LOST IN LOVE (Yong & Seo) Fin.

ตอนที่ 7 : Lost in love Chapter 6 คนเกลียดเด็ก [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 498
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    8 ต.ค. 58




Lost in love Chapter 6

คนเกลียดเด็ก

 




 

แม้จะถูกทำลายหัวใจทิ้ง แต่ความรักก็จะยังคงอยู่กับเราตลอดไป ตอนที่พูดๆๆ ทุกอย่างออกมา ตอนนั้นผมคิดแต่ว่าถ้าไม่ได้พูดแล้วเหมือนจะตายเสียให้ได้ มาคิดได้ทีหลังว่าตอนนี้คงทำให้เธอคนนั้นลำบากใจเสียแล้ว ถ้าได้พบเธออีกครั้ง ผมอยากบอกว่าผมขอโทษ

เวลาของเท็ดดี้จองเริ่มต้นขึ้นแล้ว คนคนนี้ชอบเล่าแต่เรื่องของตัวเองตลอด ซึ่งจูฮยอนก็ไม่รู้หรอก ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือว่าเป็นเรื่องที่เขาแต่งขึ้นกันแน่

ถ้าเป็นเมื่อก่อนจูฮยอนคงไม่คิดที่จะกลับมาเปิดฟังคลื่นนี้ซ้ำอีก แต่เพราะเรื่องของเขาคล้ายกับเรื่องที่เธอประสบอยู่ในชีวิตจริง ได้ฟังแล้วเหมือนได้ฟังความในใจของใครคนหนึ่ง ถ้าวันพรุ่งนี้เท็ดดี้จองเกิดเปลี่ยนเรื่องเล่า เธอก็คงไม่คิดที่จะกลับมาฟังอีกด้วยเหมือนกัน

ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว สายน้ำที่ไหลไปแล้ว มันจะไม่มีวันไหลย้อนกลับคืนมาได้อีก

 

 

 

วันครบรอบแต่งงานท่ามกลางคลื่นทะเลที่คิดเอาไว้ในตอนแรกมันจะต้องเต็มไปด้วยความโรแมนติก แล้วก็จะต้องมีแค่เราสองคน เปิดเพลงเบาๆ กินอาหารอร่อยท่ามกลางแสงเทียน จากนั้นก็พากันเดินเล่นริมหาดทรายท่ามกลางหมู่ดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า หากแต่นั่นมันเป็นเรื่องตลกทั้งเพ ซึงยอนรู้สึกโมโหจนเหมือนกับถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง เธอพลิกตัวไม่ได้ ในอกของเธอร้อนรุ่ม ต้องเอาแต่นอนตะแคงตัวหันหน้ามองดูประตูตลอดเวลา เพราะว่าแม่ของจงฮยอนนอนอยู่กึ่งกลางระหว่างเธอกับสามี

ฉันทนไม่ไหวอีกแล้ว!”

จงฮยอนสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องถูกปิดลง พอลุกขึ้นมามองดู เขาก็พบว่าซึงยอนไม่อยู่ในห้องแล้ว

ซึงยอนทนเก็บความรู้สึกแน่นอกเอาไว้ไม่ไหว จนต้องออกมาเดินสูดอากาศด้านนอก ท่ามกลางลมทะเลเย็นๆ และเสียงคลื่นที่พัดขึ้นมากระทบฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า ช่วยทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลงไปได้มากกว่าครึ่ง

วันครบรอบแต่งงานที่ควรจะมีกันแค่สองคนพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อจงฮยอนชวนแม่ของเขามาด้วย เหตุผลก็เพราะอยากให้แม่ได้มาเที่ยวพักผ่อนบ้าง

ก็พักผ่อนวันอื่นสิ ทำไมจะต้องเป็นวันนี้ด้วย?

ความรู้สึกหงุดหงิดโมโหจนแทบจะเป็นบ้า เหมือนกับคนเก็บกดที่ทำได้เพียงแค่เก็บซ่อนความรู้สึกมากมายไว้ แต่สุดท้ายกลับผ่อนออกได้แค่ลมหายใจ ทำให้ซึงยอนรู้สึกแย่จนไม่อยากอดทนอีกต่อไป

ซึงยอนยืนกำมือแน่น ก่อนที่จะเริ่มต้นสูดลมหายใจเข้ามาลึกๆแล้วผ่อนออกมาให้ยาวมากที่สุด เท่าที่จะมากได้

ไม่เลย มันยังไม่พอ

ขั้นแรกเธอไม่อยากทนอุดอู้อยู่ที่บ้าน แล้วก็เจอหน้าแม่ของจงฮยอนทุกวัน ยอมเป็นทาสให้ท่านกดขี่ข่มเหงหรือระบายความรู้สึกต่างๆนานา เหมือนกับว่าเธอไม่ใช่ลูกสะใภ้ ตลอดมาจนถึงวันนี้ต่อหน้าจงฮยอนท่านเสแสร้งแกล้งทำดี แต่พอลับหลังเขา ก็มีแต่คำด่า

ไม่ไหวฉันทนมาได้ยังไงนะ? ยัยโง่! ฉันโง่จริงๆ

จงฮยอนโล่งอกที่รู้ว่าซึงยอนไม่ได้ไปไหนไกล แต่นี่ก็ดึกมากแล้ว การออกมาเดินคนเดียวมันสุ่มเสี่ยงไม่น้อย

ซึงยอน ออกมาทำอะไร นอนไม่หลับหรอ?

ซึงยอนผ่อนลมหายใจแล้วหันกลับมาหาผู้เป็นสามี เธอโกรธเขามากจริงๆ ที่เอาแต่คอยคิดถึง คอยใส่ใจแม่ของเขาอยู่เรื่อย

ฉันคิดดูแล้วนะคะ ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะออกไปทำงาน ฉันไม่อยากเป็นแม่บ้าน ไม่อยากอยู่แต่ที่บ้านเหมือนกับที่ผ่านมาอีกแล้ว

จงฮยอนตกใจจนทำตัวไม่ถูก ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของซึงยอนดูจริงจังมากที่สุดที่เคยเห็นมา ไม่เคยมีสัญญาณอะไรบอกมาก่อนเลยว่าซึงยอนจะมีความรู้สึกนี้

ทำไมล่ะ? พี่ทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่า?

แทบจะทุกอย่างเลยที่เกี่ยวข้องกับแม่ของเขา เรื่องทุกอย่างทำให้เธอโมโหจนแทบจะเป็นบ้า หากแต่สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือปล่อยลมหายใจออกมาเบาๆ และตอนนี้ก็เหมือนกัน

แค่เบื่อน่ะค่ะ อีกอย่างคุณแม่ก็มีคนคอยดูแลตลอดอยู่แล้ว ถือว่าฉันขอนะคะ ฉันอยากทำมันจริงๆค่ะ

 

 



 

แม้ว่าความสัมพันธ์จะกลับมาแน่นแฟ้นเหมือนดังเดิมอีกครั้งแล้ว แต่ทั้งนิชคุณและทิฟฟานี่ต่างก็เอาแต่แข่งกันทำงาน แม้แต่เวลาจะนัดกันมาจดทะเบียนสมรสก็ยังไม่มี ในแต่ละวันที่เสร็จจากงานกลับมาได้กินข้าวแล้วต่างก็พากันรีบอาบน้ำนอน เลิฟลี่เองก็เห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ต่างก็ยุ่งมาก หนูน้อยจึงไม่กล้ารบกวนหรือเรียกร้องขออะไรในตอนนี้

ซออึนฮีมาเยี่ยมลูกสาวถึงที่บ้าน ได้ยินข่าวล่าสุดว่าลูกสาวกับลูกเขยกลับมาคืนดีกันแล้ว แต่พวกเขาสองคนกลับยังไม่ได้พากันไปจดทะเบียนสมรสเลย

อ้าว แม่ สวัสดีค่ะ จะมาก็น่าจะบอกก่อน นี่เกือบคลาดกันแล้วนะคะเนี่ย พอเปิดประตูรับผู้เป็นแม่เข้าบ้าน ทิฟฟานี่ก็ตรงรี่กลับมาจัดกระเป๋าเดินทางของเธอต่อ ก่อนหน้าเพิ่งจัดกระเป๋าให้เลิฟลี่เสร็จไปหมาดๆ นิชคุณเองก็เพิ่งจะออกไปทำงาน พอจบจากงานหนัง เขาก็รับละครเรื่องใหม่ในทันที

นี่จะไปไหนอีกจ๊ะเนี่ย? แล้วเลิฟลี่ล่ะ จะพาหลานไปด้วยหรอ? คนเป็นแม่เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นกระเป๋าเดินทางลายการ์ตูนน่ารักของหลานสาว

หนูก็อยากพาเลิฟลี่ไปด้วยนะคะ แต่ว่าแกต้องไปโรงเรียน นี่นิชคุณก็ไม่ว่างด้วย ไม่อย่างนั้นคงฝากให้ดูลูกได้บ้าง

ถ้าอย่างนั้นแม่ดูหลานให้ก็ได้ ไปอยู่กับยายนะจ๊ะเลิฟลี่?

หนูก็อยากไปอยู่กับคุณยายนะคะ แต่ว่าคุณแม่บอกว่าจะให้หนูไปอยู่กับน้าจูฮยอนชั่วคราวค่ะ

ซออึนฮีชะงักงันไปเล็กน้อย ถ้าพ่อของจูฮยอนรู้เรื่องนี้เข้า เขาจะต้องโมโหมากอย่างแน่นอน

นานๆครั้งนะคะแม่ ให้จูฮยอนดูแลเลิฟลี่เถอะค่ะ สะดวกจะตายแม่จะได้ไม่ต้องวกไปส่งหลานที่โรงเรียน แล้วก็ไม่ต้องรีบออกจากที่ทำงานไปรับเลิฟลี่ด้วย แต่ถ้าเป็นจูฮยอนล่ะก็จะสะดวกมากๆ ทั้งขาไปขากลับ

อึนฮีเข้าใจในความหวังดีของลูกสาว เธอเองก็เห็นใจจูฮยอนมากด้วย คลอดเลิฟลี่ออกมาไม่ทันไร เธอก็ไปพรากเอาหลานมาในทันที จูฮยอนรักและเป็นห่วงเด็กคนนี้มาก ตลอดทั้ง 7 ปีก็เอาแต่ถามไถ่ถึงแต่เลิฟลี่ ไม่ก็เลือกซื้อของใช้ ของเล่นส่งมาให้อยู่ตลอด อย่าได้เอ่ยปากเชียวว่าเลิฟลี่อยากได้อะไร จูฮยอนจะไปเสาะหาให้ในทันที เธอมีจิตวิญญาณของความเป็นแม่อยู่อย่างเต็มเปี่ยมเลยทีเดียว

อย่าให้คุณลุงซอนมินรู้นะคะ ถือว่าทำเพื่อเลิฟลี่กับจูฮยอนนะคะแม่ ทิฟฟานี่ตรงเข้ามากระซิบกระซาบที่ข้างใบหูของผู้เป็นแม่

อึนฮีพยักหน้ารับคำขอร้องนั้น ต่อให้ทิฟฟานี่ไม่บอก เธอก็จะต้องทำอย่างนั้นอยู่แล้ว

แล้วนี่ถามจริงๆ ว่าคิดจะทำงานนี่ไปถึงเมื่อไหร่ ดูจูฮยอนสิ เรียนจบตั้งดอกเตอร์กลับมาได้ทำงานมีหน้ามีตาในสถาบันการศึกษา

พอผู้เป็นแม่เริ่มบ่น ทิฟฟานี่ก็เดินตรงเข้าหาลูกสาว คว้าเอาสมุดภาพระบายสีกับดินสอสีขึ้นมา แล้วบอกให้เลิฟลี่ไปนั่งระบายเล่นที่ห้องรับแขกด้านนอก

คุณแม่ขอคุยกับคุณยายสองคนหน่อยนะคะลูก หนูไประบายสีเล่นตรงนั้นก่อนนะคะ

เลิฟลี่ยอมลุกออกไปอย่างว่าง่าย ตั้งแต่เล็กจนโตอึนฮีคาดหวังอยากให้ลูกสาวทำงานในด้านการศึกษา เพราะเธอเชื่อว่านี่เป็นงานที่น่าเชื่อถือมากที่สุดสำหรับเธอ แต่นอกจากทิฟฟานี่จะไม่ตั้งใจเรียนแล้ว ยังพลาดพลั้งตั้งท้องทั้งที่อายุยังน้อย ตอนนั้นเธอโกรธและผิดหวังมากแต่สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือการต้องทำใจ

ทั้งลูกสาวและหลานสาวถูกเลี้ยงดูกันมาคนละแบบ ทิฟฟานี่ถูกอดีตสามีตามใจมาตั้งแต่เด็กจนเสียคน ส่วนจูฮยอนได้รับการดูแลและอบรมเป็นอย่างดี ซ้ำยังมีผลการเรียนดีเยี่ยมด้วย แต่สุดท้ายเด็กสองคนกลับมีชะตาไม่ต่างกันเลย

เพราะมีเรื่องของจูฮยอนเข้ามา อึนฮีถึงทำใจยอมรับกับเรื่องของทิฟฟานี่และนิชคุณได้เร็วมากขึ้น แต่ถึงพวกเขาจะลงเอยด้วยการแต่งงานกัน แต่ก็ยังมีปัญหาตามมาบ่อยครั้ง จนทำให้อึนฮีอดที่จะปวดหัวไม่ได้

ถึงแม้จูฮยอนจะเคยผ่านพ้นจุดต่ำสุดในชีวิตมาแล้ว แต่ตอนนี้เธอก็กลับมาสูงส่งอยู่บนบัลลังก์สีทองอร่ามอันแสนทรงเกียรติ แตกต่างกับลูกสาวของเธอที่วันๆเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับงานหนังสือบันเทิงไร้สาระ ซึ่งทิฟฟานี่ยืนยันว่าชอบมันและนี่ก็คือตัวตนของเธอ

แม่ไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกแล้ว แต่แม่ทนไม่ไหวจริงๆ

แม่ก็รู้ว่าหนูไม่มีความสามารถมากพอขนาดนั้นค่ะ เหมือนกับเอาหนูไปเป็นหมอนั่นแหละ โนเวย์เลยค่ะ ไม่มีทาง

ก็แกไม่ยอมพยายามเลย เอะอะอะไรก็เอาแต่บอกว่าไม่ชอบๆอย่างเดียว

“….” ทิฟฟานี่ถอนหายใจแล้วเริ่มกลับมาตั้งใจจัดของลงกระเป๋าเดินทางต่อ ยิ่งเถียงกันไปก็ยิ่งมีแต่จะหาทางลงไม่ได้ เธอไม่ชอบมัน งานด้านนั้นไม่ใช่งานที่เธอถนัดเลยแม้สักนิด ทำไมแม่จะต้องคอยเอาเธอไปเปรียบเทียบกับจูฮยอนตลอด ทั้งที่เราต่างฝ่ายต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วงานหนังสือสื่อสิ่งพิมพ์ก็เป็นงานที่เธอรักและภาคภูมิใจ เธอทำมันได้ดีมาตลอด ได้รับรางวัลมาก็เยอะ มีแต่แม่คนเดียวที่เอาแต่ดูถูกงานของเธอตลอดเวลา

 

 



 

ชินเฮเมื่อไหร่ถึงจะพอมีเวลา ฉันคิดว่าเราสองคนควรที่จะหาทางลงจากปัญหานี้ได้แล้วนะ มันนานเกินไปแล้ว

ยงฮวาแทบจะไม่เคยโทรมาหาเธอเลย ขนาดว่าเขาเข้ากรมไปตั้งสองปี เขาก็ไม่เคยโทรหาเธอ คนเดียวที่เขาติดต่อเป็นประจำสม่ำเสมอก็คือลีจองชิน

เอาไว้รอให้ฉันกลับมาจากถ่ายแบบที่มิลานก่อน ประมาณอาทิตย์หน้า แต่ว่าตอนนี้นายพอจะมีเวลาไหม เย็นนี้ช่วยไปรับชินบีให้หน่อยสิ ไปรับที่โรงเรียนแล้วก็ช่วยมาค้างคืนเป็นเพื่อนชินบีที่บ้านนี้ด้วย พี่เลี้ยงของชินบีจะกลับมาวันพรุ่งนี้ แค่คืนเดียว ถือว่าฉันขอร้องให้ช่วย คงจะไม่ทำให้นายต้องลำบากนักใช่ไหม?

 

 

เป็นครั้งแรกที่เลิฟลี่มีโอกาสได้เข้ามาในห้องทำงานของท่านผู้อำนวยการ ทุกอย่างดูแปลกตาและกว้างขวางมาก ยิ่งมองจากหน้าต่างกระจกออกไปก็จะได้เห็นโรงเรียนในมุมที่กว้างกว่าที่เคย

ไม่เคยเข้ามาสักครั้งเลยหรอจ๊ะ?

เลิฟลี่ส่ายหน้า ไม่เคยมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เป็นเพราะว่าผู้อำนวยการคนก่อนซึ่งเป็นพ่อของจูฮยอนและเป็นตาของเลิฟลี่เป็นคนที่เข้มงวดมาก ซึ่งก็ไม่ต่างกับจูฮยอนในวัยเด็ก อยู่ที่บ้านเราสองคนเป็นพ่อลูก แต่อยู่ที่โรงเรียนจูฮยอนเป็นนักเรียนและพ่อก็เป็นผู้อำนวยการ

เมื่อก่อนไม่เคยก็ไม่เป็นไร แต่จากวันนี้เป็นต้นไป หลานน้ามาที่นี่ได้ตลอดเลยนะจ๊ะ

มาได้จริงๆหรอคะ?

ได้สิจ๊ะ ก็เลิฟลี่เป็นหลานของน้า อยากมาเมื่อไหร่ก็มาได้เลย

เด็กหญิงยิ้มรับด้วยความตื่นเต้นดีใจ เพื่อนๆของเลิฟลี่มักจะถามว่าเป็นหลานของ ผอ.ยังไง ทำไมถึงไม่เคยเข้ามาในตึกนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว คราวนี้เลิฟลี่จะสามารถกลับไปพูดอวดเพื่อนๆได้แล้ว

นั่งเล่นรอน้าก่อนนะจ๊ะ ขอน้าทำงานให้เสร็จก่อน

หนูขอทำการบ้านในนี้ได้ไหมคะ?

ได้สิจ๊ะ ตามสบายเลย จูฮยอนเดินกลับมานั่งทำงานที่โต๊ะประจำตำแหน่ง ส่วนเลิฟลี่นั่งทำการบ้านอยู่ที่โซฟา ช่วงเวลานี้ทุกอย่างดูแปลกใหม่ จูฮยอนไม่เคยทำงานอย่างมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย

การได้เห็นเด็กคนนี้อยู่ในสายตาตลอดมันดีแบบนี้นี่เอง


 

เลิฟลี่สามารถทำการบ้านด้วยตัวเองได้โดยที่จูฮยอนไม่ต้องสอน สองคนน้าหลานพากันออกจากห้องทำงาน เพราะได้เวลาสมควรที่จะต้องเดินทางกลับที่พักแล้ว

เด็กหญิงชินบีนั่งมองหาผู้ปกครองอยู่เพียงลำพัง ขณะที่เด็กคนอื่นๆพากันกลับบ้านไปจนหมดแล้ว

น้าจูฮยอนคะ… ”

เลิฟลี่ชี้ไปที่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ซึ่งเวลานี้มีสีหน้ากระวนกระวายประหนึ่งกำลังจะร้องไห้ ที่สำคัญก็คือจูฮยอนจำได้แม่นเลยว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร เย็นมากขนาดนี้แล้วทำไมถึงยังไม่มีใครมารับชินบีกลับบ้าน พวกเขาไม่รู้หรือว่าเด็กตัวแค่นี้การตรงต่อเวลานั้นสำคัญมากแค่ไหน แค่พ่อแม่มารับช้ากว่าที่เคย แกก็อาจจะคิดว่าถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพังแล้ว ช่างน่าสงสารจริงๆ

ชินบี คุณพ่อคุณแม่ยังไม่มารับหรอจ๊ะ?

“….” เด็กน้อยไม่ยอมตอบคำถาม เอาแต่นั่งนิ่งเฉยแล้วก็มองออกไปที่หน้าประตูโรงเรียนไม่ยอมกะพริบตา

เห็นน้องทำเหมือนจะร้องไห้ เลิฟลี่จึงแบ่งลูกกวาดสีสวยให้ แต่ชินบีไม่สนใจ เมินใส่พี่สาวที่ตัวโตกว่า

จูฮยอนดึงเลิฟลี่ให้นั่งลงใกล้ๆกับเด็กหญิงตัวเล็ก เธอคงทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งรอให้ใครสักคนมารับชินบีกลับบ้าน แต่ถ้าหากว่ามืดแล้วยังไม่มีใครมา ก็คงเป็นหน้าที่ของเธอเองที่จะต้องเป็นคนพาชินบีไปส่งถึงที่บ้าน

เลิฟลี่ นั่งรอเป็นเพื่อนน้องก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวน้าจะวกกลับเข้าไปหาเบอร์โทรศัพท์คุณแม่ของชินบี เผื่ออาจจะทำงานเพลินจนลืมเวลา

เลิฟลี่รับหน้าที่นั่งรอเป็นเพื่อนน้องสาวตัวเล็ก ระหว่างที่รอก็พยายามที่จะชวนพูดคุย แต่ก็ถูกชินบีเมินใส่ตลอด






จูฮยอนกลับเข้ามาโทรศัพท์ติดต่อหาปาร์คชินเฮ แต่ก็โทรไม่ติดเพราะว่าตอนนี้ชินเฮกำลังอยู่บนเครื่องบิน

แล้วเบอร์โทรศัพท์ของยงฮวาพวกเขาก็ไม่ได้ทิ้งเอาไว้ให้ โทรเข้าไปที่บ้านก็ไม่มีใครรับสาย ที่สุดแล้วจูฮยอนเลือกจดที่อยู่ของชินบีมา เพราะคิดว่าการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือการพาชินบีกลับไปส่งที่บ้าน แต่ถ้าที่บ้านไม่มีใครอยู่จริงๆ ที่หมายสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นที่วิลล่า ซึ่งจูฮยอนคิดว่าถึงยังไงที่นั่นยงฮวาก็จะต้องอยู่แน่ๆ

พอได้ที่อยู่ครบถ้วนจูฮยอนก็รีบกลับออกมาในทันที หากแต่เดินออกจากห้องได้ไม่เท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังลั่นขึ้นมา

…!!

ชินบีร้องไห้เสียงดังลั่น ทำเอาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เพิ่งกลับออกจากห้องน้ำรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์หน้าตาตื่น ขณะที่ยงฮวาเพิ่งมาถึง ทันทีที่ลงจากรถได้ยินเสียงชินบีร้องไห้ก็รีบวิ่งมาหาพร้อมกับเสียงหายใจหอบระรัว

ชินบีชินบี ยงฮวาโผเข้าประคองลูกสาวตัวเล็กขึ้นมาจากพื้น เข่าเล็กๆมีรอยถลอกและมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นทาง ชินบีเอาแต่ร้องไห้แล้วก็ชี้นิ้วตรงมาที่เลิฟลี่ จูฮยอนเห็นดังนั้นจึงรีบดึงเอาร่างเล็กๆที่กำลังยืนตัวสั่นมากอดเอาไว้

เลิฟลี่เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ ทำไมอยู่ดีดีชินบีถึงหกล้ม?

เลิฟลี่ยืนหน้าซีด เด็กหญิงตกใจจนริมฝีปากชาไปหมด ไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่ที่ตรงไหน แต่ถึงกระนั้นยงฮวาก็ไม่ได้แสดงออกว่าโมโหหรือกล่าวโทษใคร เขาปลอบลูกสาวตัวเล็กด้วยความใจเย็น ค่อยๆปลอบจนกระทั่งเสียงร้องไห้จ้า ค่อยๆผ่อนเบาลงตามลำดับ

ไปที่ห้องพยาบาลก่อนค่ะ ทำแผลก่อน แล้วค่อยพาไปโรงพยาบาลนะคะ เป็นคำขอร้องที่ดูสุภาพและใจเย็น ซึ่งยงฮวาเองก็ไม่ปฏิเสธ อุ้มชินบีเดินตามจูฮยอนมาถึงห้องพยาบาลด้วยความรีบร้อน

เป็นเพราะเขาเองที่มาช้าเกินไปจนทำให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น จูฮยอนเองเด็กในความปกครองเกิดเรื่อง เธอก็กระวนกระวายใจไม่แพ้กัน ส่วนเลิฟลี่เองก็ดูตกใจจนเนื้อตัวสั่น ซึ่งไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นยังไง เธอคิดว่าเลิฟลี่คงไม่ได้ตั้งใจแน่ๆ

ไม่เป็นไรนะจ๊ะ ไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นยังไงเราก็จะต้องยอมรับมันอย่างกล้าหาญ น้าเชื่อว่าหลานของน้าไม่ได้ตั้งใจ

ไม่ใช่นะคะ หนูเปล่า

จากเดิมที่ตัวสั่นเทาเพราะความตกใจกลัว คราวนี้เลิฟลี่ถึงกับร้องไห้ออกมา ยิ่งทำให้จูฮยอนรู้สึกเจ็บปวด ก้อนเนื้อที่เต็มไปด้วยความรักและความรู้สึกมากมายของเธอกำลังเติบโตขึ้นมาอย่างงดงาม ไม่เป็นไรเลยที่คนเราจะผิดพลาดกันบ้าง โดยเฉพาะเลิฟลี่เธอยินดีที่จะรับฟังทุกอย่างอยู่แล้ว

หนูเปล่านะคะ ชินบีลุกขึ้นแล้วก็จะวิ่งออกไปที่นอกประตู หนูพยายามช่วยจับไว้ แต่น้องดิ้นค่ะ น้องจะออกไปให้ได้

ยามที่หน้าประตูไปเข้าห้องน้ำ ดังนั้นจึงไม่มีพยานรู้เห็น สิ่งเดียวที่สามารถสืบได้ก็คือ ต้องดูจากกล้องวงจรปิด

ไม่เป็นไรนะจูฮยอน ช่างเถอะ แค่เรื่องของเด็กๆน่ะ ยงฮวาไม่คิดถือสา ต่อให้เลิฟลี่เป็นต้นเหตุ เขาก็ไม่รู้สึกติดใจอะไรเพราะเข้าใจดีว่าเด็กๆเล่นกัน ย่อมอาจมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้บ้างอยู่แล้ว

แต่คนอย่างจูฮยอนจะไม่มีทางยอมให้ลูกสาวของเธอมีมลทิน ใครจะเชื่อแบบไหนไม่เป็นไร แต่ยงฮวาจะเข้าใจผิดเลิฟลี่ไม่ได้

หลักฐานทุกอย่างปรากฎในกล้องวงจรปิดอย่างชัดเจน ชินบีพยายามที่จะวิ่งออกไปที่หน้าประตู ส่วนเลิฟลี่พยายามยื้อน้องเอาไว้เพราะรู้ว่ามันอันตรายมากถ้าปล่อยให้ชินบีวิ่งออกไปอย่างตามใจแบบนั้น เกิดการยื้อยุดกันไปมาพักใหญ่ แล้วชินบีก็เป็นฝ่ายพลาดพลั้งหกล้ม ส่วนเลิฟลี่เห็นอย่างนั้นก็ตกใจจนทำตัวไม่ถูก

มันเป็นแค่อุบัติเหตุ พี่เข้าใจดี เลิฟลี่หนูทำดีที่สุดแล้วนะ ยงฮวาส่งยิ้มให้เด็กหญิงอย่างใจดี ถ้าเลิฟลี่ไม่ช่วยยับยั้งชินบีเอาไว้ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ชินบีจะเป็นยังไง เขาผิดเองที่มาช้าเกินไป

คุณชินเฮจะไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ?

ยงฮวายิ้มเจื่อน ตัวของเขาเองไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว แต่กับปาร์คชินเฮคงเป็นปัญหาใหญ่ไม่น้อย รายนั้นรักและเป็นห่วงลูกสาวมาก ขนาดแค่รอยยุงกัดยังถึงขั้นไล่พี่เลี้ยงเด็กออกมาแล้ว แต่นี่เป็นจูฮยอนกับหลานสาว ถึงยังไงยงฮวาจะไม่ยอมให้มีเรื่องแย่ๆแบบนั้นเกิดขึ้นกับทั้งสองคนอย่างแน่นอน

วางใจเถอะ แค่เรื่องเล็กน้อยเอง พี่จะอธิบายให้ชินเฮเข้าใจเอง เธออย่าห่วงเลย

 

แม้ว่าจะทำแผลเบื้องต้นที่ห้องพยาบาลของโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว แต่จูฮยอนก็ยังยืนยันว่าชินบีควรที่จะมาทำแผลที่โรงพยาบาลอีกครั้ง หลังจากทำแผลฉีดยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยงฮวารับอาสาเลี้ยงอาหารจูฮยอนกับหลานสาว โดยเฉพาะเลิฟลี่ดูเสียขวัญไปมาก แกคงตกใจมากในตอนที่ทุกคนเข้าใจว่าแกเป็นต้นเหตุ ทั้งที่ความจริงแล้วเลิฟลี่ก็แค่หวังดี

อย่าลำบากเลยค่ะ พี่รีบพาชินบีกลับเลยเถอะ จูฮยอนพยายามบ่ายเบี่ยง เป็นเรื่องดีที่ยงฮวาได้รู้ความจริง แต่คงไม่ดีนักถ้าจะให้สองคนพ่อลูกมีโอกาสได้ทำความรู้จักกันโดยไม่จำเป็น

แต่จนแล้วจนรอดก็แพ้ลูกตื้อของยงฮวาจนได้ เขาเข้าหาเลิฟลี่ได้เก่ง พูดจาหยอกล้อกับเด็กอย่างใจดีแถมยังฟังดูสนุกสนานจนทำให้เลิฟลี่ที่ก่อนหน้าดูกดดันสามารถผ่อนคลายลงได้มาก ยงฮวาอ้างเหตุผลสารพัดว่าเราไม่ควรแยกกันเลยในทันทีเพราะชินบียังเล็กมาก แกอาจจะจดจำอะไรผิดๆ แล้วอีกหน่อยก็อาจจะทำให้พาลเข้ากับเลิฟลี่ไม่ได้ด้วย เพราะฉะนั้นได้มากินข้าวด้วยกันก็ถือเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ไปในตัว

ชินบีเป็นเด็กเงียบๆ แทบจะไม่ยอมพูดจากับคนแปลกหน้าเลยก็ว่าได้ พฤติกรรมของแกดูน่าเป็นห่วง ยงฮวาจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าลูกสาวของเขาน่าเป็นห่วงมากแค่ไหน

ชินบีชอบทานอะไรเป็นพิเศษคะ?

“….” ยงฮวาออกอาการอึกอัก แม้แต่เขาก็ไม่รู้ว่าชินบีชอบหรือว่าไม่ชอบอะไรเป็นพิเศษ เขาทำได้แค่ยิ้มแล้วก็เปิดเมนูให้ลูกสาวใช้นิ้วจิ้มเลือกตามรูปภาพ ต่างกับเลิฟลี่ที่สามารถสั่งอาหารได้เองอย่างคล่องแคล่ว แต่ก็เป็นปกติที่เด็กสองคนจะต่างกัน เพราะเลิฟลี่เองก็โตกว่ามาก ส่วนชินบีเพิ่งจะสามขวบเท่านั้น

คุณชินเฮไปไหนหรอคะ?

ไปทำงานที่ต่างประเทศน่ะ พี่ก็เลยต้องมารับชินบีด้วยตัวเอง แต่ว่ามาช้ามากเกินไป ก็เลยเป็นแบบที่เห็น ยงฮวายิ้มเจื่อน หลายครั้งที่เขาจ้องมองชินบีแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมา แกช่างเป็นเด็กที่ดูกี่ทีก็ไม่น่ารักเอาเสียเลย

เลิฟลี่ เอาไอศกรีมด้วยไหม? ลุงจำได้ว่าหนูชอบไอศกรีมนะ

รสชอคโกแลตนะคะ แล้วชินบีล่ะคะ น้องชอบไอศกรีมรสอะไร?

“….” ยงฮวาก้มมองลูกสาวที่เวลานี้เอาแต่นั่งก้มหน้า หลายครั้งผู้คนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าชินบีเป็นใบ้ ทั้งที่ความจริงแล้วถ้าได้อยู่กับคนที่แกคุ้นเคย ก็จะร่าเริงขั้นสุด ซึ่งคนคุ้นเคยของเด็กคนนี้ก็ไม่ใช่เขาด้วยเหมือนกัน

ชินบีคงไม่ชอบไอศกรีมหรอก… ”

ในทันทีที่ผู้เป็นพ่อพูดอย่างนั้น เด็กหญิงตัวเล็กก็รีบชี้มาที่รูปไอศกรีมที่ตนอยากกินในทันที

โอเค สรุปเอาไอติมสตอเบอรี่นะ เดี๋ยวพ่อสั่งให้

เหมือนจะทำไม่สนใจ แต่จนแล้วจนรอดยงฮวาก็เป็นคุณพ่อที่พยายามเอาอกเอาใจลูกสาวทุกอย่าง จูฮยอนหันมองดูลูกสาวของตัวเอง เธอเจ็บปวดไม่น้อยกับสถานการณ์ในตอนนี้ แต่ก็ต้องเสแสร้งแกล้งทำเป็นว่าตัวเองไม่รู้สึกอะไร

 

 




 

จูฮยอนเดินจูงมือพาเลิฟลี่กลับเข้าที่พัก เธอแยกกับยงฮวาที่ร้านอาหาร เขาบอกว่าคืนนี้จะต้องไปนอนค้างคืนกับชินบีที่บ้าน เขายังพูดย้ำมาด้วยว่าให้เธอปิดล็อคประตูห้องให้ดีดี

ความจริงแล้วจูฮยอนเองก็รู้สึกผิดต่อเลิฟลี่ไม่น้อย แค่ชินบีร้องไห้แล้วก็ชี้มาที่เลิฟลี่ เธอก็เชื่อทันทีเลยว่าเลิฟลี่เป็นคนทำให้ชินบีได้รับบาดเจ็บ

น้าขอโทษนะจ๊ะ ร่างบางหยุดเดิน ก่อนที่จะย่อตัวนั่งลงตรงหน้าเด็กหญิงที่น่ารักมากที่สุดในสายตาของเธอ เลิฟลี่สบตาจ้องมองคุณน้า สองมือเล็กๆเอื้อมขึ้นมาลูบแก้มนุ่มๆของคุณน้าอย่างแผ่วเบา

น้าจูฮยอนน่ารักจังเลย

คนถูกชมอมยิ้มจนหน้าแดง มือนุ่มยกขึ้นมาลูบไล้เส้นผมอ่อนนุ่มของเด็กหญิงไปมาด้วยความรักและความเอ็นดูแสนพิเศษ

วันนี้หลานสาวน้าเก่งมากเลยจ๊ะ เอาไว้วันพรุ่งนี้น้าจะให้รางวัลด้วยการพาไปทานไอศกรีมร้านที่เลิฟลี่ชอบ

จริงนะคะ ดีจังเลย

รอยยิ้มของเด็กหญิงร่าเริงสดใสอะไรอย่างนี้ จูฮยอนเดินจูงมือพาเลิฟลี่กลับเข้าห้องพัก นี่เป็นคืนแรกที่เราสองคนแม่ลูกจะได้นอนด้วยกัน นึกแล้วก็ตื่นเต้น มีความสุขจนหัวใจพองโตไปหมด สำหรับเธอแล้วขอแค่มีเลิฟลี่คนเดียวก็พอ

ขอแค่ให้ฉันได้อยู่ข้างๆ ได้มองเห็นเขาเติบโตไม่สิ ความจริงแล้วทุกครั้งที่มองเห็นเขา ฉันไม่ได้มีแต่ความสุข แต่เลิฟลี่เป็นศูนย์รวมแห่งความรู้สึกทุกอย่าง ทั้งสุข ทุกข์และเศร้า ไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่กำลังเติบโตขึ้นมาอย่างงดงามจะถูกสร้างมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลายแบบนี้

 

 


 

ยงฮวาทำหน้าที่คุณพ่อเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสามปี โชคดีที่กลับมาถึงไม่เท่าไหร่ชินบีก็ขอเข้านอนในทันที อาจจะเป็นเพราะชินเฮไม่อยู่ หนูน้อยก็เลยค่อนข้างเงียบมากเป็นพิเศษ

เมื่อก่อนยงฮวาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นคนไม่ชอบเด็ก มันน่าจะเริ่มต้นขึ้นในคืนวันแต่งงาน ที่อยู่ดีดีก็มีใครอีกคนพยายามบุกรุกเข้ามาแล้วก็บอกว่าตัวเองคือพ่อของเด็กในท้อง

เป็นเรื่องจริงที่แทบจะไม่ต้องพิสูจน์ว่าชินบีไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับยงฮวาเลย ทุกอย่างเป็นแผนการของชินเฮทั้งนั้น เขามักจะต้องกัดริมฝีปากตัวเองในทุกครั้งที่มีคนบอกว่าเขากับชินบีหน้าเหมือนกันสมกับเป็นพ่อลูก

“ความแตกในคืนวันเข้าหอว่าผมไม่ได้เป็นพ่อของลูกในท้องของชินเฮ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราในคืนนั้นมันคือการจัดฉาก ในคืนวันต้นเรื่องผมก็แค่เมาแล้วหลับไป ส่วนชินเฮเธอมีปัญหากับคู่รักของเธอ และตั้งท้องกับเขา…ซึ่งก็คือคนที่มาเคาะประตูและเกือบจะฆ่าผมในคืนนั้น แต่ชินเฮก็ยืนยันต่อหน้าเค้าคนนั้นว่าผมคือพ่อของเด็ก พอคนคนนั้นกลับไปแล้วเธอถึงยอมรับสารภาพความจริงออกมาทั้งหมด…

ซึ่งยงฮวาก็ไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมชินเฮถึงไม่พูดความจริงกับเขาคนนั้นตั้งแต่แรก ในสายตาของเธอ เขาเหมือนตัวตลก ถูกจับมาเชิดเหมือนหุ่น เป็นหุ่นยนต์ไร้หัวใจ เขาเป็นแค่เครื่องมือที่ชินเฮจงใจใช้ปั่นหัวให้คนคนนั้นต้องเจ็บปวด

ยงฮวายอมจำทนอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะผลประโยชน์ลงตัว เขาได้รับความนิยมและมีงานมากขึ้นจนสามารถปลดหนี้ให้แม่ได้ทั้งหมดด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว ยงฮวาได้เรียนรู้ว่าการตีหน้าเสแสร้งแกล้งเล่นละครเรื่องครอบครัวแสนสุขตบตาสื่อเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากเหลือเกิน

หากแต่คงไม่มีปัญหาอะไรถ้าเขาคิดแต่จะหาเงินและกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวอย่างเดียว นับวันชินบีก็ยิ่งโตมากขึ้น ถึงตอนนี้แกจะยังเล็ก แต่เด็กที่ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อกำลังจะกลายมาเป็นปัญหาใหญ่เสียแล้ว

การจะหันหลังกลับไปโอ๋เด็กคนนั้น เป็นเรื่องที่สายเกินแก้ไข ทุกวันนี้ชินบีผูกพันกับแม่และพ่อแท้ๆของตัวเองคงเป็นเพราะว่าเลือดมันข้นมากกว่าน้ำ ผูกพันมากและแสดงออกว่าชอบคนคนนั้น มากกว่าพ่อในนามที่สังคมรับรู้อย่างตนเสียอีก ซึ่งจุดนี้ยงฮวาไม่โทษใคร ถ้าจะผิดก็ผิดที่เขาเองที่เกลียดเด็กคนนี้นับตั้งแต่รู้ว่าแกไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองแล้ว

เพราะปัญหามันเริ่มมากขึ้นในทุกวัน เพราะฉะนั้นคงดีถ้าเราได้จบปัญหาทั้งหมดนี้โดยเร็ว ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อชินบี ผมเดินออกไปตอนนี้ อีกไม่นานแกก็คงลืมหน้าผมแล้ว แต่ถ้าผมยังฝืนอยู่ต่อมันจะไม่ส่งผลดีกับแกเลย

แต่ก็แปลก ตลอดมาเขาคิดว่าตัวเองเกลียดเด็กแต่กลับรู้สึกเอ็นดูเลิฟลี่ขึ้นมาเพียงแค่แรกเห็น ขนาดว่ากลัวแต่เลิฟลี่ก็ยังยิ้มให้ตนนับตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน ทั้งยิ้มให้ทั้งก้าวถอยหลังด้วยความประหม่าตื่นกลัวแบบนั้นดูน่ารักดี

ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง! เสียงนั้นทำให้ยงฮวารีบมาที่หน้าประตู การมาถึงของใครคนหนึ่งทำให้เขารู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก

สวัสดีครับ คุณลีจงซอก

เป็นเพราะชินเฮเป็นห่วงลูกสาวของเธอมากก็เลยขอร้องให้ลีจงซอกมาช่วยดูแลชินบีอีกแรง

พอดีว่าผมเพิ่งเลิกงานครับ ก็เลยมาช้าไปหน่อย แต่หลังจากนี้ผมจะเป็นคนดูแลชินบีเองนะครับ

….

เมื่อได้เห็นแผลที่หัวเข่าของเด็กหญิงตัวน้อย ลีจงซอกนั้นอดที่จะรู้สึกเจ็บปวดแทนหนูน้อยไม่ได้ ถึงยงฮวาจะบอกว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่ถ้าหากเขาสามารถเลิกงานได้เร็วมากกว่านี้ ชินบีก็คงจะไม่ได้รับบาดเจ็บ

ชินเฮยังไม่รู้เรื่องนี้นะครับ และผมหวังว่าคุณจะสามารถเล่าเรื่องทุกอย่างได้อย่างถูกต้อง ไม่มีคลาดเคลื่อน ยงฮวาเดินกลับออกมาจากห้องของชินบีเพื่อรีบเตรียมตัวไปจัดรายการวิทยุทั้งที่ขอลาหยุดไว้แล้ว เขาแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าถ้าหากวันนี้ไม่มีเท็ดดี้จอง ผู้ฟังคงไม่สนุกอย่างแน่นอน

เมื่อไหร่คุณจะหย่าจากชินเฮครับ? จงซอกเดินตามออกมาถาม สำหรับยงฮวาแล้วรู้สึกได้ว่าวันนี้ลีจงซอกมาแปลก ผ่านมาตั้ง 3 ปีแล้ว เขาเพิ่งจะได้กินยาเขย่าขวดมาหรือยังไง

ผมอยากทำอย่างนั้น นับตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าชินบีไม่ใช่ลูกของผมแล้ว

แต่คุณก็ยังอยู่ สร้างภาพครอบครัวที่สวยงามเพื่อหาผลประโยชน์

เราสองคน ต่างก็เห็นแก่ตัวครับ ทั้งผมแล้วก็คุณไม่มีใครดีไปกว่ากันหรอก หมามันยังไม่ทิ้งลูกของมันเลย แต่กับคนบางคนหมายังดีกว่ามาก

…!!









****************100%***************

อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ให้ไรเตอร์นะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,564 ความคิดเห็น

  1. #2415 Beam Supattra (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:05
    ความจริงเปิดเผยอีกเรื่องแล้วชินบีไม่ใช่ลูกของยงสินะ ซออย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะยงไม่ได้มีลูกกับชินเฮ._.
    #2,415
    0
  2. #2294 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:40
    ยงนายทำดีมากตรงประโยคด่า
    #2,294
    0
  3. #2153 ลูกจ๋า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:48
    เจ็บปวดตรงประโยคสุดท้าย พี่ยงด่าแรงมากกก 👏👏
    #2,153
    0
  4. #1875 Bebearboo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 18:04
    ชินเฮรีบๆกลับมาหย่าได้ละยงจะได้กลับไปง้อซอเต็มตัววว
    #1,875
    0
  5. #1644 ponyboice (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 20:50
    ยงด่าแรงไปนะ
    #1,644
    0
  6. #1603 Pae (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 23:02
    ยงค่ะด่าแรงไปไหมค่ะเจ็บจี๊ด
    #1,603
    0
  7. #1570 ปังปอน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 19:53
    รีบอย่าสิรอรัย
    #1,570
    0
  8. #1070 body_wispy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 / 20:50
    สงสารทุกคน 
    ปล.ไรต์เตอร์สู้ๆ
    #1,070
    0
  9. #873 rasintt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 22:59
    พอกันทั้งคู่ ในเมื่อยงรู้ความจริงว่าไม่ใช่พ่อชินบี ทำไมไม่ยอมเลิกกับชินเฮ  เฮ้อลูกตัวเองกลับไม่สนใจทำให้น้องซอต้องตัดสินใจทำแบบนี้  แล้วจะเป็นไงต่อยง
    #873
    0
  10. #607 ekr9 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 21:12
    อ๋า  จงซอกเป็นพ่อชินบีสินะ  ยงกับเลิฟลี่นี่ต้องรู้สึกผูกพันธุ์กันแน่เลย
    #607
    0
  11. #580 อูรี คิสซึฮัลกา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 23:07
    ชินเฮเห็นยงเป็นไรว่ะ แต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะเว่ย เด็กก็มีพ่ออยู่ทั้งคนจะเอายงไปเกี่ยวทำไม วุ่นวายเปล่าๆ *อินจัด
    #580
    0
  12. #557 aommy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 21:01
    ยังไงต่ออ่ะ ยงด่าแบบแสบ
    #557
    0
  13. #545 saisai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 18:30
    ยงด่าจงซอกได้เจ็บมากเลยคะ เข้าใจย้งนะคะ ชินเยทำกับยงเหมือนคนเป็นคนโง่เลย ให้เป็นพ่อทั้งที่ไม่ใช่ลูกตัวเอง
    #545
    0
  14. #537 ploveys (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 22:02
    คือแบบมันซับซ้อนมาก เส้นความสัมพันธ์โยงไปโยงมาจนหัวจะระเบิดแล้วค่ะไรเตอร์ คงต้องอ่านอีกสักสองสามตอนน่าจะเขาใจขึน
    #537
    0
  15. #536 ploveys (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 22:02
    คือแบบมันซับซ้อนมาก เส้นความสัมพันธ์โยงไปโยงมาจนหัวจะระเบิดแล้วค่ะไรเตอร์ คงต้องอ่านอีกสักสองสามตอนน่าจะเขาใจขึน
    #536
    0
  16. #533 Lovelyminmin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 14:48
    หูยยยยย พี่ยงจบได้แรงมาก!!!! นางหลงเลิฟลี่อันนี้เข้าใจ แต่ไม่อยากให้ใช้คำว่าเกลียดชินบีที่รู้ว่าไม่ใช่ลูกเลยสงสารชินบี T_T
    ไรเตอร์สู้ๆ
    #533
    0
  17. #526 Girls and Peace (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 08:52
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ไฟท์ติ้งงง
    #526
    0
  18. #523 • Min___HanrotaF,, (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 00:31
    คู่จงยอนมาแล้ว!!
    คู่นี้ดราม่าสะใภ้กับแม่ยายสินะคะ เอิ่ม! อะไรมันจะแย่ขนาดนั้นคะแม่จงเนี่ย ถ้าเป็นอิชั้นจะไม่ทนเว้ย จงก้ดูเหมือนแอบเฉยชาอยุ่ถึงแม้จะแคร์มาก หวังว่าจะคืบหน้านะคะจง

    แอบสงสัยอย่างคือฟานี่รุ้มั้ยคะว่าเลิฟลี่เป็นลูกซอ?

    จริงๆแล้วก้แอบสงสารชินบีเหมืนกันน้า เด็กๆไงคะ พ่อแม่ล้วนๆเลย ชินเฮก้ไม่รู้ชีจะยืดเยื้อไปทำไม
    ยงก็ตรงจริงๆ บ่งบอกมากว่าไม่ได้เอ็นดูชินบีเลย นี่ถ้าซอรู้เบื้องหลังก้คงจะไม่แปลก
    สุดท้าย
    รักความคิดและการแสดงออกของยงที่สุดค่ะ ขอให้ยงสำเร็จนะคะ ยงทำดีที่สุดแล้ว ณ ตอนนี้ T^T

    ฉากสามพ่อแม่ลูกแอบซึ้งนะคะ ในเมื่อมีแค่คนเดียวที่รู้สายสัมพันธ์ที่แท้จริง ทำให้คนคนนัันคนเดียวที่ต้องเจ็บปวด ซอฮยอน.

    นึกไม่ออกเลยค่ะว่าจะจบยังไงแบบไม่ทรมานใจด้วยมาม่า T T คือมันมาม่าชัวร์
    #523
    0
  19. #500 bluecherry2228 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 20:04
    พ่อชินบีรีบจัดการเรื่องให้ลงตัวทีค่ะ



    พี่ยงก็ต้องชัดเจนนะคะ สู้ๆ
    #500
    0
  20. #483 Ppanit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 00:11
    ลีจงซอกเป็นพ่อของชินบีสินะ พี่ย้งรีบๆหย่าเลยนะ
    #483
    0
  21. #479 meriyatupila (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 23:07
    ชอบประโยคสุดท้าย  หมายังไม่ทิ้งลูกของมัน  กัดเบาๆ
    สงสารยงซอ  จัง 
    สงสารเด็กๆๆด้วย  เพราะชินเฮเลย 
    #479
    0
  22. #477 ysggm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 14:23
    เลือดข้นกว่าน้ำ จริงๆ ไม่ว่่าพ่อลูกคู่ไหน ก็สื่อกันติด
    #477
    0
  23. #474 only (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 13:52
    ยงที่พูดจะเข้าตัวไหม
    #474
    0
  24. #470 squinoa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 12:40
    อร๊ายยยยยยย ทำไมด่าซอกกี้แรงจุงเบยจองยงงงง ว่าแต่ทำไมถึงมาเป็นเราสองสามคนแบบนี้ รู้ทั้งรู้ก็แก้ไขให้มันถูกไม่ได้หรอ ทำไมชินเฮไม่ทำให้มันดีๆ ทำไมเก็บจองยงไว้ทั้งที่ตัวเองก็กลับไปคืนดีกับจงซอกแล้ว แล้วนี่ถ้าจองยงรู้เรื่องเลิฟลี่อีกเรื่อง เชื่อเหอะ ชินบีไม่เหลือซาก รีบๆคืนให้พ่อเค้าไปได้แล้วมั้ง
    #470
    0
  25. #466 jin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 07:12
    จงซอกเป็นพ่อของชินบี ดูท่าผู้ใหญ่สามคนจะเห็นแก่ตัวเองกันทั้งนั้น ยงยังพอรู้เหตุผลบ้าง

    ว่าที่เป็นอย่างนี้เพราะอะไรแต่ทำไมเมื่อทุกอย่างดีขึ้นแล้วจึงไม่รีบหย่าๆให้เสร็จๆไป

    ปล่อยให้ยืดเยื้อทำไม แล้วชินเฮกะจงซอกนี่ซิมันอะไรกันอยากรู้เหตุผลของทั้งคู่เหมือนกันว่า

    กำลังเล่นอะไรกัอยู่ไม่สงสารชินบีบ้างรึไง
    #466
    0