An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 26 : Arc 2.11 ความหงุดหงิดของจิ้งจอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 217 ครั้ง
    13 ก.ค. 63

 

ทามาฮิเดะหย่อนไมลส์ที่ลานหน้าบึงน้ำ

 

“ถึงแล้ว ๆ ๆ” การโดนแบกกระโจนไปมาทำให้ไมลส์รู้สึกไม่มั่นคง ทันทีที่เท้าแตะพื้นจึงหมือนได้รับการปลดปล่อย เขาเอาเท้าเกลี่ยดินไปมาหลายทีให้แน่ใจว่าตัวเองอยู่บนพื้นแล้วจริง ๆ “ค่อยยังชั่ว อยู่บนพื้นนี่สบายกว่าเยอะเลย”

 

“หึ…มนุษย์อย่างพวกเจ้านี่ ทั้งเดินก็ยังช้า ขึ้นที่สูงหน่อยก็กลัว อ่อนแอเสียจริง” จิ้งจอกหนุ่มเยาะหยัน

 

“มันเป็นธรรมชาติของร่างกาย ทำอย่างไรได้” ไมลส์ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก “ขอบคุณที่มาส่ง แต่เจ้ารีบกลับเถอะ หากองเมียวจิคนอื่นมาเจอเข้าจะแย่เอา”

 

“คิดว่าข้าจะกลัวคำขู่ของเจ้าหรือไร?” จิ้งจอกหนุ่มแค่นเสียง “ข้าทั้งไว้ชีวิตเจ้า พาเจ้ามาส่ง แถมยังรับปากจะช่วยตามหาปีศาจที่สังหารโยเฮย์ นอกจากไม่รู้จักตอบแทนแล้ว ยังกล้าไล่ข้าอีกหรือ?!”

 

“…”

 

ไมลส์มองทามาฮิเดะที่กอดอกจ้องมองเขาด้วยท่าทีเชิดหยิ่งแล้วรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา

 

…ทั้งที่ไม่มีอะไรติดค้างกันแท้ ๆ แต่ไหงพูดเหมือนว่าตัวเองเป็นปีศาจที่เมตตามากเพราะยอมละเว้นเขาอย่างนั้นล่ะ…เจ้าเล่ห์นัก

 

แต่ถึงในใจจะหมั่นไส้อย่างไร ก็ต้องถามกลับ “เจ้าต้องการให้ข้าตอบแทนบุญคุณ? ...อย่างไร?”

 

ทามาฮิเดะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบ “เล่นเพลงให้ข้าฟัง”

 

“หา?” สมองของไมลส์ประมวลผลไม่ทัน “เล่นเพลง แค่นั้น?”

 

“ใช่…หรือเจ้าอยากมาเป็นทาสรับใช้ข้า? เลือกเอา”

 

“เข้าใจแล้ว ข้าจะเล่นให้เจ้าฟังสักเพลงก็ได้” ไมลส์หยิบกาคุบิวะออกมา นั่งลงกับพื้นหญ้า เตรียมบรรเลง

 

“บิวะอันนี้ ไม่ใช่อันเดียวกับที่เขาคุรามะ?” จิ้งจอกหนุ่มเอ่ยทัก

 

“แน่นอน ที่เขาคุรามะ เจ้าพังบิวะข้าหักเป็นสองท่อน จำไม่ได้หรือ?” เขาพูดพลางเอามือลูบเนื้อไม้ที่แห้งแข็งตามกาลเวลา “มันซ่อมใหม่ไม่ได้แล้ว นี่เป็นบิวะตัวเก่าของข้า เสียงมันจะไม่กังวานเท่า หากไม่ชอบเสียงมันก็อย่าพาลหงุดหงิดไปล่ะ”

 

เพราะสบายใจขึ้นมากแล้ว ไมลส์เลยเลือกเพลงที่ชวนให้คนฟังผ่อนคลายเพลงหนึ่ง เขาหยิบบะฉิมาจรดลงไปที่สายอย่างนุ่มนวล เสียงเพลงดังขึ้น ชุ่มฉ่ำเหมือนสายน้ำ ทามาฮิเดะมีสีหน้าพึงใจ ทว่าเล่นไปได้เพียงท่อนเดียว กลับมีเสียงคนเดินเข้ามา

 

ไมลส์ลุกพรวด ถีบจิ้งจอกหนุ่มลงบ่อน้ำดังตูม

 

“เสียงอะไร?”

 

ฟูยูฮิสะที่กำลังเดินขึ้นมาร้องทัก ทามาฮิเดะกลับร่างเป็นจิ้งจอกแล้ว โผล่หัวพ้นน้ำมารำไร ทำแววตาเหมือนอยากฆ่าคน ไมลส์รีบกระเถิบตัวไปบังไว้ไม่ให้ใครเห็น ฉีกยิ้มประจบ

 

“กัปปะน่ะ เมื่อกี๊ข้าเอาแตงกวามาให้มัน พอแย่งได้ก็กระโดดลงน้ำหายไปเลย นิสัยเสียจริง”

 

จิ้งจอกที่กลายเป็นกัปปะนิสัยเสีย “…”

 

“เจ้าก็ยังเป็นมิตรกับพวกปีศาจเหมือนเดิม”

 

บทจะเย็นชาขึ้นมา ฟูยูฮิสะก็เย็นชาได้ยิ่งกว่าทามาฮิเดะเสียอีก ไมลส์เริ่มจำไม่ได้แล้วว่าหมอนี่หัวเราะหรือทำตัวติงต๊องสุดท้ายเมื่อไหร่

 

“เอาน่า ๆ” โอทสึงุเดินตามมารีบไกล่เกลี่ย “เอาน่า โยชิอากิเมตตาต่อภูตผีปีศาจตามคำสอนของโยเฮย์ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย อย่าได้โมโหไป”

 

ฟูยูฮิสะเหมือนรู้ตัวว่าหงุดหงิดมากเกินไป จึงเสียงอ่อนลง “ช่างเถอะ… แต่คราวหลังก็หัดระวังตัวบ้าง นอกเรือนไม่มีเกกไกแล้วเพราะข้าต้องการล่อเจ้าปีศาจจิ้งจอกนั่น มันอาจจะวนเวียนอยู่แถวนี้ก็ได้ หากเจอต้องบอกข้าทันทีเข้าใจหรือไม่”

 

ไมลส์พยักหน้า แต่แอบไขว้นิ้วไว้ด้านหลัง

 

“ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าวางกับดักไว้แล้ว หากมีปีศาจตนไหนกล้ามาเหยียบอาณาเขตเรือนนี้ มันไม่รอดออกไปได้หรอก”

 

“เอ๋? อย่างไรหรือขอรับ” ไมลส์ถาม ชักสังหรณ์ใจไม่ดี

 

“อย่างเช่นว่า ในตัวเรือน โดยเฉพาะที่ห้องของโยเฮย์ที่เจ้าปีศาจจิ้งจอกน่าจะวนเวียนเข้ามา ก็เตรียมตัวโดนไฟนรกแผดเผาได้เลย” โอทสึงุเล่า “ด้านหลังเรือนก็มีเขตอาคม หากปีศาจตนไหนเหยียบลงแถวนั้น ก็จะโดนกักไว้ แล้วยันต์นี้ก็จะเปล่งแสงออกมา” พูดจบก็หยิบกระดาษยันต์ออกมาให้ดู

 

“อ้อ! แล้วด้านหน้า มีหรือไม่?”

 

โอทสึงุกล่าว “เนื่องจากด้านหน้ามีคนเข้าออกบ่อย ข้าจึงยังคิดหากับดักที่เหมาะสมอยู่ ตอนนี้จึงได้แค่ใส่กับดักที่บึงน้ำเท่านั้น นอกจากกัปปะที่เป็นเจ้าของที่แล้ว ปีศาจตนไหนกล้าลงไป รับรองว่าถูกสาหร่ายดึงลงไป หากไม่ใช่พวกที่อยู่กับน้ำย่อมจมน้ำตาย แล้วจึงลอยขึ้นมาอีกสามวันให้หลัง”

 

ไมลส์เหลือบมองที่บึงน้ำ เหมือนจะเห็นฟองอากาศลอยบุ๋ง ๆ และอุ้งเท้าของสัตว์บางตัวตะกายน้ำอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่

 

“…”

 

เขากระแอมไอกลบเกลื่อน “อะแฮ่ม ๆ ขอบคุณท่าน โอทสึงุ แต่พวกท่านไม่ต้องห่วงข้าไป ข้าดูแลตัวเองได้ อยากนั่งเล่นกับเจ้ากัปปะนี่ต่ออีกสักหน่อย เชิญตามสบาย”

 

“เจ้านี่นะ…” ฟูยูฮิสะทำหน้าเหมือนอับจนถ้อยคำ แต่ยังไม่ทันบ่นต่อ ยันต์ในมือของโอทสึงุก็เรืองแสงขึ้น

 

“มีปีศาจมาติดกับด้านหลัง ไปดูเถิด”

 

องเมียวจิทั้งสองวิ่งไปหลังเรือนอย่างรวดเร็ว

 

พ้นสายตาคนแล้ว ไมลส์ใช้ยันต์เรียกกัปปะน้อย มันโผล่ศีรษะมาเหนือผิวน้ำแค่ครึ่งเดียว เห็นเพียงหัวล้านเลี่ยนและตากลมโต

 

“ช่วยเขาหน่อย แล้วข้าจะให้แตงกวาเจ้าผลหนึ่ง”

 

กัปปะน้อยทำหน้าฮึดฮัด

 

“เช่นนั้นสองผล”

 

กัปปะน้อยส่ายหน้า

 

“ก็ได้ สามผล ไม่มากกว่านี้แล้ว”

 

มันพยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นดำน้ำลงไปอีกครั้ง ไม่กี่นาทีผ่านไป จึงลากร่างจิ้งจอกเก้าหางสีดำมะเมื่อมขึ้นมาจากผิวน้ำ เจ้าจิ้งจอกไอโขลกใหญ่ สำรอกน้ำออกมา จากนั้นก็สะบัดขนจนละอองน้ำกระเด็นไปทั่ว แม้แต่ชุดของไมลส์ก็เปียกไปด้วย

 

“เป็นอะไรมากหรือไม่?”

 

ทามาฮิเดะแยกเขี้ยวใส่ด้วยความโมโห

 

“รู้แล้ว ๆ ข้าผิดเองที่ถีบเจ้าลงไป แต่ข้าไม่รู้นี่ว่ามันมีกับดัก”

 

มันคำรามในลำคอ คล้ายไม่ยอมรับฟัง ท่าทางโกรธเกรี้ยวในร่างสัตว์เช่นนี้ นอกจากจะไม่น่าเกรงขามแล้ว ยังดูน่ารักน่าขัน จนไมลส์อดหัวเราะออกมาไม่ได้

 

“เข้าใจแล้ว ไว้เจอกันครั้งหน้าข้าจะชดเชยให้ แต่ตอนนี้เจ้ารีบไปก่อนเถอะ เดี๋ยวอีกสองคนกลับมาจะวุ่นวาย แม้เจ้าจะเก่งกาจ แต่ข้าไม่อยากเห็นการนองเลือดที่นี่”

 

จิ้งจอกเก้าหางเงยหน้ามองเขา ดวงตาสีดำมีประกายยากคาดเดา

 

“อะไรกัน ยังโกรธอยู่หรือ” ไมลส์ถาม

 

มันไม่ตอบ เพียงสะบัดหน้าอย่างแง่งอน แล้ววิ่งออกถนนไป

 

ไมลส์ยิ้ม ทามาฮิเดะในร่างสัตว์น่ารักกว่าร่างคนเป็นไหน ๆ หากหมอนี่ใช้ร่างนี้ตลอดเวลาที่เจอ เขาคงสบายใจขึ้นเยอะเลย

 

“ลูกทานูกิ ให้ตายเถอะ ทำเอาวุ่นวายไปหมด” เสียงของฟูยูฮิสะดังขึ้น ดูเหมือนจะจัดการกับปีศาจที่หลังเรือนเสร็จแล้ว

 

“แถวนี้มีทานูกิมาก ไม่แปลกหรอก” โอทสึงุกล่าว “ไว้ข้าจะลองทำให้กับดักนั้นคัดแยกชนิดปีศาจได้ด้วยเป็นอย่างไร”

 

ฟูยูฮิสะค้อมคำนับกล่าว “หลายวันนี้รบกวนท่านแล้ว ขอบคุณมากขอรับ”

 

“ไม่เป็นไร คนกันเองทั้งนั้น ข้ากลับละนะ” โอทสึงุพูดจบก็กางพัดโอกิ เดินกลับไปอย่างช้า ๆ “ราตรีสวัสดิ์”

 

“ข้าเพิ่งรู้ว่าท่านโอทสึงุ นอกจากจะเชี่ยวชาญเกกไกแล้ว ยังเชี่ยวชาญกับดักด้วย” ไมลส์เอ่ย พลางเดินไปหาฟูยูฮิสะ “เขาร่ำเรียนมาจากไหนกัน?”

 

ฟูยูฮิสะบอก “เขาอ่านเอาเองจากตำรานั่นละ เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เห็นว่าคนที่จะสร้างกับดักได้ นอกจากพลังสูงแล้วยังต้องมีความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก”

 

ไมลส์เอ่ยคล้ายไม่ตั้งใจว่า

 

“ใช่ มีความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก บางที แม้แต่กับดักเรียกปีศาจก็สามารถสร้างได้ด้วย เจ้าว่าหรือไม่?”

 

“โยชิอากิ เจ้าพูดอะไรของเจ้า” คำที่เหมือนจะกล่าวหากลาย ๆ ทำให้ฟูยูฮิสะตกใจมาก “เขารู้จักกับท่านอาจารย์มาก่อนพวกเราเสียอีก จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร”

 

…ทำได้สิ ถ้าหมอนั่นเป็นไวรัส

 

ฟูยูฮิสะกล่าว “ข้ารู้ว่าเจ้าสงสัยเพราะเขามาเสริมเกกไกให้เราวันนั้น แต่พวกเราก็ตรวจสอบเป็นอย่างดี เจ้าก็เห็นกับตาว่ามันดีกว่าที่พวกเราทำเองมาก ส่วนเรื่องกับดัก พวกเราก็ไม่พบความผิดปกติอะไร ดังนั้นหากไม่มีหลักฐาน ก็อย่าพูดจาเหลวไหลเช่นนี้อีก”

 

“เจ้าพูดถูก ไม่มีหลักฐาน” แต่สักวันเขาต้องหามันให้เจอ “แต่ถ้าหาก…ข้ายืนยันได้ว่าจิ้งจอกเก้าหางนั่นบริสุทธิ์ เจ้าจะยอมเชื่อหรือไม่?”

 

“ยังจะพูดแบบนี้อยู่อีก” ฟูยูฮิสะถอนหายใจ ลูบหัวเขาเบา ๆ แล้วพูดว่า “เลิกคิดไร้สาระแล้วรีบเข้านอนเถิด พรุ่งนี้ต้องไปองเมียวเรียวแต่เช้า”

 

 

 

ทามาฮิเดะในร่างจิ้งจอกอยู่บนหลังคาเรือนที่ห่างออกไปหลังหนึ่ง นั่งตัวตรงแน่ว ในร่างนี้หูและจมูกจะดีกว่าเดิมนับร้อยนับพันเท่า ได้ยินเสียงเด็กหนุ่มประโยคหนึ่งก็กระดิกหูทีหนึ่ง

 

…ที่แท้เจ้าเด็กนั่นก็มีคนที่สงสัยอยู่แล้ว มิน่าถึงได้เชื่อเขา แต่เจ้าหน้าเหม็นอีกคนนั่นมันอะไร ไอ้เรื่องปักใจเชื่อว่าเขาฆ่าโยเฮย์น่ะช่างมันเถอะ แต่การทำตัวสนิทสนมลูบหัวโยชิอากิแบบนั้น มันน่าเข้าไปขย้ำคอให้ลงไปนอนพะงาบ ๆ บนพื้นนัก

 

คิดแล้วก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความขัดใจทีหนึ่ง

 

สายลมพัดวูบขึ้นด้านหลังจนใบไม้ที่ปรกหลังคาปลิวกระจาย วินาทีต่อมา เพียงพอนทั้งสามก็ปรากฏกาย ตัวที่ถือกระปุกยาเป็นเพียงตัวเดียวที่คงร่างมนุษย์ เพราะต้องหิ้วทานูกิตัวเล็กเหน็บไว้ที่แขน ทานูกิน้อยดิ้นโวยวายยกใหญ่ พอหลุดออกมาได้ก็กระโดดผลุงไปหาทามาฮิเดะ กลายร่างเป็นเด็กน้อยที่มีหูและหางนุ่มฟู กอดจิ้งจอกตัวโตแล้วก็ซบหน้าร้องไห้งอแง

 

“ท่านทามาฮิเดะ ท่านอยู่นี่เอง คิทาโร่ออกตามหาท่าน แต่ไปติดกับของมนุษย์ กว่าจะหนีออกมาได้ก็นึกว่าจะตายเสียแล้ว ข้ากลัวมากเลย”

 

คาไมทาจิตัวถือกระบองฟ้อง “นายท่านอย่าไปฟัง ความจริงแล้วคิทาโร่มัววิ่งไล่จับนก จนเข้าไปติดกับดักของหมอผีเองต่างหาก ดีว่าพวกมันคิดว่าทานูกิเหมือน ๆ กันหมด เลยไม่รู้ว่าเป็นพรรคพวกเรา ยอมปล่อยออกมา ไม่อย่างนั้นพวกเราต้องเดือดร้อนแล้ว”

 

คิทาโร่ถลึงตาใส่เพียงพอนช่างฟ้อง จากนั้นหันมาประจบจิ้งจอกหนุ่มต่อ “ท่านออกมาตัวคนเดียวเช่นนี้ มีธุระอันใด จัดการกับมนุษย์พวกนั้นหรือ? เช่นนั้นก็ให้คิทาโร่ช่วยเถิด”

 

“ไม่ต้อง…” ทามาฮิเดะเอ่ยเสียงเรียบ “หมอผีโยเฮย์ตายแล้ว”

 

ปีศาจน้อยทั้งสี่ตะลึงไปพร้อมกัน “จริงหรือนี่!”

 

“ต้องเป็นปีศาจแบบไหนกัน ถึงฆ่าหมอผีนั่นได้” คาไมทาจิตัวถือเคียวถามหวาด ๆ “พลังคงสูงน่าดู”

 

“ทุกคนในมิยาโกะคิดว่าเป็นฝีมือข้า แต่ไม่ใช่” ทามาฮิเดะยืนขึ้น พวงหางตั้งตรง “ข้าไม่ชอบใจเรื่องนี้…หลังจัดการธุระเสร็จจะต้องตามหามันให้ได้”

 

“ได้ขอรับ” ปีศาจทั้งสี่ตอบรับพร้อมกัน ก่อนคาไมทาจิตัวถือกระปุกยาจะโพล่งขึ้นว่า “ว่าแต่ ธุระที่ว่า คืออะไรหรือขอรับ”

 

“เจอร่างของทามาโมะแล้ว ข้าจะนำไปไว้ที่นาสุ…” พูดถึงตรงนี้…จิ้งจอกหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย “…หากเจอร้านขายเครื่องดนตรีระหว่างทาง ก็ชิงบิวะมาสักอันหนึ่ง”

 

“เอ๋?”

 

คิทาโร่ร้อง คาไมทาจิทั้งสามมองหน้ากันอย่างงุนงง ส่วนทามาฮิเดะพุ่งตัวหายไปแล้ว

 

_______

A.L. Lee

ตอนต่อไปน่าจะยาว ดังนั้นอาจช้าหน่อย ซัก เสาร์ - อาทิตย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 217 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

405 ความคิดเห็น

  1. #252 sakura17 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 12:26
    งุ้ยน่ารัก จะหาบิวะไปคืนให้เค้าด้วยแต่ด้วยการขโมย55555
    พี่น่าจะนิสัยน่ารักอะ มีปีศาจบริวารที่รักพี่มากขนาดนี้
    #252
    0
  2. #111 miyuukiMF (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 21:37

    พระเอกน่ารักกก

    #111
    0
  3. #110 Pswmp (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 18:32
    บางทีพี่ก็เกินไปอ่ะ.... โมโหเขานะพอเขาไปยุ่งกับคนอื่นก็โมโหคนที่เขาเข้าไปยุ่ง คือไรอ่าาาาา /// ซึนเก่งงงงง
    #110
    0
  4. #109 StupidDesu (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 18:04
    พบคนซึน 1 ea....พี่!!!! ซึนจังเลยยยย อยากเห็นคนซึนแตก
    #109
    0
  5. #108 nna3 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 17:58
    ฮั่นแน่ จะเอาบิวะไปฝากน้องล่ะสิ
    #108
    0