An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 11 : Arc 1.11 ทำแผล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,734
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 245 ครั้ง
    7 พ.ค. 63

ความสามารถทางเทคโนโลยีจากโลกของไมลส์จัดว่าล้ำหน้ากว่าต้นศตวรรษที่ 21 ที่เป็นเซตติงของโลกนี้มาก วันต่อมาพอเหตุการณ์ลักพาตัวกลายเป็นข่าว เขาใช้เวลาไม่นานก็รวบรวมข้อมูลของคดีได้ รายละเอียดทั้งหมด ทั้งจากข่าวที่เปิดเผยสู่สาธารณชน และข้อมูลลับที่แฮ็กและดักฟังจากทางตำรวจ สามารถนำมาปะติดปะต่อกัน ได้ใจความดังนี้

เด็กที่โดนจับไปเป็นเด็กผู้ชายวัยแปดขวบชื่อว่าจิลล์ พ่อเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่มีอิทธิพลสูงคนหนึ่ง พยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าวันหนึ่งระหว่างทางกลับบ้าน เด็กคนนั้นโดนชายกลุ่มหนึ่งบังคับพาตัวขึ้นรถไป ส่วนทางด้านพ่อของจิลล์ ด้วยตำแหน่งและอำนาจย่อมสร้างศัตรูไว้หลายกลุ่ม แต่ที่เป็นไปได้ที่สุดคือกลุ่มมาเฟียตระกูลมาซีโอที่กำลังมีปัญหากันด้วยเรื่องการพัฒนาที่ดิน อาจจะด้วยผลประโยชน์หรือมีความลับบางอย่างปกปิด ทำให้พ่อของจิลล์ไม่ยอมให้ความร่วมมือ เขาสั่งห้ามไม่ให้ตำรวจสืบสวนเรื่องราวเบื้องหลัง และห้ามไม่ให้เคลื่อนไหวนอกเหนือจากคำสั่งของเขา ไม่สนความเป็นตายของจิลล์เลยสักนิด คนที่ดูแล้วจะเดือดเนื้อร้อนใจกับการหายตัวไปของลูกชายคงมีเพียงผู้เป็นแม่เท่านั้น เธอถึงกับปล่อยโฮตอนออกสื่อ ขอร้องให้ฮีโร่ทั้งสองช่วยเขาออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่กลับโดนลากตัวออกจากกล้องอย่างรวดเร็ว

ไมลส์เล่าเรื่องนี้ให้คริสโตเฟอร์ฟังด้วยความหงุดหงิด

…คนพรรค์นั้นยังนับว่าเป็นพ่อคนได้อยู่อีกเหรอ

“ความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือผลประโยชน์ของนักการเมืองไม่ใช่เรื่องที่เราจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว” คริสโตเฟอร์ตบบ่าเขาเป็นเชิงปลอบใจ “สิ่งที่เราต้องทำคือช่วยเด็กคนนั้นออกมาอย่างปลอดภัย ไม่ใช่เหรอ”

“อืม” ไมลส์เดินออกมาที่สวนหน้าบ้าน ตอนนี้มันไม่ได้แห้งเหี่ยวเหมือนตอนที่เพิ่งมาถึงวันแรก ๆ แต่เป็นสนามหญ้าเขียวขจีที่มีพุ่มไม้ดอกหลายชนิด ลมอ่อน ๆ พัดโชยกลิ่นดอกไม้หอม ช่วยบรรเทาความอึมครึมในจิตใจให้ลดลงได้บ้าง เขาปรับสีหน้าให้เป็นปกติ หันไปบอกคริสโตเฟอร์ว่า “ไปกันเถอะ”

หลังจากสืบเสาะไปตามฐานที่มั่นต่าง ๆ ของตระกูลมาซีโอ ในที่สุดก็พบสถานที่ซึ่งคาดว่าจับเด็กชายไว้ มันเป็นโกดังเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในพื้นที่ห่างไกล หากขับรถจากตัวเมืองคงใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง แต่ไมลส์สามารถมาถึงได้ภายในเวลาห้านาที

ที่หน้าโกดังนั้นมีคนเฝ้ายามอยู่สองคน ยืนสูบบุหรี่และพูดคุยกันอยู่ ท่าทางไม่ได้ระมัดระวังตัว ไมลส์และคริสโตเฟอร์พยักหน้าให้กัน พริบตาเดียวคนร้ายทั้งสองก็ถูกแช่แข็งโดยยังไม่ทันจะได้ร้องขอความช่วยเหลือ ไมลส์วิ่งเอาพวกมันไปโยนทิ้งในที่รกร้างห่างไกล ตอนที่โดนแบกไป คนทั้งสองยังคงเบิกตากว้างมองเขาผ่านก้อนน้ำแข็งที่คลุมตัวเองอยู่นั้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

หลังจากนั้น คริสโตเฟอร์ก็แช่แข็งประตูที่ปิดล็อกอยู่ จากนั้นพุ่งตัวในร่างน้ำแข็งเข้ากระแทก ประตูที่โดนความเย็นจัดแช่จนเปราะปลิวกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พังทลายลงอย่างง่ายดาย

“ใคร!”

“ยิงมัน!”

ด้านในมีคนอยู่เจ็ดคน ล้วนเป็นคนอันตรายที่มีปฏิกิริยาฉับไว พอเห็นผู้บุกรุกก็ลุกพรวดขึ้น ชักปืนยิงใส่ทันที เสียงห่ากระสุนดังอื้ออึง กลิ่นดินปืนลอยคลุ้งไปทั่วห้องในชั่วพริบตา แต่กลับไม่มีเสียงร้องของศัตรูเลยสักคำเดียว

ควันปืนยังไม่ทันจางลง บรรยากาศรอบตัวก็พลันหนาวยะเยือก แท่งน้ำแข็งอันแหลมคมนับสิบพุ่งเข้ามา บางคนโดนแทงที่แขน บ้างโดนที่ขา บ้างโดนที่หัวไหล่ ทรุดลงกับพื้นไปทีละคน ขณะที่คิดว่าจะลุกขึ้นมาสู้ต่อ พื้นที่เหยียบอยู่ก็กลายเป็นน้ำแข็ง และลามขึ้นมาตามขาและลำตัวของพวกเขาด้วย อยากจะขยับออกก็ไม่ทันเสียแล้ว

คริสโตเฟอร์เดินตรงเข้าไปยังชายคนหนึ่งที่ดูแล้วน่าจะมีตำแหน่งใหญ่สุดในที่นี้ ถามพร้อมรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา

“พวกเราไม่อยากเสียเวลา เด็กอยู่ที่ไหน”

ชายคนนั้นตอนนี้โดนแช่แข็งไปทั้งตัวแล้ว บริเวณเดียวที่สามารถขยับได้คือใบหน้า ทว่าก็ยังไม่ยอมแพ้ ถ่มน้ำลายแล้วด่าว่า

“พวกแกเองเรอะ ฝันไปเถอะ พวกเราไม่มีทาง…”

“รู้ไหม เนื้อที่โดนความเย็นกัดนี่มันหลุดลอกได้ง่ายมากเลยล่ะ โดยเฉพาะพวกปลายนิ้ว” คริสโตเฟอร์หันไปถามไมลส์ที่กำลังยืนพิงกรอบประตูอยู่ “คู่หู...นายเห็นด้วยไหมถ้าฉันจะเด็ดนิ้วหมอนี่ออกไปสักนิ้วสองนิ้ว”

ไมลส์พยักหน้าแทนคำตอบ ถึงปีศาจน้ำแข็งจะลดความโหดร้ายลงมามากแล้ว แต่ลึก ๆ ก็มีความกระหายเลือดซุกซ่อนอยู่ แม้จะไม่ได้ชอบใจนัก แต่ตราบใดที่ไม่ทำเกินกว่าเหตุ หรือล้ำเส้นฆ่าคนโดยไม่มีเหตุผล เขาก็จะปล่อยผ่านไป อีกอย่าง หลังจากต่อสู้ช่วยคนมาหลายครั้ง เขาก็ได้เรียนรู้ว่ากับอาชญากรส่วนใหญ่ ไม่สามารถใช้วิธีละมุนละม่อมด้วยได้

คนร้ายเห็นมือของคริสโตเฟอร์มายุ่มย่ามกับนิ้วตัวเองด้วยแววตาเอาจริงแล้ว ก็ตกใจร้องพะงาบ ๆ “อย่า! ยอมแล้ว ๆ เด็กนั่นอยู่ห้องด้านหลังโน่น! ปล่อยฉันไปเถอะ”

พอรู้ที่ซ่อนแล้ว ไมลส์ก็ตรงดิ่งไปที่ห้องดังกล่าวทันที ประตูเป็นแบบลงกลอนจากข้างนอก แค่ดึงสลักก็เปิดได้อย่างง่ายดาย

เด็กชายวัยแปดขวบที่ถูกขังอยู่ในนั้นเบิกตากว้าง เขาโดนมัดมือมัดเท้า ปากโดนเอาผ้าอุดเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้อง เนื้อตัวมอมแมมและมีรอยโดนทุบตีปรากฏให้เห็นบนใบหน้า พอเห็นว่ามีคนมาช่วย น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ทะลักทลาย ไหลอาบแก้มในทันที

“อื้อ ๆ” เด็กชายสะบัดหน้าร้องอู้อี้

“ไม่ต้องกลัว พวกเรามาช่วยแล้ว”

ไมลส์ก้มลงคลายปมเชือกที่มือและขาของจิลล์ จากนั้นก็ดึงผ้าที่อุดปากไว้ออก พอเด็กชายเป็นอิสระก็ร้องเตือนทันที

“ข้างหลัง!!”

ได้ยินคำนั้น ไมลส์ก็รีบเบี่ยงตัวหลบ แต่ช้าไปก้าวหนึ่ง อะไรบางอย่างแทงมาโดนไหล่เขาอย่างจังจนเซลงไปกองกับพื้น พอหันไปดูก็เห็นชายคนหนึ่งยืนถือมีดอาบเลือดอยู่ พอเห็นว่าพลาดเป้าก็เงื้อมือหมายจะจัดการอีกครั้ง

…บ้าชะมัด เขาประมาทเกินไป ไม่นึกเลยว่าจะมีคนเหลืออยู่ตรงนี้อีก

ไมลส์นึกแค้นใจ เอามือกุมแขนข้างที่เจ็บของตัวเองแน่น กำลังคิดว่าจะสู้อย่างไรไม่ให้จิลล์โดนลูกหลง แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ชายคนนั้นก็กลายเป็นน้ำแข็งไปเสียก่อน

คริสโตเฟอร์เดินมาพร้อมกับลมหนาวราวกับพายุหิมะ แววตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อนั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าพลังน้ำแข็งของเจ้าตัวเสียอีก พอถึงตัวคนร้าย ก็เงื้อหมัด เตรียมตัวจะทุบทำลายคนตรงหน้าให้แตกเป็นเสี่ยง ๆ

“เดี๋ยวก่อน คริส! ผมไม่เป็นไร ตรงนี้ยังมีเด็กอยู่ด้วยนะ!”

เสียงตะโกนห้ามของไมลส์ทำให้ปีศาจน้ำแข็งชะงักกึก ชายหนุ่มยอมผละจากศัตรูแต่โดยดี ก่อนจะก้มลงมา พยายามจะเลิกแขนเสื้อเขาขึ้นเพื่อสำรวจบาดแผล

“แผลแค่นี้ไม่ตายหรอก รีบไปกันก่อนเถอะ ไม่มีเวลาแล้ว” ไมลส์ผุดลุกขึ้นพลางร้องเตือน คริสโตเฟอร์อยากจะขัด แต่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายพูดถูก จึงรีบอุ้มจิลล์ที่กำลังตกใจจนตัวสั่นขึ้น แล้วหนีออกจากโกดังไปพร้อมกัน

 

 

เนื่องจากไมลส์บาดเจ็บจึงไม่สามารถแบกพาทุกคนกลับได้ พวกเขาจึงไปหลบอยู่ในป่า ก่อนจะติดต่อให้คนที่ไว้ใจได้ขับรถมารับ ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอลิเซีย นางเอกของเรื่องนั่นเอง

หลังจากส่งจิลล์ไปที่สถานีตำรวจได้อย่างปลอดภัยแล้วพวกเขาจึงค่อยกลับ เมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้าน ไมลส์ก็โดนคริสโตเฟอร์อุ้มพาดบ่า เดินดุ่ม ๆ เข้าห้องไปทันที

“เดี๋ยว ๆ ๆ!” ไมลส์ร้องประท้วง “พี่ปล่อยผมลงก่อน แผลมันอยู่ที่แขน ไม่ใช่ขา ผมเดินเองได้!”

แต่คริสโตเฟอร์ไม่ฟัง จับอีกฝ่ายโยนลงบนเตียงทันที

“นี่ค่ะ…อุปกรณ์ทำแผล” อลิเซียยื่นกระเป๋ายาให้ปีศาจน้ำแข็ง หลังจากได้รับโทรศัพท์เธอก็เตรียมทุกอย่างมาให้พร้อมสรรพ “ถ้ายังไงให้ฉันช่วย…”

“ขอบใจ แต่รออยู่ข้างนอกนั่นแหละ”

คริสโตเฟอร์รับมาแล้วก็ปิดประตูใส่หน้าดังปัง! และกดล็อกอย่างรวดเร็ว

อลิเซีย นางเอกผู้หวังดี “…”

พอกำจัดตัวกวนออกไปได้แล้ว เขาก็หันไปพูดกับน้องชายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ถอดเสื้อออก!”

“อะไรนะ!?” ไมลส์ทำหน้าเหวอ

“ถอดเสื้อออก จะทำแผล” เขาย้ำอีกครั้ง

“ไม่ต้อง ๆ ผมทำเองได้น่า อีกอย่าง แผลมันก็แค่ที่แขน…”

“จะถอดเองหรือจะให้ฉันถอด!”

โดนคำขู่แบบนี้ไป ไมลส์ก็รีบถอดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งที่เอาไว้ใส่พรางตัวออกทันที เหลือเสื้อยืดสีขาวที่เป็นตัวใน แต่เพราะบาดแผล แขนเสื้อจึงฉีกขาดแถมยังชุ่มไปด้วยเลือด คริสโตเฟอร์เห็นดังนั้นจึงออกคำสั่งอีกครั้ง “ตัวนั้นด้วย” ทำเอาไมลส์ถึงกับหน้ากระตุก แต่หลังจากทำหน้ายุ่งยากใจอยู่ครู่หนึ่งก็ยอมถอดเสื้อชั้นสุดท้ายออกแต่โดยดี

ในทีแรกคริสโตเฟอร์ไม่เข้าใจว่าผู้ชายด้วยกัน แค่ถอดเสื้อทำไมถึงต้องกังวลนัก แต่พอได้เห็นเขาก็เข้าใจในทันที

รูปร่างของไมลส์นั้นทั้งผอมแห้งและขาวซีด ดูเหมือนคนป่วย จนเหลือเชื่อว่าร่างบอบบางแบบนี้จะสามารถวิ่งเร็วได้เหนือมนุษย์แถมยังแบกเขาไปไหนต่อไหนมานับครั้งไม่ถ้วนได้ ทว่าที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือร่างกายของไมลส์เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น โดยเฉพาะบริเวณช่วงท้องไปจนถึงหน้าอก ที่สำคัญคือรอยทั้งหมดนั้นตัดกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่เหมือนแผลจากการต่อสู้หรืออุบัติเหตุ แต่เหมือนมีคนจงใจทำไว้มากกว่า

…เกิดอะไรขึ้นกับหมอนี่กันแน่

พอเห็นเขานิ่งอึ้งไป ไมลส์จึงร้องเรียก “คริส พี่บอกว่าจะทำแผลไม่ใช่เหรอ”

“หา? อ้อ…ใช่ ๆ”

คริสโตเฟอร์สลัดความสงสัยในหัวทิ้งไป ลงไปนั่งบนเตียงข้างเด็กหนุ่ม เช็ดคราบเลือดที่แขนออก พอเห็นแผลชัดเจนก็พบว่าแผลนั้นค่อนข้างลึกและยาว แต่พวกเขาไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้ ดังนั้นจึงต้องเย็บแผลกันเอง

“ซี้ด! โอ๊ย! เบา ๆ เจ็บ ๆ ๆ!” คริสโตเฟอร์เป็นคนมือหนัก แถมไม่ได้ชำนาญ ไมลส์จึงกัดฟันไปร้องครางไปตลอดเวลาที่ทำแผล เขาเจ็บจนน้ำตาเล็ด ตอนที่ได้ยินเสียงที่คีบและกรรไกรวางกระทบกับถาดเหล็กอันเป็นสัญญาณบอกว่าเรียบร้อยแล้ว ถึงกับพึมพำออกมาว่า “ขอบคุณพระเจ้า”

“ถ้าเจ็บ คราวหลังก็รู้จักรอบคอบให้มันมากกว่านี้หน่อย” คริสโตเฟอร์พูดเสียงดุ “ถ้าคนร้ายมีปืนหรืออาวุธอะไรร้ายแรงกว่านั้นจะทำยังไง!”

คนฟังยิ้มเจื่อน ไมลส์เชื่อมั่นในพลังความเร็วของตัวเองมาตลอด ภารกิจก่อนหน้าก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร จนเผลอประมาทไป แต่ยังโชคดีที่คนได้รับบาดเจ็บเป็นเขา หากคนเจ็บเป็นเด็กที่ตั้งใจไปช่วยอย่างจิลล์ หรืออย่างหมอนี่ เขาคงรู้สึกแย่น่าดู

…เดี๋ยวนะ เด็กก็เรื่องนึง แต่ทำไมเขาถึงต้องรู้สึกว่าให้ตัวเองเจ็บดีกว่าเป็นคริสโตเฟอร์ล่ะ กับคนกวนบาทาแบบนี้เขาควรรู้สึกสมน้ำหน้าไม่ใช่หรือไง นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี

ไมลส์ทะเลาะตบตีกับตัวเองในใจ

คริสโตเฟอร์เห็นเด็กหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นก็นึกว่ายังเจ็บแผลอยู่ จึงถามว่า “ไมโล…ฉันมือหนักไปเหรอ?”

…สุด ๆ เลยล่ะ

ไมลส์อยากจะจิกกัดสักสองสามคำ แต่พอเห็นสีหน้ากังวลของอีกฝ่าย ก็ทำไม่ลง เลยส่ายหน้าบอกไปว่า “ก็..นิดหน่อย”

หากแค่นิดหน่อยจริง คงโดนเด็กหนุ่มค่อนแคะสนุกปากไปแล้ว แต่โดนพูดปลอบใจแบบนี้ คริสโตเฟอร์ก็เข้าใจโดยพลันว่าฝีมือตัวเองห่วยบรม มุมปากเกร็งกระตุกทีหนึ่ง คิดในใจว่าต่อไปนี้ต้องเรียนรู้การรักษาไว้ให้มาก ๆ เสียแล้ว

ไมลส์ยันตัวลุกขึ้น

“เอาละ ทำแผลเรียบร้อยแล้ว อลิเซียรออยู่ เดี๋ยวผมไป…อ๊ะ!”

พูดยังไม่ทันจบก็เซถลา คริสโตเฟอร์เห็นอย่างนั้นก็รีบเข้าไปประคอง แต่สุดท้ายกลับลื่นพรืด ล้มลงพื้นไปด้วยกันทั้งคู่แทน ร่างของไมลส์คร่อมอยู่บนตัวเขา ทำให้เห็นร่างกายผอมซีดที่เต็มไปด้วยรอยแผลชัดเจน

คนมากมายรังเกียจรอยแผลเป็น เนื่องจากถือว่ามันเป็นตำหนิ ทว่าคริสโตเฟอร์กลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย แม้ไม่อาจบอกได้ว่ามันสวยงาม แต่ก็ชวนให้เกิดความรู้สึกบางอย่าง

ทั้งสงสัย ปวดใจ และอยากทะนุถนอมดูแลอีกฝ่าย

เขาจ้องมองมันอย่างเผลอไผล

“คริส…พี่เอาขาออกหน่อย ผมลุกไม่ได้”

ไมลส์ร้องเรียก ทำให้เพิ่งรู้สึกตัวว่าขาตัวเองเกี่ยวขาอีกฝ่ายไว้อยู่

“โทษที ๆ” คริสโตเฟอร์รีบเอาขาออก ทว่าสายตายังไม่ละไปจากร่างกายของเด็กหนุ่ม

โดนจ้องเอาแบบนั้น ไมลส์จึงรีบลุกแล้วเอาเสื้อตัวโคร่งที่พาดบนเก้าอี้มาใส่ เสร็จแล้วก็เกาแก้มตัวเอง พูดอย่างเก้อกระดากว่า “มันตั้งนานแล้ว ไม่ต้องไปสนใจหรอก ไม่เห็นจะน่าดูตรงไหนเลย”

“ไม่หรอก มันไม่ได้…”

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยเสียงหวาน ๆ ของอลิเซีย

“เสร็จหรือยังคะ ให้ฉันช่วยอะไรหรือเปล่า”

“เสร็จแล้วครับ ๆ” ไมลส์รีบไปเปิดประตูให้ทันที

“ฉันได้ได้ยินเสียงดังโครมคราม แล้วพวกคุณยังไม่ออกมาสักที ก็เลย…” อลิเซียพูดได้ถึงเท่านั้นก็ต้องหยุดชะงักกึก เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาที่เหมือนจะแช่แข็งคนได้ของคริสโตเฟอร์ “คือ…ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ ไม่ได้ตั้งใจจะมากวนจริง ๆ”

ไม่รู้ทำไม พอเธอเห็นบรรยากาศของพี่น้องคู่นี้แล้ว ชวนให้รู้สึกเป็นส่วนเกินอย่างอธิบายไม่ถูก

หลังจากไมลส์พูดขอบคุณอลิเซียได้ไม่กี่คำ ก็โดนคนเป็นพี่ไล่ให้ไปพักผ่อน

ความจริงคริสโตเฟอร์อยากจะไล่หญิงสาวกลับบ้านเต็มที แต่เพราะเธอช่วยพวกเขาเอาไว้ จึงไม่สามารถเสียมารยาททำแบบนั้นได้ เลยเอ่ยปากบอกว่า “วันนี้รบกวนคุณแล้ว ยังไงกินอะไรก่อนกลับหน่อยไหม”

อลิเซียส่ายหน้า ยิ้มบางพูดว่า “คุณวู้ด ฉันอ่านสีหน้าคุณออกนะคะ ไม่ต้องพยายามทำดีด้วยหรอก ฉันจะกลับแล้วค่ะ อุปกรณ์เย็บแผลพวกนั้นก็เก็บไว้ได้เลย เพราะพวกคุณคงต้องใช้อีกบ่อย ๆ แน่”

“อืม…ยังไงก็ขอบคุณมาก”

หญิงสาวก้มลงสวมรองเท้า ก่อนกลับไปยังหันมาถามด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ”

“อะไรเหรอ”

“ไมลส์เป็นอะไรสำหรับคุณเหรอคะ”

คริสโตเฟอร์กะพริบตาปริบ ๆ “หมายความว่ายังไง”

“คุณดู ใส่ใจ” เธอออกความเห็น “แล้วก็…ไว้ใจเขามากด้วย”

“ก็เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของผม” เขาขมวดคิ้วมุ่น “แปลกตรงไหน”

“แต่คุณจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้เลยนี่คะ” อลิเซียยังคงถามต่อ “ทั้งที่เป็นอย่างนั้น แต่ก็ยังไว้ใจ อย่างนั้นหรือคะ”

“คุณคลาร์ก ผมเพิ่งรู้ว่าคุณเป็นพวกชอบยื่นจมูกมายุ่งเรื่องคนอื่นแบบนี้” พอได้ยินแบบนั้นคริสโตเฟอร์ก็เริ่มจะอารมณ์เสียขึ้นมา “ไมลส์อาจจะสนิทและเล่าอะไรให้คุณฟังหลาย ๆ อย่าง แต่ผมไม่ใช่ อย่าถามอะไรโง่ ๆ แบบนี้อีก กลับไปซะ!”

“เข้าใจแล้วค่ะ” อลิเซียเห็นท่าทีของอีกฝ่ายก็ยกยิ้ม “ไว้เจอกันใหม่ค่ะ”

ชั่ววูบหนึ่ง คริสโตเฟอร์พลันรู้สึกว่ารอยยิ้มของคนตรงหน้าแปลกไปกว่าทุกที แต่ไม่ทันไรก็กลับมาเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนตามปกติอีกครั้ง

เธอค้อมตัวลาแล้วออกจากบ้านไป

ในมุมที่ไม่มีใครเห็น สายตาของอลิเซียที่เคยอบอุ่นเหมือนแสงอาทิตย์ บัดนี้กลายเป็นดำทะมึน

ทางด้านคริสโตเฟอร์ พอได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว จึงครุ่นคิดคำถามของหญิงสาวอย่างจริงจัง ถึงเขาไม่ยินดีตอบให้เธอรู้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าคำถามนั้นสะกิดใจเขา

ไมลส์เป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องสำหรับเขาจริงหรือ

คริสโตเฟอร์พยายามนึกย้อนไปถึงความทรงจำที่มี แต่ก็จำได้แค่เรื่องราวหลังจากฟื้นขึ้นมาที่บ้านเท่านั้น ทุกอย่างก่อนหน้านี้กลับเป็นเพียงความว่างเปล่า

ฉับพลัน ภาพไมลส์ที่เปลือยท่อนบนให้เขารักษาแผลก็โผล่แวบขึ้นมา

หัวใจเต้นถี่รัวดัง ตุบ ตุบ!

“ไม่ใช่! ไม่ใช่!”

เขาส่ายหน้า สลัดภาพนั้นออกจากหัว ใบหน้าแดงซ่านตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว

แต่แล้ว อยู่ ๆ เขาก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง จนต้องเอามือทั้งสองมากุมหัวตัวเอง

 

“รสชาติของการจนตรอกเป็นยังไงบ้างล่ะ?”

แกฆ่าคนของเราไปเท่าไหร่แล้วนะ สิบ ไม่สิ ยี่สิบคน? อย่างนี้อย่างน้อย ๆ ก็ต้องยี่สิบหมัดเป็นไง”

 

เสียงของไมลส์ดังขึ้นในหัวพร้อมภาพเบลอ แต่ไม่ใช่ไมลส์ที่ใจดีอย่างที่เขารู้จัก คนคนนั้นทั้งโหดเหี้ยมและแข็งกระด้าง

คริสโตเฟอร์ยืนพิงผนังอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งอาการปวดหัวคลายลง ภาพในหัวนั้นจึงค่อยหายไปเหมือนเป็นมายา

 

…นี่มันอะไรกัน?

 

______________

A.L. Lee

มาแล้วค่ะ /// หมดแรงโฮกกก T^T

เขียนไปเขียนมา ยาวซะงั้น น่าจะซักตอนที่ 14-15 นะคะ ถึงจะจบ (ยาวไปไหมเนี่ย...)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 245 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #432 ->JEREME<- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 15:53
    arc นี้จะ bad end

    มั้ยนะ อ่านอ่านมา เสียวๆไงไม่รุ
    #432
    0
  2. #417 polar* (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 03:42
    อลิเซีย???หล่อนแปลกไปปป
    #417
    0
  3. #238 sakura17 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 10:34
    อลิเซียแปลกๆสินะ รู้ตัวตนทั้งคู่แล้วพยายามพูดสะกิดให้คริสคิดเปล่า
    คริสเริ่มจะจำได้แล้วมั้ยเนี่ย
    #238
    0
  4. #206 After_TeaTime (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 03:18

    อลิเซีย... พี่สาวของไมลล์ที่มาตามน้อง? //สารภาพว่าบางทีเผลออ่านไมลล์เป็นไมโลแล้วค่ะ555555

    #206
    0
  5. #186 Avista (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 12:00
    ไม่นะะะะะ
    #186
    0
  6. #70 JHTEN (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 10:49
    เอ้าแม่หญิงละตินฉันยังไงเนี่ย
    #70
    0
  7. #23 Silabun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 23:42
    มีความรู้สึกว่านางเองทะแม่งๆยังไงไมรู้
    #23
    1
    • #23-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 11)
      8 พฤษภาคม 2563 / 07:50
      แค่ก ๆ ๆ
      ไอกลบเกลื่อน
      #23-1
  8. #22 Pswmp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 23:07
    เอาแหล่วๆๆๆๆๆๆ ความทรงจำจะกลับมาแล้ว จะเป็นยังไงก็ต้องลุ้นเอา....... //ตัดจบได้ค้างมากอ่ะไรท์
    #22
    1
    • #22-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 11)
      8 พฤษภาคม 2563 / 07:47
      เห็นรีดค้างไรท์ก็มีความสุขค่ะ อิอิ
      //โดนตบ
      #22-1