An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 6 : Arc1.6 หลงลืม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,977
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 242 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

หลังจากเดินทางมายาวนานนับยี่สิบชั่วโมงก็มาถึงบ้านเกิดของคริสโตเฟอร์ มันตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างจากตัวเมืองที่ใกล้ที่สุดราวยี่สิบนาที ตัวบ้านเป็นบ้านหลังเล็ก มีชั้นเดียว หันหน้าติดถนนสี่เลนที่ไว้ใช้เดินทางข้ามระหว่างเมือง บริเวณอื่นโดยรอบล้อมด้วยไร่ฝ้าย ธัญพืช และฟาร์มปศุสัตว์ของเพื่อนบ้าน เทียบกับความวุ่นวายในเมืองที่พวกเขาอยู่ก่อนหน้าแล้ว ที่นี่ให้บรรยากาศสุขสงบราวกับอยู่คนละโลก จะขัดก็แต่ตรงสวนหน้าบ้านมีต้นหญ้าแห้งตายเหมือนขาดการดูแลมาเนิ่นนาน

ไมลส์จอดรถแล้วไขล็อกประตูด้วยคลิปหนีบกระดาษ จากนั้นแบกคริสโตเฟอร์ที่ยังไม่ได้สติขึ้นหลังแล้วพาเข้าบ้าน พลันนึกขอบคุณร่างกายที่มีพลังพิเศษขึ้นมา เพราะนอกจากจะได้ความไวเหนือมนุษย์มาแล้ว ยังทำให้ร่างกายแข็งแกร่งมากกว่าคนทั่วไปด้วย การแบกชายร่างสูงใหญ่คนเดียวจึงไม่หนักหนาเกินไป ไม่อย่างนั้นก่อนหน้านี้เขาไม่มีทางพาคริสโตเฟอร์หนีออกจากสไปเดอร์ด้วยตัวคนเดียวได้แน่

ในบ้านมีห้องนอนสองห้อง ไมลส์สุ่มพาคริสโตเฟอร์เข้าไปในห้องหนึ่ง พอจัดแจงชายหนุ่มให้นอนบนเตียงเรียบร้อยดีแล้ว เขาก็ปลดกระดุมเสื้อของอีกฝ่ายออก แล้วเอาผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ ระหว่างเช็ดก็พิจารณาร่างกายของคริสโตเฟอร์ไปด้วย

คนคนนี้หุ่นไม่ได้ล่ำ แต่ก็ไม่ได้ผอมบางแบบเมลวิน เพียงแค่มีกล้ามเนื้อสวยงามเด่นชัด หน้าท้องมีซิกซ์แพ็ค หากยังอยู่ในสภาพดีคงเป็นรูปร่างที่สาว ๆ หลงใหลทีเดียว แต่ตอนนี้ร่างกายกลับเต็มไปด้วยบาดแผล ซี่โครงและแขนขวาหักมีเลือดคั่งเป็นจ้ำเขียว รอยมีดกรีดคว้านเนื้อปรากฏอยู่ทั่วตัวนับสิบแห่ง หากปล่อยทิ้งเอาไว้คงกลายเป็นแผลเป็น

อันที่จริง บนตัวของเมลวินเองก็เต็มไปด้วยร่องรอยการโดนทรมานมาตั้งแต่วัยเด็ก ตอนที่ไมลส์เห็นมันครั้งแรกก็ตกใจและเห็นใจเมลวินไม่น้อย แต่อย่างไรนั่นก็กลายเป็นร่างกายเขาไปแล้ว ใช้เวลาสองสามวันก็เริ่มชินชา ไม่นึกเลยว่าพอต้องมาเห็นอะไรแบบนี้บนร่างกายคนอื่นเต็มสองตา กลับรู้สึกหดหู่ยิ่งกว่า

พอเช็ดมาถึงสะโพกด้านขวา ก็พลันสะดุดตากับปานแดงอันหนึ่ง มันมีขนาดเล็กเพียงหัวแม่มือ มองดูคล้ายปีกนกที่กำลังสยายเพื่อโผบิน ดูสวยงามและมีเอกลักษณ์มาก

ไมลส์เอานิ้วลูบปานนั้นอย่างลืมตัว พอได้สติก็ชักมือกลับ แล้วก่นด่าตัวเองในใจ

…เลิกเล่นได้แล้ว ไมลส์ มิลตัน นายเป็นบ้าอะไรเนี่ย? นั่นมันร่างกายผู้ชายนะเฟ้ย! แถมเป็นผู้ชายที่เหมือนปีศาจอีกต่างหาก!

หลังจากทำความสะอาดและเปลี่ยนชุดให้เสร็จ ไมลส์ก็นั่งจับจ้องคริสโตเฟอร์อย่างเงียบ ๆ หลังจากชั่งใจอยู่พักหนึ่ง ก็กดแท็บที่ข้อมือ เปิดช่องเก็บของในมิติ VR แล้วหยิบยาสีเขียวเหมือนมรกตออกมาหลอดหนึ่ง

มันคือยาฟื้นฟู เมื่อใช้ยานี้แล้ว ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้เร่งการรักษาตัวเอง ไม่ว่าอาการบาดเจ็บหนักแค่ไหน ขอเพียงยังไม่หมดลมหายใจล้วนรักษาจนหายสนิทภายใน 24 ชั่วโมง ปกติแล้วซื้อได้จากระบบร้านค้าตอนอยู่ที่รูม แต่เนื่องจากรูมของเขาสลายหายไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงเหลือติดตัวอยู่แค่สามหลอดเท่านั้น

ที่จริง ถึงจะปล่อยไว้ ด้วยสกิลพระเอก คริสโตเฟอร์ก็คงฟื้นตัวได้เองในเวลาไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ แต่ไมลส์ไม่อยากต้องคอยประคบประหงมเขานานขนาดนั้น อีกอย่าง พอเห็นสภาพอีกฝ่ายหนักหนาขนาดนี้ แถมตัวเองก็ยังเป็นสาเหตุของใบหน้าเยิน ๆ นั่นอีก ก็ทั้งรู้สึกผิดและสงสารขึ้นมา หากช่วยได้โดยไม่ลำบากจนเกินไปนัก เขาก็อยากจะช่วย

ไมลส์หยิบหลอดยาสีเขียวมรกตใส่ปากกาฉีดยา แล้วกดมันลงไปบนหน้าท้องของคนเจ็บ

หัวคิ้วของคริสโตเฟอร์ขมวดมุ่นครู่หนึ่ง จากนั้นจึงค่อยคลายลง ท่าทางสบายขึ้นแล้ว

เขานั่งดูอาการต่ออยู่ครู่หนึ่ง พลันคิดว่าผมบลอนด์ยาวของชายหนุ่มดูเด่นสะดุดตาเกินไป ผมของเขาเองก็เช่นกัน ต่อให้หนีมาไกลแล้ว แต่ไม่ควรเสี่ยงอยู่ในรูปลักษณ์เดิมให้ใครจำได้ง่าย ๆ หลังจากเอียงคอครุ่นคิดไม่นาน ก็ลุกไปควานหากรรไกรในลิ้นชัก หยิบมันขึ้นมาตัดแหวกอากาศดังฉับ

ตอนที่เริ่มลงมือตัดผมคริสโตเฟอร์ ใบหน้าของเขาฉายแววสะใจเล็กน้อย

ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุติดในโลกนี้ ไมลส์เข้าโลกเสมือนจริงบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงได้เรียนรู้ความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร ดาบ ปืน หรือเวทมนตร์

แต่การตัดผมไม่ใช่หนึ่งในนั้น

หลังจากเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ผมยาวสลวยของปีศาจน้ำแข็งก็กลายเป็นผมสั้น ๆ ชี้โด่เด่ แถมยังมีความยาวไม่เท่ากัน

…ช่างมันแล้ว ถ้าตื่นมาแล้วไม่ชอบใจก็ให้ไปร้านตัดผมเองแล้วกัน

ไมลส์ล้มเลิกความพยายามที่จะทำผมอีกฝ่ายให้เป็นทรงแล้ว และไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย กลับปิดปากหัวเราะอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่

พอจัดการกับหัวของคริสโตเฟอร์จนสาแก่ใจแล้ว เขาก็เข้าห้องน้ำไปจัดการกับผมตัวเองบ้าง

แน่นอนว่า เขาแค่ย้อมผมและคิ้วให้เป็นสีดำเท่านั้น ไม่ยอมตัดผมด้วยตัวเองเด็ดขาด

คืนนั้น ไมลส์ถือวิสาสะยึดห้องว่างห้องหนึ่งเป็นห้องของตัวเอง แล้วนอนหลับเป็นตายด้วยความเหนื่อยล้าจากการขับรถติดต่อกันข้ามวันข้ามคืน พอแสงอาทิตย์เริ่มสาดเข้ามาที่หน้าต่างก็งัวเงียอยู่พักใหญ่กว่าจะฝืนลุกขึ้นมาได้ จากนั้นจึงเริ่มเดินสำรวจรอบบ้าน

สีของผนังที่ทาไว้ค่อนข้างซีดและเก่า แถมยังมีรอยเปื้อนและคราบหลายแห่ง บ่งบอกว่าบ้านหลังนี้ถูกสร้างมานานแล้วและไม่เคยถูกรีโนเวท เฟอร์นิเจอร์พวก ตู้ โต๊ะ ทำจากไม้แข็งดูโบราณ ทีวีก็เป็นรุ่นสมัยเก่าที่ใหญ่เทอะทะ ทั้งห้องดูแล้วมีเพียงโซฟาในห้องนั่งเล่นเท่านั้นที่ดูใหม่อยู่บ้าง พื้นและหลังตู้เต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะเพราะไม่มีคนอยู่อาศัยมานาน

ไมลส์ถอนหายใจเพราะมองเห็นงานใหญ่รออยู่ตรงหน้า เดินไปหาเครื่องดูดฝุ่น แล้วเริ่มลงมือทำความสะอาด พอทำมาถึงเคาน์เตอร์หน้าทีวี ก็สะดุดตากับรูปถ่ายในกรอบรูปหนึ่ง

ภายในรูปคือเด็กชายผมบลอนด์ท่าทางร่าเริงคนหนึ่ง เกาะเอวหญิงสาวที่มีหน้าตาคล้ายกัน โดยเฉพาะตาสีน้ำทะเลและรอยยิ้ม สีหน้าของเด็กชายที่จ้องหญิงสาวนั้นดูมีความสุขมาก

นี่คือรูปของคริสโตเฟอร์กับแม่

เท่าที่ไมลส์รู้ คริสโตเฟอร์อยู่ที่บ้านนี้มาจนจบเกรด 9 จากนั้นจึงค่อยย้ายออกไป แต่แม่ของเขาอาศัยอยู่ที่นี่มาตลอด ซึ่งคริสโตเฟอร์ก็กลับมาเยี่ยมเป็นประจำทุกสองหรือสามเดือน จนกระทั่งเมื่อหนึ่งปีก่อน หรือประมาณสองเดือนก่อนที่เขาจะกลายเป็นไอซ์เดวิล แม่ก็เสียชีวิตลง จากนั้นเขาก็ไม่ได้ย่างกรายมาที่นี่อีก แต่ก็ไม่ได้ขายมันทิ้ง เหมือนตั้งใจปล่อยไว้ให้เป็นอนุสรณ์อย่างไรอย่างนั้น

…ถึงจะเป็นคนแบบนั้น แต่ก็มีคนที่สำคัญกับตัวเองอยู่เหมือนกันสินะ

ไมลส์ใช้เวลาตลอดช่วงเช้าทำความสะอาดครั้งใหญ่จนบ้านหลังนี้กลับมาดูสมเป็นที่ให้คนอยู่ จากนั้นก็ตัดหญ้าในสวน แล้วค่อยวิ่งเข้าเมืองไปเพื่อหาซื้อของกิน รวมถึงหาที่ทำบัตรไอดีปลอมด้วย

ถึงแม้ว่าด้วยภารกิจของเมลวิน จะทำให้มีบัตรและชื่อปลอมอยู่สองสามชื่อก็จริง แต่คนในองค์กรก็รู้จักชื่อปลอมของเขาดี โดยเฉพาะแดเนียล ดังนั้นเขาจึงต้องสร้างตัวตนใหม่ ที่จริงระหว่างขับรถข้ามรัฐ เขาเองก็ใจตุ้มต่อมไม่น้อย เพราะถึงจะมีใบขับขี่ปลอม แต่หากเกิดเหตุอะไรขึ้น ตำรวจเรียกแล้วโดนบันทึกลงระบบขึ้นมา เรื่องอาจไปถึงหูสไปเดอร์ได้ ที่รอดมาแบบสบาย ๆ ได้ นับว่าโชคยังเข้าข้างเขาอยู่บ้าง หรืออีกแง่หนึ่ง อาจจะเป็นเพราะเขาได้รัศมีของพระเอกผู้รอดทุกสถานการณ์ช่วยก็เป็นได้

หลังจากผ่านไปกว่าชั่วโมง เขาก็ได้พบกับสถานที่ทำบัตรปลอม จึงทำบัตรที่จำเป็นทุกอย่างด้วยตัวตนใหม่ที่ใช้ชื่อจริงของตัวเองว่า ไมลส์ โจนาธาน มิลตัน

และเนื่องจากเงินสดติดตัวมีน้อยนิด แถมยังไม่สามารถกดเงินหรือใช้บัตรในชื่อต่าง ๆ ของเมลวินได้เพราะเสี่ยงต่อการโดนองค์กรตามเจอ ไมลส์จึงตัดสินใจหางานทำ สุดท้ายได้งานในคาเฟ่เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง โดยจะเริ่มงานในวันต่อไป จากนั้นก็เดินเตร่หาซื้อของไปทั่วเมือง

กว่าไมลส์จะกลับถึงบ้าน อาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว

เขาลงมือทำอาหารง่าย ๆ อย่างสปาเก็ตตี้กับสลัดเป็นมื้อเย็น

“อืม…ไม่เลวแฮะ” พอลองชิมรสชาติ ก็พยักหน้าอย่างพออกพอใจ

พอไมลส์มองดูเวลา ก็เห็นว่าใกล้ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ฉีดยาแล้ว ดังนั้นคริสโตเฟอร์ก็คงใกล้ตื่นแล้ว จึงจัดแจงอาหาร แล้วยกไปที่ห้อง

พอเปิดประตูออกมา ก็เห็นปีศาจน้ำแข็งฟื้นขึ้นมา นั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางงุนงง

ไมลส์เคยเห็นใบหน้าในสภาพดีของชายหนุ่มแค่ตอนเป็นไอซ์เดวิล พอมาเห็นตอนนี้ โรคบ้าคนหน้าตาดีที่ติดมาจากพี่สาวจึงกำเริบอีกครั้ง อดตะลึงตาค้างไม่ได้

หากบอกว่าร่างน้ำแข็งของคริสโตเฟอร์เปรียบเสมือนรูปสลักที่พระเจ้าสร้าง อย่างนั้นคริสโตเฟอร์ในตอนนี้ก็เหมือนเทวดาที่จุติลงมา เขายังคงจมูกโด่งและใบหน้าคมได้รูปคล้ายตอนที่เป็นไอซ์เดวิล แต่ความเย็นชาที่ฉาบไว้ด้วยผลึกน้ำแข็งหายไป ทำให้เห็นโครงหน้าชัดขึ้นกว่าเดิม และมีสีหน้าที่แสดงอารมณ์อย่างที่มนุษย์ควรจะเป็น ยิ่งประกอบกับผิวขาวที่เนียนละเอียด และดวงตาสีน้ำทะเลที่มีพลังเกี่ยวกระชากวิญญาณคนได้แล้ว ยิ่งทำให้ทุกคนที่พบเหมือนกับต้องมนตร์สะกด

ไมลส์ถือถาดอาหารยืนอยู่อย่างนั้น ร่ำร้องในใจ

…พระเจ้า! ใครจะไปนึกว่าพอหน้าตาหายบวมแล้วหมอนี่จะดูดีขนาดนี้ ขนาดผมสั้นชี้โด่เด่ที่เขาตัดยังกลบรัศมีความหล่อไม่มิดเลย ไม่สิ! ทรงผมนั่นแหละคือเรื่องน่าขัดใจอย่างเดียวของหมอนี่ นี่เขาทำอะไรลงไป

…ไมลส์นึกอยากย้อนเวลากลับไปตีมือที่จับกรรไกรของตัวเองสักที

“นายเป็นใคร” คริสโตเฟอร์ถามขึ้น พลางเอามือหนึ่งนวดขมับไปด้วย ท่าทางสับสน

…ดีมาก สูญเสียความทรงจำตามเนื้อเรื่องสักที

“ผมไมลส์ไง คริส” เขาทำหน้าเหมือนโดนสายฟ้าฟาด “พี่…จำไม่ได้เหรอ”

ชายหนุ่มส่ายหน้า “คริสโตเฟอร์ วู้ด คือชื่อฉัน ฉันจำได้เท่านี้”

“อย่าล้อเล่นน่า!” ไมลส์วางอาหารไว้ข้างเตียง จะเข้าไปแตะหน้าผากอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม แต่กลับโดนปัดมือออกอย่างแรง

“ห้ามแตะตัวฉัน!” คริสโตเฟอร์พูดเสียงกร้าว แล้วกระถดตัวถอยห่างเด็กหนุ่ม ท่าทางเหมือนสัตว์บาดเจ็บที่ขลาดกลัว “เกิดอะไรขึ้นกับฉัน แล้วนายเป็นใคร”

เขาตีสีหน้าผิดหวัง พูดเสียงสั่น “คริส…วันก่อนพี่โทรมาบอกว่าจะกลับบ้าน แต่พอพี่มาถึงก็ท่าทางอ่อนแรงมาก อยู่ ๆ ก็บอกว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร แล้วก็สลบไปเลย…มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

…ทักษะการปั้นเรื่อง เพอร์เฟค

…ทักษะการแสดง เพอร์เฟค

ไมลส์ปรบมือให้ตัวเองดัง ๆ ในใจ

คริสโตเฟอร์ขมวดคิ้ว สายตายังคงไม่ไว้ใจ “นายจะบอกว่านายก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน? แล้วที่นี่คือบ้านฉันใช่ไหม? ทำไมนายถึงอยู่ที่นี่ได้”

“นี่พี่จำไม่ได้จริง ๆ เหรอเนี่ย” เขาตัดพ้อ

“ผมคือ ไมลส์ โจนาธาน มิลตัน ลูกพี่ลูกน้องของคุณไง”
 

________________________________

A.L.Lee

เขียนตอนนี้แล้วอยากจับน้องไมลส์ฟาดมาก ไหนจะตัดผม แตะเนื้อต้องตัว แถมยังย้ายไปอยู่บ้านผู้ชายอีก!!!! ไลล่า น้องชายเธอใจแตกแล้ว!!!
 

ตอนแรกกะว่าจะลงวันพุธ แต่บังเอิญเขียนได้เร็วกว่าที่คิด หวังว่านักอ่านคงไม่โกรธ 555

ปกติลีเป็นคนแต่งนิยายช้าจริง ๆ ค่ะ เลยเผื่อเวลาเอาไว้มาก อย่างเรื่องสั้นที่เขียน 6 ตอนนั้นก็ใช้เวลาเป็นเดือนเลย นี่ยังงงตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงเขียนได้ไว สงสัยเพราะพลังกักตัวจากช่วงโควิดแน่เลย
 

อนึ่ง ลีจะเริ่มกลับไปทำงานออฟฟิศตั้งแต่เดือน พ.ค. ดังนั้น ตั้งแต่เดือนหน้าไปคงสปีดหอยทาก ส่วนตอนนี้มีแรงฮึดก็เขียนเยอะ ๆ ไว้ก่อนเนอะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 242 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #412 polar* (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 03:13
    เนียนมาก
    #412
    0
  2. #334 Blowingflow (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 09:51
    เนียนได้อีกกก 5555
    #334
    0
  3. #66 JHTEN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 09:46
    เนียนเก่งงงงงงงง
    #66
    0
  4. #39 ThaipaKing (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 23:11
    แกลองใช้เวทมนดูสิ อยากรู้เหมือนกันว่าโลกนี้จะใช้ได้ไหม

    พลังพิเศษยังมีเลย
    #39
    0
  5. #11 Silabun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 22:31
    กำลังคิดอยู่เลยว่าระหว่างรอไรท์จนกว่าจะถึงวันพุธจะอ่านอะไรดี งืออออ ไรท์เก่งมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะ
    #11
    1