An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 7 : Arc 1.7 พี่กับน้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,905
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 246 ครั้ง
    23 เม.ย. 63

[ประกาศ สำหรับคนที่อ่านเรื่องนี้ก่อนวันที่ 23]

ลีเปลี่ยนชื่อเล่นของน้องไมลส์ใน ep แรกไปนะคะ เปลี่ยนเป็นชื่ออะไร เดี๋ยวได้เห็นกันตอนนี้ละค่ะ ^^

อีกอย่างที่เปลี่ยน เปลี่ยนตำแหน่งปานของคริส จากสะโพก (ล่อแหลมไปหน่อย) มาเป็นสะบักซ้ายแทนค่ะ
 

_________________________________________

 

“ลูกพี่ลูกน้อง?” คริสโตเฟอร์ทวนคำ

“ใช่ หลังจากคุณป้า…แม่ของพี่เสียไป ผมเองก็ไม่เหลือใครเหมือนกัน เดือนก่อนพี่เลยให้ผมมาอยู่ดูแลที่นี่แทนไง” ไมลส์โกหกน้ำไหลไฟดับ “แล้วเรื่องสมัยเด็กล่ะ เรายังไปปีนเขาด้วยกันบ่อย ๆ เลย จำได้บ้างไหม”

ชายหนุ่มส่ายหน้า

“ไม่ได้การ พี่รีบไปโรงพยาบาลดีกว่า” เขาเข้าไปดึงแขน แต่คริสโตเฟอร์รีบกระชากหนีทันที

“ไม่!”

ทุกครั้งที่บาดเจ็บหลังจากต่อสู้กับตัวร้าย ถ้าคริสโตเฟอร์ไม่รักษาเองก็ไปหาหมอเถื่อนเท่านั้น เพราะกลัวเรื่องตัวตนจะถูกเปิดเผย และถึงจะสูญเสียความทรงจำ แต่ความระวังตัวในฐานะไอซ์เดวิลยังอยู่ นั่นตรงกับคำพูดของ ‘น้องชาย’ อย่างไมลส์ ว่าเขาเจอเรื่องอันตรายอะไรบางอย่างมาพอดี สัญชาตญาณกับข้อมูลที่ได้รับสอดคล้องกัน ทำให้คริสโตเฟอร์เริ่มเชื่อคำพูดของเด็กหนุ่ม

“ปล่อยไว้อย่างนี้แหละ เดี๋ยวก็นึกออกเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก” คริสโตเฟอร์บอกปัด

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ไหนกันล่ะ!”

“บอกว่าไม่ไปก็ไม่ไปสิ!”

คริสโตเฟอร์จ้องตาเขาอย่างดึงดัน ไมลส์เห็นแบบนั้นก็แสร้งทำเป็นจนใจ เอ่ยปากยอมแพ้

“ก็ได้ ผมจะยังไม่พาพี่ไปโรงพยาบาล…ตอนนี้” จากนั้นลากเก้าอี้มานั่ง แล้วพยักพเยิดไปทางจานสปาเกตตีผัดที่วางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง “กินก่อนเถอะ มันจะเย็นหมดแล้วนะ”

คริสโตเฟอร์เห็นสายตาเป็นห่วงของไมลส์ จึงมีท่าทีอ่อนลง พยักหน้า แล้วเริ่มลงมือกินช้า ๆ

“เป็นยังไงบ้าง รอบนี้ผมใส่ใบโหระพาเยอะหน่อย ฉุนเกินไปหรือเปล่า”

“ไม่หรอก ก็อร่อยดี”

ไมลส์จ้องมองคนที่ค่อย ๆ ละเลียดกินอาหารตรงหน้า แล้วเผลออมยิ้ม ตั้งแต่เจอกันวันแรกจนถึงไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เขาเคยเห็นแต่สีหน้ากราดเกรี้ยวและหวาดระแวงของชายหนุ่ม พอตอนนี้ได้เห็นปีศาจน้ำแข็งมีสีหน้าผ่อนคลาย แม้จะยังพูดจาห้วนเหมือนเดิม แต่ไมลส์ก็รู้สึกว่าได้รับความไว้ใจขึ้นมาบ้างแล้ว

…แบบนี้ค่อยคุ้มค่าที่ช่วยหน่อย

“นี่…” คริสโตเฟอร์ถามขึ้นหลังจากที่เปลี่ยนมากินสลัด “ทำไมสลัดนี่ถึงมีแต่มะเขือเทศล่ะ ไม่มีผักอื่นเหรอ”

“เขาเรียกสลัดคาปรีเซ่” ไมลส์อธิบาย “มีประโยชน์แล้วก็อร่อยจะตาย กิน ๆ ไปเถอะน่า”

“นายชอบมะเขือเทศ?”

“ใช่” ชอบมากจนซื้อมาเต็มตู้เย็นเลย ตอนเปิดก็อย่าตกใจล่ะ

คืนนั้นผ่านไปด้วยดี หลังจากคริสโตเฟอร์กินอาหารเสร็จไมลส์ก็ปล่อยให้เขาพักผ่อน ส่วนตัวเองก็เข้าไปที่ห้องนอน อย่างไรเขาก็เป็น ‘น้องชาย’แล้ว คราวนี้จึงทำทุกอย่างประหนึ่งเป็นห้องของตัวเองจริง ๆ เรียงเสื้อผ้าเข้าตู้ เอาของใช้ทุกอย่างที่ซื้อมาจัดเข้าที่ จากนั้นก็ลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนเตียง

นี่เป็นวันแรกตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโลกนี้ ที่เขาไม่ต้องเจอกับคาวเลือด เสียงร้องทรมาน และไม่ต้องหลบหนี

ไมลส์ผล็อยหลับไปด้วยความสบายใจ

คริสโตเฟอร์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

เขารู้สึกเหมือนหลับไปนานมาก

ในความมืดมิด ยังได้ยินเสียงประณามหยามเหยียด บ้างก็เป็นคำว่า ‘ฆาตกร’ บ้าง ‘ปีศาจ’ บ้าง ตอกย้ำซ้ำ ๆ ไม่สิ้นสุด

บางครั้งก็ได้ยินเสียงหัวเราะน่าเกลียดของชายชรา

ราวกับตกอยู่ในฝันร้าย

แต่ก็มีบางเวลา ที่ในความมืดไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด

เขาได้ยินเสียงเด็กหนุ่มเรียกชื่อตัวเอง

บางช่วงก็รู้สึกเหมือนถูกใครบางคนแบกขึ้นหลัง ปอยผมคนคนนั้นสัมผัสใบหน้าเขาจนจั๊กจี้ อยากจะลืมตามองดูแต่กลับลืมไม่ขึ้น

บางช่วงก็รู้สึกเหมือนโดนผ้าขนหนูอุ่น ๆ เช็ดตัว

บางช่วงก็ได้ยินเสียงเหมือนอะไรโดนตัดฉับ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเด็กหนุ่ม

เขาสับสนไม่รู้เรื่องไหนเป็นเรื่องจริง เรื่องไหนเป็นความฝัน ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ พอสะดุ้งตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอน เหงื่อกาฬไหลโซมกาย พยายามนึกทวนเรื่องราวก่อนหน้า แต่กลับจำอะไรไม่ได้สักอย่าง นอกจากชื่อตัวเอง

ประตูเปิดออก แสงไฟจากด้านนอกลอดเข้ามาในห้อง

เด็กหนุ่มที่เขาไม่คุ้นหน้าถือถาดอาหารเข้ามา บอกว่าตัวเองชื่อไมลส์ และเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา

เด็กหนุ่มเล่าว่าก่อนหน้านี้เขาทำตัวเหมือนกำลังหลบหนีอะไรสักอย่าง คริสโตเฟอร์รู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ก็นึกไม่ออกว่าตรงไหน

หลังจากปะติดปะต่อเรื่องราวที่อีกฝ่ายเล่า ประกอบกับอาการหวาดระแวงของตัวเอง เขาก็คิดว่าตัวเองคงเจอเรื่องอันตรายบางอย่างมาก่อนจริง ๆ สุดท้ายจึงตัดสินใจเชื่อเด็กหนุ่ม

อย่างไรเสีย ในห้องนี้ สถานที่นี้ เขาก็รู้สึกคุ้นเคยและปลอดภัย

ส่วนเด็กหนุ่มที่ชื่อไมลส์ แม้เขาจะไม่คุ้นเลยสักนิด แต่สัญชาตญาณบอกว่าอีกฝ่ายจะไม่เป็นภัยกับตัวเอง

อีกอย่าง เสียงที่เขาได้ยินในความมืดมิดนั้น เป็นของเด็กหนุ่มไม่ผิดแน่

คริสโตเฟอร์กินอาหารที่น้องชายทำให้อย่างว่าง่าย เผลอเห็นดวงตาสีเขียวจับจ้องมาที่ตัวเองแล้วลอบยิ้ม แทนที่จะอึดอัด กลับรู้สึกสบายใจ

ถึงจะไม่เหลือความทรงจำ แต่เขารู้สึกว่าไม่เคยได้รับความใส่ใจจากใครแบบนี้มานานมากแล้ว

เขาถูกเด็กหนุ่มดึงความสนใจไปตั้งแต่ตอนนั้น

ไมลส์รู้สึกว่าคริสโตเฟอร์ที่ความจำเสื่อมนั้นประหลาดมาก

หลังจากวันที่โกหกว่าเป็นน้องชาย นอกจากแววตาอาฆาตมาดร้ายของคริสโตเฟอร์จะหายเกลี้ยงแล้ว ยังปรับตัวได้รวดเร็ว ใช้ชีวิตลอยชายไปวัน ๆ ไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับอาการเสียความทรงจำของตัวเองเลยสักนิด

แต่ที่ไมลส์ลำบากใจสุด คือหมอนี่หันมาเกาะติดเขาแจเหมือนสุนัขติดเจ้าของ

ตอนที่เขาตัดหญ้าแห้ง ๆ ที่สวนหน้าบ้าน รู้สึกเหมือนมีสายตาของใครบางคนจับจ้องมา หันไปดูก็เห็นหมอนั่นยืนอยู่ตรงเฉลียง พอเห็นว่าเขารู้ตัวแล้วก็หันหน้าออกทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วเดินเข้าบ้านไป

ตอนทำอาหารก็พยายามเข้ามาช่วย ไมลส์ยอมให้คริสโตเฟอร์เป็นลูกมือ ช่วยหั่นผักและเตรียมของต่าง ๆ แต่สายตาของอีกฝ่ายไม่ได้สนใจหน้าที่ตรงหน้าสักเท่าไหร่ กลับแอบมองเขาเป็นระยะ

เวลาเดียวที่ไมลส์จะหลุดพ้นจากสายตาของคริสโตเฟอร์ คือตอนไปทำงานในเมืองเท่านั้น แต่หากเขากลับผิดเวลามาก ๆ โดยไม่ได้บอกหมอนั่นก่อน ก็จะโดนโทรตาม

…ใช่สิ! ก็อยู่บ้านว่าง ๆ นี่หว่า แน่จริงมาช่วยเขาหาเงินสิ ถึงจะความจำเสื่อมก็ต้องทำงานทำการเฟ้ย! นี่เขากลายเป็นคนเลี้ยงดูหมอนั่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ไมลส์ก่นด่าในใจ รู้สึกเหมือนมีพี่ชายคนหนึ่งขึ้นมาแล้วจริง ๆ แถมยังเป็นพี่ชายไม่เอาไหนที่วัน ๆ เอาแต่ตามจิกน้องอีกด้วยนะ

เผลอแวบเดียวก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้เกือบเดือนแล้ว

วันนี้เป็นวันหยุด ไมลส์จึงนั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่ที่โซฟา มือหนึ่งปิดปากหาววอด อีกมือถือรีโมต ตอนนี้เป็นช่วงเวลารายงานข่าว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง เขาอ่านข้อความก่นด่ารัฐบาลบนสื่อโซเชียลมีเดียจนเอียนแล้วจึงเปลี่ยนช่องไปเรื่อย จนไปสะดุดตากับช่องหนึ่งเข้า

มันเป็นช่องที่ไม่ดัง คนทั่วไปไม่ได้ให้ความสนใจนัก บอกว่าอาชญากรรมในรัฐที่เขาจากมาพุ่งสูงขึ้นพรวดพราด หลังจากที่ไอซ์เดวิลเงียบหายไป พลางตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับปีศาจน้ำแข็งตนนี้กันแน่ เขาเบื่อกับการเป็นศาลเตี้ยแล้ว หรือเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเขากันแน่ แถมยังสัมภาษณ์คนในเมืองอีกสี่ถึงห้าคน ความเห็นขัดแย้งกันมาก บ้างก็บอกว่าอยากให้ไอซ์เดวิลกลับมา บ้างบอกว่าคนแบบนั้นหายไปน่ะดีแล้ว แต่บางคนก็อ้างว่ายังเจอเขาอยู่ที่ดาดฟ้าของตึกไหนสักตึก

ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ตัวตนของไอซ์เดวิลส่งผลกระทบอย่างมากต่อปัญหาอาชญากรรมในรัฐนั้น เมื่อหนามยอกหายไปแล้ว สไปเดอร์ยิ่งเคลื่อนไหวได้สะดวก

“ดูอะไรอยู่?”

เสียงคริสโตเฟอร์เดินมาหา ไมลส์ปิดทีวีลง

“ข่าวทั่วไปน่ะ” เขาคลี่ยิ้ม “วันนี้ไม่ได้ปวดหัวตรงไหนใช่ไหม”

“อืม…หลังจากอาทิตย์แรกก็ไม่มีแล้ว” ชายหนุ่มตอบรับเบา ๆ แล้วนั่งลงข้างเขาด้วยระยะแทบจะชิดติดกัน ไมลส์เผลอเกร็งตัวเล็กน้อย ลอบมองใบหน้าคมสันของคนที่ทำตัวสนิทสนมราวกับเป็นเรื่องปกติ พลางนึกในใจ

…ไม่นึกเลยว่าหมอนี่จะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือปานนี้ ตอนแรกเขาเสี่ยงอันตรายช่วยแทบตาย ยังเกือบโดนฆ่า แต่พอลืมทุกอย่างขึ้นมา กลับไม่ระมัดระวังตัวเลยสักนิด ความจริงแล้วหมอนี่เป็นคนที่ไว้ใจคนง่ายปานนี้เลยเหรอ

ถึงปมบางอย่างจะไม่ได้บอกไว้ในเนื้อเรื่องโดยตรง แต่คำพูดของไลล่าตอนแต่งเรื่องนี้เมื่อห้าปีก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัว

 

“พี่! ตัวละครของพี่นี่มันยังไงกัน ฆ่าคนเหมือนเป็นผักปลาอย่างนี้ จะให้เป็นพระเอกเนี่ยนะ” เขาถามตอนช่วยพี่สาวเก็บห้องสุดรก แล้วเจอกระดาษโน้ตโยงเรื่องราว ลายมือขยุกขยุย อ่านแทบไม่รู้เรื่อง

“ไมลส์ นายน่ะไม่รู้อะไร มันหมดยุคพระเอกพ่อพระมานานมากแล้ว สมัยนี้คนเขานิยมตัวเอกดาร์ก ๆ โหดเหี้ยม อย่างนี้นี่แหละ” เธอกอดอกตอบ

“ถึงเป็นอย่างนั้นก็เถอะ งั้นทำไมตอนเสียความทรงจำ ดันดูเป็นคนดีซะอย่างงั้นล่ะ นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย”

“เพราะหมอนั่นลืมควาแค้นไปแล้วยังไงล่ะ” ไลล่ามีสีหน้าจริงจัง “คริสโตเฟอร์เกลียดสังคมก็เพราะผ่านเรื่องแย่ ๆ มามาก แต่ถ้าเขาลืมมันไปหมด ตื่นมาก็เจอเจ้าของร้านผู้ใจดีให้ความช่วยเหลือ เดินทางไปก็ได้เจอกับหญิงสาวที่เข้าอกเข้าใจ จะมีเหตุผลอะไรให้เขาเกลียดชังผู้คนอีกล่ะ”

…ฟังดูเข้าที

“และอีกอย่างนะ พระเอกร้าย ๆ ที่มีมุมน่ารัก ออกมาให้นางเอกหรือคนสำคัญเห็นเพียงคนเดียวน่ะ น่าค้นหาจะตายไป ว่าไหม”

“…” ความชอบส่วนตัวก็บอกมาเถอะ

 

“นี่…ไมโล”

“หืม?” ไมลส์ที่ถูกเรียกด้วยชื่อเล่นที่ตัวเองไม่ชอบนักหลุดออกจากภวังค์ “คริส บอกหลายรอบแล้วไงว่าเรียกผมว่าไมลส์เฉย ๆ ก็พอน่ะ”

“ทำไมล่ะ?” คริสโตเฟอร์ถาม “ก็เรียกง่ายดีออกจะตายไป”

…อันที่จริง เมื่อก่อนเขาก็ไม่คิดอะไรหรอก แต่พอเห็นพี่ภูมิฉีกช็อกโกแลตมอล์ตซองสีเขียวมากินให้เห็นบ่อย ๆ แล้วก็พาลไม่อยากโดนเรียกชื่อนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น แต่จะให้บอกเหตุผล…มันก็…

“ช่างเถอะ” คริสโตเฟอร์เห็นสีหน้าของเขาแล้วก็หัวเราะ อ้อมไปที่โต๊ะหน้าโซฟา แล้วหยิบกล่องหมากรุกข้างใต้ออกมา “นายอยากจะแก้มือจากเมื่อวานไหม”

ไมลส์ยืดตัวตรง รอให้ชายหนุ่มกางกระดานหมากรุกออก

“ฉันต่อให้ นายเดินก่อน เอาหมากขาวไปได้เลย” คริสพูดระหว่างจัดตัวหมาก “นอกจากนี้ ฉันจะเอาเรือกับม้าออกไปอย่างละตัว และจะใช้เวลาคิดแต่ละตาไม่เกิน 1 นาที จับเวลาได้เลย ส่วนนายอยากจะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ตามใจ”

“กล้าต่อให้ผมขนาดนี้ ถ้าพี่แพ้ พรุ่งนี้ต้องไปซื้อของให้ผมนะ”

คริสโตเฟอร์พูดยิ้ม ๆ “ไม่มีปัญหา แต่ถ้านายแพ้ ฉันจะเรียกนายว่าไมโลตลอดไป และนายไม่มีสิทธิ์บ่น”

ไมลส์หน้าง้ำ แต่ยอมจำนนแล้ว “ได้”

พูดจบก็ขยับเบี้ยตัวหนึ่งเดินหน้า

เพื่อสานสัมพันธ์อันดี ทุกครั้งที่มีเวลาว่างไมลส์จึงชวนคริสโตเฟอร์เล่นหมากรุก อาทิตย์หนึ่งก็สามสี่ครั้งเป็นอย่างน้อย แต่ไม่มีครั้งไหนที่เขาเอาชนะได้เลยสักครั้ง อย่างมากก็แค่เสมอ

ไมลส์ไม่ใช่คนโง่ เขาสามารถคิดตาหมากล่วงหน้าได้สามถึงห้าตา บางครั้งหากมีเวลามากพอยังคิดได้ถึงเจ็ดตา ตอนเล่นกับเพื่อนก็นับว่ามีฝีมือพอตัว แต่ดูเหมือนคริสโตเฟอร์จะมองได้ไกลกว่านั้น ทุกครั้งที่เขาคิดว่าตัวเองวางแผนได้ดีแล้ว หลอกล่อได้ดีแล้ว แต่กลับเป็นเขาเองที่ติดกับ

การเสียความทรงจำไม่มีผลกระทบต่อความฉลาดของคริสโตเฟอร์เลยแม้แต่น้อย

พวกเขาเดินแต่ละตาค่อนข้างเร็ว ในช่วงแรก ๆ ไมลส์ยังพอสูสีกับฝ่ายตรงข้ามอยู่บ้าง แต่พอผ่านไปได้ยี่สิบนาที เขาก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ คริสโตเฟอร์เดินอีกไม่กี่ตา หมากที่เขาวางไว้ก็โดนทลาย หมากสีขาวโดนไล่กินทีละตัว ๆ จากนั้นคิงก็โดนต้อนจนมุม

“รุกฆาต”

“ปัดโธ่” ไมลส์ลูบหน้าอย่างห่อเหี่ยว

“ไม่ต้องเสียใจไป” คริสโตเฟอร์ลูบหัวปลอบ “ยังอีกนานกว่านายจะชนะฉันได้ ไมโล”

“เรียกได้ก็เรียกใหญ่เชียวนะ” เขาโอดครวญ

“แน่นอน” ปีศาจน้ำแข็งยิ้มอย่างพึงพอใจ ตอนเรียกชื่อยังจงใจยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เสียงกวน ๆ เต็มสองรูหู “ไมโล ไมโล เจ้าหนูไมโล~”

ไมลส์เส้นประสาทขาดผึง ลุกพรวดขึ้น แล้วเดินหนีเข้าห้องทันที แต่ขนาดปิดประตูแล้วก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของคริสโตเฟอร์ดังลอดมา

สาบานเลยว่า หากเขารู้ว่าไอซ์เดวิลตัวจริงเป็นคนกวนบาทาแบบนี้ เขาจะไม่มีวันช่วยออกมา เด็ดขาด!

 

__________________________

A.L. Lee

เขียนจบตอนจนได้ \('つ')/ ที่จริงอยากตัดจบฉากหลังจากนี้ เพราะมันจะค้างกว่า !!! ///โดนนักอ่านถีบ

แต่ลีก็เขียนต่อไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เพราะงั้นก็จบมันตรงนี้ก่อนละกันเนอะ ถือเป็นตอนสบาย ๆ ไปสักตอน แต่ตอนหน้าก็จะมีตัวละครใหม่โผล่มาแล้วค่ะ ใครเดาได้บ้าง ^^

เขียนตอนนี้ไปก็รู้สึกว่าอารมณ์พี่ท่านเปลี่ยนไวมาก ตอนก่อนจะฆ่าจะแกงกันอยู่เลย ตอนนี้มาเรียกน้องอย่างสนิทสนมซะงั้น แต่จะยืดก็ใช่ที่ เพราะนี่มันตอนที่ 7 แล้ว เลยพยายามเขียนมุมพี่คริสออกมาให้เข้าใจมากที่สุด ยังไงเสียก็อยู่ด้วยกันมาเกือบเดือนแล้ว สำหรับลีเลยคิดว่าเป็นเรื่องเข้าใจได้อยู่

อ้อ อีกประเด็กหนึ่ง ช่วงนี้ลีติด ยาคุโมะ นักสืบวิญญาณ แล้วเกิดชอบสำนวนที่มันกระชับ ๆ ขึ้นมา ดังนั้นสำนวนอาจจะเปลี่ยนไปนิดนึง (มั้งนะ?)

ทั้งนี้ทั้งนั้น มีข้อติชมประการใด ยินดีน้อมรับฟังนะคะ

ไหนมีใคร #อยากกินไมโลบ้าง บอกที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 246 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #413 polar* (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 03:19
    ถ้าความจำกลับมาจะไม่ต่อยลูกชั้นอีกแล้วใช่มั้ย
    #413
    0
  2. #350 Minisuga_r (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 19:49
    แดนนนน แวร์อ๊าร์ยูววววว
    #350
    0
  3. #335 Blowingflow (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 09:57
    เป็นตอนเบาๆที่น่ารักดีค่ะ ถถถถ
    #335
    0
  4. #309 JINXASIN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 19:56

    ............เมื่อกี้-ยังต่อยลูกกูอยู่เลย//อคติ=-=

    #309
    0
  5. #83 kontuayp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 12:34
    อะแฮ่ม ค้ดถึงคุณดะเน่วค่ะ
    #83
    0
  6. #67 JHTEN (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 09:56
    ทางฝั่งเฟรนโซนจะเป็นยังไงบ้างนะ
    #67
    0
  7. #13 meena- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 02:11

    รอตอนต่อไป
    #13
    1
    • #13-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 7)
      24 เมษายน 2563 / 09:08

      ขอบคุณค่ะ
      #13-1
  8. #12 Silabun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 22:54
    ตอนหน้าเดาว่าเป็นนางเอกค่ะ หรือเปล่านะ
    #12
    1
    • #12-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 7)
      24 เมษายน 2563 / 09:08
      หรือเปล่านะ ๆ อิอิ
      #12-1