An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 35 : Arc2.20 สิ่งยืนยัน(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,004
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    18 ก.ย. 63

ระหว่างที่ฟูยูฮิสะกำลังเดินทางกลับ ก็เห็นเงามืดเล็ก ๆ อันหนึ่งบนท้องฟ้าบินโฉบผ่าน เขารีบซ่อนตัว จนกระทั่งเห็นเงานั้นบินไปเกาะบนกิ่งไม้ที่ไม่สูงนักในบริเวณนั้น ส่งเสียงผู้หญิงแหลมดังฮึดฮัด

 

“ชิ ให้ตายเถอะ ใช้งานอย่างกับทาส โยสุซุเมะทำโน่น โยสุซุเมะทำนี่! คนอะไรโอหังนัก นึกว่าตัวเองมีดีกว่าปีศาจมากนักหรือไง คอยดูนะ หลุดไปได้เมื่อไหร่ สักวันเราต้องเอาคืนแน่!”

 

บ่นเสร็จก็ไซ้ขนเล่น ไม่ได้สังเกตบริเวณโดยรอบเลยว่ามีกระดาษยันต์พุ่งเข้าหาตัวเอง

 

“กรี๊ดดด!!!!”

 

ยันต์นั้นกลายเป็นกรงสีทองทรงกลมครอบนกกระจอกราตรีไว้ นางตกใจร้องลั่น ตีปีกพึ่บพั่บ พยายามรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อทลายอาคมออกไป ทว่ายิ่งใช้กลับยิ่งหมดเรี่ยวแรง ทั้งนกทั้งกรงร่วงลงสู่พื้น กลิ้งหลุน ๆ เหมือนลูกบอล จนไปหยุดอยู่ใต้ฝ่าเท้าของใครบางคน

 

“ทำไมมาอยู่ที่นี่? โอทสึงุล่ะ” องเมียวจิหนุ่มถามเสียงเย็น

 

“จะ…เจ้าเองเหรอ โธ่…ตกใจหมดเลย” นางตอบเสียงหวาด ๆ “เราถูกใช้ให้มาหาศพพวกเจ้า…เราหมายถึง ศพทามาฮิเดะกับโยชิอากิน่ะ ส่วนเจ้า ไม่ตายก็ดีแล้ว”

 

“งั้นเหรอ?” ฟูยูฮิสะเลิกคิ้ว “แล้วเขาได้บอกหรือเปล่าว่าทำไมถึงทำลายหน้าผานั่นทั้งที่ข้ายังอยู่ด้วยน่ะ หรือหมอนั่นไม่มีตาแล้ว?”

 

“ไม่ได้บอก เราไม่รู้เรื่อง กรี๊ดดด!!!”

 

ฟูยูฮิสะดีดนิ้ว โยสุซุเมะหวีดร้องออกมาอีกรอบเพราะกรงนั้นมีลูกไฟลุกพึ่บ เผาขนปีกนางจนหงิก

 

“เอาเถอะ เรื่องนั้นช่างมันก็ได้ แต่เรื่องของโยเฮย์ เจ้าคงรู้ใช่หรือไม่”

 

ได้ยินชื่อนั้น นางก็เบิกตากว้าง ร้องว่า “อย่าถามเรา! เราตอบไม่ได้! ตอบไม่ได้!”

 

“ทำไมถึงจะตอบไม่ได้?”

 

โยสุซุเมะไม่ตอบ แต่หันหลังให้ดูแทน อักขระเลือดปรากฏอยู่บนขนนกสีดำ แม้ไม่ชัดนัก แต่ก็พออ่านออก ฟูยูฮิสะเข้าใจได้ทันที มันคือคำสาปอย่างหนึ่ง หากทรยศต้องตายทันที ไม่เว้นคนเว้นปีศาจ เป็นวิชาเก่าแก่ที่ใช้กันแค่ในบางตระกูลเท่านั้น เพื่อป้องกันลูกน้องและข้ารับใช้แปรพักตร์ และคนสาปต้องมีพลังสูงพอด้วย

 

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้เสียเลย

 

“เช่นนั้นแล้ว หากข้าทำลายคำสาปนี้ให้ เจ้าคงกล้าพูดสินะ” เขาถามหยั่งเชิง

 

“จริงเหรอ!” นางร้องจิ๊บ สายตามีประกายความหวัง “เช่นนั้นแก้คำสาปให้เรา แล้วเราจะยอมบอกทุกอย่าง ยอมทำทุกอย่างเลย!”

 

สิ้นคำนั้น ฟูยูฮิสะก็ปล่อยนกออกจากกกรงอาคมชั่วคราว เขาจับมันไว้ด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาหยิบกระดาษเสกขึ้นมาเพื่อดูดซับเอาคำสาปนั้นออกไปแทน วิธีนี้ดูเหมือนง่าย แต่กระดาษนั้นจะต้องปลุกเสกจากองเมียวระดับสูงกว่าคนสาป ในกรณีนี้เขาใช้กระดาษเสกของโยเฮย์ที่ยังเหลืออยู่นั่นเอง ใช้เพียงครู่เดียว ตราคำสาปนั้นก็เลือนลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งย้ายมาอยู่บนกระดาษเสกจนหมด

 

“เรียบร้อย ทีนี้ก็พูดมาสักที” ฟูยูฮิสะเอ่ย

 

“เรื่องสิ! ไม่มีสัจจะในหมู่ปีศาจ ไม่รู้หรือ เราไปล่ะ” นกผู้ไม่สำนึกบุญคุณอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายคลายมือรีบบินหนีทันที แต่แล้วอยู่ ๆ นางก็เจ็บแปลบขึ้นมาทั้งตัวกะทันหัน เพิ่งบินยังไม่ทันพ้นยอดไม้ร่วงตุบ

 

ฟูยูฮิสะจับนกสาวที่นอนตัวแข็งที่ออยู่บนพื้นเข้าใส่กรงอาคมอีกครั้ง

 

“คิดว่ารอดแล้วหรือไง ข้าอุตส่าห์ยอมใช้กระดาษเสกของอาจารย์ที่เหลืออยู่ไม่มากกับเจ้าเชียวนะ ถอนคำสาปคนอื่นได้ คิดว่าข้าจะสาปไม่เป็นหรือไง”

 

โยสุซุเมะเอี้ยวคอดูหลังตัวเอง แล้วก็ต้องตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นว่าบนแผ่นหลังกลับมามีคำสาปอีกครั้ง ได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ

 

“ต่อไปนี้ ข้าคือนายของเจ้า นายที่ทรยศไม่ได้เด็ดขาด เจ้าต้องตอบทุกคำถามอย่างไม่มีปิดบัง และทำทุกอย่างที่ข้าสั่ง”

 

ทั้งน้ำเสียงและสายตาของเขาคมกริบ โยสุซุเมะเห็นแล้วหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง

 

 

ยามโพล้เพล้ ที่เรือนของโอทสึงุเงียบเชียบเป็นพิเศษ ยามที่คนภายนอกเดินผ่าน แม้แต่เสียงนกร้องหรือเสียงใบไม้ไหวก็ไม่ได้ยินสักแอะ ชะโงกหน้าดูก็มองไม่เห็นใคร จนพาลนึกว่าไม่มีคนอยู่ แต่หากใครได้รับอนุญาต หรือไม่ได้รับอนุญาตแต่มีพลังองเมียวที่แข็งกล้ามากพอจนฝ่าเขตอาคมพรางตาเข้าไปได้ จะเห็นองเมียวฮากาเสะหนุ่มที่เป็นที่เคารพของคนทั่วมิยาโกะ นั่งประชุมอยู่ในห้องโถงกลางร่วมกับปีศาจนับสิบตน ส่วนมากปีศาจเหล่านั้นแม้จะกลายร่างเป็นคนแต่กลับยังคงมีนัยน์ตาหดแคบเป็นขีดเดียว และลิ้นเรียวยาวสองแฉกอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกงู

 

โยสุซุเมะบินโฉบเข้ามา เกาะคอนไม้ที่ตั้งอยู่ข้างต้นบอนไซริมห้อง ก้มศีรษะและสยายปีกคำนับเจ้านายเก่า ไม่สนสายตาวาววับของเหล่าปีศาจงูที่บ่งบอกว่าอยากเขมือบเอาตัวเองลงท้องเต็มแก่

 

“สายัณห์สวัสดิ์ นายท่าน”

 

“ใช้เวลานานพอดู สำหรับนกว่องไวแบบเจ้า” โอทสึงุยกสาเกขึ้นจิบ พลางกล่าว “แล้วเป็นอย่างไร พบศพพวกมันหรือไม่”

 

โยสุซุเมะพลันนึกว่านางโชคดีเหลือเกินที่อยู่ในร่างนก หาไม่แล้วต้องเหงื่อแตกเต็มหน้าแน่

 

“จิ้งจอกกับฟูยูฮิสะตายแล้ว แต่เจ้าองเมียวจิหน้าจืดผู้นั้น ยังหาไม่พบเลยเจ้าค่ะ”

 

“ไม่ได้เรื่อง!” โอทสึงุปาจอกสาเกใส่ จนนกกระจอกราตรีบินหลบแทบไม่ทัน ตกใจร้องจิ๊บเสียงดังลั่น แล้วรีบโผไปเกาะบนคาน ด้วยกลัวจะต้องรับเพลิงโทสะอีกรอบหนึ่ง

 

“องเมียวจิไร้พรสวรรค์นั่นมีอะไรให้เจ้าต้องกังวล” โดคุเอมอนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับโอทสึงุเอ่ยขึ้น ในตอนนี้เขารู้แล้วว่าปีศาจหน้าตาซื่อ ๆ ที่เห็นในงานชุมนุม ความจริงแล้วคือโยชิอากิ “อย่างน้อยก้างขวางคอชิ้นโตของข้ากับเจ้าอย่างจิ้งจอกเก้าหางนั่นก็ตายไปแล้ว นับว่าจบลงด้วยดี หรือมีอะไรที่ยังไม่พอใจอยู่อีก”

 

โยสุซุเมะลอบมองปฏิกิริยาขององเมียวฮากาเสะ พอเห็นว่าเชื่อคำพูดตัวเองแน่แล้ว จึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

เหตุใดนางจึงพูดว่าโยชิอากิยังอยู่รอด นั่นเพราะหากพูดว่าทุกคนตาย แผนการที่วางไว้สำเร็จด้วยดีไร้อุปสรรค คนฟังที่มีสมองสักหน่อยคงแคลงใจและซักไซ้มากความ แต่ถ้ามีอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจบ้าง นั่นย่อมเชื่อได้ง่ายดายกว่า นี่คือการโกหกอย่างแนบเนียนนั่นเอง

 

แน่นอนว่าหากยังผูกติดกับโอทสึงุอยู่ นางจะไม่สามารถโกหกเขาได้เลย แต่เพราะตอนนี้อยู่ใต้อาณัติของฟูยูฮิสะไปแล้ว นางจึงต้องทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายแทน นอกจากจะเล่าทุกอย่างที่รู้เกี่ยวกับองเมียวชั่วร้ายคนนี้ให้ฟูยูฮิสะฟังอย่างละเอียดยิบจนถึงจำนวนเส้นขนบนร่างกายแล้ว การเข้ามาแฝงตัวในกลุ่มนี้แล้วคอยรายงานความเคลื่อนไหว ก็เป็นคำสั่งอย่างหนึ่ง

 

อันที่จริงการช่วยฟูยูฮิสะก็ไม่ได้แย่อะไรนัก เพราะโอคุริอินุที่เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของนางตายไปเพราะคำสาปของโอทสึงุ แม้สายสัมพันธ์ของปีศาจจะไม่เหนียวแน่นเท่ากับมนุษย์ แต่ก็มากพอที่จะให้นางนึกอยากแก้แค้นหากมีโอกาส

 

ทางด้านโอทสึงุ ไม่ได้ฉุกคิดเลยว่าโยสุซุเมะจะโป้ปดกับตนได้ จึงว้าวุ่นใจอย่างมาก ลุกขึ้นเดินไปรอบห้อง มือคลี่พัดสะบัดไปมาอยู่แถวหน้าอก

 

เขาคิดผิดหรือ? แม้แต่ในสองคนนั้น ก็ไม่ใช่ O-0068?

 

หากกำจัดอีกฝ่ายได้จริง ทั้งพลังมหาศาล ทั้งอำนาจในการควบคุมความเป็นไปของโลกใบนี้ย่อมกลายเป็นของไวรัสอย่างเขา

 

เอไอที่ดูแลความเป็นไปของโลก มักเกิดเป็นตัวละครที่มีอิทธิพลกับเรื่อง หากไม่ใช่ตัวเอก ก็ต้องเป็นตัวละครสำคัญอยู่ดี

 

ทีแรก เห็นโยเฮย์รอดจากเนื้อเรื่องเดิมที่ต้องตายมาได้ จึงนึกว่าเป็น O-0068 แต่ก็ไม่ใช่

 

มาคราวนี้ คิดว่าเป็นจิ้งจอกเก้าหาง เลยวางแผนกำจัดไปพร้อมกับพระเอกอย่างฟูยูฮิสะเพื่อความมั่นใจ นึกว่าอย่างไรก็ไม่พลาดแน่ กลับพลาดอีกรอบ?

 

แล้วจะยังเป็นใครได้อีก?

 

ฉับพลัน ดวงตาก็เปล่งประกายวาบ เขาตบพัด กล่าวกับปีศาจงู

 

“โดคุเอมอน เจ้าเอ่ยว่าอยากเป็นจ้าวปีศาจ จึงร่วมมือกับข้ากำจัดทามาฮิเดะ แล้วสมใจหรือไม่”

 

“ย่อมต้องพอใจ” โดคุเอมอนแลบลิ้นสองแฉก เลียหยดสาเกที่ตกค้างในจอกของตัวเอง “เป็นใหญ่เหนือปีศาจในแถบนี้ทั้งหมด ใครบ้างไม่ยินดี”

 

“แล้วถ้าข้าบอกว่า ข้ามีวิธีทำให้เจ้าได้เป็นใหญ่เหนือคนทั้งมิยาโกะ ไม่สิ ทั้งญี่ปุ่น เจ้าจะว่าอย่างไร”

 

“เพ้อเจ้อหรือ? คนที่ยิ่งใหญ่เหนือใครในญี่ปุ่น เห็นจะมีแต่องค์จักรพรรดิแล้ว” ปีศาจงูหัวเราะหยัน แต่แล้วอยู่ ๆ ตาดำที่แคบเป็นขีดอยู่แล้ว ก็หดไปแทบเหลือเป็นจุดเดียว “อย่าบอกนะว่า…!”

 

องเมียวฮากาเสะโน้มตัวลงหาโดคุเอมอน เอาพัดป้องปาก กระซิบอะไรบางอย่างที่ทำให้คนฟังตะลึงตะลาน

 

 

สภาพของหมู่บ้านร้างในหุบเขานั้นเละเทะจนไม่เหลือเค้าเดิม อาคารบ้านเรือนเสียหาย ต้นไม้ล้มระเนระนาด เพราะเหตุการณ์วุ่นวายในงานชุมนุมปีศาจ ในเวลานี้อย่าว่าแต่คนไม่กล้าผ่านเลย แม้แต่ปีศาจเองก็ไม่มีตนไหนอยากมาที่นี่เช่นกัน

 

“น่าแปลกใจ ที่พวกเจ้ายังรอดมาได้ถึงตอนนี้”

 

ทามาฮิเดะยืนกอดอกอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่ท้ายหมู่บ้าน ที่เป็นเพียงไม่กี่ต้นที่เหลือรอดจากความวุ่นวาย ตรงรากของมันมีโพรงน้อย ๆ อยู่โพรงหนึ่ง หลังคำจิกกัดของปีศาจปากเสียนี้จบลง หัวขาวปุยของเพียงพอนก็ผลุบออกมาจากโพรงนั้น

 

“ท่านทามาฮิเดะ!” ซาบุโร่รีบออกมานั่งคุกเข่า ปี่แตกทันที “ข้า…ข้านึกว่าท่านจะไม่รอดเสียแล้ว”

 

อิจิโร่กับนิโร่มุดออกมาบ้าง

 

“พวกปีศาจงูลือกันไปทั่วว่าท่านตกผาตายไปแล้ว” เป็นอิจิโร่กล่าว น้ำตาคลอหน่วย

 

“เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่าพวกมันโกหก” นิโร่พูดอย่างรู้ดี แต่เสียงเหมือนมีก้อนสะอื้นอยู่ในคอ

 

“โชคดี…โชคดีจริง ๆ”

 

ซาบุโร่รำพึงเบา ๆ แล้วคาไมทาจิทั้งสามก็กอดกันกลม ร้องไห้เสียงดังน่าเกลียดอย่างไม่คิดจะเก็บอาการ

 

“คิดว่าท่านทามาฮิเดะเป็นใครกัน จิ้งจอกเก้าหางเชียวนะ! องเมียวจิแบบนั้นแตะเขาไม่ได้แม้แต่ขนสักเส้นหรอก ร้องห่มร้องไห้เป็นเด็กไปได้!” คิทาโร่ในร่างเด็กชายที่เกาะหลังจิ้งจอกหนุ่มอยู่อดพูดค่อนแคะไม่ได้ แต่มันกลับจะทำให้ทุกคนขันเสียมากกว่า เพราะทานูกิน้อยทั้งขอบตาทั้งจมูกนั้นแดงช้ำไปหมด บ่งบอกได้ว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักไม่ต่างกัน

 

ทามาฮิเดะถอนหายใจหนัก ๆ ทีหนึ่ง “เจ้าพวกงี่เง่าเอ๊ย!”

 

ปีศาจที่ดูจะปกติที่สุด คงจะเป็นยูกิอนนะ ในสถานการณ์ซาบซึ้งแบบนี้ นางยังคงไม่สนใจไยดี เอาแต่แหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยท่าทางนิ่งดุจตุ๊กตาแก้ว

 

ส่วนไมลส์ เขามองดูทุกอย่างอยู่วงนอก แล้วยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ

 

…ดีจริงที่ไม่มีการสูญเสีย

 

ถึงจะรู้จักกันได้ไม่นาน และถึงเจ้าพวกนี้จะติงต๊องและบ้าบอไปบ้าง แต่ก็นับว่าเป็นพรรคพวกที่ดีมากแบบที่หาได้ยากยิ่งในโลกปีศาจ ไมลส์จึงไม่อยากเสียพวกเขาไป

 

ถ้าเป็นไปได้ ต่อไปนี้ก็อยากได้ยินเสียงโวยวายของพวกคาไมทาจิทุกวัน บางทีก็แกล้งแหย่คิทาโร่เล่น พยายามชวนยูกิอนนะที่ถามคำตอบคำคุย หัวเราะกับเรื่องง่าย ๆ ไปกับพวกเขา

 

ส่วนกับทามาฮิเดะ เขาเองก็มีเรื่องที่อยากทำด้วยเยอะแยะไปหมด ไหนจะมีเพลงที่อยากเล่นให้ฟัง อยากไปนาสุเพื่อกราบไหว้ทามาโมะสักครั้ง อยากลองไปเมืองจีนบ้านเกิดของหมอนี่ และอยากจะตื่นมาแล้วเห็นหน้าหมอนี่ทุกเช้า อะไรแบบนั้น

 

นึกมาถึงตรงนี้ เขาก็กำพัดของตัวเองในอกเสื้อให้แน่นขึ้น

 

…ยังก่อน…ยังไม่ถึงเวลา…อดทนอีกนิด

 

ขณะที่ไมลส์กำลังต่อสู้กับตัวเองในใจ ยูกิอนนะก็เอ่ยคำพูดที่หาได้ยากยิ่งขึ้นว่า

 

“มีคนส่งสารมา”

 

ทันใดนั้น บนฟ้าเหนือจากเขาไปสองสามชะคุก็เกิดวงประหลาด คล้ายผิวน้ำที่โดนก้อนหินโยนลงไปจนกระเพื่อมออกเป็นวงกว้าง ใจกลางวงนั้นมีกระดาษเสกรูปคนแผ่นหนึ่งร่วงลงมา มันลงมาเกาะที่มือของเขา คำนับหนึ่งครั้ง แล้วถ่ายทอดข้อความที่มีแต่เขาเท่านั้นที่ได้ยิน ยิ่งฟังสีหน้าของเขาก็ยิ่งมืดครึ้มลง

 

ถ่ายทอดข้อความเสร็จ กระดาษเสกนั้นก็สลายเป็นเถ้า ลอยฟุ้งไปตามลม

 

“มีอะไรหรือ?” ทามาฮิเดะเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาจึงถามขึ้น

 

“ข้อความจากฟูยูฮิสะ…เราต้องรีบไปช่วยองค์จักรพรรดิ”

 

_______

A.L. Lee

ใกล้จบ Arc ละฮะ อีกนิดนึง ในที่สุดเรามาถึงศึกตัดสินของ Arc นี้แล้ว

อะไรนะ!? ต้องเขียนฉากบู๊อีกแล้วเรอะ!! (;・∀・) !! ////ปาดเหงื่อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

405 ความคิดเห็น

  1. #261 sakura17 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 13:44
    เออไมลส์มองอนาคตไปขนาดนี้แล้วอะแบบคนรักไปแล้วอะ มีโอกาสแหละถ้ากำจัดไวรัสได้ไมลส์ได้กลับออกมา ออสมอนด์ก็พาออกมาได้
    พระเอกก็เก่งเหมือนเดิม ไม่ค่อยเป็นห่วงถึงขนาดส่งปีศาจไปสืบ
    #261
    0
  2. #222 After_TeaTime (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 21:07

    arcนี้มีแววจบแบดเอนด์แหะ...

    #222
    0
  3. #198 Avista (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 23:39
    เศร้าแน่เลย
    #198
    0
  4. #146 miyuukiMF (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 08:36

    ขอให้อาร์คนี้จบลงด้วยดี //พนมมือ ในมือมือมีธูป จุดสักการะท่านไรท์เจ้าค่ะ

    #146
    0