An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 33 : Arc2.18 งานชุมนุมปีศาจ(3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    7 ก.ย. 63

“พี่ยูกิ หลบเร็ว! ”

 

คิทาโร่ร้อง จากนั้นใช้หางที่ขยายขนาดจนใหญ่เท่าท่อนซุง [1] ฟาดเข้าไปยังองเมียวจิหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังร่ายมนตร์ใส่ยูกิอนนะ พอเห็นว่าอีกฝ่ายแบนติดพื้นแล้ว ทานูกิน้อยก็รีบโผเข้าหาปีศาจสาว พอนางรับเขาไว้ได้แล้วก็ปล่อยลมหายใจยาวออกมา ความเย็นเยือกแผ่ไปตามลมนั้น ไอน้ำในอากาศจับตัวเป็นเกล็ด สาดใส่องเมียวจิอีกสามคนในบริเวณนั้นจนกลายเป็นตุ๊กตาหิมะ

 

[1] ตามตำนานแล้ว ทานูกิจะชอบขยาย’อัณฑะ’ ของตัวเองให้ใหญ่เบิ้ม ใช้หลอกผู้คนค่ะ แต่เนื่องจากผู้เขียนไม่สามารถทำใจเขียนตามเรื่องเล่านี้ได้ เลยขอเปลี่ยนให้คิทาโร่น้อยขยายหางของตัวเองมาเป็นอาวุธแทนค่ะ

 

ตอนแรกที่เห็นว่าองเมียวจิเหล่านี้บุกเข้ามา คิทาโร่คิดแค่ว่าจะหนีรอดอย่างไรดี แต่พอได้ยินเสียงป่าวประกาศจะจับทามาฮิเดะ ก็วิ่งเข้ามาสู้แบบไม่คิดหน้าคิดหลัง เดือดร้อนยูกิอนนะต้องตามมาช่วยอีกแรง สุดท้ายปีศาจทั้งสองเลยตกอยู่ในวงล้อมขององเมียวจิ แม้จะจัดการได้กว่าครึ่งแล้ว แต่ศัตรูก็ยังเหลืออยู่อีกนับสิบคน เรียกว่าสภาพค่อนข้างลำบากทีเดียว

 

“ตายเสีย! เจ้าพวกปีศาจ! ”

 

ชายร่างสูงคนหนึ่งโบกมือให้สัญญาณ องเมียวจิที่เหลือง้างคันธนูอาคมออกมาพร้อมกัน ลูกธนูลงอาคมพุ่งเข้าหาปีศาจทั้งสองพร้อมกันจากทั่วสารทิศ

 

ยูกิอนนะโบกมือ ก่อกำแพงหิมะสกัดพวกมันไว้ ส่วนคิทาโร่วิ่งไปปะปนกับกลุ่มคน หยิบใบไม้มาวางไว้บนหัว จำแลงกายเป็นองเมียวจิหนุ่มหน้ามนคนหนึ่งในกลุ่ม จากนั้นชี้ไปยังคนที่หน้าเหมือนตัวเองไม่มีผิดเพี้ยน แสร้งทำเป็นตกใจ

 

“อ๊ะ! มันอยู่นั่น เจ้าทานูกินั่นปลอมตัวเป็นข้าขอรับ! ”

 

องเมียวจิทุกคนหันอาวุธไปยังเด็กหนุ่มคนนั้นพร้อมกัน

 

“เดี๋ยวก่อน หมอนั่นต่างหากที่…” เด็กหนุ่มโชคร้ายพยายามจะปฏิเสธ แต่ไม่ทันแล้ว ทั้งลูกธนู อาคม และชิคิงามิของคนอื่น ๆ พุ่งเป้าไปที่เขาเรียบร้อย ยูกิอนนะรีบอาศัยช่วงชุลมุนนั้นคว้าตัวคิทาโร่ที่คืนร่างทานูกิหนีออกมาทันที

 

“หนีไม่ได้นะ เดี๋ยวเจ้าพวกนั้นก็ไปตามล่าท่านทามาฮิเดะหรอก! ” คิทาโร่โวยวายเสียงดัง ยูกิอนนะรีบปิดปากเขา พูดเสียงนิ่ง ๆ ระหว่างที่วิ่งไปด้วยว่า

 

“พวกเขาไปไหนไม่ได้หรอก”

 

ทางด้านองเมียวจิ หลังจากเล่นงานเด็กหนุ่มคนนั้นจนลงไปสลบไสลกับพื้น แต่อีกฝ่ายยังไม่คืนร่างเป็นทานูกิเสียที ถึงได้รู้ตัวว่าติดกับเข้าอย่างจัง

 

“บัดซบ! โดนทานูกินั่นหลอกเข้าเสียแล้ว” องเมียวจิร่างยักษ์คนหนึ่งคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว! “รีบตามหาพวกปีศาจนั่นเร็ว! ”

 

ทุกคนขานรับ รีบกระจายกันออกตามหา สองสามนาทีต่อมาจึงได้รู้สึกถึงความผิดปกติอย่างหนึ่ง ทั้งที่ยูกิอนนะหนีไปแล้ว แต่หิมะโดยรอบยังไม่หายไป ในทางตรงข้ามกลับตกหนักขึ้นเสียด้วยซ้ำ องเมียวจิหนุ่มคนหนึ่งก้มมองหิมะที่ขาวโพลนทั่วหมู่บ้าน ตอนนี้มันจนสูงเลยตาตุ่มเขาแล้ว จึงชักเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี ร้องบอกพรรคพวกว่า

 

“ทุกคน! ข้าว่าไม่ได้การแล้ว เรารีบหนี...”

 

หิมะตกหนักขึ้นอีก คราวนี้มาพร้อมกับลมแรงจนกลายเป็นพายุหิมะ เขาสวมชุดฤดูใบไม้ผลิจึงหนาวจนทั้งมือทั้งปากสั่นสะท้านไปหมด ร่างกายเริ่มชา องเมียวจิหนุ่มร้องเรียกพรรคพวกอีกครั้ง แต่กลับถูกพายุนั้นกลืนเสียงไปจนหมด มองอะไรไม่เห็นนอกจากหิมะที่กระหน่ำบดบังทัศนวิสัย

 

เกิดเสียงดัง ‘ปัง’ อื้ออึงไปทั่วหุบเขาครั้งหนึ่ง ผืนดินไหวสะเทือนจนเขาซวนเซล้มลง พอจะยันตัวลุกขึ้น ก็ได้ยินเสียงครืน ๆ เหมือนปีศาจยักษ์คำราม เขาเงยหน้าขึ้นมองที่มาของเสียงนั้น พลันเห็นคลื่นหิมะลูกใหญ่ไหลบ่าลงมาจากภูเขา ซัดทั้งต้นไม้และบ้านเรือนในละแวกนั้นจนพังพินาศ

 

องเมียวจิหนุ่มหลับตา รอรับแรงกระแทก ก่อนจะจมหายไปภายใต้คลื่นหิมะลูกนั้น

 

บนเนินเขา คิทาโร่กอดอกคู้ตัว หนาวจนฟันกระทบกันดังกึก ๆ แต่ก็พยายามก้าวทีละน้อยเข้ามาห้ามยูกิอนนะทุ่มพลังทั้งหมดของตนเองสร้างพายุหิมะไปด้วย

 

“พอแล้ว พี่ยูกิ! หิมะถล่มไปแล้ว ใช้พลังมากขนาดนี้เดี๋ยวก็ตายหรอก! ”

 

แต่ปีศาจสาวทำเหมือนไม่ได้ยิน เพียงหันมามองเขาด้วยดวงตากลมโตเหมือนตุ๊กตาที่แดงฉาน แต่มือยังคงยกสูงเพื่อเรียกพายุต่อไป ร่างขาวซีดและชุดขาวของนางตอนนี้ยิ่งกลืนไปกับหิมะโดยรอบจนแทบแยกไม่ออก คิทาโร่เห็นสภาพที่เหมือนกำลังจะสลายหายไปได้แบบนั้นก็ยิ่งตกใจ กระโดดเกาะขา ร้องลั่น

 

“หยุด ผมบอกให้หยุดไง! ”

 

ยูกิอนนะลดมือลง ก่อนจะล้มวูบลงกับพื้น พายุหิมะค่อย ๆ ซาลงก่อนที่เกล็ดหิมะบนฟ้าอันสุดท้ายจะอันตรธานหายไป เหลือเพียงสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดมาแผ่วเบา

 

“ไม่! ไม่! ”

 

ทานูกิน้อยรีบเข้าไปเขย่าร่างอีกฝ่ายที่จมอยู่กับกองหิมะบนพื้นจนแทบกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน พบว่าร่างกายเย็นเฉียบ พลังปีศาจในร่างที่สัมผัสได้ก็ค่อยๆ ลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนแทบสัมผัสไม่ได้

 

การคงอยู่ของปีศาจนั้นต่างจากมนุษย์ที่มีเลือดเนื้ออยู่บ้าง พวกเขาอยู่ได้เพราะพลังปีศาจ บางตัวได้พลังนั้นจากการดูดกลืนความแค้นและพลังงานลบของผู้คน บางตัวได้พลังจากธรรมชาติรอบตัว แต่ที่เหมือนกันคือหากพลังนี้โดนทำลายหรือหมดลงอย่างสมบูรณ์ นั่นก็คือความตาย

 

“พี่ยูกิ” คิทาโร่ร้องเรียกเท่าไหร่ ยูกิอนนะก็ยังไม่ยอมลืมตา บวกกับที่ไม่สามารถสัมผัสอีกฝ่ายได้แล้ว เขาจึงน้ำตาร่วงเผาะ “อย่าเพิ่งทิ้งผมไป ฮึก! ”

 

“...ฟรี้...”

 

“...”

 

ยูกิอนนะกรนเบา ๆ นัยนตายังคงปิดนิ่งสนิท หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อย บ่งบอกว่ายังหายใจ

 

...ดูเหมือนนางแค่ใช้พลังมากไปจนเหนื่อยเท่านั้นเอง

 

คิทาโร่เอามือปิดหน้าด้วยความอับอาย

 

...ตื่นตูมไปได้ คิดว่ายูกิอนนะเป็นปีศาจระดับไหนกัน

 

จากนั้นก็ควานหาใบไม้แถวนั้น จำแลงกายเป็นผู้ชายที่มีแรงมากหน่อย แบกนางขึ้นหลังเพื่อหาที่ซ่อนตัว


 


 

ฉับพลันหลังจากฟูยูฮิสะร่ายเวท ก็เกิดพลังกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากตัว มันบีบอัดจนไมลส์หายใจแทบไม่ออก จะขยับขาก็ยังทำไม่ได้

 

...หมอนี่...มีพลังมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

 

ไมลส์ยังไม่หายตกตะลึง ฟูยูฮิสะก็วิ่งตรงเข้าหาทามาฮิเดะด้วยความเร็วปานสายลม พลังทั้งสองปะทะกันจนเกิดเสียงดังเปรี้ยงสนั่นหวั่นไหว ลมพัดตีเศษฝุ่นทรายฟุ้งทั่วจนไมลส์ต้องหรี่ตามอง

 

“ตายซะ! ”

 

ฟูยูฮิสะตะโกน เซ็นคิและโกคิที่เรียกออกมาพุ่งเข้าจับทามาฮิเดะ หมายจะฉีกร่างออกเป็นชิ้น ๆ แต่จิ้งจอกหนุ่มอาศัยความเร็วหลบไปได้อย่างหวุดหวิด สะบัดพวงหางทั้งเก้าฟาดเข้าที่ท่อนแขนของยักษ์ทั้งสองจนเกิดเสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ แล้วกระโดดขึ้นต้นสน แม้จะยังไม่ถึงกับเข้าตาจนก็จริง แต่ไมลส์กลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง

 

สีหน้าของทามาฮิเดะไม่สู้ดีนัก เขาหอบเบา ๆ ทั้งที่เพิ่งเริ่มต้นสู้ แถมดวงตายังเบิกกว้าง ก้มลงมองมือของตัวเองสลับกับเซ็นคิและโกคิ เหมือนประหลาดใจอะไรบางอย่าง

 

เซ็นคิโค่นต้นไม้นั้นจนล้มโครม ทามาฮิเดะกระโดด ตะปบไปที่ยักษ์นั้นอีกรอบ แต่อยู่ ๆ สีหน้าก็พลันซีดขาว ราวกับเรี่ยวแรงก่อนหน้าหดหายไปหมด จึงโดนเซ็นคิจับตัวเอาไว้ได้ มันบีบแน่นขึ้น เหมือนอยากทำให้เขาแหลกเหลวตายคามือ

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไมลส์ตั้งตัวไม่ทัน พอหันไปเห็นรอยยิ้มเยาะของโอทสึงุ และแววตาคลุ้มคลั่งของฟูยูฮิสะ ก็พลันนึกอะไรได้ รีบวิ่งไปหาคนทั้งสองทันที

 

‘ไลล่า พี่คงไม่ได้บังเอิญคิดวิชาลับอื่น ๆ ไว้ นอกจากคัมภีร์วิญญาณปรมัตถ์อะไรนั่นหรอกใช่ไหม? ’

[อันที่จริง...ฉันก็มีคิดไว้หลายอย่าง แต่ไม่ได้ใส่ลงไปเนือเรื่องเลยนะ] ไลล่ายอมรับแบบรู้สึกผิด [แต่ถ้าไม่อยู่ในเนื้อเรื่อง ก็ไม่น่ามีใครได้เรียนนี่...]

 

‘ไม่ใช่ฟูยูฮิสะ แต่เป็นไวรัสนั่นต่างหาก ดูเหมือนมันจะเจาะเข้าไปเจอข้อมูลรายละเอียดอื่น ๆ ที่พี่ทำเก็บไว้แล้วไม่ได้ใช้ด้วยเนี่ยสิ วิชานี้มัน…’

 

[ถ้าฉันจำไม่ผิด...น่าจะชื่อคำภีร์กลืนอสุรา] ไลล่าตอบเสียงเครียด [ผู้ใช้วิชานี้จะดูดกลืนพลังของปีศาจมาเป็นของตัวเองด้วย แต่ที่สำคัญคือ ยิ่งใช้ สติก็ยิ่งหดหาย ความเป็นมนุษย์โดนทำลาย สุดท้ายกลายเป็นปีศาจเสียเอง]

 

‘บ้าฉิบ! ที่แอบหอบตำราของอาจารย์หนีอกมาไม่มีประโยชน์เลยจริง ๆ ’ ไมลส์ก่นด่าในใจ จากนั้นหยิบยันต์จำนวนหนึ่ง ปาเข้าไปที่แผ่นหลังของเซ็นคิ เปลวไฟสีน้ำเงินลุกพรึ่บ แผดเผาจนมันร้องลั่น เผลอคลายมือ ทามาฮิเดะจึงดิ้นหลุดออกได้ในที่สุด แล้วรีบกระโดดถีบโกคิที่กำลังตะปบลงมาที่ศีรษะของไมลส์ได้อย่างทันท่วงที

 

“อยู่ที่นี่ทำบ้าอะไร” ทามาฮิเดะตวาด

 

“หมอนี่ดูดกลืนพลังปีศาจได้ เจ้าแพ้ทางเข้าเต็มเปา” ว่าแล้วไมลส์ก็บุ้ยใบ้ไปทางโอทสึงุที่ยิ้มกริ่มชมการต่อสู้อยู่ “โน่นต่างหาก คู่ต่อสู้ของเจ้า ทางนี้ข้าจัดการเอง! ”

 

ทามาฮิเดะลังเล แต่พอเห็นแววตาหนักแน่นของเด็กหนุ่มที่จ้องมา เลยเดาะลิ้นอย่างขัดใจที่หนึ่ง แล้วบอกว่า “ระวังตัวด้วย” จากนั้นก็กระโจนไปหาโอทสึงุที่ถือพัดโอกิโบกเยาะเย้ยไปมาอยู่

 

“ขวางทำไม”

 

ฟูยูฮิสะคำราม โบกมือเรียกเซ็นคิและโกคิให้เปลี่ยนเป้าหมายมาที่เขาแทน ไมลส์ดีดบิวะกระแทกเข้าไปที่ยักษ์ทั้งสองหนึ่งที

 

“เลิกบ้าได้แล้ว ฟูยูฮิสะ! ”

 

ฟูยูฮิสะจ้องมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า

 

“โยชิอากิ เจ้าตอบข้ามาเดี๋ยวนี้ ทำไมถึงต้องช่วยมัน”

 

พูดจบก็โบกมือ โกคิก้มลงมาจะตะครุบตัวเขาไว้ตามคำสั่ง แต่ไมลส์รีบเรียกยันต์ลูกไฟขึ้นมา โจมตีสกัดยักษ์ทั้งสองเอาไว้ก่อน

 

“ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ทามาฮิเดะไม่ได้เป็นคนฆ่าอาจารย์” เขาตอบไปด้วย จากนั้นดีดบิวะขึ้นมาเป็นเพลงท่อนหนึ่ง ตรึงเซ็นคิและโกคิไว้ พวกมันพยายามขยับตัวคว้าเหยี่อ แต่กลับทำได้เพียงสั่นกึก ๆ เท่านั้น จึงคำรามลั่นดุจสัตว์ร้ายที่ถูกขังกรง “หากเจ้ามีสติพอที่จะคิดอยู่บ้าง ก็จะรู้ว่าข้าพูดจริง”

 

ได้ยินแบบนั้น ฟูยูฮิสะก็หัวเราะหยัน ท่าทางยังคงเคลือบแคลงอย่างชัดเจน

 

“ท่านโอทสึงุเนี่ยนะ? เขารู้จักกับอาจารย์มานานปี ตำแหน่งเหรอก็เท่าเทียมกับอาจารย์ ฆ่าไปจะได้ประโยชน์อะไร? ”

 

“เพราะหมอนั่นไม่ใช่โอทสึงุที่เจ้ารู้จักยังไงเล่า! ” ไมลส์พูดไปก็หลบยันต์ของฟูยูฮิสะไป จากนั้นดีดบิวะอีกรอบหนึ่ง พลังของมันกรีดยันต์เหล่านั้นจนขาดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย “เจ้าไม่สังเกตเหรอว่าตำแหน่งที่หมอนั่นให้พวกเราเสริมเกกไกมันมีจุดที่ผิดเพี้ยนอยู่น่ะ เพราะว่ามันไม่ใช่เกกไกกันปีศาจ แต่เป็นกับดักเรียกปีศาจต่างหากล่ะ! ”

 

ตูม!

 

เซ็นคิกับโกคิทำลายอาคมของไมลส์ได้แล้ว มันคว้าตัวเขาโยนไปกระแทกกับหินดังโครมใหญ่ โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญ ไมลส์จึงยังไม่สลบไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ลุกไม่ขึ้น แถมยังกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

 

“ทำได้ดี ดูเหมือนเจ้าก็ไปฝึกหนักมาเหมือนกันนี่” ฟูยูฮิสะเลิกคิ้ว หากเป็นโยชิอากิคนก่อน ไม่มีทางต้านเขาและยักษ์สองตนนี้ไว้ได้ถึงครึ่งนาทีแน่

 

“ปีศาจที่ฆ่าท่านอาจารย์น่ะ คือโอคุริอินุ...ถ้าลองตรวจสอบดู...”

 

ไมลส์ยังคงพยายามอธิบายต่อด้วยเสียงแหบแห้ง มือที่กำบิวะสั่นน้อย ๆ จ้องมองนัยน์สีแดงก่ำของฟูยูฮิสะอย่างสิ้นหวัง


 


 

ทามาฮิเดะไล่ตามโอทสึงุ แต่กลับโดนโยสุซุเมะเรียกพวกนับสิบตัวบินโฉบไปมา พลังของนกกระจอกราตรีดูดกลืนแสงโดยรอบจนมืดมิด เขามองอะไรแทบไม่เห็น จึงได้แต่ไล่ตะปบอย่างหงุดหงิด

 

“ออกไปซะ! ”

 

ในที่สุดเสียงดังจิ๊บ ๆ ก็หายไป พวกโยซุสุเมะจากไปแล้ว กรงเล็บของเขาคว้าได้เพียงขนนกกำหนึ่ง แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ ก็เกิดวงเวทเรืองแสงขึ้นที่เท้า มันตรึงเขาไว้ให้ก้าวไปไหนไม่ได้ มีเสียงลูกธนูแหวกอากาศดังมาจากด้านหลัง ทามาฮิเดะโบกมือทีหนึ่ง ลูกธนูเหล่านั้นก็หักดังกร๊อบกลางอากาศ แล้วร่วงลงกับพื้นก่อนที่จะปะทะกับร่างเขาเพียงไม่กี่ชะคุ จากนั้นเขาก็คุมพลังตัวเอง ทำลายพันธนาการจากวงเวทที่ขาจนสลายไป พลันได้ยินเสียงหัวเราะต่ำ ๆ ดังขึ้นมาจากในป่า คล้ายเสียงแว่วลอยมาตามลมชวนขนลุก

 

“สมแล้วที่เกิดเป็นจิ้งจอกเก้าหาง รับมืออาคมของข้าได้สบาย ๆ เลยนี่” ระหว่างที่เสียงนั้นพูด พื้นด้านล่างก็มีมือมากมายผุดขึ้นมา ทั้งสีดำไหม้เกรียม ผอมแห้งเหมือนกระดูก แถมยังมีตะปุ่มตะป่ำน่าเกลียด เลือดและหนองไหลเยิ้ม ทั่วบริเวณอื้ออึงไปด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับดังมาจากใต้พื้นพิภพ พวกมันกลุ้มรุมกันฉุดกระชากทามาฮิเดะ เขากระโดดหนีพร้อมกับหยิบเอาท่อนไม้ขนาดพอดีมืออันหนึ่งแถวนั้นขึ้นมา ใช้พลังปีศาจเสริมเข้าไป จากนั้นตวัดมันต่างดาบ ตัดทำลายมือน่าเกลียดพวกนั้นเปิดเป็นทางยาว เบิกทางให้ตัวเองวิ่งหนีออกไปได้ พอหลุดมาแล้วจึงกระโจนขึ้นยอดไม้ กวาดสายตามองหาองเมียวจิตัวร้าย หอบหายใจหนัก

 

“เด็กนั่นเห็นเจ้าแพ้ทางฟูยูฮิสะ เลยไปสู้แทนให้ แต่ดูเหมือนจะไม่รู้ว่าข้าเองก็ดูดกลือนพลังปีศาจได้เหมือนกัน ถึงจะไม่ได้ฝึกถึงขั้นสุดท้ายแบบฟูยูฮิสะเพราะกลัวผลสะท้อนกลับก็เถอะนะ” เสียงเย้ยหยันของโอทสึงุยังคงดังแว่วมา “ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ...ตายไปแล้ว หรือพิการ ฟูยูฮิสะยิ่งเป็นพวกเลือดร้อนเสียด้วยสิ”

 

“หุบปาก! ”

 

“อ้อ ยังไม่ตายนี่นา…ยังสู้กันอยู่ที่หน้าผาอยู่เลย” โอทสึงุทำเสียงเหมือนกำลังเล่นสนุก “ฟูยูฮิสะทำงานช้าแบบนี้ บางทีข้าคงต้องช่วยเขาหน่อย”

 

ทามาฮิเดะหันไปมองตาม เห็นร่างเด็กหนุ่มสองคนยืนอยู่ริมผา อาคมเปล่งแสงขึ้นราง ๆ แวบหนึ่ง พอแสงนั้นหายไปก็เกิดเสียงดังครืน ตามมาด้วยพื้นดินที่เริ่มสั่นไหว

 

“จะทำอะไร! ”

 

“โอ๊ะโอ! ดูนั่นสิ หน้าผากำลังจะถล่มแล้ว เจ้าจะยังวิ่งไล่จับกับข้าต่อ หรือจะไปช่วยเด็กนั่นดีล่ะ? ”

 

“แกนะแก! ” ทามาฮิเดะคำราม รีบวิ่งตรงไปที่หน้าผาอย่างไม่คิดชีวิต

 

 

 

“ขอร้องล่ะ”

 

ไมลส์อ้อนวอนกับฟูยูฮิสะที่ตอนนี้กำลังเอามือบีบคอเขา นัยน์ตาที่แดงก่ำเหมือนปีศาจแปรเปลี่ยนมาทอประกายเหมือนคนปกติวูบหนึ่งเมื่อได้ยินคำนั้น แต่แล้วพื้นดินก็สั่นสะเทือน หินที่ชะง่อนผาร่วงลง พังจากปลายรุกไล่เข้ามาเรื่อย ๆ แผ่นดินที่เหยียบอยู่เริ่มปริร้าว จากนั้นแยกออกเป็นสองส่วน ทำเอาองเมียวจิทั้งสองทรงตัวไม่อยู่จนล้มโครม

 

“มัวทำอะไรอยู่ รีบหนีสิ! ”

 

เสียงร้อนรนของใครบางคนดังขึ้น ไมลส์เงยหน้า เห็นทามาฮิเดะวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ยื่นมือมาหมายจะคว้าเขาเอาไว้ ไมลส์ยื่นมือตอบ แต่แล้วในวินาที่ก่อนที่มือของทั้งคู่จะแตะกัน พื้นดินที่จิ้งจอกหนุ่มยืนอยู่ก็หักออก

 

ทั้งสามร่วงลงสู่ความมืดเบื้องล่างพร้อมกัน

 

___________

A.L. Lee 

จบ Arc (ล้อเล่นฮะ ยังเหลืออีก 3-4 ตอน)

ทำไมรู้สึกว่าเขียนไปเขียนมาแล้วพระเอกดูกาก ๆ ไม่สมศักดิ์ศรีจิ้งจอกเก้าหางซะเลย TwT (เรื่องอื่นจิ้งจอกเก้าหางคือเทพระดับที่แทบไม่มีใครทำอะไรได้แม้แต่ปลายขนอ่ะ แต่พี่ทามาฮิเดะของเรา ก็อย่างที่เห็นล่ะฮะ เก่งกว่าปีศาจตัวอื่น ๆ แต่ไม่ได้เวอร์วังไม่มีใครเทียบได้ขนาดนั้น) /// จริง ๆ ทามาฮิเดะนางพลังเยอะนะ แต่ถนัดสู้แบบตรง ๆ ปะฉะดะต่อหน้ามนิดหน่อยากกว่า พอเจอลูกเล่นเจ้าเล่ห์ของไวรัสก็จะตกเป็นรอง ///แก้ตัวให้ 555 

พระเอกนายเอกของลีไม่ได้เก่งกาจเหมือนเรื่องอื่น ๆ นะฮะ มีพลาดบ้างอะไรบ้าง ก็ต้องดินรนกันไป เอาเป็นว่าคนอ่านช่วยกันส่งกำลังใจให้พวกเขากันเยอะ ๆ นะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #259 sakura17 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 13:24
    ทามาฮิเดะเก่งนะ ตอนสู้กับโยเฮย์อะก็เกือบจะชนะแล้ว แต่นี่โดนดูดพลังไปอะ ไม่แปลกใจหรอก

    ฝั่งปีศาจหิมะกับคิทาโร่ก็น่ารัก เข้าใจผิดจนร้องไห้ปรากฏว่าแค่หลับ555
    #259
    0
  2. #143 miyuukiMF (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 17:26

    ไม่เก่งแหละดูน่าเอาใจช่วย ถ้าเก่งแต่แรกจะมีสตอรี่อะไรให้น่าตื่นตาตื่นใจล่ะคะ? จริงไหม >.<

    ปล.ชอบช่วงต้นที่น้องทานุกิแปลงร่างมากๆ แงงง น่าร้าก

    #143
    0