ภารกิจคุณพี่ชาย...ชีวิตนี้เพื่อน้อง!! [YAOI]

ตอนที่ 11 : ภารกิจที่ 10 : คนเสน่ห์แรงก็เหมือนท่าน้ำที่ไม่ขาดเรือ?!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,945
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 526 ครั้ง
    25 ก.ย. 62


            

                                                รูปขององค์ชาย 5 แห่งแคว้นผิง นาม จิ้นเฉียน                      รูปชินอ๋องแห่งแคว้นไท่ นาม ซุ่นหลง
(ขอบคุณรูปสวยๆจากhttps://i.pinimg.com/originals/64/f3/ca/64f3ca3c6396912c168a205c12c24fc9.jpg และhttps://i.pinimg.com/originals/db/b4/7b/dbb47b5bbef7bdf367cfa70acec319bc.jpg )
 
          หมิงเซียนรู้สึกว่าคิ้วข้างขวาของเขาไม่ยอมหยุดกระตุกมาตลอดเลยหลังจากที่เดินทางกลับมาถึงบ้านสกุลเซี่ยและเหมือนยิ่งกระตุกหนักกว่าเดิม เมื่อเขาได้เข้าพบกับกลุ่มคนผู้เป็นแขกของบ้าน ซึ่งเหมือนจะเพิ่มเติมจากเดิมมา 1 กองคนใหญ่ นั้นคือแขกจากสำนักอัคคีแห่งจิ้วหั๋ว

          คล้ายความกระจ่างถึงลายเสื้อที่แบ่งแยกของคนที่เคยเดินขนาบข้างเขา แวบเข้ามาในหัว...ด้วยก่อนหน้านี้สังเกตุเห็นหยกประดับพู่ห้อยที่ติดข้างเอวทั้งคู่ ดูแล้วไม่เหมือนกัน จะว่าเป็นคนละสกุลก็คงมิใช่ ปล่อยความคิดเลยไปอีกนิดก็พอจดจำได้ว่า พวกเขาอยู่คนละสำนัก..

          ถึงกระนั้นก็เถอะ เขาไม่คิดว่าคนอารมณ์ดีผู้นั้น แต่งกายเสียออกสว่างด้วยโทนส้มขาว จะเป็นศิษย์สำนักธารสีชาตแห่งซุ่นไป๋ ส่วนคนที่หน้านิ่งประดุจมีญาติฝั่งไหนเป็นรูปปั้น ก็แต่งตัวด้วยชุดธีมขาวดำประหนึ่งว่ามีญาติฝั่งไหนเสีย ต้องไว้ทุกข์ตลอดชีวิต คนนั้นจะเป็นศิษย์สำนักอัคคีแห่งจิ้นหั๋ว..

          ความสลับชวนสับสนเช่นนี้...มิทราบว่าเป็นกลวิธีสยบพวกสอดรู้หรือไม่!!

          ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ด้วยมารยาทแล้ว เด็กชายไม่อาจกล่าวถามเช่นที่ติดหรือกระทำดั่งที่อยากทำได้..ด้วยเห็นแก่หน้าวงศ์ตระกูลและผลประโยชน์ของน้องน้อยทั้ง 2 เป็นหลัก หึ..ก็ลองมองดูเอาสิ ออร่าแต่ละผู้ในห้องโถงนี้ มีใครฉายความสามัญกับเขาบ้าง!! 

          เผลอๆให้ลองพูดเล่นไป...ใครสักคนในนี้อาจเป็นฮ่องเต้ หรือฮองเฮา องค์หญิงหรือคนมีหน้ามีตาของแคว้นอื่น ก็เป็นได้!...เพราะฉะนั้นประจบสิครับรออะไร...บ้านมีเสาเอกแล้ว แต่ใช่ว่าจะเสริมด้วยซีเมนต์ไม่ได้...หน้าหนาเข้าไว้ เพื่อน้อง..ท่องไว้เข้าใจหรือไม่!

          ถึงจะบอกว่าสำนักพงพีคีตาแห่งอวิ้นหลินจะเป็นสำนักในอนาคตของน้องชายเขาก็เถอะ..แต่ว่าสำนักนั้นจะเทียบกับสำนักในตำนานเช่นนี้ได้อย่างไร!!...เมื่อเห็นของที่ดีกว่า..ใครบ้างไม่อยากได้หะ!

          "ดูเป็นเด็กที่สง่างามเกินวัยจริงๆ...สมกับเป็นลูกของศิษย์น้องหญิง"เสียงชื่นชมดังออกมาจากปากของศิษย์พี่ถิงหลิว ที่มองหมิงเซียนด้วยความพึ่งพอใจ เพราะนอกจากความสามารถอย่างที่ได้ยินมาแล้ว หน้าตาก็นับว่าไม่เหลวเหมาะสมกับลูกชายบุญธรรมของนางยิ่งแล้ว

          "นั้นสินะ..ท่าทางสง่างาม หึ..วัยเพียงเท่านี้แต่ผ่านอะไรมากมาย..นับว่าเก่งกาจจริงๆ"ฮ่องเต้แห่งแคว้นไท่ในคราบของศิษย์เอกของเจ้าสำนักอัคคี อดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชม เมื่อเห็นอีกฝ่าย

          นี้ล่ะว่าที่ชินหวางเฟยของน้องชายเขา..

          น้ำเสียงคำชื่นชมของคนทั้งสองและอีกหลายๆคนก่อนหน้า บอกตามตรงแม้ว่าจะทำเอาหมิงเซียนรู้สึกหนาวสันหลังวาบ ลากลงไปถึงแก้มก้น..หากไม่ทะลุไปถึงทรวงในก็นับว่าเมตตายิ่งแล้ว..

          นั้นทำให้หมิงเซียนหันไปมองหน้ามารดา เหมือนถามว่านี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?....ทว่าคำตอบที่ได้กลับเป็นที่น่าฉงนมากกว่า เมื่อมารดาของเขาเบี่ยงหน้าไปทางอื่นราวกับนางมีความผิดติดตัว คิ้วบางก็ยิ่งกระตุกหนัก หันไปมองว่าที่บิดา ที่กระแอ่มไอออกมา และพูดจาเปลี่ยนเรื่องราว ชักชวนทุกคนทานอาหารเย็น ที่เหมือนจะได้เวลามาพอเหมาะพอเจาะ

          ทุกอย่างมันคงเป็นอะไรที่ปรกติดี หากว่าเขาไม่ถูกจัดให้มานั่งโต๊ะอาหารในวันนี้ไม่แยกเป็นวงผู้อาวุโสกับผู้เยาว์..แน่นอนว่าเขาจะรู้สึกสบายใจ แม้ว่าตัวเองจะถูกแยกวงมานั่งโต๊ะผู้เยาว์ โดยมีน้องชายของเขา หมิงลู่มาด้วย

          แต่การกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเหล่าสหายศิษย์พี่ของมารดาแลบิดา ทั้งร่วมสำนักและมิร่วม กลับลากให้น้องชายของเขาไปนั่งโตีะของพวกเขาด้วย เพราะความเอ็นดู...

          สรุปสุดท้ายแบบสรุปง่ายๆเลย...คือเขาดันได้มานั่งอยู่กับ 2 ตัวอันตรายที่คิดจะจรลีหนีมาตั้งแต่เจอหน้าครั้งแรกแล้วต่างหาก!! นี้หรือไม่ที่เขาเรียกว่ายิ่งไม่อยากพบหน้าก็ยิ่งเจอ!

          "เจ้าเป็นว่าที่ศิษย์น้องของข้าสินะ...น่ายินดีจริงๆเลยนะ..ได้ยินว่ามีธาตุลมงั้นสินะ..ข้าน่ะมีธาตุน้ำ เจ้ากับข้ารวมกันเราสามารถเรียกลมเรียกฝนได้เลยนะ...ช่างน่ายินดีจริงๆ"ศิษย์พี่จิ้นเฉียนกล่าวพลางยกยิ้ม มือไวจับไม้จับมือของหมิงเซียนขึ้นมาจับดวงตาเป็นประกาย จนคนถูกมองต้องหันไปทางอื่นและยิ้มแห้งๆ 


          "ขอรับ..คงเป็นเช่นนั้น"พี่ครับทำไมพี่สกิลชิฟเก่งแบบนี้ครับ ไม่เห็นต้องขยับมากอดคล้องคอเขาแบบนี้เลยนี้นา...

          "ข้าว่าพายุเสียมากกว่า..."น้ำเสียงนิ่งๆของคนนั่งอยู่อีกด้านกล่าวก่อนเริ่มคีบผักใส่จานทานเป็นอย่างแรกด้วยท่าทางสงบนิ่ง...ครับพี่..เอาที่พี่สบายใจ..เคี้ยวได้เอื้องมากขอรับ..ชาติหน้าจะกินหมดไหมครับ

          "ทำเป็นพูดไปศิษย์พี่ซุ่นหลง หากข้ากับน้องเซียนทำได้จริง..ท่านพี่ต้องตะลึงตาค้างแน่...ต่อให้ธาตุสายฟ้าของท่านที่ว่าแข็งยิ่งกว่าคนธาตุหินก็ตาม ก็ไม่อาจเอาชนะเราสองคนศิษย์พี่ศิษย์น้องจิ้งเซียนได้หรอก!!ฮ่าๆๆ"

          พี่ครับ..พี่เอาชื่อข้ากับชื่อพี่ไปตั้งเป็นทีมกันนี้ ขออนุญาตข้าตอนไหนครับ..และก็พี่ครับ..ถ้าคุณชายท่านเป็นธาตุสายฟ้า พี่เป็นธาตุน้ำ..ข้าว่าคนเสียเปรียบมันพี่นะครับ ไม่ใช่ข้า...

          "จิ้นเซียน.....นี้เจ้าเอาชื่อตัวเองไปรวมกับชื่อของเขา..ถามความสมัครใจของเขาแล้วหรือไม่...คนเช่นเจ้าหากคบหาด้วยมีแต่ชีวิตจะวุ่นวายไม่จบสิ้น...น่าหนวกหูสิ้นดี"พี่ท่านว่าก่อนจะคีบผักชิ้นที่สองใส่ถ้วยตัวเองกินต่อ โดยไม่สนใจคนถูกว่าที่มีใบหน้าบูดบึ้งขึ้นมาแทบจะทันที

          "ว่าข้าเช่นนี้ มิใช่ศิษย์พี่ซุ่นหลงเองก็คบหาข้าเป็นสหายหรอกหรือ.."

          "อย่าพูดว่าเป็นสหาย ข้าเป็นศิษย์พี่คนละสำนักกับเจ้า..เพียงเท่านี้ชีวิตข้าก็หาความสงบสุขไม่เจอแล้ว.."สิ้นคำท่าทางของจิ้นเฉียนก็จะออกปากต่อคำ...หมิงเซียนที่เป็นห่วงสุขภาพหูตัวเองไม่รอช้าที่จะปกป้องหูของตัวเองรีบเข้าแทรกคำคนทั้งคู่

          "เออ..ข้าว่าพวกท่านรีบทานอาหารเถอะขอรับ..หากเย็นแล้วมันจะไม่อร่อย..ผัดผักนี้ เราใช้น้ำปรุงรสอย่างดีสูตรของหัวหน้าแม่ครัวสกุลเราไม่แพ้ใครนะขอรับ..เป็ดอบน้ำผึ้งนี้ก็เนื้อนุ่มมาก พวกท่านลองชิมดูสิขอรับ"หมิงเซียนยกยิ้มปากก็ว่าเชิญชวนทานอาหารที่อยู่บนโต๊ะ โดยพยายามเลือกอาหารจานที่ทั้ง 2 คนน่าจะชอบ

          หูของเขาจะได้สบายเสียที!!

          ทว่าการออกตัวครั้งนี้ของหมิงเซียนคล้ายก้าวเท้าผิดข้างตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะแทนที่ตะเกียบของทั้งคู่จะคีบอาหารใส่จานตัวเอง กลับกลายเป็นว่าพวกเขาทั้งคู่ดันคีบอาหารที่เขาว่าใส่ชามข้าวของเขาเสียนี้!!

          เฮ้ย!! เดี๋ยวสิฟระครับ!! ข้าให้พวกแกกินโว้ย!!

          "พี่นี้แย่จริงๆ...น้องเซียนคงอยากกินใช่หรือไม่..มือเจ้าคงเอื้อมมิถึงที่หลังอยากกินอันใดบอกกล่าวพี่มา เดี๋ยวพี่เฉียนจะคีบให้เจ้า..มาๆเอาอีกหรือไม่.."จิ้นเฉียนพูดพลางทำท่าจะคีบให้อีก ตะเกียบเขากลับถูกขวางด้วยตะเกียบที่คีบผักเอาวางใส่ชามให้กับหมิงเซียน

          "พี่ซุ่นหลง.."

          "เจ้าส่งเสริมแต่ให้เขากินเนื้อ...สุขภาพจะแข็งแรงได้อย่างไร..รู้กันอยู่หากเขาเข้าเป็นศิษย์สำนักเจ้าหากไม่ทึกและทนจริงก็อยู่มิได้...เจ้าเองก็เหมือนกัน...กินแต่เนื้อมิกินผักหญ้า...ตัวแคระแกรนมิพอหรืออย่างไร....กินนี้เข้าไปซะ..กินให้มาก ผักมีประโยชน์กว่าเนื้อจำเอาไว้"ดวงตาคมของซุ่นหลงมองจ้องหมิงเซียนตาไม่มองไปทางอื่น คล้ายกับกดดัน...

          สุดท้ายกรรมจึงตกเป็นของร่างบางที่ต้องคีบผักที่ตัวเองเสนอแต่ไม่ได้ตักเองขึ้นมากิน ใจก็นึกสัญญากับตัวเองอีกข้อ จากนี้จะมิขอเสนอหน้าสอดปากกล่าวคำใดกลับใครในโต๊ะอาหารอีกแล้ว

          ในขณะที่หมิงเซียนกำลังฝืนใจกินผักหญ้าและเนื้อเป็ดนุ่มที่ถูกสองหนุ่มวัยละอ่อนอายุห่างตนมิมากตักคีบให้จนพูนชาม สองบุรุษที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามก็ได้มีโอกาสสบตากันเป็นคราแรก 


          ความท้าทายที่ไม่ต้องกล่าวออกมาเป็นคำพูด เพียงแค่สายตาก็นับว่ากินขาด....ท่าทางเช่นนั้นของสองเด็กหนุ่มทำให้โต๊ะวงฝั่งผู้ใหญ่ถึงกับลุกเป็นไฟ ระหว่างญาติของทั้งคู่ ที่ดูจะกินกันไม่ลง ด้วยแต่เดิมสมัยยังละอ่อนพวกเขาก็นับเป็นคู่แข่งกันอยู่แล้ว พอโตขึ้นแทนที่เรื่องวิวาทจะหายขาด กลายเป็นมีเพิ่มซ้ำหนักกว่าเดิม นี่ก็ดูจะลามมาถึงรุ่นน้องรุ่นหลานเสียแล้ว

       "ขอบอกไว้ก่อนนะ..จิ้นเฉียนลูกบุญธรรมของข้ามีพลังธาตุน้ำระดับ 4 แล้วไม่.."ไม่ทันที่สตรีนามถิงหลิวจะกล่าวจบฮ่องเต้แคว้นไท่คู่กรณีก็พูดกระซิบขึ้นมาต่อความในทันใด

        "น้องชายของข้าก็ธาตุสายฟ้าระดับ 4 เท่ากับลูกบุญธรรมเจ้า หึ..เจ้าจะมาพูดยกความเก่งข่มทำไมในเมื่อเรื่องนี้พวกเราล้วนรู้กันเป็นชาติแล้ว พวกเขานับเป็นอัจฉริยะของรุ่น..แน่นอนว่าน้องข้าอัจฉริยะยิ่งกว่า แม้แต่ท่านอาจารย์ยังกล่าวว่าเขาอาจจะมีพลังธาตุดินแฝงอยู่ด้วยซ้ำ..ก็นะ..ตระกูลไท่ของเราน่ะไม่ได้โบราณ คงสายเลือดธาตุน้ำเหมือนราชวงศ์บางราชวงศ์..มีพลังแฝงนับว่าไม่แปลก"ฮ่องเต้ไท่กล่าววาจาจิกกันถึงสายตระกูลหากเป็นผู้อื่นได้ยินคงมีการเกินสงครามขอพิพาทไม่จบสิ้น

          ทว่าคนที่ได้ยินตอนนี้หาใช่คนคิดเล็กคิดน้อยจิกเจ็บเพราะเรื่องนี้ นางคือใครกัน นางคือพี่สาวของฮ่องเต้แห่งแคว้นผิง ความด้านหนานั้นมีมากไม่ใช่น้อย หากไม่มีนางจะถูกเรียกว่าฮ่องเต้หลังม่านหรอ...

          "ใช่ๆ ศิษย์พี่พูดมาก็นับว่าถูกต้อง ราชวงศ์ข้ามีแต่คนธาตุน้ำแต่งเข้า เพราะแบบนั้นสายเลือดเลยชิดกันเกินไป...เห็นทีต้องบอกจิ้นเฉียนให้รุกมากหน่อย เขาจะได้นำพาคนมีความสามารถและพลังเลือดใหม่เข้ามา...แหม..ต้องขอบคุณท่านที่ชี้แนะให้ข้าจริงๆ"ถิงหลิวกล่าวกลับยิ้มหวานใส่อีกฝ่ายจนหน้าหมั่นไส้ 

          เรื่องโต้เถียงของคนศีลเสมอกันยังไม่จบ และดูท่าจะยาวเรื่อยๆโดยไม่สนใจบรรยากาศเย็นๆที่ลอยจางๆจากหญิงเจ้าบ้านที่พยายามนั่งกินข้าวเงียบๆ ใจท่องบอกตัวเอง นั้นศิษย์พี่หญิง นั้นศิษย์พี่ชาย..ไม่ฆ่าๆ

          "ท่านพี่"

          "ว่าอย่างไรหรือไป๋เอ๋อร์"คนเป็นว่าที่สามี มัวหันไปสนใจลูกชายคนรอง ทำหูดับใส่วงข้าว เพราะกลัวใจไม่แข็งพอ กลัวเผลอไผลวางมือกับคนกันเอง

          "หากข้าจะขอให้ท่านช่วย"ไม่ทันที่คนเป็นว่าที่ภรรยาจะว่าออกปาก คนเป็นว่าที่สามีก็เหมือนรู้ใจ พยักหน้าน้อย ก่อนหยิบขวดกระเบื้องชิ้นน้อยออกม

          เพียงเท่านั้นใบหน้าภรรยาก็ยิ้มหวาน ความเย็นสบายจนชวนขนลุกก็หายไป คนทั้งโต๊ะอาวุโสได้สบายใจ ไม่ต้องพิงเตาอุ่นอีกต่อ ทว่าก็มิพ้นสงสัยสิ่งใดคือของที่อยู่ในกระเบื้องเคลือบ แลก่อนใครจะออกปากถาม ท่านเจ้าสำนักผู้สั่งสอนว่าที่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันก็ออกปากหัวเราะคิกคักชอบใจ

           "สุขาเรือนข้าเจ้ามิต้องทำเสีย ข้าจะจองไว้เองไม่ให้ผู้ใดหยิบยืมเข้า เจ้ามิต้องห่วง ฮ่าๆๆๆ"

          เย็นวันนั้นคงมิต้องบอก สองศรีผู้สูงศักดิ์ ทะเลาะตีฝีปากกันไปหลายยก ต่างก็วิ่งกันหาห้องน้ำให้วุ่น เพราะจู่ๆห้องน้ำของเรือนสกุลเซี่ยต่างใช้ไม่ได้เสียหลายห้อง ห้องที่ใช้ได้ก็ถูกจับจอง กว่าจะได้รับการซ่อมแซม(?) จนกลับมาใช้ได้อีกครา ก็เกือบชั่วยาม ทำให้ทั้งสองแทบไม่มีแรงต่อว่าอันใดผู้กระทำ แม้จะรู้ตัวว่าเป็นใคร แต่นี้เรือนเขา เขตของเขา..หุบปากไว้ให้มากรอเวลาภายหน้าจะดีกว่า


          โดยไม่รู้ถึงความวุ่นวาย หมิงเซียนที่พ้นจาก 2 ตัวอันตรายได้สำเร็จหลังมื้ออาหาร ก็แทบจะพ่นลมหายใจออกมาเป็นภาษาต่างดาว ถ้าเกิดว่าเขาาทำได้ล่ะก็นะ...

          "คุณชายใหญ่ ไม่คิดจะพักผ่อนก่อนเลยหรอขอรับ"เฟิงเยี่ยนถามขึ้นมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายที่ขอตัวจากห้องทานอาหาร ไม่ได้ตรงกับไปที่ห้องพักในเรือนใหญ่ ทว่ากลับเดินตรงไปที่ห้องทำงานเสียนี่

          "อา...ข้ายังนอนไม่หลับหรอก...มีเรื่องอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ..."ร่างที่ไม่เล็กและไม่โตเกินวัยไปมาก ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวเก่ง ก่อนจะลงมือเปิดม้วนเอกสารที่วางกองอยู่

          "รายชื่ออาจารย์ที่มีความสามารถอยู่ในฟู่จ่าง..ท่านลุงเฟิ่งกับพี่ๆเงาทำงานได้เร็วดีเสมอจริงๆ"เขากล่าวสั่งงานไม่กี่ชั่วยาม ทุกอย่างก็เรียบร้อยมาอยู่ตรงหน้าเขาสมกับเป็นเงาที่บิดาเลี้ยงของเขาออกปากคุยไม่น้อย..

          "ขอรับ...ข้าน้อยเลือกมาแต่ผู้ที่คิดว่าจะสามารถถ่ายทอดความสามารถให้กับคุณชายเล็กได้มากที่สุดดั่งที่คุณชายใหญ่เน้นย้ำไว้ขอรับ.."

          "อือ..ดี..ประวัติของพวกเขาล่ะ.."ไม่ทันทีเด็กชายจะพูดจบประโยคดี เฟิงเยี่ยนก็เดินไปหยิบถาดที่ใส่ม้วนกระดาษนับสิบๆม้วนมาวางบนโต๊ะเบื้องหน้าของเด็กชาย

          "ทั้งหมดอยู่นี้ขอรับ..ข้าน้อยสั่งให้ลูกน้องแยกประวัติตามแต่ละศาสตร์วิชาที่พวกเขาจะทำการสอนคุณชายเล็ก...ตามที่คุณชายเคยสอนข้าน้อยไว้ขอรับ.."คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ร่างเล็กฉงนก่อนจะออกปากต่ออีกฝ่าย

          "ข้าจำไม่ได้ว่าเคยสอนท่านลุงเรื่องนี้..."

          "คุณชายใหญ่ไม่ได้สอนข้าน้อยเป็นจริงเป็นจัง แต่ว่าข้าน้อยก็เรียนรู้จากการที่เห็นคุณชายใหญ่ใช้สีแต้มตามที่สันหนังสือไม่ก็เอกสารต่างๆ แบ่งเป็นประเภท..นับว่าเป็นการเรียนรู้แบบหนึ่ง..."

          "แบบนั้นเขาเรียกครูพักลักจำชัดๆ.."

          "ขอรับ..เป็นเช่นนั้น"เฟิงเยี่ยนยกยิ้ม เขาค่อนข้างภูมิใจที่เขาได้รับใช้คุณชายใหญ่สกุลเซี่ยผู้นี้ไม่น้อย เพราะอีกฝ่ายมักมีพฤติกรรมหรือแนวความคิดให้เขาแปลกใจอยู่เสมอ..

          "เฮ้อ...เอาเถอะ..คงใช้เวลาทั้งคืนกว่าจะอ่านเอกสารพวกนี้หมด.."สิ้นคำพูดของเด็กชายใบหน้าของเฟิงเยี่ยนก็พลันตกตะลึง จะอ่านหมดนี้!! คุณชายมันไม่ใช่น้อยๆเลยนะขอรับ!!

          "ไม่ได้นะขอรับคุณชาย!...โธ่ วันนี้ท่านทำงานมาทั้งวัน ยังมิได้พักผ่อนเลยแม้แต่นิดเดียว...อย่างไรเสียการเลือกอาจารย์ให้คุณชายรองก็ไม่ได้ใช้แค่เพียงวันสองวัน...พักวันนี้สักหน่อย พรุ่งนี้ค่อยมาทำดีกว่านะขอรับ"เขาพยายามพูดโน้มน้าวใจของเด็กชาย ก่อนจะต้องหน้าหมองลงเพราะคำโน้มน้าวของเขาไม่ได้ผล

          "เพราะมันอาจต้องใช้เวลาหลายวันน่ะสิ...ข้าถึงต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้...อย่างไรก็จะปล่อยให้หมิงลู่ขาดอาจารย์นานๆไม่ได้...เขายังเด็กสมควรเรียนรู้ให้มาก จะได้ไม่ลำบากตอนโต.."หมิงเซียนกล่าวออกไป ทั้งๆที่ใจจริงพึ่งเข้าใจยามนี้เอง เมื่อย้อนคิดถึงคนเป็นพ่อแม่ ชอบส่งลูกๆเรียนพิเศษ ตอนเด็กเขาเห็นแล้วแทบจะอาเจียน บอกผู้ใหญ่พวกนี้บ้าไปแล้ว..เห็นเด็กแบบพวกเขาเป็นหุ่นยนต์ท่องจำหรือยังไง..

          แต่ว่ามารองตรองดูเถิด หากว่าหมิงลู่และอวี้หลันไม่ได้มีชะตาที่ต้องเป็นพระรองและนางร้ายในภายภาคหน้า เขาก็มิคิดจะเร่งรัดน้องน้อยเช่นนี้...ถึงปากจะบอกว่าไม่ยอมให้เป็นแบบนี้

          ทว่าเมื่อเห็นสายตาของท่านแม่และนายท่านหวัง เลยไปถึงคนที่มารดาแนะนำว่าเป็นอาจารย์ตน หรือก็คือเจ้าสำนักธารสีชาตแล้ว เขาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีเวลาดูแลอยู่ข้างกายน้องน้อยของเขาได้นานนัก..

          อย่างน้อยหากไปร่ำเรียนจริง ก็ใช้เวลาเป็นปีๆ...ยามนั้นหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมา เขาจะทำยังไง....

          แค่คิดเขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองแก่เพิ่มขึ้นอีกปีแล้ว...ทั้งๆที่ได้มีโอกาสกลับมาเป็นเด็กแท้ๆ หากไม่ติดเรื่องภารกิจนี้ ที่แลกกับรางวัลช่วยโลกเดิมของเขา..หมิงเซียนก็อยากจะโยนทุกอย่างทิ้งและไปท่องโลกนิยายนี้ใจแทบขาด...

          "เฮ้อ..."

          "คุณชาย...ท่านอย่าได้ฝืนตัวเองนักเลย..ข้ารู้ว่าท่านมีใจเป็นห่วงคุณชายเล็กกับคุณหนู แต่ว่าพวกเขายามนี้ล้วนมีเจ้านายของบ่าว บิดาเลี้ยงของท่านและมารดาของท่านอยู่...ท่านมิคิดจะปล่อยภาระบนบ่าตนเองหน่อยหรือขอรับ.."เฟิงเยี่ยนมองเด็กชายที่แม้จะชะงักมือไปเล็กน้อย ก่อนขยับยกยิ้มและหยิบม้วนกระดาษมาเพื่อเริ่มต้นอ่าน...

          "ขอบคุณท่านลุงที่ห่วงใยข้า...แต่ตัวข้านั้นเวลาไม่มีมากนัก..จำต้องเตรียมการ..ต่อให้ต้องปลดภาระบนบ่านี้ให้ผู้อื่น ก็จำต้องส่งต่อโดยไม่ให้เขาต้องทำงานลำบาก..นายท่านหวัง..ไม่สิ...ว่าที่ท่านพ่อของข้า..ข้ารู้ดีว่าเขาจะต้องดูแลท่านแม่และน้องๆของข้าได้เป็นอย่างดี..ถึงกระนั้น..ก็ใช่ว่าจะโยนให้เขาทั้งหมด.."

          "คุณชาย..เหตุใดจึงกล่าวว่าตนมีเวลาไม่มาก...ท่านยังอายุน้อย..หรือว่าท่านป่วย..ข้าจะไปตามหมอ.."ไม่ทันที่เฟิงเยี่ยนที่ตกใจจะออกจากห้องไปตามหมอจริง เสียงของร่างเล็กก็ดังหยุดไว้เสียก่อน

          "ไม่ใช่ๆ..ข้าไม่ได้ป่วย..เฮ้อ...ท่านลุงเฟิ่ง..ท่านก็เห็นแล้ว วันนี้แขกของมารดามองข้าอย่างไร...ข้ารู้ว่าข้ามีความสามารถ แต่ข้าก็ไม่ชอบที่จะร่ำเรียน เพราะพอได้ยินคำพวกนั้น ข้ารู้สึกเหมือนถูกบังคับอยู่ไม่น้อย..เอาจริงๆ ...ข้าคิดว่าข้ามีชีวิตอยู่เป็นเถ้าแก่ดูแลกิจการต่อจากมารดาแบบนี้ก็เพียงพอสำหรับข้าแล้ว.."

          "คุณชายหวังน้อยไปแล้วหรือไม่ขอรับ..."เฟิงเยี่ยนถาม แม้ว่าในใจจะอยากนึกถามว่า ไม่ใช่ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายมีแผนคิดจะแก้แค้นบิดาแท้ๆของตนเองกับสตรีที่อีกฝ่ายรักหรอกหรือ ถึงได้สั่งให้เขาปล่อยข่าวลือในเมืองหลวง และเอาหลักฐานไปให้ตาของแม่ทัพหม่าสว่างขึ้นมาหน่อย

          เฟิงเยี่ยนไม่อยากจะบอกออกมา ว่าบางทีเขาก็ไม่เข้าใจความคิดของคุณชายใหญ่หมิงเซียนอยู่เหมือนกัน...

          "ก็นะ..ข้าอยากมีชีวิตเรียบง่าย แต่โชคชะตามักเล่นตลกกับข้าเสมอจริงๆ...เผลอแปบเดียวก็ส่งเรือ 2 ลำมาเทียบท่าถึงเรือนข้า...ต้องให้เสียสมองหาทางทำลายทิ้งอีก...ไหนจะเรื่องบิดางี่เง่ารักง่ายลืมเร็วคนนั้น...อา..ตามจริงบางทีข้าก็คิดนะว่าเขาสมกันนี้กับผู้หญิงที่ปากบอกอย่างกระทำอย่างเช่นองค์หญิง 9 คนนั้น...เข้ากันดีอย่างกับผีเน่ากับโลงผุ...มารดากับพวกข้าออกมาจากสกุลพวกเขาได้ก็นับว่ามีบุญอยู่ไม่น้อย.."ถึงจะออกมาแบบลำบากเยอะก็เถอะ..

          "คุณชาย..ถึงบ่าวจะเห็นด้วยกับคำท่าน..แต่ว่าเป็นด่าว่าบิดาแท้ๆเช่นนี้ หากใครมาได้ยินเข้าจะหาว่าท่านเนรคุณนะขอรับ"เฟิงเยี่ยนลอบปาดเหงื่อ บางทีเขาคงต้องจดและจำเอาไว้เสียหน่อย..ว่าคุณชายใหญ่ของเขานั้นเป็นพวกรักและเกลียดแรงไม่ใช่เล่น..

          คำพูดของเฟิงเยี่ยนทำให้หมิงเซียนรู้สึกไม่พอใจอยู่ไม่น้อย เพราะว่าบิดาแท้ๆของหมิงเซียนตัวจริงนั้น งี่เง่าอย่างที่สุดไม่ใช่หรือไง ในนิยายหมิงเซียนและมารดาถึงได้ตกตายเหมือนหมาข้างถนน น้องชายน้องสาวมีชะตากรรมเรือหายกันหมด...แต่ก็ช่างเถอะ..เขาสวมบทเป็นลูกอีกฝ่ายอยู่นี้ อย่างไรคนอื่นมองเป็นเนรคุณก็มิผิด..

          "ขอบคุณท่านที่เตือนข้า"

          "หามิได้ขอรับ..."เฟิงเยี่ยนกล่าวก่อนจะมองคุณชายใหญ่ที่ลงมืออ่านม้วนกระดาษในมือต่อ ท่าทางเช่นนี้ เห็นทีคงอีกนานกว่าคุณชายใหญ่จะยอมออกไปนอนพักเป็นแน่...

          "เช่นนั้นเดี๋ยวบ่าวจะไปเอาขนมกับน้ำชามาให้นะขอรับ.."เฟิงเยี่ยนกล่าวออกไป หมิงเซียนก็เพียงขานรับเสียงเบาไปหนึ่งคำ ร่างสูงโปร่งของเฟิงเยี่ยนจึงเดินออกไป โดยไม่วายที่จะสั่งการลูกน้องนอกห้องให้เฝ้าระวังไม่ให้ผู้ใดมารบกวนคุณชาย เว้นเพียงนายท่านหวังกับท่านไป๋หลัน

          ยิ่งเป็นคนสุดท้ายที่ยกเว้น เขาก็แทบจะเน้นและย้ำว่าหากนางมาจริงก็ให้เปิดประตูห้องคุณชายให้เลยก็จักดีมาก...คุณชายของเขาจะได้ไม่ฝืนตนจนเกินไป..หลังจากสั่งความเสร็จจบ เฟิงเยี่ยนก็ก้าวเดินออกไปจากหน้าห้องทำงานตรงไปเรือนครัวทำอาหารเพื่อนำของมาให้คุณชายใหญ่

          โดยระหว่างนั้นมีเพียงแค่ลูกน้องไม่ถึง 2 คนที่ยืนเฝ้าระวังอยู่นอกห้องคุณชายใหญ่ ด้วยเงาทั้งหมดและคนอื่นๆ เด็กชายสั่งให้ไปคุ้มกันบริเวณรอบๆบ้าน โดยเฉพาะเรือนนอนของมารดาและแขกที่มาพักอยู่ที่จวน ซึ่งก็มิใช่ใครอื่น นอกเสียจากอาจารย์ของมารดาที่ทำหน้าที่ญาติฝั่งเจ้าสาว แลศิษย์พี่หญิงของสำนักธารสีชาต

          ส่วนคนจากสำนักอัคคีทั้งหมดถูกเชิญให้ไปนอนพักที่เรือนสกุลหวัง เว้นเพียงแต่ศิษย์เอกผู้หนึ่งของเจ้าสำนักอัคคี แลศิษย์ปัจจุบันของอีกฝ่ายเท่านั้นที่ขออยู่ค้างที่นี้ เพราะต้องยาพิษของนายท่านหวัง จนมิมีแรงเดินทางไปอยู่เรือนสกุลหวังได้..

          ชิชะ...ปรามาทว่าน่าจะมีแผนซ้อนแบบลอบนำเรือมาจอดเทียบท่าน้ำหน้าบ้านใครแถวนี้เสียมากกว่า...

          อย่างไรก็ตามเด็กชายที่จมอยู่ในความคิดแลวิเคราะห์เหล่าอาจารย์ที่ถูกเสนอชื่อมาก็หาได้เป็นเพียงเด็กกระจอกไม่รู้ความ เพราะอดีตเคยเป็นทหารพิเศษมาก่อน วิ่งไล่ฆ่าซอมบี้จนสุดท้ายต้องเปลี่ยนมาวิ่งหนีตายจากพวกมันมาแล้วก็ไม่รู้กี่ครั้ง..

          เพราะฉะนั้นเพียงความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองอยู่นั้น หาใช่ว่าจะไม่รู้สึก...

          โดยไม่รอให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าถูกจับได้..น้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นแท่งอย่างลวกๆเพราะไม่เคยถูกขัดเกลาฝีมืออย่างจริงจัง ก็ถูกปาออกไปนอกหน้าต่างห้องที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้ ไม่เพียงแค่ 1 บาน แต่เป็น 2 บานที่ถูกเปิดอยู่ทั้ง 2 ด้านของหมิงเซียน เพื่อให้รับลมได้อย่างสบาย

          เสียงของแข็งที่กระแทกกับของแข็ง เหมือนเสียงมีดที่แทงเข้ากับเนื้อไม้ดังในเวลาต่อมา สลับกับเสียงกิ่งไม้ที่ขยับไหว โดยไม่ต้องไปมองดูผลงาน หมิงเซียนก็พอเดาได้แล้วว่าคนที่แอบลอบมองเขาอยู่ได้หนีหายไปแล้ว..

          เสียงพลักบานประตูเข้ามาด้วยความตกใจ เป็นของเฟิงเยี่ยนที่กลับมาถึงพอดิบพอดี...เพราะเขาได้ยินเสียงอาวุธบินจึงเกรงว่าจะมีใครคิดทำร้ายคุณชายใหญ่ ทว่าการณ์กลับไม่เป็นดั่งที่คิดไว้ เมื่อคุณชายใหญ่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม..

          "คุณชาย..เป็น.."ไม่ทันที่เฟิงเยี่ยนจะกล่าวคำจบ...ดวงตาคู่สวยของคุณชายใหญ่ก็ตวัดมามอง แฝงความไม่พอใจเอาไว้หลายส่วน..

          "คุณชาย.."

          "เห็นที หากไม่จัดการอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราว..เรือนของข้าก็คงไม่สงบอย่างที่เคยเป็นสินะ.."ริมฝีปากบางขยับเม้มกันแน่นด้วยความรู้สึกอัดแน่น...

          บางทีการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ก็คงทำให้แขกมาพักเหิมเกริมมากไปเสียแล้ว...

          "คุณชาย.."

          "ท่านลุงเฟิง...ท่านว่าหากเราจะล้มเรือสักลำ...ไม่สิ...เอามันทั้ง 2 ลำนี้..ต้องใช้ค้อนสักกี่สิบอันกัน.."คำถามที่กล่าวออกไป..แต่คนฟังกลับไม่เข้าใจ ใบหน้าของเฟิงเยี่ยนเต็มไปด้วยคำถาม ถึงกระนั้นคำตอบจากอีกฝ่ายก็หาใช่สิ่งที่เด็กชายต้องการแต่แรกแล้ว..


          ในขณะที่เด็กชายกำลังคิดทำลายเรือสักลำหรือ สองลำ ด้านเรือลำที่อยู่เรือนรับรองใกล้ที่สุด ก็เหมือนจะเริ่มเปิดประชุมลับกันระหว่างแม่และลูกบุญธรรมเสียอย่างนั้น

          "เป็นดั่งที่ศิษย์น้องของแม่ว่าไว้ไม่ผิดจริงๆ...เด็กคนนั้นมีพลังธาตุน้ำแข็ง...หายากๆ..."ใบหน้าของสตรีผู้มียศเป็นถึงจ่างกงจู่ พระเชษฐภคินีของฮ่องเต้แคว้นผิง ผู้ที่ช่วยให้แคว้นดำรงมาได้จนทุกวันนี้ กล่าวคือเป็นฮ่องเต้หญิงหลังม่านก็คงมิผิด ยามนี้กำลังกล่าวพูดชื่นชม แท่งน้ำแข็งที่มีลักษณะปลายด้านหนึ่งแหลมคมดังเข็มยักษ์ที่เสียบแทงร่างผู้เป็นเป้าหมายได้มิยาก กล่าวคือมันเป็นอาวุธสังหารที่ยังมิได้เจียระไน เหมือนดั่งตัวคนสร้างที่เหมือนเพชรน้ำงาม ที่นางมิคิดจะปล่อยไปง่ายๆ...

          "ท่านแม่.."

          "จิ้นเฉียน...เจ้าคิดว่าเด็กน้อยผู้นี้เป็นเช่นไร..น่าสนใจหรือไม่.."แม้ว่าอยากเกี่ยวดองกับบุตรชายของศิษย์น้องตนเองมากขนาดไหน..แต่ทั้งหมดก็จำต้องสอบถามคนที่ถูกดองเสียก่อน

          ก็นะนางไม่นิยมทำตัวเหมือนบรรพบุรุษนี้นา...ที่ชอบบังคับใครต่อใครแต่งงาน จนสุดท้ายเกือบทำให้ลูกหลานพินาศไปเกือบสิ้นนี้ไง

          "ลูกคิดว่าเขาเป็นเด็กที่น่าสนใจดีขอรับ.."จิ้นเฉียนขยับยกยิ้มท่าทางน่าเอ็นดู ทว่าสำหรับคนที่เลี้ยงอีกฝ่ายมาแต่น้อย มีหรือจะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกสนุกและเริ่มสนใจคนที่ถูกกล่าวถึงมากกว่าเดิม..

          "น่าสนใจแบบไหนงั้นหรอ?..."หญิงสาวหลอกถาม แต่มีหรือคนเป็นลูกจะไม่รู้ความ

          "น่าสนใจ แบบที่ทำให้ลูกรู้สึกสนุก...เขาดูเหมือนกระต่ายที่ตื่นกลัว แต่ในชั่วขณะหนึ่งก็เหมือนจิ้งจอกเจ้าเล่ห์...แต่อีกสักพักก็กลายเป็นเหมือนเสือที่ดุและอันตราย..คิกๆ...ที่สำคัญ เขาเป็นเด็กที่ทำให้ข้าต้องแปลกใจในเรื่องๆหนึ่ง.."ใบหน้าของจิ้งเฉียนขยับยกยิ้มกว้างที่มุมปาก ทำให้คนเป็นแม่บุญธรรมอดไม่ได้ที่จะสงสัยและอยากรู้?

          "แปลกใจ...แปลกใจเรื่องอันใดหรือ.."ปากมารดาบุญธรรมกล่าวถาม ทว่าบุตรชายคนนี้กลับเหมือนคนขี้แกล้ง มาทำให้อยากรู้และจากไป...เพราะเขาไม่เพียงแต่มิตอบคำ หากแต่ยังขยับลุกขึ้นมาเดินหนีนางเสียอย่างนั้น..

          "ค่ำมืดแล้ว...ลูกขอตัวไปนอนก่อน..ท่านแม่ พรุ่งนี้ท่านต้องช่วยงานของท่านน้าเซี่ยมิใช่หรือขอรับ..รีบนอนเถิด..ลูกขอลา"เด็กหนุ่มกล่าวคำ ก่อนรีบจรลีพาตัวเองหนีออกจากโถงของเรือนในทันที

          "เดี๋ยวสิจิ้นเฉียน! จิ้นเฉียน! เจ้าลูกคนนี้ มาบอกให้อยากรู้แล้วจากไป..นิสัยเสียเหมือนผู้ใดกันหะ!"เสียงร้องโวยวายของถิวหลิวดังอย่างหงุดหงิด เพราะความอยากรู้


          ในขณะเดียวกันที่อีกด้านหนึ่งของเขตเรือนสกุลเซี่ย ณ เรือนรับรองอีกหลังที่อยู่ด้านตรงข้ามกับเรือนของศิษย์พี่หญิงฝ่ายเจ้าสาว ก็บังเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ฮ่องเต้แคว้นไท่ต้องตกตะลึง

          เมื่อภาพของน้องชายที่ควรเล่นเครื่องดนตรีหร่วน หรือ พิณพระจันทร์ อยู่ในห้องพักเหมือนดั่งทุกคืนที่เขามักจะเห็นอีกฝ่ายกระทำเช่นนั้น นับแต่เมื่อ 2 ปีก่อนเห็นจะได้..

          ทว่ายามนี้กลับ....

          "เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหรือเปล่าน้องรัก.."น้ำเสียงของจิ้นเค่อเต็มไปด้วยความเป็นห่วง เพราะสภาพของน้องชายที่ควรสะอาดเอี่ยมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ยามนี้กลับเต็มไปด้วยคราบดิน และเศษใบไม้กิ่งไม้เล็กๆติดตามเส้นผม...

          นี้น้องของเขาไปหลบหนีผู้ใดมากันถึงมีสภาพเช่นนี้....

          ราวกับรับรู้ถึงสายตาคำถาม และเจ้าตัวอับอายเกินกว่าจะกล่าว ว่าตนเองเผลอตกใจหลบมีดน้ำแข็งที่ร่างเล็กของเด็กชายที่เจอเมื่อเย็น ปามา จนเสียหลักตกต้นไม้ ดีที่ยังลงในท่าที่เหมาะสมให้หลบหนีต่อ ไม่รวมเด็กนั้นก็ไม่ได้ส่งตัวเองหรือใครออกมาตรวจสอบข้างนอก...มิเช่นนั้นคงได้เห็นภาพเขาที่น่าละอายแล้ว..

          "เดี๋ยวก่อนสิ..ซุ่นหลง..เจ้าจะ.."

          "ข้าจะอาบน้ำนอนพัก...ท่านพี่..หากท่านมิว่าอันใด..ข้าเหนื่อยแล้ว.."ราวกับปิดจบบทสนทนาทั้งหมด ที่จะเอยออกมาจากปากของพี่ชาย ร่างของซุ่นหลงก็หนีหายกลับเข้าไปที่หลังฉากกั้นห้องเพื่อชำระกายให้สะอาด..หลังจากผ่านมรสุม(?)มาหมาดๆ..ทิ้งให้พี่ชายมองไล่หลังไปอย่างมึนงง..ว่าเกิดอันใดขึ้นกับน้องชายผู้สุขุมของเขากันแน่...


          ทว่าคำตอบของคำถามที่สงสัยนั้น คงมิมีวันได้รับรู้ เพราะคนที่ลงทิ้งกายในถังน้ำอุ่น ยังมิอาจหาคำตอบให้กับความรู้สึกของตนเองได้ในยามนี้เลย...

          ภาพของร่างบางที่สะบัดมือปล่อยใบมีดน้ำแข็งที่พุ่งมากระแทกปักเนื้อไม้ผ่านหน้าเขาลึกหลายชุ่น  ยังคงติดตรึงในใจ...มันทั้งรวดเร็ว สวยงาม..ราวกับท่าร่ายรำ..

          ท่าร่ายรำ!...ร่ายรำกับผีน่ะสิ!!

          "ซุ่นหลงนะซุ่ยหลง...เจ้ามันบ้าชัดๆ...อยู่ๆไหงกลายมาชื่นชมเด็กผีนั้นได้กัน...มันเกือบจะปามีดน้ำแข็งสังหารเรามิใช่หรือยังไง...."ปากบ่นด่าตัวเอง แต่ใบหน้ากับเต็มไปด้วยความสุข...หัวใจกับเต้นแรงราวกับกลองรัว...

          บางทีแล้วชายที่ได้ชื่อว่าสุขุม...แท้จริงอาจมีความชื่นชอบบางอย่างหลบซ่อนอยู่....ก็เป็นได้...

TBC
          กระอักเลือด/มาต่อแล้วจ้า บอกตามตรงว่าแอบคิดไม่ออกต้องเสียเวลารีหัวตัวเองพอสมควร อยากจะเขียนออกมาให้สนุกที่สุดเลยเสียเวลาเขียนลบเขียนลบอยู่หลายรอบมากค่ะ /กระอักเลือด/บวกกับไม่ค่อยมีเวลาเพราะงานเข้ามากๆขออภัยท่านผู้อ่านทุกท่านที่มารออ่านตอนดึกขนาดนี้นะค่ะ หวังว่านิยายเรื่องนี้จะมอบความสุขและความสนุกให้กับท่านผู้อ่านไม่น้อย...ตอนนี้น่าจะพอกระจ่างแล้วเน้อ ว่าคนไหนเป็นเรือจริง คนไหนเป็นเรือหลอก...หรือใครอยากต่อเรือไหน..ต่อเอาเลยจ้า...คิดว่าเรือไม่น่าหาย..แต่จะมีเรือเพิ่มไหม...นั้นก็มิแน่..อย่างไรก็ตาม..ขอฝากผลงานนี้ไว้กับหัวใจของผู้อ่านด้วยนะค่ะ มาสนุกกันไป อย่าเครียดนะ แล้วเจอกันจ้า!!

          ปล. เครื่องดนตรีหร่วน หรืออีกชื่อคือ พิณพระจันทร์ เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายดีด โบราณเรียกว่า ผีผา ต่อมาด้วยรูปร่างทรงกลมแตกต่างจากผีผาอย่างชัดเจน จึงเรียกว่าพิณพระจันทร์ ให้สมกับรูปร่างแทน มีความโดดเด่นด้วยเสียงที่คล้ายๆกับกีต้าร์โปร่ง จนมีฉายาว่ากีต้าร์จีน สามารถในการบรรเลงเพลงเดี่ยวหรือผสานกับเครื่องดนตรีจีนอื่นๆ ก็ได้

          ปล. 2 หน่วยวัดความยาวของจีน คำว่า 1ชุ่นเท่ากับ 1 นิ้ว เน้อจ้า


(ขอบคุณรูปภาพจาก https://sites.google.com/site/mrjisclassroom/_/rsrc/1331367420851/non---western-music/dntri-cin-music-of-china/ruan.jpg?height=213&width=170)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 526 ครั้ง

523 ความคิดเห็น

  1. #427 Pi.pa (@PimmadaPanyasan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 13:37
    มีเราคนเดียวใช่มั้ยเนี่ยที่อยากได้3p😂
    #427
    0
  2. #358 Brasfia (@brasfia) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 17:07
    ทำแบบนี้เหมือนบังคับน้องเลยไม่ชอบการบังคับสุดๆ ไม่รู้เป็นเพราะคนเขียนอวยหรือเราอ่านไม่ชัดเจนเองกันแน่ แต่ดูเหมือนจะอวยแก็งองค์ชายเกินไปนะ อ่านเเล้วรู้สึกงั้นจริงๆ
    #358
    0
  3. #355 อาเนส (@1670500341080) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 09:20
    จงปลุกความ M ในตัวเจ้า
    #355
    0
  4. #326 เฮกเซนเอง (@eyelove123) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 00:17
    อยากให้น้องเจอคนที่น้องชอบมากกว่า ไม่ชอบการถูกบังคับเลย
    #326
    0
  5. #289 N nana (@psysic) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 16:09
    เราเชียร์ให้สองคนได้กันเองค่ะ 5555
    #289
    0
  6. #235 เพลงรักตัวเล็ก (@kayaa225) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 01:13
    แล้วองค์ชายทั้งสองก็ได้กันเอง #ต่อเรือผีแป๊บ

    555555555
    #235
    1
  7. #175 Pu4630 (@Pu4630) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 01:48
    ให้น้องได้เจอคนถูกใจจริงๆ

    พังเรือให้หมด
    #175
    0
  8. #160 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 03:34
    ซุ่นหลง แนว sm สินะ5555
    #160
    0
  9. #119 Malika1 (@0860053714) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 02:03
    หรือสองคนนั้นจะได้กัน5555555555 รอลุ้นเลย
    #119
    0
  10. #94 Rhythm (@rosette-no-mindy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 13:32
    เรานี้สนุกมากค่ะ เจอปุ๊ปอ่านปั๊ป จนอ้าว ตอนสุดท้าย555555 แปลกใจที่นิยายนี้น่าจะได้รับความสนใจกว่านี้นะ เป็นกำลังใจให้ค่าาา
    #94
    0
  11. วันที่ 17 กันยายน 2562 / 13:22
    ถ้า3pจริงๆ เราจะได้ผู้ที่เหมือนsแต่เป็นm และเหมือนmแต่เป็นS ครบรสครบเครื่อง 555
    #93
    0
  12. #92 Njess (@Njess) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 12:48
    หมิงเซียนเอาค้อนมาเยอะๆเลยทุบๆให้พัง เรายังไม่อยากได้เรือตอนนี้ ดูทุกคนไม่ถามความเห็นหมิงเซียนเลย อึดอัดใจแทนน้องมากกกกกก
    #92
    1
  13. #90 Jney.Dragon (@ilovenack017) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 00:31
    จะ 3p ไม่ได้น้าาาาาาา
    #90
    0
  14. #87 >>Kasumi<< (@14171) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 01:01
    พังเรือเถอะ น้องยังไม่ควรมีใครตอนนี้(ซุ่นหลงมันเป็นMป่ะว่ะกรือเราคิดไปเอง)
    #87
    0
  15. #86 guitar358 (@guitar358) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 23:56
    พังแม่งทุกเรือ
    #86
    0
  16. #85 Zedef (@ShionKaito) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 23:18

    พัง พังไม่ให้เหลือเลย

    #85
    0
  17. #81 bhuii2505 (@bhuii2505) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 17:42
    พังมันเลย!!!
    #81
    0
  18. #80 นัnอ่าnlงา_Bk (@099987606543) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 12:13
    สงสารน้องงงง
    #80
    0
  19. #78 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 08:37
    พังให้หมด แล้วไปหาใหม่ 55555
    #78
    0
  20. #77 kanraya_fai28 (@kanraya_fai28) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 08:24
    พังมันทุกเรือเลย ไม่ชอบพวกสายบังคับ น่าโมโห
    #77
    0
  21. #76 S2O3 (@sornsawanean) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 08:09
    พังมันให้หมดทุกเรือนั้นละ สนันสนุนสุดๆ
    #76
    0
  22. #75 Ahe215 (@Ahe215) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 06:09

    ไว้จะรอดูผลนะคะ ระหว่างคนต่อกับคนพังใครจะไวกว่ากันถถถถถ

    #75
    0
  23. #70 Ahe215 (@Ahe215) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 06:02

    ขอบคุณมากค่ะ ตอนนี้นายเอกลืมทำเรือหายไหม555555

    #70
    0
  24. #69 S2O3 (@sornsawanean) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 21:46
    หายจริงๆด้วย5555
    #69
    0
  25. #68 chuthamat2210 (@chuthamat2210) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 21:29
    เรือหาย555555
    #68
    0