LOST IN LOVE (Yong & Seo) Fin.

ตอนที่ 4 : Lost in love Chapter 3 ความหลังฝังรัก [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    23 ก.ย. 58




Lost in love Chapter 3

ความหลังฝังรัก

 




 

 

ทิฟฟานี่รีบกลับมาดูแลงานด้วยตัวเอง ถึงแม้จะเป็นแค่การถ่ายแบบลงคอลัมน์เล็กๆ แต่งานนี้จัดว่าสำคัญสำหรับเธอมาก

นิชคุณมาถึงในเวลาเที่ยงตรงตามเวลานัด ในระหว่างแต่งหน้าทำผมเขาให้สัมภาษณ์ไปด้วยอย่างอารมณ์ดี ทีมงานทุกคนไม่ใช่คนแปลกหน้าเพราะที่นี่ก็เหมือนกับบ้านหลังหนึ่ง ทุกครั้งที่มาทิฟฟานี่จะต้องยุ่งวุ่นวายอยู่กับการเตรียมทีมงานใหม่ ใครก็ได้ที่มีความสามารถ ขอแค่ไม่ใช่ผู้หญิงแท้ๆ ทุกอย่างถูกเตรียมไว้เพื่อใช้กับนิชคุณคนเดียวโดยเฉพาะ

งานทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น นิชคุณตั้งใจทำงานเต็มที่ ไม่ได้ซักถามถึงอดีตภรรยาแม้แต่คำเดียว และท่าทีหมางเมินเช่นนั้นยิ่งทำให้ทิฟฟานี่รู้สึกร้อนใจจนแทบจะทนไม่ไหว เธออุตส่าห์พาเขาไปหย่าเป็นการส่วนตัวเพราะไม่อยากให้ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เขาก็น่าจะรู้จักเธอดีว่าเวลาโมโหเอาแต่ใจหนักแค่ไหน ถึงจะเหวี่ยงจะนิสัยแย่มากยังไง แต่เธอไม่เคยเลิกรักเขาเลย

นิชคุณถึงกับผงะเมื่อกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวแล้วได้พบกับอดีตภรรยาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

ทิฟฟานี่!”

ตกใจอะไรคะ ฉันไม่ใช่ผีนะ

คนถูกประชดนั่งลงพร้อมกับถอนหายใจ ความจริงแล้วความรู้สึกในหัวใจไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เขายังคงรักและเป็นห่วงทิฟฟานี่อยู่เสมอ ไม่เคยคิดนอกใจไปหาผู้หญิงคนอื่น แต่บางทีถูกคนรักเหวี่ยงใส่บ่อยๆด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง มันก็น่าเบื่อจนไม่อยากจะอดทนด้วยเหมือนกัน

เลิฟลี่บ่นว่าคิดถึงคุณนะ ใจคอจะไม่สนใจลูกเลยใช่ไหม?

เอาไว้ผมจะโทรหาลูกเอง หรือไม่อาจไปเยี่ยมแกที่โรงเรียนก็ได้

ทิฟฟานี่ยืนกอดอกเชิดหน้าใส่อดีตสามี เขาก็พูดแบบนี้ตลอด แต่ไม่เห็นจะใส่ใจทำจริงๆเลย เอาแต่ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย

ขนาดฉันเป็นเมียยังไม่สำคัญเลย ผู้หญิงคนที่คุณเคยบอกว่ารักนักหนาคุณยังทำเมินใส่ แล้วนับประสาอะไรกับเด็กที่ไม่ใช่… ”

ทิฟฟานี่! พูดอะไร ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเรานะ นิชคุณขึ้นเสียงใส่ หวังอยากให้ทิฟฟานี่ยอมที่จะเงียบ หากแต่การขึ้นเสียงใส่ผู้หญิงอย่างทิฟฟานี่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะมันมีแต่จะทำให้เธอยิ่งโกรธหนักมากกว่าเดิม

ฉันพูดเรื่องจริงนี่ เพราะเลิฟลี่ไม่ใช่ลูกคุณ คุณก็เลยคิดจะทิ้งแก ฉันผิดใช่ไหมที่รักษาลูกของเราไว้ไม่ได้ ทิฟฟานี่พ่นทุกอย่างออกมาด้วยน้ำตา เธอพลาดพลั้งตั้งท้องตั้งแต่อายุ 20, หลังจากเราสองคนแต่งงานกัน ครอบครัวของเรามีความสุขดีทุกอย่าง ถึงแม้เธอจะขี้หึงหรือเอาแต่ใจมากแค่ไหน นิชคุณก็จะเป็นฝ่ายยอมให้เธอเสมอ ทุกครั้งที่เราผิดใจ เขาจะเป็นคนแรกที่ง้อเธอ

นิชคุณไม่สนใจกระแสสังคมรอบข้าง ตอนนั้นเขาถูกต่อต้านอย่างหนัก แต่ก็สามารถกลับมาคืนฟอร์มด้วยความสามารถ พอเริ่มมีงานเข้ามาทิฟฟานี่ก็ต้องอยู่บ้านตามลำพัง โชคร้ายที่เธอประสบอุบัติเหตุลื่นตกบันได ทั้งที่ตอนนั้นท้องแก่ใกล้คลอด และเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้นจึงทำให้เธอแท้งลูก

นิชคุณถอนหายใจเสียงดัง ทิฟฟานี่ชอบเป็นแบบนี้ตลอด จนทำให้เขากลัวว่าถ้าเลิฟลี่ผ่านมาได้ยิน แกคงจะต้องเสียใจมาก

จบเถอะอย่าพูดอะไรอีกเลยนะ เลิฟลี่มีผมเป็นพ่อแล้วก็มีคุณเป็นแม่ แกเป็นลูกของเรา เป็นลูกสาวที่ผมรัก ผมจะไม่มีวันทอดทิ้งแกอย่างแน่นอน แม้แต่คุณผมก็ทิ้งไม่ได้

ทิฟฟานี่โผเข้าสู่อ้อมกอดของสามีพร้อมกับเอาแต่ร่ำไห้ เธอเสียใจที่ทำให้นิชคุณต้องผิดหวัง ถ้าวันนั้นเธอระมัดระวังตัวมากกว่านี้ ลูกของเราก็คงจะยังอยู่

มันไม่ใช่ความผิดของคุณนะ สำหรับผมแล้ว ถ้าวันนั้นคุณเกิดเป็นอะไรไป ผมคงต้องโทษตัวเองไปตลอด ลูกของเราคือเลิฟลี่เราสองคนจะต้องช่วยกันเลี้ยงดูและมอบความรักให้แกมากๆ ต่อไปนี้เราอย่าพูดถึงเรื่องนี้กันอีกเลยนะ

 

 

 


 

 

เด็กน้อยพอกินอิ่มก็นอนหลับ เลิฟลี่เติบโตขึ้นมาก ช่วงระยะเวลา 7 ปีมันผ่านไปเร็วมากจนน่าใจหาย

จูฮยอนไล้เส้นผมอ่อนนุ่มที่แผ่สยายอยู่บนตักของเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดกับเลิฟลี่มากขนาดนี้ อยู่ด้วยกันแทบทั้งวัน พอง่วงนอนก็ให้นอนหนุนตัก ได้โอบกอดไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มีโอกาสได้จับต้องและจ้องมองดูนานแค่ไหนก็ได้ ดวงตาที่แสนเปล่งประกายปิดสนิท ริมฝีปากที่น่ารักจิ้มลิ้มและพวงแก้มเนียนบางมีสีชมพูระเรื่อชวนมอง เธอยังจำวันแรกในตอนที่ได้เห็นเด็กคนนี้ได้เป็นอย่างดี ทุกอย่างเป็นภาพความทรงจำที่แสนล้ำค่าสำหรับเธอ

ร่างบางกลั้นเสียงสะอื้น น้ำตาไหลคลอออกมาจนเต็มทั้งสองตา หัวใจของเธอสั่นไปหมดตอนที่เลิฟลี่ถูกพรากออกจากอก ใจนั้นไม่ยินดีและไม่ยินยอมเลย แต่ก็ต้องจำยอมมอบลูกสาวของตัวเองให้เป็นลูกของคนอื่น ตลอด 9 เดือนที่อุ้มท้องมาเธอไม่เคยคิดว่าตัวเองอยู่เพียงลำพังเลย เป็นไปตามความคาดหมายว่าพอคลอดเด็กคนนี้ออกมา ชีวิตของเธอก็ทั้งเหงาและว้าเหว่อย่างจับใจ

การเป็นลูกสาวที่ทำให้พ่อของตัวเองต้องผิดหวังและเสียใจคือตราบาปและมันก็จะติดตัวเธอไปตลอดทั้งชีวิต

มีนิชคุณเป็นพ่อก็ยังดีกว่ามีพ่อเป็นใครบางคนที่อาจจะไม่มีความรักมอบให้ วันที่ถูกเขาบอกเลิกคือวันที่เธอต้องเป็นทุกข์หนักซ้ำสอง เธอรู้ตัวว่ากำลังตั้งท้องและคิดว่าจะต้องบอกเขาให้รู้เป็นคนแรกเพื่อที่ว่าเราจะได้แก้ปัญหาด้วยกัน แต่สุดท้ายเธอต้องกลับบ้านเพียงลำพังแล้วก็เลือกแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง

พ่อไม่พอใจที่เธอคบกับจองยงฮวา ท่านไม่สนใจว่าเขาจะเป็นแค่คนงานในไร่หรือว่าเป็นเจ้าของไร่ ท่านสนอย่างเดียวก็คือลูกสาวของท่านมีหน้าที่เรียนหนังสือ ท่านไม่คาดคิดมาก่อนว่าลูกสาวที่ตั้งใจเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีจะทำให้ท่านต้องผิดหวังจนถึงขั้นเสียน้ำตา

เป็นเรื่องน่ายินดีที่วันนั้นเธอจบความสัมพันธ์กับคนที่พ่อไม่ชอบได้ แต่ก็เป็นข่าวร้ายที่ในท้องของเธอมีลูกของคนคนนั้นติดท้องกลับมาด้วย พ่อเสียใจอย่างหนัก และนับตั้งแต่วินาทีนั้นท่านก็ไม่เคยพูดกับเธออีกเลยแม้แต่คำเดียว

เลิฟลี่เกิดที่อเมริกา นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจูฮยอนถึงต้องเปลี่ยนที่เรียนอย่างกะทันหัน ช่วงเวลาที่เธอใกล้คลอด ทิฟฟานี่เกิดอุบัติเหตุแท้งลูก อาอึนฮีเป็นตัวแทนของพ่อเดินทางมารับเลิฟลี่ไป อาบอกว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ก็เพื่ออนาคตที่สวยงามของเธอ

หัวอกของคนเป็นแม่ทำได้แค่เพียงมองดูลูกเติบโตในอ้อมกอดของคนอื่น ประวัติของซอจูฮยอนในแผ่นกระดาษดูสวยหรู ไม่มีใครรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเธอก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่เคยก้าวพลาด

 

 




 

ยงฮวาถือโอกาสมาศึกษางานใหม่ที่สถานีวิทยุ ก่อนมาถึงที่นี่เขาได้รับโทรศัพท์จากอดีตผู้จัดการ บอกว่ามีผู้จัดละครสนใจอยากให้เขาเข้าไปแคสติ้งบทพระเอกละครเรื่องใหม่ แต่แน่นอนว่าจองยงฮวาบอกปฏิเสธไปเรียบร้อยแล้ว

คังมินฮยอกดูแลต้อนรับยงฮวาเป็นอย่างดี อาศัยความสัมพันธ์และความสนิทสนมที่เคยมีทำให้มินฮยอกรู้ว่ายงฮวานั้นเป็นคนที่มีความสามารถหลากหลาย มันน่าเสียดายที่ยงฮวาไม่คิดรับงานแสดงอีกแล้ว แต่คนอย่างยงฮวาถ้าจะต้องกลับไปทำไร่ คงยิ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดายน่าดู

ว่ายังไงดีครับ มาหากันถึงที่ แสดงว่าพี่ก็สนใจอยู่ใช่ไหมล่ะ?

ยงฮวายักไหล่ งานที่มินฮยอกเสนอให้น่าสนใจไม่น้อยเลย คงถึงเวลาแล้วที่คนมากประสบการณ์อย่างตนจะมีช่องทางเปิดปากเล่าอะไรหลายๆอย่างให้ผู้ชมทางบ้านได้รับฟัง

ค่าตัวแพงนะ จ่ายไหวไหมล่ะ?

โหยังไม่ทันไรเลย คิดจะโก่งค่าตัวกันแล้ว เอ็นดูผมบ้างนะครับ แต่ถ้าพี่ตกลงยอมเซ็นสัญญาวันนี้เลย ผมยินดีจ่ายให้สุดเพดานเลยเอ้า



 

หลังจากคุยเรื่องงานเสร็จแล้วยงฮวาชักชวนมินฮยอกมาดื่มด้วยกัน ยองวอนให้การต้อนรับสองหนุ่มเป็นอย่างดี ยงฮวากลับไปตั้งแต่ตอนบ่าย ไม่คิดว่าเขาจะวกกลับมาอีก

อยากกินอะไร สั่งได้ทุกอย่าง ร้านนี้อร่อยที่สุดเลยล่ะ ได้กินแล้วนายจะต้องติดใจแน่

งานในวงการบังเทิงทำให้ยงฮวาได้พบและได้รู้จักกับผู้คนมากหน้าหลายตา มีหลายคนที่รู้จักแค่ผิวเผินและก็มีน้อยคนที่จะคบหากันด้วยความเข้าใจจริงๆ และมินฮยอกก็เป็นกรณีหลัง

ทำไมพี่ถึงออกมาอยู่คนเดียวล่ะครับ แล้วจากนี้จะตอบนักข่าวว่ายังไง?

คงไม่มีใครมาถามหรอก ตอนนี้ฉันยังไม่มีผลงานอะไร ไม่มีใครมาตามสัมภาษณ์หรอก แม้แต่หน้าฉันพวกเค้ายังจำไม่ได้เลย

ข้อแม้สำคัญในการจัดรายการวิทยุก็คือยงฮวาจะไม่ใช้ชื่อจริง แต่เลือกใช้ชื่อแฝงแทน แค่นั่งพูดคุยกับผู้ฟังแล้วก็เปิดเพลงไปตามที่คนฟังต้องการ ไม่มีใครรู้หรอก ว่าชั่วโมงนั้นคือจองยงฮวา

แต่คุณชินเฮเธอยังรับงานตามปกตินะครับ แล้วไหนจะชินบีลูกสาวพี่อีก พี่ไม่คิดถึงแกบ้างเลยหรอ?

ยงฮวานั่งสะอึก ชินบีเป็นลูกของเขาหรือ? จนถึงวันนี้แล้วเขาคิดว่าแกคงจำหน้าพ่ออย่างตนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ชินเฮเก่งตลอดอยู่แล้ว ไม่งั้นเธอจะปั้นหน้าอยู่แบบนั้นมาได้ยังไงตั้งสามปี นายควรดีใจสิที่คราวนี้ฉันมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่ได้ไปแย่งเตียงนอนของนายอีก

เพราะพี่เลยผมก็เลยไม่มีแฟนมาจนถึงวันนี้

ยงฮวาหัวเราะร่วน อย่ามาโทษกันเลย ชาตินี้ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างคังมินฮยอกจะขึ้นคานหรือเปล่าก็ไม่รู้

พี่สาวผมบอกว่า ผมควรที่จะแต่งงานได้แล้ว แต่ว่าผมเห็นชีวิตครอบครัวของคนรอบข้างมาจนชินชา จนผมคิดว่าผมอยากจะไปบวช

ทั้งยงฮวาทั้งมินฮยอกหัวเราะเสียงดังลั่น คนรอบตัวที่มินฮยอกรู้จักล้วนทยอยพากันแต่งงาน แยกย้ายกันไปมีครอบครัว แต่ก็แปลกที่เขาไม่เคยเห็นใครมีความสุขกับชีวิตคู่เลย ทุกคู่ล้วนมีแต่ปัญหา ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ แม้แต่เรื่องของยงฮวาเองก็ยังมีหลายเรื่องที่มินฮยอกไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นแบบนี้?

 

หลังจากมินฮยอกกลับไป ยงฮวารับอาสาช่วยยองวอนเก็บร้าน เขาช่วยทำทุกอย่าง ทั้งเก็บโต๊ะ และล้างจานชาม ทำทุกอย่างที่ยองวอนออกปากห้าม ไม่รู้ว่าจะดื้อไปถึงไหน

ผมไปส่งป้าที่บ้านนะครับ มาครับ ผมช่วยถือเอง

ไม่ต้องหรอกจ๊ะ ป้ากลับเองได้ วันนี้รบกวนเธอมากแล้วจริงๆ ป้าเกรงใจจ๊ะ

ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับป้า ผมอยากช่วย ยังไงก็ไม่มีอะไรจะทำอยู่แล้ว

ยงฮวาแย่งเอากระเป๋าผ้าใบโตมาสะพายไว้เสียเอง ยองวอนจนมุมให้กับลูกตื้อ ที่สุดแล้วก็เลยต้องยอมให้ยงฮวาเดินมาเป็นเพื่อน

คิมยองวอนที่ยงฮวารู้จักมีแค่ตัวคนเดียว ไม่มีลูก ไม่มีสามีแล้วก็ไม่มีญาติเลยแม้สักคนเดียว ที่ทำงานหาเงินอยู่ทุกวันนี้ก็แค่เลี้ยงตัวเองคนเดียวเท่านั้น

ป้าเหงาไหมครับ ต้องอยู่คนเดียว เดินคนเดียว กินคนเดียว เวลาเจ็บป่วยก็ต้องช่วยตัวเอง แม้แต่ของหนักๆก็ต้องยกเอง ยงฮวาเอ่ยถามพร้อมกับแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าในยามราตรี

ก็มีบ้างจ๊ะ แต่มันไม่ดีหรอกนะ ถึงยังไงคนเราก็ควรที่จะต้องมีเพื่อนบ้าง

แต่ผมชอบนะครับ ผมว่าอยู่คนเดียวนี่แหละ สบายใจที่สุดแล้ว

ความจริงแล้วการใช้ชีวิตตามลำพังเพียงคนเดียวไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับยองวอนเลย สถานการณ์บีบบังคับให้เธอต้องช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด ถ้าเธอไม่ได้แต่งงาน เธอก็คงใช้ชีวิตไม่ต่างไปจากตอนนี้หรอก

ความจริงแล้วป้าเคยแต่งงานด้วยนะ ไม่ได้อยู่คนเดียวเป็นยายแก่ขึ้นคานในแบบที่เธอเข้าใจหรอก

เป็นครั้งแรกที่ยองวอนพูดถึงเรื่องนี้ ทำเอายงฮวารู้สึกแปลกใจไม่น้อย แต่จะว่าไปแล้วที่ผ่านมาป้าไม่ได้พูดโกหกหรอก แต่คงมีหลายเรื่องที่ไม่เคยพูดออกมาก็เท่านั้น

ผมก็ว่าแล้ว ตอนสาวๆป้าจะต้องสวยมาก ผมยังแอบคิดว่าจะต้องมีคนมาจีบป้าเยอะแน่ๆ

เราจบกันไม่ดีจ๊ะ ในโลกนี้มีอยู่สองอย่างถ้าไม่จากเป็นก็จากตาย

‘จากเป็น’ ทรมานมากกว่า ข้อนั้นยงฮวารู้ดี เขาไม่ได้อยากทำให้จูฮยอนเสียใจ แต่ตอนนั้นเขากับแม่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก พ่อของจูฮยอนส่งคนมาข่มขู่บอกว่าถ้าไม่เลิกยุ่งกับลูกสาวของท่าน จะเผาไร่ให้วอดวาย อาของจูฮยอนเป็นคนมาตักเตือนเขากับแม่ถึงที่ไร่ ซึ่งก่อนหน้านั้นยงฮวากับแม่สังเกตเห็นว่ามีคนมาขับรถวนเวียนดูลาดเลาไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง มาด้วยรถคันเดิมกับผู้ชายสวมแว่นดำหลายคน ที่ดูยังไงก็ไม่คุ้นหน้าเลย

แม่กลัวมาก จนขอร้องให้เขาเลิกยุ่งกับจูฮยอนชั่วคราว ตอนนั้นยงฮวาไม่ยอม จนกระทั่งตื่นมาตอนเช้าของอีกวัน ได้พบว่าแปลงผักมากกว่าครึ่งถูกบุกรุกทำลายจนหมดสภาพ ยงฮวาตัดสินใจทำตามที่แม่ต้องการ บอกตัดสัมพันธ์กับจูฮยอนในตอนเย็นของวันนั้น แต่พอกลับมาถึงบ้าน เขาได้พบว่าไฟกำลังลุกไหม้ไร่ของเราอย่างรวดเร็ว

มันสายไป

ถ้าเลือกได้ผมก็อยากจากตายมากกว่า แต่ชีวิตมันเลือกไม่ได้ครับ หลายเรื่อง เราทำได้แค่ปล่อยมันไป

ยองวอนหันมองชายหนุ่มผู้ปลงตก ยงฮวาอายุแค่นี้แต่กลับมีความคิดความอ่านลึกซึ้งเหมือนกับคนมากประสบการณ์

ป้าไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนยอมแพ้อะไรง่ายๆ แต่ก็นี่แหละ มันคือชีวิต ต่อให้เราไม่อยากปล่อย แต่ถ้าคนที่เราอยากยื้อเป็นฝ่ายปล่อยมือจากเราไปก่อน ถ้าเรายิ่งยื้อก็คงยิ่งเจ็บ

เหมือนกับจูฮยอน เธอคงรู้ว่าถ้ายิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ พอเขาบอกเลิก เธอก็หายไปจากชีวิตของเขาในทันที

ป้าเข้มแข็งเหมือนกับใครคนนึงที่ผมรู้จักเลย แต่ว่าอันที่จริงแล้ว ก็คงจะเจ็บปวดมากเลยใช่ไหมครับ

ไม่มีใครไม่เจ็บปวดหรอก ที่แสดงออกว่าเข้มแข็งมันก็มีหลายเหตุผลนะ อาจเพราะว่าเป็นคนไม่ง้อใคร หรืออาจเพราะว่าไม่รู้จะพูดอะไรเพราะกำลังเสียใจสุดๆเลยก็ได้ ยองวอนพูดตอบพร้อมกับรอยยิ้ม ตอนที่ถูกสามีผลักไสไล่ส่ง ตอนนั้นเธอพูดไม่ออกเลย มันเจ็บจนจุกไปหมด ตอนนั้นเธอมีแต่คำถามว่าทำไม เขาถึงไม่คิดถามเธอเลยสักคำ แต่ต่อให้เขาถามก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากนี้อยู่ดีเพราะถึงยังไงเขาก็เชื่อในสิ่งที่เขาเห็นไปหมดแล้ว

เธอยังไม่ได้เล่าเลยว่าไปเป็นพระเอกตั้งแต่เมื่อไหร่ ป้ามัวแต่ขายของ ทีวีก็ไม่มีดู เลยไม่รู้อะไรเลยจริงๆ ยองวอนนึกขันตัวเองที่ไม่รู้อะไรเลย

ยังมีอีกหลายเรื่องเลย ที่ป้ายังไม่รู้ เรื่องของผมหาได้ไม่ยากหรอกนะครับ แต่ผมเนี่ยแหละ ไม่อยากจะอ้าปากพูดอะไร เบื่อชีวิตมากเลย

ป้าก็เหมือนกัน บางทีบางเรื่องถ้าเธอรู้ทีหลัง เธออาจจะตกใจก็ได้

ยงฮวากับยองวอนเดินพูดคุยกันมาตลอดทาง ในใจของทั้งสองคนต่างก็คิดถึงคนคนเดียวกันแทบจะตลอดเวลา ยองวอนดีใจที่ได้รู้ข่าวของลูกสาว ส่วนยงฮวาในหัวใจกำลังคุกรุ่น ต้องการรู้ให้แน่ชัดว่าสาวที่อยู่ห้องตรงกันข้ามคือใครกันแน่







โจควอนนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับ หลังจากพยายามโทรตามช่างมาปรับแต่งจูนเสาอากาศ แต่ไม่มีใครยอมรับสายเลย

 

ยงฮวากลับเข้ามาพร้อมกับถุงมันเผาที่ยองวอนซื้อให้เพื่อตอบแทนน้ำใจ จูฮยอนชอบมันมาก มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราพบกันเลยก็ว่าได้

เป็นอะไรครับ หน้าบูดเชียว กินมันเผาด้วยกันไหม? ยงฮวาเอ่ยทักทาย ใจคอจะขึ้นห้องไปเฉยๆ ยงฮวาก็กลัวว่าโจควอนอาจจะคิดว่าเขาเป็นคนแล้งน้ำใจได้

ช่างติดตั้งเสาอากาศน่ะสิ พี่โทรไปตามงานตั้งแต่เช้าแล้วไม่ยอมรับสายเลย นี่ก็หลายวันแล้วด้วย พี่ล่ะกลัวว่าจะถูกแหกอกตาย

ผลัดไม่ได้หรอครับ ช่างเค้าอาจจะไม่ว่างก็ได้

ผลัดไม่ได้แล้วน่ะสิ ความจริงแล้วต้องทำให้เสร็จก่อนเค้าจะย้ายเข้าด้วยซ้ำ ตอนนั้นพี่ก็ไม่ได้อยู่รับเอง คนอะไรไม่รู้นางบอกว่านางไม่ดูช่องบันเทิง จะดูแค่ข่าวกับรายการต่างประเทศ ส่วนไอ้ช่างนี่ก็มันกลัวฉันจับพวกมันกินหรือไงนะ!”

ยงฮวายืนฟังจนเหงื่อตก สารภาพตามตรงว่าแค่ยืนฟังโจควอนพูด เขาก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว

ห้องไหนหรอครับ? ผมอาจจะช่วยดูให้ได้นะ ผมได้เรียนมาตอนอยู่ในกรมด้วย

อุ้ยตายแล้ว! จริงหรอ ไปเลยรีบไปๆ ห้องของแม่นางไฮโซตรงข้ามกับนายนั่นแหละ ถ้าวันนี้ไม่ได้ส่งช่างไป มีหวังยัยนั่นมาแหกอกพี่แน่ หรือดีไม่ดี หล่อนอาจจะส่งพี่ฟ้องศาลไคฟง ยุยงให้ท่านเปาใช้เครื่องประหารหัวสุนัขกับพี่ก็ได้นะ กลัวจริงๆ กลัวจนเหงื่อแตกหมดแล้วเนี่ย

ในที่สุดแล้วก็ได้โอกาสเข้าประชิดตัวเสียที วันนี้แหละยงฮวาจะต้องรู้ให้ได้ว่าเธอคนนั้นเป็นใครกันแน่

 

 

ทางโล่งโปร่งสะดวกเพราะไม่มีใครอยู่เลย โจควอนบอกว่าสองน้าหลานพากันออกไปข้างนอกหลังจากที่กลับเข้ามาได้พักใหญ่ คาดว่าคงพาหลานสาวกลับไปส่งที่บ้าน เพราะเห็นลากกระเป๋าใบใหญ่พร้อมกับอุ้มตุ๊กตากลับออกไปด้วย

โจควอนเป็นคนเปิดประตูห้องให้ยงฮวาเข้ามา คุณผู้จัดการวิลล่าร่วมอยู่ดูแลรักษาความสงบและความเรียบร้อยให้กับห้องของลูกบ้าน แม้ว่ายงฮวาจะเป็นคนกันเอง แต่เขาก็ยังคงต้องรักษาไว้ซึ่งกฎระเบียบ

หิวกาแฟจัง บ้าจริง อยู่ดีดีก็มาหิวเอาตอนนี้ ยงฮวาแกล้งบ่นให้โจควอนได้ยิน ซึ่งคุณผู้จัดการก็มีความยินดีที่จะเลี้ยงกาแฟน้องชายสุดหล่ออยู่แล้ว

งั้นตั้งใจทำงานนะ เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อมาให้

คนอะไร ใจดีเหมือนนางฟ้าเลย ยงฮวาเอ่ยคำชมถูกหู ทำเอาโจควอนยิ้มกว้างจนหน้าแดงระเรื่อ

พี่ก็ใจดีแบบนี้มานานแล้ว ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามจองชินดูได้ พูดชมตัวเองจบแล้ว คุณผู้จัดการถึงได้เดินบิดก้นกลับออกมา ระหว่างทางถ้าได้เห็นกระจกเงาตรงไหนก็แวะส่องมาเรื่อยด้วยความอารมณ์ดี

พอในห้องเหลือแค่ยงฮวาคนเดียว เขาก็ปฏิบัติการตามล่าหาความจริง ในห้องรับแขกไม่มีอะไรพิเศษ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเข้ามาในส่วนของห้องนอน

กรอบรูปบนโต๊ะเขียนหนังสือเป็นภาพถ่ายตอนรับปริญญาที่ต่างประเทศ ซึ่งลักษณะปรากฎโดยรวมไม่ได้ดูต่างไปจากตอนนี้เท่าไหร่นัก ยงฮวากวาดตามองหาข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติม จนกระทั่งได้พบกรอบรูปบานเล็กบนโต๊ะเขียนหนังสืออีกบาน มันถูกวางคว่ำหน้าเอาไว้ พอพลิกกลับขึ้นมาดู ถึงได้เห็นว่าเป็นรูปเด็กผู้หญิงผมม้าใส่ชุดนักเรียนถ่ายรูปคู่กับชายสูงอายุที่ยงฮวาจำได้แม่นเลยว่าคนคนนี้เป็นใคร

ซอซอนมิน!”

แค่ได้เห็นหน้าซอซอนมิน ยงฮวาก็ถึงกับตกใจจนผงะ มือไม้สั่นเกินกว่าที่จะสามารถวางกรอบรูปกลับลงไปตามเดิมได้ เขายืนมองกรอบรูปในมืออยู่นาน คิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องใช่แล้วก็ใช่จริงๆ

พอสติกลับคืนมายงฮวาถึงตัดสินใจวางกรอบรูปไว้ตามเดิม หากแต่คราวนี้พอชักมือกลับมา กลับมีของบางอย่างติดแขนเสื้อกลับมาด้วย ซึ่งยงฮวาอาจจะไม่รู้ตัวเลยก็ได้ หากว่ามันไม่ได้ตกกระทบลงบนพื้น

…!

เสียงของมันคล้ายกระดิ่ง ทั้งที่ภายนอกดูเหมือนกับกำไลข้อมือมากกว่า

กำไล หรือว่าข้อเท้าเด็กหรอ?ยงฮวาโน้มตัวเก็บมันขึ้นมา ไม่เข้าใจเท่าไหร่นักว่าของสิ่งนี้มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน แต่ก็อาจจะเป็นกำไลข้อเท้าของจูฮยอนเองก็ได้ ไม่แปลกที่คนเราจะเก็บของของตัวเองเอาไว้ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

 

ยงฮวารีบกลับมาประจำตำแหน่งที่เดิมหลังจากข้อสงสัยถูกคลายไปหมดเรียบร้อยแล้ว หัวใจของเขากำลังเต้นแรง ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าสุดท้ายเราสองคนจะกลับมาอยู่ใกล้กันมากขนาดนี้

ใช่เธอจริงๆด้วย

ปรับแต่งระบบเสาอากาศไปก็ยิ้มไปเหมือนกับคนเสียสติ เด็กผู้หญิงผมม้า มีถุงใต้ตาเยอะๆ มาขอซื้อมันเทศ มาซื้อทุกวัน จากซื้อที่หน้าไร่ พอสนิทกันมากขึ้นก็มายืนรอรับมันเทศที่ท้ายไร่ซึ่งเป็นประตูหลังบ้านของเธอพอดี

ครั้งแรกที่ได้พบกันซึ่งๆหน้า จูฮยอนดูเคอะเขินมากแม้แต่ดวงตาของเขา เธอก็ไม่กล้าจ้องมอง พอสนิทกันมากขึ้นเขาถึงได้รู้ว่าตั้งแต่เด็กจนจบมัธยมปลาย จูฮยอนเรียนแต่โรงเรียนหญิงล้วนมาโดยตลอด เธอก็เลยทำตัวไม่ค่อยถูกในตอนที่ได้พบเจอกับบุคคลต่างเพศ

น่ารักดี

ใครน่ารัก พี่หรอ? อยู่ดีดีโจควอนก็โผล่เข้ามา ทำเอายงฮวาถึงกับอมยิ้มค้าง จำยอมเออออคล้อยตาม ยอมให้โจควอนเป็นทั้งนางฟ้าที่แสนน่ารักให้สาแก่ใจ

ต่อไปนี้ผมจะเลิกชมพี่แล้วนะครับ กลัวจะเหลิง

ว้ายนายนี่มันปากหวานจริงเชียว

ยงฮวารับกาแฟจากโจควอนมาดื่ม ก่อนที่จะตั้งหน้าตั้งตาปรับแต่งจูนช่องต่อไป คนอะไรช่องบันเทิงในประเทศทั่วไปไม่ดู ป้ายองวอนไม่มีทีวี ไม่แปลกที่ท่านจะไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่จูฮยอนนี่หนักข้อกว่า มีอย่างที่ไหนจะเลือกดูแต่ข่าวหรือรายการจากต่างประเทศ

เสร็จแล้วครับพี่

จริงดิ เร็วจัง ไหนขอดูผลงานหน่อย โจควอนจะคว้ารีโมทมาทดลองงาน แต่ยงฮวาไม่ยอมให้

ไม่เชื่อฝีมือผมหรอ ระดับนี้แล้วถ้ายังไม่พอใจก็ให้คุณเจ้าของห้องเรียกหาผมก็แล้วกันนะครับ ผมรับประกันตลอดชีวิต

นี่ไงนายชอบยัยคุณไฮโซนี่จริงๆด้วย หล่อนชื่อชื่อซอจูฮยอน พี่ไปตรวจมาแล้ว

หรอครับ ชื่อเพราะจัง ยงฮวาแกล้งทำเป็นไม่รู้ ทั้งที่ความจริงรู้ก่อนอยู่แล้ว เขาลุกขึ้นเดินออกจากห้องมาพร้อมกับกาแฟ อีกทั้งยังหันกลับมาบอกโจควอนให้ปิดห้องให้เรียบร้อยโดยเร็วด้วย

รีบออกมาสิครับ จะอยู่ทำอะไร เดี๋ยวก็โดนฟ้องข้อหาบุกรุกหรอก

โจควอนรีบปิดห้อง ปิดไปก็เอาแต่ครุ่นคิด แววตาเมื่อครู่ตอนที่ชมว่าคุณยัยเจ้าของห้องนี้ชื่อเพราะ ดวงตามันดูเยิ้มมากพิกล ชอบจริงหรือแค่เล่นๆกันแน่นะ?

 

 


 

จูฮยอนบอกลาทิฟฟานี่ นิชคุณและหลานสาว แล้วเดินกลับออกมาจากร้านอาหารเพียงลำพัง ทว่าเจ้าตัวกลับไม่ได้รีบเดินกลับมาที่รถ แต่เลือกที่จะเหลียวหลังหันกลับมามองดูสามคนพ่อแม่ลูกกินมื้อเย็นด้วยกันผ่านหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่

ก่อนหน้าทิฟฟานี่เครียดแทบตายเพราะกลัวว่าพี่เขยจะไม่ยอมกลับมา แต่ตอนนี้จูฮยอนคิดว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีกแล้ว รวมไปถึงจากนี้เลิฟลี่ก็จะได้ไม่กลายเป็นเด็กขาดพ่ออีก

เธอดีใจที่เห็นเด็กคนนั้นมีความสุข แต่ขณะเดียวกันกลับเป็นเธอคนเดียวที่ต้องรู้สึกเจ็บปวด

ความรักนั้นช่างหอมหวาน ยงฮวาเป็นผู้ชายคนแรกที่เธอมีโอกาสได้อยู่ชิดใกล้ มันเทศที่มีคุณภาพดีที่สุดในไร่แห่งนั้น มักจะเป็นของเธอเสมอ

เขาดีกับเธอมาก เป็นคนมีอารมณ์ขันและรักครอบครัว ทุกครั้งที่เห็นเขาอยู่กับแม่ของเขา แค่ได้มองดูจูฮยอนก็สามารถยิ้มได้ทุกที อาจเป็นเพราะว่าเธอไม่มีแม่ก็ได้ ตั้งแต่จำความได้เธอก็มีแค่พ่อคนเดียว บรรยากาศระหว่างเราพ่อลูกไม่เคยมีเสียงหัวเราะหรือคำพูดหยอกล้อ แตกต่างกับยงฮวากับแม่ของเขา ที่อยู่ด้วยกันทีไรมักจะมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มตามมาเสมอ

พวกเขาดูผ่อนคลาย ได้อยู่ด้วยแล้วทำให้รู้สึกสบายใจได้อย่างบอกไม่ถูก ยงฮวาเป็นผู้ชายคนแรกที่ดีกับเธอมาก เขาแสดงออกว่าเป็นห่วงเป็นใยและใส่ใจต่อความรู้สึกของเธอเสมอ รู้ว่าเธอชอบหรือว่าไม่ชอบอะไร เขาบอกว่าเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือเพราะอ่านทีไรก็จะต้องง่วงนอนทุกที แต่เมื่อเธอมอบหนังสือให้เขาเป็นของขวัญ เขากลับอ่านมัน ไม่ว่าเธอถามอะไรเกี่ยวกับในหนังสือเล่มนั้น เขาสามารถตอบได้เกือบจะทุกคำถามเลย

เราพบกันทุกวัน ทั้งที่ตอนนั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าระหว่างเรามันคืออะไรความรักหรือว่าความชอบ มันแตกต่างกันยังไง? จูฮยอนรู้แค่ว่าเวลาของเรามักจะตรงกันเสมอ แค่เธอเปิดประตูออกมาก็จะได้พบว่าเขามารออยู่ก่อนแล้ว เราพูดคุยกันผ่านริมรั้วลวดหนาม มีหลายครั้งที่แม่ของเขาฝากขนมมาให้เธอด้วย

ระยะเวลาสั้นๆที่ได้รู้จักผู้ชายคนนั้น เขาช่างเป็นสุภาพบุรุษ ไม่เคยจับเนื้อต้องตัวของเธอเลย และเช่นเดียวกันจูฮยอนเองก็ไม่เคยสัมผัสเขา นอกไปจากแค่ปลายนิ้วมือในเวลาที่เขาส่งมันเทศหรือของอื่นๆให้ ความจริงแล้วจูฮยอนไม่เคยคิดว่าความสัมพันธ์ของเราจะเกินเลย จวบจนกระทั่งในตอนสายของวันหนึ่งเธอบอกกับยงฮวาว่าช่วงเย็นอาอึนฮีกับพ่อจะพาเธอไปเที่ยวน้ำตก เธอบอกตารางชีวิตของตัวเองให้เขาได้รู้ เพื่อที่ว่าเขาจะได้ไม่ต้องมารอพบเธอให้เสียเวลา

น้ำตกหรอที่นั่นอันตรายมากนะ ถ้าจะไปก็ต้องระวังให้ดีดี

อันตรายยังไงหรอคะ? เห็นอาอึนฮีบอกว่าที่นั่นสวยมาก เด็กสาววัยสิบแปดย้อนถาม ยงฮวาออกอาการกังวลอย่างเห็นได้ชัด จูฮยอนกับครอบครัวไม่ใช่คนในพื้นที่ที่อยู่มานาน พวกเขาไม่มีความชำนาญในเส้นทาง เขานึกไม่ออกเลยว่าทำไมอยู่ดีดีพวกเขาถึงอยากไปที่นั่น

น้ำตกแห่งนั้นมีทางขึ้นลาดชัน มีทางเข้าออกหลายทาง แถมยังต้องเดินเท้าราวเกือบหนึ่งกิโลเมตร ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้รกทึบ บ่อยครั้งที่มีคนหลงทาง เดินวนไปมาหาทางออกไม่เจอ บ้างก็ถูกสัตว์ป่าทำร้าย คนที่รอดมีมาก แต่คนที่ไม่กลับออกมาก็มีเยอะมากด้วยเหมือนกัน

ทุกที่อันตรายหมดนั่นแหละถ้าเราไม่รู้จักระมัดระวัง ก็แค่เป็นห่วงน่ะ

นอกจากมอบรอยยิ้มตอบแทนความห่วงใยแล้ว วันนั้นจูฮยอนยังมอบถุงเครื่องหอมที่เธอทำเองให้กับยงฮวาและแม่ของเขาด้วย เธอบอกว่าถ้าเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้า นอกจากผ้าจะมีกลิ่นหอมแล้วก็จะไม่มีแมลงมารบกวน เป็นสูตรลับเฉพาะที่โรงเรียนของเธอสอน เธอทำใช้เองด้วยและมันก็ได้ผลดี

 

เป้าหมายในวันนั้นก็คือออกเดินทางตั้งแต่บ่ายโมงตรง จูฮยอน พ่อและอาอึนฮี นอกจากนั้นยังมีผู้ติดตามอีกสองคน ซึ่งก็คือคุณลุงคนขับรถและเด็กรับใช้คนใหม่ที่อาอึนฮีเป็นคนหามา เป็นผู้หญิงอายุน่าจะประมาณยี่สิบปี ท่านบอกว่าเธอคนนั้นมีความชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี

เราทั้งหมดเดินทางด้วยรถยนต์ หลังจากนั้นก็ลงเดินต่อด้วยเท้าเพื่อขึ้นไปชมน้ำตกบนเขา

พ่อของจูฮยอนชอบธรรมชาติ ท่านจึงตั้งใจเดินมากเป็นพิเศษ ส่วนจูฮยอนก็เพลิดเพลินอยู่กับต้นไม้เขียวขจีและเสียงนกร้องสองข้างทาง มันดูเงียบสงบ ที่แบบนี้หาไม่ได้จากในเมืองที่เธอเคยกินอยู่หลับนอน

เราเดินกันอย่างช้าๆ ไม่ได้รีบร้อน ใช้เวลาเดินทั้งหมดราวๆ 45 นาที ก็มาถึงธารน้ำตกใสสะอาด พวกเราทั้งหมดร่วมทานอาหาร ถ่ายรูปและเดินสำรวจไปรอบๆ หนึ่งในผู้ติดตามที่เป็นผู้หญิงแอบสะกิดบอกจูฮยอนว่าลืมตะกร้าเสบียงอาหารอีกใบไว้ในรถ เธอไม่กล้าบอกอาอึนฮีเพราะกลัวว่าท่านจะโมโห เธอขอร้องให้จูฮยอนช่วยลงเขาไปเป็นเพื่อนเธอ จูฮยอนรับปากและแอบไปขอกุญแจรถจากคุณลุงคนขับรถมาในแบบเงียบๆ

จูฮยอนกับผู้ติดตามเดินลงจากเขามาเรื่อยๆ เธอมั่นใจในความจำของตัวเอง เมื่อมาถึงทางแยกเราจะต้องเลี้ยวซ้าย แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับเดินขึ้นนำหน้าแล้วเลี้ยวขวา เธอบอกว่าเส้นทางนี้เป็นทางลัด มันจะช่วยให้เราไปถึงได้เร็วกว่า จูฮยอนหลงเชื่อเพราะคิดว่าอาอึนฮีคงเลือกคนที่ชำนาญเส้นทางมาจริงๆ

หลังจากเดินมาเรื่อยๆ จูฮยอนคิดว่ามันเกินเวลา 45 นาทีในตอนที่เราเดินขึ้นมาแบบไม่รีบร้อน ถ้าเป็นทางลัดจริงมันควรจะใช้เวลาน้อยกว่านี้

หากแต่พอเธอจะอ้าปากถาม อยู่ดีดีผู้หญิงคนนั้นก็วิ่งหนีไปเอาเสียดื้อๆ จูฮยอนวิ่งไล่ตาม แต่เธอตามหาผู้หญิงคนนั้นไม่พบ ยิ่งเดินก็ยิ่งวกวน ยิ่งเดินก็ยิ่งเข้าสู่ป่ารกทึบ ทุกอย่างดูแปลกตาไปหมด ขนาดที่ว่าร้องตะโกนเรียกให้คนช่วย ก็ไม่มีใครได้ยิน

ช่วยด้วยค่ะ! พ่อคะ! อาคะ!”

เสียงสะท้อนวกกลับเข้ามาหาตัว ยิ่งเดินก็ยิ่งมืดลง มืดลง ตอนนี้จูฮยอนใจคอไม่ดีแล้ว สิ่งแรกที่ทำตลอดในทุกๆนาทีก็คือพยายามเดินหาสัญญาณโทรศัพท์ แต่ยิ่งพยายาม เธอคิดว่าตัวเองมีแต่จะยิ่งหลงทางหนักมากขึ้นกว่าเดิม

โทรศัพท์มือถือไร้ประโยชน์แต่มันก็ยังพอจะใช้เป็นไฟฉายส่องนำทางได้ เหลือของติดตัวแค่สิ่งเดียวก็คือของที่ยงฮวาวิ่งกลับไปเอามาจากที่บ้านจนเหงื่อแตกท่วมตัว เธอนึกขันที่รู้ว่าเขาวิ่งกลับไปเอาไฟแช็คมาให้ มันเป็นไฟแช็คหน้าตาธรรมดาๆ แต่เขากลับบอกว่ามันเป็นเครื่องลาง พกติดตัวไว้แล้วจะแคล้วคลาดปลอดภัยทั้งตอนที่อยู่ในป่าและนอกป่า

แสงสว่างน้อยๆช่วยนำทางจูฮยอนให้ก้าวเดิน แต่เดินได้ไม่ถึงสิบก้าว เธอก็ตัดสินใจหาที่นั่งลง เพราะคิดว่ายิ่งเดินต่อไปจะยิ่งเป็นการยากกับการตามหา ถ้าเดินอย่างไร้จุดหมาย อีกไม่นานแสงสว่างที่มีก็คงจะหมดลง ถ้าเธอหาที่นั่งแล้วก่อกองไฟเอาไว้ในระหว่างรอให้คนมาช่วย น่าจะทำให้ทีมค้นหาทำงานได้ง่ายกว่า

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยต้องก่อกองไฟด้วยตัวเอง แต่พอจวนตัวก็งัดทั้งวิชายุวกาชาดเนตรนารีมาใช้อย่างเต็มที่ พยายามอยู่ไม่นาน ความพยายามก็ประสบผลสำเร็จ จูฮยอนทั้งหวาดกลัวและรู้สึกเวิ้งว้างโดดเดี่ยวกับการนั่งอยู่คนเดียว ท่ามกลางป่าหนาทึบหลังช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดิน

มื้อสุดท้ายที่ได้กินคือมื้อเที่ยง หลังจากนั้นจูฮยอนก็ไม่ได้กินอะไรอีกเลย ตอนเดินอยู่ไม่รู้สึกหิว แต่พอนั่งลงเฉยๆ ท้องก็เริ่มร้องขึ้นมา

ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ตอนนี้มีแต่สัญญาณของการมีชีวิตที่ไม่รู้ว่าจะมีใครจับทิศทางได้บ้าง มาคิดทบทวนดูแล้ว จูฮยอนยังไม่เข้าใจว่าผู้หญิงคนนั้นคิดจะทำอะไรกับเธอกันแน่ จุดประสงค์คือการตั้งใจพาเธอแยกออกจากกลุ่มแล้วก็ทิ้งเธอเอาไว้ในป่า?

ฉันติดอยู่ตรงนั้นอยู่คนเดียวด้วยความหวาดกลัว

อากาศหนาวเย็น และมีฝนตกลงมาในตอนรุ่งสาง กองไฟมอดดับส่งควันสีขาวคลุ้งไปทั่ว ร่างบางตัวเปียกปอนนั่งทานสายฝนที่ร่วงโรยลงมาตลอดเกือบชั่วโมง และยงฮวาเป็นคนแรกที่ตามหาเธอจนพบ

จูฮยอน!”

เธอตาลาย และหูอาจจะฝาดที่เห็นยงฮวาโผวิ่งเข้ามาหา จวบจนกระทั่งเขากอดเธอเอาไว้ เมื่อนั้นเธอถึงรู้ตัวว่ายงฮวามาหาเธอจริงๆ

จูฮยอนไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว ยงฮวาคือคนที่พาเธอกลับออกจากป่า หากแต่เพราะฝนตก เส้นทางเปลี่ยน แถมเธอยังไข้ขึ้นสูง ทั้งหมดเป็นอุปสรรคให้เรากลับออกมาได้ยากลำบากมากขึ้นกว่าเดิม

ยงฮวาเตรียมเสบียงมาพร้อม เขามีทั้งไฟฉายและไฟแช็ค รวมไปถึงน้ำและอาหารแห้ง เขาเตรียมมาแม้กระทั่งผ้าห่ม และเอาแต่บ่นว่าน่าจะหยิบยาแก้ปวดแก้ไข้มาด้วย

ทำไมตอนนั้นถึงคิดไม่ได้นะ?

แค่นี้ก็เยอะแล้วค่ะ พี่รู้ได้ยังไง ว่าฉันจะหลงป่า? จูฮยอนถามพร้อมกับส่งเสียงไอจามออกมาชุดใหญ่ ยงฮวานำผ้าห่มที่เตรียมมาช่วยห่มคลุมให้ ตอนนั้นจูฮยอนรู้สึกอบอุ่นขึ้นมากแต่มันก็ยังไม่มากพอ

ไม่รู้สิ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ความจริงแล้วพี่ตามเธอมาตลอดเลยนะ พี่เห็นเธอวิ่ง ตอนนั้นแหละที่เราคลาดกัน พี่เดินตามหาเธอทั้งคืน โชคดีจริงๆที่ได้เจอ

จูฮยอนนั่งหรี่ตาจวนจะผลอยหลับ ร่างบางทิ้งใบหน้าซบลงบนอกของคนที่นั่งอยู่เคียงข้าง เธอโหยหาไออุ่นด้วยพิษไข้ เนื้อตัวของเธอที่ยงฮวาได้สัมผัสมันรุ่มร้อน แต่จูฮยอนกลับรู้สึกเหน็บหนาว

ยงฮวาแปลกใจนับตั้งแต่ที่จูฮยอนบอกว่าอาของเธอจ้างผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นคนนำทาง แต่เขาได้เห็นหน้าของเธอคนนั้นแล้ว ดูยังไงก็ไม่คุ้นเลย เพราะถ้าเป็นคนแถวนี้จริง เขาจะต้องรู้จักแน่ คนบ้านเดียวกันถึงไม่สนิทกันแต่ก็ต้องเคยเห็นกันบ้าง แต่นี่กลับไม่เลย

 

 



 

 

 

 

*****************************100%***********************

หลายคนอาจงง   จอยอธิบายหลักๆก่อนนะคะ

ยงซอเลิกกันเมื่อ 7 ปีที่แล้ว (ในเรื่องนะคะ)   แต่ยงเพิ่งแต่งงานกับชินเฮเมื่อ 3 ปีที่แล้วค่ะ

ไทม์ไลน์ประมาณนี้ จะได้ไม่งงกันเนอะ

อ่านกันแล้ว อย่าลืมคอมเม้นท์ให้กันนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

 

**วันนี้เปิดรับโอนเงินค่าหนังสือวันแรก  โอนและจองได้จนถึงวันที่ 10 ..58 เลยนะคะ  ขอบคุณค่ะ**



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,564 ความคิดเห็น

  1. #2412 Beam Supattra (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:29
    เข้าใจเหตุผลที่ยงบอกเลิกซอแล้ว หวังว่ายงกับซอเจอกันและจะเข้าใจกันนะ ส่วนเรื่องยงมีลูกนี่ดูยังไงก็ไม่น่าเชื่อวานชินบีคือลูกยงกับชินเฮแฮะ
    #2,412
    0
  2. #2347 dreamlovesnsd (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:15
    เลิฟลี่ลูกยงซอ?
    #2,347
    0
  3. #2150 ลูกจ๋า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:41
    พี่ยงแอบเดินตามน้องซอมาตลอด แล้วทำไมป่าคนนั้นต้องทิ้งน้องซอไว้กลางป่าด้วย มันคือแผนของใครกัน
    #2,150
    0
  4. #1872 Bebearboo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 17:20
    นั่นไงงงเลิฟลี่เป็นลูกยงซอโอ้ยยยซับซ้อนไปอีกกกก5555 ชอบค่ะชอบบ
    #1,872
    0
  5. #1641 ponyboice (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 20:46
    ที่แท้เลิฟลี่ก็ลูกซอนี่เอง
    #1,641
    0
  6. #1593 Pae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 21:51
    ที่แท้เลิฟลี่ก้อลูกของยงซอ
    #1,593
    0
  7. #1567 ปังปอน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 19:33
    อิยงน่ารัก
    #1,567
    0
  8. #1065 body_wispy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 / 16:30
    สสนุกมาก อ่านไปลุ้นไป
    #1,065
    0
  9. #870 rasintt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 22:31
    และแล้วเลิฟลี่ก็เป็นลูกยงซอ  ที่น้องซอทำต้องแบบนี้เพราะยงใช่ไหม  แต่แทนที่เลิฟลี่จะมีพ่อและแม่แต่แล้วทิฟกับคุณก็ไปด้วยกันไม่ได้เนี่ยนะ เฮ้อ
    #870
    0
  10. #541 อูรี คิสซึฮัลกา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 07:22
    อีคนนำทางนี่ใครรรร ต้องการอะไรค่ะ
    ยงโคตรเตรียมพร้อมนี่ถ้าไม่บอกว่าไม่รู้จักคนนำทาง จะคิดว่าวางแผนกันมาหละนะ 555
    #541
    0
  11. #530 Lovelyminmin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 13:58
    นั่นไง!! ความจริงปรากฎเป็นอย่สงที่คาดไว้ พี่ยงก็นะไม่อธิบายเลิกกันง่ายๆน้องอยู่ในช่วงสับสนพอเจอแบบนี้เลยหนีไปเลย ตัวการเรื่องร้ายๆคุณอาชิมิคะ!!!
    ไรเตอร์สู้ๆ
    #530
    0
  12. #495 bluecherry2228 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 19:50
    ได้แต่หวังว่าจะมีอะไรบางอย่างช่วยเยียวยาปัจจุบันที่แสนเจ็บปวดได้บ้าง
    #495
    0
  13. #439 NJ. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 07:20
    แล้วความจริงก็เริ่มเปิดเผย คิๆ
    #439
    0
  14. #406 rasintt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 12:37
    และแล้วเลิฟลี่คือลูกยงซอหรือนี่ โอ้วช่างซับซ้อนอะไรอย่างนี้  ยงทำไมถึงบอกเลิกแล้วให้น้องซอตัดสินใจแบบนี้  
    #406
    0
  15. #384 momoseo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 01:39
    ทำไมผู้หญิงคนนั้นต้องหลอกน้องซอไปให้หลงป่าด้วย
    #384
    0
  16. #363 cartoon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 01:22
    ว่าแล้วเลิฟลี่ต้องเป็นลูกของยงซอ สงสารฟานี่ที่แท้งลูก เมื่อไหร่ซอจะรู้ว่าห้องตรงข้ามคือยงน้า
    #363
    0
  17. #357 LKB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 20:15
    มันมีเงื่อนงำ!!!
    #357
    0
  18. #346 Girls and Peace (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 02:22
    เลิฟลี่ลูกยงซอจริงๆด้วย โอยหักมุมแรงมาก ยงซอนี่น่าจะปมเยอะสุดเลย จะรอติดตามนะคะ ^^
    #346
    0
  19. #327 ssploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2558 / 14:02
    เพิ่งเข้ามาอ่าน สนุกมากเลยค่ะ:)
    #327
    0
  20. #321 aommy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 13:40
    ผู้หญิงคนนั้นคือใคร
    #321
    0
  21. #320 aommy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 13:38
    ผู้หญิงคนนั้นคือใคร
    #320
    0
  22. #319 aommy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 13:37
    ผู้หญิงคนนั้นคือใคร
    #319
    0
  23. #318 aommy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 13:37
    ผู้หญิงคนนั้นคือใคร
    #318
    0
  24. #317 aommy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 13:37
    ผู้หญิงคนนั้นคือใคร
    #317
    0
  25. #289 me a da (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 16:20
    ยงฮวาวางแผนมาดีมาก เหมือนจะรู้เลยว่าซอจะหลงป่า
    #289
    0