An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 2 : Arc1.2 เมลวิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 359 ครั้ง
    28 เม.ย. 63

The Chronicle of Ice Devil เป็นนิยายแนวซูเปอร์ฮีโร่เรื่องหนึ่ง

เนื้อเรื่องนั้นก็เข้าข่ายเรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่ดาด ๆ ทั่วไป พระเอกชื่อ คริสโตเฟอร์ วู้ด วัยเด็กเกิดมาในครอบครัวยากจน แต่เป็นคนขยัน เขาตั้งใจเรียนเพื่อจะได้หลุดพ้นจากความยากจนที่แสนเกลียด เผชิญความอยุติธรรมในสังคมมามากมาย จนเติบโตมาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจคนหนึ่ง ทำงานที่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ชื่อว่า ‘นอกซ์’ เบื้องหน้าเป็นศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นแหล่งรวมหัวกะทิ เบื้องหลังวิจัยอาวุธทางการทหาร

แต่ชีวิตสงบสุขไม่เคยมีอยู่จริงสำหรับพระเอก ด้วยความที่คริสโตเฟอร์เป็นคนเก่งคนหนึ่ง ทำให้ค้นพบความลับอันชั่วร้ายของหัวหน้าตัวเอง หัวหน้าของเขาแอบขายงานวิจัยให้กับประเทศ R ที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตของประเทศตัวเอง สุดท้ายเลยโดนหัวหน้าผลักตกลงไปในบ่อของสารเยือกแข็งตัวใหม่ที่กำลังวิจัยเพื่อสร้างเป็นอาวุธ แต่สามวันถัดมาพระเอกก็หนีรอดออกมาได้ พร้อมกับได้พลังน้ำแข็งติดตัว

อย่าถามว่าใช้กฏทางวิทยาศาสตร์ข้อไหนมาอธิบายสารเยือกแข็งชนิดพิเศษ หรือทำไมพระเอกถึงรอดชีวิตได้หลังจากจมอยู่ในสารนั้นนานถึง 72 ชั่วโมง ตัวเอกในเรื่องของ แอล.แอล. มิลตัน ย่อมตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ รอดทุกสถานการณ์ทั้งที่ไม่น่าเป็นไปได้ สกิลสูงเทียมฟ้าประหนึ่งพระเจ้าจุติ

หลังจากรอดมาได้ คริสโตเฟอร์ก็ล้างแค้นหัวหน้าตัวเองและคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แช่แข็งอีกฝ่ายแล้วทุบทำลายเป็นผุยผงจนไม่มีใครจำได้ จากนั้นก็กลับไปบริษัท ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและไม่รู้ว่าหัวหน้าที่ตายไปแล้วนั้นหายไปไหน และเมื่อได้พลังมาแล้ว เขาก็พลันนึกถึงความอยุติธรรมที่เคยได้รับตั้งแต่เด็กมาจนถึงตอนนี้ สุดท้ายจึงตัดสินใจว่าจะต้องจัดการกับพวกคนชั่วอย่างโหดเหี้ยมสาสมที่สุด กลางวันใช้ชีวิตเป็นคริสโตเฟอร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ใจดี กลางคืนกลายเป็น ‘ไอซ์เดวิล’ ดาร์กฮีโร่ที่ฆ่าคนชั่วได้โดยขนตาไม่กะพริบราวกับอีกฝ่ายเป็นแค่หนอนแมลง เพียงไม่กี่เดือน ชื่อของไอซ์เดวิลก็เป็นที่เลื่องลือ มีทั้งคนรักและคนเกลียด

ทั้งหมดนี้คือเนื้อหาของภาคหนึ่ง

คราวนี้ ไมลส์เลื่อนดูข้อมูลของตัวละครที่ตัวเองสวมบทบาท แท็บฉายแสงขึ้นมาเป็นกระจก สะท้อนให้เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มชาติตะวันตกคนหนึ่ง อายุไม่เกินสิบแปดปี ผมบลอนด์หยักศกระต้นคอ ดวงตาสีเขียวมรกต แต่มีหางตาเฉียงขึ้นทำให้ดูชั่วร้ายนิด ๆ ใบหน้าอาจดูซูบซีดอยู่บ้าง เพราะร่างกายนี้ผอมเหลือเกิน แต่จมูกโด่ง และโครงหน้านั้นสวยเรียวงาม จัดว่าบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างแท้จริง สมแล้วที่เป็นตัวละครของคนบ้าความงามอย่างพี่สาวของเขา

หลังจากนั้นไมลส์ก็กดปุ่มซิงค์ข้อมูล เรื่องราวทั้งหมดของเจ้าของร่างค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามาในหัว

ตัวละครนี้มีชื่อว่า เมลวิน จอห์นสัน เป็นตัวประกอบตัวหนึ่งที่แทบจะไม่มีบทบาทให้ควรค่าแก่การพูดถึง ชีวิตในวัยเด็กที่เลวร้ายมาก เป็นเด็กกำพร้าที่ถูกจับไปเป็นหนูทดลองในองค์กรใต้ดินแห่งหนึ่งที่เรียกว่า ‘สไปเดอร์’ ที่เป็นองค์กรตัวร้ายแบบดั้งเดิม ทำเลวทุกอย่างตั้งแต่ ค้ายา ค้าอาวุธ มีบอสใหญ่ที่ชื่อว่า’ เร็กซ์’ คอยควบคุมอยู่เบื้องหลัง

เร็กซ์และองค์กรสไปเดอร์จะเป็นตัวร้ายหลักของภาคสอง

ในบรรดากิจการสกปรกทั้งหลายของสไปเดอร์ หนึ่งในนั้นคือการทำอาวุธมนุษย์ พวกเขาจับเด็กมากมายมาเป็นหนูทดลองเสริมความแข็งแกร่ง มากกว่าครึ่งทนไม่ไหวช็อกตาย ร่างแหลกสลายกลายเป็นเศษเนื้อ ส่วนคนที่รอดมาได้ก็จะมีพลังพิเศษติดตัว และโดนบังคับให้ทำงานเสี่ยงตายทั้งหลายเป็นสุนัขรับใช้

เมลวินนั้นรอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ และได้พลังความเร็วเหนือมนุษย์มา ด้วยความสามารถนี้ทำให้เขาวิ่งข้ามเมืองไปไหนมาไหนได้ในเวลาไม่กี่นาที แถมยังพลิกแพลงใช้ความเร็วจัดการคู่ต่อสู้ได้หลายแบบ เลยได้ฉายาว่า ไลท์นิ่ง

เพราะโดนสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายหล่อหลอมจนมีจิตใจบิดเบี้ยว เมลวินจึงไม่ได้แค้นหรือคิดหนีไปจากองค์กรที่ทำแบบนี้กับตัวเองด้วยซ้ำ แต่กลับตื่นเต้นดีใจและขอบคุณองค์กรที่มอบพลังให้เขา จึงใช้พลังนี้จัดการทุกอย่างให้ตามที่สไปเดอร์จะบัญชา เวลาว่างก็เล่นสนุก จัดการทำร้ายคนที่ขวางหูขวางตาด้วยความรื่นรมย์

พอเข้าภาคสอง ไอซ์เดวิลจะไปตอแยกับสมาชิกองค์กรและพลาดท่าโดนจับได้ เมลวินจึงเล่นสนุกกับไอซ์เดวิลสนองความโรคจิตของตัวเอง ทางด้านนักวิทยาศาสตร์ก็วิจัยความพิเศษของเขา และเตรียมล้างสมองอีกฝ่ายให้กลายเป็นคนของสไปเดอร์ แต่ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายไอซ์เดวิลก็เปิดอัลติ ใช้สกิลพระเอกหนีออกมาได้ ทว่าเพราะบาดเจ็บหนักเลยสูญเสียความทรงจำไป หลังจากนั้นพระเอกก็จะกลับไปที่บ้านเกิดเพื่อตามหาความทรงจำอันเลือนราง พบเจอกับนางเอกผู้อ่อนหวานและมองโลกในแง่ดี และได้เธอเป็นแสงเทียนนำใจ คอยช่วยเหลือคนอยู่ที่บ้านเกิดแทน ผ่านไปสามเดือนถึงได้ความทรงจำกลับมา พอดีกับช่วงเวลาที่ข่าวไอซ์เดวิลปรากฏตัวดังไปถึงหูของสไปเดอร์ นางเอกจึงโดนจับไปเป็นเหยื่อล่อ คริสโตเฟอร์จึงลุกขึ้นต่อสู้เพื่อทวงคืนคนรักและได้ชัยชนะ จากนั้นก็ตามล้างแค้น ทลายองค์กรมืดนี้จนเหี้ยนในที่สุด

แต่ทั้งหมดที่เล่ามาล้วนไม่เกี่ยวอะไรกับเมลวิน เพราะเขาจะเป็นคนแรกที่ชะตาขาด ตายตั้งแต่พระเอกปล่อยพลังน้ำแข็งใส่ตอนหนีออกมาแล้ว รวมทั้งภาคแล้วมีบทไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ

หลังรู้รายละเอียดทั้งหมด ไมลส์ก็ไม่คิดอะไรต่อ

ออก! ต้องออกจากโลกนี้สถานเดียว!

เขากดปุ่มออกจากโลกนี้หลายต่อหลายครั้งจนนิ้วแทบหัก แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือคำว่า [Error] สีแดงแจ๋เท่านั้น สักพักถึงนึกขึ้นได้ว่าเป็นเพราะรูมของเขาโดนทำลายไม่เหลือซากแล้ว ไม่มีทางออกไปได้

ไมลส์ยกมือกุมขมับให้กับโชคชะตาบัดซบของตัวเอง

นอกจากเข้ามาผิดเรื่องแล้ว ยังจะติดอยู่กับร่างตัวประกอบที่มีจุดจบสุดอนาถอีกต่างหาก แล้วต่อจากนี้ไปควรทำอย่างไรดี

ปกติแล้ว เวลาเข้ามาในโลกเสมือนจริง ทุกคนจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบเพื่อรับภารกิจ ทำให้เนื้อเรื่องดำเนินไปตามต้นฉบับที่นักเขียนวางไว้ ไม่ออกนอกเส้นทาง แต่ตอนนี้ระบบหายไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นควรทำอย่างไรดี

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง ~

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากในกระเป๋ากางเกง ไมลส์ใช้มือผอมซีดของตัวเองหยิบออกมา โทรศัพท์ในยุคนี้เป็นแบบที่เรียกกันว่าสมาร์ทโฟน สามารถใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ และเข้าอินเตอร์เน็ตได้ ถ่ายรูปได้ แต่ความสามารถนั้นยังห่างชั้นกับโลกจริงของไมลส์มากนัก

ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ ‘ไอออน’ ตามความทรงจำของเมลวิน ไอออนคือหนึ่งในพรรคพวกโรคจิตชอบทำร้ายคนของเมลวิน และน่าจะอาการหนักกว่าด้วยซ้ำไป แถมยังเป็นคนที่เก่งถึงกับวางกับดักจับไอซ์เดวิลมาได้ แต่ไม่รู้ไลล่านึกอย่างไรถึงเขียนบทให้หมอนี่โกรธจัดหลังจากเมลวินโดนฆ่า เลยโชว์โง่จนชะตาขาดตายตามเขาไปด้วยเป็นคนที่สอง

“ว่าไง” ไมลส์ตอบกลับไป พยายามใช้น้ำเสียงหยิ่งยโสไม่เห็นใครอยู่ในสายตาของเมลวินให้มากที่สุด เขาเคยเข้ามาสวมบทบาทในโลกนิยายมาหลายสิบเรื่อง รวมแล้วเกือบร้อยตัวละคร ดังนั้นทักษะการตีเนียนของเขาจึงไม่ขี้เหร่

“แกไปเดินเตร่ในเมืองอีกแล้วเหรอ เมลวิน วันนี้ฉันเก็บของน่าสนใจได้ จะมาเล่นสนุกด้วยกันหรือเปล่า”

“ของน่าสนใจ?” ไมลส์ขมวดคิ้ว แล้วพลันนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันที่ไอออนจับไอซ์เดวิลมาได้ เลยตอตามนิสัยดั้งเดิมของเมลวินว่า “ได้ ฉันว่างอยู่พอดี ขอให้น่าสนใจจริงเถอะนะ ไม่อย่างนั้นแกต้องชดใช้ที่ทำฉันเสียเวลา”

“ฉันจะรอ” พูดจบปลายสายก็ตัดไป

ไมลส์เก็บโทรศัพท์ หลังจากคิดหาทางแก้ปัญหาให้กับอนาคตของตัวเองจนหัวหมุนอยู่สองสามนาที เขาก็ตัดสินใจได้

ไม่สนแล้วว่าจะทำเนื้อเรื่องพังพินาศหรือไม่ แต่เขาจะต้องรอดให้ได้

หากความตายของเขาเกิดจากการไปทรมานพระเอก อย่างนั้นก็ต้องเปลี่ยนเนื้อเรื่องใหม่หมด เขาจะต้องถอนตัวจากองค์กรแล้วหนีไปให้สุดหล้าฟ้าเขียว สาเหตุที่กล้าทำแบบนี้เพราะเขาไม่จำเป็นต้องหลบหนีไปตลอดชีวิต ขอแค่ซ่อนตัวอยู่สามเดือนจนกว่าพระเอกจะถล่มองค์กรนี้สำเร็จ จากนั้นก็จะเป็นอิสระ

แต่ก่อนจะหนีจากสไปเดอร์ เขาต้องช่วยพระเอกหลบหนีออกมาเพื่อสร้างบุญคุณเอาไว้ก่อน เพราะคริสโตเฟอร์เป็นพวกแค้นฝังหุ่น ตามเนื้อเรื่องเดิม ถึงจะทลายสไปเดอร์ได้แล้ว แต่ในภาคสามเขายังคงไล่สืบหมดว่าใครบ้างเป็นและเคยเป็นสมาชิกองค์กร และตามล่าสุดขอบโลกไม่ละเว้นชีวิตสักคน แต่ถ้าเขามีบุญคุณกับพระเอกอยู่บ้าง คริสโตเฟอร์ก็คงจะยอมไว้ชีวิตเมลวินละมั้ง

พอมีเป้าหมายแล้ว ไมลส์จึงเริ่มออกวิ่ง เพียงพริบตาเดียวความเร็วของเขาก็พุ่งพรวดจนสายตามองเห็นข้างทางเป็นเพียงภาพเบลอ ทว่าถึงจะไวขนาดนี้เขากลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกสดชื่นเหมือนได้ปลดปล่อย อากาศที่แหวกปะทะร่างกายก็ไม่ได้เจ็บปานนั้น กลับทำให้รู้สึกเย็นสบาย เขารักษาความเร็วไว้ให้คงที่ ผมหยักศกสีบรูเน็ตโดนแรงลมปะทะจนชี้ฟู หลังจากนั้นไม่ถึงห้านาทีก็มาถึงศูนย์ปฏิบัติการสาขาย่อยแห่งหนึ่งของสไปเดอร์

ศูนย์นี้ฝังตัวอยู่ใต้ดินบริเวณพื้นที่รกร้างแห่งหนึ่ง ห่างออกไปจากตัวเมืองประมาณห้าไมล์ มันเป็นลานดินกว้างที่มีไม้พุ่มเตี้ยขึ้นเป็นหย่อม ๆ ที่ริมลานนั้นมีอาคารชั้นเดียวขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม่ มองดูไม่สะดุดตานัก ภายนอกเหมือนเป็นอาคารถูกทิ้ง ไม่มีไฟเปิดสักดวง ผนังมีสีร่อนจนเห็นเนื้อปูนดูน่าเกลียด ไมลส์เดินเข้าไปอาคารนั้นตามความทรงจำที่ได้มา ภายในห้องนั้นไม่มีเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น มีเพียงพรมสีสนิมที่ฝุ่นจับเหนอะหนะปูอยู่บนพื้นเท่านั้น ตรงกลางห้องหากมองดี ๆ จะเห็นรอยต่อของพรม พอเลิกขึ้นดูก็พบประตูเหล็กบานหนึ่งติดอยู่กับพื้น ทางขวาของประตูมีแผงสำหรับกดรหัส ไมลส์ไม่รอช้าป้อนพาสเวิร์ดทันที ระหว่างกดไปก็คิดค่อนขอดนักเขียนในใจไปด้วย

พี่หนอพี่…ขี้เกียจตั้งพาสเวิร์ดถึงกับเอาคำพวกนี้มากลับหน้ากลับหลังใช้เลยเรอะ

รหัสผ่านคือ [REHTOM REKCUF]

พอประตูเปิดได้แล้ว ไมลส์ก็ลงไปยังทางใต้ดิน หลังจากเดินด้วยความเร็วปกติประมาณสิบนาทีก็จะถึงตัวฐาน ประตูก่อนเข้าฐานมีคนเฝ้าอยู่สองคน ไมลส์เลิกแขนเสื้อโชว์รอยสักแมงมุมตรงไหล่ขวาให้ดู คนเฝ้ายามเห็นตราสัญลักษณ์นั้นก็เพียงฉายเครื่องสแกน พอมันขึ้นว่าผ่านก็พยักหน้าให้เขาเล็กน้อย แล้วเปิดให้เข้าไปโดยไม่ได้ถามอะไร

เดินเข้าไปเพียงก้าวแรกก็เจอเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนรออยู่

หมอนี่เป็นหนุ่มชาวเอเชีย ทว่าตัวสูงและมีกล้ามเนื้อหนาสมชายชาตรีตรงข้ามกับร่างผอมแห้งของเมลวิน ไว้ผมสั้นเกรียน คิ้วสามเหลี่ยม ถึงจะฉีกยิ้มที่มุมปาก แต่ร่างกายกลับแผ่บรรยากาศชวนขนลุกของคนโรคจิต

“แกมาช้า” เขาก้มมองนาฬิกาข้อมือ แล้วพูดเหมือนตำหนิ “ใช้เวลามากกว่าปกติเกือบห้านาที มัวทำอะไรอยู่”

“เมื่อไหร่แกจะเลิกจับเวลาฉันสักที แดน” ไมลส์แค่นเสียง “ฉันจะทำธุระส่วนตัวบ้างไม่ได้หรือไง”

“อะไรคือธุระส่วนตัว แกไปทำอะไรที่ไม่ได้บอกฉันหรือไง”

“ส้วม!” ไมลส์ตอบอย่างหัวเสีย “พอใจหรือยัง แล้วอะไรล่ะที่แกบอกว่าสนุก พาฉันไปดูได้แล้ว!”

แดเนียล จาง เจ้าของฉายาไอออนแค่นหัวเราะ ท่าทางพอใจกับคำตอบแล้ว จึงบอกว่า “ตามมาสิ”

ระหว่างเดิน ไมลส์ลอบมองแผ่นหลังของไอออน พลางนึกทบทวนเรื่องราวในความทรงจำของเมลวิน

แดเนียลนับได้ว่าเป็นคนที่สนิทกับเมลวินที่สุด ทั้งสองคนเป็นเด็กที่ถูกจับมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ผ่านความทรมานต่าง ๆ นานา จากการทดลองมาด้วยกัน จนถึงตอนนี้ก็ร่วมสิบปีแล้ว ในช่วงเวลาที่เมลวินทนไม่ไหวจนเกือบฆ่าตัวตาย ก็มีคนนนี้ที่ฉุดดึงเขาเอาไว้ แม้กาลเวลาจะหล่อหลอมให้พวกเขามีจิตใจที่บิดเบี้ยว แต่อีกด้านก็ทำให้พวกเขาผูกพันกันด้วย ดังนั้นแม้จะชอบการฆ่าและทรมานคนอื่นอย่างไร แต่คนเพียงคนเดียวที่เมลวินไม่มีวันทำร้ายก็คือแดเนียล แดเนียลเองก็ไม่มีทางทำร้ายเขาเช่นกัน ดังนั้นไม่แปลกใจเลยที่ตอนแดเนียลเห็นอีกฝ่ายโดนฆ่าจะโกรธจัดจนเสียสติ เรื่องนี้จะนับว่าเป็นเศษเสี้ยวของความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่น้อยนิดของตัวประกอบฝ่ายร้ายก็ว่าได้

แต่ความสนิทสนมของคู่นี้ทำให้ไมลส์ลำบากใจ แดเนียลรู้เรื่องของเมลวินทุกอย่าง ถึงขนาดจับเวลาที่เขาใช้ในการเดินทางมาทุกครั้ง แค่เขามัวคิดวางแผนจนโอ้เอ้ไปห้านาทียังโดนถาม หากเป็นอย่างนี้ต่อไป เขาอาจโดนแดเนียลจับผิดได้สักวัน

คงต้องเลี่ยงหมอนี่ให้มากที่สุด

ศูนย์ปฏิบัติการนี้แบ่งออกเป็นสี่ส่วนด้วยกัน ทางทิศเหนือเป็นคลังอาวุธ ทิศตะวันออกเป็นที่ประชุมและที่พัก ทิศใต้เป็นห้องปฏิบัติการ ส่วนทิศตะวันตกที่เขากำลังไปอยู่นั้นเป็นที่คุมขังและเก็บร่างทดลอง ประตูทางเข้าออกกับโลกภายนอกมีอยู่สามทาง คือโถงกลาง ทิศใต้ และทิศตะวันออก

แม้โครงสร้างจะแบ่งชัดเจน แต่ทางเดินนั้นซับซ้อน แถมยังมีระบบป้องกันที่หนาแน่น แต่ละห้องในศูนย์ต้องใช้ไบโอเมตริกซ์อย่างการสแกนนิ้วมือหรือม่านตาเพื่อเข้าออกในแต่ละส่วน ลำดับชั้นความลับที่เข้าได้ก็แล้วแต่บุคคล ดังนั้นคนภายนอกไม่มีทางลอบเข้ามาได้ง่าย ๆ

ที่ริมสุดของปีกตะวันตกมีห้องอยู่ห้องหนึ่ง หลังจากแดเนียลสแกนรอยสักของตัวเองและม่านตา ประตูโลหะที่หนักอึ้งก็ค่อย ๆ เลื่อนออก ไอเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวห้องจนไมลส์หนาวสะท้าน พอมองเข้าไปถึงเห็นว่าที่กลางห้องมีแท่นเหล็กตั้งอยู่ และมีชายหนุ่มหนึ่งถูกขึงพืดไว้

ชายคนนั้นมองดูแล้วไม่เหมือนมนุษย์ ผิวกายล้วนเป็นสีใสราวถูกสลักจากก้อนน้ำแข็ง มีเพียงเส้นผมยาวสลวยสีขาวที่ตอนนี้ปรกลงมาปิดหน้าเท่านั้นที่เหมือนคนทั่วไป ทั้งแขนขาและคอต่างถูกล็อกไว้ด้วยวงเหล็ก ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลลึก คราบเลือดเกรอะกรังไปทั่วชุดหนังสีน้ำเงินขาดวิ่นที่สวมอยู่ ชายคนนั้นก้มหน้าด้วยท่าทางอ่อนล้าโรยแรง แต่พอเห็นว่าศัตรูที่จับตนเข้ามาในห้องแล้วก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้านั้นหล่อเหลาและเย็นชาราวกับประติมากรรมที่พระเจ้ารังสรรค์ มีเพียงสายตาเท่านั้นที่สื่ออารมณ์คั่งแค้นออกมาราวกับต้องการทำลายทุกอย่าง

คริสโตเฟอร์ วู้ด หรือไอซ์เดวิล อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

 

------------

A.L. Lee

หลังจากคิดแล้วคิดอีก ว่าเปิดตัว Arc แรก ควรจะเป็นอะไรดี สุดท้ายก็เอาความชอบส่วนตัวมาใส่ เป็นแนวซูเปอร์ฮีโร่จนได้ 555 ชอบกันไหมคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 359 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #408 polar* (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 02:52
    ขอบคุณค่ะ
    #408
    0
  2. #331 Blowingflow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 09:29
    ชอบมากค่าาา สนุกดี เหมือนอ่านนิยายแปลจากภาษาอังกฤษอยู่เลยค่ะ
    #331
    0
  3. #202 After_TeaTime (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 00:10
    สนุกมาก ชอบการเล่าเรื่องมากเลยค่ะ ไม่ค่อยได้อ่านแนวฮีโร่เท่าไหร่ แต่อ่านเรื่องนี้แล้วชอบมากเลยค่ะ
    #202
    0
  4. #81 kontuayp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 12:26
    สิลสิบไปเลยจ้ะ
    #81
    0
  5. #63 JHTEN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 09:09
    ปังหลายยน
    #63
    0
  6. #5 วัชรกาญจน์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 21:14

    เนื้อหาแปลกดี จินตนาการล้ำเลิศ


    ไปติดอยู่ในนิยายของพี่สาว


    ใช้ภาษาได้กวนดีเหลือเกิน อ่านแล้วขำ


    การเล่าเรื่องไหลลื่นไม่มีสะดุด อาจจะเยอะยาวไปบ้าง ตรงที่เล่าเรื่องย่อนิยายของพี่ถึงสองภาค


    แต่โดยรวมแล้วก็ขำดี อ่านเพลิน ครับ ^^


    ขอให้บรรยายเรื่องฉากเพิ่มเติมครับ อ่านดูยังจินตนาการเรื่องฉาก ต่างๆ ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่


    เนื้อเรื่องดำเนินเร็วดี


    ส่วนอื่นถือว่าทำได้ดี มีคำผิดเล็กน้อย


    ซ่อนอยู่หลังต้นไม่ แก้ไขเป็น ซ่อนอยู่หลังต้นไม้


    โดยรวมชอบครับ สนุกอยู่

    #5
    1
  7. #3 Silabun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 17:14
    สนุก รอติดตามตอนต่อไปไม่ไหวเลย
    #3
    1
    • #3-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 2)
      16 เมษายน 2563 / 18:49
      ดีใจจัง T^T
      #3-1