ภารกิจคุณพี่ชาย...ชีวิตนี้เพื่อน้อง!! [YAOI]

ตอนที่ 10 : ภารกิจที่ 9 : เด็กชายผู้น่าจับจอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 526 ครั้ง
    25 ก.ย. 62


          เชื่อว่ามีใครหลายคนอาจจะคิดว่าข้าเป็นพวกโรคจิต เป็นหวาดระแวง วิตก มองโลกในแง่ร้ายเกินไป..ทว่าเรื่องนั้นเป็นเพราะพวกเจ้าไม่ใช่ข้ายังไงล่ะ...มิใช่ผู้ที่จะสูญเสียเอกราชก้นของตนเองน่ะสิ!!

          ใบหน้าของหมิงเซียนงอหงิกเมื่อคิดถึง คำตอบที่เขาถามจากท่านลุงเฟิ่งถึงรูปร่างของศิษย์คนปัจจุบันที่ติดตามเจ้าสำนักธารสีชาต เพื่อมาร่วมงานแต่งงานของมารดา

          'ศิษย์คนปัจจุบันของท่านเจ้าสำนักหรือขอรับ..เป็นคนรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าดูนึ่งติดเย็นชา ทว่าดูอีกมุมก็ดูเป็นคนสุขุม การวางตัวก็คล้ายกับจะผู้ใหญ่เกินวัย...อะ..จริงสิ จะว่าไปแล้วเขาก็อายุมากกว่านายน้อยไม่กี่เดือนเองนะขอรับ..จัดว่าเป็นสหายกันได้เลย...แต่อาจเป็นเพราะเขาเป็นบุตรของขุนนางจึงรู้จักวางตัวก็เป็นได้..นับว่าดียิ่ง'

          ครับ..ดียิ่งเลย...ดีกับผีน่ะสิ!!...ไอ้ลักษณ์ที่ว่ามาทั้งหมดน่ะ มันแนวตัวเอกในนิยายเลยไม่ใช่หรือไง!! รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้านิ่งติดเย็นชา มองอีกมุมก็ดูสุขุมงั้นหรอ! จะบ้าหรือเปล่าท่านลุง จะเย็นชาก็เย็นชา จะสุขุมก็สุขุม เอามันสักอย่างสิฟระครับ...จะเอามาปนกันแบบนี้ไม่ได้..

          และอะไรคืออายุมากเดือนกว่าเขา..อายุเท่ากันน่าคบเป็นสหาย...!!

          ท่านลุงครับ ท่านรู้หรือไม่ ไอ้คนลักษณ์ที่ว่ามาพอเอามารวมกับอายุที่ไม่ห่างกันมา มันอันตรายมากแค่ไหน ต่อการปกป้องเอกราชของเขา!..พระเจ้าช่วย...คุณกัญจนา...นี้คุณไม่คิดจะแต่งแนวชายหญิงแบบใสกิ๊กทั้งเรื่องเลยหรือไง... ถึงผมจะชอบผู้ชาย แต่ตอนนี้อยากโสดน่ะเข้าใจไหม!

          เห็นทีเขาต้องหาเวลาว่างแผนป้องกันเฉพาะหน้าไว้หลายๆแผนเสียหน่อย เพราะเชื่อว่าเหตุการณ์ที่จะได้เจอการบุกรุกเช่นนี้อีกคงไม่ได้มีเพียงแค่ครั้งสองครั้ง ตราบใดที่เขายังมีชีวิต ซ้ำยังมีชีวิตอยู่ในโลกของนิยายที่ผู้เขียนเป็นสาววายเต็มร้อยด้วย....

          ความคิดที่อยากบ่นออกมาทำได้เพียงลอบถอนหายใจ ก่อนที่เขาจะทำตามคำสั่งของมารดา คือรีบเดินทางกลับบ้านไปพบผู้อาวุโส อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นอาจารย์ของมารดากับบิดาในอนาคตของเขา ซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นถึงเจ้าสำนัก จะให้รอก็เห็นจะเป็นการเสียมารยาท

          หมิงเซียนตัดสินใจขยับตัวลุกออกจากโต๊ะทำงาน โดยเป้าหมายหลังจากนี้ไม่ใช่เพียงตรงกลับบ้านหากแต่ยังไปรับน้องชายที่รักอีกด้วย...

          แม้ว่าตามจริงแล้ว ยามนี้สกุลของเขาเป็นที่หวั่นเกรงไม่ใช่เพียงแค่ในเมืองฟู่จ่าง หากแต่เป็นแคว้นโซ่ว เพราะการแต่งงานเข้าตระกูลของนายท่านหวังที่เข้าตระกูลเซี่ยของเขา นับเป็นที่น่าจับตามอง และยกระดับสกุลในคราวเดียว

          ดูได้จากรายชื่อแขกที่เขาเห็นผ่านๆ แต่ละคนระดับใหญ่ระดับโต ขนาดองค์ชายรัชทายาทของแคว้นยังเดินทางมาในฐานะตัวแทนฮ่องเต้...งานที่ว่าจะจัดเล็กๆเห็นทีงานนี้คงไม่เล็กเสียแล้ว..

          คิดแล้วก็ให้ถอนหายใจล่วงหน้า ไม่รู้ว่านี้เป็นการเติมเทพทรูมากเกินไปจนจะเรียกหายนะมาหาครอบครัวตัวเองหรือไม่ แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยหลายอย่างมันคงง่ายดายขึ้นยามเอาคืนสตรีจากต่างมิติเช่นเดียวกับเขา

          ภาพของคุณชายหมิงเซียนเดี๋ยวถอนหายใจ เดี๋ยวปลงตก ชวนให้เฟิงเยี่ยนที่ยืนอยู่ข้างกายอีกฝ่ายมองด้วยความคิดสงสัย เหตุใดอีกฝ่ายจึงมีท่าทางเช่นนี้ หรือว่าเขาพูดรายงานสิ่งใดผิดไปหรือไม่?

          เขาได้แต่รู้สึกผิดและเก็บความสงสัยเอาไว้ เดินตามหลังคุณชายใหญ่ที่เดินตามถนนของตลาดหน้าเหลาอาหาร ออกปากทักทายพ่อค้าแม่ขาย อย่างไม่ถือตัว นี้นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาแปลกใจไม่น้อยในยามแรกที่ติดตามอีกฝ่ายในฐานะคนรับใช้ข้างกาย

          เพราะโดยปรกติ ฐานะของคุณชายใหญ่ ไม่สิ สกุลเซี่ยยามนี้ การจะเดินทองตลาดแบบนี้ ย่อมไม่กระทำกัน ส่วนใหญ่ไม่มีใครเดินตลาดพูดคุยกับพ่อค้าแม่ขายจนได้รับความเอ็นดูเช่นนี้หรอก เพราะพวกเขาส่วนใหญ่ถือยศศักดิ์ ขึ้นรถม้าแทนการเดินในที่แออัด ส่งบ่าวไพร่มาเจรจาซื้อของแทน หากมิใช่งานสำคัญจริง ก็จะเรียกบ่าวไพร่ให้คนตามคนร้านมีชื่อไปเจรจาซื้อขายที่เรือนตน...

          แต่จะให้คิดไปสกุลเซี่ยของคุณชายใหญ่นับว่าแปลกตั้งแต่ คุณชายใหญ่ส่งคุณชายเล็กไปเรียนสถานศึกษาหลวงแล้วกระมั่ง ...หากเป็นเมื่อก่อน เขาก็ย่อมเข้าใจ ด้วยเงินทองนั้นไม่มี จึงต้องส่งน้องชายไปเรียนสถานศึกษาหลวงให้มีความรู้ติดตัว 

          ทว่ายามนี้ไม่เหมือนยามก่อน ตอนนี้แม้แต่เรียกอาจารย์มาสอน ก็เห็นจะมีเพียงอาจารย์สอนฉิน สอนพิณเท่านั้นกระมั่งที่คุณชายมีคำสั่งจ้างให้เข้ามาสอนคุณชายน้อยหมิงลู่ ที่เหลือเขาให้น้องชายตนไปศึกษาที่สำนักศึกษาหลวง

          นับว่าเป็นคุณชายที่มีความคิดแปลกจริงๆๆ

          เฟิงเยี่ยนมองเด็กชายที่เดินนำหน้าตน เพียงออกมาจากเหลาอาหารไม่ถึงเค่อ ก็ได้ขนมมาเต็มไม้เต็มมือ ไม่ใช่จากการซื้อขาย หากแต่เป็นจากความเอ็นดูจากพ่อค้าแม่ขาย ที่ใจหนึ่งหวังประจบคนสกุลเซี่ย จึงยกให้ไม่คิดเงิน แต่มีหรือคุณชายใหญ่จะยินยอม เขาย่อมออกเงินจ่ายในราคาที่เหมาะสมคืนให้คนพวกนั้น นับว่าไม่เบียดเบียน ไม่ข่มผู้อื่น

          ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสกุลเซี่ยยามนี้นับเป็นที่จับตามองของใครหลายๆคน เห็นได้จากตลอด 2 เดือนที่ผ่านมามีคนเข้านอกออกในเมืองฟู่จ่านมากกว่าปรกติ  ส่วนใหญ่เป็นคนของหลวงที่ถูกส่งมาสืบข่าว แน่นอนว่าพวกมันย่อมได้ข่าวเพียงเล็กน้อยตามที่นายท่านหวังและคุณชายหมิงเซียนต้องการให้รู้ และหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่สกุลเซี่ยมีมากขึ้นอีกอย่าง ก็คือภาพคุณชายน้อยหมิงลู่ แห่งสกุลเซี่ยในยามนี้ ที่กำลังถูกลูกหลานขุนนางแลพ่อค้ามีเงิน เดินตามห้อมล้อม ประหนึ่งดาวล้อมเดือน..

          แต่ดูจากสีหน้าแล้ว....เดือนนี้จะไม่ชอบเป็นเดือนให้ดาวสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว...

          "ท่านพี่!!"เสียงร้องของนายน้อยหมิงลู่ดังขึ้นมาแทบจะในทันทีที่เห็นพี่ชายของตนปรากฎอยู่หน้าประตูสถานศึกษาหลวง แม้ว่าจะไม่ได้ใกล้ถึง แต่คุณชายน้อยแห่งสกุลมีชื่อ ก็ไม่รอช้ากว่านั้น เขารีบออกจากวงล้อมของดาวทั้งหลายที่ทำท่าอยากจะยื้อเอาไว้ เพื่อพุ่งเข้าไปหาอ้อมแขนของพี่ชายที่ขยับวงแขนเปิดรอรับน้องชายอยู่ ส่วนเหล่าขนมทั้งหลายก็ถูกส่งมาอยู่ในมือของเฟิงเยี่ยนแทน

          "หมิงลู่..เจ้าเลิกเรียนนานแล้วหรือไม่...ขอโทษด้วยนะที่พี่มาช้า"หมิงเซียนมองน้องชายพร้อมกับอุ้มอีกฝ่ายขึ้นมา มองใบหน้าเล็กที่มีความน่ารักน่าหยิกส่ายปฎิเสธไปมาอย่างนึกเอ็นดู

          "ไม่เลยท่านพี่...ข้าตั้งใจจะไปรอท่านที่ห้องตำรา ทว่าเพราะผู้คนตามข้ามากมาย เสียงดังในห้องตำรา ข้าจึงถูกไล่ออกมาจากห้อง.."ประโยคหลังเด็กน้อยบ่นเสียงอุบอิบท่าทางไม่ชอบใจนัก แต่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะบอกให้หมิงเซียนรู้ว่าเวลาสำหรับการส่งน้องชายเขาเรียนในสถานศึกษานี้หมดลง 

          เพราะความเป็นส่วนตัวของเด็กน้อยเริ่มถูกคุกคาม...ช่างน่าเสียดายที่มิมีใครคิดสนใจ หมิงเซียนมองกลุ่มเด็กที่ทำท่ากล้าๆกลัวๆ อยากเข้ามาทำความรู้จักตีสนิทกับเขาที่เป็นพี่ชายของหมิงลู่ แต่ก็หวาดกลัวเพราะรับรู้ถึงสายตาของท่านลุงเฟิง สุดท้ายแล้วหมิงเซียนก็ไม่คิดสนใจใคร โอบอุ้มน้องชายตัวน้อยที่ขนาดตัวอาจใหญ่กว่าเดิม แต่ไม่คณามือพี่ชาย เดินออกไปสถานศึกษาหลวง

          ระหว่างทางน้องชายที่มีสีหน้าเศร้าหมอง ไม่ยอมกินขนมที่เขาหยิบยื่นให้ สร้างความฉงนปนไม่สบายใจให้กับเขาเป็นอย่างยิ่ง..จนอดไม่ได้ที่จะลอบๆเคียงๆถาม และความที่ได้มันทำให้เขารู้สึกไม่พอใจ จนเกือบอยากจะเอามีดไปแทงใครสักคน

          เมื่อหมิงลู่เล่าให้เขาฟังถึงเด็กปากมอมที่อิจฉาในตระกูลเซี่ยที่เริ่มยิ่งใหญ่ขึ้นมา และถูกอาจารย์เยินยอจนเกินงาม เข้ามาหาเรื่องบังอาจด่าว่ามารดาของเขาว่าเป็นนางจิ้งจอกล่อลวงนายท่านหวัง เป็นสตรีขายเรือนร่างปีนเตียงคนใหญ่คนโต...นี้หรือปากเด็ก!!

          ไม่รวมพวกเพื่อนๆและอาจารย์ที่ขยับตัวเข้ามาคอยประจบสอพอ ตีสนิทหนาแน่น...คิดแล้วช่างน่าตายนัก...

          ความไม่พอใจของหมิงเซียนแม้ไม่ปรากฎบนใบหน้า แต่หาใช่จะไม่แสดงออกเป็นรังสีที่อยู่ข้างกาย ยามที่น้องชายของเขาเริ่มสบายใจหันไปสนใจขนมที่พี่ชายยื่นให้อีกครา เฟิงเยี่ยนจึงอดไม่ได้ที่จะรีบเข้ามากระซิบถามความ

          "จะให้ข้าน้อย.."

          "ยังก่อน...คนพวกนั้นยังมิจำเป็นต้องจัดการ...เพียงไปสืบความมาก็พอ..ส่วนเรื่องเรียนของน้องเล็ก..ฝากท่านลุงเฟิงเป็นธุระส่งคนไปแจ้งสถานศึกษา บอกกล่าวว่าน้องชายสุภาพไม่ค่อยดีช่วงนี้ ขอลาออกจากสำนักศึกษา ...เปลี่ยนมาร่ำเรียนที่บ้านแทน....จะว่าไป..คงต้องขอให้ท่านลุงเฟิงจัดหาชื่ออาจารย์ที่นอกจากมีความสามารถแล้ว ยังมีจรรยาในการสอนส่วนเรื่องวิชาใด เดี๋ยวข้าจะเขียนรายละเอียดบอกท่านอีกที"

          "ขอรับคุณชายใหญ่.."เฟิงเยี่ยนรับคำแต่โดยดี ก่อนจะส่งเสียงผ่านพลังปราณไปหยั่งลูกน้องเงาที่อยู่ไม่ไกลให้ทำตามคำสั่งของคุณชายใหญ่หมิงเซียน 

          แน่นอนว่าด้วยท่าทางของหมิงลู่ในยามนี้ แม้จะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันจะกลับมามีอารมณ์ขุ่นมัวเช่นเดิมอีกไม่ได้ ถึงจะพูดว่าเด็กหลงลืมได้ง่าย แต่หมิงเซียนก็รู้สึกว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักครึ่งชั่วยามถึง 1 ชั่วยาม ถึงจะได้ผลกับหมิงลู่...เขาไม่กล้าเสี่ยงหากกลับไปยามนี้ น้องชายเป็นมารดาหวานกับนายท่านหวังอีก..จะพาลรู้สึกแย่อีก...แค่คิดก็ปวดหัวต่อแล้ว..

          ที่สำคัญคือ เขาไม่อยากกลับไปเจอศิษย์คนปัจจุบันของสำนักมารดาและบิดาเลี้ยง...เพราะฉะนั้นข้ออ้างเรื่องหมิงลู่นับว่าได้ประโยชน์มากกว่าเสีย..เมื่อคิดได้แบบนั้น หมิงเซียนจึงพาหมิงลู่เดินเที่ยวตลาดให้หายอารมณ์ดราม่าก่อน โดยเลือกพาเด็กชายเข้าร้านเครื่องดนตรีเป็นหลัก..ด้วยคิดเห็นว่าดนตรีเป็นเครื่องเยียวยาจิตใจที่ดีที่สุด

          ทว่าไหนเลย ดวงชะตาของเขานั้นจะได้เดินตลาดแบบชิวๆสบายๆ ไม่มีเรื่องอะไรง่ายๆ ...เพราะเพียงแต่เข้าร้านเครื่องดนตรีร้านที่ 3 เสียงโวยวายที่ไม่ดังจากตัวเขาแลน้องชายที่กำลังเลือกเครื่องดนตรีฉินอันใหม่ให้น้องชายก็ดังขึ้นมา ไม่ใช่จากหนึ่งคน หากแต่เป็น 2 

          "อ่า!!! ศิษย์พี่...กระเป๋าพกของข้า! เงินของข้ามะ..มันหายไป!"เสียงลนลานปนตกใจของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้น เรียกสายตาของคนในร้านให้กันไปมอง 

          "เจ้าว่าไงนะ ...อย่ามาล้อข้าเล่นนะ.จิ้งเฉียน!"เสียงเข้มของคนที่ตัวสูงและดูสุขุมกว่าดังขึ้นมา ใบหน้าของเขาแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน ท่าทางการยืนการพูดจา แสดงถึงความเป็นผู้ดี แตกต่างจากอีกคนที่น่าจะชื่อจิ้งเฉียน ที่แม้จะแต่งตัวดี แต่ท่าทางนับว่ายังมิเท่าเจ้าของเสียง

          "ศิษย์พี่ใครจะกล้าล้อท่านเล่นกัน...เงินที่ท่าน"ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะพูดจบเสียงของคนดุเมื่อครู่ก็แทรกขึ้น

          "พอแล้ว เช่นนั้นก็มิต้องซื้อ อย่างไรข้าก็คิดไว้อยู่แล้วว่ามิเหมาะสม"เสียงเข้มกล่าวท่าทางหงุดหงิด

          "แต่ศิษย์พี่ เรามาร่วมงานสำคัญหากไม่มีของร่วมงานมัน"เสียงพูดคุยโต้ตอบไม่เลิกไม่ลาของทั้งสองคนยังไปต่อได้ไม่จบ 

          ให้ตายเถอะ...เขาละสงสัยในดวงตัวเองเหลือเกิน...ไหงร้านเครื่องดนตรีมีอยู่เป็นนับสิบๆร้านในเมืองฟู่จ่าง แต่ดันมาเจอคนบุคคลิคแปลกแยกกว่าชาวบ้านประหนึ่งเหมือนอยากบอกให้ทุกผู้ที่เดินผ่านรู้ว่า 'ข้าคือตัวเอกของเรื่อง ไม่ใช่ตัวประกอบไก่การาคา 5เหรียญทองแดง'

          ความโดดเด่นระดับนี้ ไม่รวมออร่าที่ออกมาจากกาย หมิงเซียนก็คิดแล้วว่าตัวเขาไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับคนทั้งคู่แน่นอน..ด้วยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ต่อให้ยามนี้เขานึกมิออก เขาก็ไม่ขอนึกออกให้ปวดหัว 

          เขาเป็นเพียงตัวประกอบตัวหนึ่ง โผล่ในนิยายก็เหมือนผี ผลุบๆโผล่ๆ ตายก็เกือบจบ เพราะฉะนั้น ข้าคนนี้ขอจรลีหนีออกไปจากที่นี้ก่อนเป็นที่แรก..

          เมื่อผุดความคิดได้ ตัวเขาก็หันกลับไปหาน้องชายที่กำลังสนใจเครื่องดนตรีฉินที่ขนาดพอเหมาะที่เด็กชายจะเล่น ด้วยความอยากได้..ถึงจะรู้สึกเสียดายสักหน่อย แต่ยามนี้จรลีดีกว่า ไว้ออกไปแล้วเขาค่อยให้ท่านลุงย้อนมาซื้อก็ยังมิสาย 

          ทว่าอย่างที่มีใครสักคนกล่าว ....ดวงของเขามันยังไม่สุด จะไปจบแค่หนีหายมันก็กระไรอยู่...

          เพราะพอเขาเรียกสติน้องชายให้หันมาสนใจ เตรียมจะพาชิ่งหนี เด็กน้อยก็ได้ยินบทสนทนาของบุรุษทั้งสอง...และไม่รู้ทำไม ต่อมความใจดีปนความไร้เดียงสาของน้องชายเขาก็เจือกมาทำงานเวลานี้!!!

          "ท่านพี่ เราไม่ช่วยเขาหรอ?"

          "ช่วยใครหรอน้องรัก?"ใบหน้าหวานแม้อยากจะชะงักค้าง แต่ก็แกล้งตีมึนไม่รู้เรื่อง กลบความรู้สึกหนักตาขวากระตุกอย่างแนบเนียน...ไม่เอาไม่พูดนะน้องรัก..เรื่องของคนอื่นเราไม่เสือกสิลูก..

          ทว่าความคิดของหมิงเซียนดูจะใจร้ายใจดำจนดูชั่วเกินไป...จึงมิอาจส่งต่อแต่น้องชายผู้ไร้เดียงสา

          "สองคนนั้นไงขอรับท่านพี่ เหมือนเขาจะเดือดร้อนเรื่องเงิน"เด็กน้อยไม่พูดเปล่าซ้ำยังชี้ไปที่2 คนที่เหมือนได้ยินแล้วพร้อมใจกันหันมามองเขาพี่น้อง โดยคนหนึ่งมีสีหน้าไม่พอใจจนน่าตบให้หันไปอีกข้างส่วนอีกคนก็ตาประกายจนเกินงาม ประหนึ่งว่าได้ผู้ช่วยชีวิตแล้วก็มิปาน

          อย่าฝันเถอะ..ใครจะไปช่วยพวกแก ไอ้ตัวละครสายหลัก! เชิญใช้ออร่าของพวกแกไปขอเงินคนอื่นไป๊!!

          "หมิงลู่พี่ว่า...."

          "ท่านพี่สอนว่า คนเวลามีแล้วต้องช่วยคนไม่มี แม้จะไม่รู้จักกัน แต่ช่วยเหลือแม้เล็กน้อย แต่อาจช่วยเขาได้มหาศาล...ท่านพี่เรามีเงิน ช่วยเขาให้เขาหยิบยืมนิดหน่อย...ไม่ได้หรอ..ขอรับ"คำพูดฉะฉานชัดเจน ค่อยๆหรี่เสียงเล็กลง ราวกับรับรู้ความคิดพี่ชาย แต่ก็ช้าเกินปากตนไปหลายคำเสียแล้ว...จึงเปลี่ยนมาส่งสายตาออดอ้อนเหมือนลูกหมาแทน..

          "ท่านพี่.."...

          ....คิ้วของหมิงเซียนกระตุกถี่ยิบ ความคิดที่อยากจะพูดออกมาจากปาก คือใครกันที่บังอาจสั่งสอนน้องชายของเขาให้ใจดีเป็นพระเอกนิยายน้ำเน่าแบบนี้!! ถึงตามจริงน้องชายสุดที่รักของเขาจะเป็นพระรองก็เถอะ...แต่การใจดีกับคนแปลกหน้าแบบนี้มันทำให้ตายได้นะน้อง!!!


          ใจหมิงเซียนคิดปรามาทด่าทอคนที่บังอาจเสี้ยมสอนน้องชายของเขาให้ใจดีแบบผิดๆ ในขณะเดียวกันที่เรือนรับรองใหญ่ สกุลเซี่ย ที่กำลังรับรองแขกสำคัญ ไม่ใช่เพียงหนึ่งหรือสองคน หากแต่เป็น คณะเดินทางจาก 2 สำนักสำคัญที่มีนิสัยชอบเร้นกายในยุทธภพวันนี้กลับมารวมตัวกัน ณ คฤหาสน์สกุลเซี่ย 

          "ฮัดชิ้ว!"

          "ไป๋หลัน..เจ้าเป็นอะไรหรือ ไม่สบายงั้นหรอ?"นายท่านหวังมองว่าที่ภรรยาตนหลังจากจู่ๆอีกฝ่ายก็จามออกมาจนเสียกริยา

          "เปล่าเจ้าค่ะ..คงมีใครพูดถึงน้องมากกว่า"ใบหน้าหวานว่าจบก็ให้นิ่งคิด ราวกับกำลังนึกว่าผู้ใดกันที่กล้าว่านางเช่นนี้....คงมิใช่อดีตสามีชั่วแซ่หม่าหรอกกระมั่ง?...

          ท่าทางรักใคร่ดูแลกันอย่างใกล้ชิดของสองชายหญิง ต่อหน้าผู้เป็นอาจารย์และศิษย์พี่ศิษย์น้องที่เดินทางล่วงเวลามาหลายชั่วยาม หากใครมีมารยาทก็หันหน้าหนี ใครมิมีก็ได้แต่ส่งเสียงแซวปนเอื่อมระอา..

          "ให้ตายเถอะ..หาใช่หนุ่มสาวกันแล้ว..ใยต้องหวานให้พวกข้าเห็นหันอีก..มดจะเต็มโต๊ะเก้าอี้ที่ข้านั่งหรือไม่เนี่ย ฮ่าๆๆ"ชายชรารูปร่างสูงใหญ่แต่งกายสีสันอันกล่าวได้ว่าแปลกประหลาด เพราะหากมองจากส่วนบนลงมานั้น สีสันที่แต่งกายของอีกฝ่ายนับว่ามีหลากสี

          เริ่มจากที่ประดับผมที่มีสีฟ้าครามลวดลายคล้ายผลึกสีเงิน เสื้อผ้าเครื่องแต่งการเป็นสีเขียวเข้มปักลายไผ่สีดำสลับเหลืองอ่อน รองเท้ามีสีดำปักลายสายลมสีเขียวอ่อน..ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนั้น หากเป็นผู้อื่นมาพบเห็นคงมองอย่างไม่ไว้ใจ น้อยนักที่จะล่วงรู้ ว่าชายชราผู้นี้หาใช่คนบ้ามิเต็มคน ดูได้จากพู่ห้อยประดับหยกข้างเอวอีกฝ่ายที่เป็นรูปปลามังกรงดงาม ฉากหลังเป็นลายคลื่นลมพายุ อันเป็นสัญลักษณ์ของสำนักธารสีชาติแห่งซุ่นไป๋..และที่สำคัญหากเลยมองขึ้นไปเหนือตราสลักสำคัญของสำนัก จะเห็นหยกสลักสีมรกตที่มีประกายสีเหลืองทองงดงามอยู่ภายในที่หากยาก สลักเป็นลายดอกบัวบาน อันเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าสำนักอีกด้วย กล่าวด้วยความอารมณ์ดี แตกต่างจากชายชราที่มีเส้นผมสีดอกเหลาข้างกายที่มีใบหน้าบูดบึ่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง

          "ยังจะมีใบหน้าระรื่น เอาเวลามาแซวผู้อื่นอีก...อายุอานามมิใช่น้อย ยังกระทำตนเป็นวัยหนุ่มสาวอีก...ให้ตายเถอะ..ข้าล่ะปวดหัวจริงๆ"ชายชราผมสีดอกเหลากล่าวก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับ ตัวของเขาแต่งกายด้วยเสื้อสีน้ำตาลกลางไม่เข้มและไม่อ่อนเกินไป ปักลวดลายที่เอาต้นแบบภูเขาจิ่นหั่ว อันเป็นที่ตั้งของสำนักตนเป็นลวดลายประจำสำนัก..ข้างเอวผูกติดห้อยตราหยกปักษาในจินตนาการ ที่แม้จะเป็นลายตราแต่ก็ให้ความรู้สึกถึงการขยับปีกที่เหมือนกับมีชีวิต พื้นหลังเป็นลายภูเขาและสายฟ้า อันเป็นสัญลักษณ์ของสำนักอัคคีแห่งจิ่นหั่ว แลเช่นเดียวกันที่ด้านบนมีหยกสลักลายดอกบัวงดงาม สีน้ำแดงเลือดหายาก ประดับบ่งบอกว่าผู้ที่ถือครองพู่ห้อยคือเจ้าสำนักนั้นเอง

          "เหอะ...ตาแก่นี้ ยังโกรธเคืองที่ข้าไปฉุดเจ้าจากเรือนนอนไม่พอหรือไง..ใยข้าพูด3 คำเจ้าว่า 4 คำเจ้าด่าไม่เลิกไม่ลาเช่นนี้ ...นี้หรือคนอายุอานามเยอะกระทำกัน.."

          "เจ้า!"ก่อนที่เสียงของท่านเจ้าสำนักอัคคีแห่งจิ่นหั่วจะได้ออกปากกลายเป็นสงครามน้ำลายกันต่ออีกสักรอบ นายท่านหวังที่ได้รับสัญญาณจากเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งร่วมสำนักและต่างสำนัก ก็รีบออกเสียงกระแอ่มไอ พูดแทรกความทั้งสอง แม้จะเสียมารยาท แต่พวกเขาก็รู้ดีกว่าหากไม่มีใครหยุด การโต้เถียงของทั้งคู่ก็คงมิจบโดยง่าย แลจะลามไปถึงเรื่องอื่นแทน

          "ท่านอาจารย์ กับท่านฮั่ว เดินทางมาร่วมงานแต่งข้ากับไป๋หลันเช่นนี้ บอกตามตรง พวกเราดีใจมากจริงๆ.."

          "แน่นอนว่าข้าต้องมาอยู่แล้ว..งานแต่งของคู่ขวัญที่ข้าออกตัวอยากให้พวกเจ้าคู่กันมานานแล้ว เห็นหรือไม่..ข้าบอกแล้วว่าคนเขาคู่กันไม่แคล้วกันหรอก..ไอ้แก่"เหมือนว่าอารมณ์ท่านอาจารย์ของว่าที่สองสามีภรรยาจะยังมิหยุดยั่วโมโหชายชราอายุพอกัน เพียงแต่ผมต่างสีเท่านั้น ด้วยท่าทางชอบอกชอบใจ

          "ท่านอาจารย์"เป็นไป๋หลันที่อดไม่ได้ออกเสียงเอ็ดแบบอ่อนๆให้อาจารย์ มือก็พลางกระตุกแขนเสื้ออีกฝ่าย เพราะยามนี้ ท่านเจ้าสำนัก หรือก็คืออาจารย์ของนาง ท่าน ช่างหลิว แซ่สกุล เหมียว รับหน้าที่เป็นญาติฝั่งเจ้าสาวของนาง ส่วนท่านเจ้าสำนักอัคคีแห่งจิ่นหั่ว ท่าน ชงจื้อ แซ่สกุลฮั่ว รับหน้าที่เป็นญาติฝั่งเจ้าบ่าวของนายท่านหวัง ที่ยามนี้มิมีบิดามารดา แลญาติผู้ใหญ่ เพราะพวกเขาเหล่านั้นล้วนแล้วแต่สิ้นบุญไปนานแล้ว

          "หึ...ขนาดศิษย์เจ้ายังรู้ความกว่าเจ้าเสียอีก ช่างหลิว..."

          "เหอะ..."ใบหน้าของชายชราเจ้าของนามช่างหลิวสะบัดหน้าใส่อีกฝ่ายท่าทางงองอนไม่พอใจ เมื่อถูกอีกฝ่ายพูดจาต่อว่าเป็นเด็กหลายรอบหลายครา

          บรรยากาศที่หากว่าทั้งสองชายชราเป็นวัยหนุ่มกว่านี้ คงดูน่ารักน่าเอ็นดู ไม่ใช่น้อย หากแต่ตามจริงยามนี้อายุทั้งคู่ไปไกลเกินกว่าพวกเขาหลายรอบแล้ว มาทำท่าทางเช่นนี้ มันก็ชวนให้บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะ เหมือนไปกันไม่เป็น จนสุดท้าย ท่านชงจื้อก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก

          "เฮ้อ..ต้องขอโทษพวกเจ้าด้วย....เพราะเวลาไม่คอยท่าทำให้ข้าไม่ได้นำของขวัญมงคลมามอบให้ในงานแต่งของเจ้า.."

          "ข้าก็บอกแล้วไงว่าส่งศิษย์ไปซื้อให้แล้ว เพียงของขวัญมงคลเท่านั้น ลูกศิษย์ข้าหาได้เรื่องมาก เพียงเหล้าดีๆสักไหมามอบให้เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว"

          "นั้นมันเจ้าคนเดียว..หากไม่เพราะเจ้าไปฉุดกระชากลากข้าออกมาจากเรือนนอน ทั้งๆแบบนั้น ข้าคงไม่ต้องส่งศิษย์เอกคนใหม่ของข้าไปหาซื้อของใกล้พวกเขาให้เสียหน้าเช่นนี้."น้ำเสียงตำหนิแบบไม่ปิดบังส่งตรงไปหาชายชราที่นั่งตรงข้าม

          "เหอะ..ก็เจ้ามันชักช้า..ศิษย์ข้าจะแต่งงาน หากไม่รีบเกิดงานแต่งผ่านไปแล้ว จะทำอย่างไร.."

          "แล้วเจ้าไม่ได้อ่านหรือยังไงว่างานแต่งเขาจัดวันใด..จดหมายถึงพวกเรายามนั้น จะเดินทางมาก็มีเวลาอีกตั้ง 3 เดือน แต่เจ้าก็ยังรีบร้อนไม่เลิก...สุดท้ายเป็นเช่นไร..นอกจากจะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมของให้ครบถ้วนจนต้องส่งศิษย์เทียวไล้เทียวขื่อให้ยุ่งยากเช่นนี้.."ยิ่งท่านชงจื้อพูด ใบหน้าของท่านเจ้าสำนักธารสีชาตก็ยิ้มมีแก้มพองออกมามากขึ้น..

          "ท่านหั่ว กล่าวหนักไปแล้ว..ตามจริงแล้วของขวัญสำหรับข้าและหลี่เฉินแล้ว การมาของพวกท่านนับเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่นัก...ยังอีกหลายวันกว่าจะถึงงานแต่งงาน..พวกท่านเดินทางมาเหนื่อยๆ ยังไงไป.."ไม่ทันที่ไป๋หลันจะพูดจบเสียงของคนที่ทำแก้มพองอยู่ก็หายไปเหมือนว่านึกอะไรขึ้นมาได้

          "จะว่าไป ไป๋หลัน อาจารย์จำได้ว่าเจ้าบอกมีบุตรอยู่ 3 คน คนเล็กสุด ยัยหนูอวี้หลันน่ารักน่าชังอย่างที่เจ้าเขียนบอกมาจริง หากแต่ว่าบุตรชายอีก 2 คนเหล่า...ใยข้าจึงไม่เห็นพวกเขา"

          "เรียนท่านอาจารย์ หมิงลู่บุตรชายคนรองของศิษย์ กำลังศึกษาอยู่สำนักศึกษาหลวง ยามนี้คิดว่าน่าจะเลิกเรียนแล้ว หมิงเซียนบุตรชายคนโตของศิษย์เองก็คงกำลังไปรับเขากลับมาที่นี้"

          "หมิงเซียน...เด็กที่เจ้าเคยเขียนเล่าเรื่องว่าเขามีความฝันอยากเป็นเหมือนบิดาโง่ๆของเขาน่ะหรือ...อยากเป็นแม่ทัพ.."คำพูดของท่านชงจื้อทำให้ไป๋หลันยกยิ้มข่มขื่นเล็กน้อยก่อนพยักหน้ารับ..

          "เจ้าค่ะ..อดีตก่อนที่ศิษย์จะถูกอดีตสามีขับไล่ออกจากตระกูล เขาได้รับความรักและความหวังที่จะเป็นผู้สืบทอดตระกูล ทุกคนต่างห้อมล้อมเขา..ไม่แปลกที่เขาจะมีความฝันว่าจะเป็นเหมือนบิดาเขา...ทว่า..พอหลังจากนั้นแล้ว..ความฝันของเขาดูจะเปลี่ยนไป..จากที่เคยกระดือรือร้นอยากจะแม่ทัพ..ยามนี้เขากลับกลายเป็นคิดเพียงส่งเสริมน้องชายและน้องสาว...ราวกับว่าเขาไม่อยากฝันสิ่งใดให้เจ็บปวดอีก..."มือของไป๋หลันขยับยกขึ้นมากำที่อกเสื้อ..ความเป็นแม่ที่เห็นลูกเจ็บปวดถึงขนาดไม่กล่าวถึงความฝันของตนเองอีก..ทำให้นางอดคิดไม่ได้ว่าบุตรนางจะเกลียดสิ่งที่เคยอยากเป็นอยากกระทำ...หรืออาจจะมีความคิดที่ทำร้ายตัวเองในภายหลัง...แบบที่นางคาดไม่ถึง..

          "ไป๋หลัน..เดี๋ยวนี้เจ้าชักคิดเยอะไปแล้วนะ...บุตรของเจ้า หมิงเซียน..สินะ..เขาอาจไม่คิดอะไรก็เป็นได้..การที่เขาคิดถึงพี่น้อง นับว่าเป็นพี่ที่ดี...."

          "ท่านอาจารย์ ศิษย์คิดว่าศิษย์เข้าใจศิษย์น้องนะเจ้าค่ะ...มีมารดาที่ไหนบ้างไม่กังวลเรื่องบุตรตนเอง.."เสียงของหญิงสาวที่เป็นศิษย์พี่ของไป๋หลันกล่าวขึ้นมา เพราะนางเอกก็นับว่ามีบุตรเช่นเดียวกัน แม้จะเป็นบุตรบุญธรรมที่นางรับมาเลี้ยงก็ตาม

          "พี่ถิวหลิว.."ไป๋หลันมองศิษย์พี่อันดับ 2 ของนางก็ให้ยกยิ้ม เมื่ออีกฝ่ายยื่นมือมาก็พร้อมกับจับมือเหมือนขอกำลังใจกันอีก..ภาพความกังวลเมื่อครู่ค่อยเจื่อจาง ก่อนที่นายท่านหวังจะเป็นผู้ออกปาก..

          "สำหรับข้าและไป๋หลันแล้ว..ต่างเห็นพ้องกันว่า หมิงเซียน บุตรชายคนโตของพวกเรานั้น มีความสามารถ พลังปราณของเขาน่าจะสูงกว่าขั้น 2 ไปแล้ว ส่วนปราณธาตุ จากที่ไป๋หลันบอกมาผลหลังการทดสอบพลังธาตุ ก็เห็นว่าเป็นธาตุลม ..."

          "เช่นนั้นก็ดีแล้วนี้"

          "ขอรับ..เพียงแต่ว่าศิษย์มีความเห็นต่างเล็กน้อย.."

          "เห็นต่างอย่างไร หลี่เฉิน.."ชงจื้อกล่าวถามด้วยความสงสัย

          "ขอรับ..ถึงจะสัมผัสได้ไม่มาก..แต่ศิษย์คิดว่าบุตรชายคนนี้ ไม่ได้ครอบครองเพียงพลังธาตุเดียว.."สิ้นคำของนายท่านหวัง เสียงฮือฮาก็เกินขึ้น ด้วยปรกติแล้ว พลังธาตุถือครองได้เพียง 1 หากจะมีเพิ่มขึ้นมาอีก นับเป็นอะไรที่หาได้ยาก..

          "เหตุใด..เจ้าถึงคิดเช่นนั้น.."เสียงพูดดังมาจากศิษย์เอกอีกคนหนึ่งของท่านชงจื้อ ที่ไม่ได้เป็นผู้แปลกหน้าแต่อย่างใด สำหรับนายท่านหวังและไป๋หลัน เพราะพวกเธอล้วนแล้วแต่เรียนในสำนักและฝึกฝนขับเคี้ยวกันอยู่ตลอดมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว

          "ทุกท่าน..พวกท่านคงเห็นแล้วถึงสวนที่คฤหาสน์ของข้าปลูกและทำเอาไว้...พวกท่านคิดว่าทางน้ำเหล่านั้นมีต้นน้ำจากที่ใด"เป็นไป๋หลันที่ออกปากพูดขึ้นมาก่อน

          "มิใช่ว่าเอามาจากบ่อน้ำ หรือทางน้ำด้านนอกงั้นหรือ?"เป็นศิษย์เอกคนเดิมของท่านชงจื้อที่พูดขึ้นมา..

          "มิใช่เจ้าค่ะ...ศิษย์พี่ต้วน.."

          "ไป๋หลัน..เจ้าจะบอกว่า..เด็กคนนั้นหาตาน้ำ.."เป็นศิษย์พี่หญิงนามถิงหลิว กล่าวถามด้วยใบหน้าประหลาดใจ เพราะนางทราบดีว่า การค้นหาตาน้ำหรือแหล่งน้ำได้นั้น เป็นคุณสมบัติของคนมีพลังธาตุน้ำเช่นเดียวกับนาง

          "เป็นจริงงั้นหรอไป๋หลัน...หลี่เฉิน!"เป็นท่านช่างหลิวที่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

          "จริงเจ้าค่ะท่านอาจารย์..."

          "แต่นั้นก็มิได้แปลแน่ชัดว่าเขาจะมีพลังธาตุน้ำด้วย.."ไม่ทันที่ท่านเจ้าสำนักชงจื้อจะกล่าวจบ เสียงของนายท่านหวังก็แทรกขึ้นมากล่าวคำต่อก่อน

          "เรื่องธาตุน้ำนั้น ศิษย์อาจจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงไม่แน่ใจนัก แต่ว่าหากเป็นเรื่องที่เด็กคนนั้นน่าจะมีพลังธาตุน้ำแข็งอยู่กับตัว..เรื่องนี้ศิษย์ขอยืนยันเพราะศิษย์เห็นกับตาตัวเองจริง"

          "เจ้าหมายความว่าอย่างไรหลี่เฉิน"

          "เรียนทุกท่าน ท่านคงทราบดีว่าหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์นั้น ไม่ใช่ว่าคนธาตุอื่นจะสามารถจับต้องมันได้โดยง่าย หากจะจับก็ต้องใส่ถุงมือพิเศษ เพื่อป้องกันพลังไอเย็นจากตัวหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์กัดกินผิวเนื้อที่มันสัมผัสจนเสียหาย"นายท่านหวังเว้นช่วงเล็กน้อยเพื่อให้ข้อมูลถูกย่อยในสมองของทุกคน ก่อนจะกล่าวต่อซ้ำ

          "ก่อนหน้านี้ ไป๋หลันถูกยาพิษที่ท่านน่าจะทราบแล้วในจดหมาย พิษนั้นติดตัวนางมาแต่บ้านสกุลเดิมของไอ้ชั่วแซ่หม่า..ยามนั้นข้ายังมิรู้ว่าหมิงเซียนคือบุตรของไป๋หลัน จึงได้เจรจาซื้อขายกัน จนเมื่อการซื้อขายจบลง ข้าให้คนของข้านำของเข้ามาในห้อง และก่อนที่จะได้มอบห่อผ้าป้องกันไอเย็นพร้อมกับถุงมือ เด็กคนนั้นก็กลับหยิบหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์ไว้ในมือ แม้ว่ามันจะถูกจำกัดไว้ในขวด แต่ก็ใช่ว่าพลังไอเย็นของมันจะลดลง...เรื่องนี้..คงไม่อาจแปลเป็นอื่นได้ นอกเสียจาก เด็กคนนี้มีพลังธาตุน้ำแข็งติดกาย จึงทนทานต่อพลังเย็นของหยาดน้ำแข็งอาบแสงจันทร์.."สิ้นคำอธิบายของนายท่านหวัง ถิงหลิวผู้เป็นศิษย์ร่วมสำนักก็ถึงกับหันไปหาศิษย์น้องหญิงที่รักในทันที

          "ไป๋หลัน..เจ้าสนใจหมั้นหมายบุตรเจ้ากับบุตรบุญธรรมของข้าหรือไม่...บุตรของข้า"ไม่ทันที่ถิงหลิวจะได้เจรจาต่อความกับไป๋หลันจบเสียงของศิษย์สำนักตรงข้ามก็แทรกคำขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้เล็กๆ

          "บุตรบุญธรรมเจ้าเป็นบุรุษ แต่งกันก็ใช่.."

          "ท่านจิ้นเค่อนี้ อย่ามาคิดตีเนียนทำเป็นมิรู้ และตลบหลังข้าทีหลัง..ท่านก็ทราบ หากว่าบุรุษมีพลังปราณระดับสูง ซ้ำยังทัดเทียมกับคู่หมายตนเอง พวกเขาก็สามารถจะสร้างชีวิตจากพลังปราณของพวกเขาได้..แน่นอนว่าวิธีการทำเช่นนั้นจะยาก อาจมีความผิดพลาดได้มาก แต่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมา..."ไม่ทันที่ถิงหลิวจะได้พูดจบคำ นางก็ถูกบุรุษตรงหน้าพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง

          "เช่นนั้นน้องหวัง น้องไป๋ ไม่สนใจสืบสานความตั้งใจของอาจารย์พวกเราหรือ ที่อยากให้ศิษย์สองสำนักดองกัน..น้องชายคนเล็กของข้าก็ใช้ได้ไม่เลว...เหมาะสมกับ.."ไม่ทันที่เขาจะได้พูดจบก็ถูกสตรีที่เขาพูดแย่งคำมาก่อน พูดแทรกขึ้นมา

          "ชิชะ..ท่านพี่จิ้นเค่อ..ข้าเห็นแก่ท่านอายุมากกว่าข้าจึงปล่อยปากให้พูดต่อคำ..ที่ไหนได้ จะให้น้องท่านมาน้องกับหลาน..ไม่สิ..ว่าที่ศิษย์น้องของข้าแบบนี้ได้อย่างไร..ข้าไม่ยอมหรอกนะ..บุตรชายบุญธรรมของข้า เป็นถึงองค์ชาย 5 แห่งแคว้นผิง ที่อยู่ทางใต้..."

          "ของเจ้าเป็นเพียงองค์ชาย 5 หากนับเป็นอ๋องนับมีอำนาจเล็กน้อย หึเทียบกับของข้า เขาเป็นน้องชายข้าผู้เป็นฮ่องเต้แคว้นไท่ แน่นอนว่าศักดิ์ของเขาย่อมเป็นชินอ๋องแห่งแคว้น อำนาจนั้นย่อมเป็นรองต่อข้า...น้องไป๋ น้องหวัง ข้าหวังว่าเจ้าจะ.."

          "ไม่ได้...ข้าไม่ยอม!"เสียงของสตรีศิษย์สำนักธารสีชาตคนอื่นที่ติดตามมาพากันส่งเสียงทัดทาน และยกชื่อญาติสนิท บุตรชายบุตรสาวบุญธรรมของตนขึ้นมาโต้จอบกับ ฮ่องเต้แคว้นฝูหั่ว ที่ด้านฝั่งตัวเองก็มิได้น้อยหน้า เมื่อพวกเขาเองก็พากันมาหลายคน เกิดเป็นการโต้วาทีกันอีกหลายยก

          กว่าที่ความสงบจะกลับมา ไป๋หลันต้องรีบออกตัวว่าให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของบุตรชายนางจักดีกว่า ใจหนึ่งก็นึกแอบขอโทษบุตรชายนางก็หลายคำ ที่ดันก่อเรื่องให้เขาเสียแล้ว..

          หวังว่าบุตรชายนางจะไม่ถือโทษโกรธนางที่ทำให้ชีวิตของเขาหลังจากนี้มิได้สงบดั่งที่เจ้าตัวหวัง...


          ห่างออกไปในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน...ใบหน้าของหมิงเซียนก็คล้ายอยากจะทำทีว่าตัวเองกลายเป็นสายลม หรือไม่ก็เรียนวิชาแบบในการ์ตูนแบบพวกวิชาก้าวเท้าชั่วพริบตา หรืออะไรเถือกๆนั้น...

          ทำไมน่ะหรอ..ก็เพราะเขาอยากจะหนีหายไปจากตรงนี้ยังไงล่ะ!!

          หมิงเซียนคิ้วกระตุกน้อยๆ เมื่อบุรุษแปลกหน้า 2 คนที่เปร่งออร่าตัวเอกทั้ง 2 ตัวยังไม่หายไปจากเบื้องหน้าเขา กลับยังเดินตามหลังเขา โดยเฉพาะคนหนึ่งที่น่าจะมีชื่อว่า จิ้งเฉียน ที่ยามนี้กลับเดินเข้ามาตีเนียน ทำความรู้จักกับพวกเขาพี่น้อง

          "พวกเจ้ามีนามว่าอะไรกันหรอ..ข้าชื่อว่าจิ้งเฉียน ส่วนคนที่ยืนข้างๆข้าทำหน้าตาดุๆนั้น เป็นศิษย์พี่คนละสำนักของข้าเอง ชื่อว่า ซุ่นหลง "ไม่ทันที่คนท่าทางเป็นมิตรสุดโต้ง ออร่านายเอก หากเป็นคู่จิ้นวายจะได้พูดจบดี คนที่ดูเป็นสามีมากกว่าก็แทรกเสียงขึ้นมาทันทีใด

          "จิ้งเฉียน..เราไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวกับพวกเขาเสียหน่อย..รีบกลับกันได้แล้ว.."ท่าทางเหย่อหยิ่งของอีกฝ่าย หากเป็นปรกติหมิงเซียนคงรู้สึกหมั่นไส้จนอยากกระโดดถีบไปแล้ว ทว่า เพราะเวลานี้เขาอยากหลีกหนีจากคนทั้งคู่ ทำให้ความเหย่อหยิ่งของอีกฝ่ายในครั้งนี้เป็นพระคุณอย่างมาก

          ดีครับพี่...รำคาญอีกครับ...ข้าจะได้สลัดออกได้ง่ายๆ...จะได้ทางใครทางมันไม่ต้องเจอกันอีก...

          "ศิษย์พี่..จะขี้รำคาญเกินไปแล้ว...ท่านพูดเช่นนี้ไม่เหมาะสมสักนิด..เขามีบุญคุณจ่ายเงินค่าของให้กับเรา..เราก็สมควรแนะนำตัวทราบชื่อแซ่เขา วันหน้าจะได้คืนเงินให้.."

          "พวกท่านไม่จำเป็นต้องคืนเงินให้ข้ากับน้องก็ได้...ถือว่าช่วยกัน..หากไม่มีอะไรแล้ว.."ไม่ทันที่หมิงเซียนจะได้ใช้จังหวะนั้นชิ่งหนีสำเร็จ เสียงอีกฝ่ายก็ขึ้นแทรกขึ้นมา

          "ได้อย่างไรกัน..เงินทองที่ซื้อของไปก็ใช่น้อยๆ..อย่างไรก็ต้องตอบแทน...หากอย่างไรเราขอทราบนามของคุณชายหน่อยเถอะ...หากพวกข้ากลับไปพบอาจารย์ที่บ้านสกุลเซี่ย..ข้าจะรีบนำเงินกลับมาคืนให้ท่าน.."สิ้นคำของคนนามจิ้นเฉียน ริมฝีปากของหมิงเซียนก็กระตุกขึ้นมาอย่างห้ามมิอยู่ และนั้นทำให้คนที่มีใบหน้านิ่งสังเกตุเห็น ก่อนเปร่งคำราวกับโซ่ตรวนออกมากระแทกหัวใจคนอยากหนีในทันใด ยิ่งเมื่อมีเสียงเล็กข้างกายของหมิงเซียนออกเสียงตกใจร้อง

          "อา!!" ด้วยล่ะก็....คนไม่โง่ก็ดูออกว่าบ้านสกุลเซี่ย นี้มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับพวกเขาพี่น้อง...โอ๊ย..สวรรค์ ทำไมสร้างพระรองตอนเด็กใสซื่อแบบนี้ฟระครับ!!

          "สีหน้าเช่นนั้น พวกเจ้าคงมิใช่คนของสกุลเซี่ยกระมั่ง.."ราวกับน้ำคำอีกฝ่ายเป็นธนู ที่กระแทกเข้าหัวหมิงเซียน คำว่าเรือหายผุดขึ้นมาเป็นคำพูดใหญ่แทบทับร่างหมิงเซียน ก่อนที่จะได้ออกปากว่ามิใช่ ...น้องชายผู้น่ารักแสนดีและใส่ซื่อในอ้อมแขนของหมิงเซียนก็ดังตอบด้วยความไม่รู้ไปเสียแล้ว..เพราะความตื่นเต้นที่เห็นคนที่อาจเป็นแขกสกุลเป็นครั้งแรก หากไม่นับร่วมแขกที่กลายมาเป็นบิดาคนใหม่ของตนเอง

          "อา!! พวกท่านเก่งจริงๆเลย...ถูกต้องแล้ว..ข้ากับท่านพี่เป็นคนสกุลเซี่ย ข้ามีนามว่าหมิงลู่ ส่วนท่านพี่มีนามว่าหมิงเซียน และท่านลุงข้างๆนี้ คือท่านลุงเฟิ่ง..พวกท่านเป็นแขกของพวกเราใช่ไหม ข้าดีใจที่สุดเลย! ท่านพี่บ้านเรามีแขกแล้ว..ข้าจะได้อวดเพลงฉินที่ท่านสอนให้ผู้อื่นฟังแล้วขอรับ!"เสียงสดใสร่าเริงยินดีของน้องชาย ทำเอาคนอุ้มแทบทรุด...

          หมิงลู่น้องรัก...รู้หรือไม่ว่าเจ้าพึ่งจะพูดสิ่งใดออกไป..กำลังยินดีกับใครที่จะเข้าบ้านเรา...ไอ้เรือหาย!!...เอกราชก้นข้ามั่นสั่นเครือ...

          ดวงตาหวานของหมิงเซียนลอบมองคนทั้งคู่ ก่อนที่จะตีเนียนขยับยกยิ้ม โดยไม่ให้ผิดสังเกตุว่ามิยินดีที่ได้เจอทั้งสองคน...หากแต่หาได้ปิดบังสายตาคมของคนทั้งคู่ได้มิสนิท ถึงกระนั้นพวกเขาก็ทำที่พร้อมใจกันแสร้งทำเป็นมิเห็น...

          "ที่แท้พวกท่านคือคนสกุลเซี่ย เช่นนั้นดีเลย..พวกข้ามิชำนาญทางในเมืองฟู่ฉ่าง ด้วยมาเป็นครั้งแรก ...หวังว่าคุณชายเซี่ยจะเป็นเจ้าบ้านที่ดีช่วยนำทางให้.."คนที่ดูสุขุมที่สุดกลับพูดออกมาแม้ใบหน้าไม่เปลี่ยน แต่ดวงตาคมที่มีแววอันตรายราวกับหมาป่าที่เจอของถูกใจนั้น หมิงเซียนก็อดไม่ได้ที่จะระแวง.. จำต้องตอบรับคำอีกฝ่ายอย่างเสียไม่ได้...

          จากการเดินตลาดปรับอารมณ์ให้น้องชาย กลายเป็นการพบเจอตัวหายนะต่อเอกราชของตัวเอง หมิงเซียนรู้สึกปวดใจ จนเอยสาบานกับตัวเองในใจ ว่ากลับบ้านไปจะสอนน้องชายตัวเองใหม่ มิให้เกิดเหตุการณ์นำพาความชิบหายมาสู่ตัวเขาเช่นนี้อีก!!

          โดยเด็กชายไม่อาจล่วงรู้ ว่าที่แขกทั้งสองที่ถูกชักนำมาพบเจออีกฝ่ายด้วยโชคชะตาเล่นตลก หรือปลายปากกาของคุณกัญจนาอยากวาดเขียน ได้สบสายตาจ้องมองกันชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจับจ้องไปที่ร่างบางที่เดินอยู่ระหว่างกลางของพวกเขาทั้งคู่ ราวกับบ่งบอกกันและกันว่า...คนที่อยู่ตรงกลางกระทำตัวดั่งกระต่ายขี้ระแวงผู้นี้...

          'ตนขอจับจอง'

TBC
          กระอักเลือด/มาต่อแล้วค่ะ หลังจากหายไปนาน เจออบรมแบบ 2 วันติด  2 รอบในสัปดาห์นี้ รวมๆคือ 4 วัน เว้นหยุดให้ 1 วันก็แทบกระอักเลือด จะมาเขียนก็ไม่ได้เพราะ 1 วันที่ว่างนั้นคือวันทำงานประจำตัวเองให้เสร็จ บอกตามตรงว่าเกือบไม่รอด..กระอักเลือดอีกคำจะได้ไหม

          ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมากๆนะค่ะ เรื่องนี้ยังไม่มีเส้นเป็นของตัวเองแบบจริงๆจังๆ ผู้เขียนพยายามหาหลักจับมัดเสาให้แน่นอยู่ เลยอาจจะมีความมึนงง หรือสงสัย อย่างไรบอกผู้เขียนได้นะ ถ้าอ่านๆไปแล้วมันแปลกๆ แต่อยากให้มาสนุกกันเฉยๆ มีความสุขเมื่อได้อ่าน หวังว่าผู้อ่านจะชื่นชอบ และสนุกไปกับเรื่องไม่มากก็น้อย ขอขอบคุณทุกท่านจากใจจริงและขออภัยที่หายไปนาน แล้วมาพบกันใหม่อีกครั้ง ในตอนหน้าเน้อค่ะ แล้วเจอกัน!!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 526 ครั้ง

496 ความคิดเห็น

  1. #430 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 19:13
    อุ้ย! 3P หรอกเหรอ ชอบ~
    #430
    0
  2. #426 Pi.pa (@PimmadaPanyasan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 12:40
    ขอเชียร์3pได้ไหมอ่ะ55
    #426
    0
  3. #188 i'mtheONE (@weareoneexo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 18:44
    เราว่าความเรือหาย ความวายยังคงอยู่ไม่ได้เป็นที่คุณกาญจนาแล้วแหละน้องเอ้ยยย
    #188
    0
  4. #159 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 03:20
    5555555หนีไม่รอดแล้ว
    #159
    0
  5. #144 Arvakr_Elf (@Arvakr_Elf) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 23:29
    โซฮอตมาก ๆ จ้า 555
    ลุ้นมากว่าไรท์จะพังเรืออีกไหม
    #144
    0
  6. #127 Neko-sakura (@Neko-sakura) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 01:15
    นี่มันกลิ่นอายแห่ง 3p แค่กๆ
    #127
    0
  7. #118 Malika1 (@0860053714) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 01:49
    เลือกเชียร์มิถูกแล้วหนา
    #118
    0
  8. #111 aka-ae (@aka-ae) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 21:27
    ปักธงไป 2
    #111
    0
  9. #84 guitar358 (@guitar358) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 23:14

    ขอให้รอด
    #84
    0
  10. #66 Minaon (@Minaon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 20:32

    รอจร้า
    #66
    0
  11. #63 Good One D@y (@magic_girl) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 17:38

    3pมาแต่ไกล 555

    #63
    0
  12. #62 Aimarea (@Aimarea) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 17:28
    55555 ชีวิตไม่สงบสุขแล้วน้องเอ๋ยยยยยย~~~
    #62
    0
  13. #61 นัnอ่าnlงา_Bk (@099987606543) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2562 / 00:17
    วงวารน้อง5555
    #61
    0
  14. #60 S2O3 (@sornsawanean) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 22:29
    ไม้ในมือสั่นหมดแล้วว อย่าแกล้งน้องน้าาา
    #60
    0
  15. #59 Ahe215 (@Ahe215) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 22:25

    ขอบคุณมากค่ะ

    #59
    0
  16. #58 YukiSnowRibbit (@YukiSnowRibbit) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 22:20
    อยากอ่านต่อแล้วววววว
    #58
    0
  17. #55 Pun-mile (@babynaiy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 21:00

    แง รออ
    #55
    0
  18. #54 CREAM048 (@CREAM048) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 20:59

    ใครคือพระเอก??//สนุกมากเด้ออ
    #54
    0
  19. #52 winl-809 (@GGO5599) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 03:38

    ยิ่งหนียิ่งเจอสินะ
    #52
    0
  20. #51 tip123654 (@tip123654) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 01:30
    ชอบมากๆๆๆๆๆๆติดตามทุกเรื่องที่ไรต์เขียนมาตลอด
    และเรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย
    ////เอ็ดดูมาก
    #51
    0
  21. #50 สุกัญญา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 19:05

    อยางอ่านไววววววจ้ง

    #50
    0