An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 9 : Arc 1.9 สัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 232 ครั้ง
    3 พ.ค. 63

 

มาถึงบ้าน ไมลส์ก็รีบพาคริสโตเฟอร์ไปที่ห้องทันที เขากระสับกระส่ายไปมา ร่างกายเปลี่ยนเป็นร่างน้ำแข็งของไอซ์เดวิลเต็มรูปแบบแล้ว แม้จะไม่ได้หมดสติ แต่พร่ำเพ้อเหมือนไม่สามารถรับรู้สิ่งรอบตัวได้อีกต่อไป พลังที่ปล่อยออกมาเคลือบให้ทั้งห้องถูกเคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็ง หากมีเทอร์โมมิเตอร์มาวัดตอนนี้อุณหภูมิคงติดลบอย่างไม่ต้องสงสัย ไมลส์รีบควานหาของในกระเป๋าเดินทาง จนเจอยาเม็ดสีขาวแผงหนึ่งของเมลวิน

ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับยารีนอกซ์ แต่มีฤทธิ์อ่อนกว่ามาก และไม่ได้มีไว้ใช้เป็นอาวุธสลายพลังแบบรีนอกซ์ แต่เอาไว้ใช้สะกดพลัง ปกติฮอปกินส์จะเอาไว้ใช้เวลาร่างทดลองมีปัญหา เมลวินคนเดิมเองก็เคยเกิดอาการคลุ้มคลั่งมาก่อน ต่อให้ปัจจุบันหายขาดแล้วแต่ก็ยังพกติดตัวเป็นนิสัย

พอหันมาอีกที คนป่วยก็กลิ้งตกจากเตียงเสียงดังโครม แถมยังดินขลุกขลักไปมา ท่าทางทรมานเหมือนโดนไฟแผดเผา ยิ่งเขาหวีดร้องมากเท่าไหร่ อุณหภูมิโดยรอบก็ยิ่งต่ำลงเท่านั้น ไมลส์รีบคร่อมตัวกดคริสโตเฟอร์ไว้ให้หยุดดิ้นพล่าน นิ้วของเขาโดนไอความเย็นจนชาด้านไร้ความรู้สึกแล้ว แต่ก็พยายามจับเม็ดยาให้มั่น เอาไปจ่อที่ปากของปีศาจน้ำแข็ง ตะล่อมปลอบอีกฝ่าย น้ำเสียงสั่นนิด ๆ เพราะความหนาว

“กินนี่เถอะครับ เดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว”

พอได้ยินเสียงของไมลส์ คริสโตเฟอร์ก็สงบลง เขาใช้มือเย็นเฉียบกุมมือเด็กหนุ่มแน่น นัยน์ตาสีน้ำทะเลจ้องมองอย่างไร้เดียงสาเหมือนเด็กทารก พอยาถึงปากก็กินเข้าไปอย่างว่าง่าย ถึงจะทำหน้ายู่เล็กน้อยเพราะความขม แต่ก็ยอมกลืนลงไปแต่โดยดี

“ทรมาน” เขาพูดเสียงแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน

“เดี๋ยวยาออกฤทธิ์ก็จะดีขี้น” ไมลส์ลูบหัวของชายหนุ่ม พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มเหมือนกล่อมเด็ก “ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะเรียบร้อย”

คริสโตเฟอร์พยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาค่อย ๆ ปรือปิดลง แต่มือที่จับไมลส์ไว้ไม่ยอมคลายออก อุณหภูมิในห้องค่อย ๆ สูงขึ้นทีละนิด สิบนาทีต่อมา คริสโตเฟอร์จึงกลับมามีร่างกายมนุษย์เหมือนเดิม

วิกฤติผ่านไปแล้ว ไมลส์แกะมือที่กุมเขาไว้แน่นจนแทบช้ำออก เพราะหมดแรงจะแบกชายหนุ่มขึ้นไปนอนบนเตียงแล้ว จึงปล่อยให้คริสโตเฟอร์นอนบนพื้น เพียงเอาหมอนมาหนุนและห่มผ้าห่มให้แทน จากนั้นเขาก็นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ เผื่ออาการหนักขึ้นกะทันหัน แต่สุดท้ายกลับผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น

 

...

 

รุ่งสาง คริสโตเฟอร์ลืมตาตื่นขึ้น

เขาเอานิ้วคลึงหัวตา นึกทบทวนเรื่องเมื่อวาน

จำได้ว่า…เขามีพลังน้ำแข็งประหลาด หลังจากนั้นร่างกายก็ทั้งร้อนทั้งเจ็บเหมือนจะระเบิดออกมา

ที่สำคัญกว่านั้น เขาคลุ้มคลั่งจนเกือบฆ่าคนแล้ว

ภาพความหวาดหวั่นของชายขี้ยา เสียงร้องตะโกนอย่างขวัญหนีดีฝ่อ และสายตาหวาดกลัวของผู้หญิงผมสีน้ำตาลคนนั้นแจ่มชัด มันชวนให้รู้สึกย่ำแย่ก็จริง แต่เขายังไม่กังวลเท่าไหร่ เพราะส่วนลึกในใจบอกว่าตัวเองเจอสายตาแบบนี้มานับไม่ถ้วนแล้ว

กลับกัน เสียงร้องห้ามของไมลส์ และสายตอนที่วิ่งมาหาเขานั้น คริสโตเฟอร์กลับจำได้รางเลือน

ยิ่งรางเลือนก็ยิ่งน่าหวาดหวั่น

หมอนั่นมองเขาด้วยสายตาแบบไหนกันนะ ตกใจ กลัว หรือ…ผิดหวัง

พอนึกมาถึงตรงนี้ คริสโตเฟอร์ก็ผุดลุกขึ้นมา ก่อนจะพบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นห้องเพียงลำพัง ในอกมีความรู้สึกหวาดหวั่นบีบรัดขึ้นมา เขารีบวิ่งออกนอกห้อง โดยไม่ได้ดูเลยว่าข้างตัวเองมีผ้าห่มผืนเล็กอีกผืนหนึ่งนอกจากของตัวเองวางอยู่ด้วย

เนื่องจากพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดี ทั้งบ้านจึงมีเพียงแสงสลัวเล็กน้อยพอมองเห็น คริสโตเฟอร์เคาะประตูห้องของเด็กหนุ่ม ร้องเรียก

“ไมลส์ อยู่หรือเปล่า”

ทว่าไม่มีเสียงตอบรับ

หมอนั่นอาจจะแค่หลับอยู่ก็ได้

คริสโตเฟอร์อดทนเคาะประตูสลับกับยืนรออยู่อย่างนั้นได้เพียงห้านาที ก็ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป แต่ในห้องนั้นกลับไม่มีใครอยู่เลย

หัวใจของคริสโตเฟอร์ดิ่งวูบ ทรุดตัวลงหน้าประตูนั้น

สมองที่เพิ่งตื่นของเขาคิดวกวนไปมา

ไปไหน…หรือว่าหมอนั่นเห็นพลังของเขา แล้วเกิดกลัวจนไม่กล้าอยู่ร่วมกับเขาแล้ว?

ทันทีที่คิดแบบนั้น ก็รู้สึกเหนื่อยล้าอ่อนแรงขึ้นมาทันที

ถึงจะยังไม่รู้ว่าเพราะอะไร…ถึงจะจำอดีตไม่ได้…แต่ตัวประหลาดเลวร้ายแบบเขา…คงต้องอยู่คนเดียวไปชั่วชีวิตสินะ

“พี่คริส ไปทำอะไรหน้าห้องผมน่ะครับ”

ไมลส์อยู่ในชุดกีฬา กำลังก้มถอดรองเท้าอยู่หน้าประตูบ้าน สายตามองมาด้วยความฉงน

“นาย…ไปไหนมา” คริสโตเฟอร์ถามตะกุกตะกัก

“ไปวิ่งมาครับ ช่วงนี้รู้สึกร่างกายฝืด ๆ” พอเก็บรองเท้าเสร็จก็เดินตรงไปที่ห้องครัว “อ๋อ หรือว่าพี่ตื่นมาแล้วหาผมไม่เจอถึงได้ไปเคาะห้อง…หิวแล้วหรือไงครับ มีซีเรียลอยู่ เดี๋ยวผม…”

คนตัวเล็กพูดยังไม่ทันจบ คริสโตเฟอร์ก็โถมตัวเข้าใส่ กอดแน่นเหมือนอยากให้อีกฝ่ายจมหายไปในร่างตัวเอง

“ปล่อยก่อน หายใจไม่ออกแล้ว!”

ไมลส์ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน เนิ่นนานกว่าคริสโตเฟอร์จะยอมคลายมือออก ใบหน้าของเด็กหนุ่มมีแก้มแดงเรื่อ นัยน์ตาสีมรกตทั้งตกใจและงุนงง

“พี่...เป็นอะไรไปเนี่ย”

ปีศาจน้ำแข็งไม่ตอบ เพียงแค่จ้องมองอีกฝ่าย นัยน์ตาสีน้ำทะเลดูซับซ้อนและลังเล ก่อนจะเดินไปที่ครัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“อะไรของเขา”

ไมลส์เอียงคอมองตามด้วยความสงสัย แต่ครู่เดียวก็เลิกคิดแล้วก็เดินตามเข้าครัวไป

วันนั้นคริสโตเฟอร์เงียบเป็นพิเศษ ตั้งแต่เริ่มคุ้นเคยกัน ทุกวัน หมอนั่นจะต้องหาเรื่องกวนเขาไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะจงใจเรียกเขาว่า ไมโล บ่อย ๆ บ้าง แย่งขนมกินบ้าง พูดจากวนบาทาบ้าง เกาะติดเขาแจ ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป แต่วันนี้ หลังจากกินซีเรียลเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไรแล้ว ยังเข้าไปหมกตัวอยู่ในห้องคนเดียว ต่อให้เขาเข้าไปเรียกก็ยังตอบเลี่ยงแล้วก็ปิดประตูใส่ ถึงดูแล้วสาเหตุจะไม่ใช่เพราะโมโหหรือไม่พอใจอะไรในตัวเขา แต่มันก็ชวนให้หงุดหงิด

…ทำตัวเป็นวัยต่อต้านไปได้

ไมลส์ได้แต่ถอนหายใจ

บรรยากาศอย่างนี้ไปตลอดสามวัน

ช่วงสายของวันที่สาม รถเก๋งซีดานสีขาวจอดเทียบหน้าบ้าน ไมลส์ได้ยินเสียงจึงเปิดประตูออกไปดู ก็เห็นหญิงสาวละตินผมดัดลอนคนนั้นก้าวลงรถมาในชุดจัมป์สูทสีครีม พอเจอเขา เธอก็ยิ้มกว้างสดใสเหมือนดวงอาทิตย์

“คุณคลาร์ก” ไมลส์หน้าเห่อร้อน มองภาพลักษณ์สวยสง่าของหญิงสาวแล้วก้มลงมองเสื้อยืดย้วย ๆ ของตัวเอง พลันนึกอยากร้องไห้ขึ้นมา

“บอกแล้วไงคะว่าให้เรียกอลิเซีย” เธอหัวเราะคิก

“เชิญเข้ามาก่อนครับ”

เขาพานางเอกแสนสวยนั่งลงตรงโซฟา จากนั้นก็ไปที่ตู้เย็น รินน้ำส้มมาให้เธอแก้วหนึ่ง ท่าทางเป็นพิธีรีตองและเกร็งจนน่าขัน

“ขอบคุณค่ะ” อลิเซียรับแก้วน้ำมา จากนั้นเริ่มถามไถ่อาการ “พี่ของคุณเป็นยังไงบ้างคะ”

“หายดีแล้วครับ” ไมลส์ตอบ “ตอนนั้นพี่ของผมควบคุมพลังไม่ได้ คงทำให้คุณตกใจมาก ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรเลย” หญิงสาวส่ายหน้า “อันที่จริง ก็ต้องยอมรับว่าตอนนั้นฉันตกใจมาก แต่ประเทศนี้ก็มีคนที่มีพลังเหนือมนุษย์เป็นข่าวอยู่บ้างอยู่แล้วนี่คะ ตราบใดที่ไม่ไปทำร้ายคนบริสุทธิ์ ฉันก็ไม่กลัวเขาหรอกค่ะ และนั่นก็รวมถึงคุณด้วยนะคะ ไมลส์”

เจิดจ้า! เจิดจ้าเกินไปแล้ว นี่สินะรัศมีของนางเอกโลกสวย

ไมลส์รู้สึกเหมือนโดนออร่าแสงสว่างของอลิเซียทิ่มแทงตาจนแทบบอด เลยต้องหลุบตาลง

“ได้ยินว่าคุณไม่รังเกียจพวกเรา เท่านี้ผมก็ดีใจแล้วครับ”

ถึงแม้ไมลส์จะเข้ามาในโลกนี้ได้เพียงเดือนเดียว ชีวิตจริงดีพร้อมทุกด้าน แต่พอมาอยู่ร่างนี้ ความทรงจำของเมลวินที่ต้องกลายเป็นร่างทดลองนั้นโหดร้ายตรึงจิตใจเขาเกินไป คนคนนี้รู้จักแต่การฆ่าฟัน ไม่เคยได้เจอกับความรักความอบอุ่นมาก่อน พอได้รับความปรารถนาดีจากคนอื่น ช่วยไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกอบอุ่นและสบายใจขึ้นมา แม้มันจะช่วยได้แค่นิดหน่อยก็ตาม

…คริสโตเฟอร์เอง ถ้าได้พบ ได้พูดคุยกับหญิงสาว ก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน

ไมลส์ตัดสินใจพูดอย่างจริงจัง “อันที่จริง ผมมีเรื่องอยากขอร้องคุณอลิเซียหน่อย”

“เรื่องอะไรหรือคะ”

เนื่องจากอลิเซียเป็นนางเอกคู่ชีวิต ไมลส์จึงไม่คิดจะปิดบังเรื่องของคริสโตเฟอร์กับเธอ

“พี่ของผม เห็นท่าทางน่ากลัวแบบนั้น แต่ที่จริงเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง แถมยังเสียความทรงจำ เมื่อคุณรู้ความลับของเขาไปแล้ว ผมอยากให้…”

ยังไม่ทันพูดจบ เสียงประตูเปิดดังแอ๊ด คริสโตเฟอร์ที่เก็บตัวเงียบเหมือนพวกฮิคิโคโมริมาหลายวันในที่สุดก็ยอมโผล่หน้าออกมา ผมสีบลอนด์กระเซิงยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง หนวดเคราไม่ได้โกนมีตอขึ้นนิด ๆ ทำให้ดูดิบเถื่อนแฝงบรรยากาศอันตรายหลายส่วน

“มาทำอะไร” เขาถามเสียงกร้าว ทำเอาอลิเซียผู้อ่อนหวานถึงกับยิ้มค้าง

“เธออยากมาขอบคุณที่พี่ช่วยไว้เมื่อวันก่อน ผมเลยชวนมาที่บ้าน” ไมลส์เห็นท่าไม่ดีเลยรีบชิงพูดขึ้น “เธอชื่ออลิเซีย เพิ่งกลับมาที่เมืองนี้ไม่นาน ยังไงก็ทำความรู้จักกันไว้หน่อยนะ คริส”

“สวัสดีค่ะ คุณวู้ด” นางเอกสาวสวยลุกขึ้น ยื่นของขวัญในกล่องไม้หรูให้อย่างสง่าผ่าเผย “อลิเซีย คลาร์ก ยินดีที่รู้จักค่ะ และขอบคุณที่ช่วยฉันไว้ ต่อจากนี้หากมีอะไร...”

“ไม่จำเป็น" คริสโตเฟอร์ตอบอย่างเย็นชา ไม่ยื่นมือไปรับของขวัญ ทั้งที่โซฟายาวและกว้าง กลับนั่งเบียดลงข้างไมลส์ ทำเอาเด็กหนุ่มต้องกระเถิบไปชิดริมสุด

อลิเซียหน้าเจื่อน วางกล่องของขวัญลงบนโต๊ะ พูดเสียงสั่นน้อย ๆ ว่า “คือฉันแค่อยากจะบอกคุณว่า ...ฉันซาบซึ้งมาก หากหลังจากนี้มีเรื่องอะไรที่ต้องการความช่วยเหลืออก็บอกฉันได้ และ...และฉันไม่ใช่คนปากสว่าง ความลับของคุณฉันจะเหยียบให้มิด”

“สมควรเป็นอย่างนั้น” คริสโตเฟอร์พูดโดยไม่เหลือบตามองเธอเลยสักนิด

ดูเหมือนอลิเซียจะทนบรรยากาศกดดันของอีกฝ่ายต่อไปไม่ไหวแล้ว เธอรีบละล่ำละลักบอกลา “ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบก็เดินลิ่วออกจากบ้านไป

ไมลส์เอาสองมือปิดหน้าอย่างอับจนถ้อยคำ นึกแค้นใจนักที่พี่ชายตัวดีไม่ยอมให้ความร่วมมืออะไรเลย พอเหลือกันสองคน เขาจึงระเบิดอารมณ์ใส่คริสโตเฟอร์

“คริส! พี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย เธออุตส่าห์มาเยี่ยมด้วยความหวังดี ทำไมต้องไล่กลับไปด้วย”

“ทำไมนายถึงบอกที่อยู่พวกเราให้กับคนที่เพิ่งรู้จักแบบนั้น!” คริสโตเฟอร์ตะคอกกลับ “อยากหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวหรือไง!”

“เอาเป็นว่า ผมรู้จักเธอดี ผมไว้ใจเธอก็แล้วกัน” ไมลส์ไม่สามารถบอกได้ว่าเขาไว้ใจเพราะเธอเป็นนางเอก

“รู้จักเธอดี?” เสียงของปีศาจน้ำแข็งเย็นเยียบ แม้แต่อุณหภูมิรอบห้องก็ลดต่ำลงด้วย เขาผลักเด็กหนุ่มจมลงโซฟา คร่อมตัวล็อกไว้ไม่ให้หนี เค้นเสียงลอดไรฟันถามว่า “นายไปสนิทกับผู้หญิงแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”

ไม่รู้ทำไมไมลส์ถึงได้รู้สึกว่าแววตาของคริสโตเฟอร์น่ากลัวกว่าตอนที่โดนเขาชกเสียอีก

“ก็ไม่ได้สนิทขนาดนั้น แต่เธอเป็นคนดีมากนะ พี่ลองคิดดู...จะมีคนสักกี่คนที่เห็นพี่ในสภาพนั้นแล้วยังกล้ามาเจอพี่อยู่อีก ร้อยละเก้าสิบเก้าเชื่อเถอะว่าใครเห็นก็ต้องกลัวพี่กันทั้งนั้น ต่อให้พี่จะช่วยพวกเขาไว้ก็ตาม แต่เธอนอกจากจะไม่รังเกียจแล้วยังมาขอบคุณพี่ ซาบซึ้งบุญคุณขนาดนั้น คนแบบนี้ไม่ควรคบหาไว้เหรอ ผมไม่รู้หรอกนะว่าทำไมพี่ถึงไม่พอใจเธอ แต่ยังไงก็ไม่ควรพูดจาตัดรอนขนาดนั้นไหม” ไมลส์พูดไปก็ดิ้นไป พยายามจะสลัดตัวออกจากคริสโตเฟอร์ที่คร่อมตนอยู่ แต่ยิ่งดิ้นอีกฝ่ายก็ยิ่งกดแน่นขึ้นไม่ยอมปล่อย

“ฉันไม่สนว่าใครคนอื่น หรือแม้แต่ผู้หญิงคนนั้น ว่าจะมองฉันยังไง คนที่ฉันสนมีแค่นาย”

“หา?”

“นายกลัวฉัน รังเกียจฉันหรือเปล่า…ไมโล? ฉันเป็นตัวประหลาด แถมยังคนนิสัยเสียแบบนี้ สักวันนายจะหนีหายไปจากฉันไหม”

ตอนพูดคำนั้น ดวงหน้าใกล้ชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน น้ำเสียงของคริสโตเฟอร์สั่นเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำทะเลตอนนี้ดูคล้ายใจกลางสมุทรที่อ้างว้างโดดเดี่ยว จ้องมองเขาอย่างคาดหวังคำมั่นบางอย่าง

ไมลส์เข้าใจสาเหตุที่คริสโตเฟอร์แปลกไปในตอนนั้นเอง

คนคนนี้กำลังกลัว

คริสโตเฟอร์เติบโตมาจากสภาพแวดล้อมที่ต้องแก่งแย่งชิงดี คนสำคัญ นอกจากแม่ของเขาแล้วก็ไม่มีใครอื่นอีก และตอนนี้เธอก็จากไปแล้ว ทำให้เขาเหลือตัวคนเดียว

ไมลส์ช่วยเขาแทนเจ้าของร้านใจดีและอลิเซีย คริสโตเฟอร์จึงยึดติดกับเขามาก

เขากลายเป็นแสงเทียนนำใจแทนนางเอกโดยสมบูรณ์แล้ว

แต่ความคิดนั้นกลับไม่ได้ทำให้ไมลส์รู้สึกอึดอัดใจเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่มาติดอยู่ในโลกนี้เขาก็ไม่มีใครนอกจากคริสโตเฟอร์เช่นกัน หากอีกฝ่ายอยากให้เขาอยู่ด้วย เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะจากไป

ไมลส์คิดเช่นนั้นก็ลูบท้ายทอยชายหนุ่ม ยีเรือนผมยุ่งเหยิง แล้วยกยิ้มกล่าวว่า “อย่าบอกนะว่าที่หลบหน้าผมหลายวันก็เพราะเรื่องนี้ ไม่เอาน่า คริส…พี่น่ะข้อเสียเยอะแยะ ทั้งอารมณ์ร้อน ชอบใช้กำลัง แถมยังหัวรั้น แต่ผมน่ะไม่ได้เกลียดหรอกนะ ตราบใดที่พี่ไม่ไล่ผม ผมก็จะไม่จากไปไหน”

แววตาของคนฟังไหววูบ

“พูดจริงเหรอ…นายจะบอกว่า ถึงฉันจะโดนตราหน้าว่าเป็นปีศาจ ถึงคนทั้งโลกจะเกลียดฉัน…นายก็ยังกล้าที่จะอยู่กับฉันงั้นเหรอ”

ไมลส์พยักหน้า “เพราะผมเองก็เป็นปีศาจไม่ต่างกัน”

คริสโตเฟอร์ทำหน้างุนงง ไมลส์ได้ทีเกี่ยวขาแล้วพลิกตัวคนตรงหน้าลงจนกลายเป็นฝ่ายอยู่บนแทน สลัดหลุดจากการทาบทับได้ในที่สุด เขาผละลุกขึ้น จัดเสื้อที่ยับยู่ของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแน่วแน่ “ดูผมให้ดีนะ”

ไมสล์พูดจบก็ใช้พลังความเร็วเหนือมนุษย์ของตัวเองวิ่งออกไปข้างนอก ไม่ถึงสิบวินาทีก็โผล่มาด้านหลังคริสโตเฟอร์พร้อมกับดอกหญ้าริมทางเต็มสองมือ ในบ้านมีกระแสลมพัดเพราะความเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของเขา

“ห่างออกไปประมาณหนึ่งกิโลมีดงหญ้าอยู่ ผมเอามาจากตรงนั้น พี่คริส หากพี่มีพลังน้ำแข็ง ผมเองก็มีความเร็วที่ไม่มีมนุษย์หน้าไหนเทียบได้ เราสองคนเป็นตัวประหลาดทั้งคู่ แต่พออยู่ด้วยกัน เราก็ไม่ประหลาดแล้ว”

“นาย…” คริสโตเฟอร์ตกตะลึง

“บางที สาเหตุที่พี่กลับมาอยู่ที่นี่อาจจะเกี่ยวกับพลังก็ได้ เรื่องเป็นแบบนี้แล้ว แทนที่พวกเราจะหลบซ่อนปิดบัง มาลองเป็นฮีโร่คู่หูกันดีไหม หากใช้พลังสู้เพื่อทุกคน สักวันพี่อาจจะนึกเรื่องที่ลืมไปออกก็ได้ ผมจะช่วยเอง”

ไมลส์ยื่นมือหาชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม คริสโตเฟอร์จับมือนั้น ถามด้วยน้ำเสียงคาดหวัง

“ไมโล ฉันเชื่อนายได้จริง ๆ ใช่ไหม”

ดวงตาสีมรกตของไมลส์สะท้านวูบหนึ่ง

ในตอนแรก เขาช่วยและหลอกล่อคริสโตเฟอร์เพื่อให้ตัวเองรอดตายเท่านั้น แต่หลังจากอยู่ด้วยกันมาร่วมเดือน เขาก็พบว่าการได้อยู่กับหมอนี่เป็นชีวิตที่ไม่เลวเลย พอคิดว่าหากวันไหนคริสโตเฟอร์จำทุกอย่างได้แล้วมองเขาเปลี่ยนไป อาจจะถึงขั้นรังเกียจชนิดไม่ขออยู่ร่วมโลก ก็รู้สึกหวั่นใจขึ้นมา

“คริส จนถึงตอนนี้ ผมมีเรื่องปิดบังพี่อยู่หลายอย่าง พลังของผมก็เป็นหนึ่งในนั้น หากวันไหนเรื่องพวกนั้นเผยออกมา พี่คงจะเกลียดผมมาก แต่ขอให้รู้ไว้ว่าไม่ว่าผมจะทำอะไรลงไป ผมเลือกยืนข้างพี่เสมอ และจะยืนอยู่ตรงนั้นจนกว่าพี่จะไม่ต้องการผมแล้ว”

คริสโตเฟอร์จ้องมองเขาอย่างโง่งมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเข้ามาช้า ๆ รวบตัวเด็กหนุ่มเข้าสู่อ้อมแขน ซบหน้าลงที่บ่า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุขล้น

“ฉันจะเกลียดนาย ออกปากไล่นาย ไม่ต้องการนาย ได้ยังไง ไม่มีวัน! สัญญาเลย นายเองก็ห้ามผิดคำพูดนะ”

ไมลส์ตบหลังคริสโตเฟอร์ที่กำลังซบออดอ้อนตัวเองจนไม่เหลือมาด รู้ดีว่าที่อีกฝ่ายพูดแบบนี้ ก็เพราะไม่รู้ว่าเรื่องที่เขาโป้ปดไว้มันร้ายแรงแค่ไหน แต่ก็ทำได้เพียงรับคำเบา ๆ ว่า

“อื้ม สัญญาเลย”

เขาตัดสินใจแล้ว เมื่อจัดการสไปเดอร์ได้ เมื่อทุกอย่างเปิดเผย หากมนุษย์น้ำแข็งผู้โดดเดี่ยวคนนี้ยังคงต้องการเขา เขาก็พร้อมจะอยู่ข้างหมอนี่ตลอดไป

 

___________________

A.L. Lee

ขอสารภาพว่า ที่หายไปหลายวัน เพราะมัวแต่ติดนิยายเรื่องอื่นอยู่ค่ะ (TvT) แต่ถึงจะยุ่งหรืออู้อย่างไร ก็จะพยายามอัปให้ได้อาทิตย์ละ 1-2 ตอนเนอะ หากมีเหตุจำเป็นให้ต้องหยุดอัปนานกว่านั้น จะแจ้งนักอ่านทุกท่านไว้ก่อนค่ะ

ตอนนี้จำนวนคำค่อนข้างยาวกว่าปกตินิดหน่อย เพราะมันตัดจบไม่ลง อยากเขียนออกมาให้ดีที่สุด

ความรู้สึกที่คริสมีต่อไมลส์นั้นค่อนข้างชัดเจนแล้ว แต่ความรู้สึกที่ไมลส์มีต่อคริสนั้น จะเรียกว่าความรัก ก็คงยังพูดไม่ได้เต็มปาก แต่ก็เรียกว่ามีน้ำหนักในใจของน้องไมลส์ขึ้นมาบ้างแล้ว

ตอนนี้จบลงอย่างละมุน ๆ หน่อย ตอนต่อไปก็จะเริ่มกลับมามีความพะบู๊เข้มข้นมากขึ้นแล้วค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 232 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

436 ความคิดเห็น

  1. #431 ->JEREME<- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 14:41
    ทำไมอ่านตอนนี้น้ำตาคลอเลนอ่ะ แบบอึดอัด อินมากกับความรู้สึกของไมโล น้อนนนนน T-T
    #431
    0
  2. #415 polar* (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 03:29
    รู้สึกเครียด ถ้าพระเอกจำได้จะเป็นยังไง
    #415
    0
  3. #351 Minisuga_r (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 20:00
    คิดถึงแดนนนน อบอุ่นและเครียดในเวลาเดียวกัน
    #351
    0
  4. #337 Blowingflow (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 10:11
    อื่ออ แอบ เครียด จะดราม่าไหมม
    #337
    0
  5. #295 TD.Spain312 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 12:03
    นายเองก็ห้ามผิดคำพูดนะ คริสโตเฟอร์..
    #295
    0
  6. #184 Avista (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 11:45
    จะดราม่าตอนท้ายไหมนะ
    #184
    0
  7. #18 Silabun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 22:00
    ไม่เป็นไรค่ะไรท์เราก็ติดนิยายของไรท์และของไรท์คนอื่นๆเหมือนกัน เพราะของตัวเองก็เขียนไม่ออกแล้ว ดองยาวๆ555555
    #18
    1
    • #18-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 9)
      3 พฤษภาคม 2563 / 21:42
      ขอสารภาพว่านี่ก็มีหลายไหดองค่ะ TvT แต่จะพยายามเข็นเรื่องนี้ให้จบก่อน
      #18-1
  8. #17 윤 경산 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 21:30
    รออยู่นะคะ เนื้อเรื่องสนุกมากผมชอบๆ
    #17
    1
    • #17-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 9)
      3 พฤษภาคม 2563 / 21:40
      ขอบคุณค่ะ ^^ จะพยายามเขียนมาลงเรื่อย ๆ นะคะ
      #17-1