LOST IN LOVE (Yong & Seo) Fin.

ตอนที่ 32 : Lost in Love Chapter 31 เรื่องสำคัญ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 ก.พ. 59




Lost in Love Chapter 31

เรื่องสำคัญ

 

 

 


 

 

เด็กหญิงตัวเล็กก้มมองกรรไกรที่อยู่ในมือด้วยความตื่นเต้น คุณลุงยงฮวาบอกว่าทันทีที่นับถึงสาม เราสองคนก็แค่ตัดริบบิ้นนี้ให้ขาดออกพร้อมๆกัน

ยงฮวาส่งยิ้มอบอุ่นยามเมื่อได้จ้องมองสบสายตากับเด็กน้อย เพราะวันนี้ตนนั้นยุ่งมากตั้งแต่ลืมตาตื่น จึงขอให้จองชินช่วยไปรับจูฮยอน คุณแม่ของเธอ รวมไปถึงเลิฟลี่เพื่อให้มาร่วมงานเปิดรีสอร์ต แต่ว่าเอาเข้าจริงแล้วกลับมีเลิฟลี่เพียงแค่คนเดียวที่มา

เสียงปรบมือดังก้องขึ้นในทันทีที่ริบบิ้นสีเขียวสดถูกตัดออกอย่างเป็นทางการ ไร่แสงแห่งรักรีสอร์ตเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว เพียงแค่ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ห้องพักของรีสอร์ตก็ถูกจองจนเต็มทั้งหมด

ยงฮวารู้สึกผิดหวังที่จูฮยอนกับแม่ของเธอไม่ได้มาร่วมงานด้วย แต่อย่างน้อยๆก็ยังดีที่ส่งเลิฟลี่มาเป็นตัวแทน

ซึงยอนมาทำงานวันแรกในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการได้เห็นเลิฟลี่มาร่วมตัดริบบิ้นด้วยก็รู้สึกแปลกใจ เมื่อสอบถามจากจองชิน ได้ความมาว่าเลิฟลี่มาพักผ่อนกับญาติๆ ในช่วงปิดเทอมใหญ่ แต่ถึงกระนั้นหากไม่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ก็ไม่เห็นว่าจะต้องให้เด็กมาร่วมตัดริบบิ้นเปิดรีสอร์ตเลย ยงฮวาเทความสำคัญไปที่เลิฟลี่ทั้งหมด เดินจูงมือพาไปแนะนำตัวกับแขกที่มาร่วมแสดงความยินดี ถ้าบอกว่านี่คืองานเปิดตัวลูกสาว ก็อาจจะมองแบบนั้นได้ด้วยเหมือนกัน

จะว่าไปแล้วเธอเองก็ได้ตามข่าวด้วยเหมือนกัน เธอเห็นกระทู้ในอินเทอร์เน็ตลงรูปถ่ายของยงฮวา จูฮยอนและเลิฟลี่โดยไม่มีการเบลอใบหน้า เนื้อหาในนั้นบอกว่าแท้ที่จริงแล้วเลิฟลี่เป็นลูกสาวของยงฮวากับจูฮยอน เพราะเรื่องนี้ทำให้จูฮยอนถูกพักงาน อีกสามเดือนทางคณะกรรมการจะทำการประชุมหารือและตัดสินใจว่าจะปลดจูฮยอนออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการหรือไม่ ถ้าจูฮยอนถูกปลด ซึงยอนเองก็จะไม่ได้รับการบรรจุเป็นครูด้วยเหมือนกัน

….

เลิฟลี่หิวไหม? เดี๋ยวพ่อเอ่อ ลุง ลุงจะพาไปหาของอร่อยๆมาให้กิน

ยงฮวาจูงมือพาเด็กหญิงมาเลือกอาหารว่าง ท่ามกลางแขกเหรื่อ และคนงานในไร่ต่างก็จ้องมองดูเจ้านายของพวกเขาด้วยความชื่นชม

โหขนมเยอะจังเลยค่ะ น่าเสียดายที่น้าจูฮยอนไม่สบาย หนูขอเอาขนมพวกนี้ไปฝากน้าจูฮยอนกับคุณยายด้วยได้ไหมคะ?

ยงฮวาค่อนข้างตกใจที่ได้รู้จากปากของเลิฟลี่ว่าจูฮยอนไม่สบาย เช้านี้เขาเองมัวแต่ยุ่งเรื่องงานที่รีสอร์ต เห็นเลิฟลี่มาคนเดียวก็เอาแต่คิดน้อยใจอย่างเดียว

จูฮยอนไม่สบาย แล้วเป็นอะไรมากหรือเปล่า?

น้าลุกไม่ขึ้นค่ะ บอกว่าเวียนหัว คุณยายก็เลยต้องอยู่ช่วยดูแล เลิกงานแล้วคุณลุงจะไปเยี่ยมน้าจูฮยอนไหมคะ?

 




 

มีหรือที่คนอย่างยงฮวาจะไม่มาเยี่ยมหรือทำไม่สนใจต่อจูฮยอนได้ พอรู้ว่าสาเหตุที่จูฮยอนไม่มาร่วมงานเพราะว่าเธอไม่สบาย เขาก็แทบจะพาเลิฟลี่ติดปีกบินมาหาเธอด้วยความร้อนอกร้อนใจ

ดีขึ้นบ้างไหมจ๊ะ ถ้าไม่ดีขึ้น เห็นทีว่าจะต้องไปหาหมอแล้วจูอึนเข้ามาถามไถ่อาการของลูกสาว เช้าวันนี้สีหน้าของจูฮยอนดูซีดมาก กินข้าวก็กินได้แค่นิดเดียวเท่านั้น

ไม่น่าจะเป็นอะไรมากหรอกค่ะ พักอีกหน่อยก็น่าจะหาย

จูอึนจ้องมองสบสายตากับลูกสาว เธออาบน้ำร้อนมาก่อน พอเห็นอาการของจูฮยอนแล้วอดที่จะทำให้รู้สึกเป็นห่วงไม่ได้

ถ้ามีเรื่องอะไร หนูจะต้องบอกแม่ทันที สัญญาได้ไหมจ๊ะ?”

ความห่วงใยของแม่ทำให้จูฮยอนแอบรู้สึกกลัวไม่น้อย แต่ครั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอจะไม่วิ่งหนีมันอีกแล้ว

หนูจะบอกแม่แน่นอนค่ะ

“….” สองคนแม่ลูกพากันหันมองดูเด็กน้อยที่แง้มประตูห้องเปิดออกพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ พอมองขึ้นสูงเหนือหัวของเลิฟลี่ขึ้นไป ก็ได้พบกับรอยยิ้มของใครอีกคน สองคนพ่อลูกเหมือนกันไม่มีผิด รอยยิ้มของเลิฟลี่คือรอยยิ้มที่ได้รับมาจากยงฮวานั่นเอง

หนูพาคุณลุงมาเยี่ยมค่ะ มีขนมมาฝากน้าจูฮยอนกับคุณยายด้วยนะคะ

 


 

จูอึนพาเลิฟลี่แยกออกมา ยอมให้ยงฮวากับจูฮยอนได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง เลิฟลี่รับอาสาช่วยคุณยายจัดขนมใส่จาน จัดขนมไปก็เอาแต่ถามว่าน้าจูฮยอนมีอาการเป็นยังไงบ้าง

ตัวร้อนไหมคะ? แล้วยังเวียนหัวอีกไหม? เอมีอะไรอีกน้า อ้อ...น้ากินข้าวได้เยอะหรือเปล่าคะ?

ถามยายเยอะแบบนี้ น่าจะไปเรียนเป็นคุณหมอเลยก็ดีนะจ๊ะ พอเรียนจบจะได้มาดูแลพ่อกับแม่ของเราได้

หนูก็อยากเป็นหมอเหมือนกันค่ะ

ถ้าอยากเป็นหมอก็จะต้องตั้งใจเรียนหนังสือให้เก่งๆ แต่เอหลานยายก็เก่งอยู่แล้วนี่เนอะ จูอึนพูดเองยิ้มเองเพราะรู้สึกชื่นชมในตัวหลานสาว

เพราะว่าจูฮยอนไม่สบาย ขนมพวกนี้คงกินไม่ลงคอเท่าไหร่ ถ้ายังไงหนูช่วยเป็นลูกมือของยาย ช่วยยายทำข้าวต้มให้จูฮยอนดีไหมจ๊ะ

ดีค่ะ หนูจะช่วยคุณยายทำข้าวต้มให้น้าจูฮยอนเอง ว่าแต่มันจะทำยากไหมคะ ข้าวต้มเนี่ย

ไม่ยากเลยจ๊ะ เดี๋ยวยายสอนให้เอง

….

ในระหว่างที่สองคนยายหลานช่วยกันทำข้าวต้มอยู่ในครัว ทางด้านยงฮวาก็ดื้อดึง ยืนกรานว่าจะช่วยเช็ดตัวให้จูฮยอนให้ได้

ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อยค่ะ คุณแม่เช็ดตัวให้แล้วด้วย

ไหนว่าไม่ได้เป็นอะไร ถ้าไม่ได้เป็น คุณแม่คงไม่ต้องมาเช็ดตัวให้หรอก อย่ามาดื้อกับพี่เชียว พี่ไม่ปลื้ม ว่าพลางกดซับผ้าขนหนูเนื้อนุ่มที่ก่อนหน้านำไปชุบน้ำมาแล้วเรียบร้อยบนใบหน้าสวย จูฮยอนดูซูบซีดมาก กินข้าวก็กินได้น้อย เขาบอกว่าจะพาไปหาหมอ แต่เธอไม่ยอมไป

เดี๋ยวตอนเย็นพี่จะไปรับหมอมาที่นี่

ไม่ต้องยุ่งยากแบบนั้นหรอกค่ะ พักไม่กี่วัน เดี๋ยวก็หายแล้ว

แล้วถ้าไม่หาย หรือเกิดเป็นอะไรที่อาจจะหนักกว่านี้ขึ้นมา แล้วลูกของเราจะเป็นยังไง?

‘ลูกของเรา’ ได้ยินคำนี้แล้วทำให้รู้สึกได้ว่ายงฮวารักและเป็นห่วงลูกของเขามากเหลือเกิน

ไม่ใช่แค่ลูกของเราเท่านั้น แต่พี่ด้วยถ้าเธอเป็นอะไรไป แล้วพี่จะอยู่ยังไง เราสู้มาด้วยกันถึงขนาดนี้แล้วนะ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากให้เสียเปล่า ก็ห้ามดื้อนะ เข้าใจไหม?

จูฮยอนกลั้นรอยยิ้ม จะว่ายงฮวาโอเวอร์มากเกินไปก็ใช่ แต่ขณะเดียวกันเธอรู้สึกดี ที่ได้รู้ว่าตัวเองมีความสำคัญกับผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน

พรุ่งนี้ค่ะ ฉันขอเวลาถึงวันพรุ่งนี้นะคะ ถ้าวันพรุ่งนี้ยังไม่ดีขึ้น ฉันจะยอมให้พี่พาไปโรงพยาบาล

พี่เป็นห่วงเธอมากนะ ให้ทนอีกตั้งคืนนึง ไม่รู้ว่าจะทนไหวได้ยังไง

เป็นห่วงมากแค่ไหนหรอคะ?

ก็มากๆเลยแหละ ยงฮวาในตอนนี้ค่อนข้างรู้สึกเครียด เหตุก็เพราะว่าเป็นห่วงจูฮยอนมากจนไม่อยากที่จะอดทนรอ แต่คนป่วยกลับยังเอาแต่ยิ้มได้อีก

ถ้าเกิดสมมติว่า… ” จูฮยอนพูดได้เพียงแค่ไม่กี่คำ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเราสองคนเข้าอย่างพอดี

เลิฟลี่เดินนำหน้าเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ที่รีบวิ่งออกไปเลือกเก็บมาด้วยตัวเองเมื่อครู่นี้ ส่วนจูอึนเข้ามาพร้อมกับชามข้าวต้มที่เพิ่งปรุงสุกใหม่ๆ

ดอกไม้กับข้าวต้มเยี่ยมคนป่วยค่ะ สวยไหมคะ?

จูฮยอนยิ้มกว้างก่อนที่จะรับดอกไม้มาจากมือของลูกสาว เลิฟลี่เป็นเด็กฉลาด และช่างเอาอกเอาใจ เมื่อรู้ว่าเธอไม่สบาย เด็กคนนี้ก็ออกอาการกังวล แถมยังเอาแต่คอยไต่ถามว่าเธอรู้สึกยังไงบ้าง ตัวเล็กแค่นี้ แต่กลับมีน้ำใจใส่ใจช่วยดูแลคนอื่น

ขอบใจจ๊ะ ดอกไม้สวยจัง แต่ว่า… ” ทันทีที่ได้กลิ่นของมัน จูฮยอนก็ถึงกับเบือนหน้าหนี จูอึนรีบวางชามข้าวต้ม ก่อนที่จะมารับเอาดอกไม้ไปจากมือของลูกสาว เลิฟลี่หันมองตาม หนูน้อยแสดงออกว่าผิดหวังที่คุณยายเอาดอกไม้ที่ตัวเองตั้งใจเก็บมาเยี่ยมคนป่วยออกไปไว้ด้านนอก

น้าจูฮยอนไม่ชอบมันหรอคะ?

ไม่ใช่จ๊ะ ไม่ใช่นะจ๊ะ น้าชอบจ๊ะ ชอบมาก แต่ว่าน้าสงสัยน้าจะแพ้เกสรดอกไม้

“….”

จูฮยอนยิ่งรู้สึกแย่เมื่อเห็นเลิฟลี่ทำหน้าเศร้า จูอึนรีบเข้ามาช่วยกอดปลอบหลานสาว ก่อนที่จะต้องช่วยอธิบายยกใหญ่ว่าคนแพ้เกสรดอกไม้จะรู้สึกไม่ดียังไงบ้าง อธิบายอยู่พักใหญ่ เลิฟลี่ถึงได้ยอมเข้าใจและหายเศร้า

ไม่ต้องน้อยใจแล้วนะจ๊ะ หลานสาวคนเก่งของยาย

ไม่น้อยใจแล้วค่ะ หนูเข้าใจแล้ว เลิฟลี่ยิ้มได้ หลังได้รับคำอธิบายจากทั้งคุณยายและคุณน้า มีเพียงแค่ยงฮวา ที่นั่งหน้ามึนอยู่คนเดียวเพราะตนนั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจูฮยอนแพ้เกสรดอกไม้

จริงสิ รีบกินข้าวต้มเถอะจ๊ะ เดี๋ยวมันจะเย็นซะหมด

หนูช่วยป้อนให้เองนะคะ

ถูกลูกสาวแย่งหน้าที่ ทำให้ยงฮวารู้สึกผิดหวังอยู่นิดหน่อย แต่เพราะว่าเด็กคนนี้คือเลิฟลี่ ในทุกครั้งที่ได้จ้องมองดูสองคนแม่ลูกดูแลกัน ทำให้ยงฮวารู้สึกอิ่มเอิบในหัวใจ

ฝากหลานด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะออกไปเก็บของในครัวสักหน่อย แม่ครัวตัวน้อยช่วยทำไว้ซะรกเชียวล่ะ

ยงฮวากับจูฮยอนต่างพากันอมยิ้ม แม่บอกว่าเลิฟลี่ช่วยเป็นลูกมือในระหว่างทำข้าวต้ม มีทั้งความวุ่นวายและความระทึกใจตามมาหลายระลอก กว่าข้าวต้มจะเสร็จจึงใช้เวลานานมากกว่าปกติ

อ้ามค่ะ อ้าม… ” เลิฟลี่ก้มหน้าก้มตาเป่าข้าวต้มในช้อนจนมันอุ่น ยงฮวาเห็นท่าทีนั้นแล้วทำให้เขาถึงกับกลั้นรอยยิ้มเอาไว้ไม่ได้

จูฮยอนจำต้องอ้าปากรับข้าวต้มที่ลูกสาวป้อนให้ด้วยความขัดเขิน ส่วนเลิฟลี่นั้นก็ดูเหมือนมีความสุขมากที่ได้ดูแลคนป่วย

อยากมีคนมาป้อนแบบนี้บ้างจัง ยงฮวาบ่นลอยลมขึ้นมาด้วยความอิจฉาเล็กๆ

คุณลุงต้องลองป่วยดูค่ะ เดี๋ยวหนูจะช่วยป้อนข้าว แล้วก็จะช่วยคุณหมอฉีดยาให้คุณลุงด้วย

คำพูดใสซื่อของหนูน้อย ทำให้ยงฮวากับจูฮยอนอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ตั้งแต่เลิฟลี่เข้ามาคนป่วยเอาแต่ยิ้มแล้วก็หัวเราะด้วย ได้เห็นจูฮยอนที่ดูสดชื่นมากขึ้น ยงฮวาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาได้นิดหน่อย

แต่ลุงกลัวเข็มนะ มันจะต้องเจ็บมากแน่ๆว่าพลางทำเนียนฉวยเอาช้อนมาจากมือของหนูน้อย แล้วมาตักข้าวต้มป้อนให้กับจูฮยอนด้วยตัวเอง

คุณลุงกลัวเข็มหรอคะ เหมือนหนูเลย เมื่อก่อนนี้หนูก็เคยกลัวด้วยเหมือนกัน แต่ว่าเวลาที่คุณหมอฉีดยาให้จริงๆ มันก็ไม่ได้เจ็บมากหรอกนะคะ คุณหมอบอกว่ามันเจ็บเหมือนมดกัด แต่หนูถูกมดกัดทีไร จะต้องคันทุกที แต่ถูกฉีดยาไม่เห็นจะคันเลย

จูฮยอนหัวเราะจนลืมป่วย จูอึนซึ่งกำลังจัดการเก็บกวาดห้องครัวอยู่ชั้นล่างก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะแสนสุขของสามคนพ่อแม่ลูก ความจริงแล้วเธอก็ไม่อยากทำใจเย็นเดินไปเดินมาเพื่อรอเวลาอยู่แบบนี้ ถ้าผลออกมาเป็นเหมือนที่คิด เห็นทีว่าเธอจะต้องลงโทษและเพิ่มบทเรียนให้กับยงฮวาเสียบ้าง หากแต่ถึงจะแอบขุ่นเคืองในตัวของยงฮวาอยู่ไม่น้อย แต่คิดไปคิดมาถ้าได้มีหลานเพิ่มมาอีกคน พวกเราทุกคนน่าจะมีแต่ความสุข






 

ไปพักได้แล้ว ไม่ต้องบ้างานนักหรอกน่า พี่ยงฮวาบอกแล้วว่าไม่ต้องหักโหม เพราะพี่เค้าไม่อยากใช้แรงงานคนท้อง แทนที่จะอุ่นใจที่ได้เห็นซึงยอนอยู่ในสายตา แต่กลายเป็นว่าคนท้องบ้างานกำลังทำให้จองชินหายใจหายคอไม่เต็มที่

อุ้ยตายแล้ว เมื่อเช้านี้นายบอกว่าให้ล็อคห้องไว้ให้

ให้คุณครูฮโยยอน กับพนักงานของคังมินฮยอกที่จะมาพักร้อนกันที่นี่ ไม่ใช่แค่ซึงยอนที่ลืม แต่จองชินก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท เขาไม่คิดว่าจะมีคนให้การตอบรับและสนใจเข้าพักที่รีสอร์ตกันมากแบบนี้ แล้วถ้าทุกคนมาถึง พวกเขาจะไปนอนกันที่ไหน

แย่แน่เลย เป็นเพราะว่าฉันสะเพร่าเอง งานแรกก็เหลวเสียแล้ว ถ้ายงฮวารู้เข้า จองชินไม่รู้ว่าจะแก้ตัวยังไงจริงๆ

ก็ไม่เชิงแย่เท่าไหร่นักหรอก เพราะว่าในรายการจองส่วนของคุณคังมินฮยอกทำรายการล่วงหน้าเอาไว้แล้ว แต่จะขาดอีกห้องเดียวก็คือของคุณครูฮโยยอน

ห้องพักเต็มหมด ขาดก็แค่ฮโยยอนคนเดียวที่ไม่มีห้องให้นอน จองชินจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร จัดให้นอนกับน้องชายอย่างมินฮยอก หรือจะบากหน้าจับฮโยยอนให้ไปพักที่บ้านพักพิเศษของจูฮยอนดี เพราะที่นั่นน่าจะมีห้องว่างเหลืออยู่บ้าง จะติดก็ตรงที่ยงฮวาอยากให้ที่นั่นมีแต่ครอบครัวของเขาจริงๆเท่านั้น ถ้ามีฮโยยอนอยู่ด้วย ยงฮวาคงไม่สะดวกใจ

ฮัลโหลคุณผู้จัดการ ฉันมาแล้ว… ”

พอคิดถึงเท่านั้นแหละ ฮโยยอนก็มาถึงในทันที ฮโยยอนต้องรีบล่วงหน้ามาก่อน ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะมาถึงในช่วงเย็น แต่เพราะจูฮยอนฝากซื้อของสำคัญ เธอก็เลยต้องรีบมาให้เร็วที่สุด

อ้าวคุณครูซึงยอนก็มาเที่ยวที่นี่ด้วยหรอคะ? เห็นซึงยอนอยู่ที่นี่ ทำให้ฮโยยอนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย หากแต่ฮโยยอนก็รู้มาเหมือนกันว่าซึงยอนกำลังตั้งท้อง แต่เธอก็ไม่เคยรู้หรอกว่าสามีของซึงยอนคือใคร หรือว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นลีจองชิน



 

เพราะไม่มีที่พัก และคงไม่สะดวกหากฮโยยอนจะไปพักรวมอยู่กับจูฮยอนที่บ้านหลังนั้น เพราะฉะนั้นจองชินจึงขอร้องให้ฮโยยอนไปพักอยู่กับซึงยอนชั่วคราว

ซึงยอนรู้สึกผิดมากเพราะที่ฮโยยอนไม่มีห้องพักก็เป็นเพราะว่าเธอลืม ตอนแรกซึงยอนจะสละห้องให้ฮโยยอนได้อยู่เพียงลำพัง แต่ฮโยยอนเห็นใจซึงยอน ที่กำลังท้องกำลังไส้ก็เลยยอมตกลงพักอยู่ด้วยกัน เวลาแบบนี้จะไปรบกวนเวลาครอบครัวก็ใช่ที่ ฮโยยอนอยากให้จูฮยอนได้อยู่กับครอบครัวให้นานมากที่สุด ที่ผ่านมาพวกเขาแทบจะไม่มีเวลาได้อยู่ด้วยกันเลย

ฉันช่วยจัดของนะคะ

ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร ฉันทำเองดีกว่า ฮโยยอนรวบเอาสัมภาระทั้งหมดมาไว้ใกล้ตัว ส่วนซึงยอนก็ไม่ชอบที่จะเซ้าซี้ ฮโยยอนว่ายังไง เธอก็ว่าตามนั้น

ฉันเสียใจด้วยนะคะ เรื่องที่อาจจะไม่ได้บรรจุ

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ที่ผ่านมา ฉันทำเต็มที่แล้วจริงๆ

จะว่าไปแล้วก็น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย พอจูฮยอนตกที่นั่งลำบาก ซึงยอนก็เลยได้รับผลกระทบไปด้วย ในตอนแรกฮโยยอนคิดว่าจองชินเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกในท้องของซึงยอน แต่พอได้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้นอนห้องเดียวกัน ฮโยยอนก็เลยคิดว่าตัวเองคงคิดผิด แต่จะให้ถามตรงๆ ก็กลัวว่าจะเป็นการละลาบละล้วงมากเกินไป

ฉันไปหาจูฮยอนก่อนดีกว่าค่ะ แล้วตอนค่ำๆ ฉันจะกลับมานะคะ

พอเปิดประตูออกมาก็ได้พบว่าจองชินมารออยู่หน้าห้องแล้ว ฮโยยอนแอบรู้สึกดีใจเพราะคิดว่าจองชินจะต้องมารอเธอแน่ๆ แต่เมื่อเขาอ้าปากออกมา ฮโยยอนกลับต้องรู้สึกผิดหวัง

ไปนอนห้องผมก็ได้นะ ซึงยอนกำลังท้องอยู่ ผมกลัวว่าคุณจะไม่สะดวก

ใครกันแน่ที่ไม่สะดวก จองชินคงกลัวว่าเธอจะทำให้ซึงยอนต้องอึดอัดลำบากใจ นึกแล้วก็อดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ จะทำเป็นห่วงเป็นใยออกนอกหน้ามากเกินไปแล้ว

ก็โอเคอยู่นะ ตกลง ฉันจะไปนอนห้องของคุณ ถ้ายังไงก็ช่วยย้ายของไปให้ด้วย ถ้าฉันกลับมา ฉันหวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี

ฮโยยอนทำเชิดหน้าออกตัวเดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าวก็ต้องหันกลับมา เพราะว่าเธอไม่รู้ว่าจูฮยอนพักอยู่ที่ส่วนไหนของไร่อันกว้างใหญ่แห่งนี้

ช่วยบอกมาหน่อยสิ ว่าจูฮยอนพักอยู่ที่ไหน?

จองชินอมยิ้ม เขาก็คิดว่าเธอจะแน่จริง สุดท้ายก็เก่งไม่จริง ต้องหันมาขอความช่วยเหลือกันอยู่ดี ที่เขามาหาเธอที่นี่ก็ตั้งใจว่าจะช่วยนำทางให้อยู่แล้ว

เดินตรงไป พอถึงสามแยกแล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไปอีกนิด เลี้ยวซ้าย ตรงไปอีกสักประมาณ 3 กิโล ก็เลี้ยวขวาแล้วก็เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาอีกครั้งเมื่อถึงสามแยก จากนั้นตรงไป แล้วก็เลี้ยวซ้ายอีกสองครั้ง… ”

เอ่อพอเถอะพ่อคุณ เลี้ยวแล้วเลี้ยวอีกแบบนั้นใครจะไปจำได้ ไปส่งหน่อยสิ ไปช่วยไปส่งหน่อย

 


 

จองชินมาส่งฮโยยอนถึงหน้าบ้าน ส่วนยงฮวาถูกเชิญให้ออกนอกบ้านในทันทีที่ฮโยยอนมาถึง นอกจากนี้แล้วจูฮยอนยังขอให้ยงฮวาช่วยพาเลิฟลี่ออกมาด้วยกันด้วย

ฝากเลิฟลี่ด้วยนะคะ เห็นบ่นว่าอยากไปดูไร่มันเทศ

ทำกันเป็นขั้นตอนขนาดนี้ เห็นทีว่าจะต้องมีเรื่องสำคัญต้องพูดกันเป็นแน่ ยงฮวาอยากรู้ใจแทบขาดว่าจูฮยอนกับฮโยยอนจะพูดคุยเรื่องอะไรกัน แต่ก็จำต้องพาเลิฟลี่ออกมาเพราะเมื่อวานสัญญากันไว้แล้วว่าจะพาไปดูไร่มัน

แม้ใจจะยังเป็นห่วงเรื่องอาการป่วยของจูฮยอนอยู่มาก แต่ยงฮวาคิดว่าจูฮยอนน่าจะรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้วไม่มากก็น้อย เขาได้แต่ภาวนาขอให้เธอไม่เป็นอะไรมากมาย อุตส่าห์ได้มาอยู่ใกล้กันแล้วแท้ๆ ถ้าเลือกได้เขาไม่อยากให้มีใครล้มป่วยเลยแม้สักคนเดียว

 


 

หลังจากยงฮวากับจองชินพาเลิฟลี่ออกไปที่ไร่มันเทศ ฮโยยอนก็รีบเอาของสำคัญที่จูฮยอนฝากซื้อมามอบให้กับเธอในทันที

จูฮยอนสบสายตากับผู้เป็นแม่ด้วยความวิตกกังวล เมื่อ 7 ปีที่แล้วเธอยังเด็กมากเกินไป แต่คราวนี้ถ้าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย มันก็ไม่ใช่เกิดจากความผิดพลาดและมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายแต่อย่างใด ทุกอย่างเกิดขึ้นมาเพราะใจของเธอเองล้วนๆ

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด หนูมีแม่ หนูมีใครอีกหลายๆคนที่ยินดีจะอยู่เคียงข้าง ลูกสาวของแม่โตจนเป็นแม่คนแล้ว แม่เชื่อว่าลูกของแม่รู้ดีว่าลูกควรทำยังไง

ฮโยยอนรู้สึกซาบซึ้งใจจนน้ำตาเกือบจะไหลออกมา แม่ของจูฮยอนใจดีมากเหลือเกิน นึกไม่ออกเลยว่าถ้าแม่ของเธอยังอยู่ ท่านจะทำกับว่าที่ลูกเขยยังไง

คุณแม่สุดยอดมากเลยค่ะ ถ้าเป็นแม่ของหนูนะ ท่านคงคว้าเอามีดมาแร่เนื้อผู้ชายคนนี้ จากนั้นก็คงเอาเกลือสาดลงบนเนื้อหนังสดๆ

“….”

จูอึนกัดฟันอมยิ้มหวาน เธอไม่ได้ใจดีเหมือนกับที่ฮโยยอนเข้าใจหรอก หัวอกของคนเป็นแม่ ไม่มีใครยินดีกับเรื่องแบบนี้ได้ง่ายๆ ถึงจะดีใจหากได้มีหลานเพิ่ม แต่มานึกดูแล้วก็ยังรู้สึกเคืองยงฮวาอยู่ไม่น้อย

 

 


 

ยงฮวากับจองชินพาเลิฟลี่มาขุดมันเทศ เด็กน้อยพอขุดได้มันหัวแรกก็ออกอาการดีใจยกใหญ่ จองชินเห็นสองคนพ่อลูกได้มีช่วงเวลาดีดีร่วมกันแล้วก็อดที่จะดีใจด้วยไม่ได้ ยงฮวารอคอยเวลานี้มานานนับเกือบสิบปี ลูกสาวตัวโตขนาดนี้แล้ว แต่เขากลับเพิ่งได้รู้ว่านี่คือเลือดเนื้อของตัวเอง ยงฮวาทั้งรู้สึกผิดและดีใจมากจริงๆ

นอกจากทำมันเทศเผา แล้วเราจะเอามันเทศไปทำอะไรได้อีกบ้างคะ?

เหมือนคำถามที่นักเรียนกำลังถามคุณครูไม่มีผิด แน่นอนว่าคุณครูยงฮวาต้องการที่จะเป็นคนตอบคำถามของนักเรียนคนพิเศษ

เอาไปนึ่ง ไปต้ม หรือจะแปรรูปเป็นมันเทศอบกรอบ นอกจากนี้ก็ยังมีขนมหวานอีกหลายอย่าง แต่ถ้าอยากจะกินคงต้องไปอ้อนขอให้คุณยายจูอึนช่วยทำให้แล้วล่ะ เพราะลุงก็ทำไม่ค่อยเป็นเหมือนกัน

เลิฟลี่มอบมันเทศหัวใหญ่ให้กับคุณครูยงฮวาเป็นรางวัล สองมือเล็กๆ ที่ห่อหุ้มไว้ด้วยถุงมือที่มีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของหนูน้อยกำลังขุดคุ้ยดินด้วยความตั้งอกตั้งใจ ใครได้เห็นก็ต้องอดที่จะยิ้มตามไม่ได้

เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้ดีกว่าครับ สงสัยว่าจะต้องขุดกันอีกหลายเข่งเลย จองชินปลีกตัวออกมาเพื่อเตรียมเครื่องดื่มและของว่างให้กับเด็กน้อยผู้หลงใหลมันเทศ ส่วนยงฮวาตามดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิด สองคนพ่อลูกแข่งกันขุดมันด้วยความสนุกสนาน แม้จะเหนื่อยและอากาศร้อนมากแค่ไหน แต่ปัจจัยภายนอกไม่อาจบั่นทอนความสุขที่มีให้ลดน้อยลงได้เลย

คุณลุงขาตรงนั้น คืออะไรหรอคะ? เลิฟลี่ชี้ไปยังท้ายไร่ ส่วนนั้นอยู่ติดกับหลังบ้านพักของจูฮยอนพอดี ซึ่งเลิฟลี่เองก็จำได้ว่านั่นคือบ้านของน้าสาว หากแต่ตำแหน่งใกล้ๆกัน กลับมีบางอย่างที่ทำให้อดสงสัยไม่ได้

มันเหมือนกับสุสานที่เคยเห็นในละคร เพียงแต่มันดูสวยกว่ามาก บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ดูสวยมากกว่าที่จะดูน่ากลัว

ตรงนั้นเป็นสุสานแม่ของลุงเอง อยากจะไปสวัสดีคุณย่าไหม ท่านคงดีใจถ้าหนูไปหา

คุณย่าหรอคะ หนูไปหาท่านได้ใช่ไหมคะ?

แน่นอนสิ ไปกันเลยนะ

ยงฮวาพาเลิฟลี่มาหาแม่ของตน เขารู้ว่าแม่จะต้องดีใจมากหากได้รู้ว่าตัวเองมีหลานสาวที่แสนน่ารักและโตมากขนาดนี้ แต่น่าเสียดายที่แม่ต้องมาจากไปก่อน ท่านก็เลยไม่มีโอกาสได้พบกับเลิฟลี่เลย

แม่ครับผมพาหลานมาหา นี่เลิฟลี่ครับ เลิฟลี่หลานสาวของแม่

สวัสดีค่ะ คุณย่า

ยงฮวาน้ำตาริ้น ที่ได้ยินเลิฟลี่เรียกแม่ของตนว่าคุณย่า เขาเองก็หวังว่าสักวันเลิฟลี่จะเรียกตนว่าพ่อ ไม่ใช่คุณลุงเหมือนกับในตอนนี้

สองคนพ่อลูกตกอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งที่แอบซุ่มมองดูอยู่ที่รั้วลวดหนามฝั่งตรงกันข้าม ซออึนฮีจ้องมองหลานสาวไม่กะพริบตา เธอมาอยู่ที่นี่แบบหลบๆซ่อนๆเพราะต้องหนีตำรวจ ต่างกับเลิฟลี่ที่มียงฮวาคอยดูแลเอาอกเอาใจ แถมยังพากันมาไหว้หลุมศพด้วย

 

 



 

ผลตรวจปัสสาวะชี้ชัดว่าจูฮยอนในตอนนี้ไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป แม้ว่าคิมจูอึนจะดีใจที่ตนจะได้อุ้มหลาน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับว่าที่ลูกเขยด้วยเช่นเดียวกัน

จูฮยอนรู้ว่าแม่ทั้งดีใจและผิดหวัง ส่วนฮโยยอนแม้ว่าจะไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก แต่เธอก็นึกอยากจะทดลองขุดหลุมฝังยงฮวาเล่นๆด้วยเหมือนกัน สองคนนี้เข้าป่าด้วยกันทีไร จะต้องเกิดเรื่องทุกที จูฮยอนบอกว่าตอนนั้นยงฮวาถูกยิงได้รับบาดเจ็บ นอกจากต้องวิ่งหนีลูกกระสุนเพื่อเอาชีวิตรอดก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว โกหกชัดๆเลย

พ่อของลูกบอกว่าจะมาวันพรุ่งนี้ แม่จำเป็นจะต้องบอกเรื่องนี้ให้พ่อได้รู้ เพราะแม่คิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ

จูฮยอนหน้าถอดสี เพราะรู้ว่าพ่อจะต้องทั้งโกรธและผิดหวังในตัวเธอแน่ๆ แม้ใจจะหวั่นกลัว แต่คราวนี้จูฮยอนจะเผชิญหน้า และยอมรับกับความจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้น

แม่คิดว่าลูกควรที่จะบอกเรื่องนี้กับยงฮวานะจ๊ะ วันพรุ่งนี้เขาจะได้เตรียมตัวรับมือกับพ่อและแม่ได้

ฮโยยอนรู้สึกได้ถึงอารมณ์ของคุณแม่ที่ดูเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้แม่ของจูฮยอนเอาแต่ยิ้มแย้มและเข้าใจลูกสาว แต่ตอนนี้ฮโยยอนสัมผัสได้แล้วว่าวันพรุ่งนี้ชีวิตของยงฮวาอาจจะไม่ง่ายเหมือนที่คิด

หนูจะหาโอกาสบอกพี่เค้าภายในคืนนี้ค่ะ แต่ว่าสำหรับเลิฟลี่ หนูไม่แน่ใจว่าควรจะบอกแกยังไงดี

เมื่อถึงเวลาที่ควรรู้ก็จะรู้เอง ไม่แน่ว่าความผูกพันทางสายเลือดอาจจะช่วยทำให้อะไรๆดีขึ้นก็ได้

จูฮยอนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ เธอไม่ได้มีความวิตกกังวลในเรื่องความรู้สึกของยงฮวาเลยแม้สักนิด แต่แม้พ่อของเธอจะเป็นด่านใหญ่ แต่ก็ยังไม่ทำให้กังวลเท่ากับว่าจะบอกหรืออธิบายเรื่องนี้ให้เลิฟลี่เข้าใจได้ยังไงว่าแกกำลังจะมีน้อง

ฮโยยอนได้ยินเสียงคนพูดคุยกันก็เลยชะโงกหน้าต่างออกมามองหาที่มาของเสียง สองคนพ่อลูกพากันกลับมาแล้ว เห็นทีว่าเราทุกคนจะต้องหยุดเรื่องนี้เอาไว้ชั่วคราว หลังจากนี้ก็อยู่ที่จูฮยอนว่าจะบอกกับยงฮวาเมื่อไหร่

 

 


 

ทิฟฟานี่รู้สึกไม่ค่อยสบายและเธอก็มีสีหน้าไม่สู้ดี นิชคุณพยายามปรามแล้วว่าให้เธอหยุดพักและไม่ควรโหมงานหนักเหมือนกับที่ผ่านมา แต่สุดท้ายทิฟฟานี่ก็รั้นว่าจะต้องออกมาทำงานให้ได้

ในเมื่อไม่มีโอกาสได้พาเลิฟลี่ไปเที่ยวเหมือนกับที่ตั้งใจเอาไว้ นิชคุณก็เลยถือโอกาสหยุดพักผ่อน และด้วยความที่เป็นห่วงภรรยามาก เขาก็เลยแอบสะกดรอยตามดูทิฟฟานี่ไปทุกที่

น่าแปลกที่ทิฟฟานี่ไม่ได้ตรงไปยังที่ทำงาน เธอแวะซุปเปอร์มาเก็ต เลือกซื้อของกินของใช้เยอะแยะมากมายราวกับจะกักตุนไว้ใช้เป็นอาทิตย์ ซึ่งตอนแรกนิชคุณคิดว่าทิฟฟานี่น่าจะซื้อไปฝากทีมงาน หากแต่เส้นทางที่ทิฟฟานี่กำลังมุ่งหน้าไปก็คือเส้นทางออกนอกเมือง

กำลังจะไปที่ไหนกันแน่นะ?

ทิฟฟานี่ตั้งใจไปหาแม่ ซึ่งเธอเป็นคนพาท่านไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของจูฮยอน หลายวันมานี้เธอรู้สึกอ่อนเพลียเหมือนร่างกายมันอยากพักผ่อน เธออยากหลับตานอนต่อให้นานมากกว่านี้ แต่จะให้ทิ้งแม่เอาไว้ในสภาพนั้น ก็ไม่ได้ เธอจึงต้องกัดฟันมา

ช่วงนี้ทิฟฟานี่บอกว่างานยุ่ง แต่นิชคุณก็เชื่อได้อย่างสนิทใจ เขาไม่แน่ใจนักว่าจุดมุ่งหมายของทิฟฟานี่คือที่ไหน แอบโทรไปถามจากเลขาส่วนตัวของทิฟฟานี่ ได้รับคำยืนยันมาว่าวันนี้ทิฟฟานี่บอกว่าจะไม่เข้ามาทำงาน

ขับรถออกจากตัวเมืองมาได้ไม่เท่าไหร่ ทิฟฟานี่ก็เกิดอาการอ่อนแรงจนเกือบจะวูบ รถยนต์ของเธอชนเข้ากับต้นไม้จนเกือบจะตกลงข้างทาง ทำเอานิชคุณถึงกับใจหายวาบ รีบจอดรถลงมาดูภรรยาของตนด้วยความห่วงใย

รถของทิฟฟานี่เสยติดอยู่กับต้นไม้ต้นใหญ่ บริเวณกระโปรงรถด้านหน้ายุบ เกิดความเสียหายมากพอสมควร แต่โชคดีที่ตัวของทิฟฟานี่เองไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ถึงกระนั้นนิชคุณก็ยังไม่ไว้วางใจ รีบพาทิฟฟานี่ออกมาจากรถและรีบโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลมารับในทันที

เป็นอะไรมากหรือเปล่า? เจ็บตรงไหนบ้าง? ขับรถยังไง เกือบจะตกถนนแล้วนะรู้ตัวไหม!?”

ไม่ค่ะ ฉันไม่เป็นอะไร ว่าแต่คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ? ทิฟฟานี่ย้อนถามด้วยความแปลกใจ

อย่าเพิ่งถามอะไรเลย ไปโรงพยาบาลก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกันทีหลัง

พอได้ยินว่าจะต้องถึงขั้นไปโรงพยาบาลทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ทิฟฟานี่ก็ออกอาการร้อนใจมากเป็นพิเศษ

ไม่ได้นะคะ! ฉันไปไม่ได้ค่ะ

ขนาดนี้แล้ว ผมไม่ยอมให้คุณดื้ออีกหรอกนะ บอกแล้วว่าให้พักก่อนก็ไม่ยอมเชื่อกัน นี่ถ้าเกิดเป็นอะไรมากกว่านี้จะเป็นยังไง ผมจะไม่ยอมให้คุณไปไหน ยังไงก็จะต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลก่อน

 

 



 

เพราะทิฟฟานี่ไม่มาตามคำสัญญา ดังนั้นซออึนฮีจึงจนหิวไม่ไหว จนถึงขั้นแอบลอดรั้วลวดหนามเข้ามาขโมยมันเทศและขโมยผลไม้กลับมาเพื่อประทังความหิวโหย

วันนี้เลิฟลี่นอนกับคุณยาย แม้ว่าหนูน้อยจะแสดงออกว่าเป็นห่วงน้าจูฮยอนมากแค่ไหน แต่จูฮยอนก็จำต้องให้เลิฟลี่ไปนอนกับแม่ของตัวเองอีกห้องหนึ่ง เพื่อที่ว่าเธอจะได้สามารถคุยกับยงฮวาได้สะดวก

จูฮยอนส่งข้อความมาหา สั่งกำชับว่าให้ยงฮวามาหาเธอโดยที่ไม่ให้เลิฟลี่รู้  เมื่อวานเขาต้องปืนหน้าต่างกลับลงมาด้วยความทุลักทุเล คราวนี้ยงฮวาก็เลยแบกเอาบันไดพิเศษส่วนตัวมาพาดตรงถึงหน้าต่างห้องนอนของจูฮยอนในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง

บรรยากาศดีเหมาะสมกับการได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง ยงฮวาเองก็ไม่คาดคิดว่าคนอย่างจูฮยอนจะเป็นฝ่ายเรียกหาตนแบบนี้

รอก่อนนะจ๊ะเบบี๋พี่กำลังจะปืนไปหา…”

จูฮยอนลืมตาตื่น เมื่อได้ยินเสียงกุกกักดังขึ้นมาที่หน้าต่าง ในทันทีที่ยงฮวากำลังจะก้าวลงมาเหยียบบนพื้นห้อง เขาก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆไฟในห้องก็สว่างพรึบขึ้นมา

ตกใจหมด ยงฮวาแกล้งบ่น แต่ในทันทีที่เข้ามาในห้องได้ก็รีบโผเข้ามาตะครุบกอดจูฮยอนเอาไว้ในทันที

ไหนว่ากลัวความสูงไงคะ ไต่บันไดลิงขึ้นมาอย่างไวเชียว

ก็เพราะกลัวไง เลยต้องรีบๆไต่ขึ้นมา ยงฮวายิ้มเจื่อน

แล้วนี่หายแล้วหรอ ถึงลุกขึ้นมาเดินได้?

ดีขึ้นมากแล้วค่ะ

เจ้าตัวบอกว่าดีขึ้นแล้ว แถมสีหน้าก็ยังดูดีมากขึ้นด้วย ได้เห็นแบบนี้แล้วยงฮวาก็ใจชื้น

ดีขึ้นแล้ว ก็แสดงว่าหายแล้ว ว่าแต่เรียกพี่มาทำอะไรหรอ ใช่เรื่องแบบนั้นหรือเปล่า? ยงฮวากระเซ้าถามดวงตาพราวระยับ มือไม้ของเขาอยู่ไม่เป็นสุขจนถูกจูฮยอนตีเข้าให้เพื่อเป็นการปรามคนเจ้าเล่ห์

ดุจริงเชียว เป็นคนเรียกให้มาเองแท้ๆ ยังเล่นตัวได้อีก

อย่าเพิ่งมาทำเล่นๆนะคะ ที่เรียกมาก็เพราะว่ามีเรื่องสำคัญค่ะ

เรื่องสำคัญ เรื่องอะไรหรอ? ยงฮวายื่นหน้าเข้ามาถามแกล้งทำสงสัย เขาถือโอกาสนั้นยื่นริมฝีปากเข้ามาใกล้ แล้วฉวยทาบลงบนแก้มนุ่มอย่างเต็มรัก

แบบนี้สิ ถึงจะชื่นใจ ห๊อมหอม… ”

จูฮยอนตัดรอนคนเจ้าเล่ห์ตาเขียว ตอนนี้เขายังอารมณ์ดี ดูมีความสุข อยากรู้จริงๆว่าหลังจากนี้จะทำหน้ายังไง

นั่งก่อนค่ะ นั่งลง จูฮยอนนั่งลงบนเตียงก่อน แล้วตบฝ่ามือลงบนที่นอนเรียกให้ยงฮวามานั่งลงข้างๆ

ยงฮวายิ้มกริ่มชอบที่จะเป็นฝ่ายทำตามคำสั่ง จูฮยอนคงอยากเป็นผู้นำ ซึ่งเขาไม่ขัดอะไรอยู่แล้ว ถือเสียว่าผลัดเปลี่ยนกันบ้าง ชีวิตรักจะได้มีรสชาติ

ทำอะไรคะ นั่งนิ่งๆเลยค่ะ เอาไว้ค่อยขยับทีเดียวหลังจากที่ฉันพูดจบแล้ว ยงฮวาเอาแต่เบียดตัวเข้ามาหา จนทำให้จูฮยอนต้องดันให้เขาถอยห่างออกไปอีกนิด

ยงฮวานั่งปั้นยิ้ม พยายามที่จะนั่งนิ่งๆตามที่จูฮยอนต้องการ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นใจขนาดนี้ จะพูดคุยอะไรกันรู้เรื่อง ถ้าเปลี่ยนมากอดกันเอาไว้น่าจะเข้ากับบรรยากาศมากกว่า

วันพรุ่งนี้คุณพ่อจะมาคุยกับพี่นะคะ

นั่งปั้นหน้าระรื่นได้ไม่นาน พอได้ยินว่าพ่อของจูฮยอนจะมา สีหน้าของยงฮวาก็ดูตึงเครียดขึ้นมาในทันที อันที่จริงเขารู้อยู่แล้วว่าท่านจะต้องมาแน่ๆ แต่ก็ไม่คิดว่าท่านจะมาเร็วขนาดนี้

คือก็เหมือนที่เราเคยคุยกันว่าพี่ตั้งใจว่าจะขอเธอแต่งงาน

จูฮยอนคลี่ยิ้มหวานใส่ เธอคิดว่ายงฮวาพอจะรู้คำตอบอยู่แล้วว่าอันที่จริงพ่อของเธอไม่ได้รังเกียจอะไรเขาเลย เขาช่วยคืนความสุขในครอบครัวให้กับเธอ แถมที่ผ่านมาก็ยังช่วยดูแลแม่ของเธอมาโดยตลอด พ่ออ่อนลงมากแล้ว การที่ท่านบอกว่าท่านจะมา เธอคิดว่านั่นหมายถึงว่าพ่อทำใจยอมรับยงฮวาได้แล้ว

เป็นตัวเองค่ะ จองยงฮวาคนที่ฉันรู้จักเป็นผู้ชายที่เหมาะสมจะเป็นพ่อของลูกในท้องของฉันมากที่สุดแล้ว

ยงฮวาฉีกยิ้มกว้าง แม้ที่ผ่านมาจูฮยอนจะไม่เคยบอกว่ารักกันเลย แต่การกระทำของเธอคือคำตอบที่สามารถพิสูจน์อะไรหลายสิ่งหลายอย่างได้

เธอเองก็เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว ที่เหมาะสมที่จะเป็นแม่ของลูกให้กับพี่มากที่สุดแล้วด้วยเหมือนกัน

จูฮยอนยิ้มเขิน แม้จะรู้ดีมาโดยตลอดว่าตัวเองมีความสำคัญกับผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน แต่ได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากของเขาทีไร เธอจะต้องมีความสุขและรู้สึกได้ว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากที่สุดแล้ว

พี่ให้สัญญาว่าจะดูแลเธอกับเลิฟลี่ให้ดีมากที่สุด เรื่องในอดีตเราจะทิ้งมันไปให้หมด มาเริ่มต้นกันใหม่นะ ให้โอกาสให้พี่ได้ทำหน้าที่สามี แล้วก็ทำหน้าที่เป็นพ่อของเลิฟลี่ด้วย

ดวงตากลมโตจ้องมองประกายแวววาวจากแหวนที่ยงฮวาหยิบออกมาจากในกระเป๋าเสื้อ มันเป็นความตั้งใจและเป็นสิ่งที่คู่ควรกับจูฮยอนมากที่สุดแล้ว แม้ปัญหาเรื่องของเลิฟลี่จะยังไม่คลี่คลาย แต่เขาเชื่อในความสัมพันธ์แห่งสายเลือดเสมอ

จูฮยอนยอมให้ยงฮวาสวมแหวนให้ นับตั้งแต่มาเหยียบที่นี่แล้ว เธอตั้งใจว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เลิกที่จะสนใจกับคำพูดคำติฉินนินทาของคนอื่น แล้วก็สนใจแค่ว่าเธอจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีความสุขได้อย่างไรมากกว่า

ร่างบางนั่งอมยิ้มหวานยอมให้คนตรงหน้าบรรจงมอบจุมพิตบนหลังมือ เธอไม่มีความจำเป็นจะต้องวิ่งหนีหรือทำให้ยงฮวาต้องเสียใจอีกแล้ว ที่ผ่านมาเขารอเธอกับลูกมานานมากพอแล้ว

ระหว่างเรามันนานมากเลย นานมากจนไม่คิดว่าจะมาถึงวันนี้ได้ แต่มันก็นานมากพอที่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าเราสองคนรักกันมากแค่ไหน ยงฮวากระซิบเสียงนุ่ม นิ้วเรียวไล้ขึ้นมาบนใบหน้าสวย เขาไม่ได้ฝันไป แต่จูฮยอนอยู่ตรงนี้ ยินดีให้เขารักเธอด้วยความเต็มใจ

จะไม่คิดพูดอะไรบ้างเลยหรอ ใจคอจะให้พี่ทำซึ้งอยู่คนเดียวเลยใช่ไหมเนี่ย? ยงฮวาพูดหยอกน้ำตาซึม

จูฮยอนไล้ฝ่ามือขึ้นมาสัมผัสบนใบหน้าของผู้ชายคนที่เธอรักจนหมดหัวใจ เขาเป็นคนเดียวที่เข้าใจเธอเสมอ ขนาดว่าเธอมอบเลิฟลี่ให้คนอื่นดูแล แต่เขากลับไม่โกรธเธอเลยแม้สักนิด

ฟังให้ดีดีนะคะ ฉันจะพูดแล้วค่ะ

“….” ยงฮวาจ้องมองสบสายตากับจูฮยอน เขาพยักหน้ารับก่อนที่จะดึงเอามือของเธอมาจูบและเกาะกุมเอาไว้แน่น

ฉันไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นของขวัญได้หรือเปล่า? แต่ฉันก็คิดเข้าข้างตัวเองไปแล้วว่าพี่น่าจะดีใจ จูฮยอนจำต้องคลายมือข้างที่ถูกยงฮวาเกาะกุมเอาไว้ออก เพื่อมาเปิดลิ้นชักแล้วหยิบเอาบางอย่างออกมามอบให้กับคนที่นั่งทำซึ้งอยู่บนเตียง

ยงฮวาใจเต้นอย่างหนัก แน่นอนว่าเขารู้ว่ามันคือที่ตรวจครรภ์ หากแต่เขาไม่แน่ใจนักว่าผลที่อยู่ในมือจะตรงกับความเข้าใจของเขาหรือเปล่า

คือคือมันขึ้นขีดๆแบบนี้ หมายความว่ายังไง?

สองขีด แปลว่าตั้งครรภ์ค่ะ

‘ตั้งครรภ์’ คำนี้ทำให้ยงฮวาดีใจจนหัวใจเกือบจะหยุดเต้น เขากำลังจะมีลูกอีกคนแล้ว นั่นหมายความว่าจูฮยอนกำลังตั้งท้อง

…!!

ผลอาจจะผิดพลาดก็ได้ค่ะ แต่ฉันทดลองตรวจอยู่หลายครั้งเหมือนกัน

ยงฮวาลุกขึ้นมาแล้วประคองให้จูฮยอนนั่งลงด้วยความนุ่มนวล เขาจ้องมองเธอน้ำตาเอ่อ ดีใจมากจนไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไรออกมาดี นอกจากเอาแต่ขอบคุณเธอซ้ำๆ ที่คราวนี้ยอมบอกเรื่องน่ายินดีนี้ให้เขาได้รู้

หลังจากพบคุณพ่อเสร็จแล้ว เราค่อยไปตรวจที่โรงพยาบาลกัน ถ้าไม่ท้องก็กลับมาทำให้ท้องอีกได้ แต่ถ้าท้องก็ถือเป็นของขวัญแต่งงานของเรา










*********************100%********************

หวานๆ รับวาเลนไทน์ไปก่อน    อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ให้กันนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,564 ความคิดเห็น

  1. #2563 อูรี คิสซึฮัลกา (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 15:21
    ซอท้อง!!!!  โอ้โห จองยงฮวา แกนี่มัน
    #2,563
    0
  2. #2469 body_wispy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:29
    เลิฟลี่จะมีน้องแล้วว
    #2,469
    0
  3. #2462 Beam Supattra (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:51
    โอ้ยน่ารักจังเลยยงซอสวีทหวานกันสุดๆ555555 ยงนี่ทำยังไงเข้าป่าทีไรได้ลูกมาทุกที555555
    #2,462
    0
  4. #2449 momoseo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:53
    แหมอิพี่ยงดีใจจนหน้าบานเลยนะ 555+ เด่วเจอคุณพ่อจะระรื่นได้ไหม
    #2,449
    0
  5. #2370 goguma_ys (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:31
    อะไรคือถ้าไม่ท้อง ค่อยกลับมาทำให้ท้อง อิพี่ยงร้ายกาจ
    #2,370
    0
  6. #2368 Bebearboo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:09
    เดี๋ยวๆถ้าไม่ท้องก็กลับมาทำให้ท้องได้โถ่วววจูฮยอนเชิญชวนขนาดนี้55555555 เย้เลิฟลี่จะมีน้องแล้ว
    #2,368
    0
  7. #2359 ASYS (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:10
    เกลียดประโยคสุดท้ายเนี่ยแหละ กำลังจะซึ้ง เอาฮาตลอดอิยง 555555555
    #2,359
    0
  8. #2348 ekr9 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:45
    แหมพี่ยงไม่ค่อยเท่าไหร่เลยนะ "ถ้าไม่ท้องงั้นทำให้ท้องเลยดีมั๊ย"  เขินแทน
    #2,348
    0
  9. #2340 จอย (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:11
    แหมๆ คุณยง ได้ทีเชียวนะ



    #2,340
    0
  10. #2334 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:40
    "สองคนนี้เวลาเข้าป่าที่ไรเป็นต้องมีเรื่อง" 5555 จริงที่สุดฮโย เราเชียร์คู่เธอกับจองชินอยู่นะ ไวๆ ล่ะ(?)
    #2,334
    0
  11. #2325 Memo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:59
    คุณน้าคงไม่มาทำไรนะคะนี่กลัวจัง

    ฟานี่ท้องแล้วมั้ยน้อเป็นเพืีอนน้องซอเลยเชียว

    ส่วนยงมีทำกรุ่มกริ่ม คงดีใจแน่ๆที่ซอบอกข่าวดี

    เตรียมรับมือกะพ่อตาน้าาา
    #2,325
    0
  12. #2324 Memo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:59
    คุณน้าคงไม่มาทำไรนะคะนี่กลัวจัง

    ฟานี่ท้องแล้วมั้ยน้อเป็นเพืีอนน้องซอเลยเชียว

    ส่วนยงมีทำกรุ่มกริ่ม คงดีใจแน่ๆที่ซอบอกข่าวดี

    เตรียมรับมือกะพ่อตาน้าาา
    #2,324
    0
  13. #2323 Memo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:58
    คุณน้าคงไม่มาทำไรนะคะนี่กลัวจัง

    ฟานี่ท้องแล้วมั้ยน้อเป็นเพืีอนน้องซอเลยเชียว

    ส่วนยงมีทำกรุ่มกริ่ม คงดีใจแน่ๆที่ซอบอกข่าวดี

    เตรียมรับมือกะพ่อตาน้าาา
    #2,323
    0
  14. #2305 onlypoiikk (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:43
    ถ้าไม่ท้องก็ทำให้ท้องได้เนอะจองยง555
    #2,305
    0
  15. #2286 squinoa (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:13
    ทีหลังห้ามพากันเข้าป่าอีกนะ เข้าไปทีไรได้เด็กเสกเข้าท้องซอจูทุกที
    คราวหน้าพากันเข้าห้องเข้าหับเข้าหอเถอะ แบบคนปกติธรรมดาเนอะ
    ไม่ต้องพากันเข้าไปปั๊มลูกในป่านะ

    พูดกับผู้ใหญ่น่ะง่ายกว่าเด็กแน่นอน จะบอกลูกสาวหลานสาวกันยังไงว่ายงซอเป็นพ่อกับแม่ล่ะ แล้วถ้าฟานี่ท้องด้วยอีกคนเลิฟลี่จะคิดว่าพ่อกับแม่มีน้องแล้วจะผลักไสให้ยงซอเลี้ยงรึเปล่า
    เรื่องละเอียดอ่อน ต้องหาวิธีบอกลูกดีๆล่ะจองยง
    นี่อึนฮีก็อยู่แค่รั้วกั้นอีก อย่าไปใกล้ๆบ้านซอซอนมินเลยจองยง ดูลูกเมียดีๆเลย อันตราย เกิดนางบ้าทำอะไรโง่ๆขึ้นมาไม่คุ้มกันนะ
    #2,286
    0
  16. #2285 Patty (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:31
    ถ้าไม่ท้อง ก็กลับมาทำให้ท้องอีกได้ 555555 ยงเอ้ยยย ขอลูกสาวเค้าให้ได้ก่อนเถอะ

    (รออ่านตอนต่อไปอยู่น๊าาา) แอบกลัวอาอึนฮีจัง จะมาทำไรอีกเนี่ย ขอเบาๆนะน้องจอย >.<
    #2,285
    0
  17. #2284 Patty (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:31
    ถ้าไม่ท้อง ก็กลับมาทำให้ท้องอีกได้ 555555 ยงเอ้ยยย ขอลูกสาวเค้าให้ได้ก่อนเถอะ

    (รออ่านตอนต่อไปอยู่น๊าาา) แอบกลัวอาอึนฮีจัง จะมาทำไรอีกเนี่ย ขอเบาๆนะน้องจอย >.<
    #2,284
    0
  18. #2281 hams_joon (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:35
    น่านนน ยงได้ลูกเพิ่มแล้วจ้า5555 เข้าป่าทีไรมีเรื่องตลอดๆเลย แล้วทีนี้จะคุยกับพ่อน้องซอยังไงดีหละเนี่ย แม่น้องซอด้วยท่าทางจะดัดนิสัยว่าที่ลูกเขยเต็มที่เลยนะเนี่ย555
    ปล.ไรเตอร์สู้ๆคะ
    #2,281
    0
  19. #2276 mindmint3737 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:44
    ดีใจกับยงด้วยจะมีลูกคนที่สองแล้ว เตรียมรับมือพ่อแม่ซอให้ดีๆนะ คุณอาของซอเห็นเลิฟลี่แล้วจะทำอะไรร้ายๆอีกหรือเปล่า
    #2,276
    0
  20. #2273 Mamy Kanya (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:17
    แค่นี้ก้อยิ้มแก้มปริแล้วค่ะ
    #2,273
    0
  21. #2270 Me a da (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:07
    ปลื้มใจ.....
    #2,270
    0
  22. #2269 ดีดีเฮ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:47
    ขำยง เอาจริงเอาจังมาก

    แต่แบบนี้ต้องจัดการสะสางปัญหาก่อนไหม เรื่องข่าว เรื่องคดี เรื่องชินบี น้องชินเฮ

    และคุณอานั้นดูเหมือนยังไม่หยุดง่ายๆนะ หวังว่าเลิฟลี่จะปลอดภัย

    #2,269
    0
  23. #2268 tum2511 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:43
    แหมๆ อิยงกะจะเอาให้ท้องชัวร์เลยใช่มั๊ย 555
    #2,268
    0
  24. #2267 jin (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:34
    ยงดีใจมากซินะที่จะมีลูกมีน้องให้กะเลิฟลี่ แต่ก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้รับมือกับ

    พ่อตาแม่ยายด้วยละ เพราะครั้งนี้รู้สึกแม่ยายจะไม่ค่อยปลื้มสักเท่าไหร่นะ
    #2,267
    0
  25. #2266 pyl (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:49
    น้องซอท้องจริงด้วยอ่ะ เลิฟลี่กำลังจะมีน้องแล้ว หมั่นไส้ยงจริงๆๆ
    #2,266
    0