An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 13 : Arc 1.13 แดเนียล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 368 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

ไม่รู้ว่าหมดสติไปนานเท่าไหร่ ตื่นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองอยู่ในอาคารแห่งหนึ่ง มองไปโดยรอบเห็นบางส่วนก่ออิฐแล้ว แต่บางส่วนยังคงเป็นโครงเหล็ก สภาพดูทรุดโทรม ด้านนอกมีกองทรายที่ผ่านลมฝนจนเละเทะ และเหล็กเส้นขึ้นสนิมกองอยู่ น่าจะอยู่ในเขตก่อสร้างที่ถูกทิ้งสักแห่งของเมือง

พอกวาดสายตามองไปที่อีกมุมหนึ่งของอาคาร ก็เห็นอลิเซียโดนมัดมือมัดเท้า นอนพิงกำแพงอิฐ หลับตานิ่ง ไม่กระดุกกระดิก น่าจะสลบอยู่

“อลิเซีย”

ไมลส์คำรามในลำคอ อยากรีบไปช่วย ทว่าที่นี่มีคนติดอาวุธถึงสามคนยืนเฝ้าอยู่ แถมตัวเขาเองก็ขยับไปไหนไม่ได้เช่นกัน ลำตัวและแขนถูกมัดติดกับเสากลางอาคารอย่างแน่นหนา เท้าถูกมัดรวบติดกัน แค่ลองขยับเพียงเล็กน้อยก็โดนเชือกบาดผิวกายจนเจ็บแสบ แถมยังรู้สึกเหนื่อยหอบ เรี่ยวแรงน้อยกว่าปกติจนน่าตกใจ

“โดนรีนอกซ์ไปแล้ว นอกจากพลังพิเศษจะหาย แรงก็หายไปด้วย แกดิ้นไม่หลุดหรอก”

แดเนียลเดินเข้ามาในอาคาร แสงแดดจากด้านนอกจ้ามาก ใบหน้าของเด็กหนุ่มเอเชียจึงย้อนแสง เห็นเพียงเงามืดที่ตกกระทบใบหน้า ดูอารมณ์ไม่ออก หลังจากสั่งคนเฝ้ายามทั้งสามให้ออกไปข้างนอกจนเหลือแค่พวกเขาแล้ว เด็กหนุ่มเจ้าของฉายาไอออนจึงเดินตรงมาหาเขา

“ไม่ได้พาฉันกลับไปสไปเดอร์หรอกเหรอ? หรือว่าจะฆ่าฉันที่นี่กันล่ะ?”

ไมลส์ฝืนฉีกยิ้มยียวน ตั้งใจว่าอย่างไรก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ถึงจะโดนอะไรก็จะขอไว้ลาย ไม่ยอมเผยให้ศัตรูเห็นด้านอ่อนแอเด็ดขาด

เงามืดทาบทับลงตรงหน้า แดเนียลยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว จับปลายคางของเขาให้เชิดขึ้น บนหน้าไม่มีรอยยิ้มโรคจิตแบบที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นเหมือนทุกที น้ำเสียงที่พูดเจือความกรุ่นโกรธอย่างปิดไม่มิด

“ทำไมถึงต้องทรยศ?”

แววตาของคนพูดไหววูบหนึ่ง ดูเหมือนนี่จะไม่ใช่การหาเรื่อง แต่แดเนียลต้องการคำอธิบายจริง ๆ

ไมลส์นิ่งอึ้ง ไม่รู้จะตอบอย่างไร

เห็นท่าทีแบบนั้น แดเนียลก็ยิ่งโมโห ตวาดว่า

“ตอบมา! แกนึกบ้าอะไร ถึงไปช่วยศัตรู คนอย่างไอซ์เดวิลที่ฆ่าคนของพวกเราไปเป็นสิบ แถมยังหนีมาทำตัวเป็นฮีโร่อยู่ที่นี่ แกรู้จักมันหรือไง วางแผนเรื่องพวกนี้มานานแค่ไหนแล้ว!?”

คำถามรัวมาเป็นชุด ไมลส์นิ่วหน้าด้วยความเจ็บเพราะโดนบีบคางจนเขียวช้ำ นึกแถอะไรไม่ออก จึงตอบไปตามตรงด้วยน้ำเสียงขาดห้วง

“ฉันเกลียดที่นั่น…ยังไงฉันก็ทนอยู่ต่อไม่ได้ เรื่องวางแผนก็...ตั้งแต่…วันแรกที่หมอนั่นโดนจับ”

ได้ยินคำตอบนั้น เล็บของอีกฝ่ายก็จิกเข้าคางของเขาจนเลือดไหล ไมลส์รู้สึกว่ามือข้างนั้นสั่นเล็กน้อยด้วย

“ทำไม! แกไม่รักชีวิตแล้วเหรอ! หมอนั่นมันมีบุญคุณอะไรกับแกหรือไง! แล้วฉันล่ะ!? ไหนสัญญากันแล้วว่าจะอยู่ด้วยกันไงวะ?! แกเป็นคนพูดเอง! แกพูดกับฉันเอง! คิดบ้างไหมว่าฉันรู้สึกยังไงตอนที่ต้องรายงานเรื่องการทรยศของแก คิดบ้างไหมว่าฉันรู้สึกยังไงตอนที่ได้รับคำสั่งให้กำจัดแก ฉันอยากปฏิเสธ แต่ก็ต้องทำ เพราะฉันกลัวว่าถ้าเป็นคนอื่น แกจะโดนทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น แถมยังต้องเล่นละครเป็นศัตรูกับแกต่อหน้าคนอื่น! คิดว่าฉันจะรู้สึกยังไงวะ!? เคยคิดบ้างไหม?! บอกซิว่าแกคิดบ้างไหม เมลวิน?!”

สิ้นเสียงต่อว่า แดเนียลก็หอบหายใจราวกับใช้พลังทั้งหมดไปกับคำพูดพวกนี้แล้ว ความเจ็บปวดที่อธิบายได้ไม่หมดฉายชัดอยู่ในแววตาที่ไหวระริก

ได้ยินประโยคเหล่านั้น ภาพความทรงจำของเมลวินก็ผุดขึ้นมา

เมลวินคนเดิมเคยให้คำสัญญาแบบนั้นกับแดเนียลจริง ๆ แต่ไหนแต่ไรมาพวกเขามีกันและกันเพียงสองคนเท่านั้น แม้จะเป็นพวกบิดเบี้ยวและโรคจิต แต่ก็เชื่อใจกันมากขนาดที่ไม่มีใครมาทำให้ความสัมพันธ์นี้คลอนแคลนได้ ทว่าพอไมลส์ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ กลับหักหลังอีกฝ่ายอย่างไม่ไยดี ความเจ็บปวดของแดเนียลย่อมมากกว่าที่เขาจะจินตนาการออก

…แต่ต่อให้ทนอยู่ที่นั่นต่อไปแล้วอย่างไร เขาไม่ใช่เมลวิน และไม่มีวันใช่

…เมลวินที่หมอนั่นตามหา ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

ไมลส์ทนดูสภาพคนตรงหน้าไม่ได้ หลุบตาลง กลั้นใจพูดว่า

“แดน…เมลวินที่แกรู้จักน่ะ…ตายไปแล้ว…”

แดเนียลปล่อยมือออกจากแก้มเขา โซเซถอยหลังไปราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ก่อนความผิดหวังจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ มือที่สวมสนับเหล็กอยู่เงื้อหมัดพุ่งตรงเข้ามา ไมลส์หลับตาปี๋ เตรียมรับแรงกระแทกที่ใบหน้า

โครม!

เสียงชกดังสนั่น ไมลส์นึกประหลาดใจที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย จึงลืมตาขึ้น หมัดของแดเนียลเฉียดห่างจากแก้มเขาไปเพียงเล็กน้อย ปะทะกับเสาอาคารจนแตกร้าว ที่มือมีเลือดไหลอาบ ไม่รู้ว่ากระดูกนิ้วร้าวไปแล้วหรือยัง

“บัดซบเอ๊ย!”

แดเนียลคำรามในลำคอ ซบหน้าลงที่ไหล่ของเขา หยาดน้ำอุ่น ๆ ไหลหยดลงมาจนเปียกปอน

พวกเขานิ่งค้างอยู่ในท่านั้นเนิ่นนาน จนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกดังมาจากด้านนอก

“ไอออน”

คนเรียกคือผู้หญิงวัยสามสิบปีคนหนึ่ง รูปร่างมีส่วนโค้งเว้าชัดเจน ตาโต ผมสีแดงเพลิง สวมชุดแนบเนื้อ ทุกย่างก้าวเหมือนปล่อยฟีรีโมนเพศหญิงออกมาเต็มเปี่ยม เธอคือวินดี้ ร่างทดลองของสไปเดอร์ที่มีพลังควบคุมลม

“ทางโน้นเป็นยังไงบ้าง” แดเนียลผละออกจากเขา หันไปพูดด้วยเสียงเย็นชาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ไม่เจอ…แต่ฉันให้คนเฝ้าที่บ้านไว้แล้ว ที่แอลเอก็ให้คนคอยจับตาอยู่ หมอนั่นมีบ้านอยู่แค่สองที่ จะไปไหนได้ เดี๋ยวก็โผล่มาเองนั่นละน่า” วินดี้ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

ไมลส์ได้ยินอย่างนั้นก็เบิกตากว้าง “หมอนั่น? อย่าบอกนะว่าหมายถึงไอซ์เดวิล ทำไมถึงรู้ที่อยู่ได้ ฉันไม่ได้…”

วินดี้ได้ยินก็หัวเราะคิก “ตายจริง! ป่านนี้ยังมีแก่ใจมาห่วงคนอื่นอีกเหรอ เมลวิน สมกับที่ทรยศไปเป็นฮีโร่จริง ๆ ใช่ เธอไม่ได้บอกหรอก แต่แม่สาวละตินนั่นน่ะโดนขู่หน่อยก็กลัวจนตัวสั่น เล่าให้พวกเราฟังหมดแล้ว ทั้งที่อยู่ ทั้งตัวจริงของไอซ์เดวิลด้วย”

…วอท?

ไมลส์หน้าเหวอ หันไปมองอลิเซียที่สลบอยู่อย่างไม่เชื่อสายตา ตามบทแล้วนางเอกควรจะปากแข็ง ตะโกนใส่หน้าผู้ร้ายว่า ‘ถึงตายฉันก็ไม่บอกแก’ สิ นี่มันเกิดอะไรขึ้น

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ พ่อหนู? ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เพราะเธอจะไม่ได้อยู่เห็นภาพโหดร้ายนั่นหรอก เอาละ ไหน ๆ ก็ฟื้นแล้ว ฉันควรจะเอ็นดูเธอยังไงดี?” วินดี้เอามือแตะริมฝีปาก เดินเข้ามาหาไมลส์พร้อมรอยยิ้มเย็น

“เดี๋ยวก่อน วินดี้” แดเนียลเบี่ยงตัวมาขวาง “เบื้องบนให้ฉันเป็นคนจัดการหมอนี่ และฉันจะเอามันกลับไปสอบสวนที่สไปเดอร์เอง เธอยุ่งแค่เรื่องของไอซ์เดวิลก็พอแล้ว!”

“หืม?” คนฟังกอดอก หัวเราะหยันว่า “แดเนียลจ๋า เธอคิดว่าฉันโง่หรือไง ใครบ้างไม่รู้ว่าเธอสนิทกับหมอนี่แค่ไหน ถ่วงเวลาแบบนี้ ตั้งใจจะช่วยสินะ ฉันควรรายงานเรื่องนี้ดีไหม หืม?”

“เหลวไหล! นี่เป็นคำสั่งของเร็กซ์โดยตรง เพื่อให้พิสูจน์ตัวเองว่าภักดีกับองค์กร และฉันไม่โง่พอจะเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อคนทรยศหรอก” แดเนียลยังคงพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง “แกก็รู้วิธีสอบสวนของฉันดีนี่…หากจะมีใครฆ่าหมอนี่ได้เจ็บปวดที่สุด ก็ต้องฉันนี่ละ รับรองว่ากลับไปแกจะได้เห็นมันกลายเป็นศพไม่สวยแน่นอน”

วินดี้ฟังก็ฉีกยิ้มประหลาด “ได้…แล้วฉันจะรอดู”

พอสาวผู้ควบคุมลมจากไปแล้ว แดเนียลก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ขอบใจ” ไมลส์ยิ้มบาง กระซิบว่า “ยังไงซะ…ตอนฆ่าฉัน ขอแบบฉับเดียวตายนะ ส่วนสภาพศพก็…เอ่อ…จะเละเทะแค่ไหนก็ช่างมันเถอะ”

แดเนียลเหลือบมองคนพูดด้วยสายตาซับซ้อน แค่นเสียงดัง ‘เหอะ!’ ก่อนจะนั่งลงพิงกำแพง เบนหน้าหนี ไม่ยอมมองหน้าเขาอีก

หลังจากแตกหักกับไมลส์ คริสโตฟอร์ ก็ทนอยู่ที่บ้านนั้นต่อไปไม่ไหว ภาพของเด็กหนุ่มที่ยิ้มแย้ม หัวเราะ และหงุดหงิดเวลาที่เขาแหย่เล่น ติดอยู่ในทุก ๆ ซอกทุกมุม เขาจึงตั้งใจจะกลับไปที่แอลเอ แต่พอขับไปได้ไม่ถึงครึ่งทางก็ดันรู้สึกไม่อยากกลับขึ้นมา นึกเป็นห่วงว่าหลังจากออกไปแล้วไมลส์เป็นอย่างไรต่อ ทั้งความโกรธ ความผิดหวัง ความห่วงกังวล ตีกันในหัวจนวุ่น สุดท้ายเลยพักอยู่ที่เมืองระหว่างทางเสียหลายวัน ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาอย่างไรต่อไป จนกระทั่งวันนี้

ความทรงจำของเขาครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว

คริสโตเฟอร์จำได้แล้วว่าไมลส์ช่วยเขาออกมาจากสไปเดอร์อย่างไร จำได้แล้วว่าเขาเคยขาดสติทำร้ายเด็กนั่นไปหลายรอบ แต่ทั้งอย่างนั้นเด็กนั่นก็ยังยินดีอยู่ด้วย ช่วยเขามาจนถึงตอนนี้

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นอกจากแม่แล้ว คริสโตเฟอร์ไม่เคยได้รับความจริงใจจากใครมาก่อน เขาไม่เชื่อว่าจะมีใครที่เข้าหาเขาโดยไม่หวังผลประโยชน์แอบแฝง อันที่จริง ไมลส์ก็เคยพูดว่าที่ช่วยเขาก็เพราะหวังว่าเขาจะจัดการสไปเดอร์ในสักวันหนึ่ง แต่เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ได้มีแค่นั้น

…เขาเป็นศัตรู หมอนั่นไม่กลัวตายหรือยังไง? ต่อให้ทำเพื่อตัวเอง แต่จำเป็นด้วยหรือที่ต้องอยู่เคียงข้างเขาเป็นเดือน ๆ? แล้วทุกอย่างที่ทำให้เขาเป็นแค่การเสแสร้งหรือเป็นความจริงใจ?

พอใจเย็นลงแล้ว คริสโตเฟอร์ก็นึกเกลียดอารมณ์ร้อนของตัวเอง ใจจริงเขามีคำถามร้อยแปดที่อยากถามเด็กหนุ่ม แต่ในเวลานั้นกลับไม่ยอมฟัง เอาแต่ออกปากไล่ท่าเดียว ทั้งที่หากใจเย็นสักหน่อย เขาคงได้รับคำอธิบาย ไม่ต้องมายุ่งยากใจ เดินวนไปวนมาเป็นหนูติดจั่นอยู่แบบนี้

สุดท้ายคริสโตเฟอร์ก็ทนไม่ไหว ขับรถกลับบ้านเกิดอีกครั้ง

ผ่านไปครึ่งค่อนวันในที่สุดก็มาถึงหน้าบ้าน เขาจอดรถที่ลานจอดตามปกติ ทว่าพอก้าวลงมาก็รู้สึกผิดสังเกต

ปกติแล้วหน้าบ้านเขาจะมีเสียงนกเสียงแมลงดังแว่วมาให้รำคาญใจตลอด แต่ตอนนี้กลับเงียบกริบ

ปัง! ปัง! ปัง!

ยังไม่ทันคิดอะไรต่อ เสียงปืนก็ดังขึ้นระรัว เขารีบหลบไปหลังรถ แล้วสร้างเกราะน้ำแข็งป้องกันตัวเองในทันที กระสุนสาดใส่ทั้งกระจกและตัวรถจนพรุน คริสโตเฟอร์ได้ยินเสียงรถตัวเองโดนประทุษร้ายก็แค้นใจแทบกระอักเลือด ก่นด่าคนร้ายในใจ

…บัดซบ! ยังผ่อนไม่หมดเลย ไอ้พวกเวรเอ๊ย!!!

พอเสียงปืนสงบลง รถก็ไม่อยู่ในสภาพจะขับไปใช้งานที่ไหนได้อีก

คริสโตเฟอร์อยากจะยืนไว้อาลัยให้มันนัก

เสียงฝีเท้าของคนร้ายตัวอยู่ดังใกล้เข้ามา เขายังคงนั่งหลบอยู่หลังรถ สร้างแผ่นน้ำแข็งต่างกระจกขนาดหนึ่งฝ่ามือ แล้วหันให้มันสะท้อนภาพในมุมที่ตัวเองไม่เห็นเพื่อประเมินสถานการณ์

…ห้าคน

เขาเล็งตำแหน่งที่แต่ละคนยืนอยู่ ประทับฝ่ามือลงพื้น จากนั้นกลั้นใจรวบรวมสมาธิเพื่อจัดการให้เบ็ดเสร็จในรวดเดียว

ลิ่มน้ำแข็งอันแหลมคมมากมายพุ่งพรวดขึ้นมาจากพื้น ไขว้สลับซับซ้อนไล่เป็นแนวยาวจากตัวรถไปจนถึงศัตรูในชั่วพริบตา เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นติดกันหลายครั้ง คริสโตเฟอร์รอจนเสียงเงียบสงบจึงค่อยเดินออกมาจากรถ

คนร้ายแต่ละคนโดนลิ่มน้ำแข็งแทงทะลุ หน้าอกบ้าง ช่องท้องบ้าง ศีรษะบ้าง หลายต่อหลายตำแหน่ง หลายคนลอยขึ้นตามแรงที่แทงขึ้นมา ขยับไปไหนไม่ได้ ดวงตาเบิกโพลง มองดูแล้วเหมือนถูกตอกตรึงเพื่อบูชายัญ เลือดที่ไหลอาบรวมตัวกันเม็ดตกกระทบกับผิวน้ำแข็งบนพื้น สีแดงของเลือดตัดกับสีฟ้าใสของน้ำแข็ง เป็นภาพที่ทั้งโหดร้ายและสวยงาม

…ปีศาจน้ำแข็ง คืนชีพโดยสมบูรณ์แล้ว

คริสโตเฟอร์เดินไปหาคนร้ายเพียงคนเดียวที่ยังหายใจอยู่ คนคนนั้นโดนแทงที่ท้องและไหล่ ไม่ใช่จุดที่ทำให้ตายทันที แต่เพราะเสียเลือดมากจึงเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว เพียงอ้าปากก็กระอักเลือดออกมา

“แกมัน กลุ่มมาเฟียตระกูลมาซีโอไม่ใช่เรอะ!?” คริสโตเฟอร์จิกหัวขึ้นมาถาม “มาที่นี่ทำไม ตอบฉัน!”

“แกนี่มัน…แค่ก! ไม่รู้จริง ๆ เรอะ สร้างศัตรูไปทั่วแท้ ๆ” แทนที่จะกลัว คนร้ายนั้นกลับหัวเราะหยัน “ถึงแกจะจัดการพวกเราได้…แต่ไม่มีทางจัดการ..สไปเดอร์ ได้หรอก! พวกมันมาตามหาแก…กับไอ้เด็กนั่น…ที่นี่”

ได้ยินชื่อนั้น คริสโตเฟอร์ก็ตัวแข็งทื่อ

“ว่าไงนะ! พวกแกจับเมลวิน ไปแล้วเรอะ อยู่ที่ไหน!?” เขาเขย่าคออีกฝ่าย คำรามลั่น แต่อึดใจต่อมา คนร้ายนั้นก็ไร้การตอบสนองแล้ว สิ่งที่อยู่บนใบหน้ามีเพียงรอยยิ้มเยาะ

“แม่งเอ๊ย!”

คริสโตเฟอร์ปล่อยหมัดพร้อมกับพลังน้ำแข็ง ชกเพียงทีเดียว ใบหน้านั้นก็แตกกระจายเป็นผุยผง

“ไมโล…”

เขาพึมพำ รู้สึกร่างกายอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงขึ้นมากะทันหัน ขณะกำลังอับจนหนทาง อยู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของคนร้ายคนนั้นก็ดังขึ้น คริสโตเฟอร์ควานหา จนพบว่ามันอยู่ในกระเป๋ากางเกง แล้วรีบกดรับสาย

“เป็นยังไงบ้าง มีความเคลื่อนไหวของไอซ์เดวิลบ้างไหม?”

ปลายสายเป็นเสียงหวานเซ็กซี่ของผู้หญิงคนหนึ่ง

“แกเอาไมลส์…เมลวิน ไปไว้ที่ไหน” เขาถามเสียงเย็น

“อ้าว! อ้าว! อ้าว! ตายจริง! เสียงนั่น!? อย่าบอกนะว่าไอซ์เดวิลน่ะ? โธ่เอ๊ย! พวกมาเฟียกลุ่มนี้มันยังไงกัน แค่นี้ก็ตายกันหมดแล้วเหรอเนี่ย ไม่ไหวเลย!”

“ฉันถามว่าเมลวินอยู่ที่ไหน!”

“ไม่ต้องรีบร้อนไป หมอนั่นยังปลอดภัยดีอยู่” หญิงสาวในโทรศัพท์หัวเราะคิก “อ้อ นอกจากเมลวินแล้ว พวกเราก็ได้สาวละตินผู้น่ารักมาอีกคนด้วยนะ”

“…” ช่างหัวผู้หญิงคนนั้นปะไร!

“เอาอย่างนี้ดีไหม ถ้าอยากจะช่วยสองคนนั้นขนาดนี้ละก็ มาที่เขตก่อสร้าง C พวกเราจะต้อนรับเธออย่างดีเลยล่ะ…แล้วฉันจะรอนะ”

จากนั้นปลายสายก็ตัดไป

คริสโตเฟอร์บีบโทรศัพท์ในมืออย่างแรงจนหักดังกร๊อบ

เขาวิ่งไปที่ถนน พอเจอรถผ่านมาก็รีบสกัดให้หยุด ลากตัวคนขับลงมาแล้ว ‘ยืม’ รถของเจ้าของผู้โชคร้ายคันนั้น มุ่งตรงไปยังเขตก่อสร้างทันที

ตอนนี้ ในหัวของเขามีเพียงประโยคที่ไมลส์บอกเขาในวันนั้น ดังก้องอยู่ในหัว

 

“คริส จนถึงตอนนี้ ผมมีเรื่องปิดบังพี่อยู่หลายอย่าง พลังของผมก็เป็นหนึ่งในนั้น หากวันไหนเรื่องพวกนั้นเผยออกมา พี่คงจะเกลียดผมมาก แต่ขอให้รู้ไว้ว่าไม่ว่าผมจะทำอะไรลงไป ผมเลือกยืนข้างพี่เสมอ และจะยืนอยู่ตรงนั้นจนกว่าพี่จะไม่ต้องการผมแล้ว”

 

…ฉันต้องการนาย ไมโล เพราะงั้น นายห้ามเป็นอะไรไป เด็ดขาด!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 368 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #439 apple48 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มกราคม 2564 / 16:07
    ร้องไห้เเล้ว
    #439
    0
  2. #419 polar* (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 03:52
    ปวดใจทั้งแดเนียล ทั้งพระเอก🥲
    #419
    0
  3. #240 sakura17 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 10:44
    เริ่มจะเดาได้ว่าน่าจะจบยังไง5555TT
    สงสารแดเนียลTT
    #240
    0
  4. #208 After_TeaTime (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 04:14

    ปวดใจอ่ะ สงสารทั้งเมลวิน ทั้งแดเนียล ทั้งไมลล์ ทั้งคริส ฮือออออ
    #208
    0
  5. #187 Avista (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 12:11

    เศร้ารอ
    #187
    0
  6. #72 JHTEN (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 11:11
    เหนือสิ่งอื่นใด ฉันอินความสัมพันธ์เฟรนโซนTT
    #72
    0
  7. #30 Silabun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 13:27

    ลางสังหรณ์บอกว่าแดเนียลจะยอมตายเพื่อน้องยังไงก็ไม่รู้
    #30
    1
    • #30-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 13)
      11 พฤษภาคม 2563 / 14:45
      รอลุ้นนะๆ
      #30-1
  8. #29 meena- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 02:36

    ช่วงนี้อารมณ์เราอ่อนไหวจัง น้ำตาซึมเลย
    #29
    1
  9. #28 Pswmp (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 23:45
    ฉันต้องการนายไมโล เอ๊ะ!!! ประโยคบอกรักป่าวนะ?? บ้าจริงงงง
    #28
    1