An Unlucky Supporting Role : ระบบตัวประกอบผู้โชคร้าย

ตอนที่ 1 : Arc 1.1 แอล.แอล.มิลตัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 416 ครั้ง
    23 เม.ย. 63

โฮเวอร์คาร์ที่บินฉิวมาตลอดทางลอยจอดเหนืออาคารสูงเสียดฟ้า ไมลส์รูดบัตรที่ช่องจ่ายเงินในรถ พูดขอบคุณคนขับแล้วเปิดประตูออก ลมบนดาดฟ้าแรงมาก ตีผมสีดำสั้นของเขาจนยุ่งเหยิงไปหมด แม้แต่เสื้อตัวโคร่งก็โดนลมตีจนเสียทรง มองเห็นรูปร่างผอมบางที่ซ่อนอยู่ข้างใน พอโฮเวอร์คาร์ขับออกไปเขาก็เดินไปที่แท่นกลางอาคาร กดรหัสหกหลักบนแท่นนั้น จากนั้นเกิดเสียงดัง ติ๊ง แล้วมีแสงฉายออกมาเพื่อแสกนม่านตาของไมลส์ เมื่อทุกอย่างผ่าน พื้นบริเวณหน้าแท่นนั้นก็แยกออกจากกันเป็นสองส่วน มีลิฟต์แก้วถูกดึงขึ้นมา รับคนจากข้างบนลงไปภายในอาคาร

ไมลส์ลงลิฟต์นั้นไปที่ห้องของตัวเอง

ยังไม่ทันเปิดประตูก็ได้ยินเสียงผู้หญิงข้างในร้องตะโกนอะไรบางอย่างออกมา

“โอ้ ได้โปรดเถิด อย่าทำแบบนี้กับข้าเลย ท่านแม่ ได้โปรด ข้ารักเขาเหลือเกิน”

“หากเจ้ารักเขาถึงเพียงนั้น ก็จงไปกับเขาเสีย! ต่อแต่นี้ไปเจ้าไม่ใช่คนตระกูลของเราอีก!”

“ท่านแม่!”

พอเปิดเข้าไปก็เห็นหญิงสาวผมดำสวมแว่นคนหนึ่ง เธอสวมชุดชุดบอดี้สูทที่มีเซ็นเซอร์ติดอยู่เต็มไปหมดทั้งตัวทั้งหัว รอบตัวมีแสงกะพริบวิบวับรายล้อมเหมือนมาจากอีกโลกหนึ่ง ก้มตัวร้องไห้สะอึกสะอื้นกระซิกๆ ปานโลกจะล่มสลาย แต่พอมองเห็นเขาก็ปาดน้ำตาจระเข้ออก แล้วฉีกยิ้มกว้างให้เขา

“กลับมาแล้วหรอ ไมโล”

“บอกแล้วไงว่าให้เรียกผมว่าไมลส์น่ะ แล้วคราวนี้แต่งเรื่องอะไรอีกล่ะ พี่ไลล่า”

ไลล่าลุกขึ้นปัดฝุ่นชุดบอดี้สูท กดปุ่มที่คอมพิวเตอร์พกพาที่ข้อมือของตัวเอง จากนั้นแสงวิบวับรอบตัวก็หายไป แล้วเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“ชื่อเรื่องว่า ลอเรน เซ็ตติ้งเป็นยุควิคตอเรีย เป็นเรื่องราวความรักสามเส้าระหว่าง…”

“โอเค เข้าใจละ เรื่องก็คงเป็น หญิงสูงศักดิ์อะไรสักอย่าง เลือกไม่ถูกว่าจะรักกับพระเอกที่ทางบ้านกีดกันดี หรือพระรองผู้เพียบพร้อมดี สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกพระเอก ตัดขาดกับบ้านของตัวเองสินะ”

“นายรู้ได้ยังไงน่ะ” ไลล่าปิดปาก ทำหน้าตกใจสุดขีด

ไมลส์ทำหน้าเซ็ง บอกว่า “ให้ตายสิ! นี่ผมเดาถูกจริง ๆ เหรอเนี่ย พล็อตคลีเช่ น้ำเน่าสุด ๆ”

“อย่าบอกว่าคลีเช่สิยะ ให้เรียกว่าคลาสสิก เข้าใจไหม คลาสสิก! เรื่องนี้มีคนติดตามหลักแสนนะยะ หลักแสน! กล้าดูถูกกันเหรอ” เธอเอานิ้วดันกรอบแว่น พูดด้วยท่าทีเชิดหยิ่ง

“ครับ ๆ คุณนักเขียนมือทองแห่งยุค แอล.แอล. มิลตัน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

ไลล่า พี่ของเขาคนนี้เป็นนักเขียนคนหนึ่ง เธอสร้างเรื่องมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบเรื่อง ไม่ได้โด่งดังมากแต่ก็ถือว่ามีฐานแฟนคลับประมาณหนึ่ง

สาเหตุที่บอกว่าแฟนคลับหลักแสนนั้นแค่ ‘ประมาณหนี่ง’ น่ะเหรอ

ก็เพราะยุคนี้เป็นโลก VR (Virtual Reality) หรือโลกเสมือนจริงแล้วน่ะสิ

หากเป็นเมื่อสักหนึ่งร้อยปีก่อนที่โลกยังแบ่งเป็นประเทศต่าง ๆ นิยายยังอยู่ในรูปแบบหนังสือและเขียนด้วยภาษาที่นักเขียนชำนาญ นักเขียนที่เกิดในประเทศที่มีคนใช้ภาษานั้นเยอะ ก็จะได้เปรียบด้านการตลาด แต่การแข่งขันก็สูงมากด้วย แต่หากเป็นนักเขียนที่ใช้ภาษาที่คนใช้ไม่มาก คนอ่านก็น้อย นักเขียนก็ไส้แห้ง แต่ปัจจุบันไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว

นอกจากจะไม่มีการแบ่งประเทศแล้ว ทุกวันนี้ขอแค่มีคอมพิวเตอร์ ทุกคนก็สร้างโลกเสมือนจริงได้เอง นิยายไม่ได้ถูกสร้างด้วยตัวหนังสืออีกต่อไป แต่ถูกหลอมรวมเข้ากับเกม ทุกอย่างเป็นการรังสรรค์ด้วยจินตนาการในหัวของนักเขียน บวกกับใช้เอไอ ก่อร่างสร้างขึ้นมาทั้งตัวละคร บทบาท คำพูด พล็อตเรื่อง ฉาก จนกลายเป็นโลกใบย่อม ๆ ใบหนึ่ง นักเขียนในทุกวันนี้ คือคำที่ใช้เรียกคนสร้างโลกเสมือนจริงเหล่านี้ให้ผู้คนเข้าไปรับชมเหมือนเป็นประสบการณ์ตรง

…เอ้อ…แต่การที่พี่สาวของเขาลงไปสวมชุดติดเซ็นเซอร์นั่งคุกเข่าพร่ำพรรณนาอยู่หน้าฉากนั่นก็ออกจะ…เวอร์ไปหน่อย ปกตินักเขียนแค่นอนหลับเข้าไปในโลกเสมือนจริงก็ใช้ได้แล้ว แต่เธอคงพยายามทำให้ตัวเองอินไปกับเนื้อเรื่องละมั้ง

แน่นอนว่าหากอยากอ่านเป็นตัวหนังสือคอมพิวเตอร์ก็สามารถจำลองโลกนั้นออกมาให้อ่านได้ แต่โดยทั่วไปแล้วไม่มีใครทำกัน เพราะการเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองมันสนุกกว่าเป็นไหน ๆ

ดังนั้น ในยุคนี้กำแพงภาษาของนิยายจึงหมดไป คนทั่วโลกมีเท่าไหร่นักอ่านก็มีเท่านั้น เปรียบเทียบกับนักเขียนคนอื่นแล้ว คนติดตามหลักแสนของพี่สาวของเขานั้นถือว่าไม่ได้เยอะเลย …ไม่สิ ถ้าจะให้พูดตามตรง เขาคิดว่าปาฏิหารย์แล้วด้วยซ้ำ เพราะนิยายนามปากกา แอล.แอล. มิลตัน ขึ้นชื่อเรื่องชอบเลียนแบบพล็อตนิยายและหนังสมัยก่อน แถมยังขาดความสมเหตุสมผล ชอบขุดหลุมแล้วลืมกลบ ทำให้ไมลส์ไม่เคยคิดจะอ่าน ถ้าจะมีดีอะไรก็แค่ออกแบบตัวละครได้งดงามสุด ๆ เท่านั้นเอง เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับต่อมบ้าหน้าตาของเจ้าตัว

แต่ถึงจะบ่นอย่างไร ในใจไมลส์ก็รู้สึกขอบคุณไลล่า เพราะหลังจากพ่อแม่เสียไปก็มีพี่สาวที่อายุมากกว่าเขาสิบปีคนนี้นี่แหละที่แต่งนิยายต่าง ๆ เลี้ยงเขามา

หลังจากปะทะคารมกับพี่สาวจนพอใจ ไมลส์ก็เข้าห้องนอนของตัวเอง เปิดคอมพิวเตอร์พกพาในรูปแบบนาฬิกาข้อมือ หรือที่เรียกกันว่า ‘แท็บ’ แสงราง ๆ ผุดขึ้นมาเป็นหน้าจอทัชสกรีตลอยอยู่ตรงหน้าเขา ไมลส์รียกไฟล์การบ้านขึ้นมาทำ แต่ทำได้ไม่ถึงชั่วโมงก็เริ่มขี้เกียจ อย่างไรเสียเขาก็เป็นแค่เด็กไฮสกูลคนหนึ่งที่มีเป้าหมายคือใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวัน ๆ เท่านั้น

และสิ่งที่เด็กไฮสกูลจอมเฉื่อยคนนี้ชอบทำเป็นที่สุด ก็คือการเข้าโซเชียลเน็ตเวิร์ก

ไมลส์เปิดคอลัมน์แนะนำนิยายที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ แล้วก็ตัดสินใจว่าจะฆ่าเวลาด้วยการเข้าไปท่องในจักรวาลของโลกแฟนตาซียุคกลางที่มีเนื้อเรื่องการเมืองและหักเหลี่ยมเฉือนคมสุดเข้มข้น สร้างโดยนักเขียนชื่อดังที่มีคนติดตามนับร้อยล้าน ที่ชื่อว่า “Game of *hrone” ซึ่งเพิ่งจะปล่อยภาคจบออกมา รวมระยะเวลาจากภาคแรกจนจบภาคสุดท้ายยาวนานมากกว่าสี่สิบปี ตั้งแต่ก่อนเขาเกิดเสียอีก

…แต่อย่างว่าแหละ งานคุณภาพกับงานเผาของพี่สาวเขามันเทียบกันได้ที่ไหน

เขากดปุ่มสั่งซื้อ ตั้งใจว่าคืนนี้จะเข้าไปโลดแล่นในโลกแฟนตาซีนี้ให้เต็มที่ ก่อนจะได้ยินเสียงของไลล่าเรียกให้ออกมากินมื้อเย็น

พอไปที่โต๊ะ ก็เห็นพี่สาวที่ตอนนี้มัดผมดำของตัวเองเป็นจุกบนหัว ผัดอะไรสักอย่างที่มีกลิ่นหอมฉุนอยู่หน้าเตา แล้วฉีกยิ้มแป้นแล้นให้กับผู้ชายวัยสามสิบที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ

“พี่ภูมิ วันนี้มีผัดกะเพราด้วยนะ เมนูโปรดพี่ใช่ไหม ลองชิมดูสิ รสชาติโอเคหรือยัง” พูดจบก็เอาช้อนตักให้อีกฝ่ายชิม

“อื้ม โอเคเลยที่รัก เดี๋ยวนี้ทำอาหารเก่งขึ้นนะ” ภูมิวัยสามสิบชิมเสร็จก็มองอีกฝ่ายด้วยสายตาหวานเยิ้ม

…โอ๊ย คู่รักบ้าสองคนนี้ ช่วยเห็นใจคนโสดหน่อยได้ไหม

ไมลส์รู้สึกว่าตากำลังจะบอดด้วยออร่าความรัก

เขาช่วยจัดจานบนโต๊ะ ส่วนสองคนนั้น หลังจากเลิฟ-เลิฟ กันหน้าเตาจนพอใจแล้ว ถึงค่อยยอมตักกับข้าวมาแล้วนั่งกินด้วยกัน

“นายคิดหรือยังว่าจบไฮสกูลแล้วจะไปทำอะไรต่อ” อยู่ ๆ ชายหนุ่มก็เปิดประเด็นถามไมลส์

ภูมิเป็นพี่เขยของเขา มีสายเลือดชาวเอเชียเต็มร้อย จึงมีผิวเข้ม แต่กลับตัวสูง ใบหน้าคมและแผ่ออร่าอบอุ่นอยู่เสมอ ส่วนเขากับพี่สาวนั้นเป็นลูกครึ่ง จึงมีจมูกและตาชัดของคนยุโรปจากพ่อ แต่ผมดำตาดำแบบเอเชียได้จากแม่ พวกเขาตัวไม่สูงไม่เตี้ย เวลาไมลส์มองพี่เขยยังต้องแหงนหน้ามองนิดหน่อย

“ยังเลยครับ” ไมลส์ตอบทั้งที่ยังเคี้ยวข้าวอยู่ในปากตุ้ย ๆ “ก็คงทำงานหาประสบการณ์ไปก่อน”

“อีกสามเดือน มหาวิทยาลัย C จะเปิดรับสมัครนักศึกษาภาคคอมฯ นายลองเอาไปดูสิ” พูดจบก็ยื่นแผ่นพับให้ไมลส์

“เรียนเหมือนพี่น่ะเหรอ” ไมลส์ขมวดคิ้ว ภูมิเรียนจบคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันเป็นนักพัฒนาระบบ และหนึ่งในสิ่งที่เขาพัฒนาก็คือระบบที่พี่สาวของเขาและคนทั่วโลกใช้ในการสร้างโลก VR อยู่ในบริษัทที่ชื่อว่า UVW (United Virtual World) บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาทั่วโลก

“เพราะฉันเห็นนายชอบ ก่อนหน้านี้ก็เขียนโปรแกรมประกวดอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“ฝีมือผมยังไม่เข้าขั้นหรอกครับ ก็แค่เด็กเล่นขายของ” ไมลส์ส่ายหน้า เก็บแผ่นพับเข้ากระเป๋ากางเกง “อีกอย่าง ผมกลัวว่าทำงานกับคอมไปนาน ๆ จะกลายเป็นพวกกีค ที่สุดท้ายแล้วก็หาใครไม่ได้จนต้องแต่งงานกับเอไอ อะไรพวกนั้น”

“พูดอะไรหัวโบราณแบบนั้น รู้ไหมเดี๋ยวนี้มีคนแต่งงานกับเอไอตั้งสิบห้าเปอร์เซ็นต์เชียวนะ” ไลล่าแย้ง “คนที่พี่รู้จักก็อย่างน้อยสามคนแล้วที่ทำแบบนั้น ยังไงเสียวิทยาศาสตร์ก็ก้าวหน้า เพาะเลี้ยงร่างกายจริง ๆ ให้เอไอได้ตั้งนานแล้ว มองเผิน ๆ ไม่มีอะไรต่างจากคนเลยสักนิด นี่นายเกิดมาในยุคไหนกัน”

“งั้นหมายความว่าถึงพี่ภูมิเป็นเอไอ พี่ก็จะยังแต่งงานกับเขางั้นสิ”

“แน่นอนอยู่แล้วสิ!” ไลล่าพูดอย่างเชิดหยิ่ง ก่อนจะหันไปควงแขนสามีตัวเอง “เพราะเขาคือคนรักชั่วชีวิตของฉันยังไงล่ะจ๊ะ”

“ที่รัก …นี่มัน ต่อหน้าไมลส์เลยนะ” ภูมิเกาแก้มอย่างเขินอาย แต่ไม่มีทีท่าจะผลักคนรักออกไปสักนิด

ไมลส์ได้แต่เบือนหน้าหนีคู่รักบ้าบอ แล้วลอบถอนหายใจเงียบ ๆ

หลังมื้อเย็น ไมลส์กลับไปในห้องตัวเอง สวมหมวกติดเซ็นเซอร์รับสัญญาณ กดเชื่อมแท็บเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับหมวกันั้น เสร็จแล้วเปิดประตูตะโกนบอกพี่สาว

“พี่ ผมเข้าไป VR ก่อนนะ จนกว่าจะสามทุ่มอย่าเพิ่งปลุกผมล่ะ”

“ห๊ะ? นายว่าไงนะ…ฉันไม่ได้ยิน จะทำอะไรก็ทำ”

เสียงของไลล่าดังมาจากห้องครัว ท่าทางไม่ค่อยมีสมาธิ ไมลส์เดาว่าเธอคงมัวแต่เลิฟ-เลิฟ กับพี่ภูมิอยู่

…ไม่รู้ด้วยแล้ว!

ไมลส์เอนตัวนอนราบบนเบาะสีขาว พอเห็นว่าเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ เรียบร้อยแล้ว เขาก็เลือกเรื่องที่ซื้อมาใหม่ในคลาวด์ของตัวเอง จากนั้นจึงหลับตาลง แล้วดำดิ่งเข้าสู่โลกเสมือนจริง

เขายังไม่ได้เข้าไปในโลก ‘Game of *hrone’ ทันที แต่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสว่างแห่งหนึ่ง เรียกง่าย ๆ ว่า ‘รูม’ ที่มีไว้ใช้เตรียมตัวก่อนการเข้าไปในโลกเสมือนจริง ตั้งแต่การเลือกตัวละครที่จะเป็น รวมถึงซื้อไอเทมต่าง ๆ

[ยินดีต้อนรับ ไมลส์ โจนาธาน มิลตัน] เสียงระบบดังขึ้นต้อนรับ

“เรียกดูไอเทม”

ไมลส์ออกคำสั่ง จากนั้นก็เกิดเสียงดังติ๊ง ผนังฟากหนึ่งของห้องฉายภาพไอเทมทุกอย่างที่เขาเคยซื้อไว้ออกมา

[ไอเทมคงเหลือ]

[กริซราชันย์ x1]

[เกราะหนังมังกร x1]

[น้ำยาฟื้นฟู x3]

[ยาเพิ่มพลังX2]

[พิษไร้ร่องรอย x1]

[ยาโชคดี x2]

ดูจบไมลส์ก็ขมวดคิ้ว เขาไม่ได้เข้ามาในโลกเสมือนจริงนี้นานจนลืมไปแล้วว่าเหลือไอเทมน้อยขนาดนี้ หากเข้าไปแล้วดำเนินเรื่องผิดพลาดจะลำบาก เขาจึงเรียกดูร้านค้า แต่ก็ต้องช็อกไปพอเห็นราคา

“แพงกว่าเดิมอีกแล้ว! พี่ภูมิ ไอ้บริษัท UVW ของพี่เนี่ย มันจะขูดเลือดขูดเนื้อไปถึงไหน” ไมลส์บ่นพลางกัดฟันกรอด

…ช่างมัน เข้าไปทั้งแบบนี้แหละ

ไมลส์ตัดสินใจว่าจะไม่สนับสนุนบริษัทหน้าเลือดนี้อีกพักหนึ่ง ยกเว้นจะมีอีเวนท์ลดราคา เขาออกจากร้านค้า แล้วเลือกตัวละครในเรื่อง ไมลส์เลือกสวมบทเป็นคนแคระที่เขาเขาและคนทั่วโลกชื่นชอบ พอทุกอย่างเรียบร้อยก็ออกคำสั่ง

“พร้อมแล้ว”

[กำลังทำการดาวน์โหลด จะย้ายเข้าสู่โลก Game of *hrone ใน 5 4 3 …]

ฟุ่บ!

ในช่วงเวลาสองวินาทีสุดท้าย อยู่ ๆ ทุกอย่างก็ดับมืดลงกะทันหัน

‘วอท เดอะ…’ ไมลส์ร้องตะโกนในใจ เขามองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง

แต่แล้วห้องก็กลับมาสว่างอีกครั้ง

“นี่! ไฟกระชากเหรอ ผมต้องออกไปก่อนหรือเปล่า”

ไมลส์ร้องถาม ทว่าเสียงระบบผู้หญิงนั้นหายไปแล้ว ทิ้งเขาไว้กับความเงียบ ทำให้เริ่มกระวนกระวายขึ้นมา

“เฮ้!”

สิ้นเสียงคำสุดท้าย ทั้งห้องก็สั่นไหวอย่างรุนแรงจนไมลส์ล้มลงกับพื้น จากนั้นเสียงผู้หญิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง

[จะ…ย้าย…โลก….แมน…ใน…5..]

“ห๊ะ!”

ไมลส์ย่นหัวคิ้ว เสียงผู้หญิงหวานจ๋อยแปร่งไป แถมยังมีเสียงรบกวนดัง ซ่า ๆ แทรกเข้ามา ทำให้เขาฟังแทบไม่ออก

[…3]

อยู่ ๆ ไมลส์ก็รู้สึกเหมือนถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยง เขาตกใจจนหน้าถอดสี ปกติแล้วการย้ายเข้าไปในโลกเสมือนจริงนั้นจะไม่มีความรุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น แค่กะพริบตารอบหนึ่งก็เจอโลกใหม่แล้ว แต่นี่มันอะไรกัน!

พอเงยหน้าไปก็เห็นรูมสีขาวของตัวเองค่อย ๆ สลายกลายเป็นเศษผงชิ้นเล็กชิ้นน้อย นอกห้องไปนั้นมีแต่ความมืดอันเวิ้งว้างว่างเปล่า

[..1]

ร่างของไมลส์กระตุกอย่างรุนแรงเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ทันเวลาพอดีก่อนที่ห้องสีขาวจะสลายไปจนหมด

 

พอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ไมลส์ก็พบว่าตัวเองอยู่ที่ตรอกเหม็นอับแห่งหนึ่ง ฟ้ามืดแล้วแต่ยังมีแสงไฟสลัวพอมองเห็น ขณะที่กำลังยืนงงงวย หนูตัวหนึ่งก็ร้องจี๊ดวิ่งผ่านปลายเท้าไป ทำให้เขาตกใจรีบดึงเท้ากลับจนเซไปชนกับถังเหล็กด้านหลังดังโครมใหญ่

“ชิท!”

หลังจากสบถระบายอารมณ์ เขาก็เอามือลูบหน้า สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ “เอาละ ใจเย็น ๆ ไมลส์ มิลเลอร์ นายต้องตั้งสติ ตั้งสติ!”เขาปลอบตัวเอง

พอสติกลับมาแล้วก็เริ่มเดินสำรวจ เขาออกจากตรอกแคบ ๆ สกปรกนั้นไปที่ริมถนน พบว่าอาคารรอบตัวเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก แถมแบบก็ออกจะเหลี่ยมและดูโบราณ รถยนต์ยังเป็นแบบวิ่งบนพื้น มีท่อไอเสีย น่าจะใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง จากประสบการณ์ที่เคยเข้าไปในโลกนิยายก่อน ๆ เหมือนจะเป็นโลกยุคปลายศตวรรษที่ 20 ถึงต้นศตวรรษ 21 ไม่ใช่ยุคปัจจุบันที่เขาอยู่ และยิ่งไม่ใช่โลกแฟนตาซียุคกลางของ “Game of *htone”

ไมลส์กดเรียกดูข้อมูลจากแท็ปที่ข้อมือของตัวเองทันที แท็ปเป็นอุปกรณ์จากโลกภายนอกเพียงอย่างเดียวที่จะติดตัวยูสเซอร์ที่เข้ามาในโลกเสมือนจริง และคนที่เห็นก็จะมีแค่ยูสเซอร์เท่านั้น ตัวละครในเรื่อง หรือแม้แต่ผู้เล่นคนอื่นไม่สามารถเห็นได้

ยังไม่ต้องอ่านเนื้อเรื่อง แต่แค่เห็นชื่อเรื่องกับชื่อคนแต่ง ไมลส์ก็ถึงกับหน้ากระตุก

[ชื่อเรื่อง : The Chronicle of Ice Devil ตำนานปีศาจน้ำแข็ง]

[ผู้แต่ง : แอล.แอล. มิลตัน]

เขาเข้ามาอยู่ในโลกนิยายเพี้ยน ๆ ของพี่สาวซะแล้ว!

 

Writer Talks : เปิดเรื่องแบ็คกราวน์เยอะหน่อยนะคะ แต่คุณพี่ไลล่ากับพี่ภูมิมีบทบาทสำคัญในเรื่องอย่างแน่นอน จึงต้องปูพื้นไว้ค่ะ

ส่วนน้องไมลส์ ตอนนี้ก็เข้าโลกของพี่สาวไปแล้ว จากชื่อเรื่อง คงเดากันได้ใช่ไหมว่าจะเป็นแนวไหน อิอิ

ปล. จำนวนไอเทมอาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง แล้วแต่เนื้อเรื่อง ตอนนี้เท่าที่คิดได้คือแค่นี้ก่อน ///โดนโบก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 416 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

441 ความคิดเห็น

  1. #407 polar* (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 02:31
    เนื้อเรื่องน่าสนใจมากเลยค่ะ คำผิดก็ไม่มี บรรยายก็ดีค่ะ ดีมากเลย ทำไมเราเพิ่งเจอTT
    #407
    0
  2. #392 melon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 16:28
    ถ้านิยายมันเปลี่ยนไปแบบนั้นมันก็ดูไม่ใช่นิยายแล้วยังไงไม่รู้สิ นิยายหรือวรรณกรรมมันก็มีเสน่ห์ที่การอ่านล่ะนะ

    ส่วนตัวคิดว่าถ้าเปลี่ยนไปเป็นแนวแบบ VR แบบนี้น่าจะเปลี่ยนชื่อเรียกเป็นคำอื่น แล้วคนที่มาเสพงานก็ไม่น่าเรียกว่านักอ่านนะ ก็ไม่ได้อ่านนี่นา

    แค่อยากลองเสนอความเห็นส่วนตัว ถ้าทำให้ลำบากใจก็ขออภัยด้วยนะคะ มองข้ามได้ค่า
    #392
    1
  3. #330 Blowingflow (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 09:19
    เป็นนิยาบที่น่าสนใจมากค่ะ แหวกแนวเนื้อเรื่องที่เป็นแนวระบบที่ก๊อปวางกันเกลื่อน ชอบแนวนี้มากค่ะ VR โลกอนาคต
    #330
    0
  4. #201 After_TeaTime (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 23:09

    ชอบสำนวนมากเลยค่ะ บรรยายดีมาก บทสนทนาก็ไหลลื่นมากเลย เนื้อเรื่องก็น่าสนใจ เท่าที่อ่านก็ยังไม่เห็นคำผิดเลยค่ะ เป็นการเปิดเรื่องที่น่าประทับใจมาก
    #201
    0
  5. #168 Olever13 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 00:13
    นี่เราไปมุดหัวอยู่ไหนมาเนี่ย กว่าจะหาเรื่องนี้เจอต้องติดแท็ก Yaoi แล้วเลื่อนหาตั้งหน้าที่ 12 ค่อยเจอ จะร้องไห้ โดยรวมเนื้อหารื่นไหลและสนุกไม่มีคำผิดเลยค่ะประทับใจมาก ๆ ต่อไว ๆ น๊าาอ่านแค่ไม่ถึง 2 วันก็ตามตอนอัพล่าสุดทันแล้ว ถ้ามีระบบอ่านล่วงหน้าได้ยิ่งดี
    #168
    0
  6. #131 TonkhawOwO (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 18:43
    เป็นกำลังใจให้นะคะ สำนวนลื่นไหลดี ดูเป็นนักเขียนที่ค่อนข้างใส่ใจ
    #131
    1
    • #131-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 1)
      2 กันยายน 2563 / 11:15
      ขอบคุณนะคะ
      #131-1
  7. #62 JHTEN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 08:56
    เอาตรงๆคือไรท์บรรยายดีม๊ากกกกเลยค่ะ ชอบมาก เนื้อเรื่องก็น่าสนใจตั้งแต่เริ่มเลย ติดตามค่ะ!!!
    #62
    0
  8. #4 วัชรกาญจน์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 20:53

    สนุกดีครับ


    ก่อนอื่นเลยขอชมก่อนว่าเท่าที่อ่าน ไม่เห็นคำผิดอะไรนะ


    สิ่งที่ชอบยิ่งกว่าคือ สำนวน ภาษา และการเล่าเรื่องของไรท์เตอร์ ทำได้ดีเลยล่ะครับ


    อ่านแล้วไหลลื่น สำนวนกวนๆ ประชดประชันดี ทำให้ดูแปลกจากนิยายเรื่องอื่นๆ คือ กวนดีน่ะครับ


    และที่สำคัญก็คือ ชอบจินตนาการโลกอนาคต ซึ่งดูแล้วล้ำยุค จริงๆ แต่เหมือนกับว่า เป็นอนาคตที่ไม่ไกลเกินไปจากในยุคปัจจุบันนี้เท่าไหร่


    เลยพอมองภาพออก และจินตนาการตามได้


    อ่านแล้วเรียกรอยยิ้มได้ ดีครับ ^0^


    ชอบตรง เกม ออฟ โฮรเน่ ด้วย 555+

    #4
    0
  9. #2 Silabun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 00:35
    ดูน่าสนใจรอนะคะ
    #2
    1
    • #2-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 1)
      14 เมษายน 2563 / 11:04
      ขอบคุณค่า ^^
      #2-1
  10. #1 DEVINDEVIN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 15:15

    ดูน่าสนุกรอครับ
    #1
    1
    • #1-1 A.L. Lee(จากตอนที่ 1)
      14 เมษายน 2563 / 11:04
      ขอบคุณนะคะ :)
      #1-1