LOST IN LOVE (Yong & Seo) Fin.

ตอนที่ 14 : Lost in love Chapter 13 เด็กน้อยมีปัญหา กับชาดอกเก็กฮวย [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 พ.ย. 58




Lost in love Chapter 13

เด็กน้อยมีปัญหา กับชาดอกเก็กฮวย

 




 

 

เป็นไปไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าพ่อจะเป็นคนเข้มงวดและไม่มีอารมณ์ขัน แต่ท่านไม่เคยทำอะไรที่ไม่ดีอย่างแน่นอน

จอดรถ แล้วก็ช่วยลงไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ

ยงฮวารู้อยู่แล้วว่าจูฮยอนจะต้องไม่เชื่อแน่ๆ เป็นธรรมดาที่ลูกจะต้องเข้าข้างพ่อของตัวเอง เขาเองก็ลำบากใจที่จะพูดเรื่องนี้ออกมาด้วยเหมือนกัน

ขับรถกลับเองได้แน่นะ เขาเอ่ยถามเสียงแผ่ว ขณะที่จูฮยอนนั่งหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับ

ได้ค่ะ เธอพูดตอบสั้นๆ ก่อนที่ก้าวลงมาเพื่อสลับที่นั่งแล้วขับรถออกมา ตั้งใจทิ้งยงฮวาไว้ข้างถนนด้วยความโมโห พ่อของเธอไม่ใช่คนแบบนั้น เธอไม่เชื่อว่าพ่อจะกล้าทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้จริงๆ

….

จูฮยอนขับรถมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของตัวเอง, 7 ปีแล้วที่เธอไม่ได้ย่างกรายมาแถวนี้เลย ประตูบ้านหลังนี้ปิดตายนับตั้งแต่เธอก้าวออกไปแล้ว มันปิดตายสำหรับเธอแค่คนเดียว ที่ผ่านมาเธออยากกลับบ้านของตัวเองมาก อยากกลับไปนอนในบ้านหลังที่ตัวเองเคยอยู่มาตั้งแต่เด็กเพราะคิดว่าไม่มีที่ไหนจะอบอุ่นและปลอดภัยได้เท่ากับบ้านหลังนี้อีกแล้ว

ซอซอนมินเพิ่งจะกลับเข้ามาได้ไม่นาน ชายแก่ยืนเหม่อมองดูวิวทิวทัศน์อยู่ที่ริมหน้าต่าง ตลอดทั้ง 7 ปีที่ผ่านมาคนเป็นพ่อทำได้แค่เป็นห่วงและเอาแต่วิตกกังวลว่าในแต่ละช่วงเวลา ลูกสาวของตัวเองจะกำลังทำอะไรอยู่

เขารู้ดีว่าตัวเองเข้มงวดมากเกินไป แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะอยากให้จูฮยอนมีอนาคตที่ดี ได้แต่หวังว่าบทลงโทษอันแสนยาวนานครั้งนี้จะทำให้จูฮยอนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ภาพถ่ายในกระเป๋าสตางค์ยังคงเป็นรูปครอบครัวใบเดิม ทารกน้อยในอ้อมแขนของผู้หญิงคนที่ซอซอนมินรักยังคงเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ แม้ว่าที่ผ่านมาแม่ของจูฮยอนจะทำให้ตนเจ็บช้ำและผิดหวังเสียใจมากเพียงใด แต่เขาก็ห้ามตัวเองให้ลืมเธอคนนั้นไปไม่ได้

ซอซอนมินอาจเป็นคนใจร้ายใจดำ ตั้งแง่โกรธลูกสาวของตัวเองราวกับว่าชาตินี้จะไม่มีทางอภัยให้ แต่ที่ทำทุกอย่างก็เพราะรักและหวังดีกับจูฮยอนจริงๆ เขาหวังว่าความผิดพลาดจะทำให้จูฮยอนเข้มแข็งและสามารถเลือกสิ่งดีดีให้กับตัวเองได้ คนเป็นพ่อก็แค่อยากเห็นลูกสาวได้ดี เดินไปดีดี เดินเรื่อยๆแต่มั่นคง เขาอยากเห็นแค่นี้ก่อนที่จะจากโลกนี้ไปก็เท่านั้น


 

อึนฮีเพิ่งมาถึง อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมหลานสาวถึงไม่ใช้รถคันใหม่ที่เพิ่งได้รับไป

เอารถเข้าไปจอดในบ้านก่อน เดี๋ยวฉันตามเข้าไปเอง

อากับหลานพากันไปเดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้บ้าน สวนแห่งนี้ยังคงดูเหมือนเดิม สมัยเด็กๆ จูฮยอนมักจะมาวิ่งเล่นที่นี่บ่อยๆ นี่ก็ผ่านมา 7 ปีแล้ว

มาแอบดูพี่ซอนมินล่ะสิ แล้วรถของเราไปไหนเสียล่ะ?

รถเข้าศูนย์น่ะค่ะ พอดีว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย แต่ก็แค่บุบแล้วก็เป็นรอย หนูก็เลยเอาไปซ่อมค่ะ ทางศูนย์ก็เลยส่งรถมาให้ใช้ชั่วคราวก่อน

คราวหน้าต้องระวังให้มากกว่านี้นะ นี่ยังดีแค่บุบแล้วก็เป็นรอย ดีนะที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร อึนฮีชักสีหน้าเครียดเพราะเป็นห่วงหลานสาว จูฮยอนต้องอยู่คนเดียว ดูแลตัวเองทุกอย่างทำให้เธออดเป็นห่วงไม่ได้เลยจริงๆ

ช่วงนี้คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ? สบายดีหรือว่าเจ็บป่วยบ้างหรือเปล่า?

ปกติดีจ๊ะ รายนั้นแข็งแรงยิ่งกว่าอะไรดี ไม่ต้องเป็นห่วงเลยนะจ๊ะ

จูฮยอนยิ้มรับ ถึงแม้คำถามจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ แต่อึนฮีดูออกว่าหลานสาวยังคงมีเรื่องในใจ

มีอะไรอยากถามอาอีกไหม ถ้าไม่มีอาจะกลับเข้าบ้านแล้ว

คือว่าคือ… ”

ปฏิกิริยาตอบรับกลับมาดีเกินคาด คนเดียวที่จะสามารถตอบคำถามทุกอย่างได้ดีที่สุดก็คือซออึนฮี ไม่มีใครอีกแล้ว

วันนี้หนูได้พบกับพี่ยงฮวาค่ะ

โธ่เอ้ยเธอนี่มันจริงๆเลย!” โลกของเขาสองคนช่างกลมอะไรอย่างนี้ ถือเป็นความโชคดีที่ซออึนฮียังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วทั้งสองคนพักอยู่ห้องตรงข้ามกัน ไม่เช่นนั้นแล้วเธออาจจะเป็นลมล้มตึงไปเลยก็ได้

ถ้าพี่ซอนมินรู้เรื่องนี้ อาไม่อยากนึกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก

ไร่ของพี่ยงฮวาถูกเผา เรื่องราวหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับพี่เค้า กับครอบครัวของเค้า พ่อของหนูไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ใช่ไหมคะ?จูฮยอนโพล่งถามขึ้นมา ทำเอาคุณอาสาวถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ

มันผ่านมานานแล้วจ๊ะ ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปเถอะ

คำตอบที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับทำให้จูฮยอนยิ่งเจ็บช้ำหนักไปกว่าเดิม ยงฮวาไม่ได้อยากเลิกคบกับเธอ แต่เขาถูกบีบบังคับให้ทำอย่างนั้น

บอกหนูสิคะว่ามันไม่จริง

“….” คนเป็นอาเดินหนีหลานสาว แต่จูฮยอนกลับเดินมาดักหน้าอาของเธอเอาไว้

อาคะ บอกหนูสิคะว่ามันไม่จริง จูฮยอนกระตุกข้อมือของคนเป็นอาทั้งน้ำตา และซออึนฮีก็เลือกที่จะปัดมือของหลานสาวออกอย่างนุ่มนวล

ไม่ว่าเรื่องราวที่ผ่านมาจะเป็นยังไง อาอยากให้เธอรู้ไว้ว่าไม่มีใครรักและหวังดีกับเธอเท่าพี่ซอนมินอีกแล้ว

จูฮยอนทรุดฮวบลงตรงนั้นหลังจากที่ซออึนฮีก้าวเดินผ่านพ้นหลานสาวไปไม่นาน

เป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างเลวร้ายเกินไป พ่อของเธอไม่ใช่คนแบบนั้น ท่านทำร้ายยงฮวา ทำร้ายครอบครัวของคนที่เธอรัก ทำทุกอย่างเพื่อตัดเราสองคนออกจากกัน โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่ทำลงไปจะเลวร้ายมากแค่ไหนไม่ใช่หรอก ซอซอนมินไม่ใช่คนแบบนั้นไม่ใช่! พ่อของเธอไม่ใช่คนแบบนั้นเลย







 

เลิฟลี่นั่งมองดูผู้เป็นพ่อกินมื้อค่ำด้วยความหิวโหย ตั้งแต่กลับมาถึงสิ่งเดียวที่คุณพ่อทำก็คือการนอนหลับพักผ่อน พอตื่นขึ้นมาก็เลยหิวในทันที

ถูกลูกสาวนั่งมองจนคนเป็นพ่อเริ่มเขินอายหน้าแดงจนกินข้าวฝืดคอ เลิฟลี่เอาแต่จ้องมองจนลูกตาแทบจะไม่กะพริบเลย นี่เขาลืมอะไรไปหรือเปล่า?

หิวหรือเปล่าลูก? ขอโทษทีที่พ่อไม่ได้แบ่งให้ลูกเลย กินด้วยกันนะ อ้าปาก อ้าม… ”

เลิฟลี่ส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม หนูน้อยไม่รู้สึกหิวเพราะว่าก่อนกลับมาบ้านได้กินมื้อใหญ่มาเรียบร้อยแล้ว

หนูไม่หิวค่ะ แต่หนูอยากดูคุณพ่อทานข้าว เห็นคุณพ่อทาน หนูก็มีความสุขแล้วค่ะ

นิชคุณรู้สึกอิ่มเอิบจนต้องยิ้มกว้างออกมา เลิฟลี่น่ารักเสมอ น่ารักจนทำให้หัวใจของเขาละลายได้วันละหลายๆรอบเลยทีเดียว

คุณแม่ทิฟฟานี่บอกว่าวันนี้หนูไปดูมินเนี่ยนกับน้าจูฮยอนมา สนุกไหมคะ?

สนุกมากค่ะ เสียดายคุณพ่อไม่ได้ไปด้วย

พ่อขอโทษจริงๆลูก เอาไว้คราวหน้าเราค่อยไปด้วยกันนะคะ

ค่ะ

เป็นหนึ่งวันในช่วงหลายปีที่นิชคุณมีเวลาได้พูดคุยเล่นกับลูกสาว เลิฟลี่เติบโตขึ้นมาก เป็นครั้งแรกที่นิชคุณได้สังเกตเห็น

เหมือนว่าวันวานเลิฟลี่ยังเป็นแค่เด็กทารกอยู่เลย

คุณพ่อมีเวลาว่างอีกกี่วันหรอคะ? วันพรุ่งนี้หนูจะยังได้เห็นคุณพ่อเหมือนกับในวันนี้ใช่ไหมคะ?

นิชคุณทาบฝ่ามือลงบนศีรษะของเด็กน้อยแล้วลูบไปมาอย่างแผ่วเบา เลิฟลี่อยู่ในวัยที่ต้องการความรักและความอบอุ่น เมื่อก่อนนี้เขามองแค่ว่าตัวเองต้องทำอะไรในแต่ละวันบ้าง แต่จากวันนี้เป็นต้นไป เขาจะต้องหาเวลามามอบความรักความเอาใจใส่ให้กับเลิฟลี่บ้างแล้ว

พ่อคิดอยู่ว่าจะหยุดงานสักพัก พ่อจะทำอาหารอร่อยๆให้ลูกกลับมากิน แล้วก็จะเล่นกับลูกทุกวัน

เลิฟลี่ยิ้มกว้างดวงตาวาวพราวระยับ ดีใจยิ่งกว่าดีใจที่คุณพ่อบอกว่าเราสองคนพ่อลูกจะได้เล่นด้วยกัน

ทิฟฟานี่กลับมาถึงบ้านด้วยสีหน้าบูดบึ้ง นิชคุณทำให้เธอร้อนใจตลอดทั้งวัน แต่ทิฟฟานี่ก็ต้องอดทน รอจนงานเสร็จสิ้นแล้วถึงกลับมา

คุณแม่กลับมาแล้วค่ะ เด็กหญิงวิ่งเข้าไปกอดรับคุณแม่ด้วยความดีใจ ทิฟฟานี่กอดตอบลูกสาว พร้อมกับปั้นรอยยิ้มน้อยๆออกมา

เลิฟลี่คุณแม่มีธุระสำคัญต้องคุยกับคุณพ่อค่ะ หนูไปรอแม่บนห้องก่อนนะคะ

นิชคุณหันมองตามร่างเล็กๆ ที่ก้าวเดินขึ้นบันไดไปอย่างเชื่องช้า ดูจากสีหน้าของทิฟฟานี่แล้ว เขารู้สึกได้ว่าคงไม่ใช่เรื่องดี

พอลูกน้อยลับสายตา ทิฟฟานี่ก็โยนกระเป๋าสะพายของเธอลงบนโซฟาโครมใหญ่ ก่อนหน้านิชคุณบอกว่าในหนังเรื่องล่าสุดมีฉากจูบแค่ครั้งเดียว ซึ่งก็คือตอนจบ แต่วันนี้เธอได้เห็นเบื้องหลังการถ่ายทำนั้นแล้ว มันไม่ใช่แค่จูบธรรมดาๆเลย

ไหนคุณบอกว่าแค่ปากแตะปากไงคะ แล้วเบื้องหลังวันนี้คืออะไรจูบนัวเนียกันนับสิบๆเทค

นิชคุณยืนก่ายหน้าผากเครียด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่เราต้องมาทะเลาะกัน ไม่ว่าจะเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง ทุกอย่างคือการทำงานที่ทิฟฟานี่ไม่เคยเข้าใจเลย

ใจเย็นๆน่าคุณ อย่าลืมว่าลูกของเราอยู่บนห้องนะ นิชคุณเตือนสติภรรยา

ฉันใจเย็นไม่ได้ค่ะ คุณช่วยอธิบายมาสิคะ ว่าที่ฉันเห็นมันคืออะไรกันแน่ แม่นางเอกนั่นเป็นรูปปั้นหรือว่าต้นไม้คะ? จูบกันนัวเนียขนาดนั้น ไม่สนเลยใช่ไหมว่าคนจะพูดถึงฉันว่ายังไง

ทิฟฟานี่ผมไม่อยากอธิบายเรื่องเดิมๆ ที่คุณไม่เคยเข้าใจ ทุกอย่างมันคืองาน มันเป็นแค่งานไม่ได้มีอะไรเกินเลยเลย

ไม่มีจริงหรอ!? คุณกล้าสาบานไหมล่ะ

กล้าสิ ผมสาบานให้ฟ้าผ่าตายเลยก็ได้

นี่คุณประชดฉันหรอคะ? ใช่ล่ะสิ ใครจะงี่เง่าเท่าฉันล่ะ หึงสามีตัวเองก็ไม่ได้ คุณบอกว่าแค่จูบเบาๆ แต่เบื้องหลังจูบกันซะยับเลย นี่ฉันยังจะเชื่ออะไรคุณได้บ้าง

นิชคุณเดินหนีหน้าเครียด แต่ทิฟฟานี่ก็ตามติดสามีของเธอไม่ยอมให้เรื่องจบง่ายๆ เลิฟลี่นั่งสะอื้นซ่อนตัวอยู่บนบันได เสียใจที่พ่อกับแม่ทะเลาะกัน

 





 

ยงฮวาถูกจูฮยอนไล่ลงจากรถกลางทาง เพราะขี้เกียจย้อนกลับไปเอารถที่วิลล่า ก็เลยต้องใช้บริการเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่ทำงาน

นั่งรถแอร์เย็นฉ่ำเพลินๆจนกำลังเคลิ้มจะหลับ อยู่ดีดีโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมาจนทำให้ตาสว่าง มันเป็นเบอร์โทรศัพท์บ้านที่ยงฮวาจำได้ดี

เลิฟลี่ โทรมาหาลุงแบบนี้ ถ้าน้าจูฮยอนรู้เข้าได้โกรธลุงแหงเลย

คุณลุงขา น้าจูฮยอนอยู่ที่ไหนคะ บอกให้น้าจูฮยอนมารับหนูไปที หนูไม่อยากอยู่ที่บ้านนี้แล้ว

เลิฟลี่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ก่อนหน้าโทรหาน้าจูฮยอนแล้วแต่ท่านไม่รับสาย หนูน้อยก็เลยโทรมาถามคุณลุง ให้คุณลุงช่วยบอกน้าจูฮยอนให้ช่วยมารับที

ใจเย็นๆเลิฟลี่ เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรหนู ทำไมถึงได้ร้องไห้!?ยงฮวานั้นตกใจจนทำตัวไม่ถูกที่อยู่ดีดีเลิฟลี่บอกว่าไม่อยากอยู่บ้านของตัวเอง ยิ่งได้ยินเสียงสะอื้น เขาก็ยิ่งเป็นห่วงหนูน้อยมากยิ่งขึ้น

คุณพ่อกับคุณแม่ทะเลาะกันค่ะ ทะเลาะกันเสียงดังมากเลย หนูไม่ชอบค่ะ หนูกลัวคุณลุงขาช่วยบอกให้น้าจูฮยอนมารับหนูไปหน่อยได้ไหมคะ ถ้าน้าไม่ว่างมารับ หนูจะนั่งรถไปหาน้าที่วิลล่าเอง หนูไม่อยากได้ยินพ่อกับแม่ทะเลาะกันค่ะ ฮือ… ”

…!

ยงฮวาเครียดจนหน้าถอดสี เลิฟลี่แค่ 7 ขวบเท่านั้น ถึงขั้นจะนั่งรถไปหาจูฮยอนด้วยตัวเอง มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเลย






เลิฟลี่จัดกระเป๋าเตรียมความพร้อมในระหว่างที่พ่อกับแม่ยังทะเลาะกันไม่หยุด พอจัดเสร็จแล้วก็สะพายกระเป๋าแอบออกมานั่งรอยงฮวาที่หน้าบ้าน นั่งรอไปก็เอามือปิดหูเป็นช่วงๆ เสียงพ่อกับแม่ยังทะเลาะกันไม่หยุด มันบั่นทอนหัวใจของหนูน้อยจนทำให้รับไม่ไหว

 

ก่อนหน้ายงฮวาพยายามโทรหาจูฮยอนหลายครั้ง แต่เธอไม่ยอมรับสายเลย เธอจะรู้หรือเปล่าว่าหลานสาวจะหนีออกจากบ้านไปหาถึงวิลล่าตามลำพังคนเดียวซึ่งเป็นสิ่งที่เขายอมให้เกิดขึ้นไม่ได้

รถแท็กซี่ใกล้จะถึงบ้านหลังเป้าหมาย ยงฮวามองเห็นเลิฟลี่แต่ไกล ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเป็นห่วง ที่เด็กตัวเล็กๆต้องมานั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านเพราะรับไม่ได้ที่พ่อกับแม่ทะเลาะกัน

เลิฟลี่โผเข้าหาในทันทีที่เห็นลุงยงฮวามารับตามคำสัญญา น้ำตาบ่อน้อยยังคงรินไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยงฮวาก็ช่วยเช็ดออกให้อย่างแผ่วเบา

“….” เขาพูดไม่ออกจริงๆ ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองควรจะต้องทำยังไง เรื่องอาจจบลงโดยง่าย หากว่าเขาเดินเข้าไปในบ้าน ขอร้องให้พ่อกับแม่ของเลิฟลี่หยุดทะเลาะกัน หากแต่สิ่งที่เลิฟลี่ยืนยันก็คืออยากไปหาน้าจูฮยอนมากกว่า

ไม่ต้องร้องแล้วนะ ลุงจะพาไปหาน้าจูฮยอนเดี๋ยวนี้แล้ว

ยงฮวาช่วยดึงร่างเล็กๆขึ้นมาบนรถด้วยกัน เมื่อก่อนนี้ในตอนที่เขาทะเลาะกับชินเฮ เขาไม่เคยรู้ไม่เคยสนใจเลยว่าชินบีจะรู้สึกยังไง ตอนนั้นเขาก็แค่สนใจแต่ตัวเองเท่านั้น

เด็กตัวเล็กๆ มีหัวใจเปราะบาง บริสุทธิ์ดุจผ้าขาว ปัญหาเรื่องความรุนแรงในบ้านเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับเด็ก


 

เป็นเพราะว่าได้เวลาจัดรายการพอดี ดังนั้นยงฮวาจึงต้องพาเลิฟลี่มาด้วย เขาให้สัญญากับเด็กน้อยว่าถ้าจัดรายการเสร็จแล้วจะพาไปหาน้าจูฮยอนในทันที ซึ่งเลิฟลี่ก็ยอมเข้าใจอย่างว่าง่าย เด็กหญิงหยุดร้องไห้เมื่อได้เห็นสภาพแวดล้อมแปลกใหม่ที่ดูน่าตื่นเต้นไปหมด

นั่งรอลุงตรงนี้นะ

ค่ะ หนูจะนั่งเฉยๆ จะไม่ส่งเสียงดังด้วยค่ะ

วันนี้คุณเท็ดดี้จองไม่ได้จัดรายการคนเดียวเหมือนกับที่ผ่านมา แต่ทว่าข้างกายของเขามีเด็กผู้หญิงที่แสนน่ารักน่าเอ็นดูนั่งอยู่ด้วย

สวัสดีครับคุณผู้ฟังทุกท่าน วันนี้เท็ดดี้จองมารายงานตัวแล้วครับ… ”

ทุกอย่างรอบตัวช่างแปลกใหม่และน่าสนใจ เลิฟลี่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณลุงยงฮวาเป็นนักจัดรายการวิทยุ การทำงานในห้องแคบๆ ใช้การพูดและการเคลื่อนไหวร่างกายเพียงแค่เล็กน้อยก็สามารถสะกดผู้ฟังเอาไว้ได้ การทำงานของดีเจเป็นแบบนี้นี่เอง ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะดูน่าสนุกแบบนี้

เวลาที่คุณโกรธสิ่งเดียวที่คุณมีเหลือน้อยมากที่สุดก็คือสติ การทะเลาะกันมีแต่จะสร้างความเจ็บช้ำ ชัยชนะที่คิดว่าจะต้องได้มามันต้องแลกมาด้วยน้ำตาและความเจ็บช้ำ ผมไม่ได้จะโลกสวยบอกว่าเราทะเลาะกันไม่ได้นะครับ ผมแค่อยากบอกว่า เราไม่ควรทะเลาะกันต่อหน้าเด็กต่างหาก คุณรู้ไหมว่าเวลาที่คุณทะเลาะกันต่อหน้าเด็กคือการสร้างรอยแผลในหัวใจให้กับเด็กน้อยคนนั้น หนึ่งหยดน้ำตาที่ไหลออกมาก็ไม่ต่างกับเลือดที่ไหลออกจากอก เราควรใช้เหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์ และถ้าที่บ้านของเรามีเด็ก การระเบิดอารมณ์ใส่กัน เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง อย่าลืมคิดถึงใจของลูกน้อยๆของพวกคุณด้วยนะครับ

วันนี้เท็ดดี้จองมาแปลก เดิมทีชอบบ่นเรื่องของตัวเองแต่วันนี้กลับมาพูดเรื่องปัญหาในครอบครัว แต่ถึงกระนั้นเขาก็พูดได้ดี จูฮยอนคิดว่าทุกคำพูดของเท็ดดี้จองในคืนนี้คือสาระร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ก่อนหน้ามัวแต่ร้องไห้เสียใจที่รู้ว่ายงฮวาต้องพบเจอกับอะไรมาบ้าง เธอหลงคิดว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่ต้องทนเจ็บปวด แต่ความจริงในวันนี้ทำให้เธอได้รู้ว่ายงฮวาเองก็เจ็บปวดมากด้วยเหมือนกัน

ถูกบีบบังคับให้ทิ้งเธอไม่พอ ผลผลิตในไร่ทั้งหมดที่สร้างมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ล้วนถูกไฟไหม้ทำลายจนหมดไม่มีเหลือ กว่าจะผ่านพ้นเรื่องแบบนั้นมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าตอนนี้ได้พบแม่ของยงฮวาอีกครั้ง เธอคงไม่กล้าสู้หน้าท่านอย่างแน่นอน

ขอโทษคำคำนี้ไม่อาจชดใช้ทุกสิ่งทุกอย่างให้กลับคืนมาเหมือนเดิมได้ จูฮยอนเสียใจและผิดหวัง ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆแบบนั้นกับยงฮวาและครอบครัว เธอไม่รู้ว่าจะสามารถชดใช้ความเสียหายทั้งหมดให้เขาได้ยังไง ถ้ายงฮวาไม่พบเธอแต่แรก เขาก็คงจะไม่ต้องมาพบเจอกับเรื่องราวเลวร้ายแบบนี้

ฉันรู้สึกผิดต่อเค้ารู้สึกผิดมากแต่ใจก็ยังไม่เชื่อว่าพ่อจะทำแบบนั้นได้ ฉันควรทำยังไงดี? ควรไปถามพ่อตรงๆเลยดีไหมว่าท่านเป็นคนลงมือทำเรื่องพวกนั้นหรือเปล่า แล้วถ้าท่านบอกว่าใช่ล่ะ ถ้าท่านบอกว่าใช่ แล้วฉันที่เป็นลูกจะทำอะไรเพื่อยงฮวาได้บ้าง?

 




 

ยงฮวาพาเลิฟลี่มาหายองวอน ถึงแม้ว่าช่วงเย็นจะกินมื้อใหญ่จนอิ่มไปแล้วก็ตามที แต่เด็กน้อยสูญเสียพลังงานไปกับการร้องไห้ พอได้กลิ่นหอมๆ เลิฟลี่ก็รู้สึกหิวขึ้นมาในทันที

ไปพาลูกใครมา หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูจังเลย

ทำอะไรอร่อยๆให้หน่อยสิครับป้า โจ๊กหรือว่าข้าวผัดอะไรก็ได้ แบบที่เด็กๆ น่าจะชอบน่ะครับ

ยองวอนเข้าใจในคำขอนั้น เธอกลับมาที่หน้าเตาลงมือปรุงอาหารให้หนูน้อยกับยงฮวาอย่างเต็มที่

ง่วงนอนไหม ระหว่างง่วงนอนกับหิว อันไหนมันมากกว่ากัน? ยงฮวาเอ่ยถามหนูน้อยพร้อมกับรอยยิ้ม เลิฟลี่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอเมื่อได้กลิ่นอาหารหอมๆลอยมาเตะจมูก ตอนนี้ยงฮวาคิดว่าเขาได้รับคำตอบชัดเจนแล้ว

กลัวหรือเปล่าว่าลุงอาจจะไม่พาเลิฟลี่ไปหาน้าจูฮยอน แต่อาจจะพาไปขาย

เด็กน้อยหน้าซีดเผือด ก่อนหน้าไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวหรือคิดอะไรในทางไม่ดีเลย แต่พอยงฮวาพูดขึ้นมาเท่านั้นแหละ เลิฟลี่ก็ออกอาการหวาดกลัวในทันที

ลุงไม่ทำอย่างนั้นหรอก เพราะว่าหลานของน้าจูฮยอนก็เหมือนเป็นหลานของลุงด้วยเหมือนกัน

ยงฮวายิ้มกว้างเมื่อหนูน้อยยิ้มได้ วันนี้ระหว่างจัดรายการเลิฟลี่รับอาสาช่วยเปิดเพลงด้วย เด็กน้อยกำลังอยู่ในวัยสดใสและชอบการเรียนรู้ การทะเลาะกันของผู้ใหญ่ไม่ส่งผลดีกับเด็กเลยแม้แต่นิดเดียว

รอไม่กี่อึดใจอาหารหอมกรุ่นก็เสร็จเรียบร้อย ยองวอนนั่งร่วมโต๊ะ ดูเด็กหญิงกินอาหารฝีมือตัวเองด้วยความเอ็นดู เด็กคนนี้หน้าตาน่ารักผิวพรรณดี จะว่าไปก็ดูคล้ายยงฮวามากเหมือนกัน ถ้าบอกว่าเป็นพ่อลูกก็อาจเป็นไปได้

ยังไม่ตอบป้าเลยว่าไปพาลูกใครมา?

หลานของจูฮยอนน่ะครับ พอดีมีปัญหานิดหน่อย เดี๋ยวกินเสร็จแล้วผมต้องพาเลิฟลี่ไปส่งให้จูฮยอนที่ห้องพัก

…!

หลานของจูฮยอน ถ้าอย่างนั้นเด็กคนนี้ก็เป็นเป็นหลานของเธอด้วยเหมือนกัน

เอาไว้ผมจะเล่ารายละเอียดให้ป้าฟังวันหลังนะครับ วันนี้ไม่ค่อยสะดวกจริงๆ

อ่าจ๊ะ ไม่เป็นไร ยองวอนใจร้อนจะแย่ ด้วยอยากรู้ว่าเลิฟลี่เป็นลูกเต้าเหล่าใคร ญาติทางเธอไม่มีแน่นอน แต่ถ้าญาติของอดีตสามี เธอจำได้ว่าซออึนฮีมีลูกสาวด้วยเหมือนกัน

ค่อยๆกินนะจ๊ะ ถ้าไม่อิ่มบอกป้าได้เลยนะลูก

 



 

ยองวอนดูแลเลิฟลี่กับยงฮวาเป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นก่อนยงฮวาจะกลับเธอยังทำอาหารชุดใหญ่ใส่กล่องฝากไปให้จูฮยอนอีกด้วย ถ้าวันนี้ลูกสาวของเธอไม่หิวก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเก็บใส่ตู้เย็นไว้แล้วค่อยอุ่นกินวันพรุ่งนี้ก็ยังได้

ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง!

จูฮยอนนั่งหลับสัปหงกหลังจากก่อนหน้าเอาแต่คิดถึงเรื่องของพ่อกับเรื่องของยงฮวาด้วยความสับสน เธอถึงกับสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้นมา ทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว

การได้เห็นหน้ายงฮวาตอนนี้เป็นอะไรที่ทำให้ทรมานใจมากเหลือเกิน ถึงใจจะแอบตัดพ้อที่เขาชอบมาก่อกวนใจเธอบ่อยๆ หากแต่พอสายตาเหลือบไปเห็นเลิฟลี่เท่านั้น จูฮยอนก็รีบเปิดประตูออกในทันที

เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมเลิฟลี่ถึงอยู่กับพี่ได้!?” เราไปส่งเลิฟลี่ด้วยกันถึงบ้านแล้วจูฮยอนก็ยังได้พบนิชคุณด้วย

เลิฟลี่ง่วงนอนแล้ว รีบพาหลานไปนอนก่อนเถอะ

จูฮยอนกอดรับหลานสาวด้วยไออุ่นและความรัก เธอดูออกว่าเลิฟลี่ง่วงนอนมากแล้ว เพราะว่านี่มันก็ดึกมากแล้วจริงๆ

ไปนอนกันนะจ๊ะ นอนหลับให้สบาย

ทันทีที่พามาส่งถึงเตียงนอน เลิฟลี่ก็นอนหลับปุ๋ยในทันที จูฮยอนอยากรู้เรื่องราวความเป็นไปเป็นมาทั้งหมด เธอร้อนใจจะแย่แล้ว

ไปคุยกันข้างนอกค่ะ เรามีเรื่องต้องพูดกัน

 

ยงฮวานั่งหาวตาปรือ เขาเองก็เริ่มที่จะรู้สึกง่วงแล้วด้วยเหมือนกัน แต่ถ้าจะไม่อธิบายอะไรเลย เห็นทีว่าจูฮยอนคงจะไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่

เกิดอะไรขึ้นคะ? เลิฟลี่ไปอยู่กับพี่ได้ยังไง?

ก่อนถามพี่ เธอช่วยไปตรวจดูโทรศัพท์ของเธอหน่อย นับดูสิว่าวันนี้มีใครโทรหาเธอบ้าง?

โทรศัพท์หรอ? จูฮยอนลืมไปเลยว่ามีมันอยู่บนโลกใบนี้ด้วย ร่างบางรีบลุกไปรื้อค้นหาโทรศัพท์มือถือ มันอยู่ก้นกระเป๋าแถมเธอยังปิดเสียงเอาไว้ด้วย

เลิฟลี่กับยงฮวาโทรหาเธอหลายสาย พวกเขาคงร้อนใจและอยากพูดอยากบอกให้เธอรู้ แต่เธอกลับไม่พร้อมที่จะรับฟัง

ขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่รู้เลยว่ามีใครโทรมาบ้าง

เลิฟลี่โทรหาเธอก่อน แต่เธอไม่รับสาย เลิฟลี่ก็เลยโทรมาหาพี่ ร้องไห้ใหญ่เลยบอกว่าพ่อกับแม่กำลังทะเลาะกัน… ”

จูฮยอนรู้สึกผิดมาก เธอเป็นแม่แท้ๆแต่กลับเป็นที่พึ่งพาให้กับลูกสาวไม่ได้

เลิฟลี่ขอร้องให้พี่บอกให้เธอไปรับแกที่บ้าน ถ้าเธอไม่ว่าง เลิฟลี่บอกว่าจะมาหาเธอเอง พี่ก็เลยรีบไปรับแกออกมา เด็กตัวนิดเดียวเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าออกมานั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้าน พี่พาแกมาเงียบๆ ไม่ได้บอกคนในบ้านให้รู้ เพราะตอนที่พี่ไปถึง พวกเค้ายังทะเลาะกันไม่เลิกเลย

จูฮยอนกลั้นน้ำตา เธอคิดว่าเธอเข้าใจทุกอย่างดี และเข้าใจดีด้วยว่าสำหรับเด็ก การที่พ่อแม่ทะเลาะกันเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดมากแค่ไหน ตลอดมาเธอเจ็บแค่ไหนก็ทนได้ แต่กับเลิฟลี่ แกไม่น่าจะต้องมารับรู้เรื่องอะไรแบบนี้เลย

ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆ ที่พาเลิฟลี่มาหาฉัน

ก็เอาแต่ร้องไห้บอกว่าจะไปหาน้าจูฮยอนให้ได้ พี่เองก็แพ้น้ำตาเด็กด้วยเหมือนกัน ยงฮวาพูดไปหาวไป ดึกแบบนี้ถ้าได้กาแฟสักแก้วก็คงดี หากแต่ห้องของจูฮยอนไม่น่าจะมีกาแฟหรอก

ฉันมีชาดอกเก็กฮวยอยู่ค่ะ ลองชิมหน่อยไหมคะ รสชาติอร่อย ดีต่อร่างกายด้วย

ดีเลย งั้นพี่ขอชิมหน่อย อยากรู้ว่าจะดีเหมือนที่คุยหรือเปล่า?

….

ชาดอกเก็กฮวยมาในรูปแบบปลาทองตัวอ้วนอวบ นิสัยชอบสรรหาของแปลกเพื่อสุขภาพของจูฮยอนไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

มาแบบนี้ พี่จะกินลงไหมเนี่ย? ยงฮวานั่งเขี่ยถุงชาปลาทองในแก้วไปมาอย่างนึกทึ่ง

ชิมดูค่ะ รสชาติดีมากจริงๆ

ยงฮวาตัดสินใจยกชาขึ้นจิบ มันหอมและกลมกล่อมได้ดื่มแล้วทำให้ชุ่มคอมากเลยทีเดียว

ใช้ได้ไหมคะ?

ดีใช้ได้เลย ว่าพลางจัดการดื่มจนหมดแก้ว ช่วงเวลาที่มีแค่เราสองคนแบบนี้ทำให้ยงฮวาอดที่จะคิดถึงวันเวลาเก่าๆไม่ได้

เลิฟลี่คงหลับแล้ว

ใช่ค่ะ หลับปุ๋ยไปตั้งแต่หัวถึงหมอนแล้ว คงจะเหนื่อยมาก

อ้อ จริงสิ พี่เกือบลืมเลย พอนึกได้ขึ้นมาว่าป้ายองวอนฝากอาหารมาให้ ยงฮวาก็ต้องลุกเดินไปที่หน้าประตูแล้วหยิบเอาถุงนั้นมาส่งให้จูฮยอนกับมือ

อันนี้ป้ายองวอนฝากมา ท่านบอกว่าถ้าไม่กินวันนี้ก็เก็บใส่ตู้เย็นไว้ก่อน วันพรุ่งนี้ค่อยเอามาอุ่น กินกับเลิฟลี่ได้สบายเลย

ป้ายองวอนทำอาหารมาให้มากมายจริงๆ จูฮยอนเก็บอาหารทั้งหมดใส่ไว้ในตู้เย็น บทสนทนาระหว่างเราทั้งสองคนเริ่มติดขัดเพราะไม่รู้ว่าจะพูดเรื่องอะไร

คืนนี้อากาศร้อนเหมือนกันนะ ยงฮวาบ่นพลางเกาตามเนื้อตัว ไม่หนำใจยังปลดกระดุมเสื้อ ยืนเกาคอตัวเองจนคอแดงเรื่อไปหมด

อากาศคืนนี้ไม่ได้ร้อน และเครื่องปรับอากาศก็ทำงานได้ช่วงอุณหภูมิเย็นสบาย ยงฮวายืนคันคะเยอจนหน้าแดงคอแดงไปหมด จูฮยอนคิดว่าอาการของเขาไม่ใช่เรื่องเล่นๆเสียแล้ว

พี่คะ เคยแพ้อะไรบ้างหรือเปล่า?

ไม่น่าจะมีนะ ไม่เคยแพ้อะไรเลย แต่ตอนนี้พี่รู้สึกคันยิบๆเต็มตัวไปหมดเลยอ่ะ พอก้มมองตัวเองก็เห็นว่าผื่นขึ้นเต็มทั้งสองแขน ยิ่งได้ส่องกระจกมองเห็นใบหน้าที่กำลังแดงก่ำ ยงฮวาก็ถึงกับตกใจจนทำตัวไม่ถูก

นี่มันอะไร… ”

จูฮยอนดึงยงฮวาให้นั่งลงบนโซฟา เธอคิดว่ามันเป็นอาการแพ้อาหาร จูฮยอนเคยมีเพื่อนเป็น และอาการก็ไม่ต่างไปจากยงฮวาสักเท่าไหร่

ก่อนหน้าได้กินอะไรแปลกๆบ้างไหมคะ?

ไม่มีอะไรเลย ของที่กินทุกอย่าง เคยกินทุกครั้งไม่เคยมีปัญหา ยกเว้นก็แต่ชาดอกเก็กฮวยปลาทองตัวอวบเมื่อครู่นี้

ชาของเธอเล่นพี่เสียแล้ว

“….” จูฮยอนหน้าซีดเผือด ก็ถ้ารู้แต่แรกว่ายงฮวาจะแพ้ชาดอกเก็กฮวย เธอคงไม่เอามาให้เขากินอย่างแน่นอน

ไปหาหมอไหมคะ ฉันพาไปเอง

ไม่เอาหรอก เป็นผื่นแค่นี้เอง เสียเวลาเปล่าๆ เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อยากินยาทาเองก็ได้

จูฮยอนรื้อค้นหายาในตู้ โชคดีที่มีทั้งยาแก้แพ้และยาทาแก้ผื่นแก้คัน เธอเลือกซื้อยามาเพิ่มหลังจากที่คราวก่อนต้องทำแผลให้ยงฮวาทุกวัน

ถ้าอย่างนั้นทานยานี่ก่อนค่ะ มันเป็นยาแก้แพ้ น่าจะช่วยได้ในเบื้องต้น ถ้ากินแล้วมีอาการไม่ดี ต้องรีบบอกเลยนะคะ

หลังจากยงฮวากินยาแล้วก็ง่วนอยู่กับการทายาให้ตัวเอง มันดูทุลักทุเล จนทำให้จูฮยอนทนอยู่เฉยไม่ได้

ฉันช่วยทาให้เองค่ะ

ใบหน้าสวยแดงเรื่อขึ้นมาไม่รู้จะด้วยเพราะความเขินหรือความรู้สึกอะไรกันแน่ ยิ่งยงฮวาถอดเสื้อออกเพื่อให้เธอสามารถทายาได้สะดวกมากขึ้น จูฮยอนก็ยิ่งหัวใจเต้นแรง

ยงฮวาเองก็ไม่ต่างกัน ตอนนี้จูฮยอนอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ แต่เขากลับทำได้แค่เพียงจ้องมอง

ยิ่งได้มองก็ยิ่งรัก ยิ่งอยู่ใกล้ชิดก็ยิ่งไม่อยากอยู่ห่างไกล ทุกอย่างที่จูฮยอนทำให้ในตอนนี้คือความห่วงใย เขามั่นใจว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้น

ความจริงแล้วเธอก็ยังรักพี่อยู่ใช่ไหม?

“….” จูฮยอนชะงักงัน ความรู้สึกนั้นคือสิ่งที่เธอพยายามปกปิดซ่อนเร้นมันเอาไว้ตลอดเวลา ที่ผ่านมาแม้ว่าจะต้องเจ็บช้ำเพราะเขา แต่เธอก็ลืมเขาไม่ได้ ยิ่งรู้ว่าเขายังมีใจ จูฮยอนก็ยิ่งรู้สึกผิดและเสียใจกับเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น

ถ้ารักแล้วมันจะเปลี่ยนอะไรได้คะ? ตอนนี้ทุกอย่างระหว่างเราไม่เหมือนเดิมอีกแล้วนะ

เธอเตือนความจำให้เขาอีกแล้ว ยงฮวารู้ดีว่าตัวเองในตอนนี้ไม่ควรที่จะดื้อรั้น เพราะหากยิ่งฝืนต่อไป คนที่เสียหายก็คือจูฮยอน ซึ่งเขาไม่มีทางยอมให้เป็นแบบนั้นแน่



 




 

****************************100%***************************

อย่าลืมคอมเม้นท์ให้กันนะคะ

ขอบคุณทุกคนค่ะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,564 ความคิดเห็น

  1. #2423 Beam Supattra (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:26
    ซออย่าใจเเข็งนักเลย ลองทำตามที่ตัวเองต้องการจริงๆบ้างสิ สงสารยงกับเลิฟลี่
    #2,423
    0
  2. #2307 Ce'ces Rizle (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:56
    เรื่องนี้สอนให้คนรู้ว่า ไม่ว่าจะฉลาดหรือดีแค่ไหน คุณก็ยังมีเรื่องที่โง่และไม่ดี ด้วยเช่นกัน(มั่งนะ) 55555
    #2,307
    0
  3. #2165 ลูกจ๋า (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:26
    เอาใจช่วยทั้งคู่ ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี
    #2,165
    0
  4. #1887 Bebearboo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 20:08
    เลิฟลี่เป็นเด็กที่ดีมากเก่งมากเหมือนพ่อแม่เลยยยขอให้มาอยู่ด้วยกันเร็วๆ
    #1,887
    0
  5. #1651 Ponyboice (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 20:59
    สงสารเลิฟลี่จัง
    #1,651
    0
  6. #1638 Pae (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 20:41
    เลิฟลี่จะกลายเป้นเด็กมีปัญหาไมอ่ะ
    #1,638
    0
  7. #1582 ปังปอน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 20:57
    พ่อแม่ลูก























    #1,582
    0
  8. #1329 rasintt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 16:35
    พ่อแม่ทะเลาะต่อหน้าเด็กอย่างเลิฟลี่  มันไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย  เด็กคือผ้าขาวเค้ายังไม่รู้เหตุผลนั้น  ควรพูดจากันดี ๆ ก่อนจะสายไป ดีนะที่เลิฟลี่ติดต่อยงได้   แต่บางครั้งการตัดสินใจที่ผิดพลาดของน้องซอเพื่อให้ลูกมีครอบครัวที่ครบก็ใช่ว่าจะถูกนะ
    #1,329
    0
  9. #1298 aommy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 19:00
    สงสารเลิฟลี่จัง เด็กอายุเท่านี้ต้องมาฟังพ่อแม่ทะเลาะกัน
    #1,298
    0
  10. #1140 saisai (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 14:21
    สงสารเลิฟลี่จัง พ่แม่ทะเลาะกัน ซอคงเจ็บมากซินะเห็นลูกเสียใจ
    #1,140
    0
  11. #1115 ekr9 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 20:33
    ทั้งสองคนรักกันมากแต่รักกันไม่ได้เลย
    #1,115
    0
  12. #1099 body_wispy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 22:01
    สงสารเลิฟลี่อ่าา 
    ปล.ไรท์เตอร์สู้ๆ
    #1,099
    0
  13. #1076 cartoon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 22:48
    อย่างที่ซอบอกเปลี่ยนอะไรไม่ได้ อีกอย่างยงก็มีพันธะด้วย สงสารเลิฟลี่ ฟานี่ขี้หึงไปนะ
    #1,076
    0
  14. #1005 jin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 07:31
    พ่อแม่ทะเลาะกันถึงแม้จะไม่ได้ต่อหน้าเด็ก แต่เลิฟลี่ก็ยังได้ยินเด็กตัวแค่นี้นึกเห็นภาพเลย

    ตอนออกมานั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านรอคนมารับ ดีนะว่าถึงติดน้าซอไม่ได้ก็ยังคิดถึงลุงยง
    #1,005
    0
  15. #999 only (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 20:15
    ยงน้องเริ่มใจอ่อนแล้วรีบไปหย่าแล้วมาเร่งทำคะแนนเร็ว
    #999
    0
  16. #973 ploveys (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 / 21:19
    รักกัน แต่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เจ็บแทนเลยค่ะ
    #973
    0
  17. #971 ysggm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 / 15:47
    เริ่มมาก็เศร้ากับเด็กน้อย แต่สุดท้าย มาฮากับคนแพ้ชา หน้าตาคงดูไม่จืดเลย สนุกๆ
    #971
    0
  18. #967 tum2511 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 / 11:02
    เฮ้อออออ รักกันมากทั้ง 2 คน

    แต่แสดงออกไม่ได้ น่าสงสารจริงๆ
    #967
    0
  19. #960 momoseo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 21:43
    อย่างน้อยน้องก็ไม่ได้ตอบว่าไม่รัก ยงยังมีความหวังงง
    #960
    0
  20. #952 BoiceChom (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 19:27
    เอาแล้วพี่ยงแพ้ดอกเก็กฮวย อิงตามความจริง มันฟินมากจริงๆ แค่ป่านนี้ ฟานี่กะคุณจะรู้รึยังว่าเลิฟลี่ไม่อยู่บ้าน
    #952
    0
  21. #949 Girls and Peace (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 17:32
    เริ่มต้นใหม่กันเถอะนะยงซอ > < //พี่ยงอย่าลืมไปหย่าให้เรียบร้อยด้วยนะ
    #949
    0
  22. #948 Mamy Kanya (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 15:24
    สาวน้อยจะแพ้ด้วยมั้ยนะ
    #948
    0
  23. #947 Mamy Kanya (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 15:24
    สาวน้อยจะแพ้ด้วยมั้ยนะ
    #947
    0
  24. #946 squinoa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 23:09
    แล้วยังไง จองยง ไม่คิดสู้? จะเอามั้ยลูกเมียน่ะ หรือจะซึมกระทือน้องบอกอะไรก็ต้องยอมรับ ลองดีหน่อยสิ เล่นของสูงไปเลย
    #946
    0
  25. #944 hams_joon (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 17:29
    ดีนะที่ยงทำให้เลิฟลี่อารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้างส่วนน้าจูฮยอนเสียใจแน่ๆเลยที่ไม่ได้รับสายเลิฟลี่แต่น้าจูฮยอนตอนนี้เจอเรื่องหนักเหมือนกันจริงๆ ส่วนชานี่กลายเป็นชาสื่อรักไปซะแล้ว5555
    ปล.ไรเตอร์สู้ๆคะ
    #944
    0