Hate you, I hate you (Yong&Seo) Fin.

ตอนที่ 3 : Hate you, I hate you Chapter 2 :: Testament from mother [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 669
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    28 ต.ค. 57



 

Hate you, I hate you :: Chapter 2

Testament from mother






       

สิ่งที่ฉันจดจำได้มีแต่ความสุขเต็มไปหมด แม่เคยเล่าว่าแม่กับพ่อรักกันมากแต่เพราะตอนนั้นคุณตาคุณยายไม่ชอบที่พ่อเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ ไม่ได้เป็นผู้ดีหรือเป็นคนมีหน้ามีตาทางสังคมเหมือนที่คุณตาคุณยายคาดหวัง ตอนที่ท่านทั้งสองหนีไปอยู่ด้วยกัน แม่บอกว่าถึงจะลำบาก แต่ท่านทั้งสองคนกลับมีความสุขมาก น่าเสียดายที่จูฮยอนในตอนนั้นยังเล็กก็เลยจดจำอะไรไม่ได้เลย

จูฮยอนนั่งยิ้มให้กับเงาของตัวเองในกระจก ทุกครั้งที่ผ่านไปในแต่ละวัน เท่ากับว่าเรื่องราวของเมื่อวานเธอได้ก้าวข้ามผ่านมันมาเรียบร้อยแล้ว จูฮยอนถอดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดพาดไว้กับผนังเก้าอี้ ดวงตากลมโตหันมองออกไปที่หน้าประตูห้อง ทุกอย่างดูโล่งโปร่งไปหมดเมื่อวันนี้ไม่มีจองยงฮวามายืนทำลับๆล่อๆเหมือนอย่างที่เคย

ตอนที่เธอยังเป็นเด็กแล้วดึงดันว่าจะอยู่กับพ่อ ตอนนั้นยงฮวามาหาเธอแล้วก็พยายามเกลี้ยกล่อมขอร้องให้เธอกลับไปอยู่ที่บ้าน เหมือนว่าเขาจะจริงใจ แต่ขณะเดียวกันจูฮยอนกลับคิดว่าเขาทำทั้งหมดเพื่อเอาหน้าเพราะอยากประจบแม่ของเธอมากกว่า เธอโมโหอาละวาด ขว้างปาข้าวของใส่เขาจนหัวแตก จากนั้นแม่ก็เลยรีบมาพาเขากลับไป

ซอจูฮยอนที่น่ารักกลายเป็นเด็กอารมณ์ร้าย ยิ่งเมื่อพ่อที่เคยรักเคยดูแลเอาใจใส่ไม่รักไม่เหลียวแลเหมือนอย่างที่เคย เธอก็ยิ่งเจ็บปวด ตอนนั้นเธอรู้สึกว่าตัวเองเกลียดพ่อ จนเคยคิดที่จะหนีออกจากบ้านตามคำชวนของพี่สาวข้างบ้านอย่างแทยอนกับมิยอง แต่พอเห็นพ่อนอนจมกองอ้วกแล้วก็เอาแต่บอกว่า ‘ขอโทษ’ ที่ทำให้ลูกต้องผิดหวัง ตอนนั้นเด็กสิบขวบอย่างเธอคิดว่าตัวเองเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งเลยว่าพ่อเองก็เจ็บมากด้วยเหมือนกัน

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เจ้าของห้องยิ้มรับคนที่เปิดประตูเข้ามาหา ก่อนหน้าจองชินรู้สึกกังวลกลัวว่าจูฮยอนจะเสียใจเรื่องแม่จนทำงานไม่ได้ แต่เขาก็คิดผิดเพราะดูเหมือนว่าจูฮยอนจะไม่ยอมให้ความเศร้าเสียใจอยู่เหนือความรับผิดชอบของเธอเลย

พี่ยงฮวาบอกว่า ถ้าคนไข้หมดแล้วให้เธอไปที่บ้านด้วย

จูฮยอนหุบรอยยิ้ม เธอหลงดีใจที่วันนี้ไม่มีคนโรคจิตมาคอยตามตื้อตามวุ่นวาย แต่ที่ไหนได้ ลีจองชินกลายเป็นร่างทรงของเขาไปเสียแล้ว

ฉันรู้หรอกน่าว่าวันนี้เปิดพินัยกรรม ถ้าเขาโทรกลับมา บอกเขาด้วยนะว่าฉันไม่ยอมยกสมบัติให้เขาหรอก วันนี้ฉันจะไปเฉดหัวเขาออกจากบ้าน

จองชินยืนหัวเราะจนตัวงอ พูดถึงยงฮวาทีไร จูฮยอนก็มักจะอารมณ์ขึ้นทุกที

เมื่อวันงานซูโฮเค้าดูเป็นห่วงเธอมากเลยนะ

เขาดีกับฉันมาก จนฉันคิดว่าตัวเองอาจดีไม่พอสำหรับเขา

เหตุผลเดียวกันอีกแล้ว ตอนที่เราสองคนเลิกกัน จูฮยอนก็ใช้เหตุผลนี้

เธอก็ชอบคิดแบบนี้ตลอด เป็นโรคจิตหรือไง วันๆเอาแต่คิดว่าตัวเองไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้

บางทีฉันก็คิดเหมือนกัน ว่าฉันอาจจะเป็นบ้าเหมือนน้าซองอึนก็ได้ พูดจบจูฮยอนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาจนลืมความเศร้า เมื่อก่อนตอนที่โกรธยงฮวาหนักๆ แล้วไม่รู้ว่าจะไประบายที่ไหน เธอจะไปที่ริมแม่น้ำแล้วก็เหวี่ยงหินก้อนหนักๆไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะมากได้ คนอย่างจูฮยอนจิตแข็งมากพอตัว เธอหวังว่าสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าจะช่วยทำให้เธอสามารถกลับมาเป็นตัวของตัวเองได้สักที

ตายแล้วฉันต้องแต่งหน้าหน่อย วันนี้ทาลิปสีอะไรดี? เธอเปิดกระเป๋าเครื่องสำอางให้จองชินช่วยเลือก เมื่อก่อนจูฮยอนไม่ใช่คนติดเครื่องสำอางหรือชอบแต่งหน้าแต่งตัวตามแฟชั่นมากขนาดนี้ แต่จองชินคิดว่าเขาเข้าใจดีว่าทำไมอยู่ดีดีจูฮยอนถึงได้เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

พี่ยงฮวาไม่ชอบผู้หญิงที่ทาลิปสติกสีแดง

งั้นเอาสีแดง แดงสดๆ เหมือนกับเพิ่งไปกินเลือดมา… ”





 

ยงฮวาไม่ค่อยพอใจมากเท่าไหร่นักที่ได้รู้ว่าคิมแทยอนกับฮวังมิยองได้รับเชิญมาร่วมเป็นพยานในการเปิดพินัยกรรมในวันนี้ด้วย จงฮยอนเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการบอกเวลานัดหมายกับพวกเธอเสร็จสรรพ แถมทั้งสองสาวยังมาถึงก่อนจูฮยอนอีกต่างหาก

จุนฮีเพิ่งจะเสร็จจากการดูแลแม่ของเธอ ท่านยอมนอนหลับพักผ่อนโดยง่ายไม่เอะอะโวยวายก็เพราะเธอให้ท่านกินยานอนหลับ

เป็นอะไรหรือเปล่าจุนฮี หน้าซีดๆ ไม่สบายหรอ? ยงฮวาถามน้องสาวด้วยความห่วงใย ในแต่ละวันจุนฮีต้องคอยดูแลแม่ของเธอตลอดจนแทบจะปลีกตัวไปไหนไม่ได้ จุนฮีน่าสงสาร เธอควรจะได้ใช้ชีวิตแบบเด็กวัยรุ่นทั่วไปแต่เธอกลับเลือกที่จะอยู่ดูแลแม่ของเธอแทบจะตลอดเวลา

ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ฉันแค่นอนไม่ค่อยหลับ พูดไปก็ปาดคราบน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นทางยาว จงฮยอนหันมองคราบน้ำตานั้นด้วยความสงสาร จุนฮีคงเสียใจที่ต้องมาเสียป้าที่เคารพรักไม่ต่างไปกับแม่แท้ๆของตัวเอง ตั้งแต่ได้พบเธอ เขานึกไม่ออกเลยว่ามีเรื่องไหนบ้างที่จะสามารถทำให้จุนฮีหัวเราะได้ เธอเติบโตขึ้นมาในอ้อมอกของชเวอินฮวา พอเริ่มรู้ความก็เริ่มถามว่าแม่กับพ่อของเธอคือใคร เด็กตัวเล็กๆ ได้เห็นแม่ของตัวเองครั้งแรกก็ถึงกับเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมหยุด ไปเรียนหนังสือก็ถูกเพื่อนล้อหาว่ามีแม่เป็นคนบ้า ส่วนพ่อก็ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน

ทนายความหนุ่มส่งผ้าเช็ดหน้าให้หญิงสาวได้ซับน้ำตา จุนฮีรับไว้ อีกทั้งยังไม่ลืมเอ่ยขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ

จูฮยอนเดินกรีดกรายเข้ามาถึง วันนี้เธอแต่งตัวสวยเต็มอัตรา ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม กระเป๋า รองเท้า ยังคงเป็นสีดำสนิทเข้าชุดกันหมดไม่มีแตกแถว

ฉันมาแล้วค่ะ ทุกคนโอ๊ะ! พี่ๆก็มาด้วยหรอคะ? เธอโผเข้าหาพี่สาวข้างบ้าน ขณะที่ยงฮวาถึงกับนั่งกุมขมับเพราะรู้สึกปวดหัว ถึงจะยังอยู่ในระหว่างไว้ทุกข์แต่ปากของจูฮยอนกลับแดงเหมือนเพิ่งไปกินเลือดใครมาก็ไม่รู้

พี่ยงฮวาเป็นอะไรครับ พี่ก็นอนไม่ค่อยหลับเหมือนจุนฮีด้วยหรอ? ยังไหวอยู่ใช่ไหมครับ

คำถามของจงฮยอนพาซื่อจนทำให้ยงฮวาถึงกับปั้นหน้าไม่ถูก ก็แค่ตกตะลึงกับสีลิปสติก สีหน้าของเขามันออกมากขนาดนั้นเลยเชียวหรือ

มาครบแล้วนี่เปิดพินัยกรรมได้หรือยัง? ยงฮวาเบี่ยงเบนประเด็น

จงฮยอนมองสำรวจตรวจนับบุคคลสำคัญ ความจริงแล้วแม่ของจุนฮีควรที่จะมาร่วมรับฟังด้วย แต่เพราะอาการป่วยที่อาจก่อเกิดความโกลาหลจนอาจส่งผลให้คนอื่นๆตกอยู่ในความไม่ปลอดภัย ดังนั้นพินัยกรรมจึงสามารถเปิดได้แม้ชเวซองอึนจะไม่ได้มาร่วมรับฟังก็ตามที

คุณซอจูฮยอนพร้อมหรือยังครับ?

จูฮยอนยิ้มหวานรับ เธอพร้อมนานแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกตื่นเต้น อดกลัวว่าแม่จะหน้ามืดยกทุกอย่างให้ยงฮวาไปคนเดียว ซึ่งยงฮวาเองก็จับสังเกตถึงสีหน้าของเธอได้ ยงฮวาไม่เคยหวังอยากได้อะไร เขายอมรับว่าคงรู้สึกใจหายหากจะต้องเก็บกระเป๋าเดินออกไปจากบ้านหลังนี้จริงๆ แต่ต่อให้แม่ของจูฮยอนจะไม่ให้อะไรเขาเลย เขาก็ไม่โกรธท่านหรอก จูฮยอนสมควรได้ทุกอย่างตามที่เธอต้องการ เขาไม่เคยคิดหวังคิดอยากได้อะไรเลยจริงๆ

จากนี้ผมจะเริ่มอ่านพินัยกรรมแล้วนะครับ

ทุกคนต่างลุ้นระทึกเพียงแค่จงฮยอนเตรียมจะเปิดซองเอกสาร นับตั้งแต่ ชเวอินฮวาล้มป่วยจนทำงานไม่ได้ กิจการทั้งหมดล้วนมียงฮวาเป็นหัวแรงหลัก เขาคนเดียวสามารถชี้ขาดได้ทุกอย่าง ไม่เพียงแค่มีอำนาจตัดสินใจ แต่ยงฮวายังเป็นคนหนุ่มมากความสามารถอีกด้วย

ผมจะเริ่มแล้วนะครับ

จูฮยอนนั่งจิกโซฟา เธอตื่นเต้นมากแต่ก็ต้องชักสีหน้าทำเหมือนไม่หวั่นกลัวอะไรเลยทั้งสิ้น


 

จงฮยอนร่ายยาวนับตั้งแต่รายละเอียดทั้งหมดบนหัวกระดาษ ตอนที่ชเวอินฮวาเขียนพินัยกรรมฉบับนี้ ตอนนั้นจงฮยอนก็อยู่ด้วย เขาเป็นคนจัดพิมพ์รายละเอียดทุกอย่างตามที่อินฮวาต้องการ ทุกอย่างเป็นความลับ ตราบจนถึงวันที่สมควรจะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดให้กับทุกคนที่มีส่วนได้รับรู้ทั้งหมด

ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้าพเจ้า ได้แก่ บ้านพร้อมที่ดินประจำตระกูล บ้านพักตากอากาศ กิจการทุกอย่างได้แก่ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และร้านอาหารในเครือกว่า 49 แห่ง รถยนต์ทุกคัน ที่ดินเปล่าจำนวน 35 ไร่… ”

รายการทรัพย์สมบัติถูกแจกแจงอย่างละเอียดยิบติดกันเป็นหางรถไฟ สิ่งเดียวที่จูฮยอนอยากรู้จนใจจะขาดก็คือแม่ยกทุกอย่างนั่นให้ใคร?

ข้าพเจ้าขอยกทรัพย์สมบัติตามรายการทั้งหมดในข้างต้นให้กับนายจองยงฮวา บุตรชายบุญธรรมของข้าพเจ้าแต่เพียงผู้เดียว

…!!

จูฮยอนตาโต ทั้งโกรธทั้งโมโหจนตัวสั่น แต่เธอก็พยายามสะกดจิตตัวเองว่าเธออาจจะหูฝาดไปก็ได้

สายตาหลายคู่ที่มุ่งตรงมาที่ตนทำให้ยงฮวาถึงกับนั่งไม่ติดที่ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทุกอย่างถึงเป็นแบบนั้น เขาคิดว่ามันจะต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ คนอย่างป้าอินฮวาไม่มีวันทอดทิ้งจูฮยอนอย่างแน่นอน

นายอ่านผิดหรือเปล่าจงฮยอน ยงฮวาถามขัดจังหวะ

ใช่ค่ะใช่ คุณทนายอ่านผิดหรือเปล่าคะ? มิยองห้ามปากตัวเองไม่ได้ จะเป็นไปได้ยังไงที่แม่ของจูฮยอนจะทำอย่างนั้น

คุณทนายหนุ่มหน้าใสยิ้มคั่นคำถาม เขาไม่ได้อ่านผิดเลยแม้แต่ตัวอักษรเดียว ทุกอย่างคือความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้

ยังไม่จบนะครับ ยังมีรายละเอียดอีกมากพอสมควร ผมอยากให้ทุกคนตั้งสติให้ดี ตั้งใจฟังที่ผมจะอ่านต่อไปนี้ให้จบก่อน แล้วจากนั้นถ้ามีคำถาม ผมยินดีตอบทุกข้อเลยครับ

ทุกคนยอมอยู่ในความสงบทำใจที่จะยอมรับฟังต่อ ขณะที่จูฮยอนถอดใจนับตั้งแต่รู้ว่าแม่ยกทุกอย่างให้ยงฮวาหมด ถึงเธอจะเป็นลูกแท้ๆ แต่ถ้าแม่เลือกแล้ว เธอก็ยินดีที่จะยอมรับ ทรัพย์สมบัตินอกกายเธอไม่ต้องการ วันนี้เธอยอมให้ยงฮวาเป็นผู้ชนะ เธอหวังแค่ว่าจากนี้เราสองคนคงจะไม่ได้พบหรือยุ่งเกี่ยวอะไรกันอีก ทั้งชีวิตเธอคาดหวังเพียงเท่านี้

น้องสาวของข้าพเจ้าชเวซองอึนให้อยู่ในความดูแลของจองยงฮวา รวมไปถึงจุนฮีหลานสาวของข้าพเจ้า มีสิทธิ์อาศัยอยู่ในบ้าน มีสิทธิ์ได้รับการศึกษาตามแต่ที่เธอต้องการ โดยให้จองยงฮวาเป็นผู้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งค่าเล่าเรียน เงินรายเดือนส่วนตัว หรืออื่นๆตามความเหมาะสม, คิมแทยอนและฮวังมิยองจะได้รับค่าใช้จ่ายรายเดือนทุกเดือนจนกว่าจะแต่งงานมีครอบครัว หรือหากมีความต้องการจะศึกษาต่อให้จองยงฮวารับหน้าที่ดูแลรับผิดชอบจัดสรรค่าใช้จ่ายให้ตามความสมควร ส่วนบุตรสาวเพียงคนเดียวของข้าพเจ้านางสาวซอจูฮยอนมีสิทธิ์ได้รับทรัพย์สมบัติทั้งหมดเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งของทั้งหมดที่นายจองยงฮวาได้รับ ทั้งนี้ยังมีสมุดบันทึกที่ข้าพเจ้าเขียนไว้ทั้งหมดก่อนที่จะล้มป่วย ตราบเมื่อนางสาวซอจูฮยอนตกลงยอมแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับนายจองยงฮวา และทั้งสองคนจะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นระยะเวลาหนึ่งปี… ”

…!!

ตกใจครั้งแรกไม่ทำให้เกือบช็อคเท่ากับครั้งนี้ จูฮยอนกับยงฮวาเอาแต่ส่ายหน้า ไม่อาจยอมรับกับความเป็นจริงที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ไม่จริง! ฉันไม่แต่งค่ะ ไม่มีวันที่ฉันจะยอมแต่งงานกับคนคนนี้แน่นอน

ผมก็เหมือนกัน ผมไม่เอาอะไรเลยก็ได้ ผมยอมเดินออกไปตัวเปล่า คนอย่างผม ไม่มีวันยอมเอาอนาคตมาทิ้งไว้กับผู้หญิงบ้าๆอย่างคุณแน่

“….” จูฮยอนโกรธจนอยากจะกรีดร้อง เพียงแค่เธอลุกพรวดขึ้นมา ก็ทำเอาทุกคนถึงกับพากันตกใจ

พูดใหม่อีกทีสิ เมื่อกี้นี้นายว่าใครเป็นผู้หญิงบ้าๆนะ?

“….” ยงฮวาอึกอักพูดไม่ออก ยอมรับว่าตัวเองหลุดคำพูดที่ฟังดูแรงมากเกินไป




จุนฮีรับอาสาเดินมาส่งจงฮยอนถึงรถ กว่ายงฮวากับจูฮยอนจะยอมสงบศึกและแยกย้ายกันไปคนละมุม เล่นเอาทุกคนถึงกับเกือบจะหูแตก

งานหนักเลยนะคะ ฉันรู้สึกเหมือนว่าหูจะอื้อๆด้วยล่ะค่ะ

จงฮยอนส่งยิ้ม ยังดีที่ท่ามกลางความตึงเครียดเขายังมีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มน้อยๆของจุนฮีด้วย

ถ้ายังไงพี่กลับก่อน ถ้าพวกเขาตกลงกันได้แล้ว โทรบอกพี่ด้วยแล้วกันนะ อันนี้เบอร์โทรศัพท์ใหม่ของพี่เอง โทรได้ตลอดเลยนะ

จงฮยอนดีกับเธอมาก เขาเป็นคนเดียวที่อยู่ใกล้ๆแล้วทำให้รู้สึกสบายใจ ความรู้สึกที่มีไม่เหมือนกับที่เธอมีให้กับยงฮวาแต่มันพิเศษมากกว่านั้น จะบอกว่าเธอแอบชอบจงฮยอนก็ได้ เธอชอบเขามาก ชอบมาตั้งแต่ตอนที่ได้พบเขาครั้งแรก

 

อินฮวาเป็นห่วงลูกสาว ที่ผ่านมาคนเป็นแม่เอาแต่โทษตัวเองที่ไม่มีโอกาสเลี้ยงดูและมอบความรักให้กับจูฮยอนอย่างที่ควรจะเป็น ถึงเนื้อความในพินัยกรรมจะทำให้จูฮยอนผิดหวังหรือยิ่งมีแต่จะทำให้เข้าใจผิดเธอมากขึ้น แต่คนเป็นแม่ไม่มีทางเลือก เพราะรู้อยู่แล้วว่าจูฮยอนไม่ชอบยงฮวาเอามากๆ เพราะฉะนั้นเธอจะต้องไม่ยอมแต่งงานกับเขาตามที่เธอต้องการ ส่วนยงฮวาถึงไม่เต็มใจแต่งแต่ถ้าจูฮยอนยื่นคำขาดว่าเธอยินดีที่จะแต่งงาน คนอย่างยงฮวาย่อมขัดใจขัดความต้องการของจูฮยอนไม่ได้แน่ๆ ดังนั้นสิ่งเดียวที่จะทำให้จูฮยอนยอมตอบตกลงแต่งงานก็เห็นจะเป็นสมุดบันทึกประจำวันและข้อผูกมัดแนบท้ายพินัยกรรมนั่นเอง

ที่ผ่านมาสิ่งที่จูฮยอนอยากรู้มากที่สุดก็คือเรื่องราวปัญหาระหว่างพ่อกับแม่ อินฮวาเขียนทุกอย่างไว้ในสมุดบันทึกทั้งหมด คนเป็นแม่คิดว่าระยะเวลาหนึ่งปีหลังจากนี้ถือเป็นการเตรียมตัวเตรียมใจ เธอหวังว่าจูฮยอนจะกล้าแกร่งมากพอเมื่อได้ล่วงรู้ความเป็นมาเป็นไปทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา

 ยงฮวาเป็นคนเก่งเป็นคนดีที่เธอคิดว่าไม่มีวันทำร้ายหัวใจของเธอได้ นับวันที่จูฮยอนเริ่มเติบใหญ่ คนเป็นแม่ได้เห็นได้ฟังมามากมายจนนับจำนวนคนรักของลูกสาวไม่ไหว เธอเป็นห่วงกลัวว่าจูฮยอนจะถูกผู้ชายเลวๆหลอกให้ต้องช้ำใจเหมือนเธอที่ครั้งหนึ่งเคยไว้ใจและคิดว่าคนที่อยู่ด้วยกันเป็นคนดีที่ไม่มีวันทำร้ายเธอกับลูกได้ แต่สุดท้ายเขาก็ทำร้ายเธอ ทำร้ายทุกคนอย่างแสนสาหัส

ยงฮวานั่งหน้าเครียดบอกบุญไม่รับ ในหัวของเขาเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ของจูฮยอนถึงเขียนพินัยกรรมแบบนั้น ท่านระบุชัดเจนว่าเขาไม่สามารถปฏิเสธไม่รับทรัพย์สมบัติได้ ถ้าเขาปฏิเสธก็เท่ากับว่าทั้งบ้านและทรัพย์สินทั้งหมด รวมไปถึงทุกคนที่เขาต้องรับผิดชอบจะต้องออกจากบ้านตัวเปล่า

จูฮยอนปรึกษากับพี่สาวทั้งสองคนด้วยความว้าวุ่นใจ ความจริงแล้วเรื่องทรัพย์สมบัติเธอไม่ติดใจเลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เธอคิดว่ามันมีความสำคัญมากสำหรับเธอก็คือสมุดบันทึกประจำวันของแม่

หนูอยากได้แค่สมุดบันทึกค่ะ หนูแค่อยากรู้ว่าพ่อกับแม่เลิกกันทำไม

ถ้าอยากได้สมุดบันทึก งั้นเราแค่แอบย่องเข้าบ้านคุณจงฮยอนก็ได้ เลือกตอนที่เขานอนหลับ หรือไม่ก็ตอนที่เขาไม่อยู่บ้าน หรือไม่ก็แอบดักตีหัวเลย

แต่ละเรื่องที่มิยองคิดได้ทำให้แทยอนรู้สึกปวดหัว

ถ้าทำอย่างเธอว่า พวกเราโดนจับเข้าคุกหมดแน่

งั้นทำไงดีคะ หนูไม่อยากแต่งงานกับหมอนั่นนะ อยู่กับคนแบบนั้นตั้งปีนึงชีวิตของหนูจะเป็นยังไงเนี่ย? จูฮยอนทรุดนั่งลงกับพื้น อยากรู้เรื่องของแม่กับพ่อก็อยากรู้ แต่จะให้ทนอยู่กับคนอย่างยงฮวา เธอจะทนอยู่กับเขาได้ยังไง

ไม่ต้องคิดถึงพวกพี่เลยนะ คิดถึงแต่ตัวเองพอ เราสองคนได้งานทำแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เงินของเธออีกแล้ว

มิยองนั้นรู้สึกเสียดายทั้งเงินและโอกาสจนอยากจะเอ่ยปากพูดแย้ง แต่มานึกดูแล้วที่ผ่านมาแม่ของจูฮยอนดีกับพวกเรามาก ชีวิตในวัยเด็กของเธอกับแทยอนทั้งหนักหน่วงและยากลำบาก แต่เดิมทีมิยองมีบ้านอยู่ที่นิวยอร์ค พ่อแม่พาเธอมาเที่ยวเกาหลีตั้งแต่ยังเล็กมากแล้วโชคไม่ดีเกิดประสบอุบัติเหตุจนทำให้พ่อแม่เสียชีวิต มิยองในตอนนั้นมีอายุไม่ถึงสิบขวบ เธอได้รับบาดเจ็บ ซ้ำยังไม่มีญาติมาทำเรื่องรับไปเลี้ยงดู มารู้ภายหลังเมื่อไม่กี่ปีมานี้ว่าญาติๆเอาทรัพย์สมบัติของพ่อกับแม่ไปแบ่งกันและใช้ไปจนหมดแล้ว เธอต้องอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วก็มีแทยอนเป็นเพื่อน ด้วยความที่เราเด็กกว่าใครทั้งหมดจึงมักจะถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำ ผู้ดูแลไม่เคยเหลียวแลหรือใส่ใจช่วยแก้ปัญหา โดนแกล้งหนักๆเข้าเมื่อทนไม่ไหวก็เลยพากันหนีออกมา ประจวบเหมาะกับที่บ้านหลังติดกับบ้านของจูฮยอนเป็นบ้านร้าง เธอกับแทยอนหลบซ่อนตัวอยู่ในนั้น แล้ววันหนึ่งก็ได้พบกับจูฮยอนด้วยความบังเอิญ

ทั้งมิยองและแทยอนต่างดีใจและรู้สึกขอบคุณที่แม่ของจูฮยอนมีน้ำใจคิดถึงพวกเธอ ที่เติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ล้วนมาจากความช่วยเหลือจากแม่ของจูฮยอนทั้งสิ้น หมดเวลาที่จะรบกวนท่านแล้ว ถ้าทางข้างหน้าพอจะมีที่ให้พวกเธอก้าวเดิน พวกเธอก็คงจะไปตามทางของตัวเองในสักวันหนึ่ง แต่อย่างน้อยๆถ้าจะไปก็คงไปต่อเมื่อแน่ใจว่าจูฮยอนจะไม่เหงา ไม่คิดถึงหรือไม่ต้องการพี่สาวอย่างพวกเธออีกแล้วจริงๆ

จูฮยอนพยายามที่จะคิดทบทวนอย่างรอบคอบ ถ้าเธอไม่ยอมแต่งงาน แทยอนกับมิยองก็จะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินหรือได้รับทุนการศึกษา แถมยังพัวพันไปถึงจุนฮีและน้าของเธอด้วย ทุกคนจะต้องลำบากกันหมดถ้วนหน้า

หนูจะลองตกลงกับเขาดูค่ะ ยังไงก็น่าจะต้องลองคุยกันก่อน สิ่งที่จูฮยอนต้องทำก็คือไม่ให้คนอื่นต้องลำบากเพราะเธอ ยงฮวาเองเคยลั่นวาจาว่าเกลียดเธอ เราสองคนต่างก็ เกลียดกันจูฮยอนคิดว่าเธอน่าจะต่อรองกับเขาได้

ทำอะไรก็ได้ โดยที่ไม่ต้องคิดถึงพวกเรานะ พี่สองคนโตแล้ว

แทยอนไม่อยากเชื่อว่านั่นจะเป็นคำพูดที่ออกมาจากปากของมิยอง ถึงที่ผ่านมามิยองจะชอบพูดชอบคิดชอบทำแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่วันนี้เธอดีใจจริงๆที่เพื่อนคิดได้ เลือกที่จะคิดถึงเรื่องของตัวเองทีหลัง

พี่โตแล้ว หนูก็โตแล้วด้วยเหมือนกัน อย่าห่วงเลยนะคะ หนูเอาตัวรอดได้แน่ๆ จูฮยอนยิ้มกว้าง ถึงที่ผ่านมาเธอจะต้องสูญเสียทั้งความรักจากพ่อและแม่ แต่เธอโชคดีที่มีพี่สาวที่น่ารักถึงสองคนคอยอยู่ข้างๆ

ฮวังมิยองกับคิมแทยอน คือพี่สาวที่พระเจ้าประทานให้กับเธอ

 





 

ยงฮวาตกใจที่อยู่ดีดีจูฮยอนก็เปิดประตูพรวดเข้ามาอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง อยู่ดีดีเขาก็กลายเป็นคนขวัญอ่อน กลัวการตัดสินใจของจูฮยอนขึ้นมา

นายยังเกลียดฉันอยู่ใช่ไหม?

คำถามแรกทำเอายงฮวาถึงกับอึ้ง คล้ายว่าเส้นเอ็นรอบใบหน้าอาจจะกระตุกและหดตัวเร็วมากกว่าปกติ กว่าจะรู้สึกตัวว่าตัวเองพยักหน้ารับคำถามนั้นก็เล่นทำเอาใจสั่นไปหมด

ฉันก็เกลียดนายเหมือนกันแหละ จูฮยอนเชิดหน้าทำหยิ่ง จองยงฮวาเป็นผู้ชายหัวโบราณเรื่องมากที่สุดที่เธอเคยได้พบเจอ เมื่อเขายืนยันว่ายังคงเกลียดเธอเหมือนที่เธอเองก็เกลียดเขา จูฮยอนคิดว่าคงไม่เป็นไรถ้าการแต่งงานจะเป็นแค่เพียงสัญลักษณ์ ทุกอย่างไม่จำเป็นจะต้องสมจริง แค่ทำให้พอเป็นพิธี จบแล้วก็แยกย้ายกันไป แถมคนอื่นยังไม่ต้องเดือดร้อนวุ่นวายอีกด้วย

ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราไปจดทะเบียนสมรสกัน

ฮะ! จะบ้าหรอคุณ

ฉันไม่ได้บ้า นายอย่าคิดหลงตัวเองว่าฉันพิศวาสนายนักหนา นายก็รู้ว่าฉันอยากได้แค่สมุดบันทึกของแม่ หลังเราจดทะเบียนกันครบหนึ่งปี ฉันยกสมบัติให้นายหมดเลยก็ได้ แค่ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย นายก็อยู่ของนาย ฉันก็อยู่ของฉัน ต่างคนมีหน้าที่อะไรก็ทำไป ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย

คุณพูดง่ายไปแล้วนะ จูฮยอนเอาแต่พูดๆในสิ่งที่เธอต้องการ เธอตัดสินไปเรียบร้อยแล้วว่าเขาอยากได้ทรัพย์สมบัติของเธอ ซึ่งเขาไม่เคยคิดแบบนั้นเลย

ทำไม? ไม่พอใจหรอ นี่มันง่ายที่สุดแล้วนะ ทุกอย่างในห้องนี้ ทุกคำพูดที่เราสองคนพูดกันจะเป็นความลับ เรารู้กันแค่สองคน นายจะกลัวอะไร ฉันเป็นผู้หญิงแท้ๆยังไม่กลัวเลย พอหย่าจากนาย ฉันก็แค่กลับมาเป็นตัวเอง นายก็เหมือนกัน ไม่เห็นจะมีอะไรยากเลย ฉันยอมให้นายมีแฟนระหว่างนี้ด้วยก็ได้

ที่พูดมาทั้งหมดทำให้ยงฮวารู้สึกซาบซึ้ง คล้ายว่าจูฮยอนจะใจกว้าง แต่ความจริงก็คือ เธอคงเสียดายแฟนคนปัจจุบันของเธอมากกว่า ที่บอกว่ายอมให้เขามีใครก็ได้ มันคือผลประโยชน์ของตัวเธอเองล้วนๆ

ช่วยหาข้ออ้างที่มันดีกว่านี้หน่อยได้ไหม เช่นว่าต้องยอมแต่งงานเพราะกลัวว่าพี่สาวข้างบ้านของคุณจะไม่ได้เงิน หรือถ้าจะดูดีขึ้นมาอีกหน่อยก็คือกลัวจุนฮีกับน้าของคุณต้องลำบาก

จูฮยอนโกรธจนอยากจะเต้น แต่เธอก็ต้องข่มใจเก็บระงับอาการ ยงฮวาพูดถูก นั่นล่ะคือเหตุผลที่แท้จริง

จบนะ พรุ่งนี้เจอกันตอนบ่าย ตอนเช้าฉันลงตรวจแล้วจะรีบมา นายก็อย่าลืมนัดคุณจงฮยอนด้วย ฉันจะให้เขามาเป็นพยาน

ยงฮวายืนตัวแข็งทื่อ เขาต้องสั่งตัวเองหลายครั้งให้นั่งลงคล้ายว่าสมองอาจจะกำลังเบลอเข้าขั้นโคม่า จูฮยอนพูดๆจบแล้วก็กลับออกไป ถ้าเธอไม่ทิ้งกลิ่นน้ำหอมเอาไว้ เขาอาจจะคิดว่าตัวเองฝันไปแล้วก็ได้

ป้าครับ ทำไมถึงทำกับผมอย่างนี้ ป้าไม่สงสารผมบ้างเลยหรอ ลูกสาวป้าน่ะผมเราสองคนเข้ากันไม่ได้หรอกนะครับ เวลานี้ยงฮวาอยากล้มตัวลงนอนแล้วไม่ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอีกเลย สิ่งที่เคยคิดว่าจะมีความสุข แท้จริงมันมีแต่ความวุ่นวายและความเจ็บปวดเต็มไปหมด ตอนที่รู้ว่าพ่อตัดสินใจแต่งงานใหม่ ตอนนั้นพ่อบอกว่าเขาจะได้มีแม่และมีน้องสาวที่น่ารัก เขายังจำได้อยู่เลยว่าสีหน้าของพ่อตอนนั้นดูมีความสุขมากแค่ไหน

 

 




 

หลังการตัดสินใจจูฮยอนถึงกับนอนไม่หลับ เธอพยายามปลอบตัวเองว่าแค่กระดาษแผ่นเดียวคงไม่ถึงกับทำให้ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนแปลงอะไรนัก ยงฮวาเองก็ไม่กล้าโต้แย้งอะไร ถึงเขาจะปากพล่อยชอบจิกกัดเธอบ่อยครั้ง แต่เขาก็ไม่เคยขัดใจเธอเลย ถึงไม่อยากทำหรือไม่พอใจมากแค่ไหน เขาก็ต้องเป็นฝ่ายยอมทนเสมอ

คุณหมอซอจูฮยอนเกือบจะนั่งหลับสัปหงกแต่เธอก็ถึงกับหายง่วงเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นซูโฮมายืนอยู่ตรงหน้า

เราสองคนได้พบกันทุกวันที่งานศพของแม่ แต่เธอกลับไม่มีเวลาพูดคุยกับเขามากนัก

เธอควรจะกลับบ้านไปนอนพักบ้าง

ฉันทำงานตามเวลาของฉันน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันชาร์ตแบตมาเต็มดีแล้ว

ซูโฮส่งกาแฟร้อนให้ ขนาดแม่ตายแต่จูฮยอนก็ยังไม่ได้พักเลย เขาเป็นห่วงเธอมาก งานของจูฮยอนยุ่งมากเกินไปจริงๆ

ฉันเป็นห่วงเธอนะ แล้วเรื่องวันนั้นฉันก็… ”

ฉันขอโทษนะ แต่ฉันมาคิดดูแล้วฉันคิดว่าเราสองคนกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมเถอะ

แค่ได้มองสีหน้าและทีท่าของจูฮยอนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซูโฮคิดว่าเขารู้แน่อยู่แล้วว่าจูฮยอนจะต้องพูดแบบนี้ จูฮยอนไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆทั่วไป มองภายนอกเหมือนจะมีผู้ชายมาติดพันแทบจะตลอดเวลา แต่สุดท้ายเธอจะเป็นฝ่ายถอนตัวออกไปเองทุกที

ถ้าเธอไม่สบายใจ เราแต่งงานกันเลยก็ได้ ฉันคิดยังไง เธอก็รู้อยู่แล้วนี่ ถ้าไม่รักคงไม่ยอมทนมาได้เป็นสิบปี ซูโฮรู้จักจูฮยอนดีและเขาก็รักเธอมากด้วย

ฉันแต่งงานกับนายไม่ได้หรอก เพราะว่าวันพรุ่งนี้ฉันจะไปจดทะเบียนสมรสกับจองยงฮวาเพราะหวังอยากได้สมบัติของแม่ครึ่งนึง ฉันบอกนายขนาดนี้แล้ว นายยังคิดอยากแต่งงานกับฉันอีกไหม?

…!!

จูฮยอนรู้ตัวเสมอว่าเธอนิสัยไม่ดีเอาเสียเลย แต่เธอไม่อยากทำร้ายเพื่อน ไม่อยากให้ความหวัง ไม่อยากทำให้ซูโฮเจ็บมากไปกว่านี้ เธอผิดเองที่ชอบล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นอยู่เรื่อย เธอเสียใจทุกครั้งที่เห็นทุกคนต้องเสียใจกับการกระทำโง่ๆของเธอ

เธอกำลังพูดเล่นอยู่ใช่ไหม จองยงฮวา เธอเกลียดเขาจะตาย ช่วยหาข้ออ้างที่มันสมเหตุสมผลหน่อยสิ

ยงฮวาก็พูดแบบนี้ พวกเขาสองคนน่าเบื่อพอกัน ชอบตอกย้ำความรู้สึกนึกคิดของเธออยู่เรื่อย

ฉันพูดเรื่องจริงนะ พรุ่งนี้ตอนบ่ายจะตามไปดูด้วยก็ได้ ฉันไม่ห้าม

จูฮยอน ถ้าเธออยากได้สมบัติก็แค่แต่งงานกับฉัน เธอก็รู้ว่าฉันมีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าเธอต้องการหรืออยากได้อะไร ฉันให้เธอได้หมดทุกอย่างอยู่แล้ว

จูฮยอนนั่งกุมขมับ ถ้าไม่เพราะว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก เธอคงลุกขึ้นมาชกหน้าเขาแล้ว

แม่นายสอนให้อวดร่ำอวดรวยแบบนี้หรอ? ถ้าจะพูดแบบนี้ ถอดรองเท้ามาตบหน้าฉันเลยเถอะ

 

 






 

ยงฮวายืนจับเวลา อีกไม่เกินสิบนาทีจะบ่ายโมงตรง เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าทำไมตัวเองจะต้องเป็นฝ่ายมายืนรอทั้งที่ใจไม่ได้นึกอยากจดทะเบียนสมรสกับจูฮยอนเลยด้วยซ้ำ

จูฮยอนมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย ทันทีที่ตรวจคนไข้หมด เธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาลบคราบเครื่องสำอางออกจนหมดสิ้น เสื้อผ้าสวยเลิศเลอที่สวมใส่ เธอถอดออกแล้วเปลี่ยนมาเป็นเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ แต่ครั้นจะเดินออกมาพบปะกับผู้คนทั้งที่ไม่ได้แต่งหน้า เธอก็ยังต้องไว้หน้าตัวเองด้วยการเอาผ้าคลุมไหล่มาคลุมผมปกปิดรอบใบหน้าโทรมๆของเธอเอาไว้

คุณจงฮยอนล่ะ? เขามาหรือยัง?

“….?”

อยู่ดีดีไม่รู้ว่าใครมาถามหาจงฮยอน แต่จะว่าไปแล้วน้ำเสียงของเจ้าหล่อนออกจะคุ้นหูมากเลยทีเดียว

คุณ!” ยงฮวาแทบไม่อยากเชื่อสายตา จากซอจูฮยอนสวยครบเกินลิมิตในเวลาปกติ ตอนนี้สภาพที่ได้เห็นทำให้เขาพูดไม่ออกเลยจริงๆ

จูฮยอนก้มมองสำรวจตัวเองตามสายตาที่ยงฮวาจ้องมองมา เธอรู้ว่าตัวเองในตอนนี้น่าเกลียดมากแค่ไหน ความจริงแล้วเธอควรจะแต่งหน้าสักนิดหน่อยแต่ตอนนี้เธอคิดว่าสภาพนี้แหละเหมาะที่สุดแล้ว

ฉันกลัวเจ้าหน้าที่จะจำฉันได้ คนที่นี่เป็นคนไข้ของฉันตั้งหลายคน คิดดูสิว่าถ้าพวกเขารู้ว่าฉันมาจดทะเบียนสมรสกับนาย ฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหน?

นี่กลัวอายจนถึงขั้นต้องลงทุนขนาดนี้เลยหรอ? ยงฮวาถามเสียงสูง

ทำไมอ่ะ นายไม่อายหรือไง แบบนี้แหละดีแล้ว พอวันพรุ่งนี้ฉันแต่งตัวสวยไปทำงาน ก็ไม่มีใครรู้แล้วว่าวันนี้ฉันมาทำอะไร

ยงฮวายืนกัดริมฝีปากตัวเองจนปากสั่น เขาเองก็เป็นผู้เสียหายเหมือนกัน ยังไม่คิดเยอะเหมือนเธอเลย

ขอยืมแว่นกันแดดหน่อย ฉันลืมเอามา

เธอมีผ้าคลุมผมผืนใหญ่จนเกือบจะห่มได้ทั้งตัวอยู่แล้ว แค่แว่นกันแดดอันเล็กๆ คงไม่ได้ช่วยอะไรนักหรอก

แว่นผมก็อยู่กับคุณไง ผมไม่มีแล้ว คราวหน้าช่วยหยิบมาคืนด้วยนะ

ของแค่นี้ทำเป็นทวง นายกินข้าวฝีมือแม่ของฉันไปตั้งสิบกว่าปี คายออกมาเลย ถ้าคายออกมาไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาทวง ร่างบางสะบัดหน้าเดินนำลิ่วไปก่อน ยงฮวาถอนหายใจก่อนที่จะก้าวเดินตาม นึกแล้วก็อดขำไม่ได้กับสภาพน่าเกลียดน่าชังของซอจูฮยอนในตอนนี้

เด็กไม่รู้จักโต นี่รักษาคนไข้หายบ้างหรือเปล่าเนี่ย?

 


 

จงฮยอนมาถึงก่อนและมารออยู่ด้านในนานแล้ว ทนายความหนุ่มมาจัดเตรียมสถานที่และเอกสารรอคนทั้งคู่ ถึงจูฮยอนจะเดินเข้ามาก่อน แต่เขากลับจำเธอไม่ได้

คุณจงฮยอน ฉันมาแล้วค่ะ

เห็นจงฮยอนยืนทำหน้าเหวอเหมือนไม่รู้จักกัน ยงฮวาซึ่งเดินตามมาก็ถึงกับกัดริมฝีปากกลั้นหัวเราะ

นี่ฉันเอง คุณจำฉันไม่ได้หรอคะ?

อ่าคุณคุณซอจูฮยอนเองหรอครับ?

จูฮยอนรู้สึกเคืองที่จงฮยอนเอาแต่ทำตะลึงเหมือนไม่เคยพบเจอคนไม่ได้แต่งหน้า การแสดงออกของเขาทำให้เธอสูญเสียความมั่นใจไปไม่น้อย หากแต่ทันทีที่เห็นรอยยิ้มของคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง จูฮยอนก็ฝืนที่จะยืนกรานทำตามความตั้งใจของเธอต่อ

ทำไมคะ ฉันดูน่าเกลียดมากจนจำกันไม่ได้เลยหรอ?

ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ อาจเพราะผมไม่ชินมากกว่า

นายโกหกทำไม บอกไปเลยสิว่าซอจูฮยอนในตอนนี้ขี้เหร่มากจนรับไม่ได้

แน่นอนว่าจงฮยอนไม่กล้าพูดตามยงฮวาหรอก จูฮยอนเองก็เช่นกัน เธอเลือกที่จะสงบปากสงบคำ ก่อนที่จะเดินถอยหลังตั้งใจกลับมาบดขยี้เท้าของยงฮวาแรงๆ จนทำให้เขาถึงกับร้องไม่ออก

ถ้าพูดไม่เข้าหูอีกคำเดียว ฉันจะชกปากนาย พ่อคนหล่อตาย

 

 

 

 

 

**********************************100%**********************************

นี่ขนาดไม่ได้อยู่ด้วยนะคะ  ยังขนาดนี้เลย

พยายามอยากให้มันดราม่าปนฮาค่ะ  แต่ไม่รู้จะฮาขึ้นบ้างรึเปล่า 




ฮาไม่ฮายังไง อย่าลืมคอมเม้นท์ให้ไรเตอร์ด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,171 ความคิดเห็น

  1. #4156 barbiebot (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 23:33
    เดี๋ยวๆๆๆ ฮามากกกตอนน้องซอลบเครื่องสำอางจะปลอมตัว คนเขียนช่างคิดมุขได้อ่ะ ชอบๆๆๆๆ สนุกๆ ขอบคุณค่ะ

    #4,156
    0
  2. #4135 papink (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 21:59
    ซอจู เวลาไม่แต่งหน้า คิคิ ออกจะน่ารักกกก
    #4,135
    0
  3. #3764 cassysanuk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 03:03
    โห ซอจู น่าจะให้พี่ยงนอนด้วยนะ อิอิ
    #3,764
    0
  4. #3038 dreamlovesnsd (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:42
    ทุ่มสุดตัวมากกับสมุดบันทึก
    #3,038
    0
  5. #2119 Liny_Tiny (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2558 / 21:14
    ต้องแบบนี้ถึงจะมีโอกาสใกล้ชิดพินัยกรรมช่วยชีวิต...รีดเดอร์555
    เพราะนึกไม่ออกว่าจะรักกุนได้ไง คู่กัด
    #2,119
    0
  6. #2013 bank (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 08:08
    พินัยกรรม จัดว่าเด็ด 555 ยอมไหม ต้องยอมซิ หุหุ
    #2,013
    0
  7. #2007 ทีมยงซอ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2558 / 01:42
    โอ๊วววววว ต้องแต่งงานนะคะ 555 ซอฮยอนอ่า ยอมๆด่วน

    ยงงงง แกนี่ปากอย่างใจอย่างอ่ะเปล่า

    ลุ้นคะ รอติดตามทางออกของ 2 คนนี้
    #2,007
    0
  8. #1956 Pucca Pook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 15:56
    ขุ่นแม่ทำพินัยกรรมได้เด็ดมากค่าาาาาา
    #1,956
    0
  9. #1933 shawolp10 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 02:30
    จะแต่งงานกันแล้ววววว แม่น้องซอนี่ทำดีมากจริงๆค่าปรบมือรัวๆ
    #1,933
    0
  10. #1920 bellloveYongseo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2558 / 00:04
    สนุกมากอ่ะ ยงซอจดทะเบียนกันแล้วจะเป็นไงต่อไปล่ะเนี่ย?
    #1,920
    0
  11. #917 ning_ja (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 / 16:29
    พินัยกรรมทำเอายงซอถึงกับมึนไปเลย

    น้องซอจะดูวีนเหวี่ยง กับยงคนเดียวจริง ๆ

    ยัยเด็กไม่รู้จักโต ของพี่ยง 555





    #917
    0
  12. #710 Jikystitch (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 11:16
    ทะเลาะกันแบบนี้ น่ารักดีค่ะ
    #710
    0
  13. #551 johlanla (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 / 22:47
    พินัยกรรมจัดว่าเด็ด เยี่ยมจริงคุณแม่มองการณ์ไกล
    ขอบคุณมากๆ คะ
    #551
    0
  14. #468 少女时代的妹&# (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 07:05
    แฟนเก่ายงซอออกตัสล่ะรอรอที่เหลือนะค่ะไรท์
    #468
    0
  15. #432 me a da (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2557 / 19:11
    อ่านไปอ่านมาจริงๆแล้วซอฮยอนไม่ได้เกลียดยงฮวาเลยนะ ออกแนวเหมือนจะชอบด้วยซ้ำ แต่ต้องเก็กไว้เพราะกลัวเสียฟอร์ม 55555+
    #432
    0
  16. #388 Mr.JYH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 22:53
    เข้มข้นกันเลยทีเดียว ขนาดยังไม่จดยังเปนขนาดนี้แล้ว ไม่อยากจะนึกสภาพเฮียเลย555
    #388
    0
  17. #378 Yuii_lamai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 / 15:46
    เอาละเว้ยยย จะจดทะเบียนกันแล้วเว้ยเฮ้ยยยยย



    เตรียมปูเสื่อ ขนม ผ้าห่ม หมอน รอหน้าจอเลย



    ความวุ่นวายกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าแล้ว
    #378
    0
  18. #359 Lovelyminmin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 19:12
    ฮาคะไรเตอร์ได้ฮาอยู่นะคะ 5555555 นึกสภาพน้องแลัวนึกหน้าพี่ยงตามอดยิ้มไม่ได้. ^______^ ในที่สุดก็ยอมจดทะเบียนกันแล้ว เรื่องราวจะเป็นไงต่อนะ ยิ่งอ่านยิ่งเพลิน ^^ น้องซอเรื่องนี้อูมามิมากเลยคะ 555555 
    ไรเตอร์สู้ๆ
    #359
    0
  19. #347 only (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 / 07:53
    ขนาดยังไม่แต่งยังแซบขนาดนี้ถ้าแต่งแล้วจะแซบขนาดไหน

    ตะลึงนี้ทำยังกะน้องขี้เหล่มากนะนั้น
    #347
    0
  20. #345 ekr9 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 21:41
    ซอแสบดีอ่ะ 
    ยงจะจัดการกับซอได้หรือเปล่าเนี่ย
    #345
    0
  21. #337 jin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 23:15
    อยากรู้จังเลยคะว่าบันทึกของแม่น้องซอเขียนเรื่องราวอะไรไว้บ้าง

    จริงๆเข้าใจเลยคะว่าคุณแม่น้องคงห่วงน้องซอมากและคิดว่ามีแต่ยง

    ที่จะดูแลน้องได้ ถึงได้เขียนเงื่อนไขในพินัยกรรมอย่างนี้แน่ๆเลย
    #337
    0
  22. #325 Luckyjung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 19:53
    อยากรู้ว่าทำไมแม่ถึงไม่เลืกน้องซอ
    #325
    0
  23. #323 Aroma Candle (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2557 / 19:21
    โอ๊ย ซอลงทุนมาก กลัวคนจำได้

    พี่จงจำไม่ได้นี่คือตลกค่ะ แต่อิยงนี่ไม่ชอบสาวปากแดงใช่ไหม

    ปากกับใจไม่ตรงกัน จริงๆแล้วชอบสินะที่ซอไม่แต่งหน้า
    #323
    0
  24. #295 DragonAngel4339 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 22:35
    555 น้องลงทุนมาก กลัวใครจะจำได้ว่ามาจดทะเบียนกับยง ปะทะกันได้ดุเดือดแต่ก็แอบน่ารักๆอ่ะ ยงซอ
    #295
    0
  25. #289 johlanla (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 18:41
    จัดว่าเด็ดมากภาคนี้ขอ ซอจูฮยอน เยี่ยมๆ พี่ชอบ

    ขอบคุณมากๆ ค่ะ
    #289
    0