An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 12 : Arc 1.12 ความแตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 256 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

 

หลังจากวันนั้น คริสโตเฟอร์ก็มีอาการปวดหัวเป็นระยะ เขาเริ่มจำเรื่องราวในอดีตได้บ้าง แต่มันเป็นความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์ คล้ายจิ๊กซอว์ที่ยังต่อไม่เสร็จ

เขาจำเรื่องราวสมัยเด็กได้มากที่สุด ทว่าสิ่งที่เขาจำได้ก็มีเพียงแม่ของตน เธอผอมมาก แต่ก็มีรอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิประดับหน้าอยู่เสมอ เรื่องที่โดนตามทวงหนี้จนเกือบจะต้องขายบ้านหลังนี้ทิ้ง และเรื่องที่เขาเป็นเด็กเนิร์ดที่โดนกลั่นแกล้งที่โรงเรียน ภาพของน้าสาวตนเองปรากฏเลือนราง ทว่าไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับไมลส์เลยสักอย่างเดียว

หากเขารู้จักกับเด็กหนุ่มตั้งแต่เล็กจริง เขาควรจำได้บ้าง ไม่ใช่นึกออกเพียงความว่างเปล่าแบบนี้สิ?

กลับกัน ภาพที่ไมลส์ทำร้ายเขานั้นกลับรู้สึก ’จริง’ อย่างน่าประหลาด

ความขัดแย้งที่อธิบายไม่ได้นี้ทำให้คริสโตเฟอร์ว้าวุ่น

เขาเงียบลง ไม่หยอกล้อไมลส์เล่นเหมือนเดิม ทุกครั้งที่เจอหน้าจะรู้สึกอึดอัด ใจหนึ่งอยากถามออกไปให้แน่ชัด ว่าภาพที่ฝังแน่นอยู่ในหัวเขาตอนนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวคำตอบ

“พี่ ปวดหัวอีกแล้วเหรอ?”

ไมลส์โน้มตัวเข้ามาหาเขาที่นั่งคลึงศีรษะอยู่บนโซฟา เอามือแตะหน้าผาก พูดว่า

“แต่ตัวก็ไม่ได้ร้อน จะกินยาแก้ปวดหน่อยไหม”

“ไม่เป็นไร ไม่ได้ปวดขนาดนั้น” คริสโตเฟอร์บอกปัด สะบัดหน้าหลบมือของไมลส์ แต่ไม่รู้เพราะว่าเขาอารมณ์ไม่มั่นคงอยู่บ่อย ๆ หรืออย่างไร ไมลส์ถึงได้ดูไม่ประหลาดใจ เพียงพูดยิ้ม ๆ ว่า

“เอาเถอะ…ผมไปทำงานก่อนนะ ถ้ามีอะไรก็โทรหาได้ตลอดเวลา”

“อืม” เขาพยักหน้ารับ พออีกฝ่ายออกจากบ้านไปแล้วจึงผุดลุกขึ้น แล้วถือวิสาสะเข้าไปในห้องของไมลส์

เขาพยายามหาหลักฐานยืนยันตัวตนของไมลส์มาหลายวันแล้ว เขาค้นหาทั้งจากอัลบั้มรูป ไดอารี่ของแม่ ตอนออกไปข้างนอกก็ลองถามคนในเมืองดู ทว่าไม่มีรูปหรือใครที่รู้จักไมลส์ก่อนหน้าที่พวกเขาจะมาอยู่ที่นี่เลยสักคน สุดท้ายจึงเหลือเพียงแค่ห้องนี้เท่านั้นที่เขายังไม่เคยลองค้นดู

คริสโตเฟอร์อยากจะเชื่อใจ แต่จะทำอย่างนั้นได้เขาต้องมั่นใจเสียก่อนว่าตัวเองไม่ได้ถูกหลอก

ของของไมลส์มีน้อยมาก ในตู้มีเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุด บนโต๊ะก็มีนิยายอยู่สองสามเล่มเท่านั้น กับกระเป๋าเป้ใบหนึ่ง เขาลองค้นตามตู้และลิ้นชัก แต่ก็ไม่พบอะไรเป็นพิเศษ สุดท้ายจึงเหลือเพียงที่สุดท้ายที่จะเก็บของที่ไม่ให้อยากมีใครมาหาเจอ นั่นก็คือใต้เตียง

คริสโตเฟอร์ก้มลงดู เห็นกล่องใบหนึ่งอยู่ในนั้น เขาลากมันออกมาดู ฝุ่นจับเหมือนไม่ได้ใช้งานแรมเดือนแล้ว

พอเปิดออกมา คริสโตเฟอร์รู้สึกว่าเลือดในกายของตนเย็นเฉียบ

ข้างในกล่องนั่นเต็มไปด้วยไอดี ใบขับขี่ พาสสปอร์ต และเอกสารอื่น ๆ ชื่อนั้นเป็นชื่อที่เขาไม่รู้จักหลายชื่อ แต่คนในรูป ถึงผมจะเป็นสีบรูเน็ต แต่ใบหน้านั้นคือไมลส์ไม่ผิดแน่

เขาเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้าเสียแล้ว

คริสโตเฟอร์เก็บกล่องนั้นคืนที่ เดินออกจากบ้าน เลียบไปทางถนนเข้าเมืองอย่างเลื่อนลอย ได้สติอีกครั้งก็ตอนที่มีเสียงแตรรถดังขึ้น หันไปก็เห็นรถกระบะคันหนึ่งชะลอจอด ลดกระจกลง คนขับเป็นชายชราท่าทางยิ้มแย้มคนหนึ่ง เอ่ยทักว่า

“พ่อหนุ่ม คริสโตเฟอร์ใช่ไหม”

“ครับ? คุณคือ?”

“อะไรกัน จำไม่ได้เรอะ ฉันจอห์น เจ้าของฟาร์มม้าด้านโน้นไง” พูดจบก็ชี้ไปฟาร์มทางด้านที่ขับผ่านมา “ตอนเด็ก ๆ เธอกับแม่มาช่วยงานฉันบ่อย ๆ ยังเรียกฉันว่าลุงจอห์นอย่างโน้น ลุงจอห์นอย่างนี้อยู่เลย ว่าแต่เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ตั้งแต่แม่เสียไปฉันก็ไม่เห็นเธออีกเลย เห็นว่าทำงานอยู่ที่แอลเอไม่ใช่เรอะ”

“ก็...ครับ” คริสโตเฟอร์เออออตามน้ำไป พลันนึกขึ้นได้ว่าในเมื่ออีกฝ่ายรู้จักเขากับแม่ตั้งแต่ยังเด็ก อาจจะรู้เรื่องของไมลส์ก็ได้ จึงเอ่ยถาม "จริงสิ ลุงจอห์นครับ ลุงเคยเจอไมลส์ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของผมไหมครับ"

“ลูกพี่ลูกน้อง?” จอห์นเลิกคิ้ว “ของทางพ่อหรือ? ไม่เคยเจอหรอก”

“เปล่าครับ” เขาส่ายหน้า “เป็นญาติทางแม่ผม ลูกของน้าเคธี่”

ได้ยินอย่างนั้น จอห์นก็มีสีหน้างุนงง “เป็นไปไม่ได้หรอก เธอจำอะไรผิดแล้วมั้งคริสโตเฟอร์ น้าเคธี่ของเธอโสดสนิท ยิ่งเรื่องมีลูกยิ่งไม่ต้องพูดถึง สมัยก่อนแม่เธอยังมาบ่นให้ฉันฟังอยู่เลย ที่จริงฉันก็อยากจะแนะนำคนดี ๆ ให้อยู่เหมือนกัน แต่เคธี่ก็ดันมาด่วนจากไปเสียก่อน ปีที่แล้วแครอลแม่ของเธอก็อีกคน เฮ่อ ฉันเสียใจด้วยจริง ๆ นะ เธอกลับมาอยู่ที่นี่ ถ้าเดือดร้อนอะไรก็บอกนะ พวกเราไม่ใช่คนอื่นคนไกล”

คริสโตเฟอร์ได้ฟังก็มีสีหน้าปั้นยาก ตอบแค่ว่า “ขอบคุณครับ จอห์น”

ชายชรายิ้มอย่างเอ็นดู จากนั้นจึงขับรถจากไป

คริสโตเฟอร์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน รู้สึกเหมือนโลกที่รู้จักในช่วงสองสามเดือนมานี้พังลงกลายเป็นผุยผง หัวสมองไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกต่อไปแล้ว

 

หลังเลิกงาน ไมลส์แวะตลาดในเเมืองเพื่อซื้อของเตรียมทำกับข้าวเย็น พอนึกว่าเย็นนี้จะทำอะไรให้อีกฝ่ายกินก็อารมณ์ดีขึ้นมา ถึงขั้นฮัมเพลงไปด้วย

...ลาซานญาดีกว่า หมอนั่นชอบกินลาซานญา

วุ่นวายเลือกของอยู่พักใหญ่ พอเห็นว่าเมฆฝนเริ่มตั้งเค้า ไมลส์จึงรีบกลับ

ท้องฟ้าครึ้ม ทว่าในบ้านกลับไม่มีแสงไฟลอดออกมา เขาเปิดประตู เรียกหาอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ

“คริส?”

พอเปิดไฟ ก็เห็นคริสโตเฟอร์นั่งอยู่ที่โซฟา กอดอก สีหน้าที่จ้องมองมาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ตรงหน้ามีกระเป๋าเป้ของเขาที่ใส่ของไว้จนเต็มวางอยู่

“กลับมาแล้วเหรอ” คำถามนั้นปกติ ทว่าน้ำเสียงกลับฟังดูห่างเหินชอบกล “ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับนาย”

“อะไรเหรอ?” ไมลส์วางของที่ซื้อมาไว้ที่เคาน์เตอร์ กำลังจะเข้าไปนั่งคุยด้วยอย่างสนิทสนมเหมือนเคย ทว่ายังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้ คริสโตเฟอร์ก็พูดประโยคที่ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก

“ที่ผ่านมาสนุกมากไหม? เมลวิน”

ไมลส์รู้สึกเหมือนตัวเองโดนแช่แข็งไปแล้ว ถามตะกุกตะกักว่า

“คุณ...จำได้แล้ว?”

...มันเกิดขึ้นเร็วกว่าเนื้อเรื่องเดิมไปหน่อย เขาเลยไม่ทันได้เตรียมใจ

“ไม่ทุกอย่าง แต่ก็มากพอที่จะมั่นใจว่าฉันคือไอซ์เดวิล ไม่มีลูกพี่ลูกน้อง และนายก็เป็นคนของสไปเดอร์ ที่เล่นงานฉันจนสะบักสะบอม แค่นี้ชัดพอไหม หรือนายมีอะไรจะแก้ตัว”

ไมลส์ก้มหน้านิ่ง อับจนถ้อยคำ

“เห็นว่าลืมทุกอย่าง ก็เลยปั่นหัวฉันสินะ สนุกมากใช่ไหม ที่เห็นฉันหลอกง่าย เชื่อไปหมดทุกอย่าง สนุกมากใช่ไหมที่เห็นฉันเดินตามก้นนายต้อย ๆ เหมือนไอ้โง่คนหนึ่ง นายทำทั้งหมดนี่เพื่ออะไร?! ต้องการอะไรกันแน่?”

“ผมไม่ได้อยากปั่นหัวคุณ ผมแค่…”

“ออกไปซะ!”

คริสโตเฟอร์โยนกระเป๋าเป้กระแทกเข้าเต็มหน้าของไมลส์ ก่อนจะร่วงลงพื้นดังตุบ ซิปยังไม่ได้ปิด เอกสารปลอมทั้งหลายกระจายเกลื่อนพื้น เขาเอามือกุมแก้ม เจ็บจนหน้าชา

“ฟังผมก่อนได้ไหม เรื่องมันไม่ใช่...”

“บอกให้ออกไป เดี๋ยวนี้! ก่อนที่ฉันจะฆ่านาย”

คริสโตเฟอร์ตวาดลั่น อุณหภูมิรอบตัวพลันหนาวยะเยือก นี่ไม่ใช่คำขู่ เขาแน่ใจเลยว่าเลยว่าหากยังดึงดันอยู่ต่อ ปีศาจน้ำแข็งจะทำอย่างที่พูดจริง ๆ

หากมีคนโกรธคุณ คุณอาจจะขอโทษและคืนดีกันได้ แต่หากคนคนนั้นเกลียดคุณไปแล้ว ต่อให้มีร้อยแปดเหตุผลมาอธิบาย เขาก็จะยังคงเกลียดคุณ

ไมลส์จ้องมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำทะเลของคริสโตเฟอร์ มันมีทั้งความโมโห ผิดหวัง รังเกียจ ทุกความรู้สึกในแง่ลบที่จะมีให้ใครสักคนได้ ถูกโยนลงมาที่เขาจนหมดสิ้น

...มันจบลงแล้ว

ไมลส์เก็บของที่กระจัดกระจายเข้ากระเป๋าเป้ แล้วเดินออกจากบ้านนั้นทันที ไม่หันหลังกลับมามอง

ฝนลงเม็ดแล้ว มันตกกระทบพื้นถนนเสียงดังเปาะแปะ ไมลส์เดินย่ำเท้าไปเรื่อย ๆ ไม่สนใจจะใช้พลังความเร็วของตัวเอง หรือแม้แต่จะหาที่หลบฝน เพียงแค่เก็บเป้เข้ามิติเก็บไอเทม แล้วปล่อยให้เม็ดฝนตกใส่ตัวเอง ราวกับว่ามันจะช่วยปลอบใจอารมณ์ที่ดิ่งวูบของเขาในตอนนี้ได้

รู้ทั้งรู้ว่าหลังจากนี้คริสโตเฟอร์ก็คงกลับไปถล่มสไปเดอร์อยู่ดี และเขาก็จะมีอิสระอย่างที่เคยต้องการ แต่ทำไมกลับไม่รู้สึกดีใจเลยแม้แต่น้อย

ทั้งที่เคยทำใจไว้แล้วว่าเมื่อความแตก คงโดนโกรธเกลียดชนิดอยากฆ่ากันให้ตาย ทั้งที่เคยคิดว่าขอแค่ให้ตัวเองรอด ต่อให้ต้องหลอกลวง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะยอมรับมัน ทั้งที่เคยคิดว่าคนในนี้ก็เป็นเพียงชุดข้อมูล ไม่ใช่คนมีเลือดเนี้อจริง ๆ ไม่ควรให้ค่าใส่ใจมากเกินไป

แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เริ่มคาดหวังขึ้นมา ว่าหากต้องติดอยู่ในโลกนี้ตลอดไป ขอแค่มีคนเฮงซวยนั่นอยู่เคียงข้าง ก็คงจะดีไม่น้อย

แต่สุดท้ายเขาก็คาดหวังมากเกินไป

"เจ็บเหมือนกันแฮะ"

ไมลส์พึมพำ แหงนหน้ามองฟ้า สายฝนสาดซัดลงมา กลบเสียงอื่น ๆ โดยรอบไปจนหมด

 

 

อลิเซียเดินเล่นในเมือง แวะร้านขายเสื้อผ้าสองสามร้าน พอได้ชุดที่ถูกใจจนครบแล้วก็เดินเฉิดฉาย อยากฉลองด้วยการไปหาอาหารดี ๆ กินสักหน่อย แต่ระหว่างทาง ก็เห็นเด็กหนุ่มชาวเอเชียคนหนึ่ง สวมชุดสีดำทั้งตัว ท่าทางดูอันตรายเหมือนพวกทำงานใต้ดิน ยืนถือรูปถามหาคนอยู่ ทว่าคนที่โดนถามส่ายหน้าแล้วเดินจากไป เธอกำลังจะแกล้งทำเป็นเดินผ่านโดยไม่สนใจ ทว่ากลับโดนเรียกตัวไว้เสียก่อน

“คุณผู้หญิง คุณเคยเห็นคน ๆ นี้ไหม”

เด็กหนุ่มชาวเอเชียยื่นรูปให้เธอดู เป็นเด็กหนุ่มผิวขาวซีด หางตาเฉียงขึ้นนิด ๆ และมีผมสีบรูเน็ต…บรรยากาศดูชั่วร้ายผิดจากที่เธอคุ้นเคยไปบ้าง แต่นี่คือรูปของไมลส์

อลิเซียมีสีหน้าตกตะลึงไปชั่วขณะ จ้องคนตรงหน้าอย่างประเมิน ก่อนจะเลิ่กลั่กพูดว่า

“ไม่…ไม่รู้จักหรอกค่ะ ขอตัวนะคะ”

พูดจบก็รีบเดินจากไปทันที

เด็กหนุ่มคนนั้นเห็นท่าทีของหญิงสาวก็ขมวดคิ้ว ตอนนั้นเองที่ชายร่างท้วมคนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นรูปพอดี “เอ้า! นี่มันเจ้าหนูไมลส์นี่นา”

“คุณรู้จักเขาเหรอครับ” เขาหันไปถามทันที “รู้ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน”

“อยู่ที่ไหนน่ะไม่รู้หรอก แต่รู้ว่าทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟตรงหัวมุมโน้นน่ะ เจ้าหนูนี่มันมาซื้อผักร้านฉันบ่อย ที่จริงก็สนิทกับผู้หญิงคนนั้นด้วยนะ เธอบอกว่าไม่รู้จักเหรอ แปลกจริง?”

เด็กหนุ่มเรียกพรรคพวกแถวนั้นทันที

“ตามผู้หญิงคนนั้นไป!”

คนท่าทางอันตรายนับสิบรีบพุ่งตัวไปทางที่อลิเซียเดินไปทันที เจ้าของร้านขายผักตกใจจนหน้าซีด ดูเหมือนเขาจะทำเรื่องเลวร้ายกับลูกค้าขาประจำของตัวเองเข้าเสียแล้ว

 

ลูกค้าคนล่าสุดเพิ่งออกจากร้านไป ไมลส์ยืนล้างแก้วอยู่หลังเคาน์เตอร์ ท่าทางเหม่อลอย หลังจากโดนคริสโตเฟอร์ไล่ออกจากบ้านมาก็สามวันแล้ว ทว่าความห่อเหี่ยวในใจยังไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย แถมยังนอนไม่ค่อยหลับเสียด้วย ทุกวันนี้จึงมาทำงานในสภาพเหมือนเป็นซอมบี้ เพียงทำตามออเดอร์ที่ได้รับจากลูกค้า ไม่มีใจจะยิ้มต้อนรับหรือหาเรื่องชวนคุยเหมือนทุกที

“เหวอ!” เขาเหม่อจนเผลอทำแก้วลื่นหลุดมือ ทว่ารีบคว้าไว้ได้อย่างหวุดหวิด “เกือบไปแล้ว”

เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังกรุ๊งกริ๊ง มีคนเข้าร้านมา ไมลส์หันกลับไปพูดตามความเคยชิน

“ยินดีต้อน…”

ภาพที่เห็นทำให้ไมลส์ชะงักกึก คนที่เข้ามาคือเด็กหนุ่มชาวเอเชียในชุดสีดำ ตามมาด้วยคนอีกกว่าสิบคน มีอาวุธปืนพร้อม หลายคนในนั้นเขาคุ้นหน้าคุ้นตามากทีเดียว

“เฮ้! แค่จัดการคนทรยศคนเดียว ถึงกับต้องขนคนมามากมายขนาดนี้เลยเหรอ…แดเนียล”

พูดจบก็ถอยหลังไปหลายก้าว ตั้งใจว่าจะหาจังหวะรีบเผ่นหนีออกทางหลังร้าน อย่างไรเสียคนพวกนี้ก็ไม่มีทางตามความเร็วของเขาทัน

“ไม่ได้มากันเยอะขนาดนั้นหรอก แต่ต้องขอบใจแกที่ทำตัวเป็นฮีโร่ คนร้ายในเมืองนี้เลยยินดีที่จะร่วมมือกับพวกฉันตามหานาย โดยเฉพาะมาเฟียตระกูลมาซีโอที่แกไปเหยียบหางเข้า” แดเนียลยิ้มเย็น “อ้อ แล้วก็ไม่ต้องรีบหนีไปไหน ถ้าไม่อยากให้เพื่อนใหม่ของแกเป็นอะไรไป”

เขาดีดนิ้ว ชายคนหนึ่งนำหญิงสาวละตินที่ถูกจับตัวไว้ผลักมาด้านหน้าให้คนทรยศเห็นชัด

“ไมลส์ ฉันขอโทษ!” อลิเซียร้องไห้โฮ ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้ายับยู่ คงสู้สุดใจเพื่อที่จะหนีเหมือนกัน ทว่าแรงผู้หญิงมีเหรอจะสู้ผู้ชายหลายคนได้

“ปล่อยเธอไป อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะ!” ไมลส์ร้องเสียงหลง

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าที่คนพูดกันว่าแกเป็นพ่อพระจะกลายเป็นความจริง เมลวิน…แกกลายเป็นคนใจอ่อนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แต่ก็ดี เราจะได้ไม่เสียเวลา” แดเนียลเลิกคิ้ว ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้ชายฉกรรจ์ข้างตัวเดินเข้าไปหา

มีชีวิตคนอื่นเป็นเดิมพัน ไมลส์ไม่กล้าบุ่มบ่าม ได้แต่ยืนนิ่งให้ชายคนนั้นมัดแต่โดยดี ทว่าไม่นึกเลยว่าหลังจากโดนมัดแล้ว จะโดนเข็มเล่มหนึ่งแทงเข้าที่คอด้วย

…ยารีนอกซ์

ไมลส์คิดได้เพียงเท่านั้น ก่อนทุกอย่างจะดับวูบไป สิ่งที่ได้ยินสุดท้ายคือเสียงสะอึกสะอื้นของอลิเซีย

________________________

A.L. Lee

เขียนตอนนี้ไปก็อึมครึมไปค่ะ พยายามบิ๊วตัวเองสุด ๆ (ฮาา) 

ว่าแต่ลีดำเนินเรื่องเร็วไปหรือช้าไปไหมคะ ให้คำแนะนำกันได้นะ ขอแค่มาแบบสุภาพ เรายินดีรับฟังค่ะ ^^ หรือเจอคำผิดก็ท้วงมาได้ค่ะ หลายรอบพยายามตรวจแล้ว มาอ่านอีกทีก็ยังเจอ ฮ่วย! OTL

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 256 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #418 polar* (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 03:47
    แดเนียล นั่นเพื่อนนายไม่ใช่หรอ...
    #418
    0
  2. #239 sakura17 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 10:38
    พี่จำได้เร็วนะแค่พูดสะกิดคริสพยายามนึกก็เริ่มจำได้เลย
    #239
    0
  3. #207 After_TeaTime (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 04:02
    ถ้าพระเอกจำได้หมดต้องคิดใหม่แน่ๆ แงงง พี่รีบมาช่วยน้องเร็วเข้า
    #207
    0
  4. #71 JHTEN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 10:59
    โอ้ยพ่ออออ
    #71
    0
  5. #27 Renasis (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 09:14
    ค้างงงงงงอ่ะ
    #27
    1
    • #27-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 09:18
      จะรีบมาต่อให้นะคะ ^^
      #27-1
  6. #26 Silabun (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 23:41
    ค้างมากค่ะ งือออออออ
    #26
    1
    • #26-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 09:17
      โปรดติดตามตอนต่อไป ///โดนตี
      #26-1
  7. #25 meena- (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 23:08
    มีเร็วมีช้าสลับกับ แต่ก็สมเหตุสมผลดีค่ะ ไม่ถึงกับทำให้ข้องใจ
    #25
    1
    • #25-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 09:16
      ขอบคุณนะคะ
      #25-1
  8. #24 Pswmp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 22:56
    อูวววววววว ความแตกหักนี้ แล้วคุณพี่คริสเขาจะไปช่วยคุณน้องไหม ( คุณพี่จะรู้เรื่องที่คุณน้องถูกจับไปไหมเอางี้5555) // โปรดติดตามตอนต่อไปฮะ~~~~
    #24
    1
    • #24-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2563 / 09:16
      มาลุ้นกันค่ะ >w<)b
      #24-1