An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 18 : Arc 2.3 องเมียวจิฝึกหัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 219 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

 ชีวิตในฐานะองเมียวจิฝึกหัดของไมลส์เริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่าย

 

ในแต่ละวัน เขาจะต้องตื่นไปปลุกฟูยูฮิสะผู้ขี้เซาให้ตื่นก่อนฟ้าสาง เดินทางไปองเมียวเรียวในเขตวังหลวง ทำงานจิปาถะต่าง ๆ ตั้งแต่เรื่องการบันทึกและจัดเก็บเอกสาร จัดเตรียมของสำหรับประกอบพิธีต่าง ๆ บางครั้งก็นั่งขัดถูกทำความสะอาดอุปกรณ์ในห้องเก็บของ จนอดคิดไม่ได้ว่าตัวเองนั้นเป็นบ่าวรับใช้มากกว่าองเมียวจิ

 

สำหรับวิชาองเมียวโด [1] ทั้งศาสตร์การทำนาย การเขียนยันต์สะกดภูตผี การสร้างเกกไก ความจริงแล้วเป็นหน้าที่ขององเมียวฮากาเสะ [2] นามโอทสึงุที่จะต้องฝึกสอนเขาและฟูยูฮิสะ แต่ทว่าด้วยความขี้เกียจ องเมียวฮากาเสะหนุ่มจึงเพียงแนะนำตำราให้แล้วไล่พวกเขาไปอ่านเอง ส่วนโยเฮย์เป็นเท็นมอนฮากาเสะ [3] คอยดูดินฟ้าอากาศและการเคลื่อนที่ของดวงดาว ทำนายดวงชะตาบ้านเมือง จึงไม่ได้มาที่องเมียวเรียวบ่อยนักยกเว้นมีเหตุการณ์สำคัญ

 

[1] หมายถึงวิชาองเมียว ว่าด้วยสมดุลของธาตุต่าง ๆ ใช้ตัวอักษรตัวเดียวกับ หยิน-หยาง ของจีน

[2] ตำแหน่งองเมียวจิที่เป็นผู้ฝึกสอนวิชาให้องเมียวจิรุ่นต่อไป

[3] ตำแหน่งองเมียวจิที่คอยดูสภาพดินฟ้าอากาศ การเคลื่อนที่ของดวงดาว

 

นอกจากแต่ละวันจะน่าเบื่อหน่ายแล้ว ไมลส์ยังต้องกุมขมับเมื่อพบว่าโยชิอากิเจ้าของร่างที่เขามาอยู่นั้นเป็นองเมียวจิที่ห่วยแตกสิ้นดี

 

ความสามารถในการมองเห็นวิญญาณต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แค่ผีวิญญาณจงใจกลบกลิ่นอายซ่อนตัวนิดหน่อยก็มองไม่เห็นเสียแล้ว ความสามารถในการสร้างเกกไกก็น้อยนิด อย่าว่าแต่ปีศาจจิ้งจอกเลย แค่ผีโคมไฟกาก ๆ ตัวหนึ่งก็ยังกันได้บ้างไม่ได้บ้าง แถมญาณหยั่งรู้ในการทำนายก็ไม่มี ความแม่นยำน้อยยิ่งกว่าการเดาสุ่มเสียอีก แถมเจ้าตัวยังไม่เดือดเนื้อร้อนใจ หรือคิดอยากฝึกฝนอย่างจริงจังเลยสักนิด วัน ๆ เอาแต่แต่งบทกวีหรือไม่ก็เล่นบิวะ [4] เรียกได้ว่าทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพายสุด ๆ

 

[4] เครื่องดนตรีโบราณของญี่ปุ่น ลักษณะคล้ายพิณ มักใช้เล่นประกอบการขับร้องและการแสดง เวลาเล่นใช้แผ่นไม้ที่เรียกว่า บะฉิ (Bachi) ตีให้เกิดเสียง

 

หากเป็นแบบนี้ต่อไป เขาอาจตายก่อนถึงมือจิ้งจอกทามาฮิเดะด้วยซ้ำ

 

ไมลส์เดินหอบเอาม้วนตำราองเมียวโดกลับมาด้วยสีหน้าปลง ๆ

 

หากจะเล่นให้สมบทบาทโยชิอากิคนเดิม เมื่อมาถึงเรือน เขาต้องเข้าไปนั่งเล่นดนตรีอยู่ในห้อง แต่ไมลส์ไม่มีเวลามาสนใจเรื่อง OOC เล็กน้อยพวกนี้ ยังไงเขาก็ต้องเก่งขึ้นถ้าหากอยากจะรอด องเมียวจิมือใหม่เดินไปที่มุมหนึ่งของลานหน้าบ้าน กางตำราศาสตร์องเมียวที่พื้นฐานที่สุดออก เอาไม้ลากเป็นรูปวงกลมที่มีดาวห้าแฉกอยู่ตรงกลาง จากนั้นเขียนอักขระไว้ตามทิศต่าง ๆ ที่ระบุในหนังสือ

 

“น้ำ ไม้ ไฟ ดิน ทอง …น้ำสร้างไม้ ไม้ก่อไฟ ไฟสร้างดิน ดินสร้างทอง ทองสร้างน้ำ เอ่อ…”

 

[วงกลมคือวัฏจักรของการสร้าง ดาวห้าแฉกคือวัฏจักรของการทำลาย นี่มันพื้นฐานมากเลยนะ! หัวสมองของโยชิอากิไม่ได้จำเลยหรือยังไง] ไลล่าอธิบายไปก็แซะไปด้วย

 

“มันใช่ความผิดผมเหรอ! ใครใช้ให้พี่สร้างตัวละครห่วยแตกพรรค์นี้ขึ้นมากันล่ะ” ไมลส์ย้อนกลับ “แต่เอาเถอะ ตอนนี้แค่ธาตุทั้งห้าผมจำได้แล้ว ปัญหาคือการสร้างเกกไกป้องกันภูตผี นอกจากผังของธาตุพวกนี้มันยังมีอักขระอีกหลายตัวที่ต้องจำ แถมยังต้องใส่พลังวิญญาณของตัวเองลงไปอีก กว่าจะทำเสร็จก็หลายนาที…อย่างนี้ถ้าฉุกเฉินก็ไม่มีทางสร้างทันเลยนะ”

 

[วงเวทเป็นแค่พื้นฐานเท่านั้น ถ้านายจำจุดแตกต่างของแต่ละอาคมที่ต้องใช้ได้ขึ้นใจ แล้วมีพลังวิญญาณแข็งแกร่งพอ ก็ใช้ตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกายต่างวงเวท เสริมด้วยยันต์หรือของวิเศษ นายก็ไม่ต้องเขียนแล้ว นั่นคือองเมียวจิระดับแอดวานซ์]

 

“แถชัด ๆ ความจริงพี่ก็แค่รู้สึกว่าเวลาต่อสู้มัวแต่มานั่งวาดยันต์มันดูไม่เท่ไม่ใช่หรือไง”

 

[…โอ๊ะโอ! โดนจับได้ซะแล้ว]

 

ระหว่างที่จิกกัดพี่สาว ไมลส์ก็เขียนอักขระตัวสุดท้ายเสร็จ วงเวทดาวห้าแฉกบนพื้นเรืองรองขึ้นจาง ๆ กลายเป็นเขตอาคมที่กินพื้นที่ขนาดเล็กเพียงหนึ่งเสื่อ [5] ทว่าแม้ขนาดเล็ก แต่ก็สัมผัสได้ว่ามีพลังมากกว่าตอนสร้างครั้งแรกอยู่บ้าง

 

[5] ขนาด 1 เสื่อ ประมาณ 3.3 ตารางเมตร ขนาดจะแตกต่างกันระหว่างคันโตและคันไซ และหมายเหตุอีกอย่าง ในยุคเฮอันยังไม่ปูเสื่อทาทามิที่พื้นห้องนะคะ บ้านจะยังเป็นพื้นไม้อยู่ แต่มีใช้เสื่อทาทามิปูนอนบ้างในหมู่ชนชั้นสูง

 

[เป็นเกกไกที่น่ารักดีนะ] ไลล่าหัวเราะ

 

“คอยดูให้ดีเถอะน่า”

 

ไมลส์หยิบเอายันต์ที่ลงอาคมไอปีศาจอ่อน ๆ ไว้ขึ้นมาแผ่นหนึ่ง เอามันแนบจรดริมฝีปาก ท่องคาถาปลดปล่อย ยันต์นั้นพุ่งตรงเข้าไปยังเกกไก แต่กลับไม่สามารถทะลุผ่านไปได้ โดนเกกไกกระแทกออกมา จากนั้นกระดาษก็สลายกลายเป็นชิ้น ๆ ไอสีดำอันตรธานไป

 

“เห็นไหม ๆ ๆ!!” ไมลส์เผลอตัวกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ “คราวนี้ทำได้แล้ว! ป้องกันได้แล้วเห็นไหม”

 

[…ถึงจะยังกันภูตผีจริง ๆ ไม่ได้ แต่ก็…เอ่อ…ถือว่ามีพัฒนาการ…] ไลล่าเอ่ยชมอย่างไร้ความจริงใจสุด ๆ

 

“หนวกหูน่า” เขาได้ยินอย่างนั้นก็หน้าง้ำลงทันที “อย่างน้อยผมก็ก้าวหน้ากว่าเจ้าของร่างนะ!”

 

“คุยกับใครอยู่รึ โยชิอากิ”

 

เสียงแหบทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง พอหันไปมองก็พบร่างขององเมียวจิชรากำลังเดินทอดน่องเอื่อย ๆ มาทางเขา ใบหน้าของโยเฮย์ยังคงเรียบนิ่งและดูสง่าอยู่เป็นนิจ ทุกย่างก้าวแผ่บรรยากาศลึกลับและทรงพลัง แต่เพราะคุ้นเคยแล้วไมลส์จึงไม่รู้สึกกดดัน เพียงประสานมือทักทายอย่างสุภาพ

 

“ข้าไม่ได้พูดกับใคร เพียงแค่เกกไกเริ่มใช้การได้บ้างเลยตื่นเต้นดีใจเกินไปหน่อยขอรับ อาจารย์โยเฮย์”

 

องเมียวจิชราจ้องไปยังอาคมที่เปล่งแสงเรืองรองอ่อน ๆ ใบหน้าพลันผุดรอยยิ้มขบขันขึ้นมาแวบหนึ่ง

 

“อืม…ดูดีขึ้นกว่าคราวก่อนที่เคยเห็น ถ้าเจ้าไม่ว่าอะไร ให้ข้าลองทดสอบดูเป็นไร”

 

“ท่านอาจารย์ ของแค่นี้ไม่จำเป็นต้องถึงมือท่าน…”

 

ทว่าโยเฮย์ไม่ได้สนใจ เขาผิวปากทีหนึ่ง จากนั้นกัปปะ [6] ตัวเล็กที่แอบซ่อนอยู่ในบึงหน้าบ้านก็โผล่ขึ้นมา เดินเตาะแตะมาแทบเท้าโยเฮย์ แล้วจ้องมองด้วยนัยน์ตากลมแป๋ว

 

[6] ปีศาจญี่ปุ่นประเภทพรายน้ำ มีลักษณะแตกต่างไปตามความเชื่อ แต่โดยมากมีภาพจำเป็นปีศาจตัวเล็กคล้ายส่วนผสมของสัตว์น้ำ สีเขียวกระดำกระด่างและหัวล้าน

 

“เจ้าลองพยายามทำลายเกกไกนั่นให้ข้าดูหน่อยซิ” โยเฮย์ออกคำสั่ง

 

กัปปะน้อยพยักหน้ารับ แล้วเดินไปยังเกกไกที่ไมลส์สร้างไว้ ทว่าพอเดินไปชนกลับถูกกระแทกกระเด็นออกมาก้าวหนึ่ง มันลูบหัวล้านของตัวเองป้อย ๆ ก่อนจะเปลี่ยนจากเดินเป็นเตะใส่แรงเต็มเหนี่ยว หลังจากพยายามเตะต่อยและใช้พลังทำลายอยู่ห้านาที ในที่สุดเกกไกที่ไมลส์เพียรพยายามสร้างก็พังลงจนได้

 

“ขอบใจมาก เจ้ากลับไปได้แล้ว”

 

โยเฮย์โยนแตงกว่าที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมา มันเห็นอย่างนั้นก็ดีใจกระโจนรับเอาไปทันที หลังจากแทะจนแตงกวาหมดเกลี้ยงจึงค่อยผงกหัวทำความเคารพคนทั้งสอง แล้วกลับลงน้ำไป

 

“ถึงจะยังใช้งานจริงไม่ได้ แต่ก็ถือว่าเจ้าเริ่มสร้างเกกไกเป็นบ้างแล้ว” โยเฮย์กล่าวประโยคเดียวกันกับไลล่า ทำเอาไมลส์รู้สึกคล้ายโดนทิ่มแทงจนกระอักเลือด

 

“ท่านอาจารย์ ข้ารู้ดีว่าที่ผ่านมานั้นข้าไม่เอาไหนสุด ๆ แต่ตอนนี้ข้าอยากเก่งขึ้น ไม่สิ ข้าจำเป็นต้องเก่งขึ้นภายในปีนี้…ท่านช่วยสอนข้าได้หรือไม่”

 

โยเฮย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนกล่าว “หนึ่งปี? ศาสตร์องเมียวมีหลากหลาย ไม่มีทางที่เจ้าจะเรียนรู้ได้หมดในเวลาเพียงแค่นั้นหรอก ข้าดีใจที่เจ้านึกเอาจริงเอาจังขึ้นมา แต่มีเหตุผลที่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นด้วยรึ”

 

…นั่นสินะ ยังไงก็ไม่มีทางทัน

 

ไมลส์มีสีหน้าสลด

 

“ข้ารู้ ท่านอาจารย์ แต่มันเกี่ยวพันกับ…ชะตาของข้า”

 

องเมียวจิชรานิ่งไปครู่หนึ่ง จ้องมองเขาราวกับต้องการมองทะลุทะลวงหาอะไรบางอย่าง สุดท้ายก็เอ่ยออกมาเรียบ ๆ ว่า

 

“เอาเถอะ หากเจ้ามุ่งมั่นแบบนั้น แม้ไม่สามารถฝึกได้ทุกศาสตร์ แต่ในเวลาหนึ่งปี หากอยากฝึกวิชาสักหนึ่งวิชาให้ชำนาญ ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้”

 

ไมลส์เงยหน้าพึ่บ

 

“ตัวข้าแม้ดูผิวเผินอาจเหมือนเก่งไปทุกด้าน แต่ความจริงที่ชำนาญที่สุดคือการดูดาวและทำนายชะตาบ้านเมือง จึงได้เป็นเท็นมอนฮากาเสะ ส่วนโอทสึงุนั้นชำนาญการสร้างเกกไก ฟูยูฮิสะก็มีพลังวิญญาณกล้าแกร่ง แต่ละคนล้วนมีจุดแข็งของตน ทำไมเจ้าไม่ลองไปคิดดูก่อนล่ะว่าเจ้าชำนาญอะไรเป็นพิเศษ”

 

“ข้า…ในศาสตร์องเมียวไม่มีอะไรที่คิดว่าทำได้ดีเลย” ไมลส์ตอบอย่างกลัดกลุ้ม

 

“ศาสตร์องเมียวคือการใช้พลังของธรรมชาติ ไม่ได้มีรูปแบบตายตัว องเมียวจิชอบใช้ยันต์และกระดาษเสกเป็นสื่อกลาง แต่ก็มีหลายคนที่รู้จักใช้ของรอบตัวให้เป็นประโยชน์เช่นกัน ลองเอาสิ่งที่เจ้าทำได้ดีมาประยุกต์ใช้กับวิชาองเมียวดูเป็นไร” โยเฮย์พูดยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินจากไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

 

คืนนั้นเขาจุดเทียน เปิดดูม้วนตำราวิชาองเมียวต่าง ๆ แต่ไม่มีวิชาไหนที่จะเรียนได้ชำนาญด้วยเวลาเพียงปีเดียวเลย ไมลส์คิดว่าโยเฮย์ไม่ได้พูดลอย ๆ แต่ต้องการบอกใบ้อะไรเขาบางอย่าง ทว่าคิดอย่างไรเขาก็คิดไม่ตก เลยเอาหน้าฟุบลงกับโต๊ะอย่างหมดแรง

 

“ไม่ไหว ไม่เห็นจะเข้าใจเลย วิชาที่เขาอยากให้ผมฝึกคืออะไรกันแน่นะ”

 

[ตาแก่นั่นอาจจะแค่ขี้เกียจสอนนายเลยพูดปลอบใจก็ได้…เอามาคิดจริงจังเกินไปแล้ว]

 

“อาจารย์โยเฮย์ที่พี่สร้างมาเป็นคนแบบนั้นเหรอฦ ผมว่าไม่ เขาต้องมีความคิดอะไรบางอย่างแน่ …เสียแต่ผมไม่เข้าใจ เฮ้อ! ...ถ้าตัดสินใจเองไม่ได้ ใช้โชคุบัง[7]ดูซะเลยดีไหมนะ” ไมลส์บ่นอุบอิบ มองไปที่กระดานทำนายสี่เหลี่ยมที่ทำด้วยไม้ขนาดเท่าโต๊ะเล็ก ๆ ตรงหนึ่งที่มุมห้อง ตรงกลางนูนขึ้นเป็นครึ่งทรงกลมที่หมุนไปมาได้ ใจกลางมีสัญลักษณ์กลุ่มดาว รายล้อมด้วยตัวอักษรคันจิสลักเต็มพรืดล้อมรอบทิศดูสลับซับซ้อน

 

[7] กระดานทำนายแบบหนึ่ง

 

[พูดเหมือนโยชิอากิทำนายแม่นอย่างนั้นแหละ อีกอย่างถ้านายทำนายชะตาตัวเองตอนนี้ คงไม่พ้นคำว่า ‘อายุสั้น’ ‘ตายอนาถ’ อะไรพวกนั้นหรอก]

 

“พี่อย่าเอาความจริงมาล้อเล่นสิ!” ไมลส์ละสายตาจากกระดานทำนาย แล้วทิ้งตัวลงนอนบนพื้นอย่างสิ้นหวัง

 

“โยชิอากิ เฮ้! โยชิอากิ”

 

เสียงของฟูยูฮิสะดังขึ้นจากด้านหลังฉากกั้นห้อง ไมลส์ยังไม่ทันตั้งตัว อีกฝ่ายก็พุ่งพรวดเข้ามากอดเขาอย่างอารมณ์ดีเหมือนสุนัขพุ่งหาเจ้าของ

 

“อยากเจอจังเลย~”

 

“เจ้ากลับมาแล้ว?” ไมลส์ถาม “เหตุใดมาห้องข้าดึกดื่นปานนี้”

 

ฟูยูฮิสะนั้นต่างจากโยชิอากิราวฟ้ากับดิน เขามีพรสวรรค์อย่างมาก ดังนั้นจึงมีหน้าที่สำคัญในองเมียวเรียว คราวนี้ก็เดินไปปราบปีศาจกับโอทสึงุหลายวันกว่าจะได้กลับมา

 

“ย่อมต้องเป็นนำของฝากมาให้เจ้า” หลังจากนัวเนียกับรุ่นน้องที่รักจนพอใจแล้ว ฟูยูฮิสะก็คลายห่อผ้าที่ตนเองนำมาด้วยออก “ระหว่างเดินทาง ข้าเจอช่างทำเครื่องดนตรีมือดี เห็นเจ้าบ่นหลายครั้งแล้วว่าบิวะของเจ้าเริ่มเก่า เสียงไม่ใสกังวานเหมือนก่อน จึงสั่งทำขึ้นมาให้เจ้าชิ้นหนึ่ง”

 

ในห่อผ้าเป็นกาคุบิวะ [7] ทำจากไม้โอ๊คอย่างดี ท่าทางดูมีราคาทีเดียว ไมลส์ได้แต่จ้องมองบิวะสลับกับฮัสกี้ตรงหน้าอย่างตกตะลึง

 

[7] บิวะประเภทหนึ่ง มีขนาดใหญ่ที่สุด มีสี่สาย สี่เฟร็ต ใช้บรรเลงกับวงดนตรีในวัง โดยปกติแล้วไม่ได้ใช้ประกอบการร้องเพลงเหมือนบิวะประเภทอื่น

 

“ท่านอาจารย์บอกว่าหลายวันมานี้เจ้าเอาแต่ฝึกฝนวิชา แม้แต่บิวะที่ชอบเล่นก็ยังไม่แตะเลยสักครั้ง ดูแล้วน่าเป็นห่วง ข้าเองก็เห็นด้วย ต่อให้ขยันอย่างไรก็ต้องผ่อนคลายบ้าง หวังว่าวันต่อ ๆ ไปจะเห็นเจ้าเล่นมันนะ เรือนนี้ไม่มีเสียงดนตรีแล้วมันเงียบเหงาพิกล”

 

“ฟูยูฮิสะ! เจ้านี่สุดยอดจริง ๆ!! ช่วยได้มากเลย” ไมลส์โผเข้ากอดฟูยูฮิสะด้วยความดีใจ

 

“เอ่อ…เจ้าชอบข้าก็ดีใจ”

 

คนโดนกอดกระแอมไออย่างเขิน ๆ คิดว่าอีกฝ่ายคงซาบซึ้งที่เขาซื้อของดีมาให้ ไหนจะรู้เลยว่าความจริงแล้วในหัวของไมลส์ไม่ได้นึกถึงราคาของเลยสักนิด แต่กำลังตื่นเต้นที่หาทางออกให้ตัวเองได้ต่างหาก

 

…โยชิอากิคนไม่ได้เรื่อง มีความสามารถอยู่ไม่กี่อย่าง

 

…แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าจะใช้มันยังไง

 

_______________

 

กาคุบิวะ

sds

 

กระดานทำนายโชคุบัง

 

sds

กัปปะ

sds

 

 

A.L.Lee

มาลุ้นกันนะคะ ว่าไมลส์จะฝึกวิชาองเมียวในแบบฉบับของตัวเองออกมาเป็นแบบไหน (ใบขนาดนี้คงรู้กันหมดแล้ว 555) และเอ๊ะ ใครคือออสมอนด์ กว่าจะเฉลยก็อีกหลายตอนอยู่ค่ะ ^^ มารอลุ้นกันไปนะคะ

อนึ่ง ชักรู้สึกว่าคำศัพท์เยอะเกินไปแล้ว TwT ตอนนึง 7-8 คำ

แต่บางคำถ้าแปลเป็นไทยก็ไม่ได้อรรถรสอีก หากงงไปบ้างต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่คำไหนเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยงค่ะ หรือใครคิดว่ามีคำไหนที่แปลเป็นไทยให้เพราะๆ ได้ ไรท์ก็ยินดีนำไปแก้ค่ะ จะได้ไม่ต้องจำเยอะเกินไปเนอะ

บิวะ สาเหตุที่ใส่ประเภทเฉพาะมาให้ เพราะนึกถึงตอนบรรยายกีตาร์น่ะค่ะ ถ้าจะบรรยายว่าเป็นกีตาร์เฉยๆ ก็จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นกีตาร์คลาสสิก กีตาร์ไฟฟ้า หรือกีตาร์โปร่ง แล้วเสียงและแนวเพลงที่เล่นมันก็แตกต่างออกไปเลย จึงต้องลงลึกในประเภทของบิวะที่เป็นไอเทมสำคัญด้วยประการฉะนี้ TwT แต่ต่อไปนี้ก็จะเรียกว่าบิวะเฉยๆแล้วค่ะ

หลังจากนี้ คิดว่าศัพท์เฉพาะจะเริ่มน้อยลงบ้างแล้วค่ะ เพราะคำที่ใช้บ่อย ๆ โผล่มาเกือบหมดแล้ว (มั้งนะ ;_;)

ยอมรับว่า Arc นี้ทำเอารากเลือดเลย ไหนจะหาโน่นนี่มาอ้างอิง ไหนตอนเขียนก็สับสนระหว่างภาษาปกติกับภาษาโบราณ แทบจะเข็ดกับโลกย้อนยุคเลยทีเดียว ทั้งที่เพิ่งเริ่มมาได้ 3 ตอน แต่ก็นับว่าท้าทายดีค่ะ

ยังไงก็ขอขอบคุณที่ยังตามมาเป็นกำลังใจเรื่อย ๆ นะคะ มีข้อผิดพลาดบ้างก็จะพยายามแก้ไปเรื่อยๆค่ะ m(_ _)m

 

​ปล. ร้านวิจารณ์บอกว่าให้จัดหน้าแบบเคาะเว้นบรรทัดมากขึ้นจะได้อ่านสบายตา เลยลองดูค่ะ (ยกเว้นช่วง Talk) คิดเห็นเป็นยังไงบอกได้นะคะ หรือจะกลับไปจัดแบบเดิมก็ได้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 219 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #244 sakura17 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 11:19
    พอเดาได้แล้วว่าไมล์ต้องฝึกอะไร55 พระเอกคนนี้นี่น่าเอ็นดู สดใสร่าเริงมาก555
    เรื่องข้อมูล สุดยอดมากเลยค่ะ
    #244
    0
  2. #212 After_TeaTime (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 05:40
    ตอนแรกก็คิดไม่ออกเหมือนกับน้องเลยค่ะ จนพอพระเอกเอาบิวะมาปุ๊ปถึงบางอ้อเลย5555555
    #212
    0
  3. #189 Avista (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 13:21
    น้องเก่งมากก
    #189
    0
  4. #142 draftsman (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 17:52
    ผมที่จะเจอวิชาประวัติศาตร์ญี่ปุ่นใน2วัน: เอาจริงดิมันมีลายละเอียดขนาดนี้เลยหรอ
    รุ่นพี่:ใช้เเละจะยากขึ้นด้วยตอนเรียนกฎหมาย
    #142
    0
  5. #50 miyuukiMF (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 14:55

    จัดหน้าแบบนี้ก็ดีค่ะ

    ปล.ชอบบรรยากาศarcนี้มากๆ แอแงงง อยากให้อยู่ด้วยกันไปนานๆ

    ปลล. อันที่จริงก็ชอบอาร์คแรกนะคะ เรื่องนี้เป็นแนวระบบที่แหวกมากๆเลย ♡

    #50
    1
    • #50-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 18)
      1 มิถุนายน 2563 / 23:10
      ดีใจที่ชอบนะคะ TwT Arc นี้น่าจะยาวพอๆกับ Arc แรก บวกลบนิดหน่อยค่ะ
      #50-1
  6. #49 StupidDesu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 23:28
    น้องจะดีดเพลงสู้!!!!! สู้กับปีศาจ!!!! เย้!!!!
    #49
    1
  7. #48 ThaipaKing (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 23:18
    วิชาองเมียวจิรูปแบบดนตรี!!
    #48
    0
  8. #47 Pswmp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 23:17
    ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าจะใช้วิชายังไง55555 // ที่ไรท์จัดหน้าแบบนี้สบายตาดี อ่านง่ายด้วย
    #47
    1
  9. #46 ThaipaKing (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 23:06
    ตัวเอกกำลังโดนนิยายของยัยพี่สาวล้างสมองให้ชอบผู้ชาย -..-
    #46
    2