An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 38 : Arc3.2 ใครอีกคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 181 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

“แกล้อเลียนฉันเหรอ?! ” กวีถามเมื่อเห็นน้องชายพูดประโยคประจำตัวของตัวเอง “ใช่สิ เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้วนี่ ทั้งที่เมื่อก่อนออกจะสุภาพเรียบร้อยกับฉันขนาดนั้นแท้ ๆ เฮ้อ! น้องชายที่น่ารักคนนั้นหายไปแล้วสินะ คิดถึงชะมัด”

 

ตัดพ้อแบบไม่จริงจังนักเสร็จก็กระดกเบียร์เอื๊อก ๆ

 

“เฮ้! อย่าดื่มเร็วนักสิ หรืออย่างน้อยก็กินอะไรรองท้องหน่อย” ไมลส์ปราม “ยิ่งคออ่อนอยู่ เดี๋ยวก็เมาหรอก”

 

“เมาก็เมาไปสิ” กวีทำปากยื่น “หรือถ้าฉันเมาแล้วแกจะไม่ไปส่ง? ”

 

“พูดอะไร? ...เฮียจะเมาไม่เมาผมก็ต้องไปส่งอยู่แล้วไหม” ไมลส์ถอนหายใจ “เอ้า! ... มีอะไรก็รีบเล่ามา ก่อนที่จะเล่าไม่รู้เรื่อง”

 

ได้ยินแบบนั้น คนเป็นพี่ก็เดาะลิ้นอย่างขัดใจ เอานิ้วชี้ม้วนผมที่ยาวระต้นคอของตัวเองสองสามทีจึงค่อยยอมเอ่ยปาก

 

“วันนี้แกพูดมากขึ้นนะ...เออ ฉันเพิ่งโดนเทมา ไอ้งั่งนั่นคบซ้อน พอฉันจับได้ก็บอกว่าเป็นเบต้าก็ต้องแต่งงานกับเบต้า แล้วก็ขอเลิกกับฉัน…เชื่อตายล่ะ อ้างกับผีสิ! ”

 

ไมลส์ฟังพลางนึกทบทวนความทรงจำของกฤตไปด้วย

 

เนื่องจากปมความไม่เท่าเทียม ทำให้กวีมองอัลฟ่าในแง่ร้ายอยู่สักหน่อย คนรักที่ผ่านมาทั้งหมดจึงเป็นเบต้า และเหมือนจะเคยคบโอเมก้าด้วยคนหนึ่ง แต่สุดท้ายกลับไปไม่รอดสักราย เท่าที่เขารู้ เลิกกันเร็วที่สุดหนึ่งอาทิตย์ นานที่สุดหกเดือน ด้วยข้ออ้างว่า โอเมก้าเหมาะกับอัลฟ่ามากกว่าบ้างล่ะ หรือกวีไม่อ่อนโยนนุ่มนวลสมกับเป็นโอเมก้าเลยบ้างล่ะ เรียกว่าได้ยินจนเอียนเลยทีเดียว

 

แต่หากมองให้ลึกลงไป ปัญหานั้นไม่ใช่เรื่องเพศสภาพเสียทีเดียว แต่เป็นเรื่องที่กวีไม่มีตามองคนมากกว่า ไหนจะโดนนอกใจบ้าง โดนหลอกเอาเงินบ้าง ทั้งที่สายตาเฉียบคมเวลาเป็นเรื่องของคดีความ แต่พอเป็นเรื่องของตัวเองไม่รู้ทำไมถึงได้หูตามืดบอด

 

กวีดื่มไปก็ด่าไป ด่าทั้งอดีตคนรัก ด่าทั้งตัวเอง ถึงจะไม่ได้แสดงอาการเสียใจออกมาตรง ๆ แต่ดูจากที่ยกแก้วเบียร์ซดเอา ๆ เวลาพูดชื่อแฟนเก่าทีดวงตาก็ไหววูบ คงเจ็บไม่น้อยนั่นแหละ

 

“แก้วพร่องแล้ว มานี่ ฉันเติมให้”

 

พอเห็นว่าแก้วของน้องชายมีน้ำอำพันเหลือไม่ถึงหนึ่งในสาม กวีก็ถือวิสาสะรินเพิ่มให้

 

“พอแล้ว เฮีย วันนี้ผมไม่อยากดื่มเยอะ” ไมลส์รีบร้องห้าม ร่างกายนี้ก็ไม่ได้คอแข็งสักเท่าไหร่ หากเมาแอ๋กันทั้งคู่ ก็ไม่มีใครเก็บศพกันพอดี

 

กวีหน้าเริ่มแดง สะอึกเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “อึ๊ก! เออ! ดี! แม้แต่แกก็ปฎิเสธฉันงั้นเหรอ? ใช่สิ! ฉันมันไม่สำคัญนี่หว่า”

 

...งอแงจังวุ้ย!

 

พอเขาจำใจยกแก้วขึ้นชน กวีจึงค่อยฉายรอยยิ้มพอใจออกมา เป็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนเด็กซุกซนคนหนึ่ง ภาพนั้นทำให้ไมลส์นิ่งงันไปชั่วขณะ ทั้งความรู้สึกผิด ความดีใจ หลากหลายผสมปนเปกัน

 

...ดูเหมือนโลกนี้นายจะมีความสุขดีสินะ...เมลวิน

 

ในโลกแรก เขาใช้ร่าง...ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็คือยึดเอาชีวิตของหมอนี่มา นอกจากความรู้ความสามารถแล้ว แม้แต่ความทรงจำตั้งแต่เกิดก็ถูกถ่ายทอดมาจนหมด จึงช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกสนิทขึ้นมาโดยอัตโนมัติ และรู้ไส้รู้พุงประหนึ่งพยาธิในลำไส้ หากยังเหลือเค้าบุคลิกเดิมอยู่บ้าง ต่อให้เปลี่ยนโลกก็ย่อมจำได้อย่างแน่นอน

 

เมลวินนั้นมีโชคชะตาที่โหดร้ายมาก ตั้งแต่เด็กก็โดนพรากเอารอยยิ้มและเสียงหัวเราะไป กลายเป็นคนบิดเบี้ยวที่สนุกกับความทรมานของคนอื่น พอมาโลกนี้กลายเป็นกวี แม้ชีวิตจะไม่ได้ดีเลิศสมบูรณ์แบบ แต่อย่างน้อยก็แคร์คนอื่นเป็น ยิ้มออกมาจากใจได้ นั่นทำให้ไมลส์ดีใจมาก

 

แต่ขณะดียวกัน ความสุขของกวีจะคงอยู่ได้ไม่นาน หมอนี่จะถูกตกถีบหุบเหวแห่งความสิ้นหวังอีกครั้ง

 

...เขายอมไม่ได้หรอก

 

ความรู้สึกแรงกล้าที่อยากจะช่วยกวีเพิ่มทบทวีคูณ เพื่อชดเชยที่เคยยึดร่างมา ครั้งนี้เขาจะปกป้องความสุขของหมอนี่เอง

 

หลังจากนั้นพวกเขาก็ดื่มกันต่อไปอีกนานนับชั่วโมง จำนวนขวดเบียร์มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานก็มากกว่าครึ่งโหล ปริมาณเท่านี้สำหรับคนคอแข็งแล้วนับเป็นอะไรได้ แต่สำหรับสองที่น้องที่คออ่อนแบบนี้ กินแค่คนละขวดสองขวดก็มากเกินพอที่จะทำให้พูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว กวีตอนนี้หน้าแดงแจ๋ พูดจาวกไปวนมา ประเดี๋ยวก็บ่นเรื่องงาน ประเดี๋ยวก็โอดครวญเรื่องความรัก สักพักก็หาเรื่องตัดพ้อน้องชายตัวเอง เป็นคนประเภทเมาแล้วงอแงก็ว่าได้ ส่วนไมลส์ไม่ได้ดื่มเยอะเท่ากวี จึงยังครองสติไว้ได้ ตอนนี้เริ่มหนังตาหนักหน่วง อยากจะหลับแต่ก็กลับไม่ได้ จึงต้องคอยจิกแขนตัวเองให้พยักหน้าอือออหรือตอบคำของกวีเป็นระยะ ๆ สักพักก็รู้สึกเหมือนของในกระเพาะพร้อมใจกันตีตื้นขึ้นมาถึงคอหอย จึงปิดปาก แล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ

 

เขาให้เวลาพักใหญ่อ้วกออกมาเกือหมดไส้หมดพุง พอเอาแอลกอฮอล์ออกไปบ้าง แล้วได้ล้างหน้าล้างตา จึงค่อยสร่างเมาขึ้นมาหน่อย พอลองดูเวลาที่แท็บบนข้อมือ ก็เห็นสมควรได้เวลาลากพี่ชายกลับเสียที จึงเดินกลับโต๊ะ แต่แล้วกลับพบภาพไม่คาดฝันขึ้น

 

กวีกำลังทะเลาะทุ่มเถียงกับคนโต๊ะอื่นอยู่ สักพักก็กระชากคอเสื้อคู่กรณี โดยไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายมีรูปร่างสูงใหญ่กว่าตัวเอง แถมยังมีพรรคพวกอีกห้าหกคนอยู่ด้วย

 

ที่ฉิบหายไปกว่านั้น ไมลส์ได้ยินเสียงซุบซิบว่าคนกลุ่มนั้นเป็นอัลฟ่ากันเกือบหมดอีกต่างหาก

 

...เฮียว้อย! เดี๋ยวก็อายุสั้นหรอก

 

ความง่วงและความมึนงงหายเป็นปลิดทิ้ง ไมลส์รีบวิ่งไปห้ามทัพทันที

 

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า หลังจากไมลส์ไปเข้าห้องน้ำได้เดี๋ยวเดียว กวีก็ลุกขึ้นจะตามไป แต่กลับล้มลงจนไปชนกับคนอีกโต๊ะหนึ่งเข้า แก้วตกแตกไปสองใบ คนที่โดนชนจึงโวยวายขึ้นมา ความจริงกวีก็ตั้งใจจะขอโทษและชดใช้ไป ถ้าอีกฝ่ายไม่พูดจายั่วโมโหขึ้นมาเสียก่อน

 

“เพิ่งไปเอากับใครมาหรือไง ขาถึงได้อ่อนปวกเปียกแบบนี้น่ะ หา? ”

 

และนั่นคือต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมด

 

ตอนที่ไมลส์วิ่งไป กวีก็ออกหมัดแล้ว เขาร้องในใจว่า ‘ตายแน่! ’ เพราะดูอย่างไรตัวเองก็ไม่น่าเข้าไปห้ามทัน ภาพความยุ่งยากในอนาคตผุดวาบมาเต็มหัว ไหนจะกลายเป็นคดีทะเลาะวิวาท ชดใช้ค่าเสียหายทางร้าน อัดคลิปลงโซเชียล อาชีพการงานพี่แกพังแน่นอน

 

แต่แล้วก่อนที่หมัดนั้นจะถึงตัว ก็มีใครบางคนจับมันไว้ จนกวีชะงักกึก

 

คนเข้ามาใหม่นั้นเป็นผู้ชายสูงราวหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร เทียบกับกวีแล้วสูงกว่าราวหนึ่งฝ่ามือ แต่เทียบกับคนในกลุ่มที่เป็นอัลฟ่ากันเกือบหมดนั้นไม่ได้สูงเป็นพิเศษ ถึงอย่างนั้นก็มีสายตาคมกล้า ไว้ผมไถข้าง ปัดผมใส่เยล เจาะหู ดูเป็นพวกหัวขบถ และแผ่อำนาจคุกคามบางอย่างที่มีแต่อัลฟ่าเท่านั้นจะทำได้ ไม่ใช่แค่คนนอกเท่านั้นที่เกรง แม้แต่กลุ่มคนที่กำลังมีเรื่องกับกวี พอเห็นหน้าเขาก็โดนรัศมีนั้นกดข่ม ได้แต่ทำหน้าตาเหมือนสุนัขป่าเจอจ่าฝูง สงบเสงี่ยมขึ้นมาหลายส่วน

 

“มีเรื่องอะไรกัน” น้ำเสียงนิ่งเย็นเหมือนจะแช่แข็งคนได้

 

“พะ...พี่ภพ” คนที่เป็นคู่กรณีกับกวีตกใจจนพูดจาอึกอัก “มะ...มาถึงไวจังนะครับ พอดีไอ้โอเมก้านี่มันเมาจนล้มชนพวกเรา แถมยังไม่ขอโทษอีก ก็เลย...”

 

ไมลส์รู้สึกว่าเรื่องชักจะไปกันใหญ่แล้ว รีบวิ่งเข้ามาดึงพี่ชายตัวเองออก แล้วก้มหัวปะหลก ๆ “ขอโทษครับ ๆ พี่ผมเมาไปหน่อยเลยเลือดร้อน ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ”

 

“กฤต แกไม่ต้องขอโทษ! ส่วนแก...ชื่อภพใช่ไหม...เป็นลูกพี่ของไอ้พวกนี้เหรอ? ดี! ฉันจะบอกให้! ” กวีสะบัดมือที่ถูกจับออก เลิกคิ้วถาม ไม่ได้นึกกลัวอีกฝ่ายเลยสักนิด “ไอ้งั่งนี่นึกสนุกขัดขาฉันจนล้ม ตอนแรกก็ว่าจะปล่อยผ่านไปอยู่หรอก แต่ดันมาพูดจาดูถูกอีก อย่าว่าแต่จะขอโทษเลย แต่ฉันจะทำให้มันหุบปากเสีย ๆ นี่ไปสักหลาย ๆ วัน! ”

 

ภพส่งสายตาเป็นคำถามไปยังลูกน้องตัวเอง พอเห็นหมอนั่นหลุบตาลงอย่างคนมีความผิดก็กระจ่างทันที จึงเอ่ยว่า

 

“ผมต้องขอโทษแทนมันด้วย แต่มาทะเลาะกันในนี้มีแต่จะทำคนอื่นเดือดร้อนเปล่า ๆ ไว้ผมจะจัดการมันทีหลังเอง” พูดพลางส่งสายตาคาดโทษให้ จนอีกฝ่ายตัวลีบลงไปถนัดตา

 

รอยยิ้มพอใจฉายขึ้นมาแวบหนึ่งบนใบหน้าของกวี ที่กำลังหน้าแดงเพราะเมาอยู่นิด ๆ “จัดการทีหลัง พูดดีนี่? คุณกับคนพวกนี้มีอาชีพอะไร ทหาร? ตำรวจ? มาเฟีย? ”

 

“ตำรวจ ผมชื่อพิภพ กำลังจะย้ายหน่วย ทุกคนเลยมาเลี้ยงส่งกัน ต้องขอโทษด้วยถ้าทำให้คุณไม่พอใจ”

 

“ช่างเถอะ ๆ ” กวีโบกมือ “ถ้าคุณขอโทษ แล้วสัญญาว่าจะจัดการกับมัน ก็จบ”

 

กวีเป็นพวกโกรธง่ายหายเร็วอยู่แล้ว พอมีคนมาขอโทษอย่างจริงใจ ความขุ่นมัวก็หายไปหมด

 

“เฮีย กลับกันได้แล้ว” ไมลส์สะกิดแขนพี่ชายยิก ๆ กวีพยักหน้า จากนั้นก็หันหลังจะเดินกลับ ร่างกายเฉียดใกล้ภพ จนอีกฝ่ายได้กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ผสมปนไปกับฟีรีโมนหอมหวานจาง ๆ

 

“เดี๋ยวก่อน คุณ...! ”

 

พิภพร้องเรียกขึ้น กวีหันมาถามกลับ “ไม่ได้ชื่อคุณ ผมชื่อกวี มีอะไร? ”

 

“คราวหลังอย่าดื่มจนเมาแบบนี้อีก คุณเป็นโอเมก้า ต้องระวังตัวให้มาก” น้ำเสียงนั้นฟังดูเหมือนการออกคำสั่ง ทำให้กวีหัวเราะเหอะออกมา ไม่ค่อยพอใจนัก

 

“โอเมก้าแล้วยังไง? ผมจะทำอะไรก็เรื่องของผม เอาเวลาไปคุมลูกน้องให้ดี ๆ เถอะ! ”

 

...อุตส่าห์คิดว่าได้เจออัลฟ่าที่นิสัยใช้ได้บ้างแล้ว แต่สุดท้ายก็ดูถูกกันงั้นเหรอ?

 

เขาเม้มปาก แล้วเดินจากไปอย่างหงุดหงิด โดยไม่รู้เลยว่าสายตาของอีกฝ่ายจ้องมองตามจนลับตา

 

ไมลส์รีบก้มหัวปะหลก ๆ ให้คนกลุ่มนั้น รูดการ์ดจ่ายเงิน แล้ววิ่งตามพี่ชายออกไป

 

"เฮีย รอผมด้วย! "

 

พอสองพี่น้องออกไปแล้ว พิภพจึงค่อยถอนสายตากลับมา นั่งไขว้ขวา จุดบุหรี่กลิ่นมินต์ นั่งเงียบ ๆ แผ่บรรยากาศกดดันลูกน้องที่ทำความผิดของตัวเองที่กำลังนั่งสั่นเป็นลูกนก

 

“แกเป็นถึงตำรวจ ฉันบอกกี่ทีแล้วว่าอย่าก่อเรื่อง โดยเฉพาะการไปดูถูกเหยียดหยามเพศสภาพคนอื่น” หลังจากชายคนหนึ่งในกลุ่มเล่ารายละเอียดให้ฟัง ภพจึงพูดขึ้น กระแสเสียงทุ้มต่ำนั้นเหมือนจะฆ่าคนได้ “พรุ่งนี้ฉันจะรายงานเรื่องนี้ ไสหัวไปได้แล้ว! ”

 

“แต่...พี่ภพครับ” อัลฟ่าคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

 

“คุณภพ วันนี้อุตส่าห์มาเลี้ยงส่งคุณทั้งที มันแค่เรื่องทะเลาะกันเล็กน้อย แค่นี้ไม่น่าจะ...” อีกคนหนึ่งขัดขึ้นเสียงเบาหวิว

 

“นี่มันรอบที่เท่าไหร่แล้วล่ะ ฉันบอกให้ไสหัวไป! ”

 

พูดจบก็ทุบโต๊ะทีหนึ่ง จนอัลฟ่าคนนั้นสะดุ้งโหยง รีบวิ่งแจ้นจากร้านไปทันที เขาไม่รู้ว่าวันนี้ตัวเองก้าวขาออกจากบ้านผิดข้างหรือยังไง ก็แค่ทำตัวกร่างบ้าง ปากเสียบ้างตามปกติ แต่วันนี้พิภพดันอารมณ์ไม่ดีเอามาก ๆ แม้ว่าหลังจากนี้จะอยู่คนละหน่วยงานก็จริง แถมเรื่องนี้ต่อให้โดนรายงานไปก็ยิ่งกว่าเรื่องขี้ปะติ๋ว ไม่ได้มีผลอะไรต่ออาชีพเลย แต่หากโดนพิภพหมายหัวไว้แบบนี้ เห็นทีอีกหน่อยชีวิตจะลำบากแล้ว เขานึกแล้วก็อยากจะทึ้งหัวตัวเองนัก

 

ไม่ใช่แค่อัลฟ่าคนนั้นที่แปลกใจ ทุกคนในที่นั้นก็แปลกใจ แม้แต่ตัวพิภพเองก็ยังแปลกใจ ด้วยความที่อัลฟ่าเป็นอภิสิทธิ์ชน หลายคนจึงชอบทำตัวกร่าง พูดจาดูถูกไม่เกรงอกเกรงใจคนอื่น พิภพแม้จะไม่ใช่คนประเภทนั้น แต่ก็ไม่ค่อยจะถือสาอะไรถ้าลูกน้องจะทำตัวทุเรศไปบ้างหากไม่ใช่เรื่องงาน และไม่ได้ล้ำเส้นกฏหมาย แต่วันนี้ พอเห็นว่าคนที่มีเรื่องด้วยเป็นโอเมก้าร่างผอมคนนั้น กลับรู้สึกโกรธลูกน้องตัวเองขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

 

พิภพเหม่อมองไปทางประตู พลางพ่นควันบุหรี่ ในหัวมีแต่ภาพสายตาแข็งกร้าวไม่ยอมคนของโอเมก้าหนุ่ม ริมฝีปากเม้มแน่นที่ดูหัวรั้นนิด ๆ กระดูกไหปลาร้าวับแวมสุดเซ็กซี่ กลิ่นฟีรีโมนหอมหวานเหมือนดอกไม้ป่า ทั้งยั่วยวนและอันตราย

 

นึกมาถึงตรงนี้ก็อดเลียริมฝีปากไม่ได้ เขากลืนน้ำลาย ลูกกระเดือกที่คอขยับขึ้นลง

 

เคยเจอโอเมก้ามาก็มาก แต่ไม่เคยมีคนที่ดึงดูดเขาได้ขนาดนี้มาก่อนเลยจริง ๆ สัญชาตญาณสัตว์ป่าในร่างกายกู่ร้องคำรามขึ้นมา เหมือนพบสิ่งที่ตามหามาเนิ่นนาน และอยากจะยึดครองมันไว้คนเดียว ไอ้ที่เตือนไปว่าอย่าเมา นั่นก็เพราะความรู้สึกนี้นั่นแหละ ไม่ได้มีเจตนาดูถูกอะไรเลย

 

“คุณภพ นี่ครับ”

 

ลูกน้องคนหนึ่งชงเหล้าให้ เขารับมาดื่ม ใครหลายคนอวยพรให้โชคดีกับการย้ายหน่วย แต่เขาถามคำตอบคำ มัวแต่เหม่อลอยนึกถึงคนที่เพิ่งเจอ

 

 

 

บนรถแท็กซี่ กวีเอนตัว หัวพิงกระจกรถ หลับตาพริ้ม มาดห้าวเป้งหายไป ท่าทางเหมือนโอเมก้าผู้บอบบางธรรมดาคนหนึ่ง ไมลส์เห็นพี่ชายตัวเองสงบลงได้เสียทีก็ถอนหายใจโล่งอก

 

‘ค่อยยังชั่ว...เกือบไปแล้ว ๆ ดีนะที่หัวหน้าของคนพวกนั้นคุยรู้เรื่อง ไม่งั้นคืนนี้จบไม่สวยแน่’

 

[นั่นสิ ฉันเองก็ใจหายใจคว่ำหมด] ไลล่าพูดขึ้นบ้าง [ว่าแต่ก็บังเอิญมากนะเนี่ย ไม่นึกว่านายจะได้เจอพิภพที่ร้านวันนี้ ดูเหมือนการเข้ามาของนายจะทำให้เส้นเรื่องเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเลยนะ]

 

‘หืม? พิภพนี่ตัวละครสำคัญเหรอ ใคร? พระเอก? เพื่อนพระเอก? ’ ไมลส์ถามขึ้น ท่าทางตื่นเต้น ถึงโดยเซนส์แล้วจะไม่รู้สึกว่าหมอนั่นเป็นออสมอนด์ แต่ก็อาจจะเกี่ยวข้องกันก็ได้ อีกอย่างหมอนั่นถึงท่าทางน่ากลัว แต่ก็ดูเป็นคนมีเหตุผล พึ่งพาได้ เขาอาจจะต้องขอความช่วยเหลือในอนาคตอีกก็เป็นได้ ยังไงก็ต้องผูกมิตรไว้ก่อน

 

‘ไม่ใช่ พระเอก หรอก’ ไลล่าแย้งขึ้นมา ‘นายเอก ต่างหาก’

 

‘เอ๊!!!!!!!!!!!!!!!!! ’

 

หากกำลังดื่มน้ำอยู่ ไมลส์คงสำลักพรวดออกมาแล้ว

 

____________

 

A.L. Lee

เฉลยแล้วนะฮะว่ากวีเป็นใคร มีคนตอบถูกด้วย เย้!

แล้วตอนนี้เราก็เปิดตัวคู่ใหม่ (??????)

ถ้ากวีเป็นเมลวิน พี่พิภพเป็นใครก็คงจะเดากันได้อยู่แลวเนอะ

(o°▽°) o (o_△_) o (o°▽°) o

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 181 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #380 Tear Clodilia (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 13:45
    กี๊สสสสสสส ถ้ากวีคือเมลวิน พิภพก็คือแดเนียลแน่ๆๆแต่โลกนี้เป็นนายเอกอ่ะ5555555555
    #380
    0
  2. #286 nwyxa529 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 06:45
    แนวอัลฟ่าxอัลฟ่านี้ใครมีแนะนำด้วยเน๊อ รู้สึกอยากอ่านแนวนี้บ้างแล้ว😀
    #286
    0
  3. #276 ginaphongsavhas (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 20:38

    พิภพคือเเดเนียลลใช้ไหมคะ

    #276
    0
  4. #264 sakura17 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 14:20
    พิภพก็คือแดเนียลลลล TT ดีใจสองคนนี้ได้มาเจอกันมีแรงดึงดูดกันด้วย ลงเอยกันด้วยดีน้า

    ห่วงคู่ออสมอนด์กับไมลส์ต่อโลกนี้ก็อยากให้ลงเอยด้วยดีน้า ไมลส์ก็จะพยายามให้ได้อยู่ข้างกันแล้ว
    #264
    0
  5. #233 After_TeaTime (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 22:08
    ว่าแล้วเชียวว่าเป็นนายเอก และว่าแล้วเชียวว่าเป็นแดเนียล นายเอกคู่กับคนพี่ พระเอกจะคู่กับคนน้องงี้หรอ5555555
    #233
    0
  6. #194 เอลิซ่า (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 21:57
    สะดุดเก้าอี้เลย นายเอกเนี่ยนะ นึกภาพพระเอกไม่ออกเลย
    #194
    0
  7. #174 Lasboss (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 02:30
    พิภพนี่ใช่เเดเนียลป่ะเพราะพี่เเกดูเหมือนเบี้ยวๆนิดนึงตอนบรรยายอ่ะเเดเนียล×เมลวิน arc นี้ก็พิภพ×กวีมีใครเห็นด้วยไหม
    #174
    0
  8. #170 miyuukiMF (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 10:31

    สำลักน้ำด้วยคน



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 ตุลาคม 2563 / 10:32
    #170
    1
  9. #167 เซจัง (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 11:49
    ปล่อยนายเอกกับพี่กวีไป ตอนนี้ลุ้นว่าจะได้เจอพระเอกเมื่อไร

    จะใช่พระเอกของไมโลไหมนะ
    #167
    0
  10. #166 Silabun (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 00:30
    พิภพคือแดน
    #166
    0
  11. #165 nna3 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 00:06
    สะดุ้งเลย นายเอกดูแส้บมาก นุหยั่กดั้ยเขาค่ะ
    #165
    0
  12. #164 ThaipaKing (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 00:02
    ตัวละครตัดแปะชัดๆ ก็อบจากเรื่องแรกมาใส่เลยสินะเจ้าพี่สาว
    #164
    0
  13. #163 ThaipaKing (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 23:59
    กวีคงอยากได้น้องชายตัวเองแน่ๆ*-*
    #163
    0