปมองคนสนิทที่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาปลงตกก่อนจะลอบถอนหายใจออกมา

          "เรียนนายท่านตามตรงได้หรือไม่ขอรับ"

          "ว่ามาสิ..เจ้าเห็นด้วยกับข้าใช่หรือไม่..หึหึ..เช่นนั้นแล้วก็จงไปแจ้งให้หลงจู๊หยู นำหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์ออกมา ข้าจะใช้มันเป็นเครื่องต่อรองกับเด็กนั้น.."

          "นายท่าน ใยจำต้องใช่เป็นเครื่องต่อรอง ในเมื่อท่านต้องการให้เขามาเป็นบุตรบุญธรรม?"

          "หึ..เพราะข้าสงสัยว่าเด็กนั้นจะหัวดื้อกว่าที่คิดน่ะสิ...อย่างเด็กนั้นต้องหาข้อต่อรองอย่างอื่นแน่นอน..และนั้นล่ะคือสิ่งที่ข้าอยากได้ยินนัก..เสียงเล็กๆของเด็กนั้นที่โต้ตอบเจรจาความกับข้า..ช่างชวนให้อารมณ์ดี.."หากไม่เพราะชายตรงหน้าคือเจ้านายตน เฟิงเยี่ยนคงคิดอยากจับลากอีกฝ่ายเข้าไปในคุก ในข้อหาที่อีกฝ่ายแลดูเป็นอันตรายกับบุคคลอื่น โดยเฉพาะกับเด็กชายที่ถูกกล่าวถึง..

          "นายท่าน..ข้าน้อยเห็นด้วยกับการที่ท่านจะรับเขาเป็นบุตรบุญธรรมของท่าน..."

          "ใช่ไหมล่ะ!...ในเมื่อเป็นเช่นนั้น"ไม่ทันที่นายท่านหวังจะพูดจบเสียงของคนสนิทก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน..

          "หากว่ามันเกิดจากใจอันบริสุทธิ์ของท่าน ที่จะให้เด็กคนนั้นมาเป็นบุตรบุญธรรม ข้าน้อยก็ย่อมส่งเสริม หากแต่ท่านโปรดพิจารณาให้ถี่ถ้วนด้วย"

          "ข้าพิจารณาดีแล้ว...ไม่เช่นนั้นข้าคง.."

          "ไม่ใช่นายท่าน..ที่ข้าหมายถึงคือ..หากท่านรับเด็กคนนั้นมาเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว...ท่านไม่สามารถจะนำเขามาเป็นเออ...อือ...อา..ข้าขอบังอาจพูดสักหน่อย..ใบหน้าของท่านยามนี้ เหมือนตาเฒ่าหื่นกระหายยิ่งนัก ข้าจึงต้องกล่าวถามให้แน่ใจด้วย..ถ้าท่านตัดสินใจพลาดไปตั้งแต่เริ่ม ท่านก็ไม่อาจจะนำเขามาเป็นเด็กอุ่นเตียงท่าน หรือคนรักในอนาคตของท่านได้....เพราะมันคงไม่ดีหากชื่อเสียงของนายท่านกลายเป็นตาแก่ที่กินลูกบุญธรรมตนเอง..."สิ้นคำของเฟิงเยี่ยน..คล้ายว่าเกิดความเงียบชั่วขณะ ปานประหนึ่งว่าเขาได้พูดจาหย่อยระเบิดลงไป โดยไม่เกรงใจฝ่ายตรงข้าม...

          "จะ..เจ้า.."

          "ข้าแค่เตือนด้วยความหวังดีนายท่าน....แต่หากท่านถูกใจเด็กคนนั้นจริงและอยากส่งเสริม...ข้าน้อยขอเปลี่ยนแนะนำเป็น รับเด็กคนนั้นมาเป็นคนรับใช้คนสนิทข้างกายท่านไม่ดีกว่าหรือขอรับ..."

          "นี้เจ้า!!"

          "เดี๋ยวขอรับ..อย่าพึ่งอารมณ์เสีย ข้าเพียงแค่จะช่วยคิดแผนให้นายท่านขอรับ..หากว่าท่านจ้างเด็กนั้นมาเป็นเด็กรับใช้ แน่นอนว่าเขาย่อมต้องติดตามนายท่านไปทุกที่ หากท่านจะแกล้งไปเยือนสำนักธารสีชาตแห่งซุ่ยไป๋ บอกฝากคนของสำนักให้ช่วยฝึกปรือฝีมือให้กับเด็กคนนั้น เพื่อใช้เป็นกำลังในอนาคตของท่าน ก็ย่อมไม่เป็นที่ผิดแปลก อาจดูเล่นเส้นสักเล็กน้อย แต่ก็รวบรัดได้แน่นอน..อีกอย่าง หากว่าเขาสำเร็จวิชาจริง..และท่านได้มอบงานสำคัญให้ ทำให้ผู้คนกระจ่างในความสามารถ ท่านจะยกเขาขึ้นมาเป็นคนรัก...ก็ไม่มีใครติดฉินนินทา...ไม่สิ..ก็อาจมีบ้างในตอนแรกที่ว่าท่านว่าเลี้ยงต้อย..."

          "หุบปากได้แล้ว!! ผู้ใดบอกกันว่าข้าจะเลี้ยงต้อยเจ้าเด็กนั้น!!"ใบหน้าของนายท่านหวังแดงกล้ำ ราวกับคำพูดของคนสนิทพูดถูกแทงใจดำไปเต็มเหนี่ยว..ถึงกระนั้น ความเกรงใจทำให้คนสนิทรีบก้มขออภัย..

          "เช่นนั้นเป็นความผิดของข้าน้อยเอง..นายท่านโปรดให้อภัยอย่าถือสาด้วย...ข้าน้อยเพียงหวังดีเท่านั้น.."

          "หวังดีของเจ้าช่างน่ากลัวยิ่งนัก...วางแผนให้ข้าเสียเสร็จสรรพเช่นนี้ คิดไปถึงไหน ข้าเพียงแค่เอ็นดูเด็กนั้นเท่านั้น"

          "ขอกล่าวตามตรงนายท่าน ท่านคิดว่าข้าน้อยอยู่กับท่านมากี่ปีกันขอรับ...สายตาท่านมีหรือข้าน้อยจะดูมิออก แต่เอาเถิดหากนายท่านคิดจะนำเด็กนั้นมาเป็นบุตรบุญธรรมจริง..ข้าน้อยก็มิอาจห้าม เพียงแต่หลังจากนั้น เกิดมีสตรี หรือบุรุษใน เข้าสายตาเด็กนั้น นายท่านอย่ามาทำตัวหนีหายกระทำอย่างตอนนี้อีกล่ะขอรับ..เหวอ!!"เฟิงเยี่ยนกล่าวเสียงหลงในตอนจบเมื่อเขาต้องหลบหนังสือเล่มหนาที่นายท่านหวังเหวี่ยงใส่ หวังเอาหนังสือหนาๆนั้นสังหารคนปากดี..ทว่าความสามารถของเฟิงเยี่ยน เพียงหลบหนังสือหนาๆเช่นนี้นับว่าไม่เท่าไร..

          "ไอ้เจ้าคนรู้ดี..รู้มากนักใช่หรือไม่!! เช่นนั้นก็รีบไสหัวออกไปแล้วไปจัดการทำยังไงก็ได้ให้เด็กนั้นเป็นคนของข้า...หากไม่สำเร็จ ข้าจะเตะเจ้าส่งเจ้าและหลงจู๊หยูไปทำงานเป็นคนซักล้างสัก 3 เดือน!!"สิ้นคำของนายท่านหวัง เฟิงเยี่ยนก็ถูกเตะออกมาจากห้องทำงานของอีกฝ่ายแทบจะในทันที ก่อนตัวเองจะไปนั่งระบายความหงุดหงิดกับกองเอกสาร 

          คงไม่ต้องบรรยายถึงหน้ารายงานต่างๆที่ส่งเข้ามาในวันนั้นใช่หรือไม่ เพราะไม่ว่าจะใครหรือเอกสารใด ล้วนแล้วแต่ถูกนายท่านหวังจัดการตีกลับด้วยความรู้สึกหงุดหงิดทั้งหมดทั้งสิ้น


          ในขณะที่นายท่านหวังกำลังมีแผนอยากเลี้ยงต้อยเด็กชายร่างบางอายุ 12 ปี ทางด้านเด็กชายเองหลังจากได้กุญแจสำคัญภายในคฤหาสน์ของตน เขาก็ได้พาท่านแม่ น้องชายน้องสาวออกเดินซื้อของเพิ่มเติมในตลาด โดยแห่งแรกที่เขาพากันไปคือร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ด้วยจำนวนที่ซื้อไปก่อนหน้านี้อาจไม่เพียงพออีก ไม่รวมว่าเด็กชายตั้งใจส่งน้องชายเรียนในสำนักศึกษาประจำเมือง  เนื่องจากเขายังมีความจำเป็นต้องใช้เงินในการรักษามารดา ที่ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินอีกมากน้อยเท่าใด ต่อให้มั่นใจว่าเขามีศิลาปราณคุณภาพสูงเหมือนก่อนหน้าอยู่อีกหลายก้อน แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องจัดแบ่งไว้สำหรับเก็บเป็นไพ่ตายเอาไว้ด้วย

          จึงเป็นสาเหตุให้หมิงเซียนยังไม่ใจกล้ามากพอที่จะไจ้างอาจารย์มาสอนน้องชายของเขา เหมือนดั่งครอบครัวตระกูลอื่นที่มีเงินทอง เหตุเพราะว่าสำนักศึกษาหลวงเป็นสำนักศึกษาที่ตั้งขึ้นมาเพื่อประชาชนที่อยู่ในฐานะปานกลางค่อนไปทางยากจน ตามนโยบายที่ฮ่องเต้ในรัชกาลก่อนๆที่ต้องการให้คนชนชั้นล่างรู้หนังสือ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วคนชนชั้นล่างจริงๆของแคว้นจะไม่ได้สนใจเข้าเรียนในสำนักศึกษา เพราะเห็นว่าการทำมาหากินนั้นสำคัญกว่า แต่ก็ไม่อาจปฎิเสธได้เฉกเช่นเดียวกันว่านโยบายของฮ่องเต้รัชกาลก่อนๆนั้น ทรงมอบประโยชน์ให้กับประชาชนของแคว้นมากขนาดไหน..

          หมิงเซียนสั่งตัดเย็บเสื้อให้มารดา ตนเอง น้อยชายน้องสาว 5-6 ชุด ไม่รวมของเดิม โดยเลือกเนื้อผ้าที่ดีขึ้นมาหน่อย ก่อนจะพากันไปร้านเครื่องเรือนเพื่อซื้อไปไว้ที่คฤหาสน์ แม้ว่าจะมีเครื่องเรือนบางส่วนเหลือทิ้งไว้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่อาจปฎิเสธได้ว่ามันมีเครื่องเรือนบางส่วนที่สมควรเปลี่ยนและเพิ่มเติม โดยเฉพาะเปลเด็กของน้องสาวเขา...

          ทั้ง3 คนกับ 1 ทารกพากันเดินทั่วทั้งตลาดภายในเมืองฟู่ฉ่าง ก่อนจะจบลงด้วยการซื้อทาสกลับไปที่จวนอีกสัก 3 คน โดยเป็นครอบครัว 1 ครอบครัวที่ประกอบด้วย แม่และลูกชายลูกสาว โดยหลังจากเห็นหน่วยการกับประวัติพอสังเขปจากคนขายทาสแล้ว ดูเหมือนว่าทั้ง 3 คนจะเคยทำงานในจวนขุนนางมาก่อน ทว่าเนื่องจากขุนนางผู้นั้นกระทำความผิด จึงลงถูกลงอาญาทั้งตระกูล ข้ารับใช้ทั้งหมดถูกนำไปขายเป็นทาสส่งต่อให้ผู้อื่น 

          เหตุที่หมิงเซียนเลือก 3 แม่ลูก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าคนแม่เคยทำงานในครัวมาก่อน น่าจะทำอาหารได้ดีมากกว่าพวกเขาที่ทำกินอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่พ้นปลาย่าง ปลาต้มกันอยู่นี้ล่ะ..และลูกสาวของนาง หมิงเซียนก็คิดจะให้อีกฝ่ายเป็นสาวใช้ประจำตัวมารดาช่วยงานและช่วยเลี้ยงดูอวี้หลัน เพราะนางเองก็เคยเป็นสาวใช้ในจวนขุนนางมาก่อน ส่วนลูกชาย ก็คิดจะเอามาช่วยงานเขา เนื่องจากอีกฝ่ายตัวโต สูงใหญ่มีกำลังมาก แถมยังมีความรู้อ่านออกเขียนได้ หมิงเซียนเลยมอบหน้าที่เป็นคนใช้ติดตามเขา หากว่าอีกฝ่ายทำงานดีและซื่อสัตย์ เขาก็คิดจะยกให้อีกฝ่ายอยู่ในตำแหน่งพ่อบ้านประจำตระกูลเขาต่อไป...

          เย็นวันนั้นเมื่อของทุกอย่างถูกนำมาจัดส่งเรียบร้อย หมิงเซียนก็ได้รับประทานอาหารมื้อแรกที่เป็นอาหารจริงๆในบ้านใหม่ของเขาเอง นับว่าตาของเขาเลือกไม่ผิดที่เลือกทาสหญิง นาม หมี่อ้ายผู้นี้มาเป็นแม่ครัว เพราะรสมือทำอาหารของนางทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้มากนัก..

          หลังจากหมดมื้ออาหารเด็กชายได้ให้ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อน โดยเขาได้จัดให้ 3 แม่ลูกทาสที่ซื้อมาพักอยู่ในเรือนหลังหนึ่งที่จากนี้ไปเขาจะใช้เป็นเรือนสำหรับให้คนรับใช้อยู่กัน ส่วนตัวเขาและมารดาแลน้องๆ ด้วยความที่ทั้งหมดยังเล็ก พวกเขาจึงตัดสินในนอนพักกันอยู่ที่เรือนใหญ่ไปก่อน..

          ต้องใช้เวลาเกือบ 3 วันกว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสมัครเรียนให้กับน้องชาย หรือการรักษาพยาบาลมารดาที่หลังจากที่ได้รับยาจากหมอที่รักษามาดื่มกินได้ 3 วันนี้อาการของนางก็คล้ายจะบรรเทาลงไป แต่ก็ยังไม่สามารถให้นมกับอวี้หลันได้อยู่ดี..

          เงินที่เคยมีอยู่ 500,000 เหรียญทอง เพียงเวลาไม่กี่วันตอนนี้ลดลงไปเหลือไม่กี่หมื่น ไม่สิ..อาจไม่ถึงเสียด้วยซ้ำไป...งานนี้หมิงเซียนหากไม่หาทางทำ ก็จำต้องนำศิลาปราณออกมาขาย เพื่อทำทุนวางแผนต่อระยะยาว เพราะหากเขาคิดจะเปิดร้าน เงินเพียงเท่านี้อาจจะยังมิพอ ให้ได้ลองผิดลองถูกกับกิจการ..อีกทั้งเขายังมีแผนในใจที่จะทำให้สำเร็จด้วย..

          เมื่อคิดได้ดังนั้น หมิงเซียนจัดการสั่งให้ อู๋ต้าน..ลูกชายของแม่ครัวหมี่อ้าย ให้ไปขุดพลิกหน้าดินที่ว่างเปล่าภายในคฤหาสน์ เพื่อเตรียมทำการปลูกผัก ผลไม้ เพราะหลังจากนี้พวกเขาคงจำเป็นต้องประหยัดกันอีกมาก...

          "นายท่านไม่คิดจะไปสอบเข้าสำนักศึกษาหรือขอรับ..."อู๋ต้านอดไม่ได้ที่จะถามอีกฝ่ายขึ้นมา ด้วยวัยแล้ว นายท่านน้อยของเขาสมควรได้ร่ำเรียนในสำนักศึกษาเพื่อความก้าวหน้าในอนาคตไม่ใช่หรือ..

          "ยามนี้ไม่เหมาะนัก..ยังมีหลายอย่างที่ต้องทำ..และต้องจัดการ..หากว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางจริง ข้าก็ไม่ได้คิดจะสอบเข้าสำนักศึกษาที่ไหน แต่หากมีเวลาจริง ก็คงสอบเข้าสำนักศึกษาทหารหลวงกระมั่ง.."

          "ใยจึงคิดเข้าสำนักศึกษาทหารหลวงกันเล่าขอรับ! นั้นน่ะหากจะให้ก้าวหน้าขึ้นยศสูง ใช้เวลาตั้งหลายปี อาจจะตลอดชีวิต  หรือจนกว่าจะเกิดสงครามใหญ่ให้ผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่หากนายท่านเข้าสำนักอื่นๆที่มีชื่อ ท่านอาจมีชื่อเสียงและถูกดึงมาทำงานในตำแหน่งสำคัญอื่นๆได้เลยนะขอรับ."อู๋ต้านกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย..

          "หากจะทำเช่นนั้น..ข้าก็จำต้องไปร่ำเรียนในสำนักที่อยู่ห่างไกลมารดาและพี่น้อง..เจ้าคิดว่ายามนี้ข้าทิ้งพวกเขาได้หรอไงล่ะ..อีกอย่างนั้นก็แค่ความคิดหยาบๆ..หึ..เอาจริงๆข้าก็คงไม่สอบเข้าสำนักไหนเสียด้วยซ้ำ อาจเปิดร้านทำการค้าไปเรื่อยๆใช้ชีวิตพอมีพอกิน ส่งเสริมให้ หมิงลู่กับอวี้หลันได้เรียนสำนักดีๆมีอนาคตที่สดใส...พวกน้องๆคงไม่ทิ้งพี่ชายคนนี้กระมั่ง.."

          "นายท่าน."อู๋ต้านทำเสียงไม่พอใจนักเมื่อเห็นนายท่านของตนที่อายุยังน้อยแต่มีความสามารถ กลับไม่มักใหญ่ใฝ่สูง แม้ว่าเขาจะไม่อาจปฎิเสธได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายยังต้องทำมีมากจริงๆดั่งว่า แต่นั้นก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายไม่ใช่หรอ?

          "พอแล้ว..ข้าจะเดินทางไปที่หอการค้าเฟยหง...ฝากเจ้าดูแลที่บ้านข้าให้เรียบร้อย หากต้นยามเซิน[1] ข้ายังไม่กลับมา ก็แสดงว่าข้าอยู่รอรับหมิงลู่กลับจากสำนักศึกษาหลวงเลย..."หมิงเซียนกล่าวจบก็เตรียมลุกออกจากโต๊ะทำงาน เดินออกจากบ้าน โดยมีอู๋ต้านขานรับคำสั่ง..

          "หมิง..หมิง..ไหน..ไหน.."เสียงที่ยังออกได้ไม่ชัดเจนของมารดาดังขึ้นมาเมื่อเห็นว่าบุตรชายคนโตของนางเดินออกมาจากห้องทำงาน โดยในมือนางอุ้มอวี้หลัน และด้านข้างกายมี ลี่จู สาวใช้ประจำตัวบุตรสาวแม่ครัวหมี่อ้าย ถือถาดใส่ขนมยามสายมาให้เขาอยู่

          "ท่านแม่...ข้ากำลังจะไปหอการค้าเฟยหง ได้ยินว่ามีของสำคัญมาประมูล หากเสร็จสิ้นการประมูลทันข้าก็จะรอรับหมิงลู่กลับด้วยกัน ขออภัยท่านแม่ที่ไม่ได้แจ้งบอกล่วงหน้า.."หมิงเซียนออกปากขอโทษมารดาก่อน เพราะเขาไม่ได้บอกล่วงหน้ามารดาจึงทำขนมมาให้เขาทานยามสายเช่นนี้ หากแต่ว่าไป๋หลันกลับส่ายหน้าน้อยๆอย่างไม่นึกโกรธเคือง 

          เนื่องด้วยเข้าใจดีถึงสาเหตุที่ลูกไปหอการค้าเฟยหง หากไม่นำศิลาปราณไปขายก็คงต้องไปตามหาตัวยาที่รักษานางให้หายขาด...ถึงจะบอกว่าตอนนี้อาการของนางดีขึ้นมากแล้ว แต่สำหรับหมิงเซียน เขาก็ช่างเป็นเด็กที่ดื้อเหมือนบิดาเขามิมีผิด...

          "อีบไป๋..อีบอับนะ.."น้ำเสียงที่ฟังไม่ชัดเจนกล่าวด้วยความห่วงใยทำให้หมิงเซียนยกยิ้มพยักหน้ารับอีกฝ่ายก่อนกล่าวลาเพื่อออกเดินทาง ใจหมายหมั้นว่าวันนี้จะขายศิลาปราณ และสอบถามข่าวของหยาดน้ำแข็งแอบแสงจันทร์ หากว่ามีสักหน่อย เขาก็ไม่ลังเลที่จะหาซื้อมันมา ต่อให้ต้องออกเดินทางก็ตาม

          ทว่าเด็กชายมิคิดเลยว่าทันทีที่เขาเหยียบเท้าถึงหอการค้าเฟยหง ยังไม่ทันได้โชว์ตราลูกค้าชั้นหนึ่ง ตัวเองก็ถูกคนของหอการค้าเฟยหง ลากขึ้นไปเจรจาความกับหลงจู๊หยูเสียแล้ว...

          สงสัยศิลาปราณของเขาคงทำราคาประมูลได้ราคางามกระมั่ง วันประมูลเขาก็ดันยุ่งเรื่องหมิงลู่กับที่บ้านเลยปฎิเสธไม่ได้มาร่วมชมการประมูลเสียด้วยสิ..

          "เจ้าหน..ไม่สิ..คุณชายเซี่ย ท่านมาวันนี้คงไม่ได้มาเพียงเอาเงินส่วนต่างกำไรที่เพิ่มใช่หรือไม่..."นั้นไง..เขาว่าแล้วต้องประมูลได้ราคามากแน่ๆ โชคดีแล้วสิ...เช่นนี้คงมิจำเป็นต้องขายศิลาปราณแล้ว!

          "อะ..อือ..กล่าวตามจริงท่านหลงจู๊ ข้ามาตอนแรกคิดว่าจะมาสอบถามว่าได้เงินส่วนต่างกำไรเท่าไรจากการประมูล กับสอบถามตัวสินค้าตัวหนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านพอจะบอกข้าน้อยได้หรือไม่"

          "แน่นอน..ได้สิ..เรื่องกำไรจากศิลาปราณอันก่อน เราได้กำไรมหาศาล เพราะความบริสุทธิ์ของมันนายท่านหวัง ได้จัดทำเป็นตั๋วเงินให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว นี้อย่างไรเล่า เงิน 1 ล้านเหรียญทอง.."เพียงแค่ได้ยินจำนวนเงินจากหลงจู๊หัวของหมิงเซียนก็แทบจะลมจับ...ตั้ง 1 ล้านเหรียญทองเชียวหรอ!! ไอ้คุณพระ..เยอะขนาดนั้น รู้งี้ก่อนหน้านี้เขาขายสัก 3 ล้านเหรียญทองดีกว่ามั่ง!! ไม่ได้โลภนะ แต่ของมันต้องขึ้น!

          "งะ..งั้นหรอขอรับ..ขอบคุณท่านมาก.."

          "ไม่หรอก เป็นเพราะศิลาปราณของเจ้าทำให้เราทำกำไรได้มหาศาลจริงๆ..เอาล่ะ..ไหนลองบอกตัวสินค้าที่เจ้าสนใจให้ข้าฟังหน่อยสิ เผื่อว่ามันจะมี เราจะได้ทำการเจรจากันได้เลย."

          "ขอบคุณท่านหลงจู๊ สินค้าที่ข้าน้อยต้องการคือหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์...ไม่ทราบว่า."ไม่ทันที่เด็กชายจะพูดจบ หลงจู๊ที่รอฟังคำนี้อยู่ ก็รีบพูดแทรกขึ้นมาในทันที

          "ถ้าเรื่องนั้นเชิญเจ้าไปตกลงกับนายท่านหวังเถอะ..ท่านรอเจ้าอยู่แล้วล่ะ.." หลงจู๊หยูกล่าว แม้ว่าตามจริงควรเป็นหน้าที่เขาเจรจากับเด็กชาย แต่ด้วยความเป็นผู้อาวุโส คุณธรรมความดีทำมานานนับแต่ตอนเป็นพ่อบ้านสกุลหวัง ไอ้ครั้นจะทำหน้าที่เจรจาล่อลวงเด็กต่างพ่อเล้าก็ใช่ที เอาเป็นว่า งานนี้นายท่านจัดการเองเสียเถิด บ่าวส่งเสริม เอาเด็กนี้ใส่พานให้ท่านแล้ว จะเชือดได้กินหรือไม่ได้กิน ก็แล้วแต่ฝีปากท่านแล้วกัน ข้าหยู เหมาอั้น ขอไม่รู้เห็นด้วยดีกว่า

          "หะ!?"รออะไร...อย่าบอกนะว่ารู้ว่าเขาจะมาหาอยู่น่ะ...

          จากใบหน้าของหลงจู๊ที่พยายามไม่สบตาเด็กชาย อาจเพราะความรู้สึกผิดบาปในใจที่ก่อตัวขึ้นมา...คิ้วของหมิงเซียนก็พลันกระตุก ผสมกับความรู้สึกเสียวสันหลังแปลก...

          โฮ่ยๆ...เดี๋ยวจะเว้ยเฮ้ย..นี้คงไม่ใช่ว่านายท่านหวังของพวกแกคิดจะกินเด็กอย่างฉันหรอกนะ!! ไอ้แก่โรคจิตเอ๊ย!!!เดี๋ยวก็ปัดต่อยให้คว่ำเลยนี่!!

TBC
          กระอักเลือด/นิยายเรื่องนี้เขียนตามอารมณ์ของผู้เขียน บอกได้เลยว่าแทบไม่ได้วางแผนอะไรไว้เลย มันเลยอาจจะมีบางส่วนไม่สมเหตุสมผลนัก แต่อยากให้ท่านผู้อ่านมาสนุกร่วมกันอ่านแบบเพลินๆสบายๆไม่คิดมากนะคะ ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านมา ณ ที่นี้ ที่เป็นกำลังใจให้กับผู้เขียนมาตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นิยายเรื่องนี้จะมอบความสุขและความสนุกให้กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย แล้วเจอกันใหม่เน้อจ้า!!

          ปล. ยามเซิน หมายถึงเวลาตั้งแต่ 15:00 น. -16:59 น. จ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 517 ครั้ง

534 ความคิดเห็น

  1. #478 kikomako (@kikomako) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 04:40
    นายเอกเราอยู่สาขามโนใช่ไหม?? ตอบบบบ!!!
    #478
    0
  2. #465 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 22:01
    ท่านแม่ต้องได้ผู้ชายดีๆ
    #465
    0
  3. #250 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 21:17
    เชียร์คู่ทั่นแม่
    #250
    0
  4. #183 i'mtheONE (@weareoneexo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 13:19
    คิดไปไกลมากจริงๆ มีใครอาสาไปเบรคไว้สักหน่อยไหม5555
    #183
    0
  5. #154 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 02:37
    555555อย่าเพิ่งคิดขั้นนั้น แค่เอ็นดู555

    อยากให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องได้เจอกันนะ คิดว่าหลังจากรู้ว่าศิษย์น้องตายแล้ว คงโทษตัวเอง แล้วก็หนีไปอีก
    #154
    0
  6. #149 Zaru_San (@gifuto546fc) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 21:59

    อยากให้นายท่านหวังได้กับทั่นแม่อ่าาาา

    #149
    0
  7. #140 Arvakr_Elf (@Arvakr_Elf) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:34
    เคะน้อยต้องจยย.นะ lol
    #140
    0
  8. #115 Malika1 (@0860053714) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 00:43
    ว๊อชชชชชชชชชชชชชชชชช(ช สักล้านตัว) ไม่น่าาาาาาาาาาาาา
    #115
    0
  9. #100 aka-ae (@aka-ae) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 18:54
    พยายามเข้านะ
    #100
    0
  10. #73 CREAM048 (@CREAM048) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 17:30

    เพราะฉะนั้นมันแปลว่าเขาต้องแข็งกับเวลา>เพราะฉะนั้นมันแปลว่าเขาต้องแข่งกับเวลา//ผิดตรงแข็ง>แข่ง น่า~
    #73
    0
  11. #13 FahSida (@himeji) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 15:33
    เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งต่อยบางทีอาจมาเป็นพ่อใหม่แทนเสี่ยก็ได้ ใจเย็นๆ
    #13
    0
  12. #12 S2O3 (@sornsawanean) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 15:16
    ต่อยเลย!!ต่อยหน้าเลย ต่อยห-เลยย
    #12
    0
  13. #11 สายหมอก (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 14:38

    สู้ๆนะนายท่าน

    #11
    0
  14. #10 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 13:02
    นายท่านหวัง.. พยายามเข้านะ
    หลงจู๊แอบฝาโบกผ้าเชียร์
    #10
    0