LOST IN LOVE (Yong & Seo) Fin.

ตอนที่ 31 : Lost in Love Chapter 30 เลิฟลี่ไดอารี่ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 873
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    8 ก.พ. 59



Lost in Love Chapter 30

เลิฟลี่ไดอารี่

 

 


 

 

 

เพราะสถานการณ์ของจูฮยอนไม่ดี ดังนั้นเรื่องนี้จึงส่งผลกระทบมาถึงซึงยอนด้วย อนาคตการเป็นครูสอนหนังสือของซึงยอนอยู่บนความไม่แน่นอน ดังนั้นเมื่อปิดภาคเรียน ตารางการทำงานของซึงยอนจึงถูกพับไปด้วย

และเป็นเพราะว่าที่ผ่านมาจงฮยอนยอมออกจากบ้านมาอยู่กับเธอ ซึงยอนจึงคิดว่าเธอควรที่จะคิดถึงใจของจงฮยอนบ้าง วันนี้เธอจึงชวนจงฮยอนกลับมาเยี่ยมแม่ของเขา ตั้งใจว่าจะอยู่ค้างคืนสักระยะเวลาหนึ่ง เพราะอย่างน้อยที่นี่ก็ใกล้กับที่ทำงานของจงฮยอนมากกว่า ระหว่างที่เขาไปทำงาน ซึงยอนตั้งใจว่าจะแอบหางานใหม่สำรองไว้ด้วย

กลับมาทำไมล่ะ ถ้าแน่จริงก็ไม่ต้องกลับมา คนเป็นแม่พูดจาประชดประชัน ทั้งที่ความจริงแล้วดีใจมากเหลือเกินที่เห็นลูกชายกลับมา หากแต่พอได้เห็นหน้าของลูกสะใภ้เท่านั้น คุณแม่สามีก็เปลี่ยนอารมณ์ในทันที

ซึงยอนหยุดงานเพราะว่าโรงเรียนปิดเทอม พวกเราก็เลยตั้งใจมาหาแม่ นี่ครับของฝาก ผมกับซึงยอนตั้งใจเลือกมาให้แม่เลยนะ มีแต่ของที่แม่ชอบทั้งนั้นเลยด้วย

คุณนายลีทำเมินใส่ของฝาก ก่อนที่จะสะบัดหน้าเดินหนีกลับเข้ามาในบ้าน เธอแกล้งเมินใส่แม้กระทั่งลูกชายของตัวเอง ทั้งที่ความจริงแล้วดีใจจนอยากคว้าตัวลูกชายมากอดให้หายคิดถึง ตลอดมาจงฮยอนไม่เคยดื้อ ไม่เคยทอดทิ้งเธอเลย ขนาดเขาไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา แต่ก็ยังติดต่อกลับมาหาแม่อย่างเธอแทบจะทุกวัน แต่พอมีซึงยอนเข้ามา ลูกชายของเธอก็เปลี่ยนไป

จงฮยอนกับซึงยอนเดินตามคุณนายลีเข้ามาในบ้าน รู้อยู่เต็มอกว่าบรรยากาศไม่ค่อยดี แต่จงฮยอนก็นึกขอบคุณที่ซึงยอนยอมอดทนเสมอ

แม่ครับ วันนี้ผมกับซึงยอนจะทำมื้อกลางวันให้เอง

ลูกชายเข้ามาอ้อนกอดจากทางด้านหลัง คนเป็นแม่ก็ใจอ่อนยวบยาบ คว้าตัวจงฮยอนมากอดเอาไว้แน่น

ยังจะต้องมาใส่ใจแม่คนนี้อีกทำไม ไปดูแลลูกเมียของลูกสิ ผู้หญิงคนนั้นมีความสำคัญมากกว่าแม่เสียอีก

โธ่แม่อย่าพูดแบบนี้สิครับ เราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน แม่เป็นแม่ของผม ส่วนซึงยอนก็เป็นลูกสะใภ้ของแม่ แล้วก็กำลังจะเป็นแม่ของลูกผม ถือว่าผมขอร้องนะครับ ครอบครัวของเราสมบูรณ์แบบ เหลือก็แต่ใจของพวกเราเท่านั้น

คุณนายลีผลักลูกชายออก เธอจ้องมองดวงตาของลูกชายด้วยความตัดพ้อ ขนาดนี้แล้วเธอไม่อยากเสแสร้งแกล้งทำอะไรอีก ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ จะมาบังคับให้ชอบให้รัก เธอทำไม่ได้

แม่ของลูกผมครอบครัวของเราสมบูรณ์แบบคราวหน้าเอาผลดีเอ็นเอมาให้แม่ดูด้วย ถ้าเด็กนั่นไม่ใช่หลานแม่ ก็อย่าพาแม่นั่นกลับมาเหยียบบ้านนี้อีก ออกไปทำงานเป็นครูสอนหนังสือ คงคิดว่าแม่ไม่รู้ว่าเมียแกไปเที่ยวอ่อยใครไว้บ้าง แม่รู้จักครูที่โรงเรียนนั้นตั้งหลายคน ผู้ปกครองเด็ก เมียแกยังไปอ่อยเขาเลย

...!!

ซึงยอนรับฟังด้วยความอดทนมาโดยตลอด ก่อนจะมาที่นี่เธอเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่สุดท้ายเธอก็อดทนไม่ไหว ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัดเสมอ

ถึงหนูจะไม่มีพ่อมีแม่ แต่หนูก็ไม่เคยคิดทำอะไรในแบบที่คุณแม่กล่าวหา หนูได้รับการอบรมสั่งสอน ไม่ต่างกับที่คุณแม่อบรมสั่งสอนให้จงฮยอนเป็นคนดีทั้งที่เขาเองก็ขาดพ่อหนูรักจงฮยอน หนูแต่งงานกับเขาก็เพราะว่าหนูรักเขา และคุณแม่ในครั้งแรกก็แสดงออกว่าเอ็นดูในตัวหนู หนูดีใจที่ตัวเองได้มีครอบครัว เพราะที่ผ่านมาถึงหนูจะไม่มีพ่อแม่ แต่หนูก็มีคนที่หนูสามารถเรียกว่าแม่ได้อย่างเต็มปาก และถ้าหนูจะต้องตรวจดีเอ็นเอของเด็กคนนี้ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง พิสูจน์ว่าเด็กคนนี้เป็นหลานของคุณแม่ ทั้งที่หนูแต่งงานและขึ้นชื่อว่าเป็นเมียของลูกชายคุณแม่แล้ว หนูก็ยินดีที่จะตรวจค่ะ แต่ความเชื่อใจกับศักดิ์ศรีของหนูที่ถูกคนอื่นดูแคลนล่ะคะ ลูกสะใภ้ที่ถูกคุณแม่สามีนินทาไปทั่วว่ามีชู้ กล่าวหาว่าอ่อยผู้ชายคนอื่น คุณแม่จะรับผิดชอบยังไงคะ?

…!!

 

 



 

ยงฮวาพาจูฮยอน เลิฟลี่และคุณป้าจูอึนหรือคิมยองวอนมาพักผ่อนที่รีสอร์ตเปิดใหม่ของตนซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับไร่แสงแห่งรัก พวกเขาทั้งหมดเป็นแขกกลุ่มแรกและเป็นแขกคนพิเศษ ที่ยงฮวาสั่งกำชับให้ทุกคนต้องดูแลเป็นอย่างดี

เลิฟลี่ตื่นตาตื่นใจและชื่นชอบกับธรรมชาติที่แสนสวยงาม ฝั่งซ้ายเป็นสวนดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานสะพรั่ง ส่วนทางเดินฝั่งขวาเป็นแปลงผักและผลไม้ปลอดสารพิษ แถมบ้านพักก็ยังสวยและดูเป็นธรรมชาติราวกับอยู่ในเทพนิยายไม่มีผิด

จูฮยอนกับแม่เองก็ชื่นชอบและรู้สึกชื่นชมยงฮวาไม่น้อย ทุกครั้งที่มาที่ไร่แห่งนี้ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในทุกครั้งไป จากไร่ธรรมดาๆ กลายเป็นไร่ที่ใหญ่ที่สุดและมีผลผลิตมากที่สุด และตอนนี้ก็ยังมีรีสอร์ตที่เปิดให้นักท่องเที่ยวมาเข้าพักและมีโอกาสได้เรียนรู้การปลูกผักผลไม้อีกด้วย

ยังไม่มีแขกคนอื่นมาเลยหรอคะ?จูฮยอนถามขึ้นเมื่อเห็นรีสอร์ตแสนสวยและน่าทึ่งแลดูเงียบเหงาจนผิดปกติ

หลังพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ ถึงจะเริ่มให้คนเข้ามาพัก เธอกับคุณป้า รวมถึงเลิฟลี่เป็นแขกวีไอพีที่ได้ประเดิมนอนก่อนใครเพื่อน ยงฮวาพูดด้วยความภาคภูมิใจ

อันที่จริงแล้วบ้านพักหลังงามซึ่งเป็นหลังที่ใหญ่ที่สุดเตรียมไว้ให้จูฮยอน เลิฟลี่และคุณป้าจูอึนได้เข้าพักคือบ้านที่ยงฮวาปลูกไว้เพื่อตัวเอง มันไม่ใช่บ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว แต่มันคือบ้านที่ยงฮวาออกแบบเอง ตอนที่ออกแบบก็คิดถึงจูฮยอนไปด้วยตลอด เฝ้าใฝ่ฝันอยากให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้ อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวแล้วก็มีลูกที่แสนน่ารักคอยวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้อในสวน ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าสุดท้ายแล้วจูฮยอนจะได้มาจริงๆ แถมเธอยังพาหัวใจมามอบให้เขาอีกดวงด้วย

เวลานี้แม้ความจริงจะเปิดเผยออกมาแล้ว หากแต่กลับติดปัญหาที่เราไม่รู้ว่าจะพูดหรืออธิบายเรื่องนี้กับเลิฟลี่ได้ยังไง

ได้เห็นสายตาที่ยงฮวากับจูฮยอนจ้องมองหลานสาวตัวน้อยแล้ว จูอึนก็อดที่จะสงสารไม่ได้ เลิฟลี่เติบโตมาในฐานะลูกสาวของทิฟฟานี่กับนิชคุณ แล้วอยู่ดีดีการที่จะมีใครเดินเข้าไปบอกแกว่าเป็นพ่อกับแม่แท้ๆ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เข้าไปดูด้านในบ้านกันเถอะครับ

 

 

ยงฮวาเตรียมห้องนอนไว้ให้คุณแม่ยายแยกต่างหาก นอกจากนี้ก็ยังมีห้องนอนสำหรับเด็กผู้หญิงที่ถูกประดับตกแต่งเอาไว้อย่างครบครันและสวยงาม จูฮยอนรับรู้และรู้สึกซาบซึ้งใจสำหรับความตั้งใจที่ยงฮวามีต่อลูกสาวของเขา แต่ยิ่งอยู่ในสถานะนี้เราสองคนกลับรู้สึกเศร้า เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร แต่ก็ยังจนปัญญาไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาหรือหาทางออกอย่างไร

โอ้โหห้องสวยจังเลยค่ะ เลิฟลี่ตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ ที่รู้ว่าตัวเองจะได้มีห้องนอนส่วนตัว

ลุงเตรียมไว้ให้หนูโดยเฉพาะ ชอบไหมจ๊ะ? ยงฮวาคุกเข่าถามหนูน้อย

ชอบค่ะ ชอบมากๆ แต่ว่าหนูอยากนอนกับน้าจูฮยอน หรือไม่ก็คุณยายมากกว่าค่ะ ตั้งแต่เล็กจนโต เลิฟลี่ต้องอดทนอยู่อย่างโดดเดี่ยว เพื่อนๆหลายคนตื่นเต้นดีใจที่จะมีห้องนอนส่วนตัว แต่เลิฟลี่ไม่รู้สึกอย่างนั้นเลย เพราะตั้งแต่จำความได้ พอตื่นขึ้นมากลางดึกก็ไม่เห็นพ่อกับแม่แล้ว เลิฟลี่ทั้งหวาดกลัวและตกใจ แต่ถึงจะร้องไห้มากแค่ไหน พ่อกับแม่ก็ไม่เคยได้ยินเพราะว่าท่านทั้งสองคนต้องออกไปทำงาน

ถ้าอย่างนั้นคืนนี้นอนกับน้าก่อนแล้วกันนะจ๊ะ

ค่ะ คืนนี้หนูนอนกับน้าจูฮยอน ส่วนคืนวันพรุ่งนี้หนูขอไปนอนกับคุณยายนะคะ

ได้สิลูก อยากนอนกับยายเมื่อไหร่ ก็มาหายายได้เลย ว่าแต่ห้องครัวข้างล่างใช้ได้ใช่ไหมจ๊ะ?

ใช้ได้เลยครับ ของสด ผักสดหรือว่าผลไม้สด เลือกเก็บจากต้นได้หมดทุกอย่างเลยครับ ถ้าคุณแม่เอ่อ ถ้าคุณป้าไม่สะดวกเก็บเอง บอกเด็กๆข้างนอกหรือไม่ก็บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะช่วยเก็บให้เอง

ยงฮวาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณแม่ยายอย่างเต็มที่ ความจริงแล้วที่นี่ยังพอมีห้องว่างเหลือ ตนนั้นอยากจะมานอนอยู่ที่นี่ด้วยแต่ก็เกรงใจคุณแม่ยาย

 



 

เพราะคุณแม่ตั้งใจที่จะเข้าห้องครัวลงมือทำอาหารด้วยตัวเอง ดังนั้นจูฮยอนจึงพาเลิฟลี่ออกมาช่วยเก็บผักสด โดยมียงฮวาตามออกมาช่วยอีกแรง

ช่วงเวลาที่มีแค่เราสามคนพ่อแม่ลูก ทำให้ยงฮวากับจูฮยอนมีความสุขเป็นอย่างมาก เลิฟลี่ชอบธรรมชาติ เอาแต่บอกว่าดีใจมากที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง คราวนี้อยู่ได้นานไม่ต้องรีบกลับ แถมยังมีคุณยายมาอยู่เป็นเพื่อนและช่วยทำอาหารอร่อยๆให้กินด้วย

คุณลุงขา แล้วมันเทศล่ะคะ มันเทศอยู่ตรงไหน?

มันเทศจะต้องเข้าไปที่ไร่ ถ้าอยากไป วันพรุ่งนี้ลุงจะพาไปนะ ยงฮวาพูดพร้อมกับชี้ไปยังที่ไกลลิบ

ตรงไหนนะคะ มองไม่เห็นเลยค่ะ

เพราะหนูน้อยตัวเล็กเกินไป แนวสายตาที่มองเห็นจึงไม่พ้นสารพัดแปรงผักที่อยู่ตรงหน้า ยงฮวาจึงรับอาสาอุ้มหนูน้อยขึ้นมา เพื่อให้มองเห็นแนวแปรงมันเทศที่อยู่ไกลลับตา

โหไกลจังค่ะ ถ้าเดินไปจะต้องใช้เวลากี่วันคะ?

จูฮยอนกลั้นหัวเราะ แม้จะรู้สึกเศร้าในทุกครั้งที่เห็นยงฮวามองดูลูกสาวของตัวเอง แต่ขณะเดียวกัน เธอรู้สึกขอบคุณที่ยงฮวาเข้าใจ และยินดีที่จะอดทนรอเพื่อหาเวลาที่เหมาะสม ไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามอย่างไร้การไตร่ตรองในการทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อ

ถ้าเดินไปคงประมาณ 10 วัน แต่ถ้าขึ้นรถไปก็ไม่ถึง 10 นาที

โอ้โห…10 วันเลยหรอคะ? ไม่อยากจะเชื่อเลย

จูฮยอนยิ้มกว้างเมื่อยงฮวาแลดูมีความสุขกับการได้หลอกเด็กเจ็ดขวบเหลือเกิน ทว่าพอคิดถึงอายุของเลิฟลี่ขึ้นมา ก็ทำให้จูฮยอนนึกขึ้นมาได้ว่าช่วงสัปดาห์หน้าก็จะถึงวันเกิดของเลิฟลี่แล้ว

คุณลุงขาแล้วชินบีล่ะคะ น้องจะมาที่นี่ด้วยหรือเปล่า?

พอถูกถามถึงชินบีแล้วยงฮวาก็ถึงกับหน้าเจื่อน เท่าที่รู้มา ณ ตอนนี้ก็คือ ชินเฮกับชินบียังอยู่ด้วยกันที่บ้าน ตราบที่ทางตำรวจยังจับตัวซออึนฮีไม่ได้ คดีความก็ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด ทางตำรวจจึงยังไม่อนุญาตให้ชินเฮเดินทางออกนอกประเทศ ลีจงซอกก็เหมือนกัน

ไม่ต้องกลัวจะเหงาหรอกนะ เพราะว่าลุงกับน้าจูฮยอนแล้วก็ยังมีคุณยาย คุณลุงจองชินด้วย, มีพวกเราทุกคนอยู่ ลุงรับรองว่าหนูไม่มีทางเหงาอย่างแน่นอน

ยงฮวาจำต้องวางเลิฟลี่ลงทั้งที่ความจริงแล้วอยากจะอุ้มเด็กคนนี้เอาไว้ให้นานๆ เลิฟลี่โตขึ้นมาก โตมากกว่าเมื่อครั้งแรกที่เขาได้พบเด็กคนนี้เสียอีก

หนูขอไปดูผีเสื้อทางด้านนั้นได้ไหมคะ?

ระวังๆด้วยนะจ๊ะ อย่าไปไกลเกินน้ามองเห็นหนูนะ

ค่า… ”

หนูน้อยวิ่งตรงไปยังทุ่งดอกไม้ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม ผีเสื้อนับร้อยนับพัน โผบินไปมาพาให้เพลิดเพลิน ปกติอยู่แต่ในเมืองไม่เคยได้พบเจออะไรแบบนี้เลย ยิ่งได้สัมผัสใกล้ชิด ก็ยิ่งรู้สึกสดชื่น แค่ได้ยืนมองดูเหล่าผีเสื้อบินข้ามหัวไปมา เลิฟลี่ก็เอาแต่ยิ้มไม่ยอมหุบเลย

สงสัยจะชอบมากจริงๆ แต่น่าเสียดาย อยู่ที่นี่ไม่มีเพื่อนวัยเดียวกันเป็นเพื่อนเล่นเลย ถ้าเกิดว่าเลิฟลี่มีน้องอีกสักคน ก็คงจะดี

จูฮยอนหันมองหน้ายงฮวาก่อนที่จะเดินหนี แกล้งทำเป็นตั้งอกตั้งใจกับการเก็บผัก แม้ความจริงแล้วเนื้อตัวของเธอจะกำลังร้อนวาบหมดทั้งตัวก็ตามที

คุณพ่อ เอ่อท่านอธิการบดีซอซอนมินบอกว่าทันทีที่ท่านมาถึง ท่านต้องการที่จะคุยกับพี่ด้วย

เรียกพ่อเสียเต็มยศ ทำให้จูฮยอนรู้สึกขำไม่น้อย เธอเองก็ไม่รู้ว่าพ่อต้องการจะคุยกับยงฮวาเรื่องอะไร แต่ถ้าจะให้เดาคงหนีไม่พ้นเรื่องของเลิฟลี่หรือไม่ก็อาจจะมีเรื่องของเธอด้วย

แล้วคิดว่ายังไงคะ? คิดว่าจะคุยกันรู้เรื่องหรือเปล่า หรือว่าจะทะเลาะกันเหมือนเมื่อก่อน?

คุยภาษาเดียวกัน ยังไงก็ต้องรู้เรื่องอยู่แล้ว ท่านอธิการบดีเป็นผู้ใหญ่นะ พี่จะไปหาเรื่องทะเลาะด้วยได้ยังไง สีหน้าของยงฮวาบอกชัดว่ามีความวิตกกังวลมากแค่ไหน สาเหตุไม่ใช่เรื่องอื่น หนีไม่พ้นเรื่องที่ว่าเขาเคยอวดดีอวดเก่งไปทะเลาะกับพ่อของจูฮยอนมาแล้ว ตอนนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองทำอะไรลงไป

ไหนๆก็เก่งขนาดนั้นแล้ว จะเก่งกว่าเดิมก็คงไม่แปลกอะไรจูฮยอนพูดหยอก เธอรู้ดีว่ายงฮวารู้สึกผิดมากแค่ไหน ที่เข้าใจผิดมาตลอดว่าพ่อของเธอเป็นคนสร้างเรื่องทั้งหมด เราทุกคนถูกอาอึนฮีปั่นหัวให้คิดแบบนั้น ใครจะไปคิดว่าคนใกล้ตัวที่คอยดูแลกันมาตลอดจะทำกันได้ขนาดนี้

แล้วถ้าพี่จะขอเธอกับคุณพ่อล่ะ ถ้าพี่ขอเธอแต่งงานเธอจะปฏิเสธหรือเปล่า?

“….” จูฮยอนหันมองดูเด็กน้อยในทุ่งดอกไม้ เลิฟลี่คือความกังวลใจเพียงหนึ่งเดียวที่เธอมี ตอนนี้ต่อให้ถูกคนทั้งโลกตราหน้าหรือกล่าวหาให้ดูแย่มากแค่ไหน เธอก็ไม่กลัว กลัวอยู่เรื่องเดียวก็คือเรื่องของเลิฟลี่

ยงฮวาคว้าเอามือของจูฮยอนมาเกาะกุมเอาไว้ จูฮยอนรู้สึกยังไง เขาคือคนที่เข้าใจเธอดีที่สุด

เราจะพยายามไปด้วยกัน ค่อยๆช่วยกันไปทีละเล็กละน้อย ความรักที่เรามอบให้กับเลิฟลี่คือรักแท้และมันก็บริสุทธิ์ หลังจากนี้เราจะช่วยกันมอบความรัก ความอบอุ่นให้กับลูกของเราให้มากๆ พี่เชื่อว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม อย่างน้อยๆเลิฟลี่ก็จะต้องได้รู้ว่าเรารักแกมากแค่ไหน

จูฮยอนน้ำตาคลอแต่ก็ยังยิ้มได้ จากที่เคยเป็นทุกข์แค่คนเดียว แต่ตอนนี้ยงฮวามาช่วยแบ่งเบาความทุกข์ไปแล้วตั้งครึ่งหนึ่ง

ขอโทษนะคะ ฉันขอโทษจริงๆ

ไม่ต้องขอโทษ เพราะว่าเธอไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไป หลังจากนี้เราจะต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ เราจะเริ่มมันด้วยกัน และมันก็จะต้องดีมากกว่าเดิมด้วย

ตอนนี้ฉันกลายเป็นคนตกงาน เรียนจบตั้งปริญญาเอก แต่ไม่มีงานทำ พี่ยังจะอยากแต่งงานกับฉันอยู่ไหมคะ?

ยงฮวายิ้มกว้าง เขามองหาเลิฟลี่เพื่อดูต้นทาง ก่อนที่จะฉวยเข้ามาประทับริมฝีปากบนแก้มใส

ตกงานก็ไม่เป็นไร เพราะว่าที่นี่ยังมีตำแหน่งว่างเหลืออยู่

ตำแหน่งอะไรหรอคะ?

อธิการบดีหัวใจของไร่แสงแห่งรักไง หรือจะแปลตรงตัวก็คือเป็นเมียเจ้าของไร่ ยงฮวายื่นหน้าเข้ามากระซิบบอกถึงความหมายของตำแหน่งอธิการบดีหัวใจที่ข้างใบหู ทำเอาจูฮยอนเขินจนเผลอรัวฝ่ามือใส่ยงฮวาไปหลายที ทว่ายังฟาดใส่ได้ไม่หนำใจ เธอก็ต้องหยุดยั้งฝ่ามือของตัวเองลงเพราะได้ยินเสียงหัวเราะของเลิฟลี่ดังขึ้นมา

อุ้ย!”

ยงฮวาตกใจที่เห็นเลิฟลี่ยื่นหน้าออกมาจากแปลงผัก เขากับจูฮยอนไม่รู้ตัวเลยจริงๆ ว่าเลิฟลี่แอบมาซุ่มอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

อธิการบดีหัวใจ คืออะไรหรอคะ?

คำถามแสนซื่อของเด็กน้อยทำให้ยงฮวาถึงกับหน้าเหวอ ส่วนจูฮยอนกลับเอาแต่ยิ้ม ก่อนที่จะคว้าตะกร้าผักเพื่อเอาไปให้แม่ของเธอ ซึ่งป่านนี้ท่านคงรออยู่ในครัวแล้ว

อธิบายเสร็จแล้ว ช่วยพาเลิฟลี่ไปส่งด้วยนะคะ ฉันจะรีบเอาผักพวกนี้ไปให้คุณแม่ค่ะ เดี๋ยวมันจะเหี่ยวซะหมด

ยงฮวายืนมองหน้าหนูน้อยก่อนที่จะต้องกุมขมับ ยิ่งพอได้เอ่ยปากถามว่าเลิฟลี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ยงฮวานั้นถึงกับต้องเอามือปิดหน้า

หนูมาตั้งแต่ตอนที่ตอนที่คุณลุงทำแบบนี้กับแก้มของน้าจูฮยอนแล้วค่ะ ว่าพลางยื่นริมฝีปากสีชมพูอ่อนจุ๊บลงบนดอกไม้ดอกเล็กที่อยู่ในมือ ยงฮวาเขินจนหน้าแดงก่ำ แต่เมื่อแก้ตัวไม่ได้ก็เลยวิ่งเล่นไล่จับกับหนูน้อยแทน หวังว่าเลิฟลี่จะหลงลืมทุกประเด็นไปอย่างง่ายดาย

จูฮยอนแอบยืนดูสองคนพ่อลูกเล่นกันอยู่ที่ริมหน้าต่าง พวกเขาสองคนช่างน่ารักอะไรอย่างนี้ ถ้าหากวันนั้นเธอบอกยงฮวาไปตั้งแต่แรกว่าตัวเองตั้งท้อง ป่านนี้พวกเราคงมีแต่ความสุขนับตั้งแต่คลอดเลิฟลี่ออกมาแล้ว

 

 


 

จองชินกำลังลงมือจัดการกับอาหารมื้อเย็นอย่างมีความสุข คุณแม่ของจูฮยอนทำอาหารอร่อยมาก ทำงานที่ไร่มานานหลายปี นี่เป็นมื้อแรกที่ได้กินของอร่อยๆแบบนี้

คุณผู้จัดการขามีคนมาหาผู้จัดการค่ะ เสียงคนงานดังมาจากด้านนอก ทำให้จองชินต้องรีบเช็ดปากมันแผลบ แล้วลุกออกมาดูด้วยความรวดเร็ว

ใครกันนะที่มาเอาป่านนี้ เมื่อวานเขาเพิ่งคุยโทรศัพท์กับฮโยยอน เธอบอกว่าให้เขาเตรียมห้องพักไว้ให้ด้วยเพราะจะมาอยู่ยาว แต่ก็ไม่เห็นบอกเลยว่าจะมาวันนี้

พอออกมาเห็นซึงยอน จองชินก็ถึงกับทั้งอ้ำอึ้งและตกใจเป็นอย่างมาก ซึงยอนมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง ดูจากสีหน้าแล้วน่าจะผ่านการร้องห่มร้องไห้มาด้วย

มีอะไร? เกิดอะไรขึ้น!?

….

….

ยงฮวามาขลุกอยู่ด้วยทั้งวัน จนทำเหมือนจะมาลงหลักปักฐานนอนด้วยกันที่บ้านอย่างไรอย่างนั้น ทั้งช่วยเก็บโต๊ะอาหาร ช่วยล้างจาน แย่งทำหมดทุกอย่างที่ตัวเองสามารถทำได้

เลิฟลี่ ไปอาบน้ำกันนะจ๊ะ ยายจะช่วยอาบให้เอง

ผมช่วยเตรียมน้ำอุ่นให้นะครับ ผมเตรียมน้ำอุ่นเก่งมากเลยนะครับ

ยงฮวาเสนอมา มีหรือที่จูอึนจะกล้าทำลายน้ำใจของเขาได้ลง จูฮยอนมองตามคนเสนอตัวด้วยรอยยิ้ม ยงฮวาบอกกับเธอว่าแค่ได้เป็นส่วนเล็กๆน้อยๆในการดูแลเลิฟลี่ เขาจะมีความสุขเพิ่มมากขึ้น

ร่างบางนั่งรอในระหว่างที่แม่ของเธอพาเลิฟลี่ไปอาบน้ำ ยงฮวาไปช่วยเตรียมน้ำอุ่นให้ไม่นานก็กลับออกมา ส่งมอบลูกสาวให้อยู่ในความดูแลของคุณแม่ยาย

นึกแล้วก็อดเสียดายไม่ได้ที่ตนไม่มีโอกาสได้เห็นว่าตอนเด็กๆ เลิฟลี่เป็นยังไง หรือมีขนาดตัวหรือมีน้ำหนักมากแค่ไหน และในตอนที่คลอดเลิฟลี่ออกมาจูฮยอนก็คงจะต้องเจ็บมากด้วยเหมือนกัน

เตรียมน้ำอุ่นเสร็จแล้วหรอคะ?

เสร็จแล้วล่ะ ก็บอกแล้วว่าพี่เตรียมน้ำอุ่นได้เก่ง

“….”

บทสนทนาของเราสองคนเงียบหายไปพักใหญ่ ความรู้สึกมากมายจุกแน่นอยู่ในใจ ถึงจะมีความสุขที่ได้อยู่ดูแลลูกด้วยกัน แต่มันก็สุขไม่สุดเพราะการบอกความจริงกับเด็ก 7 ขวบ ไม่ได้ทำให้เรื่องจบลงง่ายๆเลย

พี่อยากเห็นหน้าลูก ตอนที่เขาคลอดออกมา อยากรู้ว่าเลิฟลี่ตัวแค่ไหน มีหน้าตาเป็นยังไง แล้วก็มีน้ำหนักตัวเท่าไหร่?

จูฮยอนสบสายตากับยงฮวาก่อนที่จะบอกให้เขานั่งรอ ส่วนเธอเดินกลับขึ้นไปบนห้องนอน ตั้งใจว่าจะไปเอาไดอารี่ที่จดบันทึกเกี่ยวกับเลิฟลี่มาให้ยงฮวาได้อ่าน หากแต่เมื่อได้ไดอารี่มา จูฮยอนก็พบว่ายงฮวาแอบเดินตามเธอขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

บอกให้นั่งรอข้างล่างไงคะ?

ถึงจะถูกดุ แต่ยงฮวาก็ยังยิ้มได้ หนำซ้ำยังเดินย้อนกลับไปที่ประตู จัดการล็อคมันเอาไว้โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของจูฮยอนอีกด้วย

ล็อคประตูเสร็จแล้วก็เดินย้อนกลับมาฉุดให้จูฮยอนนั่งลงบนเตียงด้วยกัน เขาดึงแก้มนุ่มทั้งสองข้างเล่น แต่จูฮยอนกลับใช้ไดอารี่ฟาดใส่กลับมา ทำเอายงฮวาถึงกับต้องร้องโอดโอย

นี่ไดอารี่ค่ะ จะดูไหมคะ?

จูฮยอนยื่นไดอารี่ให้ ยงฮวาจึงรีบรับเอาไว้ในทันที

ดุจัง บ่นไปพลางก็เริ่มเปิดดูไดอารี่ไปพลาง ทว่าแค่เพียงหน้าแรกที่ได้เห็นก็ทำให้ยงฮวาน้ำคลอได้

จูฮยอนตั้งกล้องถ่ายรูปตัวเองเอาไว้ในช่วงเดือนต่างๆ ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่ยงฮวาไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้เห็นเลยด้วยซ้ำ

ตั้งแต่ท้องนูนน้อยๆ ถ้าไม่สังเกตเลยก็จะไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอะไร จนกระทั่งนูนออกมาจนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ท้องของจูฮยอนไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่มันเริ่มใหญมากขึ้นในช่วงเดือนท้ายๆที่เกือบจะคลอด

ลำบากมากเลยสินะ อยู่คนเดียว คงทั้งกลัวแล้วก็เหงาน่าดู

จูฮยอนคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา ตอนแรกเธอกลัวมาก เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่สำหรับเธอทั้งหมด หลังได้สงบสติอารมณ์และเริ่มอ่านหนังสือ เริ่มทำความเข้าใจกับการดูแลตัวเองและลูกในท้องมากขึ้น หลังจากนั้นเธอก็เริ่มที่จะปรับตัวได้

เลิฟลี่อยู่เป็นเพื่อนฉันตลอดเลยค่ะ ฉันก็เลยไม่ค่อยเหงา

ยงฮวาสัมผัสรูปภาพด้วยดวงตาและปลายนิ้ว เขารู้สึกว่าตัวเองพลาดช่วงเวลาที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตไป ก็คือไม่มีโอกาสได้ดูแลจูฮยอนเลย เขาเสียใจมากจริงๆ

หลังภาพถ่ายในเดือนสุดท้ายพ้นไป ยงฮวาได้พบกับภาพวาดทารกตัวน้อย และคำบรรยายที่จูฮยอนเขียนกำกับเอาไว้อย่างละเอียด มันไม่ใช่ภาพถ่ายแต่เป็นรูปวาดที่จูฮยอนวาดขึ้นมาด้วยตัวเอง ในหน้านั้นระบุช่วงเวลาที่เลิฟลี่เกิด รวมไปถึงระบุน้ำหนักตัวของลูกสาวเอาไว้ด้วย

มันเร็วมากค่ะ ฉันไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปของเลิฟลี่เมื่อแรกเกิดเก็บเอาไว้เลย ภาพนั้นของเลิฟลี่ก็เลยอยู่ในความทรงจำของฉันตลอด รูปวาดของฉันไม่เหมือนกับเลิฟลี่หรอกค่ะ มันดูตลกมากด้วยซ้ำ จูฮยอนอธิบายทั้งน้ำตา หากแต่เธอก็กลับยังคงยิ้มได้ ยงฮวาหันมาช่วยซับน้ำตานั้นออกให้ ช่วงเวลานั้นจูฮยอนเจ็บปาดมากแค่ไหน เขาคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสถึง

พอเปิดในหน้าถัดมา ยงฮวาถึงได้เห็นภาพถ่ายในช่วงเวลาต่างๆของลูกสาว ทารกน้อยที่แสนน่ารักน่าชัง นี่คือลูกสาวของเราจริงๆ

ทิฟฟานี่เป็นคนส่งภาพถ่ายพวกนี้มาให้กับจูฮยอนด้วยตัวของเธอเอง เพราะเธอมีความเข้าใจในหัวอกของคนที่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองดีมากที่สุด จูฮยอนเก็บเอาไว้ทุกอย่าง แม้กระทั่งของขวัญชิ้นแรกที่เธอตั้งใจซื้อให้กับลูกสาว กำไลข้อมืออันนั้นที่ยงฮวาพบในห้องของจูฮยอนด้วยความบังเอิญ เป็นของขวัญที่จูฮยอนตั้งใจเตรียมไว้ให้กับลูกของเรา แต่สุดท้ายจูฮยอนกลับต้องเก็บมันเอาไว้เอง เก็บเอาไว้ดูต่างหน้าในยามที่คิดถึงเด็กน้อยที่แสนน่ารักน่าชังคนนั้น

ไดอารี่เล่มนี้เป็นหนังสือที่ทรงคุณค่ามากที่สุดเพราะว่ามันทำให้ยงฮวาได้ย้อนกลับไปเห็นช่วงเวลาต่างๆ ตั้งแต่จูฮยอนตั้งท้อง จนกระทั่งได้เห็นถึงพัฒนาการของเลิฟลี่ในช่วงเวลาต่างๆ จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันในตอนที่เราได้ไปดูหนังด้วยกัน ขนาดว่ารูปถ่ายบางรูปไม่ชัด แต่จูฮยอนก็เก็บมันเอาไว้ทั้งหมด น่าเสียดายที่เขาไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย ไม่รู้เลยว่าตัวเองมีลูกสาวที่น่ารัก ไม่รู้เลยว่าครั้งหนึ่งเราทั้งสามคนก็เคยมีภาพถ่ายครอบครัวด้วยกัน

ขอบคุณนะ ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่แสนพิเศษ ขอบคุณที่เธอคลอดลูกสาวของเราออกมาอย่างปลอดภัยด้วย

น้ำตาของยงฮวาเป็นอะไรที่จูฮยอนได้เห็นและได้สัมผัสบ่อยมากที่สุดในช่วงเวลานี้แล้ว ก่อนหน้านี้เธอเองก็เคยคิดว่ายงฮวาจะดีใจมากแค่ไหนถ้ารู้ว่าเลิฟลี่เป็นลูกของเขา แต่เธอก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะทำให้ยงฮวาร้องไห้ได้บ่อยขนาดนี้

วันศุกร์หน้านี้จะถึงวันเกิดของเลิฟลี่แล้วนะคะ ฉันอยากให้พวกเรามีช่วงเวลาที่มีความสุขร่วมกันในแบบครอบครัว

ยงฮวาปาดคราบน้ำตาก่อนที่จะหันมาส่งยิ้ม มีความสุขร่วมกันในแบบครอบครัว ประโยคนี้ได้ฟังแล้วทำให้รู้สึกอบอุ่นมากเหลือเกิน

อย่างนี้เราก็ต้องจัดงานวันเกิดแบบน่ารักๆ ต้องมีเค้ก แล้วก็มีอะไรอีก ต้องหาของขวัญให้ลูกของเราด้วย ว่าแต่จะซื้ออะไรดีนะ?

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

น้าจูฮยอนขา หนูอาบน้ำเสร็จแล้วค่ะ

ยังปรึกษาหารือกันไม่ทันจบ ทั้งยงฮวากับจูฮยอนต่างก็ตกใจที่รู้ว่าเลิฟลี่มาเคาะประตูเรียก

จ้ารอน้าเดี๋ยวนะจ๊ะ กำลังจะเปิดให้เดี๋ยวนี้แล้ว จูฮยอนลุกขึ้นมาเดินลนลาน เธอไม่ควรให้เลิฟลี่ได้เห็นว่ามียงฮวาอยู่ในห้องนี้ด้วย

พี่คะ ทำยังไงดี ถ้าเลิฟลี่เห็นพี่ แล้วเราจะอธิบายกับแกว่ายังไง?

ยงฮวาเองก็ลนลานมากพอกัน ตอนนี้ถ้าไม่ออกทางประตูก็เห็นทีว่าจะต้องออกทางหน้าต่างแล้วล่ะ

แต่มันสูงมากเลยนะ

จูฮยอนเดินมาดูต้นทาง จะว่าไปแล้วมันก็ไม่ได้สูงมากเท่าไหร่นัก ถ้ายงฮวาระมัดระวังดีดี เธอคิดว่าเขาจะต้องปลอดภัยแน่นอน

เร็วเข้าเถอะค่ะ มีทางนี้ทางเดียวเท่านั้นแล้วจริงๆ

เอาจริงหรอ!? พี่กลัวความสูงนะ

 

 



 

เพราะมีปากเสียงกันจึงทำให้แม่ของจงฮยอนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล ซึงยอนรู้สึกเบื่อหน่ายในชีวิต ไม่มีหน้าจะตามไปคอยดูแลปรนนิบัติแม่สามีจึงตัดสินใจดั้นด้นมาหาจองชินถึงที่ไร่เพื่อหลีกหนีปัญหาทั้งหมด

เข้าใจแล้วครับ พี่ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะดูแลซึงยอนให้เป็นอย่างดีจงฮยอนโทรมาฝากฝังด้วยตัวเอง มีหรือที่จองชินจะอยู่เฉยได้ ซึงยอนเป็นเพื่อนของเขาแท้ๆ ต่อให้จงฮยอนไม่โทรมาบอกอะไรเลย เขาก็ต้องช่วยเธออยู่แล้ว

ไม่เป็นไรนะ ทำใจให้สบายเถอะ แม่ของพี่จงฮยอนฟื้นแล้วล่ะ แล้วนี่ได้กินอะไรมาแล้วหรือยัง หิวไหม? วันนี้กับข้าวอร่อยมากด้วยนะ ไปกินข้าวกันเถอะ

เรื่องหิวก็พอหิวอยู่ แต่คนอย่างซึงยอนไม่อยากรบกวนหรือสร้างภาระเพิ่มให้กับคนอื่น ถึงยังไงช่วงนี้เธอก็ว่างงานอยู่แล้ว จองชินบอกว่าที่นี่กำลังจะเปิดรีสอร์ต มีอะไรที่เธอพอจะช่วยได้ เธอยินดีที่จะช่วยอย่างเต็มที่

พอจะมีตำแหน่งว่างให้ฉันทำบ้างไหม หรือถ้าจะไม่มีก็ไม่เป็นไร ฉันแค่อยากรับอาสาช่วยงาน ถือเสียว่าแลกกับค่าที่พักแล้วก็ค่าอาหาร

พูดอะไรอย่างนั้น เธอกำลังท้องอยู่นะ จะให้ใช้แรงงานคนท้องได้ยังไง?

ท้องก็ทำงานได้ ทุกอย่างที่ฉันช่วยได้ ฉันยินดีทำทั้งหมดเลย

จองชินถอนหายใจใส่คนท้อง ซึงยอนดื้อเสมอ แต่มีเธอมาอยู่ในสายตาก็ดีเหมือนกัน คนกำลังท้องกำลังไส้ อยู่คนเดียวคงลำบากน่าดู

 

 

 

ยงฮวาต้องปืนกลับลงมาอย่างทุลักทุเล ขนาดว่าตัวเองไม่ได้กลัวความสูงเหมือนที่พูดอ้าง แต่หน้าต่างที่ชั้นสองก็ทำให้แข้งขาสั่นได้ คราวหน้าสงสัยว่าจะต้องเอาบันไดมาพาดไว้เสียแล้ว จะได้ขึ้นลงได้สะดวกมากกว่านี้

คุณพ่อยงฮวาแหงนมองกลับขึ้นไปยังหน้าต่างบานที่ตนปืนลงมา เมื่อครู่นี้เขาแอบดูสองคนแม่ลูก เห็นจูฮยอนหวีผมให้เลิฟลี่ด้วย ช่างเป็นภาพที่ทำให้กลั้นรอยยิ้มไว้ไม่ได้ ในเร็วๆนี้เขาหวังว่าเราสามคนพ่อแม่ลูกจะได้อยู่ด้วยกันจริงๆ ไม่ต้องพรากจากกันไปไหนอีก ตอนนี้ทุกอย่างอาจทุลักทุเลไม่ต่างไปกับเส้นทางที่เขาต้องป่ายปืนลงมาเมื่อชั่วครู่ แต่ยงฮวาคิดว่ามันจะต้องค่อยๆดีขึ้นมากกว่านี้ในสักวัน

ง่วงนอนหรือยังจ๊ะ น้ายังไม่ได้อาบน้ำเลย

ยังไม่ง่วงเลยค่ะ หนูจะรอให้น้าจูฮยอนมาเล่านิทานให้ฟังก่อนนอน

จูฮยอนลูบหัวหนูน้อยอย่างเอ็นดู เป็นโชคดีของเธอกับยงฮวาที่มีลูกสาวที่น่ารักและว่านอนสอนง่ายแบบนี้

น้ารักเลิฟลี่นะจ๊ะ วันข้างหน้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม น้าอยากให้หนูรู้เอาไว้ว่าน้ารักหนูมาก รักมากที่สุด

หนูก็รักน้าจูฮยอนเหมือนกันค่ะ หนูรักน้าเหมือนเป็นแม่อีกคนของหนูเลย

ร่างเล็กโผเข้ามากอดจูฮยอนเอาไว้แน่น ทำเอาคนถูกกอดถึงกับต้องข่มน้ำตา

สมมติว่าถ้าน้าเป็นแม่ของหนูจริงๆ สมมติว่าน้าเป็นแม่ของหนูเหมือนกับในข่าวหนูจะรู้สึกยังไงจ๊ะ?

“….” เด็กน้อยตาใสแหงนหน้าขึ้นมาสบสายตากับคนถาม เลิฟลี่ตอบไม่ได้ เพราะว่าคำถามนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง

น้าก็แค่ถามเล่นๆไปอย่างนั้นเอง น้ารีบไปอาบน้ำดีกว่า จะได้มาเล่านิทานให้หลานน้าฟังก่อนนอน จูฮยอนเป็นฝ่ายรีบผละออกจากเด็กน้อย นับตั้งแต่ตั้งท้อง ชีวิตของเธอไม่ได้ราบเรียบ ทว่ามันเต็มไปด้วยความวิตกกังวลใจเสมอมา แม้ว่าตอนนี้เรื่องเหล่านั้นจะคลี่คลายลงเกือบหมดแล้ว แต่มันกลับยังเหลือปมที่แก้ยากมากที่สุดเอาไว้ให้ต้องแก้ไข และเธอก็ยังมองไม่เห็นทางว่าจะแก้มันได้ยังไง

 

 


 

 

 

***********************100%**********************

พ่อแม่จีบกัน  จนลืมลูกสาวเลย

รอติดตามครึ่งหลังนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,564 ความคิดเห็น

  1. #2458 Beam Supattra (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:06
    เลิฟลี่ควดีใจที่มียงซอเป็นพ่อแม่แต่คงจะตกใจด้วยเด็ก7ขวบเอง._.
    #2,458
    0
  2. #2333 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:29
    ตอนนี้ยิ้มหนักมาก แต่ช่วงท้ายบทนี่ไรท์จะค้มมาม่าอีกรึ -*-
    #2,333
    0
  3. #2283 Patty (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:28
    เลิฟลี่ต้องดีใจสิเนอะ ถ้ารู้ความจริง เพราะเลิฟลี่ก็รักทั้งคู่มากๆเหมือนกัน เฮ้ออ อีดอัดจัง
    #2,283
    0
  4. #2262 paupu (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:35
    อึดอัดแทนมากๆเลย อยากให้เลิฟลี่รู้เร็วๆจัง
    #2,262
    0
  5. #2233 jin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:49
    อยู่กันสองต่อสองทีไร ยงก็หยอดเล็กหยอดน้อยหวานใส่ซอทุกครั้ง เป็นไงหละครั้งนี้เลิฟลี่เห็นหมดเลย

    อายลูกรึเปล่าจ้ะยง
    #2,233
    0
  6. #2216 momoseo (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:58
    ขำคุณพ่อ 555+ น่ารักๆ
    #2,216
    0
  7. #2214 Me a da (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:04
    ความรักของพ่อแม่ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ
    #2,214
    0
  8. #2213 ekr9 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:19
    พี่ยงทำทำอะไรดูลูกบ้างนะ
    ยงซอคงอึดออัดมากแน่ๆเลย พูดไม่ได้
    #2,213
    0
  9. #2211 Fav novel (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:04
    สนุกมากเลยค่ะ
    #2,211
    0
  10. #2210 goguma_ys (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:10
    หวานมากกก เลิฟลี่ต้องเข้าใจอยู่แล้ว
    #2,210
    0
  11. #2209 mindmint3737 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:19
    ไดอารี่ของเลิฟลี่ซึ้งจัง ยงซอสู้ๆนะ
    #2,209
    0
  12. #2208 hams_joon (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:00
    ตอนนี้น้องซอให้โอกาสยงได้มีโอกาสใช้เวลาครอบครับพร้อมกับเลิฟลี่แล้ว แหม่แต่ยงนี่จะเร่งมีน้องให้เลิฟลี่เลยหรือไงเนี่ย5555 รอพ่อน้องซอเค้าอนุญาติก่อนมั้ย
    ปล.ไรเตอร์สู้ๆคะ
    #2,208
    0
  13. #2207 tum2511 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:49
    เฮ้อ กว่าจะรู้ความจรืง มีหวังอิยงตกลงมาคอหักตาย อิอิอิ
    #2,207
    0
  14. #2206 goguma (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:53
    อยากให้เรื่องทุกอย่างผ่านพ้นไปเร็วๆจังค่ะ

    ปวดใจแทนยงซอจริงๆยังน้ำท่วมปากพูดอะไรไม่ได้เลย



    รอตอนต่อไปนะคะ
    #2,206
    0
  15. #2205 data_tik (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 04:43
    สู้ๆนะยงซอ
    #2,205
    0
  16. #2204 ASYS (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:49
    คุณพ่อคุณแม่สู้ๆนะคะ เราต้องผ่านเรื่องนี้ไปได้ ขอให้เลิฟลี่เข้าใจด้วยเถอะ มีความรู้สึกว่าทุกคู่เริ่มมารวมตัวกันแล้ว แต่เดี๋ยวนะมินมีคู่ด้วยใช่มั้ยคะ 5555555
    #2,204
    0
  17. #2203 onlypoiikk (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:09
    สู้ต่อไปนะ นงซอ ไฟท์ติ้ง ^_^
    #2,203
    0
  18. #2201 body_wispy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:29
    รอตอนค่อไปอยู่น้าา
    ปล.ไรท์เตอร์สู้ๆ
    #2,201
    0
  19. #2199 icygirl2703 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:20
    สงสารยงซอจังเลยค่ะ อยากให้มีความสุขจริงๆสักที

    เชื่อว่า สักวันเลิฟลี่จะต้องเข้าใจค่ะ และรักยงซอไม่เปลี่ยนแปลง

    ไดอารี่ของเลิฟลี่ มันเป็นอะไรที่ซึ้งนะคะ รัก แต่ทำได้แค่มองจากที่ไกลๆ

    ซึงยอนอย่าร้องไห้ มันไม่ดีกับเด็กในท้องนะ แม่จงฮยอนก็นะ จะอะไรมากมายคะ

    รอตอนหน้านะคะพี่จอยคนสวยยย อยากเห็นยงซอมีความสุขแบบครอบครัวสักทีค่ะ สู้ๆๆค่ะ ^_^
    #2,199
    0
  20. #2197 Memo (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:59
    น้ำตาซึมตามยงซออีกแล้ว

    เข้าใจความรู้สึกยงเลยตอนอ่าน/ดอารี่

    แล้วก็มาสงสารน้องซอตอนแบบถามคำถามกับเลิฟลี่อีกนะคะ

    ปมที่แก้ยากสุดคือกาีบอกความจริงนี่ล่ะ
    #2,197
    0
  21. #2196 squinoa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:41
    สวสารสามคนพ่อแม่ลูกจริงๆ เลิฟลี่เองก็ยังนึกภาพไม่ออกเลยตอบคุณแม่ซอไม่ได้ ยงซอเองก็อยากจะใช้สิทธิ์พ่อแม่ทั่วไป
    #2,196
    0
  22. #2195 squinoa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:39
    สงสารสามคนพ่อแม่ลูกเหมือน
    #2,195
    0
  23. #2194 ploveys (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:59
    สงสารซึงยอนมากเลย ท้องอยู่แต่ต้องบากหน้ามาอยู่กับเพื่อน
    #2,194
    0
  24. #2193 sweet j (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:28
    จีบกันจนลูกสาวมาเห็นเข้า

    ทำเอายงเขินจนไปไม่เป็นเลยเสแกล้งไล่จับเลิฟลี่เล่นซะงั้น

    ลำบากจริง ๆ นะที่จะบอกลูกตัวเองว่าเป็นพ่อแม่จริง ๆ

    ถ้าเลิฟลี่รู้จะเป็นไงนะ....



    ส่วนซึงกับแม่จงก้อยังไม่ลงรอยกันทั้ง ๆ ที่ซึงก้อท้องล้ว

    แม่จงก้อยังตั้งแง่อีก...ไม่รู้จะอะไรนักหนา

    แล้วนี่จะมีทางลงบ้างมั้ยเนี่ยอคติจัง
    #2,193
    0
  25. #2192 Ppanit (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:25
    เลิฟลี่จะเห็นไดอารี่เล่มนั้นมั้ยอะ หวังว่าเลิฟลี่จะดีใจนะที่รู้ว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง
    #2,192
    0