ภารกิจคุณพี่ชาย...ชีวิตนี้เพื่อน้อง!! [YAOI]

ตอนที่ 4 : ภารกิจที่ 3 : งานช่วยชีวิตท่านแม่ก็มา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 559 ครั้ง
    25 ก.ย. 62


          "นายท่าน...เรียกหาข้าน้อยหรือขอรับ."เสียงนอบน้อมดังออกมาด้านหลังนายท่านคนปัจจุบันของสกุลหวัง ที่กำลังยืนมองภาพเบื้องล่างอันเต็มไปด้วยเหล่าผู้คนที่เดินจับจ่ายซื้อของภายในตลาดของเมืองฟู่ฉ่าง 

          ที่น่าแปลกใจคือ ภาพก่อนหน้านี้ที่เขาในฐานะผู้ติดตามอีกฝ่ายมานาน ไม่เคยได้เห็นอีกฝ่ายใช้ความสามารถก้าวพริบตาเพื่อเดินทางกลับมาที่ห้องส่วนตัวของอีกฝ่ายที่อยู่ชั้นบนสุด และเปิดหน้าต่างออกกว้าง สายตาสอดส่ายไปมาก่อนจะเปลี่ยนเป็นสงบนิ่งกลับมายืนโบกพัดเช่นเดิม...

          นี้มันเกิดอันใดกับนายท่านผู้สุขุมของเขากันล่ะเนี้ย!!

          "ถูกต้อง..ข้าเรียกหาเจ้า เฟิงเยี่ยน เพื่อให้กระทำการอย่างหนึ่งให้เรา.."เสียงเข้มท่าทางเรียบเฉยผิดกับท่าทางก่อนหน้า หากมิเกรงใจและเคารพยิ่งแล้ว ผู้ติดตามผู้นี้คงขออนุญาตนายท่านขำออกมาสักเล็กน้อย กับท่าทางของท่านที่เปลี่ยนไปเร็วจนน่าเหลือเชื่อ

          "ขอรับนายท่าน..ไม่ว่าเรื่องใดบ่าวล้วนพร้อมทำเพื่อท่าน.."

          "ดี..เช่นนั้นจงติดตามดูเจ้าเด็กนั้นให้ข้า.."นายท่านกล่าวโดยไม่บอกรายละเอียดให้คนที่พึ่งมาใหม่...หากไม่เพราะไหวพริบที่เขามี ณ ปัจจุบันคงไม่แคล้วมึนงงกับคำสั่งของอีกฝ่าย

          "นายท่านหมายถึงเด็กที่นำศิลาปราณ ความบริสุทธิ์เกือบเต็ม 10 ส่วนมาขายให้หอการค้าเราน่ะหรือขอรับ.."

          "ถูกต้อง....ถึงข้าจะสั่ง เหมาอั้นไปแล้ว แต่อย่างที่รู้ เขามีงานหลายอย่างที่ต้องจัดการ การประมูลศิลาปราณนี้ ก็สำคัญ คนของเขาหากเทียบฝีมือแล้วบวกกับเวลาที่ทำงาน..หากข้าอยากได้เรื่องราวของเด็กนั้นเร็ว ก็คงต้องใช้เจ้าเท่านั้น.."นายท่านหวังกล่าวโดยยังไม่ละสายตาจากแผ่นหลังของเด็กชายที่อุ้มน้องชายตัวเองเดินเข้าไปในฝูงชน ราวกับกระต่ายที่รู้แล้วว่ากำลังถูกจับจ้อง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เหมือนจะกำลังเลือกซื้อของอยู่แท้ๆ

          ช่างมีสัญชาตญาณดี...

          ในขณะที่นายท่านหวังกำลังเพลิดเพลินกับการจับจ้องเด็กชายที่ตนถูกใจ เฟิงเยี่ยนก็อดคิดไม่ได้ว่าเมื่อครู่นายท่านของเขาชื่นชมเขาหรือว่าด่าเขากันแน่ ชื่นชมว่าฝีมือดีกว่า ท่านเหมาอั้น ที่เป็นอดีตพ่อบ้านสกุลหวัง คะเนจากอายุอานามและผลงานก่อนหน้านี้แล้ว ท่านเหมาอั้นเป็นพ่อบ้านที่เกษียนอายุออกมาแล้วนานแล้ว แต่ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ นายท่านหวังเลยให้มาทำงานเป็นหลงจู๊ที่ร้าน มิใช่หรือ ตัวเขาเองทำแต่บัญชี การเงิน ดูแลคนในจวน ไหนเลยจะเป็นวรยุทธ์ ปราณหรือก็อยู่เพียงขั้น 1 เท่านั้น หากจะให้เขาไปสืบเรื่องที่นายท่านต้องการ ก็ย่อมต้องบอกต่อเขา เฟิงเยี่ยน ผู้นี้อยู่ดี...

          และอันใดอีกนะ..อ๋อ..เวลาทำงาน..อันนี้เขาคิดนึกเคืองไม่น้อย..นายท่านเมื่อครู่ ท่านคงไม่ได้หาว่าข้าน้อยว่างจัดใช่หรือไม่?...

          "เฟิงเยี่ยน...เจ้าว่าเด็กนั้นหน้าคุ้นหรือไม่.."คำถามจากผู้เป็นนายทำให้เฟิงเยี่ยนที่กำลังคิดเก็บเล็กคิดน้อยเก็บบัญชีแค้นผู้เป็นนายเงยหน้ากันมองอีกฝ่าย ก่อนขออนุญาตก้าวเดินมายืนข้างอีกฝ่ายเพื่อมองเด็กชายผู้เป็นเป้าหมายตามนายสั่ง...

          แม้เพียงชั่วขณะก่อนที่เด็กชายคนนั้นจะหายกลืนไปกับฝูงชนจนอยากจะเห็นตัวได้อีกนั้น..เฟิงเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับในคำพูดของนายท่านเขามิได้..

          "คุ้นขอรับ...นายท่าน..บ่าวกล่าวตามตรง...เด็กคนนั้นมีใบหน้าเกือบ 7 ส่วนที่เหมือนศิษย์น้องหญิงของท่าน.."คำกล่าวของเฟิงเยี่ยนตรงกระแทกใจของนายท่านหวังอยู่ไม่ใช่น้อย

          ถูกต้องแล้ว...สาเหตุที่เขาถูกใจเด็กชายคนนี้มากนัก..เป็นเพราะอีกฝ่ายมีใบหน้าที่คล้ายกับศิษย์น้องหญิงของเขา ผู้เป็นรักแรกและรักเดียว เป็นสตรีที่ทำให้เขาไม่อาจหักใจอยู่ที่เมืองหลวงแคว้นโซ่วได้ จนสุดท้ายต้องหนีหัวใจตัวเองมาอยู่ ณ เมืองฟู่ฉ่างแห่งนี้ และปิดการรับรู้ใดจากเมืองหลวง โดยเฉพาะเกี่ยวกับศิษย์น้องหญิงผู้นั้น 

          แม้จะมีคนกล่าวว่า 'ถ้ารักจริง ต้องเฝ้าดูแล แม้นจักมิได้ครองคู่ก็ตาม' แต่สำหรับนายท่านหวัง ประมุขตระกูลที่อำนาจมากของแคว้นโซ่ว ก็ไม่อาจกระทำการดั่งเช่นคำกล่าวนั้นได้...

          เพราะหากแม้นคิดกระทำจริง คนเจ็บปวดก็คงมิพ้นตัวเขาเอง...อีกทั้งเมื่อย้อนคิดถึงใจบุรุษ ผู้เป็นสามีของนางนั้น ถึงปากยามอยู่ต่อหน้าจะมิคิดอะไร และเห็นความรักของตนกับศิษย์น้องหญิงยั่งยืนยาวนานมาตั้งแต่อายุ 8 ปี แต่ก็ใช้ว่าจะมีบุรุษใดพอใจที่เห็น ชายอื่นมาอยู่ใกล้ชิดสนิทสนมกับคนรักตน ....ต่อให้คนผู้นั้นคือศิษย์พี่ร่วมสำนักเก่าของนางก็ตามที...นั้นจึงเป็นเหตุผลสำคัญหลักที่ทำให้นายท่านหวังละทิ้งทุกอย่างมาอยู่ ณ ที่นี้...

          "นายท่านคงไม่คิด.."จะเอาเด็กคนนั้นมาแทนศิษย์น้องหญิงของท่านกระมั่ง ...คำถามที่ไม่กล้าเอ่ยออกมา แต่ผู้เป็นนายตนย่อมรับรู้ และเพื่อตอบคำถามนั้นเขาได้ทำการส่ายหน้าตนแผ่วเบา

          "ข้าไม่คิดนำเด็กนั้นมาแทนศิษย์น้องหญิง..ต่อให้หน้าเหมือนกันเท่าใด..แต่ก็มีเพียงความเอ็นดูเท่านั้น..อย่างไรก็ตามฝากเจ้าติดตามและรายงานความเคลื่อนไหวของเด็กนี้ด้วย...ยิ่งฉลาด และสัญชาตญาณดีเช่นนี้ ...เห็นแล้วยิ่งน่าสนใจ ราวกับกระต่ายป่าที่เรียกร้องสัญชาตญาณผู้ล่าก็มิปาน...หึหึ.."นายท่านหวังหัวเราะในคออย่างถูกใจ ชวนให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆรู้สึกเหงื่อตก บวกสงสารชะตาชีวิตของเด็กชายผู้โชคร้ายดันหน้าตาเหมือนศิษย์น้องหญิงของอีกฝ่าย 

          อา..ขอให้เจ้าโชคดีล่ะเจ้าหนู...


          ในขณะที่เฟิงเยี่ยนลอบอวยพรให้เด็กชายเป้าหมายของนายท่านหวังให้โชคดี ด้านเด็กชายเองก็คล้ายว่าลางสังหรณ์จะแม่นเวอร์ เพราะรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมา ทำให้ความคิดที่จะเลือกซื้อของอย่างสบายใจ จบด้วยการเข้าร้านเสื้อผ้า ซื้อเสื้อสำเร็จมาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวออกมาจากร้าน เข้าไปหลบในฝูงชน ลัดเลาะจนไม่รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมา ก็ได้โอกาสพักหายใจหายคอที่ข้างตรอกแห่งหนึ่งไม่ไกลจากตลาดมากนัก

          "ท่านพี่..ท่านพี่เป็นอะไรหรือขอรับ"เสียงเด็กชายในอ้อมแขนหมิงเซียนอดไม่ได้ที่จะสอบถาม ด้วยเห็นพี่ชายของเขาเดินก้าวเท้าเร็วๆยาวๆราวกับกำลังหนีใครตั้งแต่ออกจากร้านขายเสื้อผ้า...

          "ปะ..เปล่า..ไม่มีอะไร..พี่แค่รู้สึกหิวจนมึนหัวน่ะ..มาเถอะ..เราไปพักที่โรงเตี๊ยมกันดีกว่า พี่คิดว่าจะสั่งอาหารมากหน่อย เอาไปให้ท่านแม่กับอวิ้หลันได้กินด้วย..."เมื่อพูดถึงอาหารท้องน้อยๆก็หมิงลู่ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้พยายามอดทนอีกครั้ง เพื่อให้ท่านพี่ได้ซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยน จึงไม่ได้ทานอะไรสักที จนกระทั้งท่านพี่ออกปากเช่นนี้ ท้องเลยรีบตอบรับ สร้างความขบขันให้พี่ชายไม่ใช่น้อย

          หมิงเซียนมองออกไปนอกตรอกด้วยความระแวงเล็กน้อย เมื่อไม่รับรู้ถึงสายตาหรือความผิดปรกติใด เขาก็ได้อุ้มน้องชายออกมาจากตรอก ตรงไปที่โรงเตี้ยมที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงเตี๊ยมของหอการค้าเฟยหง ด้วยความระแวงว่าตนไปอาศัยอยู่โรงเตี้ยมนั้น คงมิได้อยู่สงบ และมิพ้นพบเจอกับคนที่เขาหวาดระแวงอีกเป็นแน่..

          ทางรอดที่จะไม่ให้ตัวเองเจอกับพระเอกหรือพระรองในคู่ตัวประกอบเช่นเขา..คือการไม่ปรากฎตัวในพื้นที่ของอีกฝ่าย...นั้นคือสิ่งที่หมิงเซียนคิดเห็นและสรุปด้วยตนเอง

          "คุณชาย...รับอะไรดีขอรับ"เสียงของเสี่ยวเอ้อดังขึ้นมาเมื่อเห็นร่างของเด็กชายที่อุ้มเด็กอีกคนเข้ามา แม้ว่าจะดูแต่งตัวไม่น่าใช่คนมีฐานะ แต่ว่าสำหรับพวกเขาแล้วหากอีกฝ่ายมีเงิน พวกเขาก็ยินดีให้บริการ..

          "ข้ากับน้องต้องการห้องพักสัก 1 คืน กับอาหารขึ้นชื่อของที่นี้สัก 4-5 อย่าง แล้วกัน...อ๋อ..ข้าขอเพิ่มอีกสัก 2 ถ้วยด้วย ข้าค่อนข้างหิวมากน่ะ."หมิงเซียนขยับยกยิ้มให้อีกฝ่าย ในขณะที่เสี่ยวเอ้อกลับมองเด็กชายด้วยความรู้สึกตะลึงไม่น้อย เพราะดูแล้วเด็กชายไม่น่ามีเงินมากขนาดนั้นแท้ๆ 

          ราวกับรู้สายตาของเสี่ยวเอ้อ...หมิงเซียนก็หยิบเงินเหรียญทองออกมา 20 เหรียญ นั้นพอสำหรับค่าอาหารและค่าที่พัก ที่เด็กชายต้องการพอดิบพอดี...

          "ชะ..เชิญทางนี้ ข้าน้อยจะนำท่านไปหยั่งห้องพัก"เสี่ยวเอ้อรีบบริการในทันที เขานำทางเด็กชายไปที่ห้องพักที่อยู่บนชั้น 3 ของร้าน เหตุเพราะมันเป็นห้องพักชั้นที่ดีที่สุดที่โรงเตี๊ยมนี้มี

          หมิงเซียนให้เงิน 5 เหรียญทองแก่เสี่ยวเอ้อเพื่อเป็นค่าตอบแทนเล็กน้อย และเพียงแค่  5 เหรียญทองนั้น ใบหน้าของเสี่ยวเอ้อก็ดูจะกระตือรือร้นขึ้นมาในทันที..ด้วยค่าเงินของที่นี้ 1 เหรียญทอง เท่ากับ 50 เหรียญเงิน  ค่าแรง 1 เดือนถ้ามีความสามารถหน่อยก็ได้ราวๆ 300 เหรียญทอง ถ้าจะให้เทียบกัน ก็เหมือน เงิน 1 เหรียญทอง เท่ากับ 50 บาทไทยนั้นล่ะ...เพราะฉะนั้นที่บอกว่า 1 เดือน ได้เงินเดือน 15,000 บาท ก็เท่ากับ 300 เหรียญทอง..

          ให้ตายสิจะว่าไปนี้เท่ากับว่าเราก็รวยไม่ใช่เล่นเหมือนกันนี้หว่า...แต่ช่างเถอะ..อย่างน้อยก็ดีกว่าอดอยากล่ะนะ...

          หลังจากอาหารถูกส่งมาที่ห้องหมิงเซียนได้สั่งให้คนเตรียมน้ำร้อนสำหรับอาบน้ำให้กับเขาด้วยพร้อมกัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดี เขาจึงได้นำอาหารและถังสำหรับอาบน้ำเข้าไปในมิติแหวนของเขา เพื่อให้มารดาและน้องสาวได้ทานอาหารและอาบน้ำอย่างสบาย หลังจากที่ผ่านมาต้องให้นางอาบน้ำเย็นๆตามแอ่งน้ำในถ้ำมาตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา

          "อะ..อ๊า!! อะ..ฮะ.อา.."เสียงไม่ได้ศัทพ์ดังออกมาจากปากของหญิงสาวผู้มีใบหน้าสละสวยทันทีที่นางเห็นว่าบุตรของนางทั้งสองกลับมาอย่างปลอดภัย นางรีบอุ้มบุตรสาวตัวน้อยเข้ามาหาเด็กชายทั้งสอง มองสำรวจทั่วทั้งตัว ราวกับหาว่ามีอะไรผิดปรกติหรือไม่...ทำให้หมิงเซียนขยับยกยิ้มคว้าจับมือมารดามาลูบเบา

          "ข้ากับน้องไม่เป็นอะไรท่านแม่...พวกข้าปลอดภัยดี.."

          "อะ..อา.."

          "ครับไม่ต้องห่วงขอรับท่านแม่..มาเถอะ.มากินข้ากันดีกว่า"หมิงเซียนว่าก่อนจะคว้าจับมือมารดาที่พยายามมองสำรวจตัวเขาและน้องชายตัวความเป็นห่วง ไปทานข้าวบนโต๊ะอาหารที่เขาพาเข้ามาในมิติด้วยพร้อมกับอาหาร..

          มันเป็นเรื่องที่น่าแปลก เมื่อย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันก่อน ที่หลังจากมารดาของเขาฟื้นมาได้ 1 คืน เช้าวันต่อมา เสียงของนางก็หายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ในตอนแรกหมิงเซียนเข้าใจว่าเป็นเพราะวันนั้นมารดาพูดขอโทษเขาและโทษตัวเองอย่างหนัก ร้องไห้แล้วร้องไห้อีกจนเปรียบได้ว่าแทบจะหมดน้ำในร่างกาย หากนางไม่สลบไปเสียก่อน...นั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่มีเสียงก็ได้...ในตอนนั้นเขาเลยหาน้ำผึ้งผสมกับน้ำต้มสุกให้นางดื่ม ทว่าผลที่ได้ก็ยังไม่ดีขึ้น นานวันเขาเสียงของนางจึงไม่เหลือ...พาลแต่จะยิ่งแย่ลงไป จนในที่สุดเสียงของนางก็หายไปจริงๆ..

          เขาพยายามย้อนคิดถึงเหตุการณ์ที่อ่านมาจากในนิยาย และภาพความทรงจำที่เคยแทรกเข้ามา จึงอุปมาคิดได้ว่าอาจเป็นผลข้างเคียงจากยาพิษที่มารดาของเขาดื่มเข้าไปในตอนนั้นก็เป็นได้ ทว่าที่ออกฤทธิ์เอาตอนนี้ คงเป็นเพราะก่อนหน้านี้นางพยายามใช้พลังปราณของตนเองสกัดมันเอาไว้ ไม่ให้ทำลายชีวิตน้องหญิงน้อยของเขา 

          เพราะฉะนั้นพอหลังจากคลอดแล้ว ร่างกายมารดาเขาจึงอ่อนแอ พลังปราณที่เสียไปเพื่อช่วยชีวิตน้องสาวเขา จึงแทบไม่มีเหลือ ยามนี้มารดาของเขาร่างกายเลยอ่อนแอลงไปมาก...

          พอหลังจากคิดได้ในตอนนั้นเขาจึงได้เปลี่ยนความคิดใหม่ ไม่ให้มารดาของเขาป้อนนมจากอกของนาง แต่ให้ชงนมผงเด็กที่เขาเจอก่อนหน้านี้กับน้ำต้มสุก จำได้ว่าสอนกันอยู่พักหนึ่งกว่านางจะเข้าใจ...

          แน่นอนว่าหมิงเซียนเข้าใจดีว่านมผงไม่ได้ดีเท่ากับนมจากอกแม่ แต่นั้นก็เผื่อเอาไว้ก่อน หากมารดาของเขามีพิษอยู่ในร่างกายจริง มันจะได้ไม่ไปถึงน้องสาวเขา...และนั้นเองก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้หมิงเซียนคิดขายศิลาปราณ ที่ไม่เพียงแค่ขายให้ได้เท่านั้น แต่ต้องขายให้ได้ราคาสูงที่สุดด้วย เพราะเขาไม่คิดว่าค่ารักษาท่านแม่เขาจะถูกหรอกนะ...

          ด้วยกลิ่นหอมยั่วยวนและหน้าตาของอาหาร ทำให้ท้องของท่านแม่และน้องชายเขาพากันส่งเสียงแข่งกัน พอดังแบบนั้น ทั้งคู่ก็ต่างก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย ทำให้หมิงเซียนรู้แล้วว่า น้องชายของเขาเขินง่ายเหมือนใคร...

          "มาเถอะ..กินกันให้เต็มที่ เงินที่ได้มาก็ไม่ใช่น้อยๆ ให้อิ่มท้อง...ท่านแม่ ท่านต้องกินมากหน่อยจะได้แข็งแรง ข้ากับน้องซื้อเสื้อผ้ามาให้ท่านพลัดเปลี่ยน น้ำอุ่นข้าก็เอามาให้ท่านอาบ..ท่านแม่ ท่านนอนแช่เสียหน่อยก็ได้..เดี๋ยวกินข้าวเสร็จข้าจะพาอวิ้หลันไปรับลมข้างนอกเอง"หมิงเซียนกล่าวกับมารดา ก่อนขยับยกยิ้ม เมื่อเห็นน้ำตาของนางคลออยู่ที่ดวงตา..

          "อย่าร้องไห้...ท่านต้องเข้มแข็งท่านแม่...ข้าก็จะสู้ไปกับท่าน...ทานข้าวเถอะขอรับ.."หมิงเซียนกล่าวพลางคีบเนื้อเป็ดให้ท่านแม่และน้องชาย ที่ต่างคนต่างยกยิ้มอย่างอบอุ่น นับว่ามื้อนั้นเป็นมื้อแรกที่พวกเขาทานกันได้อย่างเต็มอิ่ม และมีความสุขที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา..แตกต่างจากหมิงเซียนที่เขาไม่ได้ทานอาหารแบบนี้มาหลายปี เพราะเหตุการณ์ซอมบี้บุก..ก็นะ มีซอมบี้อาละวาดแบบนั้น ใครจะมีกะจิตกะใจทำอาหารปราณีแบบนี้กันเล่า!

          หลังจากที่ทานกันอิ่มท้อง หมิงเซียนก็ได้อุ้มอวิ้หลัน และหมิงลู่ออกไปจากมิติพร้อมกับเหล่าจานอาหารที่ไม่เหลืออะไรกินแล้ว เพื่อให้มารดาได้อาบน้ำ แช่น้ำอุ่นให้นางได้สบายตัว

          นับว่าเขารอบคอบมากเพียงพอที่ก่อนหน้านี้เขาสั่งให้เสี่ยวเอ้อเตรียมถังน้ำอาบไว้ 2 ถัง ทำให้ระหว่างที่มารดาของเขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาก็พาน้องชายน้องสาวอาบน้ำ แน่นอนว่าสำหรับอวิ้หลัน นับว่ายังเด็กและบอบบางนัก ผู้ชายที่เป็นทหารมาก่อนเช่นหมิงเซียนเลยค่อนข้างระวัง เพราะจดจำได้ดีว่าตัวเองมือหนักนัก..

          หลังจากการฝึกอาบน้ำให้เด็กเล็กแล้ว หมิงเซียนก็ได้อาบน้ำบ้างโดยให้หมิงลู่เป็นคนช่วยดูแลน้องสาวคนเล็กให้...ถึงแม้ว่าจะไม่ควร แต่หมิงลู่นับว่าฉลาดเกินวัย เขาจึงไว้ใจได้ค่อนข้างมาก..

          เมื่อแช่น้ำ ถึงแม้จะไม่อุ่นเท่าตอนให้น้องชายน้องสาวอาบ แต่สำหรับหมิงเซียนที่เป็นทหารหนีตายพวกซอมบี้มาตลอด การแช่น้ำอุ่นแบบนี้ลืมไปนานแล้ว ก็ได้ให้รู้สึกเหมือนขึ้นสวรรค์..

          เขาแช่อยู่เกือบเค่อก่อนที่จะขยับลุกขึ้นมาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่..โดยเขาเลือกเสื้อผ้าที่เขาสวมเป็นเนื้อผ้าที่ไม่ใช่แบบดีมาก หรือเลวมาก เป็นเนื้อผ้าของคนธรรมดาทั่วไปใช้ใส่กันทั่วไป ด้วยเขาไม่อยากทำตัวให้เด่นนัก...สีที่เหลือใช้ก็เป็นสีดำเป็นหลัก..จะได้ไม่สกปรกง่าย..แตกต่างจากของน้องชายที่เป็นเด็ก เขาจึงเลือกสีฟ้า หรือสีน้ำเงิน  ส่วนน้องสาวและท่านแม่ อันนี้เขาไม่รู้ว่าลึกๆแอบหลงพวกนางหรือไม่ เสื้อผ้าของพวกนางจึงเป็นผ้าแบบดีที่สุด สีที่เลือกก็ย่อมเป็นสีอ่อนหวาน ชมพูกับสีฟ้าอ่อน น่ารัก..

          "ท่านพี่...จากนี้พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดี.."เสียงน้องชายถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าพี่ชายของตนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว นำน้องสาวกลับไปส่งให้มารดาในมิติแหวนพร้อมกับนำถังน้ำอาบออกมา เรียกเสี่ยวเอ้อร์เข้ามารับทุกอย่างออกไป... ณ ตอนนี้จึงเหลือเพียงเขาและพี่ชายในห้องพัก..

          "อย่างแรก...คงต้องพาท่านแม่ไปหาหมอสักครั้ง...ดูอาการหากว่าจำเป็นต้องใช้เวลารักษาระยะยาว ก็คงต้องหาซื้อบ้านที่เมืองนี้...และจากนั้นค่อยหาทางตั้งรกราก..อย่างน้อยพี่ก็อยากให้เจ้าและอวี้หลันได้เรียนหนังสือ.."หมิงเซียนหยิบสมุดบันทึกของเขากับปากกาออกมาเพื่อขีดเขียนความคิด โดยมีน้องชายมองด้วยความประหลาดใจ...แต่ยังน้อยกว่าตอนที่เห็นครั้งแรกมากนัก...ตอนนั้นเหมือนว่าอีกฝ่ายจะถามตลอดว่ามันเขียนได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้น้ำหมึก..

          แน่นอนว่าเขาไม่ตอบตามจริงแน่นอน...แต่ตอบว่าอะไรไปคิดกันเอาเอง..

          "ท่านพี่...ข้าไม่จำเป็นต้องเรียน.."ไม่ทันที่เด็กชายจะพูดจบเสียงของอีกฝ่ายก็แทรกขึ้นมา

          "ได้อย่างไร...พี่คาดหวังให้เจ้าเป็นศิษย์สำนักพงพีคีตา แห่งอวิ้นหลิน..หากเจ้าไม่มีความรู้พอจะสอบเข้าสำนักได้..พี่คงไม่ให้อภัยตัวเองแน่.."ใช่..ถ้าคุณน้องไม่ได้เข้าเรียนที่นั้นจนได้ดีเป็นศิษย์เอกของสำนัก...หนทางแห่งการเป็นตัวเอกของเรื่องของนายก็ดับน่ะสิ...และภารกิจของพี่ชายคนนี้ก็พังตั้งแต่เริ่มเลยน่ะสิน้อง!!

          "สำนัก...พงพีคีตา..แห่งอวิ้นหลิน...คือที่ไหนหรือขอรับท่านพี่"ดูเหมือนว่าหมิงลู่จะไม่รู้จากสำนักแห่งนี้ เพราะว่าเขาอยู่ในวัยเด็ก เพียงแค่ 6 ขวบ ชีวิตยังไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงสำนักมากมายนัก..เพราะก่อนจะรู้เรื่องพวกนั้น สิ่งที่พวกเขาควรมีติดตัวให้เป็นฐานที่แน่นหนาคือความรู้เขียนอ่าน และปลุกพลังปราณของตนเองให้เจอ..

          แน่นอนว่าสำหรับหมิงลู่ เขาเคยเป็นบุตรชายคนรองของท่านแม่ทัพใหญ่ ย่อมมีพลังปราณปรากฎแล้วเมื่อตอนวันเกิดอายุ 3 ขวบ เป็นขั้นที่ 1 ส่วนพลังธาตุนั้นต้องรออายุ 7 ปีถึงจะได้รับการทดสอบ.

          หากยามนี้เด็กชายยังเป็นบุตรชายคนรองของท่านแม่ทัพคงได้รับการเรียนการสอนจากอาจารย์ที่ดีที่สุดในวังหลวง เพื่อรองรับการทดสอบเข้าสำนักตอนอายุ 12 ปี...

          เอ๋...เดี๋ยวนะ..12 ปีหรอ!! เขาก็ 12  ปีแล้วนี้หว่า!! ชิ..คงเพราะเรื่องที่เกิดกับท่านแม่..ทำให้หมิงเซียนไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาสินะ..หึ..ถูกกล่าวว่าเป็นบุตรของสตรีขี้อิจฉา..ทั้งตระกูลบิดาตัดพ่อลูก ตระกูลมารดาตัดความเป็นลูกหลาน...ไม่มีตระกูลใดส่งเสริม...สุดท้ายไม่มีวาสนาได้พบผู้เมตตานำพาโชคชะตาให้ดีขึ้น เลยตกตายด้วยความอดยาก มีเพียงน้องชายน้องสาวที่เหมือนโชคดีแต่สุดท้ายก็ตกตายในตอนจบ...เรือหายจริงๆ..

          "ท่านพี่"

          "อา..โทษที ช่วงนี้พี่คิดเพลินบ่อยเกินไปหน่อย...เจ้าถามถึงสำนักพงพีคีตาสินะ...มันเป็นสำนักของผู้มีความสามารถด้านพลังปราณสายลม ที่สามารถใช้พลังนั้นแตกย่อยออกมากลายเป็นควบคุมการสั่นสะเทือนของอากาศ กลายเป็นเสียง ส่วนใหญ่พวกเขาใช้พิณ หรือ ฉิน เป็นอาวุธน่ะ.."หมิงเซียนบอกตามที่ได้อ่านมา เพราะว่าหมิงลู่มีพลังธาตุเป็นวายุ ซ้ำยังสามารถควบคุมพลังธาตุของตนเองได้ดี จนสามารถสร้างบทเพลงเสียงได้มากมาย จนได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ที่มีพรสวรรค์ที่สุดของสำนัก เป็นความหวังและว่าที่เจ้าสำนักพงพีคีตารุ่นที่ 37 เลยเชียวนะ...

          "ท่านพี่..ข้ายังไม่เคยตรวจสอบพลังธาตุ แล้วเหตุใดท่านถึงได้รู้ว่าข้าจะมีธาตุลมล่ะขอรับ.."เด็กชายถามด้วยความสงสัย โดยไม่ได้ต่างจากที่หมิงเซียนคาดเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว..

          "พี่มีพลังธาตุลม ท่านแม่ก็มีพลังธาตุน้ำ..เจ้าไม่ได้ลมเหมือนพี่ ก็ต้องได้น้ำเหมือนท่านแม่...จริงไหม.."

          "แต่ข้าไม่อยากมีธาตุลม...ไม่ใช่เพราะมันเหมือนท่านพี่...แต่ว่ามันเหมือน......"น้ำเสียงของหมิงลู่ค่อยๆแผ่วเบาลง ทำให้หมิงเซียนเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะนึกออกว่าธาตุลมที่น้องชายไม่อยากเหมือนเป็นธาตุประจำตัวของใคร หากไม่ใช่บิดาเลวๆของเขา...ท่านแม่ทัพหม่า หยางฉู่ เพราะเหตุนั้นสัญลักษณ์ประจำตัวของตระกูลหม่า จึงเป็นรูปพยักฆ์วายุอย่างไรล่ะ...

          ให้ตายเถอะ...เขาก็ลืมนึกไปเหมือนกัน...เวรกรรมๆ
    
          "เฮ้อ....หากเจ้าไม่อยากเหมือนเพราะเขา...ก็คิดเสียว่าเหมือนเพราะพี่แล้วกัน...หรือเจ้าไม่อยากเหมือนพี่?"หมิงเซียนกล่าวถามออกไป โดยหมายหันเหความสนใจของผู้เป็นน้องชาย..

          "แต่ว่า.."

          "หมิงลู่...เจ้าอายุเพียงแค่นี้ อย่าได้มาคิดเล็กคิดน้อย..เป็นเด็กเป็นเล็ก คิดเพียงแค่มีชีวิตอยู่อย่างสนุกสนาน กินอิ่มนอนหลับ เชื่อฟังพี่ก็พอแล้ว..เอางี้..พี่จะพูดบางอย่างให้เจ้าจำใส่ใจดีหรือไม่หมิงลู่"

          "สิ่งใดหรือท่านพี่?"เด็กชายมองด้วยความสงสัยก่อนจะถูกพี่ชายของตนยกขึ้นมานั่งบนตัก..จึงมีสีหน้าแปลกใจเข้าไปอีก..

          "ยามนี้เจ้า พี่ ท่านแม่ และอวิ้หลัน ไม่ได้ใช่ทั้งสกุลหม่า และสกุลกง ของท่านแม่อีกแล้ว...ท่านทั้งหลายตัดเราออกจากตระกูล จากนี้เราหาได้รู้จัก หาได้เป็นลูกเป็นหลาน..เพราะฉะนั้น น้องเองก็ลืมเลื่อนคนทั้งหมดเหล่านั้นไปเสียให้สิ้น...และจงจดจำเอาไว้เพียงแค่ว่าพวกเรามีเพียง 4 ชีวิต มีชื่อสกุลใหม่ว่า เซี่ย..เจ้าคือ เซี่ย หมิงลู่ พี่คือ เซี่ย หมิงเซียน ท่านแม่คือเซี่ย ไป๋หลัน และน้องน้อยของพวกเราคือ เซี่ย อวิ้หลัน..มีเพียง 4 คน..ไม่มีคนอื่น..อนาคตอาจมีเพิ่ม แต่ยามนี้ยัง ...เว้นแต่ว่าเจ้าจะแต่งงาน...อันนี้พี่ก็ไม่ว่าอะไร แต่คงไม่ใช่ตอนเจ้าอายุ 6 ขวบแน่นอนหมิงลู่"ใบหน้าหวานขยับยกยิ้มในตอนจบ เหมือนหยอกล้อ

          "ท่านพี่.."

          "เอาล่ะๆ ไม่พูดเรื่องเครียดแล้ว..เป็นเด็กเป็นเล็ก..อย่าริคิดเยอะ...บอกแล้วว่าเป็นหน้าที่ของพี่ชายเจ้าเอง..ไปๆเราไปนอนกับท่านแม่กันดีกว่า" โดยไม่พูดเปล่า หมิงเซียนพาน้องชายที่ฉลาดเกินวัยของตัวเอง หายเข้าไปในมิติแหวน เพื่อนอนโอบกอดมารดาและน้องสาวดั่งเช่นค่ำคืนที่ผ่านมา

          ท่ามกลางฝันหวานที่ก่อกำเนิดในครอบครัวเล็กๆ ได้อบอุ่นหัวใจ เพื่อให้มีแรงสู้กับเช้าวันใหม่ที่จะเริ่มต้นขึ้น โดยหมิงเซียนมิคาดเลยว่า ความคิดของเขาเรื่องของอาการมารดานั้น จะเป็นจริงดังที่คิด...
    
          เพราะแรงรักแรงหึงหวง แรงริษยาของสตรีนั้นหาได้ดูเบาไม่....    

          "โปรดทำใจเถอะเด็กน้อย มารดาของเจ้าต้องพิษ หมื่นทิวาปลิดชีพ...ร่างกายอ่อนแอลงเรื่อยๆจนสุดท้ายก็จะสิ้นลม จากที่เห็น พลังปราณของนางแทบไม่หลงเหลือมากพอที่จะขจัดพิษได้อีกแล้ว..คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินปีหน้ากระมั่ง"สิ้นคำของท่านหมอก็ราวกับมีสายฟ้าผ่าเข้ากลางใจของหมิงเซียน เขาคิดถูกจริงๆที่ให้น้องชายดูแลอวิ้หลันในมิติแหวน ไม่ให้มาร่วมฟังหมอตัดสินอาการของมารดาที่บัดนี้น้ำตาเออคลอ จวนเจียนร่ำไห้อยู่ร่อมร่อ..

          "ต้องมีทางช่วยท่านแม่ของข้าสิ...ต้องเสียเงินเท่าไร ข้ามีเงินนะ..หากช่วยท่าน.."ไม่ทันที่เด็กชายจะพูดจบหมอก็ยกมือขึ้นมาห้ามปรามเสียก่อน..

          "ไม่ใช่ข้าไม่อยากช่วย..หากแต่การจะช่วยชีวิตมารดาของเจ้าได้..มีเพียง หยาดน้ำแข็งที่อาบแสงจันทร์กลั่นเป็นตัวยา..นับว่าเป็นยาที่หายากยิ่ง..คงมีเพียงชายแดนทางเหนือของแคว้นกระมั่งที่จะหาได้...."
    
          "หากว่าข้าหามันได้ ท่านแม่ก็จะรักษาหายใช่หรือไม่..ก่อนจะถึงเวลานั้นมียาใดที่จะช่วย.."

          "มีน่ะมันมี..เพียงแต่ว่าตัวยามันแพงนัก.."ไม่ทันที่ท่านหมอจะพูดจบ ทุกเงินที่บรรจุเงินกว่า 50,000เหรียญทองก็ถูกวางตรงหน้าอีกฝ่าย..

          "เพียงเท่านี้พอหรือไม่.."

          "นี้เจ้า!"

          "ข้าจะหามาให้ท่านอีก..ขอเพียงท่านรักษาแม่ของข้าให้หายขาด..ส่วนเรื่องตัวยาหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์นั้น..ข้าจะหามันให้เจอให้ได้เอง!"หมิงเซียนไม่เชื่อหรอกว่ามันจะมีเพียงแค่ชายแดนเหนือของแคว้นเท่านั้น

          เพราะหากเป็นเช่นอีกฝ่ายว่าจริง บิดาของเขาคงไม่มีทางหายาแก้พิษให้นางเอกของเรื่องได้หรอก!! ก็ในเมื่อนางกับท่านแม่ของเขา ดื่มน้ำจากชากาเดียวกันนี้โว้ย!!!

          แต่เพราะสกิลนางเอกตายยาก พระเอกขี่ม้าขาวช่วยชีวิต ความซวยเลยตกที่มารดาเขา...ดีแท้ชีวิตพระนาง...ไอ้เรือหายเอ๊ย!!

TBC
          กระอักเลือด/มาเขียนต่ออย่างรวดเร็ว วันนี้ลงดึกหน่อย ไม่รู้จะมีคนอ่านไหม/กระอักเลือด/ขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านจริงจัง พรุ่งนี้อาจไม่ได้ลงเพราะว่าผู้เขียนต้องไปงานรับปริญญาณน้องแต่เช้า อาจจะทั้งวัน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ใครที่ลุ้นพระเอกของเรื่อง รอไปก่อนนะค่ะ คิดว่าน่าจะมีให้อีกเพื่อเลือกสรรกัน.. แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ แล้วเจอกันจ้า!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 559 ครั้ง

535 ความคิดเห็น

  1. #492 Gimmygrimnana (@hanari00123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 03:10
    คำผิดเยอะ เเต่สนุกดีค่ะTT
    #492
    0
  2. #477 kikomako (@kikomako) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 04:26
    พ่อใหม่ไปเล้ยยยท่านหวัง
    #477
    0
  3. #464 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 21:49
    สนุกมากค่ะ
    #464
    0
  4. #248 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 20:44
    คุณแม่กับนายท่านหวังก็โอนะ
    #248
    0
  5. #182 i'mtheONE (@weareoneexo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 12:48
    -เรือหายจะเป็นคำอุทานติดปากต่อไป
    #182
    0
  6. #163 Littleflake (@pwis23) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 14:35
    3ขวบรู้ความขนาดนี้เลยหรอ... เพิ่มอายุให้น้องสักหน่อยดีมั้ยคะ
    #163
    0
  7. #153 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 02:29
    คุณแม่เป็นศิษย์น้องของนายท่านตระกูลหวังสินะ คนนี้สิบอสลับ!
    #153
    0
  8. #99 aka-ae (@aka-ae) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 18:53
    พ่อแย่มาก
    #99
    0
  9. #9 S2O3 (@sornsawanean) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 08:41
    จับพ่อตบนี่ผิดไหม???
    #9
    0
  10. #8 sir_chad (@sir_chad) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 02:16

    อ้าว งั้นใครเป็นคนวางยาล่ะ โดนพิษกันทั้งคู่เลยนี่

    #8
    0