An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 10 : Arc 1.10 คู่หู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 228 ครั้ง
    3 พ.ค. 63

หนึ่งเดือนหลังจากที่คริสโตเฟอร์ช่วยอลิเซียไว้จากหัวขโมยขี้ยา หรือก็คือสองเดือนหลังจากที่เขาย้ายมาอยู่ในเมืองนี้ ข่าวท้องถิ่นและโลกโซเชียลก็เริ่มรับรู้ถึงการมีอยู่ของฮีโร่คู่หู หนึ่งคือมนุษย์ผู้มีพลังน้ำแข็ง สองคือมนุษย์ที่มีความเร็วสูงที่ไม่ว่าใครก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน คนทั้งสองช่วยเหลือคนในเมืองนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า จากคำบอกเล่าที่คนทั่วไปเคยคิดว่าเป็นคำพูดไร้สาระ เป็นภาพหลอนหรือคิดไปเอง แต่พอคำพูดนั้นถูกบอกเล่ากันปากต่อปาก มีคนยืนยันมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนในเมืองนี้จึงเชื่อแล้วว่ามีฮีโร่สองคนคอยปกป้องพวกเขาอยู่จริง ๆ

ผู้หญิงคนหนึ่งเล่าว่า ในวันที่เธอเลิกงานดึก ระหว่างรออยู่ที่ป้ายรถเมล์ที่ไร้ผู้คน อยู่ดี ๆ ก็โดนชายแปลกหน้าฉุดกระชากลากถูไปที่พุ่มไม้ด้านหลัง หวังจะข่มขืน เธอดิ้นรนขัดขืน ร้องตะโกนหาคนช่วยแต่ไม่เป็นผล ตอนที่เธอคิดว่าคงต้องกลายเป็นเหยื่อแน่แล้ว อยู่ ๆ ชายชั่วคนนั้นก็ถูกแช่แข็ง ลามตั้งแต่ขามาจนถึงตัว ใบหน้าของตอนถูกแช่แข็งยังเต็มไปด้วยความหวาดผวา ขณะที่เธอกำลังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นชายสองคนโผล่มา คนคนหนึ่งเปรียบเหมือนรูปสลักจากน้ำแข็ง ร่างกายสูงใหญ่ หน้าตาคมคาย แต่ยากจะระบุใบหน้าที่แท้จริง บรรยากาศรอบตัวแฝงกลิ่นอายเย็นยะเยือก ยืนกอดอกไม่พูดไม่จา แต่อีกคนหนึ่งผอมบางกว่า สวมฮู้ด ใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าครึ่งบน ฟังจากเสียงจึงได้รู้ว่าเป็นเด็กหนุ่ม คนคนนั้นอ่อนโยนกว่า อุ้มเธอขึ้น พาเธอออกวิ่งด้วยความเร็วที่ยิ่งกว่ารถยนต์มาส่งที่สถานีตำรวจ ก่อนไปยังเอานิ้วชี้ขึ้นแตะปาก เหมือนห้ามไม่ให้เธอบอกใคร

อีกเหตุการณ์หนึ่ง ตอนที่เกิดไฟไหม้ที่อพาร์ตเมนต์เก่าแก่ในชุมชน มีผู้พบเห็นหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาพบฮีโร่คู่นี้ ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ร้อนระอุ มนุษย์ที่มีพลังน้ำแข็งนั้นพยายาหยุดการลุกลามของไฟ เขาฝ่าความร้อนที่เป็นปรปักษ์กับพลังของตัวเอง สร้างน้ำแข็งขึ้นมากั้น เบิกทางให้คนในตึกนั้นหนีออกไปได้ พอมันโดนความร้อนหลอมละลายก็สร้างน้ำแข็งขึ้นมาใหม่อีก ร้องตะโกนให้ทุกคนรีบออกไปโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะใช้พลังไปมากเท่าไหร่ ส่วนคนที่บาดเจ็บก็ได้เด็กหนุ่มที่ว่องไวราวสายฟ้าพาออกมา ถึงแม้สุดท้ายตึกหลังนั้นจะกลายเป็นเถ้าถ่าน แต่ไม่มีใครบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตเลย คนเหล่านั้นต้องการขอบคุณคนทั้งสอง แต่พอสถานการณ์คลี่คลายกลับหาตัวพวกเขาไม่เจอแล้ว

แม้แต่คนร้ายก็ยืนยันข้อมูลนี้เช่นกัน พวกเขาต่างเล่าว่าโดนแช่แข็งจนขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้อย่างไรบ้าง บางคนถึงกับเล่าว่าปีศาจน้ำแข็งตนนั้นสร้างน้ำแข็งอันแหลมคมมาทิ่มแทงตัวเองจนบาดเจ็บสาหัส บ้างก็เล่าว่ามีเด็กหนุ่มที่ผลุบโผล่ไปไหนมาไหนได้ว่องไวเหมือนภูตผีลอบทำร้ายเขา และคนทั้งสองมักปรากฏตัวคู่กัน

ไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงของฮีโร่คู่นี้เป็นใคร

ในโซเชียลมีเดีย มีคนเคยวิเคราะห์ว่าคนที่มีพลังน้ำแข็งคนนั้นน่าจะเป็นคนเดียวกันกับไอซ์เดวิลที่หายตัวไปจากอีกรัฐหนึ่ง ข้อสันนิษฐานนี้ต่างมีคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สำหรับคนที่เห็นด้วย เขาเชื่อว่าพลังแบบนี้ไม่น่าพบเห็นกันได้ง่าย ๆ เมื่อมีพลังน้ำแข็งเหมือนกัน ย่อมเป็นคนเดียวกัน แต่กลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยก็มีข้อโต้แย้งที่น่าสนใจอยู่ถึงสามข้อ หนึ่งคือ หน้าตาของมนุษย์น้ำแข็ง เท่าที่เห็นไม่ได้คล้ายกับไอซ์เดวิลเท่าไหร่นัก หนึ่งคือไอซ์เดวิลจะมีเรือนผมยาวสีขาวเป็นเอกลักษณ์ แต่มนุษย์น้ำแข็งผู้นี้ผมสั้น สองคือไอซ์เดวิลเป็นดาร์กฮีโร่ที่โหดร้าย ทุกครั้งที่ลงมือ เป้าหมายถ้าไม่ตายก็พิการ แต่การลงมือของคนคนนี้กลับปรานี อาจมีคนร้ายบาดเจ็บหนักบ้าง แต่ทุกคนล้วนปลอดภัยอยู่ในตะราง ข้อสาม แต่ไหนแต่ไรไอซ์เดวิลเป็นหมาป่าโดดเดี่ยว ไม่เคยให้ความร่วมมือกับตำรวจหรือใครเลย การพูดว่าไอซ์เดวิลมีคู่หูข้ากายจึงนับเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เหมือนพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกอย่างนั้น

ไมลส์เลื่อนมือถือดูโซเชียลเน็ตเวิร์ก สีหน้าเคร่งเครียด

ตัวตนของพวกเขาเริ่มเป็นที่รับรู้มากขึ้น ถึงจะไม่ใช่ข่าวฮิตติดกระแส แต่เชื่อเถอะว่าเรื่องนี้ต้องรู้ถึงหูของสไปเดอร์แล้วอย่างแน่นอน ถึงเขาจะบอกให้คริสโตเฟอร์ปรับหน้าตาร่างน้ำแข็งของตัวเอง แต่คนมีพลังน้ำแข็งกับความเร็วไม่มีทางรอดพ้นจากสายตาองค์กรไปได้ อีกไม่นานพวกมันคงส่งคนมาตามล่าพวกเขาที่นี่ ไม่สิ…ดีไม่ดีอาจจะมาถึงแล้วก็ได้ ต่อให้การต่อสู้ครั้งนี้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และมั่นใจว่าคริสโตเฟอร์จะสามารถรอดพ้นทุกอย่างไปได้ด้วยออร่าพระเอก แต่ตัวเขาไม่ใช่ ต่อให้เตรียมตัวเตรียมใจพร้อมสู้ไว้อย่างไรก็ต้องยอมรับว่ากลัว ไมลส์เดิมพันทุกอย่างมาขนาดนี้ย่อมไม่อยากตายเปล่า แต่ความตายยังเทียบไม่ได้กับการตกอยู่ใต้เงื้อมมือของแดเนียลผู้โรคจิตพร้อมกับทัณฑ์ทรมานสารพัดรูปแบบ

…หรือถ้าโดนจับได้จะรีบชิงฆ่าตัวตายไปก่อนเลยดี

ไมลส์เริ่มหันมาคิดทางออกน่าเศร้าสลดของตัวเองอย่างจริงจัง

…ไม่ได้ ๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงก็ต้องรอดไปให้ได้

“ไมโล พร้อมหรือยัง”

เสียงเรียกของคริสโตเฟอร์ทำให้เขาหลุดจากภวังค์ ไมลส์ที่กำลังยืนพิงต้นไม้เก็บโทรศัพท์แล้วยืดตัวตรง ตอนนี้เป็นเวลาหัวค่ำ พวกเขาอยู่ที่ป่าสนไม่ไกลจากเมือง ไมลส์ชอบที่นี่ เป็นสถานที่สงบเงียบไม่มีใครกล้ามาย่างกรายในเวลามืดยกเว้นตัวประหลาดอย่างพวกเขาสองคน นอกจากจะใช้พักผ่อนแล้ว ยังเป็นสถานที่ฝึกซ้อมอีกด้วย

“ได้เลย” ไมลส์คว้ากริชราชันไอเทมประจำตัวออกมา หันคมชี้ไปที่ชายหนุ่ม “วันนี้ฉันจะชนะให้ดู”

“พูดขนาดนี้ ถ้าแพ้ขึ้นมามันน่าอายนะ” ปีศาจน้ำแข็งยกยิ้ม กระดิกมือเป็นสัญญาณว่าให้เข้ามา

โดนท้าทายอย่างนั้นไมลส์ก็เลือดลมพลุ่งพล่าน ไม่ว่าจะแข่งอะไร เขาตกเป็นรองหมอนี่ตลอด แต่วันนี้ยังไงต้องขอเอาชนะให้ได้สักครั้ง

เขาพุ่งตัวเข้าหาอีกฝ่ายด้วยความเร็วสูง ทว่าคริสโตเฟอร์รู้แกวดีจึงฉวยจังหวะที่เขาเพิ่งออกตัว ก้มตัวลงแล้วเอาฝ่ามือแตะพื้น ฉับพลันน้ำแข็งก็ปกคลุมดินบริเวณนั้นเป็นวงกว้าง กลายเป็นลานน้ำแข็งกลางป่า ทำให้ไมลส์ที่ใช้ความเร็วสูงวิ่งไม่ถนัด

แต่เพราะทริกนี้ถูกใช้มาหลายครั้ง ไมลส์จึงไม่ยอมติดกับเดิมอีก ปกติหากเจอลูกเล่นนี้เข้าไป เขาจะลื่นไถลไปไกล แต่วันนี้คาดกันลื่นติดรองเท้าไว้แล้ว และยอมวิ่งช้าลงแต่มั่นคงกว่า ดังนั้นจึงเข้าประชิดตัวคริสโตเฟอร์ได้โดยไม่เสียศูนย์

ทว่าคริสโตเฟอร์มีหรือจะดูไม่ออก ยังไม่ทันที่คมกริชของไมลส์จะมาถึงตัวเขาก็กลายเป็นร่างน้ำแข็งที่แข็งแกร่งเรียบร้อยแล้ว แถมยังสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาขวางหน้าตัวเอง กระแทกเด็กหนุ่มจนถอยกลับไปอีกหลายก้าว

ยังไม่ทันตั้งตัว ลิ่มน้ำแข็งที่แหลมคมสลับไขว้กันก็ผุดขึ้นจากพื้นบริเวณที่ไมลส์ยืนอยู่ พอเขากระโดดหนี ก้าวต่อไปพวกมันก็ผุดขึ้นมาอีก ถึงความเร็วจะตามเขาไม่ทัน แต่รู้ตัวอีกทีเขาก็โดนกับดักนี้ไล่ออกห่างคริสโตเฟอร์มาไกลแล้ว เจ้าของพลังหัวเราะหึ ๆ ทั่วทั้งลานมีลิ่มน้ำแข็งแทงสลับซับซ้อน เป็นปราการเหล็กที่พร้อมจะทำลายทุกคนที่เข้าใกล้ ความเย็นของอากาศโดยรอบควบแน่นละอองน้ำให้กลายเป็นเกล็ดหิมะปลิวว่อน ตกกระทบกับปีศาจน้ำแข็งที่หล่อเหลาเหมือนรูปสลัก ทำให้ดูเหมือนยมทูตในดินแดนแห่งความตายอันหนาวเหน็บ

ไมลส์หอบหายใจออกมาเป็นควันขาว สายตายังคงดื้อดึงไม่ยอมแพ้

หมอนี่รู้จุดอ่อนเขาดีเกินไป

พลังของไมลส์มีข้อจำกัดอยู่ เขาจะสามารถเร่งความเร็วได้ดีก็ต่อเมื่อไม่มีอุปสรรคขัดขวาง หากมีลิ่มน้ำแข็งขวางแบบนี้เขาย่อมไม่สามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ ถึงแม้มองเผิน ๆ แล้วเขาก็ยังไวเหนือมนุษย์ แต่สำหรับการต่อสู้ เสี้ยววินาทีย่อมมีความหมาย อีกข้อจำกัดหนึ่งคือเขาไม่สามารถใช้พลังได้นานติดกันเกินห้านาที เพราะมันเผาผลาญพลังงานมาก และร่างกายของเขาระบายความร้อนไม่ทัน หากฝืนใช้ต่อเนื่องนานเกินไปอาจช็อกตายได้ จึงจำเป็นต้องพักเป็นระยะ

แต่กลับกัน เขาเองก็รู้จุดอ่อนของคริสโตเฟอร์เช่นกัน

น้ำแข็งย่อมไม่ถูกกับไฟ นั่นเป็นสามัญสำนึกที่คนทั่วไปรู้ และมีตัวร้ายหลายคนพยายามจัดการไอซ์เดวิลด้วยไฟเช่นกัน แต่นั่นยังไม่ใช่วิธีการเล่นงานที่ดีที่สุด

เกราะน้ำแข็งที่เคลือบตัวเหมือนเป็นโล่กำบังให้คริสโตเฟอร์ มองดูภายนอกเหมือนไม่สามารถทำลายได้โดยง่าย แต่ที่จริงแล้วทุกครั้งเวลาสร้างพลังน้ำแข็ง เกราะจะไม่เสถียรเพราะถ่ายเทพลังไปสู่ภายนอก เวลาดังกล่าวจึงเหมาะที่สุดในการเล่นงานไอซ์เดวิล เรื่องนี้ไม่มีใครรู้จนกว่าจะถึงภาค 3 หรือถ้าจะให้พูดตามตรง แอล.แอล. มิลตัน เพิ่งจะคิดได้ว่าไม่ควรให้ตัวเอกแกร่งเกินไป เลยยัดจุดอ่อนตามมาให้ทีหลังนั่นแหละ

ทว่าต่อให้รู้จุดอ่อนก็ใช่ว่าจะเล่นงานได้ โอกาสมีไม่มาก เขาต้องหาจังหวะ

ไมลส์ไม่รีรออีก พุ่งทะยานฝ่าดงน้ำแข็งเข้าหาคู่ต่อสู้ คริสโตเฟอร์สร้างปราการรอบตัวกันเขาไม่ให้เข้าใกล้อีกครั้ง แต่รอบนี้ไมลส์ไม่ได้เข้าหาด้านหน้าอย่างเคย หลังจากพื้นน้ำแข็งโดนพลังปรับเปลี่ยนหลายครั้ง ลิ่มที่แหลมคมหลายจุดก็หักลงกลายเป็นแท่นเล็ก ๆ ให้เขากระโดดลอยขึ้น พอได้ระดับแล้วก็อาศัยต้นสนถีบตัวกลับ แรงสะท้อนทำให้เขาพุ่งตรงไปเหนือตัวของคริสโตเฟอร์ที่ไร้การป้องกัน

ปีศาจน้ำแข็งเงยหน้ามองก็รู้ตัวว่าพลาดแล้ว อีกฝ่ายเร็วเกินไป ไม่มีทางสร้างน้ำแข็งป้องกันหรือหลบทัน ไมลส์ตั้งศอก ตั้งใจจะใช้แรงทั้งหมดซัดให้จอดในคราวเดียว

แต่แทนที่จะตกใจ คริสโตเฟอร์กลับผุดรอยยิ้มประหลาดมุมปาก หยิบของบางอย่างในกระเป๋ากางเกงโยนเข้าหาเด็กหนุ่ม

มันคือมะเขือเทศจิ๋วแพ็คเล็ก!

ไมลส์เผลอเอื้อมมือไปคว้าหมับตามสัญชาตญาณ ร่างกายเสียสมดุล ร่วงกระแทกกับพื้นดังโครมใหญ่

“เจ็บ…เจ็บโว้ย! พี่บ้า! ขี้โกงนี่!”

เขาร้องประท้วงไปก็คลำหัวป้อย ๆ ไป แต่อีกมือหนึ่งกุมของโปรดไว้แนบอกอย่างหวงแหน คริสโตเฟอร์เห็นอย่างนั้นก็กุมท้องหัวเราะงอหาย ไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด

“ฮ่า ๆ ๆ! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าได้ผล! ไมโล นายมันเห็นแก่กินเกินไปแล้ว! ฮ่า ๆ ๆ!”

คนเห็นแก่กินทำแก้มพองลม แกะมะเขือเทศออกมากินไม่พูดไม่จา ที่น่าโมโหยิ่งกว่าการแพ้ ก็คือการกำลังจะชนะแต่ดันมาตายด้วยลูกไม้งี่เง่าแบบนี้นี่แหละ เขารับตัวเองไม่ได้จริง ๆ

“อย่างอนเลยน่า คราวหน้ายังมีโอกาส” คริสโตเฟอร์ลูบหัวน้องชายอย่างเอ็นดู “สัญญาว่าจะไม่ใช้ลูกไม้นี้อีกแล้ว”

ไมลส์อยากจะต่อว่าอีกฝ่ายเพิ่มอีกสักสองสามคำ แต่กลับโดนเสียงของเครื่องที่ดักฟังวิทยุสื่อสารของตำรวจในกระเป๋าเป้ข้างตัวดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

“มีเด็กถูกลักพาตัว”

 

_____________________

 

A.L. Lee

ความลับของพลังก็เปิดเผยแล้ว เช่นเดียวกันกับความเห็นแก่มะเขือเทศของไมโล//ผิดด

อยากบอกว่า ในชีวิตจริง ไรท์เกลียดมะเขือเทศมากค่ะ TvT แต่โดนคนที่บ้านบังคับกิน การสร้างตัวละครให้ชอบของที่เราเกลียด บางทีก็ช่วยให้เราได้พยายามเปิดใจมองมันใหม่เหมือนกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 228 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

405 ความคิดเห็น

  1. #237 sakura17 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 10:27
    กลัวว่าพอเป็นคู่หูกันพวกสไปเดอร์จะตามไมล์เจอด้วยอะ

    ใช้มะเขือเทศล่อไมล์ได้ด้วย55
    #237
    0
  2. #185 Avista (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 11:53
    น้อง555555555
    #185
    0
  3. #69 JHTEN (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 10:31
    น้องงง5555555 อย่างฮา
    #69
    0
  4. #21 Silabun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:26
    เห็นน้องเป็นแฮมสเตอร์แล้ว อยากหยิกแก้มมันเขี้ยว55555
    #21
    1
    • #21-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 10)
      4 พฤษภาคม 2563 / 10:52
      จะว่าไปก็เหมือนจริง ๆ ตอนทำแก้มป่อง น่าร้ากกก >w<
      #21-1
  5. #20 meena- (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 22:26
    ไม่ชอบกินมะเขือเทศเป็นลูกๆ แต่ชอบกินแบบหั่นบางๆใส่ในยำเท่านั้น แปลกใจตัวเอง 555
    #20
    1
    • #20-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2563 / 22:32
      ถ้าเป็นมะเขือเทศในยำ เราก็พอกินได้บ้างค่ะ เหมือนมันช่วยให้นัวขึ้น 555
      #20-1
  6. #19 Pswmp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 22:15
    ถถถถถ~~~ แพ้เพราะของกิน
    #19
    1
    • #19-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 10)
      3 พฤษภาคม 2563 / 22:31
      เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าตะกละ 555
      #19-1