An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 27 : Arc2.12 ยุ่งเหยิง(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    19 ก.ค. 63

“ฟูยูฮิสะ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”

ไมลส์วิ่งหาเด็กหนุ่มที่กำลังแผ่รังสีสังหารออกมาเต็มเปี่ยม ตรงหน้าคือเรือนไม้เก่าคร่ำคร่า ที่ตอนนี้โดนใช้ยันต์เรียกไฟจนลุกโหมกระหน่ำ ไม้แตกเพราะความร้อนจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะ ๆ ปะปนไปกับเสียงหวีดร้องของปีศาจหลายสิบตนที่สิงอยู่ในเรือนหลังนั้น พวกมันรีบดิ้นรนหนีออกมา บางตัวยังปลอดภัยดี บางตัวไฟติดท่วมตัวแล้วก็ร้องโหยหวน ดิ้นพราด ๆ ไปมา

ความจริงแล้วเรือนนี้ร้างและเป็นที่สิงสถิตของปีศาจมานานหลายปี พวกมันสร้างความวุ่นวายกับคนที่หลงเข้ามาในพื้นที่ของตัวเองบ้าง แต่ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร จึงปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นเรื่อยมา จนกระทั่งทางการต้องการพื้นที่ขยับขยายให้กับขุนนาง ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้องเมียวเรียวจึงมีคำสั่งให้พวกเขามาไล่พวกมันออกไปโดย ‘จะใช้วิธีไหนก็ได้ตามสะดวก’

เป็นเหมือนประกาศิตสั่งตายให้ปีศาจเหล่านั้น

ฟูยูฮิสะไม่คิดจะปกปิดความเกลียดชังต่อพวกมันเลยสักนิด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ปราบปีศาจหลังจากโยเฮย์ตาย พอมาถึงเพียงไม่กี่นาทีก็เรียกไฟนรกออกมาเผาจนอลหม่าน แถมยังดูพึงพอใจกับภาพตรงหน้ามากเสียด้วย ดวงตาสะท้อนเปลวเพลิงที่ไหวระริกนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก

ไมลส์กระชากมืออีกฝ่าย “บ้าไปแล้วหรือ! คิดจะเผามิยาโกะหรือไง! พวกมันเป็นปีศาจระดับต่ำทั้งนั้น ไล่หน่อยก็ไปแล้ว ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย!”

หากใช้ไฟนรก อย่าว่าแต่สิ่งของที่จับต้องได้เลย แม้แต่วิญญาณก็ไม่มีเหลือ แถมยังเจ็บปวดทรมานมากอีกด้วย

ฟูยูฮิสะสลัดแขนเขาออก จากนั้นเรียกเนโกะมาตะทั้งสองของตัวเองออกมา โทระและมิเกะในตอนนี้ถูกฝึกฝนให้สู้กันเองแบบเดียวกับเซ็นคิและโกคิ จนพลังมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ทว่าความกระหายเลือดก็มากขึ้นตามเช่นกัน หากพูดว่าก่อนหน้านี้พวกมันดูเหมือนแมวป่าดุร้ายตัวโต ตอนนี้พวกมันก็เหมือนพยัคฆ์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง ขนาดตัวใหญ่กว่าเดิมครึ่งหนึ่ง ม่านตาหดแคบลงเป็นขีดเดียว แผดร้องคำรามเพียงครั้งเดียวก็ทำเอาทุกคนที่ได้ยินสั่นสะท้าน

โทระพุ่งเข้าหาปีศาจที่กำลังหนีตาย ตะปบอย่างแรงจนเหยื่อล้มลง พออีกฝ่ายจะคลานหนี มันก็ปล่อยให้ดิ้นรนอยู่พักหนึ่ง จากนั้นค่อยเข้าไปฉีกกระชากร่างเหยื่อให้กลายเป็นชิ้น ๆ จนขยับไปไหนไม่ได้ ของเหลวบางอย่างที่เหม็นคลุ้งทะลักออกมา ก่อนปีศาจโชคร้ายพวกนั้นจะกลายเป็นไอหายไป ส่วนมิเกะไล่ต้อนปีศาจหลายตนกลับเข้าไปในกองเพลิง จนโดนแผดเผาตายอยู่ในนั้น

…พวกมัน กำลังเล่น

ทั้งบริเวณมีแต่เสียงกรีดร้องแหลมหูน่าเกลียด แค่ได้ยินไม่นานไมลส์ก็ทนไม่ไหวจนอยากอาเจียนออกมา ทุกอย่างดูวิปริตไปหมด

[เป็นแบบนี้ คงกู่ไม่กลับแล้วละ] ไลล่าออกความเห็น

ฟูยูฮิสะคนเดิม ต่อให้ไม่ใช่คนที่เห็นอกเห็นใจปีศาจ แต่หากจำเป็นต้องฆ่าก็จะลงมือรวบรัดฉับไว ไม่มีทางเล่นสนุกอย่างนี้เด็ดขาด

“อย่าเข้ามานะ!”

เสียงร้องของเด็กสักคนดังขึ้น ท่ามกลางกองเพลิง เขาเห็นร่างเล็ก ๆ หลายร่างตัวสั่นงันงกอยู่ใต้ชานเรือน ไฟลามมาใกล้ถึงแล้ว แต่ปีศาจน้อยพวกนั้นกลับออกไปไม่ได้เพราะมิเกะดักอยู่ แถมยังเอาอุ้งเท้าตวัดเข้าไปหลายต่อหลายครั้งเป็นการข่มขู่ ทำให้พวกมันต้องถอยร่นเข้าไปใกล้เปลวไฟเรื่อย ๆ พร้อมกับร้องไห้อย่างสิ้นหวังออกมา

“ช่วยด้วย! ใครก็ได้!! ช่วยด้วย!”

…พอกันที!

ไมลส์เหลืออดแล้ว เขาหยิบบิวะออกมา ดีดท่วงทำนองรุนแรงสายหนึ่งทันที

“โยชิอากิ เจ้าทำบ้าอะไร?!” ฟูยูฮิสะตะโกน

มิเกะโดนพลังของเขากระแทกจนตกใจร้อง แง้ว! ออกมาดังลั่น พอเห็นว่าคนที่เล่นงานตัวเองคือองเมียวจิหนุ่มน้อยก็ขู่คำรามใส่ จากนั้นย่างสามขุมเข้ามา โทระเอง พอได้ยินเสียงคู่หูก็ละสายตาจากเหยื่ออื่น แล้วหันมาสนใจเขาแทนเช่นกัน

‘ซวยแล้ว นี่มันโกรธจริงเหรอเนี่ย’

[ตอนที่ปีศาจกำลังคลุ้มคลั่งอย่างนี้ มันไม่แยกมิตรศัตรูหรอก สู้ ๆ นะไมโลน้องรัก]

‘ปัดโธ่เว้ย!’

เขาสบถในใจ พร้อมกับที่เนโกะมาตะทั้งสองกระโดดเข้ามา สองขาหน้าเตรียมตะปบเขาให้ตกตาย ฟูยูฮิสะตะโกนห้ามพวกมัน แต่ไม่เป็นผล เมื่อเหยื่ออยู่ต่อหน้า ชิคิงามิที่กำลังกระหายเลือดย่อมไม่เหลือสติรับรู้คำสั่งอื่น ไมลส์จึงเล่นดนตรีอีกรอบ คราวนี้ใส่พลังวิญญาณเต็มที่ เกิดเสียงดังเปรี้ยงคล้ายฟ้าผ่า โทระและมิเกะกระเด็นไปคนละทาง บาดเจ็บไม่น้อย ฟูยูฮิสะรีบเรียกพวกมันกลับ พอแมวยักษ์ทั้งสองหายไปแล้ว เขาก็แผดเสียงดังลั่น

“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ?! มาขวางทำไม? รู้ไหมว่าเนโกะมาตะฆ่าได้แม้กระทั่งเจ้าของ!”

“เจ้าต่างหากที่บ้า! รู้ทั้งรู้ว่าเป็นแบบนั้นแล้วยังจะฝึกจนมันคลุ้มคลั่งไปอีก สักวันควบคุมไม่ได้ขึ้นมาจะทำยังไง! เห็นตอนพวกมันฆ่าปีศาจพวกนั้นไหม? นี่มันกำลังเล่นสนุกกับเหยื่อชัด ๆ! สอนพวกมันแบบนั้นทำไมกัน!”

ฟูยูอิสะตอบอย่างเย็นชา “ข้าไม่อยากให้ปีศาจตายสบายนัก โดยเฉพาะเจ้าจิ้งจอกเก้าหางนั่น เลยฝึกเช่นนี้ มีปัญหาหรือไง?”

ได้ยินแบบนั้น ความโกรธก็แล่นปรี๊ดขึ้นมาทันที

“มี! มาก ๆ เลยด้วย! ข้าทนไม่ไหวแล้ว! เห็นภูตผีปีศาจเป็นอะไรกัน ของเล่นหรือ?! องเมียวจิก็ต้องเคารพธรรมชาติและทุกชีวิตสิ ท่านอาจารย์ก็บอกอยู่เสมอไม่ใช่หรือไง!”

สีหน้าของฟูยูฮิสะมืดครึ้มขึ้นทันตา

“กฎของธรรมชาติหากแข็งแกร่งกว่า อยากจะทำอะไรก็ได้ไม่ใช่หรือไง ปีศาจพวกนั้นอยากอ่อนแอกว่าข้าทำไมล่ะ? ดูเอาสิ อาจารย์เห็นใจพวกปีศาจแล้วเป็นอย่างไร สุดท้ายก็ทิ้งพวกเราไว้ เพราะอ่อนแอยังไงล่ะ ถ้าหาก…”

เปรี้ยง!

ไม่รอพูดจบ ไมลส์ก็ต่อยเข้าที่หน้าของอีกฝ่ายเต็มแรง ฟูยูฮิสะเซไปข้างหลังสองก้าว เอามือปิดเลือดที่ไหลออกมาจากจมูก ตาเบิกกว้างเหมือนไม่อยากเชื่อ

“ห้าม-พูด-ถึง-อาจารย์-แบบนั้น!”

ไมลส์กัดฟันพูด เสียงสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

แววตาของฟูยูฮิสะไหววูบหนึ่ง ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ปิดปาก เบือนหน้าหนี หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งค่อยเอ่ยว่า “ที่เหลือเจ้าทำเองก็แล้วกัน”

ฟูยูฮิสะโบกมือทีหนึ่ง ดับไฟนรกที่เรียกมา แล้วก็เดินจากไป ทิ้งเขาไว้กับปีศาจที่เหลือรอดไม่กี่ตัวและอาคารไม้ที่มอดไหม้ไปเกินครึ่ง

…เลวร้าย สถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายสุด ๆ

ไมลส์นั่งลงกับพื้นอย่างอ่อนล้า

‘พี่…คำขอของโยเฮย์น่ะ ผมทำไม่ได้หรอก…’

[ไมโล…]

ไลล่ากำลังจะเอ่ยปลอบ แต่ตอนนั้นเขาก็ได้ยินเสียงสวบสาบดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน

เป็นพวกปีศาจน้อยนั่นเอง พอเห็นว่าปลอดภัยแล้วพวกมันก็ค่อย ๆ ทยอยออกมากันทีละตัว มีทั้งผีร่ม เด็กสาวปีศาจครึ่งคนครึ่งนก ตัวประหลาดอย่างหนึ่งที่ดูเหมือนก้อนขนสีดำมีตา ตัวสุดท้ายเป็นเด็กชายตัวเล็กที่มีหูแหลม ๆ และพวงหางนุ่มฟู พออีกฝ่ายหันหน้ามา ไมลส์ก็ร้องอ๊ะ

…เด็กคนนั้น เหมือนเขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อน?

…อ้อ! เด็กทานูกิทีเขาคุรามะ

“ซวยแล้ว!”

พอรู้ว่าเขาจำได้ คิทาโร่ก็รีบวิ่งหนี แต่ไมลส์ไวกว่า คว้าหางไว้ได้ แล้วใช้ยันต์คลายมนตร์จนทำให้เขาคืนร่างเป็นทานูกิน้อย แล้วจับลอยขึ้นได้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย

‘ปล่อยนะ เจ้าหมอผีหน้าจืด!’ คิทาโร่ดิ้นพราด ๆ ส่งกระแสจิตโวยวายยกใหญ่

“เจ้าเป็นพรรคพวกของทามาฮิเดะไม่ใช่เหรอ? ทำไมอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ”

ได้ยินคำนั้น ก็เหมือนถูกจี้ใจดำ ทานูกิน้อยมีน้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว

‘ฮือออออ!!!!’

ไมลส์ “…”

‘ท่านทามาฮิเดะกับคนอื่น…ฮึก…ไปทำธุระ บอกว่าอันตรายไม่ยอมให้ไปด้วย เลยฝากข้าไว้ที่นี่…แต่เกินกำหนดมาหลายวันแล้วยังไม่กลับมาเลย’ คิทาโร่สะอื้นไห้ ‘ต้องโกหกข้าแน่ ๆ …ฮึก…พวกเขาทิ้งข้าไปแล้ว…ฮือออ’

“ธุระอะไรหรือ?”

“เรื่องอะไรจะบอกเจ้า!” ทั้งที่ยังน้ำตารวงผล็อย แต่ทานูกิน้อยยังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ “คิดจะใช้ประโยชน์ตอนที่ข้ากำลังอ่อนแอหลอกถามเพื่อทำร้ายท่านทามาฮิเดะใช่ไหมล่ะ ให้ตายก็ไม่บอกเจ้าหรอกกว่าพวกเขาไปตามหาปีศาจที่ฆ่าโยเฮย์กันน่ะ อ๊ะ! ....”

“…” ไมลส์กะพริบตาปริบ ๆ “เอ่อ…ขอบใจ”

‘โฮ! ข้าพลาดอีกแล้ว ท่านทามาฮิเดะต้องโกรธมากแน่ ๆ เขาจะไม่มาเล่นกับข้าอีกแล้ว’ คิทาโร่ร้องไห้ขึ้นมาอีกรอบ

“ข้าว่าเจ้าคิดมากไปแล้ว ปีศาจนั่นอาจจะซ่อนตัวดี พวกเขาเลยกลับช้าหน่อยเท่านั้นเอง” เห็นอีกฝ่ายงอแงเหมือนเด็กน้อยที่ถูกพ่อแม่ทิ้ง ไมลส์ก็อดนึกเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้ “คงเหงามากล่ะสิ”

“ข้าไม่ได้เห-…” ทานูกิน้อยพูดยังไม่ทันจบ เขาก็ยัดมันผลุบเข้าไปในสาบเสื้อ เห็นแค่หัวเล็ก ๆ โผล่ออกมา

ไมลส์ทอดมองบริเวณโดยรอบ ไฟดับสนิทแล้ว แต่ตัวเรือนก็ไหม้จนไม่เหลือชิ้นดี ปีศาจที่เหลือรอดก็หนีหายไปจนหมด แล้วคิทาโร่เหลือตัวคนเดียวจะทำอย่างไร

เขาก้มลงมอง เห็นทานูกิน้อยตัวสั่นนิด ๆ จึงลูบหัว แล้วเอ่ย

“ไปกันเถอะ ช่วงนี้ในมิยาโกะไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับปีศาจ ข้าจะพาไปกระท่อมแห่งหนึ่งด้านนอก รับรองว่าจิ้งจอกนั่นกลับมาเมื่อไหร่จะต้องหาเจ้าเจอแน่นอน”

หลังจากพาทานูกิน้อยไปไว้ที่กระท่อมของทามาโมะ สองสามวันต่อมา โอทสึงุก็เดินทางออกจากมิยาโกะ

นี่เป็นเวลาที่ไมลส์รอคอยตลอด เย็นวันนั้นจึงสวมชุดฮิตาตาเระ ปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดา แล้วตรงไปยังเรือนของโอทสึงุทันที

[ระวังด้วยล่ะ ไม่รู้ว่าจะมีกับดักหรือเปล่า] ไลล่าเตือน

‘อืม’

ไมลส์รับคำในใจ

เนื่องจากโอทสึงุอาศัยอยู่คนเดียว พื้นที่จึงไม่ได้กว้างขวางแบบเรือนของขุนนางคนอื่น ๆ ที่มักจะมีครอบครัวใหญ่และภรรยาหลายคน ส่วนบรรยากาศโดยรอบก็ดูเงียบสงบ ในสวนเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ นกหลายตัวเกาะกิ่งไม้ร้องจุ๊บจิ๊บ ไม่ได้ดูลึกลับน่ากลัวเลยสักนิด

แต่เขาก็ไม่ประมาท ลองเสกยันต์ปาเข้าไป พอผ่านเข้าเขตสวน อยู่ ๆ มันก็มอดไหม้หายไป ทิ้งไว้เพียงประกายสีทองทีฟุ้งกระจาย

[เกกไกกันอสูรธรรมดา] ไลล่าเอ่ย

‘อย่างนั้นก็เข้าไปกันเถอะ’

ไมลส์กระชับบิวะที่สะพายไว้เข้ามาในมือจนแน่นเหมือนต้องการกำลังใจ แล้วตรงเข้าไปเพื่อหาหลักฐาน

บนต้นเมเปิ้ลในสวน นกกระจอกตัวหนึ่งจ้องมองตามเขาอย่างนิ่ง ๆ พอเห็นว่าเขาก้าวเข้าตัวเรือน ก็ตีปีกพึ่บ บินออกไปอย่างไร้เสียง

________

A.L. Lee

ตอนแรกว่าจะเขียนยาวกว่านี้ แต่พอดีงานเข้า ต้องหอบงานกลับมาปั่นที่บ้านด้วย T_T ดังนั้น 2-3 สัปดาห์นี้ คงลงได้แค่อาทิตย์ละตอนนะคะ

หลัง ๆ มานี้ลีอาจจะไม่ค่อยได้ตอบเมนต์เพราะยุ่ง ๆ แต่ก็อ่านทุกเมนต์นะคะ หลายครั้งก็อมยิ้มไปด้วย ขอบคุณมากค่ะ ทุกคนเป็นกำลังใจชั้นดีเลย ทั้งหัวใจและยอดวิวคนอ่านก็ด้วยเหมือนกัน เราไม่อยากเชื่อเลยว่านิยายเรื่องนี้จะมีคนติดตามหลักร้อยได้ TwT อาจจะมีผิดพลาดบ้าง อัปช้าไปบ้างแต่ก็หาเวลาเขียนอยู่ตลอดค่ะ 

ขอบคุณทุกคนมาก ๆ อีกครั้งค่ะ

ปล. พระเอกค่าตัวแพง ฮีจะมา ๆ หาย ๆ แต่หลังจากนี้บทก็จะเริ่มเด่นแล้วค่ะ 555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #253 sakura17 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 12:39
    ตัวไม่อยู่แต่องเมียวจิคนนั้นก็มีนกจับตาเรือนตัวเองแฮะ จะป็นไรมั้ยเนี่ยไมล์
    พระเอกกู่กลับเถอะพี่ นึกภาพไม่ออกเลยถ้าเป็นไปตามต้นฉบับคือเทิร์นดาร์กแล้วจะดาร์กกว่านี้ขนาดไหน นี่ขนาดมีไมล์คอยห้ามแล้วนะ
    #253
    0
  2. #218 After_TeaTime (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 14:17
    แงงงง ถึงฟูยูฮิเดะกลับมามห้ได้นะ ไม่อยากให้เทิร์นสายดาร์กเลย เอาน้องฮัสกี้คืนมาาาา แงงงงง
    #218
    0
  3. #113 miyuukiMF (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 18:19

    ไม่ฟุยุฮิสะ ก็โอทสึงุนี่ละไวรัส //ลากตัวมันออกมาให้ได้นะไมลส์!!

    #113
    0
  4. #112 Pswmp (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 10:46
    ฟูยูฮิสะ เราว่านายเริ่มน่ากลัวเกินไปแล้วอ่ะ
    ขอให้น้องไมล์ช่วยให้ออกมาจากสายดาร์กให้ได้ทีเถอะ
    #112
    0