ภารกิจคุณพี่ชาย...ชีวิตนี้เพื่อน้อง!! [YAOI]

ตอนที่ 3 : ภารกิจที่ 2 : หาเงิน (แก้ไขเนื้อหาบางส่วน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 522 ครั้ง
    29 ก.ย. 62


          ถึงจะบอกว่าตรงไปที่ร้านแลกเปลี่ยนเงินก็ตามเถอะ แต่สำหรับหมู่บ้าน...ไม่สิขอเปลี่ยนคำใหม่..ที่นี้มันเมืองชัดๆ..ให้ตายเถอะทำไมเขาดันมองไม่เห็นกันนะว่าที่นี้มันใหญ่กว่าเขาคิด..

          แต่เรื่องที่เขารู้สึกดีใจขึ้นมาหน่อย คือความภูมิใจที่เขาสามารถอ่านหนังสือภาษาจีนของที่นี้ออก คงต้องบอกว่ามันเป็นความดีความชอบของเขาสมัยตอนเป็นทหาร เพราะพวกเขาต้องไปฝึกร่วมกับทหารประเทศอื่นๆ แน่นอนว่าประเทศไทยเรามีมิตรอยู่รอบไปหมด...มีครั้งหนึ่งเขาได้ฝึกกับกองทหารจีน ที่มาเพื่อฝึกร่วมกัน...เลยได้เรียนรู้คำพูดมาบ้าง..พอพูดคุยกันได้ก็กลายเป็นความสนิท ...สุดท้ายเขาเลยถูกลากมาเรียนภาษาจีนโดยไม่รู้ตัวในที่สุด...

          อา..นี้เขาต้องขอบคุณหัวหน้าใช่ไหมเนี้ย!...ที่ชอบลากเขาไปเรียนอะไรน่าเบื่อ...

          "แต่ตอนนี้คงต้องบอกขอบคุณจริงๆนั้นล่ะนะ.."หมิงเซียนลอบพึมพำออกมา เขามองไปตามอักษรที่เขียนเป็นป้ายหน้าร้านต่างๆ...ก็ให้โล่งอกที่มันเป็นภาษาจีนกลางทั้งหมด หากเป็นภาษาเก่าแก่หรือเฉพาะเขาก็คงไม่รอดเหมือนกัน..

          "ท่านพี่..เราเดินเข้าออกมาหลายร้านแล้ว...ท่านพี่คิดจะทำอะไรอย่างนั้นหรือขอรับ.."

          "พี่แค่ต้องการหาร้านที่ให้ราคาดีที่สุดน่ะ....เอาเถอะ..ร้านนี้คงเป็นร้านสุดท้ายแล้ว..หากราคาได้ดี..พี่ก็จะขาย..แต่ถ้าไม่..ก็คงต้องขายกระมั่ง..ปวดขาแล้วใช่หรือไม่ล่ะ.."หมิงเซียนพูดยิ้มๆก่อนที่เสียงของหมิงลู่จะดังแทรกขึ้นมา..

          "ไม่นะ..ท่านพี่..ข้าไม่ได้ปวด.."เด็กชายกล่าวอย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากสร้างภาระให้พี่ชาย จึงรีบบอกปัด ท่าทางเช่นนั้นชวนให้รู้สึกเอ็นดูในสายตาของหมิงเซียน แม้ว่าเขาจะไม่เคยดูแลเด็กก็เถอะ

          แต่หมิงลู่แตกต่างจากเด็กที่เขาเคยเจอมา ไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย ไม่ดื้อ อดทน ดูได้จากที่อีกฝ่ายข้างๆเขาอยู่นานสองนาน ไม่บ่นสักคำ จนกระทั้งออกปากเมื่อกี้.....ไม่ให้เอ็นดูก็แปลกแล้วล่ะ..

          หมิงเซียนตัดสินใจอุ้มหมิงลู่ขึ้นมาโดยไม่สนใจเสียงร้องตกใจของเด็กชาย ที่นอกจากร้องตกใจแล้วยังขยับดิ้นเล็กน้อยด้วยใบหน้าแดงกล้ำ...

          "ทะ..ท่านพี่..ขะ..ข้าเดิน.."

          "เป็นน้องอย่าขัดพี่...เห็นอยู่ว่าเจ้าเดินมานานแล้ว เด็กตัวแค่นี้เดินนานๆไม่ดีหรอกนะ..."

          "แต่ท่านพี่..ท่านพี่ก็เป็นเด็ก..แถมยังเดินมานาน.."ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะพูดจบเสียงของหมิงเซียนก็ตัดบทเสียก่อน

          "อุ้มไว้นี้ล่ะ..อย่าพูดมาก..เราจะเข้าร้านกันแล้ว.."เขาบอกพลางพาอีกฝ่ายเดินเข้าร้านขายของที่เขาคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับหินปราณมากที่สุด โดยเขามองจากของที่ว่างอยู่หน้าร้านเป็นหลัก..

          นับว่าหมิงเซียนตาแหลมไม่เบา เพราะร้านที่เขาเลือก นอกจากจะขายศิลาปราณกับศิลาธาตุแล้ว ยังเป็นร้านในเครือของหอประมูลใหญ่ของเมือง ที่หมิงเซียนพึ่งจะได้รู้ว่าชื่อเมือน ฟู่ฉ่าง ที่หมายถึง รวยยาวๆอีกด้วย..

          หลังจากติดต่อพนักงานของร้านว่าเขาจะนำอะไรมาขาย พร้อมกับเอาให้อีกฝ่ายดูศิลาปราณชิ้นที่เล็กที่สุด อีกฝ่ายก็มีสีหน้าตกใจ รีบพาเขาไปที่ห้องๆหนึ่งที่เหมือนจะเป็นห้องพิเศษส่วนตัวมากขึ้นมาหน่อย...


           และโดยกฎของร้านแห่งนี้ เขาจำต้องถอดสิ่งที่คลุมกายของเขาพี่น้องออก เพื่อแสดงความจริงใจในฐานะผู้เจรจาค้าขาย แม้ไม่อยากจำยอม แต่กฎของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่มีเหตุผล และมันถือเป็นการทดสอบเล็กๆที่เด็กชายต้องปล่อยผ่าน


            เขายอมถอดเสื้อคลุม โดยรู้ปัญหาแทบจะในทันที ด้วยใบหน้าแลผิวพรรณของเขา และน้องชายล้วนจัดว่างดงาม ดูสง่า สมสายเลือดเดิม ทำให้เพียงแค่คนรับรองที่เห็นพวกเขาก็ผลันรู้สึกใจอ่อนยวบ 


           คิดแล้วก็ให้ปวดหัว เขาจดจำได้จากคู่มือนั้น ว่านักเขียนนาม กัญจนา มักสร้างตัวละครที่หน้าตาดู โดยเฉพาะตัวละครฝ่ายรับ ที่ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็มักมีเสน่ห์น่าลุ่มหลงและความซวยของเขา จากที่เคยเห็นเงาสะท้อนรูปลักษณ์ปัจจุบันตัวเอง ก็แทบอยากยกขามาก่ายหน้าผาก...


           เพราะมันดูเป็นนายเอกฝ่ายรับอย่างชัดเจน!! ไอ้คุณพระ!!

     

          หมิงเซียนลอบนวดขมับ หากบอกว่าเขาได้ใบหน้าจากไป๋หลัน สตรีผู้เป็นมารดาในตอนนี้ก็คงมิผิด...

     

            ลางสังหรณ์ร้องเตือนบอกเขาให้ระวัง...ระวังว่าตัวเองจากที่เป็นตัวประกอบตายตอนเดียวจบ จะกลายเป็นหนึ่งในคู่รองของพระนางในนิยายแทน


          ให้ตายเถอะ หวังว่าคงไม่มีตัวเอกที่ไหน โผล่มาแล้วปิ้งเขายามนี้หรอกนะ!ยามไม่มีฐานะอะไรแบบนี้ นับว่าอันตรายสุดขีด!


          แม้จะกังวลเรื่องรูปลักษณ์ แต่สติก็ต้องถูกดึงกลับมา เมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ ตามมาด้วยเสียงบานประตูเปิด 

 

          ชายผู้ปรากฎกายเป็นชายมีอายุ เขามองพวกหมิงเซียนอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับว่าไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น ก่อนจะตั้งสติได้เมื่อเห็นว่าตัวเองค้างนานเกินไป


          "เจ้าหนู..ข้าคือหลงจู๊ของร้านค้าเครือ หอการค้าเฟยหง นาม เหมาอั้น..แซ่ หยู..ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ที่เจ้าเอาศิลาปราณมาขาย.."อีกฝ่ายไม่กล่าวว่าศิลาปราณที่เขามาขายเป็นศิลาปราณระดับสูง...มาทว่าท่าทางแล้วอีกฝ่ายคงคิดว่าเขาไม่รู้กระมั่งว่าศิลาในมือที่เขาจะขายเป็นของระดับใด...ยิ่งคิดจากใบหน้าตัวเองและขนาดตัว คงคิดว่าเป็นเด็กคนหนึ่งมาขายของกระมั่ง..

          "ใช่แล้วท่านหลงจู๊...ข้าชื่อหมิงเซียน แซ่ เซี่ย..มีศิลาปราณระดับสูงมาขายให้ท่าน..."

          "โอ้ว...เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าศิลาปราณที่เจ้าเอามาจะเป็นระดับสูง.."เขากล่าวน้ำเสียงไม่เชื่อหวังให้อีกฝ่ายร้อนรน หากแต่ว่าหมิงเซียนไม่ใช่เด็กอย่างที่อีกฝ่ายคาด แตกต่างจากน้องชายที่ตอนนี้ถูกหมิงเซียนจับมานั่งตัก ที่มีสีหน้าเป็นกังวล

          "ท่านหลงจู๊...ศิลาปราณชิ้นนี้..ข้าได้มาเพราะเป็นมรดกของท่านปู่เหลือทิ้งไว้ให้...ใจจริงอยากเก็บเอาไว้เพื่อใช้ในการเลื่อนขั้นปราณของตัวเอง หากแต่ยามนี้ ข้ากับครอบครัวมีเหตุให้ต้องใช้เงินจำนวนมาก..จึงต้องนำออกมาขาย..ขอท่านเมตตา...ให้ราคาที่สมกับสินค้าที่ข้านำมาขายด้วย..."หมิงเซียนกล่าวกันเอาไว้ก่อน โดยมองสีหน้าของอีกฝ่าย

          "หากว่าสินค้าที่เจ้านำมาขายเป็นศิลาปราณระดับสูงจริงดั่งว่า ข้าย่อมให้ราคาสูงแน่นอน...ทว่าเจ้าต้องรู้ก่อนเด็กน้อย..ว่าศิลาปราณมีค่าความบริสุทธิ์ของมันเช่นเดียวกัน ถึงจะอยู่ในระดับสูง แต่ความบริสุทธิ์ต่ำ ราคาก็ต้องต่ำตามความเหมาะสมนั้นไปด้วย"หลงจู๊กล่าวด้วยท่าทางพอใจไม่น้อย กับความนอบน้อมของอีกฝ่าย 

          "ผู้น้อยเข้าใจดี..."หมิงเซียนว่าก่อนหยิบศิลาปราณสีฟ้าอมเขียว ประกายภายในนั้นสว่างใสบริสุทธิ์ เห็นพลังที่อัดแน่นอยู่ภายใน ก็ทำให้หลงจู๊ถึงกับหน้าซีด..เพราะนอกจากมันจะเป็นศิลาปราณระดับสูงแล้ว ความบริสุทธิ์นั้นแทบเต็มสิบส่วน..

          หะ..หายาก..หายากมากไปแล้ว..หากปล่อยให้หลุดมือ..นายท่านต้องฆ่าเขาแน่..

          ถึงกระนั้นหลงจู๊ก็พยายามตีหน้านิ่ง เพื่อหวังตัดกำไรของเด็กชาย...โดยหารู้ไม่ว่าใบหน้าเมื่อครู่ ไม่รอดสายตาของหมิงเซียนแม้แต่น้อย..

          "ข้าให้เจ้าได้ 100,000 ตำลึงทอง.."

          "500,000 ตำลึงทอง.."

          "นี้เจ้า!"

          "ท่านหลงจู๊..อย่าคิดหลอกลวงข้าเลย...ก่อนข้าจะเอามาให้ร้านของท่านได้ดู..ข้าได้นำไปให้หลายร้านได้ดูแล้ว.. พวกเขาบอกว่ามีศิลาปราณนี้นอกจากจะอยู่ในระดับสูงแล้ว ความบริสุทธิ์ยังเกือบเต็ม 10 ส่วน หลายคนที่ดี ต่างบอกให้ข้าเก็บเอาไว้เพื่อใช้เลื่อนพลังปราณของตัวเอง ส่วนใครไม่ดีก็แทบจะปล้นไปจากข้า กว่าจะมาถึงร้านท่านมิได้เบา...หากแต่เพราะข้าน้อยได้ยินเสียงคนต่างพูดกัน ว่าหอการค้าเฟยหง ของท่านนั้นค้าขายยุติธรรม แถมมั่งคั่งที่สุดในเมืองฟู่ฉ่าง ข้าเลยลองเสี่ยงนำมาขาย...มิเคยเลยว่าท่านจะกดราคาข้า...เสียชื่อจริงๆ..."คำพูดของเด็กชายคล้ายคำอวดดี ชวนโมโห แต่ไม่รู้ทำไมหลงจู๊แซ่หยูผู้นี้กับคิดว่ามันช่างฉลาดจนน่าเอ็นดูนัก...จึงได้ออกเสียงขำในคอออกมา

          "ไม่เลวๆ ...เจ้าเป็นเด็กฉลาด มีไหวพริบแถมยังรอบคอบ...ใช้ได้ๆ...แต่ที่ข้าให้ราคาเช่นนี้ เพราะเห็นเจ้าเป็นเด็กเป็นเล็ก..พกเงินมากเพียงนั้น เกรงจะพูดดักปล้น....หรือเจ้ามิกลัวถูกปล้น ถูกขโมยหรือไร"

          "ผู้น้อยย่อมกลัว..เพราะเช่นนั้น หากผู้อาวุโส เมตตาจะแบ่งเป็นตั๋วเงินให้ผู้น้อย ผู้น้อยก็จะถือเป็นพระคุณยิ่ง.."หมิงเซียนขยับยกยิ้มพิมพ์ใจ

          "เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์..."

          พวกเขาต่อรองราคากันอีกเล็กน้อย ลับฝีปากกันอีกนิดหน่อย เพราะหลงจู๊ต้องการลดราคาสินค้า แต่หมิงเซียนก็หาได้ยอมง่ายๆ กว่าการเจรจาจะจบลง ก็เป็นตอนที่เสียงท้องน้อยๆของหมิงลู่ดังขึ้นมา ด้วยความเขินอาย ทำให้หมิงลู่รีบยกมือขึ้นมาปิดใบหน้าแดงระเรื่อของตัวเองแทบจะในทันที

          "ขะ..ข้าไม่ได้หิวนะท่านพี่...."

          "...หมิงลู่ เจ้าหิวเจ้าก็บอกพี่ได้...เห็นหรือไม่..ท่านไม่ยอมจบเจรจาเสียที น้องข้าหิวแล้ว ตกลงจะเอาหรือไม่เอา..หากไม่ข้าก็จะไป.."โดยไม่อยากพูดมาก หมิงเซียนแกล้งทำท่าหยิบหินปราณของตนคืนมา ทว่ามือของหลงจู๊กับรีบเข้ามาคว้าข้อมือของหมิงเซียนก่อนเช่นกัน

          "ก็ได้ๆ...ให้ตายสิ..ข้าไม่เคยเจอเด็กที่ไหนไม่กลัวฟ้ากลัวดินเช่นเจ้าเลย..ข้าทั้งขู่ ทั้งโยนหมากหลอกล่อเจ้า..ก็ยังไม่ลดละ...ใจกล้าเช่นนี้ อยากรู้นัก ผู้ใดสั่งสอนเลี้ยงดูเจ้ามากัน...ช่างสอนได้ดีนัก....."คำกล่าวของหลงจู๊ จะมองว่าแรงก็แรง หากแต่ดูจากน้ำเสียงการพูดจาแล้ว ออกไปทางเอ็นดูจนเขารู้สึกหมั้นเขี้ยวในตัวเด็กชายมากกว่า เพราะฝีปากมันดีไม่ใช่เล่น จากนั้นเขาก็หันไปสั่งให้คนของเขาไปเอาเงินจำนวน 500,000 ตำลึงทองมา โดยแบ่ง 400,000 ตำลึงทองเป็นตั๋วเงิน และ 100,000 ตำลึงแบ่งเป็น 2 ถุงให้..

          "ขอบคุณท่านอาวุโสที่ใส่ใจ..."หมิงเซียนอดไม่ได้ที่จะขอบคุณปนแปลกใจที่เห็นอีกฝ่ายจัดการเปลี่ยนตำลึงทองให้เป็นตั๋วเงินกับแบ่งเงินใส่ถุงให้เขาเสร็จโดยไม่ต้องบอก

          "หึ..ข้าแค่เอ็นดูเจ้าเด็กบนตักเจ้าต่างหาก ... เห็นหากเอาเงิน 500,000 ตำลึงทองให้เจ้า...คงมิพ้นคำเจ้าที่บอกขอเอาไว้ก่อนหน้านี้ ข้าก็เลยตัดปัญหาสั่งพวกนั้นให้เจ้าเสีย จะได้ไม่เสียเวลา.."ปากบอกแบบนั้น แต่นัยตาชื่นชมตัวของหมิงเซียนอยู่ประมาณหนึ่ง

          "ขอบคุณท่านมากจริงๆ ที่ใส่ใจน้ำคำของผู้น้อย....ไหนๆก็ไหนๆ ท่านดูจะใจดีกับผู้น้อยขึ้นมาบ้างแล้ว พอจะแนะนำร้านอาหารดีๆให้ผู้น้อยกับน้องได้หรือไม่.."หมิงเซียนมองเห็นประกายตาของอีกฝ่ายก็ให้เข้าประจบหน่อยๆ ยังไงเขาก็เป็นเด็ก สร้างความเอ็นดูไว้ดีกว่าความเกลียดชัง

          "ชิชะ..ไอ้เด็กนี้..เห็นข้ามองเจ้าด้วยสายตาดีขึ้นมาหน่อย ทำพูดประจบ..เหอะ..โรงเตี๊ยมตรงหัวมุมนั้น ได้ชื่อว่าเป็นโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดของเมืองนี้...มีเงินมากระดับเจ้า..คงได้พักห้องที่ดีและปลอดภันที่สุดแน่นอน.."

          "เอ๋...โรงเตี๊ยมที่ว่าเนี้ย คงมิใช้โรงเตี๊ยมที่อยู่เครือหอการค้าของท่านหรอกกระมั่ง..?"

          "เสียใจด้วย มันใช่...แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร...เจ้าหนู"

          "หึหึ...ผู้น้อยขอกล่าวคำ...ก่อนหน้าที่ผู้น้อยจะนำของมาขายในร้านท่าน..ผู้น้อยได้ออกเดินชมรอบเมืองนี้อยู่หลายชั่วยาม ...พอจะสังเกตุเห็นสัญลักษณ์ที่เหมือนกับร้านท่านประดับอยู่บนหน้าจั่วร้านอยู่สองร้านใหญ่ คือที่นี้...กับโรงเตี๊ยมที่ผู้น้อยได้ยินมาว่าดีทีสุดในเมืองฟู่ฉ่าง"

          "ช่างสังเกตุๆ..แบบนี้สิยิ่งน่าสนใจ จะว่าไปเจ้ามีเพียงแค่ 2 คนพี่น้องเช่นนั้นหรือ...ลำบากเช่นนี้มิคิดเข้ามาเป็นคนทำงานรับใช้ตระกูลหวังหรือ ตำแหน่งคนหาของให้กับหอการค้านายท่านข้ายังว่าง"คำพูดของอีกฝ่ายทำให้หมิงเซียนชะงักกึกไปชั่วขณะ ให้ตายเถอะ...นี้เขาไปเหยียบกับระเบิดเข้าให้แล้วไหมฟระเนี้ย!!

          "ไม่ล่ะ...ตามจริงผู้น้อยไม่ได้มีเพียงหมิงลู่เท่านั้น หากแต่ยังมีมารดาและน้องสาวที่ต้องดูแล เกรงว่าหากทำงานให้ท่านแล้วคงไม่มีเวลาดูแล อีกทั้งงานหาของก็คงต้องเดินทาง..ผู้น้อยห่วงมารดากับน้องยิ่งนัก...ขอบคุณผู้อาวุโสที่เมตตา.."หมิงเซียนพูดรีบลุกขึ้นมาโดยอุ้มหมิงลู่ไว้ข้างตัว....ท่าทางเตรียมหนีเช่นนี้ หลงจู๊เห็นก็ได้ให้รู้สึกขำ..

          "อือ..คำพูดเจ้านี้ช่างแปลกประหลาดแลดูย้อนแย้งกันไปมา มีน้องและมารดาต้องดูแล สมควรปักหลักปักฐานเสียที่เมืองนี้ เป็นคนของตระกูลหวังย่อมไม่มีใครรังแกเจ้า งานหาของหรือ หึ..พวกเจ้าแค่มองข้าก็รู้ว่าอายุไม่กี่ปี จะให้ไปหาของสำคัญหายากได้อย่างไร เห็นเช่นนี้แต่นายท่านหวังก็มีคุณธรรม ชื่นชอบคนกตัญญู....พวกเจ้ากระทำตัวดั่งกระต่ายตื่นตูมเช่นนี้...เห็นทีคงมิชอบการถูกจับใส่กรงมากกว่ากระมั่ง...."

          "มิผิดๆ...ท่านอาวุโสกล่าวได้ถูกต้องแล้ว ตัวผู้น้อยไม่คิดอยากจะอยู่ในสังกัดของผู้ใด แม้ว่าจะเห็นนายท่านของผู้อาวุโสกว้างขวาง แต่ตัวผู้น้อยยังเยาว์นัก ไม่อยากแบกรับเกินตัว...อีกทั้งผู้น้อยพึ่งจะมาถึงเมืองแห่งนี้ ....ขออภัยผู้อาวุโสหากการกระทำของผู้น้อยเป็นการล่วงเกิน แต่คงต้องขอปฎิเสธไปก่อนจริงๆ...และขอบคุณสำหรับการค้าครั้งนี้..มีโอกาสหากหน้าผู้น้อยได้ของดีมาอีก..จะรีบนำมาขายให้ท่านแน่นอน.."ไม่ทันที่หมิงเซียนจะพูดจบ เสียงของใครบางคนดังขึ้นมาเสียก่อน..

          "หากเป็นเช่นนั้น...ก็รับสิ่งนี้ไป..."น้ำเสียงและรูปร่างท่าทางของชายหนุ่มสูงโปร่งรูปงาม ท่าทางภูมิฐานผสมกับเจ้าสำราญหน่อยๆ คะเนอายุน่าจะเท่ากับมารดาของหมิงเซียนในตอนนี้ อยู่ๆปรากฎตัวออกมา อย่างกระทันหัน ทำให้หลงจู๊รีบขยับตัวลุกขึ้นมา หันไปทำความเคารพอีกฝ่าย แตกต่างจากหมิงเซียนที่กระโดดถอยหนีจากที่เดิมที่ตนนั่งมาสองก้าว..เพราะการปรากฎตัวของอีกฝ่ายกระทันหันเกินไป ไม่รวมว่าอีกฝ่ายจู่ๆก็เดินมาวางของบางอย่างบนโต๊ะด้วย สัญชาตญาณระวังภัยของหมิงเซียนเลยทำงานโดยไม่รู้ตัว

          ไม่ต้องให้เดา หมิงเซียนก็พอจะเดาได้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใครหากไม่ใช่...

          "นายท่านหวัง"คำเรียกของหลงจู๊ ทำให้หมิงเซียนแถบจะหันไปยกนิ้วชี้อีกฝ่าย และตะโกนออกว่า 'ตรูว่าแล้ว!!!'

          นี้ดวงเขามันดีอะไรเบอร์นี้!! ไอ้คุณพระ!!

          หากเป็นคนอื่น อาจจะคิดว่าการเจอคนใหญ่คนโต เจอแบล็คหนุนหลังอาจจะเป็นเรื่องดีงามพระรามแปด ได้เพิ่มความเทพทรูให้กับตัวอง แต่ขอโทษเถอะ ไอ้คนที่เป็นแบล็กให้ส่วนใหญ่พวกนั้นไม่ใช่หรอที่สุดท้ายดันกล่าวเป็นพระเอกหรือพระรองของเรื่องไม่ใช่หรือไง!!

          ไม่สิ..นั้นไม่ใช่ประเด็นทั้งหมด ประเด็นสำคัญจริงๆ คือตัวเขาที่รู้สึกเสียวสันหลัง ใบหน้าเขาตอนนี้ถูกเปิดเผย แม้ไม่อยากบอกหลงตัวเอง แต่งามขนาดนี้ไม่ต้องตาอีกฝ่ายก็บ้าแล้ว ยิ่งเมื่อลอบมองสายตาอีกฝ่ายที่จ้องมาความเสียวเอกราชตัวเองก็พลันให้สะดุ้งกายเป็นพักๆ

               ไอ้แบบนี้น่ะ แปลว่าอีกฝ่ายแอบฟังเขาพูดคุยอยู่กับหลงจู๊มานานแล้ว และเกิดถูกใจนิสัยใจคอของเขาเข้าให้.. 


ถึงปากจะบอกว่าที่ๆเขาอยู่ตรงนี้จะเป็นนิยายแบบชายหญิงปรกติ แต่อย่างที่เคยบอกไง ต้องย้ำไหม!...ว่านักเขียนนามปากกา กัญจนา ที่เขียนนิยายเรื่องนี้ แท้จริงแล้วเป็นพวกชอบแทรกคู่ชายชายเข้ามาในเรื่องที่ตัวเองแต่งมากที่สุด...ดั่งคำกล่าวคุณนางท่านว่า 'นิยายดีต้องมีวาย จะน้อยจะมากก็ต้องมีเป็นสีสัน'


          เออครับ...ไม่ว่าขอรับท่าน แต่อย่างน้อย ไอ้คนที่ต้องถูกจับวายต้องไม่ใช่เขาสิ แล้วไอ้สายตาที่มองหน้าเขาซ้ำๆนี้ จะมองทำไม!!!!

          ด้วยความระแวงขั้นสุด หมิงเซียนไม่รู้ว่าเนื้อเรื่องตั้งแต่เขาปรากฎตัวในโลกนี้ เรื่องราวมันจะเปลี่ยนไปเช่นไร เผลอๆอาจจะเปลี่ยนไปสุดขั้ว พอคิดได้แบบนั้นหัวสมองของเขาก็ทำการประมวลผลอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด...ถึงข้อดีข้อเสียง

          จริงอยู่หากเขาได้อีกฝ่ายหนุนหลัง ชีวิตน้องชายน้องสาวเขาสบายแน่นอน..เผลอๆอีกฝ่ายดูเป็นคนกว้างขวางอาจช่วยตบเกรียน พระเอกนางเอก ผู้เป็นบิดาและแม่เลี้ยงให้กับเขาได้รวดเร็วก็จริง..

          แต่ไอ้ที่ห่วงน่ะคือตัวเขา แม้ว่าอีกฝ่ายจะดูแล้วอายุมากกว่าเขามากจนน่าจะอายุเท่าแม่เขาในร่างนี้ แต่มันก็ยังมีคำว่า โคแก่กินหญ้าอ่อนไม่ใช่หรือไง!!

          ตายๆ...เขาจะกลายเป็นตัวประกอบที่ดันไม่ใช่ตัวประกอบธรรมดาอีกต่อไปใช่ไหม เพราะจะถูกจับให้เป็นคู่ชายชายแบบน้ำจิ้มเสริมสร้างสีสันในเรื่องต่างหากเล่า!! ยิ่งอีกฝ่ายหน้าแก่กว่าเขาในโลกก่อนไม่มากแบบนี้ ชัวร์เลย ไม่ตอนจบคู่กับเขา ก็ต้องกลายเป็นพระรองเพื่อนเลิฟ..

          ไม่ว่าอย่างไหนก็ไม่เอาโว้ย!! เห็นแบบนี้แต่ก้นของเขาก็มีไว้เพื่อหัวหน้า หัวหน้าไม่อยู่แล้ว สารภาพรักหรือก็ยังไม่ได้ทำเพราะตายก่อน...ตั้งใจแน่วแน่ชาตินี้จะขอโสด หากตายอีกรอบ จะได้เกิดเป็นคู่กับหัวหน้าที่เขารักจริงจัง เพราะฉะนั้นไม่ได้!!

          ท่าทางของหมิงเซียนที่ดูนิ่งไปและดูตื่นๆจากความคิดฟุ้งซ่านที่ไม่รู้โผล่มาได้ยังไง ทำให้หลงจู๊รวมไปถึงคนอื่นๆมองอย่างมึนงง เป็นหมิงลู่ที่เรียกสติอีกฝ่ายให้กลับมา "ท่านพี่...ท่านพี่ขอรับ"

          "หะ..หือ..เออ..ขอโทษลู่เอ๋อร์..พี่ตกใจมากไปหน่อยน่ะ.. เสียมารยาทต่อทุกท่านแล้ว...หมิงเซียนต้องขออภัยจริงๆ..."หมิงเซียนขยับยกยิ้มแหะๆก่อนจะหันไปกล่าวกับหลงจู๊และผู้ชายหน้าหล่อที่ยืนมองเขาด้วยสายตาประหนึ่งบอกว่า 'ข้าคือตัวละครสำคัญที่มีเสน่ห์ยิ่ง หากเจ้าต้องการมากกว่านี้ข้าพร้อมเปย์ ....จงมาเป็นเมียข้าสิ'

           หึ..ฝันเถอะ เห็นแบบนี้แต่เขาก็ชอบหนุ่มหล่อมาดเข้มมากกว่านี้เพราะมันร้าวหัวใจเขายิ่งนัก..แต่ก็อีก..หัวใจนี้นอกจากยกให้หัวหน้าในโลกก่อนไปแล้ว ตอนนี้ก็เปลี่ยนมายกให้น้องๆผู้เป็นภารกิจสำคัญในชีวิตเขาไปหมดแล้ว!! ไม่เหลือที่ให้ใครหรอกจะบอกให้!!

          "หมิงเซียน...นายท่านเมตตา..ให้เจ้าพกตราลูกค้าชั้นหนึ่งของหอการค้าเฟยหง ก็รีบรับเอาไว้เร็วเข้า...มันจะทำให้จากนี้หากเจ้าเข้ามาติดต่อค้าขายก็จะกระทำได้ง่ายขึ้น..หรือหากมีปัญหาธุระกิจอันใด..หากไม่เหนือบ่ากว่าแรง ก็จะเข้าช่วยเหลือ นับเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน...เอ้าเร็วเขารีบรับไปสิ.."หลงจู๊กล่าว แม้ลึกๆจะอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นนายท่านของตนเองตราลูกค้าชั้นหนึ่งให้กับเด็กชาย..จริงอยู่ว่าหินปราณของเด็กชายตรงหน้าจะมีค่ามาก..แต่ก็ใช้ว่าจะมีอีก..อย่างมากก็คงอีกเพียงชิ้นสองชิ้นเท่านั้น..

          "จะ..จะดีหรอ..คือ..ข้า เอ๊ย! ผู้น้อยไม่คิดว่าจำเป็นต้องให้ถึงกับชั้นหนึ่งก็ได้..หากมีของมาขายอีกอาจไม่ได้มีค่ามากขนาดนั้น ขอเป็นชั้นสามชั้นสี่ก็.."

          "หากเจ้ารับไป..ไม่เพียงแต่จะทำให้การติดต่อซื้อขายง่ายขึ้น เจ้ายังได้สิทธิการเข้าร่วมประมูลอีกด้วย หากมีของเจ้าได้ออกประมูล เจ้าจะได้เงินค่าประมูลนั้นจำนวน 5 ส่วนต่อ 10 ส่วน..แต่หากเป็นลูกค้าระดับชั้นอื่น จะได้เพียง 1 หรือ 2  ส่วนเท่านั้น...ข้าเห็นเจ้าฉลาดและดูจะสามารถหาของเก่งจึงมอบโอกาสรวยให้..หากไม่เอาก็ไม่เป็นไร...แต่ถ้าข้าประมูลศิลาปราณของเจ้าที่ซื้อมาในวันนี้ได้ราคามากกว่า 500,000 เหรียญทอง เจ้าก็อย่ามาอ้างสิทธิ์ขอเงินส่วนแบ่งกับข้าเพิ่มก็แล้วกัน.."ได้ยินแค่นั้น หมิงเซียนก็เผลอตัวรีบไปคว้าหยิบตรานั้นมาในทันที...

          "หากท่านพูดจริงข้าน้อยก็จะเก็บเอาไว้...มิใช่เพราะข้าน้อยโลภ หากแต่เพราะตอนนี้ข้าน้อยเป็นเสาหลักของครอบครัว มีชีวิตต้องกินต้องใช้จ่ายมากไป...มีเกินดีกว่าขาดคือคติของข้าน้อย ....ขอบคุณนายท่านหอการค้าเฟยหง"หมิงเซียนกล่าวออกไปก่อนจะมองอีกฝ่ายที่ขยับยกยิ้มเล็กน้อย..

          "ดี...ตัวเพียงแค่นี้ แต่ว่าต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว...น่าชื่นชมจริงๆ ....เช่นนั้นข้าจะรอสินค้าใหม่ที่เจ้าหามา.."

          "ขอรับ..ขอบคุณนายท่านมากจริงๆ...หากท่านประมูลศิลาปราณของข้าน้อยเมื่อใด...โปรดแจ้งด้วย....ข้าน้อยอยากจะเข้าร่วมชมประมูลด้วยสักครั้ง.."หมิงเซียนกล่าวว่าจาฉะฉานน่าชื่นชม ทำให้นายท่านแซ่หวังเจ้าของหอการค้ารู้สึกชื่นชม ยิ่งใบหน้าของอีกฝ่ายคล้ายกับใครบางคน เขายิ่งรู้สึกพอใจ ส่งเสริมเด็กกตัญญู คือความชอบของเขา..

          "ได้.."สิ้นคำของนายท่าน หมิงเซียนก็ได้เวลาขอตัวออกไปจากร้าน และเมื่อคล้อยหลังอีกฝ่ายไปแล้ว หลงจู๊จึงได้มีโอกาสสอบถามถึงที่มาว่าเหตุใด อีกฝ่ายถึงได้มอบตราชั้นหนึ่งให้กับเด็กชาย แทนที่จะเป็นชั้นอื่น

          "ข้าเพียงรู้สึกถูกใจเลยมอบให้ไปเพียงเท่านั้น....."

          "ถูกใจหรือขอรับ...แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ออกจะ.."ไม่ทันที่หลงจู๊จะพูดจบก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อนายท่านของเขายกมือขึ้นห้าม..

          "นานแล้วที่ข้าไม่ได้ถูกใจใครเช่นนี้......อีกอย่าง..เจ้าจะบอกว่าไม่เชื่อในสัญชาตญาณของข้าและตระกูลหวัง อย่างนั้นหรอ.."ดวงตาคมกริบทำให้หลงจู๊รีบก้มหน้างุดในทันที

          ด้วยหากออกปากพูดอะไรออกไป..คงมิแคล้วได้ตกตายแน่แท้..โดยเฉพาะอย่างยิ่งดูถูกความสามารถประจำตระกูล หวัง ที่ว่ากันว่า มีลางสังหรณ์ในสัญชาตญาตตัวเองแม่นเป็นที่สุด และเพราะความสามารถนั้น ทำให้พวกเขามีอำนาจไม่น้อยไปกว่าฮ่องเต้แคว้นโซ่ว ไม่สิ..เผลอๆอาจจะมีมากกว่าเสียด้วยซ้ำไป. ช่างน่าเสียดายที่สกุลหวัง แม้นมีอำนาจ แต่ทายาทสืบสกุลนั้นไม่มี พี่น้องบิดามารดา นายท่านหวังล้วนตกตายหมดสิ้นไปหลายปีดีดักราวกับต้องคำสาป

         บางคนถึงกับเอาไปเล่าลือ ว่านีเกระมั่งเป็นสาเหตุให้นายท่านหวังคนปัจจุบัน ย้ายตนเองมาอยู่ ณ เมืองชายแดนใต้แห่งนี้.....ทั้งที่จริงๆก็มิได้เป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย...

          "ดี...ส่งคนของเราไปจับตาดูเขาเอาไว้หน่อย...หากมีคนคิดรังแกก็ให้เข้าช่วยเหลือ มีอะไรก็ให้รายงานข้าอย่าได้ขาดตกไปแม้แต่เรื่องเดียว.."สิ้นคำอีกฝ่ายพูดจบเจ้าตัวคนพูดก็เดินก้าวออกไป โดยไม่ได้หันมาสนใจใบหน้าของหลงจู๊ ที่มองตามหลังอีกฝ่ายด้วยความตกตะลึง...เพราะผ่านมานอกจากศิษย์น้องของนายท่านแล้ว ก็มิเคยมีสตรีนางใดหรือใคร ที่ทำให้นายท่านสนใจเท่าครั้งนี้...

          โอ้ว..สวรรค์ นี้มันต้องเกิดอาเพศใดขึ้นแน่..นายท่านของข้าถึงสนใจผู้อื่น หากแต่มันคงเป็นการดีที่เขาควรส่งเสริมมากกว่านี้ ถ้าคนที่นายท่านสนใจมิใช่เด็กชายเช่นนี้!!!

          โอ้วสวรรค์ นายท่าน..ท่านจะชอบสตรีนางใดก็ได้ แต่มิใช่เด็กชายเช่นนี้ .นายท่านต้องไม่เป็น ต้วนซิ่ว[1] นะขอรับ!! นายท่าน!!!

TBC
          กระอักเลือด/มาลงแล้วจ้า ก่อนจะหายตัวไปปั่นอีก 2 เรื่องต่อ ขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผู้เขียนนะค่ะ ไม่รู้ว่าเขียนอยู่มันสนุกไหม ดูเรื่อยๆไปหรือเปล่า น่าเบื่อไหม ยังไงบอกกันได้นะ แต่อย่าใช้คำรุนแรงนัก เดี๋ยวผู้เขียนจะกระอักเลือดได้ ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง และหวังว่านิยายเรื่องนี้จะมอบความสุขให้กับท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะค่ะ แล้วเจอกันจ้า!!

ปล. ต้วนซิ่ว แปลตรงตัวว่า "ตัดแขนเสื้อ" เป็นคำที่มีความหมายแฝงถึง ชายที่ชอบบุรุษแบบเดียวกัน นั้นเองจ้า...สามารถหาข้อมูลเพิ่มได้ใน Google เน้อจ้าท่านผู้อ่านที่รัก^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 522 ครั้ง

517 ความคิดเห็น

  1. #483 tunty0505 (@tunty0505) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 14:08
    ไปเรื่อยมากน้อง5555
    #483
    0
  2. #476 kikomako (@kikomako) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 04:09
    นีเกระมั่ง คืออันหยังอ่ะไรท์ แปลไทยเป็นไทยที
    #476
    1
    • #476-1 b_blackhole_ (@b_blackhole_) (จากตอนที่ 3)
      15 ตุลาคม 2562 / 13:42
      เดาว่าคง นี่กระมัง มั้งเราเดาค่ะ
      #476-1
  3. #450 Blueheart (@Bananabaot) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 18:43
    อาจจะมีซัมติงกับท่านแม่ก็เป็นได้
    #450
    0
  4. วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 19:18
    ผะ ผะ โผล่มาแล้ว ขาทองคำเลี่ยมทอง!
    #388
    0
  5. #351 ไคซากิ ไคยะ (@sarunrath) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 17:53
    หลงจู๊! ที่ควรกังวลไม่ใช่ต้อวซิ่วววว น้องยังเด็กก5555
    #351
    0
  6. #249 โคมวิเศษ (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 21:00
    อ่านตอนนี้ก็จะมึนๆหน่อย แอบเอ็งเพ้ออะไร แบบตัวเองสวยมากหล่อมากรึ ยังเด็กอยู่และใส่เสื้อคลุมไม่ใช่เหรอ ตกใจไปได้ เพ้อเจอมากค่ะ

    มีคำขาดๆเกินๆด้วยค่ะ
    #249
    4
    • #249-3 Mayahara HiBird Stella (@mayahara) (จากตอนที่ 3)
      10 ตุลาคม 2562 / 00:34
      ตามเนื้อเรื่องนี่เขาบอกถอดเสื้อคลุมก่อนเข้าห้องส่วนตัวนี่
      #249-3
    • #249-4 tunty0505 (@tunty0505) (จากตอนที่ 3)
      13 ตุลาคม 2562 / 14:07
      ถอดแล้วจ้ะ ถอดก่อนเข้าห้อง...
      #249-4
  7. #247 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 20:32
    สนุกมาก
    #247
    0
  8. #241 paprika5301 (@paprika5301) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 15:41
    น่าติดตามมาก
    #241
    0
  9. #217 +Busshetta+ (@night-butter) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 22:57
    ตื่นตูมเกินไป จนดูหลงตัวเอง หากมีการบรรยายสักหน่อยว่ารู้ว่า ตลค นี้เป็นคนยังไงจะพอเข้าใจได้ แต่อ่านๆมา มีแต่เดากับคิดไปเอง ไม่ทราบว่า พิมตกหล่น หรือ รีบจนลืม แต่ก็สู้ๆนะ ไว้รีไรต์ค่อยแก้ก็ได้
    #217
    0
  10. #181 i'mtheONE (@weareoneexo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 12:22
    ที่แท้ก็ชอบหัวหน้า มิน่าล่ะ...
    #181
    0
  11. #152 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 02:21
    เมฆอย่าเพิ่งตื่นตูม5555
    #152
    0
  12. #146 xanadu (@yackety) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 07:32
    สนุกมากค่ะ
    ปล สังเกต ไม่มีสระอุนะคะ
    #146
    0
  13. #139 Arvakr_Elf (@Arvakr_Elf) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 20:29
    เคะน้อยตีตนไปก่อนไข้เกินไปแล้ว อ่านดี ๆ จะรู้สึกว่าหลงตัวเองเกินไปด้วย

    คุณท่านผู้นั้นก็อวยเคะเกิน ถ้าจะให้เหตุผลว่าใช้สัญชาตญาณ คู่แห่งโชคชะตา พรหมลิขิต ก็เกินไปละมั้งแค่แอบฟัง คุย แค่แปปเดียวเอง
    #139
    0
  14. #135 MORNINGGLORY08 (@MORNINGGLORY08) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 17:37
    ชอบคำพูดคำจาของน้องฉลาดมากๆ

    ///ท่านแม่เป็นศิษย์น้องหรือปล่าววว
    #135
    0
  15. #98 aka-ae (@aka-ae) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 18:52
    เก่งจ้า
    #98
    0
  16. #56 CREAM048 (@CREAM048) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 21:11
    คำผิดจ้า~
    สังเกตุ-สังเกต
    #56
    0
  17. #7 S2O3 (@sornsawanean) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 19:37
    ไอคุกๆๆๆ
    #7
    0
  18. #6 sir_chad (@sir_chad) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 19:20

    ติดตามนะคะ

    ปล. คำผิดเยอะเลยค่ะ แต่ที่ต้องแก้ด่วนคือ ดูเอ็น... เอ็นดู สิ

    #6
    0