An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 41 : Arc3.5 หลีกเลี่ยงไม่พ้น(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 210 ครั้ง
    3 พ.ย. 63

ศูนย์วิจัยการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตั้งตระหง่านอยู่ในย่านใจกลางเมือง ตัวอาคารสูงกว่ายี่สิบชั้น มีห้องปฏิบัติการทั้งทางเคมีและทางชีววิทยาที่ทันสมัย คลังเก็บตัวอย่างขนาดใหญ่ คนที่ทำงานที่นี่มีทั้งนักวิจัย ผู้ช่วย รวมไปถึงอาจารย์นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่ต้องการเรียนรู้งานในช่วงสั้น ๆ เรียกว่าเป็นศูนย์รวมหัวกะทิก็ว่าได้ เพียงก้าวเข้าไปในตึก ก็จะเห็นคนทำงานกันอย่างคร่ำเคร่ง ไม่มีใครหยอกล้อเล่นหัวกัน หากจะเปิดปากพูดก็จะได้ยินเนื้อหาวิชาการ เรียกว่าเป็นบรรยากาศของพวกเนิร์ดโดยแท้ อนันต์พลันรู้สึกว่าตัวเองมาผิดที่ผิดทาง คันปากอยากหยอกเย้าแต่ไม่กล้าพูดออกมา จึงรู้สึกอัดอั้นเป็นที่สุด

 

สาเหตุที่เขาต้องมาอยู่ในที่ที่ขัดกับวิสัยของตัวเองแบบนี้ ก็เพราะโรคประหลาดที่ระบาดอยู่ในเวลานี้นี่เอง หลังจากแพทย์ตรวจพบเชื้อไวรัสก่อโรคตัวใหม่ ก็รีบส่งให้ศูนย์วิจัยตรวจสอบทันที การพบโรคใหม่ก็นับว่าน่าตกใจพอแล้ว แต่ทางศูนย์ฯ ยังพบร่องรอยการตัดต่อพันธุกรรมในไวรัสดังกล่าวเพิ่มอีก นี่จึงไม่ใช่แค่ปัญหาด้านสาธารณสุข แต่รวมไปถึงความมั่นคงของประเทศด้วย หน่วยสืบสวนพิเศษจึงต้องออกโรง

 

ทว่าสำหรับอนันต์แล้ว จะไวรัสซอมบี้ระบาด ฟ้าถล่ม ดินทลาย ก็ไม่วิกฤติเท่าสภาพตัวเองในตอนนี้

 

“สารวัตร?” เมื่ออยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พิภพจำเป็นต้องเรียกอีกฝ่ายด้วยตำแหน่งเป็นการให้เกียรติ “ทำไมยืนทื่อมะลื่ออยู่อย่างนั้นล่ะครับ”

 

พวกเขากำลังจะเข้าห้องประชุม แต่พอเขาเปิดประตู สายตาของอนันต์ไม่รู้มองเห็นอะไรในห้อง ถึงได้ยืนแข็งค้างราวกับปูนปั้น ไม่ยอมก้าวตามมาสักที

 

พอหันมองตามอีกฝ่าย พิภพก็ถึงบางอ้อ

 

นักวิจัยหนุ่มสวมแว่นที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตากำลังยืนถกปัญหากับทีมงานอยู่ตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่จะใช้ในการประชุม ท่าทางจริงจังและน้ำเสียงกับใบหน้าที่ติดรั้นนิด ๆ คล้ายพี่ชาย ดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด

 

“ทะ…ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ เขาทำงานวิจัยยาสำหรับโอเมก้าไม่ใช่เหรอ” อนันต์ปากคอสั่น กระถดตัวถอยหลังไปหลายก้าว

 

…เอ่อ…นี่เจอคนที่แอบชอบหรือเจอผีกันแน่ครับ…รุ่นพี่

 

พิภพลอบกุมขมับในใจ ก่อนจะผลักผู้บังคับบัญชาของตัวเองเข้าไปโดยไม่คิดจะรักษาหน้าอีกฝ่ายเลยสักนิด

 

ห้องนี้ถูกเปิดระบบประชุมลับ ผนังธรรมดามีผนังเก็บเสียงเลื่อนมาแทนที่ แม้แต่กล้องวงจรปิดยังถูกระงับการใช้งานชั่วคราว โต๊ะประชุมถูกเรียงแบ่งออกเป็นสองฟากซ้ายขวา ส่วนตรงกลางเป็นพื้นที่ฉายภาพสามมิติ คนของศูนย์วิจัยนั่งฟากซ้าย ส่วนฟากขวาเป็นที่นั่งของคนจากกรมควบคุมโรค และหน่วยสืบสวนพิเศษ

 

ผู้กำกับการนั่งรออยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว เธอเป็นอัลฟ่าหญิงผมสั้น บนใบหน้ามีริ้วรอยที่ผ่านการเคี่ยวกรำของกาลเวลา แผ่รัศมีเย็นชาออกมาจาง ๆ อนันต์เอ่ยทักทายคำหนึ่ง แล้วนั่งลงด้านข้าง จากนั้นพิภพและลูกน้องคนอื่น ๆ จึงค่อยนั่งตามกัน

 

“อย่างที่ทุกคนทราบกันดี ช่วงนี้มีข่าวโรค ‘ไข้หวัดใหญ่’ ระบาด แต่ความจริงแล้วกลับไม่ใช่แบบนั้นเลย” เมื่อเห็นว่าทุกคนมาพร้อมแล้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยก็กดไมค์ประชุมหน้าตัวเอง พูดเปิดประเด็นทันที “หลังจากตรวจสอบตัวอย่างจากโรงพยาบาลหลายแห่ง ไวรัสนี้เป็นเชื้อชนิดใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย จึงต้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานในหลายภาคส่วน ทั้งเรื่องการเปิดเผยข้อมูล รวมไปถึงมาตรการการจัดการต่อไปด้วย สำหรับรายละเอียด ผมขอให้ดอกเตอร์กฤต หัวหน้าทีมวิจัยมาเป็นคนอธิบาย เชิญ”

 

นักวิจัยหนุ่มแว่นพยักหน้า กดแสดงแบบจำลองของไวรัสขึ้นมาเป็นภาพสามมิติ “ก่อนอื่นขอให้ทุกคนดูเจ้าตัวนี้ครับ นี่คือไวรัสปอดอักเสบที่เคยแพร่ระบาดอย่างหนัก และทำผู้คนเสียชีวิตนับล้านคนเมื่อร้อยปีก่อน” จากนั้นเลื่อนเอาแบบจำลองไวรัสอีกอันหนึ่งขึ้นมาเทียบกัน “และนี่คือไวรัสที่แพร่ระบาดอยู่ตอนนี้ จากการวิเคราะห์ทั้งลักษณะและรหัสพันธุกรรม บ่งบอกว่าเป็นไวรัสในตระกูลเดียวกัน”

 

“แต่ถึงจะเป็นตระกูลเดียวกัน แต่ความรุนแรงของโรคต่างกันมาก ไวรัสตัวนี้มีระยะฟักตัว 3-7 วัน ทำให้เกิดไข้สูง ตามมาด้วยทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน อัตราการตายสูงมากกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว แถมยังแพร่ระบาดไวมากด้วย”

 

“เดี๋ยวก่อนนะ” แพทย์คนหนึ่งถามขึ้น “ปกติแล้วโรคที่รุนแรงมาก อัตราการตายสูงแบบนี้ มักแพร่ระบาดเป็นวงแคบ ๆ เท่านั้น ยิ่งด้วยระบบสาธารณสุขสมัยนี้ด้วยแล้ว ทำไมถึงบอกว่าแพร่ระบาดง่าย”

 

“เพราะคนที่มีเชื้อไม่ได้ป่วยทุกคนครับ ทั้งจากสถิติผู้ป่วย และจากการทดลอง ยืนยันแล้วว่าเชื้อตัวนี้สามารถทำให้อัลฟ่าป่วยตายได้ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ แต่จะไม่ก่อให้เกิดโรคใด ๆ ในเบต้าและโอเมก้า พูดง่าย ๆ ก็คือเบต้าและโอเมก้าเป็นพาหะของโรคนั่นเอง การที่เชื้อแฝงตัวอยู่ในประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่สิ ของโลกแบบนี้ จะควบคุมกันยังไงไหวล่ะครับ”

 

เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในห้องประชุม ทว่านักวิจัยหนุ่มไม่ได้สนใจ เอามือแตะจอสามมิติ ดึงภาพจำลองรหัสพันธุกรรมของไวรัสขึ้นมา แล้วอธิบายต่อ

 

“การเจอเชื้อไวรัสตระกูลนี้จำเพาะเจาะจงกับเพศสภาพแบบนี้ได้ถือว่าแปลกมาก พอทางทีมวิจัยตรวจสอบจีโนม [1] ก็พบว่ามีลำดับพันธุกรรมที่ผิดปกติ แถมยังมีบางส่วนเหมือนกับเชื้อก่อโรคในอัลฟ่าตระกูลอื่นจนเหมือนตัดแปะกันมา เรียกว่าร่องรอยการตัดต่อด้วยฝีมือมนุษย์ชัดเจนจนไม่มีอะไรจะชัดไปกว่านี้อีกแล้วล่ะครับ”

 

[1] สารพันธุกรรมทั้งหมดในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต

 

พูดมาถึงตรงนี้ ก็มีหลายคนลุกพรวดขึ้น

 

“ก่อการร้ายงั้นเหรอ!”

 

“เล็งเฉพาะอัลฟ่าที่เป็นผู้กุมอำนาจของประเทศแบบนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นพวกเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศก็ได้”

 

“หรือไม่ก็อาจจะเป็นต่างชาติที่ต้องการเข้ามาแทรกแซงเศรษฐกิจ”

 

ต่างคนต่างออกความเห็นกันเสียงดัง บรรยากาศในห้องประชุมสับสนอลหม่าน แต่สารวัตรหน่วยสอบสวนพิเศษกลับเอาแต่นั่งเท้าคาง จ้องมองดูนักวิจัยหนุ่มที่ออกมาพูดไม่วางตา ราวกับคนตรงหน้าเป็นเพียงสิ่งเดียวในโลกที่น่าสนใจ

 

…อา เพื่งเคยได้ยินหมอนี่พูดเป็นครั้งแรกก็วันนี้ เสียงน่าฟังชะมัด แถมเวลาทำหน้าจริงจังก็ดูดีเป็นบ้า ยิ่งใส่ชุดกาวน์ก็ยิ่งเหมาะ แต่ตอนนี้ผอมลงกว่าครั้งแรกที่เจอเยอะเลย วัน ๆ ได้กินอะไรบ้างหรือเปล่าเนี่ย…อ๊ะ มองมาทางนี้แล้ว…ไม่นะ ไม่ได้สงสัยอะไรใช่ไหม ฉันไม่ได้ตั้งใจแอบมองนะ ก็นายมันน่ารักเกินไปนี่หว่า

 

พอเห็นว่าอีกฝ่ายหันหน้ามา อนันต์ก็รีบหลบตา แสร้งทำเป็นอ่านสมุดโน้ตที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างจริงจัง พิภพปรายตามองอย่างหน่าย ๆ อ้าปากขมุบขมิบอย่างไร้เสียง แต่อนันต์พอจะอ่านปากออกว่าพูดว่าอะไร

 

ส-ตอล์ก-เกอร์

 

ไม่-ใช่-ว้อย!

 

เขาด่ากลับ ตอนนั้นเองที่ผู้กำกับการทนไม่ไหวลุกพรวดขึ้น เปิดไมค์ประชุมตะโกนด้วยเสียงดังลั่น

 

“เงียบ! พูดกันทีละหน่วยงานเป็นไหม!”

 

ทั้งห้องเงียบลงอย่างฉับพลัน ได้ยินแม้เสียงเข็มตกพื้น

 

หลังจากนั้นไม่กี่นาที ก็เป็นอันตกลงกันถึงบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน กรมควบคุมโรคจะรีบประกาศสถานการณ์โรคระบาดโดยเร็วที่สุด ออกมาตรการควบคุม และส่งรายงานการสอบสวนโรคให้หน่วยสืบสวนพิเศษ เพื่อใช้ในการสืบหาคนหรือกลุ่มที่ปล่อยเชื้อต่อไป ส่วนทางศูนย์วิจัยจะรีบหาวิธีรักษารวมไปถึงคิดค้นวัคซีนออกมาโดยเร็วที่สุด แต่เรื่องที่ว่าไวรัสตัวนี้เป็นอาวุธชีวภาพที่คนคิดค้นขึ้นนั้น แน่นอนว่าปิดเป็นความลับขั้นสุดยอด

 

การประชุมจบลง ระบบประชุมลับถูกปิด ต่างคนต่างเริ่มทยอยเดินออกจากห้อง ไมลส์ถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง เอนตัวลง เพราะต้องตอบคำถามไม่หยุดหย่อนมาจนถึงเมื่อครู่ ปากคอเลยแห้งผาก แกะน้ำดื่มรวดเดียวกว่าครึ่งขวด

 

[ไหวไหม?] ไลล่าถามขึ้น

 

‘ไม่ไหวก็ต้องไหว ผมเลือกอะไรได้ที่ไหน’

 

ไมลส์สังหรณ์ใจไม่ดีตั้งแต่ตอนที่เห็นข่าวไข้หวัดใหญ่ระบาดแล้ว และสุดท้ายสิ่งที่กังวลก็เกิดขึ้นจริง แม้ว่าเขาจะไม่ได้เทิร์นดาร์กไปช่วยองค์กรมืดวิจัยไวรัสฆ่าอัลฟ่า แต่สุดท้ายองค์กรนั้นก็ยังหานักวิจัยคนอื่นมาทำแทนได้อยู่ดี นั่นทำให้นอกจากงานวิจัยด้านยาของโอเมก้าที่ทำเป็นปกติแล้ว เขายังต้องมาทำวิจัยยาและวัคซีนรักษาโรคบ้านี่เพิ่มอีก เล่นเอาแทบไม่ได้หลับได้นอน เหนื่อยสายตัวแทบขาดเลยทีเดียว

 

แต่แค่เหนื่อยอย่างเดียวก็แล้วไปเถอะ สิ่งที่ไมลส์กังวลยิ่งกว่า คือการแพร่ระบาดรอบนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์นั่นอีกก็ได้ หากเป็นแบบนั้นจริงละก็เท่ากับว่าอีกฝ่ายเดินเกมรุกนำหน้าเขาไปหลายก้าว นี่มันเข้าขั้นวิกฤตทีเดียว

 

[อย่าทำหน้าเครียดขนาดนั้นสิยะ ตั้งแต่มาโลกนี้นายไม่มีชีวิตชีวาเอาซะเลย ฉันล่ะเป็นห่วง…หรือเพราะนายยังไม่เจอหมอนั่น? สุดที่รักของนายน่ะ?]

 

‘เลิกแซวซะทีเถอะน่า…แต่ผมคิดว่าผมเจอออสมอนด์แล้ว…มั้งนะ’

 

เขาปิดฝาขวดน้ำ จากนั้นพยักพเยิดไปทางตำรวจหน่วยสอบสวนพิเศษที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู

 

คนคนนั้นคือสารวัตรอนันต์

 

ตอนที่เห็นอีกฝ่ายเซเข้ามาในห้อง ไมลส์ยังคิดแค่ว่าตำรวจท่าทางไม่ได้เรื่องคนนี้น่ะเหรอคือพระเอกของเรื่อง แต่ระหว่างประชุม เขาแอบเห็นอนันต์แอบมองมาหายต่อหลายครั้ง และสายตาคู่นั้นก็ดูคุ้นเคยเหลือเกิน มันเหมือนกับสายตาที่ทามาฮิเดะมองเขา

 

แต่ขณะเดียวกัน บุคลิกของอนันต์ก็แตกต่างกับคริสโตเฟอร์และทามาฮิเดะมากเกินไป ไมลส์จึงไม่รีบเชื่อลางสังหรณ์ของตัวเอง

 

ทางเดียวที่จะมั่นใจได้ คือต้องเห็นรอยปานที่หลังเท่านั้น

 

…พูดเหมือนง่าย แต่อยู่ ๆ จะไปขอเปิดดูหลังคนอื่นได้ยังไง มีโดนหาว่าเป็นโรคจิตกันพอดี

 

ไมลส์สลัดความคิดบ้าบอในหัว โยนขวดน้ำลงถังขยะ แล้วเดินตรงไปหาอีกฝ่าย

 

“ยังไม่กลับหรือครับ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า” พอไปถึงก็ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ที่ตรงนั้นนอกจากอนันต์แล้ว ก็ยังมีพิภพที่เขาเคยเจอ จึงไม่แปลกอะไรที่จะเข้าไปทักทาย

 

“ไม่มีอะไรครับ แค่ยืนคุยเล่นกันนิดหน่อย กฤต…ไม่สิ ต้องเรียกว่าดอกเตอร์กฤต ไม่ได้เจอกันเสียนาน ต่อไปนี้คงต้องขอความร่วมมือกันหลายอย่าง ฝากด้วยนะครับ” พิภพยื่นมือมาจับทักทายอย่างสุภาพ

 

“ผมเองก็ต้องฝากตัวเหมือนกัน” ไมลส์พูดจบก็หันหน้าไปทางอนันต์ ที่กำลังยืนกอดอกท่าทางเกร็ง ๆ อยู่ด้านข้าง “ไม่ทราบว่าคุณคนนี้คือ?”

 

พอได้ยินนักวิจัยหนุ่มพูดถึงตัวเอง หูของอนันต์ก็กระดิก หากมีหาง หางก็คงตั้งด้วย

 

“สารวัตรอนันต์ หัวหน้าผมเอง” แนะนำชื่อไปแล้ว แต่เจ้าตัวมัวแต่ยืนบื้ออยู่ พิภพเลยขยับปากโดยไร้เสียงด่าว่า ‘รีบ-ทัก-ทาย-เขา-สิ-ฟะ!

 

“อะ…เอ่อ”

 

หัวสมองของอนันต์ขาวโพลนไปหมด นึกคำพูดดี ๆ ไม่ออก ได้แต่ยืนมือออกไปอย่างเก้กัง มาดที่พยายามเก๊กขรึมก่อนหน้าทลายหมดสิ้น ภาพของนักวิจัยหนุ่มที่ส่งยิ้มสุภาพมาให้ถูกฟิลเตอร์จนกลายเป็นรอยยิ้มเจิดจ้าหวานละมุน ไม่รู้ตัวเลยว่ามือของตัวเองชุ่มไปด้วยเหงื่อ แถมหัวใจก็เต้นรัวเหมือนกลอง

 

เวลาที่คนเราตื่นเต้นถึงขีดสุด ขอบเขตการรับรู้และความคิดจะแคบลง ในตอนนี้รอบตัวของอนันต์ราวกับไม่มีสิ่งอื่นใด เหลือเพียงคนในชุดกาวน์ตรงหน้าเท่านั้น

 

หากไมลส์เป็นปีศาจมาล่อลวง อนันต์คงยินดีตามไปลงนรกด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

 

“ยะ…ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

 

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” ไมลส์เขย่ามือตอบ แต่แล้วรอยยิ้มก็เปลี่ยนเป็นสีหน้างุนงง เพราะอีกฝ่ายอยู่ ๆ ก็ชะงักไป “คุณอนันต์…?”

 

แล้วร่างใหญ่โตของสารวัตรหนุ่มก็เหมือนโคลนเหลวไร้กระดูก เซวูบลงมาทับเขาในทันที

 

“เอ๋?”

 

“สารวัตร!?” พิภพร้อง

 

…หมอนี่…ตื่นเต้นจนเป็นลมไปแล้ว

_________

 

A.L. Lee

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 210 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

442 ความคิดเห็น

  1. #376 11221622 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 20:34
    มีแวว มีหูมีหางเหมือนชาติก่อนๆ55555
    #376
    0
  2. #366 0892812425 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 00:11
    โลกนี่เป็นหนุ่มผู้ใสซื่อในความรักหรือนี่55555555
    #366
    0
  3. #278 ginaphongsavhas (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 21:33

    โอ้ยยยขำพระเอกมากกกเลยคะ5555

    #278
    0
  4. #269 Poppoppop12345 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 15:26
    โอ้ยยยยย55555 พระเอกโลกนี้เป็นอัลฟ่าต้าวหมาหรอเนี่ย
    #269
    0
  5. #267 KKFBLACK (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 19:05

    รอค้าาาาาา
    #267
    0
  6. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 12:41
    ใจพรี่บางไปหมดแล้ว555
    #266
    0
  7. #265 ชีสเค๊กวนิลา (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 02:27
    5554คุณพระเอกเหลวเป็นน้ำแล้ว
    #265
    0
  8. #236 After_TeaTime (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 23:01
    พระเอ๊กกกกก555555555 แค่จับมือเขาก็เป็นลมล้มตึงไปแล้ว มันเป็นเขินไปหมดใช่ไหมคะ5555555
    #236
    0
  9. #234 ฝนเทลงมา (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 22:17

    นว้องงงงไม่ได้ไหมมมมม😅แกตะให้น้องแบกไม่ได้น้าาา
    #234
    0
  10. #231 ลั่ว ต้าหมิง (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 16:53
    เป็นปวดหัวกับพระเอก
    #231
    0
  11. #230 miyuukiMF (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 09:43

    ว้ายตายแล้ว ภาพลักษณ์ที่สั่งสมมา555

    #230
    0
  12. #228 nna3 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 08:28
    อิพี่!!! ตื่นเต้นจนเป็นลมมันคืออะไร ภาพลักษณ์โลกที่ผ่านมาหายหมดเลย55555
    #228
    1
  13. #227 เอลิซ่า (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 07:21
    ...เออะ ทำไมผิดกับโลกที่แล้วเลย แค่ทักทายยังสลบมืดแล้วตอนจีบ ไมลล์จะเป็นไงนะ หรือพอยืนยันตัวได้ไมลล์จะรุกจีบเองเลย
    #227
    0
  14. #226 darkqueens (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 02:21
    พระเอ้กกกกก
    #226
    0
  15. #225 Avista (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 00:27
    อ่าโลกนี้เป็นคนขี้เขินสินะ
    #225
    0
  16. #224 pimmpcnn (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 23:27
    มันเป็นคลั่งไคล้;____;
    #224
    0
  17. #223 ThaipaKing (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 23:17
    ส่งมาอีกตอน°!!
    #223
    0