OS/SF ALLJB #ฟิค2260

ตอนที่ 1 : SF : NiorB : story 1/?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    15 เม.ย. 61

SF : NiorB : Story

 

(1/?)

 

NiorB : Jinyoung x Jaebum

 

แจบอม - บ๊อง/ใบไม้

จินยอง - จักรพรรดิ

มาร์ค - มาร์ค

แจ็คสัน - สีคราม

 

       “Story”

       คำๆนี้วนเวียนในหัวของผมครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมกับคำพูดของเพื่อนผม มาร์ค ชายหนุ่มที่ส่งตรงมาจาก L.A ที่พูดขึ้นว่า ชีวิตของผมมันน่าเบื่อเกินไป ตื่นเช้ามาอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน ถึงเวลาเลิกงานก็กลับบ้าน ไม่ไปสังสรรค์กับเพื่อนที่ไหน(ตามจริงไม่มีเพื่อนเลยตั้งหากล่ะ ยกเว้นมาร์คนะ) ถึงบ้านก็กินข้าวอาบน้ำนอน ส่วนในวันหยุดของการทำงาน ก็ตื่นสายหน่อยๆ รดน้ำต้นไม้ เอาอาหารแมวไปวางไว้ตามแถวบ้าน อ่า.....พอดีผมโดนแมวข่วนบ่อยๆน่ะ มาร์คเลยสั่งห้ามผมไม่ให้เข้าใกล้แมว และห้ามเลี้ยงแมวด้วย ผมเลยได้แค่เอาอาหารแมวไปวางไว้ นอกจากนั้นผมก็อ่านหนังสือ ฟังเพลง ทำงานบ้าน ออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ หรือออกไปมินิมาร์ทใกล้ๆเพื่อซื้อของสดมาทำอาหารที่บ้าน อืม......ผมว่ามันไม่น่าเบื่อนะ แต่มาร์คดันมาบอกกับผมว่าชีวิตผมมาน่าเบื่อ มาร์คเลยบอกว่าอย่างน้อยๆก็เขียน Story ของตัวเองให้ดูมีสีสันขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่วันๆก็ทำแต่สิ่งที่พูดมาแบบเดิมซ้ำๆ มันดูน่าเบื่อเกินไป และน่าเบื่อมากๆ แต่ผมก็ยังงงอยู่ดี ว่าให้เขียน Story ของตัวเองขึ้นมางั้นหรอ นี้มาร์คให้ผมไปเขียนไดอารี่รึเปล่านะ? เออ ช่างมันเถอะ คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ หลังจากนั้นผมก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนิดหน่อย และลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำ

 

     พอผมอาบน้ำเสร็จ ผมก็มาแต่งตัว ในตู้เสื้อผ้าของผมมีแต่เสื้อออกโทนสีเย็นเสียมากกว่าโทนสีอุ่น ตามจริงการแต่งตัวของผมจะเน้นไปทางสีดำและสีขาวนะ แต่วันนี้ขอเปลี่ยนเป็นเสื้อแขนยาวคอกลมสีฟ้าอ่อนพาสเทล ส่วนกางเกงก็เป็นยีนส์ขายาวสีน้ำเงินเข้ม แต่งแบบนี้ก็ดูแปลกดีสำหรับผม

 

     ผมลงมาด้านล่าง ก็ตรงดิ่งไปที่ห้องครัวทันที เปิดตู้เย็นมาก็มีของสดเยอะอยู่พอควร ในช่องฟรีทมีพวกเนื้อสัตว์ หมู ไก่ และปลา ชั้นล่างสุดก็จะเป็นพวกผักผลไม้ต่างๆ ส่วนชั้นกลางก็ของโปรดผมเลยล่ะ นมสตรอเบอร์รี่กับโยเกิร์ตสตรอเบอร์รี่ที่พอมองๆดูแล้วน่าจะมีเยอะกว่าพวกของสดเสียอีก ผมว่าผมเป็นพวกคลั่งสตรอเบอร์รี่มากแน่ๆ เพราะขนาดผ้าปูที่นอนผมยังเป็นลายสตรอเบอร์รี่เลย ผมว่าเราออกทะเลมาไกลละ มาพูดถึงอาหารเช้าของผมดีกว่า ผมทำข้าวเช้าง่ายๆ เป็นข้าวผัดหมู ที่เผลอใส่เนื้อปลาทูลงไปด้วย ก็ผมอยากกินปลาทูด้วยอ่ะ มันอร่อยนะ เชื่อผมสิ! มันอร่อยจริงๆนะ!

 

      หลังจากผมทานอาหารเสร็จ ก็เก็บจานล้าง และออกไปรดน้ำต้นไม้ บ้านของผมเป็นบ้านหลังประมาณกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก อยู่ได้คนเดียวสบายๆ บริเวณรอบบ้านของผมมีสวนย่อมๆไว้ มีทั้งต้นไม้และดอกไม้ มีศาลาเล็กๆอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มรื่นแก่บริเวณนั้น ส่วนตัวผมก็ไปนอนเล่นในศาลาบ่อยๆ เพราะเย็นดี ฮ่าๆ

 

     ขณะที่ผมรดน้ำต้นไม้อยู่ ก็มีรถเก๋งสีขาวมาจอดบ้านข้างๆ ผมลืมบอกไปใช่ไหมว่าละแวกบ้านผมทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง ไม่มีคนอาศัยอยู่ เพราะเขาย้ายกันไปอยู่ในกรุงเทพ ต่างจากผมที่ยังอยู่ที่นี้  และทำงานไปกลับออฟฟิศที่อยู่ไกลจากตัวบ้านไปหลายกิโล พูดถึงรถที่มาจอดข้างๆ ก็มีผู้ชายรูปร่างสันทัด ตาโตๆ หน้าตาเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้ในโปเกม่อน ซึ่งผมคิดไม่ออก แต่รูปร่างมันเป็นเต่าอ่ะ ลงมาจากรถ น่าจะเป็นพนักงานอะไรซักอย่าง เพราะเขาใส่เสื้อเชิร์ตสีขาว ตรงกระเป๋าเสื้อที่อกข้างซ้ายปักเป็นสัญลักษณ์รูปบ้าน ผู้ชายคนนั้นไขกุญแจ และเข้าไปสำรวจในบ้าน พอออกมาก็โทรศัพท์ไปหาใครซักคน ผมก็ยืนแอบฟังพร้อมรดน้ำต้นไม้ไปด้วย เขาบอกว่า สภาพบ้านดีมากเลย พรุ่งนี้ย้ายเข้ามาเลยนะเว้ย และพูดต่อว่า เออๆ ไม่เป็นไรยังไงเราก็เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้กูสบายมาก เจอกันพรุ่งนะมึง และกดวางสายไป ผมเห็นเขาพึมพำกับตัวเองนิดหน่อย ก่อนจะมองไปรอบๆบ้านอีกครั้ง แต่แล้วสายตาของเขาก็มาสะดุดที่ผม รั้วบ้านของผมเป็นแบบแผ่นเหล็กที่เอามาวางห่าง ประมาณหนึ่งไม้บรรทัด แต่หลังบ้านกับหน้าบ้านจะต่างออกไปเป็นรั้วที่สูงขึ้นมา ให้ตายสิ ผู้ชายคนนั้นเห็นผมแล้ว ทำยังไงดีเนี้ย!  รู้อย่างนี้ทำรั้วบ้านเป็นอิฐสูงเสียจะดีกว่า

 

     คุณๆผู้ชายคนนั้นหันมาทางและเรียกผม

    

     อ่า.....ครับ?”

    

     คือ พอดีว่าแถวนี้มีร้านดอกไม้ไหมครับ?” ชายคนนั้นถามพร้อมเดินเข้ามาใกล้กับรั้วบ้านผม

    

     อืม..... มีอยู่ร้านหนึ่งครับ ห่างจากที่นี้ประมาณ 3 กิโล อยู่ติดกับตลาดใหญ่น่ะครับ

    

      ขอบคุณนะครับ ว่าแต่คุณชื่ออะไรหรอครับ?”

     

      ผมชื่อ บ๊อง ครับผมตอบเขาไป

     

     บ๊อง? ทำไมคุณถึงชื่อแปลกๆจัง อ่ะ..เออ ขอโทษนะครับ ที่เสียมารยาทเขาเอ่ยขอโทษ

    

      ฮ่าๆ ไม่เป็นไรครับ ตามจริงผมชื่อใบไม้ครับ แต่ตอนสมัยเรียนอยู่มหาลัยฯ ผมจะเอ๋อๆ อึนๆ ซุ่มซ่ามไปเรื่อย ทำตัวต๊องๆ เพื่อนเลยเรียกผมว่า บ๊อง กันน่ะครับ

    

     พอฟังอย่างนี้แล้วชื่อคุณน่ารักไปเลย โอ๊ะ! ผมลืมแนะนำตัวเลย ผมชื่อ สีคราม นะครับ

    

     ชื่อคุณก็น่ารักเหมือนกันนะผมเอ่ยชม

    

     โอ้ว ขอบคุณครับ ผมว่าผมต้องไปแล้ว ขอบคุณสำหรับคำชมและบอกทางให้ผมนะครับ

    

     ไม่เป็นไรครับ ด้วยความยินดีผมตอบเขากลับไปพร้อมระบายยิ้มอ่อนๆ

     เขาโค้งตัวให้ผมเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปขึ้นรถ และขับออกไป ส่วนผม ก็เดินออกจากตรงนั้น และเก็บสายยางให้เข้าที่ และเข้าไปในบ้านไปหยิบหนังสือมา 3 เล่ม ที่พึ่งซื้อมาแต่ยังไม่ได้อ่าน ผมเอาหนังสือกับนมสตรอเบอร์รี่ 2 กล่องมาที่ศาลาเล็ก พอมาถึงผมก็ล้มตัวลงนอนกับที่นั่งไม้ยาวๆ แล้วเริ่มเปิดอ่านหนังสือเล่มแรก ระหว่างอ่านก็ลุกขึ้นมาดูดนมสตรอเบอร์รี่ไปด้วย อ่า....นี้แหละชีวิตของผม ใครที่บอกว่าชีวิตแบบนี้มันน่าเบื่อ แต่สำหรับผม....ชีวิตแบบนี้แหละที่ผมต้องการ

 

     สายลมที่พัดผ่านไปมาเบาๆ แสงแดดอ่อนๆให้ความอบอุ่น สบายชะมัด ผมว่าผมเริ่มง่วงซะแล้วสิ ผมว่าผมหลับซักแปปแล้วกัน ผมว่าในใจจบก็หลับไปทันที

 

     ผมตื่นขึ้นมาอีกทีเกือบๆ 6 โมงเย็น ผมเก็บของเสร็จ ก็เข้าบ้าน เมื่อผมเข้ามาในบ้านฏ้เอาหนังสือที่อ่านแล้วเก็บเข้าชั้นตามหมวดหมู่ ส่วนที่ยังไม่ได้อ่านอีกเล่มผมก็เอาไปวางไว้อีกชั้นหนึ่ง ชั้นที่มีแต่หนังสือซื้อใหม่และยังไม่เปิดอ่าน  ผมชอบความเป็นระเบียบ และรักสะอาดในระดับหนึ่ง

 

     LINE!

 

     เสียงแอพพลิเคชั่นสีเขียวอย่าง ไลน์ ดังขึ้นมา จึงทำให้ผมเอื้อมไปหยิบมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกลางในห้องนั่งเล่น

 

Mark/et : บ๊อง ทำไร

 กำลังจะหาไรกิน มาร์คมีไรเปล่า : Bong*cat

Mark/et : โอ้ว พอดีเลย

Mark/et : บ๊อง เราไปรับนะ ไปทานข้าวข้างนอกกัน

โอเคๆ แล้วกี่โมงมารับ? : Bong*cat

Mark/et : ทุ่มนึง แต่งตัวหล่อๆมาเลยนะ

แน่นอน : Bong*cat

 

     ผมตอบแชทมาร์คเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำ เย็นนี้ผมเลือกเป็นเสื้อฮูดสีดำแขนยาว กับกางเกงขาจั๊มสีดำ ส่วนรองเท้าเป็นรองเท้าผ้าใบสีดำสลับขาว เมื่อผมแต่งตัวเสร็จ ก็เหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือ ก็พบว่าใกล้ถึงเวลาที่มาร์คจะมารับแล้ว

 

     เสียงแตรรถดังขึ้น  จึงทำให้ใบไม้รีบเก็บโทรศัพท์กับกระเป๋าเงินเข้ากระเป๋ากางเกง และรีบวิ่งไปที่รถทันที

 

     แต่งตัวหล่อนะเนี้ยมาร์คเอ่ยชมเมื่อบ๊องเข้ามาในตัวรถแล้ว

 

     ขอบใจ มึงก็เหมือนกัน

 

     เออ บ๊อง อาทิตย์หน้าเขาจัดงานเลี้ยงที่บริษัท มึงจะไปมั้ย?” มาร์คเอ่ยถาม พร้อมกับขับรถไปด้วย

 

     อืม......กูว่า........ กูไม่ไปหรอก มันน่ารำคราญผมตอบกลับไป

 

     กูว่าแล้ว ว่ามึงต้องพูดอย่างนี้

 

     เหอะผมทำหน้าเบื่อโลก

 

     บ๊องไปเถอะนะ นะๆๆๆๆ ถือว่ากูขอ

 

     เออ

     เออนี้หมายความว่าไงอ่ะ

 

     ก็ไปไง

 

มาร์ค part

      มาร์คยิ้มออกมาให้กับคำตอบของใบไม้ เพื่อนคนนี้สำหรับมาร์คแล้วถือว่าเป็นคนสำคัญ ถ้าจะถามว่ามาร์คเคยคิดเกินเลยหรือเปล่า มาร์คตอบได้เลยว่า เคย มันเริ่มตั้งแต่ที่เขาเข้าไปคุยกับใบไม้บ่อยๆตอนเข้าปี 1 เพราะเห็นไม่มีเพื่อน ตอนแรกก็คบแค่เพื่อน แต่พอนานๆเข้าไป ใบไม้เหมือนมีเสน่ห์บางอย่างทำให้ผมหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ใบไม้เป็นคนน่าค้นหา ลึกลับ ไม่เหมือนใคร จนผมอยากครอบครองใบไม้ไว้แค่คนเดียว พอขึ้นปี 4 ผมได้สารภาพรักกับใบไม้ แต่ใบไม้บอกปฎิเสธ และบอกผมว่า ผมไม่ได้รักใบไม้จริงๆ ตอนั้นผมโกรธมาก ผมเริ่มหนีไปอยู่กับเพื่อนกลุ่มอื่น ไม่แม้แต่จะเหลียวมอง จนวันหนึ่งผมจึงได้รู้ว่าตัวผมไม่ได้รักใบไม้จริงๆ มันเพียงแค่ความรู้สึกหลงใหลพอคิดได้ผมรีบกลับไปง้อใบไม้ ที่ทิ้งใบไม้ไว้คนเดียว ใบไม้บอกว่าเข้าใจ และไม่โกรธอะไรผมเลย ตั้งแต่ตอนนั้น ผมกับใบไม้กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และเป็นคนสำคัญในชีวิตของกันและกันโดยสมบูรณ์

 

     “มาร์ค!” ใบไม้เรียกผมเสียงดัง จนผมสะดุ้ง

 

     “เลยมาแล้วนะ! ร้านประจำของเราอ่ะ!” ใบไม้เริ่มโวยวาย

 

     “โทษที ที่กลับรถมันไกล เอาเป็นว่ากินข้างหน้านี้แหละนะ”

 

     “เออ กินร้านนั้นดีกว่า”

 

      “ร้านไหนวะ?” ผมถามกลับ

 

     “ร้านที่ชื่อ CAT.JY ข้างหน้าอ่ะ” ใบไม้ตอบพร้อมตี่เป็นประกาย

 

     “แหม่ นั้นคาเฟ่แมวมั้ยล่ะ” ผมไม่อยากให้ใบไม้อยู่ใกล้แมวเท่าไร เพราะเจ้านี้โดนแมวข่วนบ่อย จนมีแผลที่แขนกับที่หน้าหลายต่อหลายครั้ง จนผมสั่งห้ามเข้าใกล้แมว

 

     “เอาหน่า อีกอย่างกูก็ไม่เคยเข้าไปร้านนั้นด้วย และกูโกรธมึงด้วยนะที่มึงเลยร้านประจำ เอาเป็นว่ามึงต้องพากูไปร้านนั้น เป็นการง้อ” ใบไม้พูดจบก็ยักคิ้วให้ผมทีหนึ่ง

 

      กวนส้น – น เป็นคำด่าที่ผมด่าเจ้าบ๊องในใจ เอาเถอะ ตามใจมันซักครั้งจะเป็นไรไป

 

      บ๊อง/ใบไม้ Part

 

      ตอนนี้พวกผมนั่งอยู่ในร้านแล้ว เป็นร้านสไตล์ญี่ปุ่นที่มีแต่ของตกแต่งที่เกี่ยวกับแมว มีที่นั่งให้เลือกสองแบบคือ นั่งกับเบาะรองพื้น และนั่งกับเก้าอี้ ซึ่งแน่นอน ผมเลือกอย่างแรก เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับน้องแมว

 

       กรี๊ดดดดดดดดดดส์! คือเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นแมวกองรวมกันเยอะขนาดนี้ มีแมวอยู่ประมาณ 8-9 ตัว อยากจะกรี๊ดเป็นตุ๊ดเลยก็ได้ ยอมหมดแล้ว ทำไมแมวมันน่ารักขนาดนี้ห้ะ! อยากเอามาจับฟัดทีละตัว แมวน้อยตะมุตะมิ มาหาพี่บ๊องหน่อยเร๊วววว ยักได้ๆๆๆๆๆ ผมไม่รู้ว่าผมทำหน้าแบบไหนตอนที่มโนว่ากำลังจับแมวมากอดมาฟัด เพราะตอนนี้มาร์คจ้องผมด้วยใบสายตาเอื้อมระอา

 

      “ให้มันน้อยๆหน่อยนะมึง อยากกินอะไรจะได้รีบๆสั่ง” มาร์คบอกผมก่อนเจ้าตัวจะหยิบเมนูอาหารจากที่วางเมนูข้างๆโต๊ะ ผมทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่มาร์ค ก่อนที่จะหยิบเมนูขึ้นมาดู อาหารของที่นี้จะเน้นไปทางญี่ปุ่นหรือพวกทางยุโรป อาหารไทยก็มีบ้างประปราย แต่ดูจากรูปอาหารในเมนูแล้ว แทบทุกอย่างล้วนตกแต่งให้เหมือนแมวไม่ก็อุ้งแมว นี้แหละหนา ความสุขของผม ผมอยากยกให้เป็นร้านประจำเลยอ่ะ แต่ๆๆ ต้องชิมรสชาติอาหารก่อน ถ้าไม่อร่อย.....อืม.........ช่างมัน ผมจะมาอ่ะ ไม่อร่อยก็ช่างแล้ว! ผมสนใจแมวมากกว่านิ!

 

       เมื่อเราเลือกเมนูที่ต้องการแล้ว มาร์คเลยเรียกพนักงานมา

 

       “หืออออออออออ” ผมร้องออกมาด้วยความตกใจ ก็พนักงานที่จะมารับออเดอร์พวกผมเป็นสีครามไงล่ะ!

      “คุณลูกค้า---- โอ๊ะ! คุณบ๊อง” สีครามดูจะตกใจที่เห็นผม ผมจึงใช่โอกาสนี้สำรวจสีคราม สีครามใส่ชุดยูนิฟอร์มของร้านที่เป็นเสื้อเชิดสีชมพู และกางเกงสีน้ำตาลอ่อน ใส่ที่คาดหูแมวสีขาว ที่ตอนนี้กำลังกระดิกไปมา!?

 

     “คุณสีคราม? คุณทำงานร้านนี้หรอเนี้ย?” ผมถามเขา

 

     “ใช่ คุณก็เห็นอยู่นิ” เขาบึนปากใส่ ถามว่าทำอย่างนี้น่ารักไหม? ตอบเลยว่าโคตรน่ารัก

 

     “บ๊อง? รู้จักกันหรอ? แล้วไปรู้จักกันตอนไหน?” มาร์คถามพร้อมชี้ไปที่สีครามและผมสลับไปมา

 

     “รู้จักกันน่ะ ส่วนพึ่งรู้จักตอนไหนก็คงเป็นเมื่อเช้านี้” ผมตอบมาร์ค

 

     “อ่าห้ะ แล้วจะไม่แนะนำคนข้างๆนายให้ทำความรู้จักกันหน่อยหรอ?” มาร์คมองไปที่สีครามอย่างเอาเรื่อง

 

     “โอ๊ะ ขอโทษที คุณคนนี้ชื่อสีคราม รู้จักกันเมื่อเช้า แค่นี้แหละ”

      “นี้แฟนคุณบ๊องรึเปล่าครับ?” สีครามเอ่ยถามผม

 

      “ไม่ใช่ นี้ชื่อมาร์ค มาร์คเป็นเพื่อนของผมเอง”

 

      “อ่อ ผมนึกว่าแฟนเสียอีก” สีครามเกาที่ทายทอย พร้อมกับหูที่กระดุกกระดิกไปมา

 

      “หูนั้น? คุณซื้อจากไหนอ่ะ?” ผมถามออกไปด้วยความสงสัย

 

     “เจ้าของร้านเป็นคนซื้อน่ะ ผมเลยไม่รู้ว่าซื้อมาจากไหน เจ้าหูนี้จะกระดุกกระดิกไปมาทุกๆ 5 นาที” สีครามอธิบาย

 

     “น่ารักจัง อยากได้มั่งอ่ะ ผมคงต้องไปหาซื้อมาซะแล้ว ฮ่าๆ” ผมหัวเราะออกมา

 

     “พอเลยบ๊อง สั่งอาหารได้ยัง หิวแล้วนะเว้ย” มาร์คบ่นออกมาจากที่เงียบอยู่นาน

 

      “ขออภัยครับ ที่ทำให้คุณลูกค้าไม่พอใจ” สีครามโน้มตัวให้เล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้น และเอากระดาษขึ้นมาเตรียมจด

 

      “คุณลูกค้าจะรับเป็นอะไรดีครับ” สีครามพูดพร้อมฉีกยิ้ม

 

      สีครามแสบไม่เบาเลยแหะ

 

     “เอาเป็น Sanuki Udon กับ Rafutee ครับ แล้วบ๊องล่ะ กินไร?” เมื่อมาร์คสั่งเสร็จ ก็หันมาถามผม

 

     “อืม....งั้นเราเอา Soki Soba กับ Miyazaki no Sumibiyaki ครับ” ผมสั่ง ส่วนสีครามก็จดเมนูตาม

 

     “เครื่องดื่มรับเป็นอะไรดีครับ?” สีครามถาม

 

      “สตรอเบอร์รี่-โยเกิร์ตปั่นครับ” หุๆๆๆ วันนี้อารมณ์ดี๊อารมณ์ดี บ๊องจะกินให้ชุ่มใจจ้า พูดแล้วน้ำลายไหล อิอิ

 

      Caramel Macchiato ครับ” มาร์คสั่งพร้อมยิ้มให้สีคราม เอ๊ะ ไอ้มาร์คมันต้องมีอะไรแน่ๆ แหม่ๆ รอยยิ้มโคตรอ่อนหวานให้กับสีคราม มึงคิดอะไรอยู่นะมาร์ค!

 

 

     “ขอทวนรายการอาหารนะครับ มี Sanuki Udon, Rafutee, Soki Soba, Miyazaki no Sumibiyaki,สตรอเบอร์รี่-โยเกิร์ต ปั่น, Caramel Macchiato มีอะไรขาดเหลือไหมครับ?”

 

      “ไม่มีแล้วล่ะ” ผมตอบกลับไป สีครามก้มหัวให้พวกผม สีครามลุกขึ้นยืน และเดินออกไป

 

     ระหว่างที่รออาหาร ก็มีแมวเข้ามานั่งตักผม มันมีขนสีขาวสะอาด รูปร่างปราดเปรียว ดวงตาของมันมีสองสี คือสีฟ้าและสีเหลือง ดูน่าหลงใหลสุดๆ ทำไมน่ารักอะไรขนาดนี้นะ

 

      อยู่ๆเจ้าแมวตัวนี้ก็ส่งเสียงในคอเบาๆพร้อมเอาหัวมาถูที่ท้องผม กรายๆว่าอ้อนอ่ะนะ ถ้าอ้อนมาก็จัดให้!

 

      มันยิ่งส่งเสียงในลำคอดังขึ้นมานิดๆ เมื่อผมเอานิ้วไปเกาที่คาง กรี๊สสสสสสสส ทำไมน่ารักอย่างนี้! ดูตอนมันรับตาดิ อร๊ายๆๆๆๆๆๆๆ อยากจับฝัดเหลือเกิน จะฮ้องไห้

 

     “ขออนุญาติเสิร์ฟอาหารนะครับ” คราวนี้เป็นพนักงานที่หน้าตาเหมือนนากเสิร์ฟอาหาร

 

      “ครับ” มาร์คตอบรับ เมื่ออาหารทุกอย่างมาเสิร์ฟ เราก็ลงมือกินทันที

 

 

      ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านเป็นที่เรียบร้อย แล้วตอนนี้กำลังนอน ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับวันนี้ และก็ยังมีคำพูดของมาร์คมาวนเวียนอยู่ทุกครั้งด้วย Story …… เขียนให้กับตัวเอง? เขียนให้ตัวเองมีสีสันขึ้นมา? หมายความว่ายังไงกันแน่ เอาเถอะพรุ่งนี้ค่อยถามมาร์คแล้วกัน เพราะตนอนนี้ผมง่วงมาก งั้น.....

 

 

 

 

 

 

 

 

ฝันดีนะครับ:)

 

----

To Be Continued

*ยังไม่ได้แก้คำผิด*

 

Talk

ดูยืดเยื่อมากๆ ความเป็นจริงก็อยากให้เป็นแบบนี้ แต่มันดูยืดเกินไปมากๆ และยังไม่แน่ใจว่าจะให้มีกี่ตอน ส่วนอาหารที่เอามาในตอนนี้คือเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อในแต่ละจังหวัดของญี่ปุ่น ซึ่งเราไม่ได้อธิบายไว้ ต้องขออภัยในเรื่องนี้ด้วยนะคะ ส่วนเรื่องคำผิดหรือการใส่วรรณยุกต์หรือตัวอักษรผิดก็ช่วยบอกด้วยนะคะ ช่วงนี้ตาเบลอมาก เลยพิมพ์ผิดอยู่บ่อยครั้งจนไม่ได้สังเกตุ

 

ฝากติดตามด้วยนะคะ

 

แท็ค

#ฟิค2260

 

............


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น